Mark salling ผู้แสดงซีรีส์ Glee มีสื่อ “อะ-นา-จาน” เด็กในคอมฯ ผิดกฎหมาย

ต้นปี 2561 มีกระแส เรื่องเด็ก ๆ อย่างรุนแรง
เห็น กระแสฝั่งชื่นชม กลบ กระแสฝั่งตำหนิ
สิ่งที่ทำได้คงมีไม่มากนัก ในสังคมโหนกระแส
แต่มีบางคนก็ “ช่างกล้า” ออกมาให้เห็น ว่าคิดตรง
จนใครก็คงไม่กล้าออกมา แสดงความเห็นตำหนิ
หากมี ก็จะโดนสังคมเหยียบย่ำจนจมดินว่า “คิดลบ
ใครไม่คิดบวก จะถูกคลื่น social เหยียบให้มิดจมดิน
.. จำไว้เลยนะครับ
.. ว่าเราต้องพึ่งพาสังคมกันอยู่

ดูละคร แล้วอยากมีแฟนเป็นพระเอกนางเอกในละคร
ดูละคร แล้วอยากมีแฟนเป็นพระเอกนางเอกในละคร

มนุษย์เรา เล่นเกมยิงปืน
พอเล่นบ่อย ๆ ก็อยากยิงนอกเกมบ้าง
หรือเหมือน
สาว ๆ ที่ดูซีรีย์เกาหลี ก็อยากมีแฟนเป็นพระเอก

NYLON Young Hollywood Party, Presented By BCBGeneration
WEST HOLLYWOOD, CA – MAY 07: Actor Mark Salling attends the NYLON Young Hollywood Party presented by BCBGeneration at HYDE Sunset: Kitchen + Cocktails on May 7, 2015 in West Hollywood, California. (Photo by Jason Kempin/Getty Images for NYLON)

เรื่องที่สอดคล้องกัน
พบว่ามีการเปิดเผยสาเหตุการตาย
ของ Mark Salling ผู้แสดงซีรีส์ Glee ที่มีปัญหาทางจิต
ว่าเค้าเสียชีวิตที่ park in the San Fernando Valley
เค้ากำลังจะถูกทำการพิพากษาวางโทษ กรณี “มี child p0rn ในครอบครอง
he awaited sentencing in a chiId p0rn0gra_phy case.

mark salling with glasses
mark salling with glasses

ส่วนข่าวเป็นภาษาไทย
ใน matichon.co.th ระบุชัดว่า
เค้ากำลังจะขึ้นศาล คดีมีภาพอนาจารของผู้เยาว์กว่า 50,000 ภาพในครอบครอง
ทั้งใน laptop และ storage

mark salling
mark salling

ตามกฎหมายไทย
ที่ต้องสอดคล้องกับ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ
พบใน พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๔)
พ.ศ.๒๕๕๘ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๘
https://ilaw.or.th/sites/default/files/84.PDF
http://www.thaiall.com/ethics/

ใน พรบ. ระบุว่ามีสื่อที่ว่านี้
1) ครอบครอง ก็ผิด จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000
2) ส่งต่อ ก็ผิด จำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000

ข้อมูล พรบ. ใน ilaw.or.th
“มาตรา 287/1
ผู้ใดครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

“มาตรา 287/2 ผู้ใด
(1) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า
เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้า
หรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก
(2) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก
จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชนหรือให้เช่าสื่อลามกอนาจารเด็ก
(3) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าสื่อลามกอนาจารเด็กแล้ว
โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรานี้
หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าสื่อลามกอนาจารเด็กดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท”

 

กองเชียร์ กับ กองค้าน สุดท้ายขึ้นอยู่กับกฎที่บัญญัติไว้

กฎหมายบอกว่าไม่ผิด
กฎหมายบอกว่าไม่ผิด

มีปัญหามากมายในสังคม
ที่เกิดปัญหาจากการไม่ยึดกฎ
บางคนก็บอกว่าเป็นปัญหา หรือไม่เป็น
บางคนก็บอกว่าทำดี ไถ่โทษ
บางคนก็บอกว่าทำดีส่วนดี ทำชั่วก็ส่วนชั่ว
บางคนก็ใช้กำลังเป็นเครื่องชี้ถูกชี้ผิด
เอาหละ .. ในความเห็นของผม
มนุษย์ตั้งกฎขึ้นมา และในกฎนั้นก็บอกว่า
มนุษย์ทำสิ่งใดที่เรียกว่า ถูก สิ่งใดเรียกว่า ผิด

มาแล้ว! กองเชียร์บิ๊กป้อม โผล่ชุมนุมหน้ากห. ชี้โดนการเมืองเล่นงาน วอนให้อยู่ต่อ (คลิป)

ถ้ามนุษย์ผู้นั้นออกกฎ และบอกว่าสิ่งที่ตนทำนั้นถูกแล้ว
แม้คนอื่นจะบอกว่าผิด แต่ในกฎ บอกว่าคุณไม่ผิด
ผล คือ “ไม่ผิด วันยันค่ำ
เช่น
1. กินสุนัขตุ่นยาจีน เคยมีคนกินสุนัข ให้ตนเองมีชีวิตอยู่
แต่อยู่มาวันหนึ่ง กฎใหม่ก็บอกว่ากินสุนัขติดคุก
2. ตัดไม้ขายทำบ้าน เคยมีคนตั้งบริษัทตัดไม้ขายจนรวย
แต่อยู่มาวันหนึ่ง กฎใหม่ก็บอกว่าตัดไม้ไม่ได้ติดคุก
3. เผาหญ้าในบ้าน เคยมีคนทำไร่ ทำสวน หญ้าเยอะ
แต่อยู่มาวันหนึ่ง กฎใหม่ก็บอกว่าเผาหญ้านี่เค้าจับนะ
4. กินเหล้าเมาสุรา เคยนั่งกินเหล้า จนเมามาย แล้วขับรถกลับบ้าน
แต่อยู่มาวันหนึ่ง กฎใหม่ก็บอกว่ากินเหล้าขับรถ ติดคุกเชียว

ปัญหาที่เห็นเหมือนกัน แต่เห็นไม่เหมือนกัน
https://www.facebook.com/ajburin/posts/10156052934733895

เกิดมาเป็น BOSS ห้ามพลาด แม้สักครั้งเดียว

เป็นธรรมเนียมของชาวสื่อสังคมน่ะครับ
ว่า บางคนอยู่มาทั้งชีวิต ทำดีทุกเสี้ยววินาที
แต่วันใด ทำอะไรผิดพลาด หรือไม่ได้อย่างใจ
ทั้งต่อหน้า หรือลับหลัง
อาจถูกหยิบเรื่องนั้น ไปประนาม หยามเกียรติ
ถึงขั้นเละตุ้มเป๊ะเลยก็เป็นได้
ผ่านสื่อสังคมอันทรงพลังที่เคยล้มธุรกิจมานักต่อนักแล้ว

boss ทำอะไรไม่ได้อย่างใจ ลุมตืบเลย
boss ทำอะไรไม่ได้อย่างใจ ลุมตืบเลย

สมัยนี้เวลา
บอส (Boss) ทำอะไรไม่ได้อย่างใจ
ผิดจริยธรรมไปสักข้อ สักเรื่อง สักช่วงเวลาหนึ่ง
ก็จะเอา บอส (Boss) ไปด่าในสื่อ เป็นสื่อสังคมซะด้วย
เพื่อน ๆ ก็จะเข้ามาลุมตืบซ้ำ ๆ ระหว่างลุมตืบนั้น
ก็คงไม่มีเพื่อนคนไหนหรอกครับ .. กล้าคิดต่าง
เพราะการลุมตืบ แล้วทุกคนมีความสุข ให้ใจ กดไลท์ กดแชร์
กันนับหมื่น นับแสน
และการทำตัวเป็นแกะดำ แล้วถูก unfriend ก็ไม่ใช่เรื่องสนุก
รึ .. คุณกล้าจะเป็นแกะดำ ในหมู่แกะขาว กับเค้าอีกตัว

http://www.thaiall.com/ethics/ethics_boss.htm

จากหนังสือ จริยธรรมทางธุรกิจ ของ ผศ.ดร.กิ่งดาว จินดาเทวิน
บทที่ 4 จริยธรรมผู้บริหาร
พบหัวข้อ หลักจริยธรรมสำหรับผู้บริหาร หน้า 76 ว่า
โดยเริ่มต้นนั้น ได้กล่าวนำว่า หลักธรรมทางด้านศาสนา
ที่สอนให้คนทุกคนทำดี งดเว้นการทำชั่ว มีคุณ 3 ประการ
1. ธรรมะทำให้เกิดการอุปการะ คือ เปรียบเสมือนกัลยาณมิตร
2. ธรรมะทำให้เกิดความงามในจิตใจ และภายนอกทั้งกายและวาจา
3. ธรรมะคุ้มครองโลกได้ ทำให้มนุษย์ระลึกรู้สิ่งดี สิ่งเลว แยกแยกได้

https://chantrabook.files.wordpress.com/2015/11/000243.pdf

ซึ่งจริยธรรมของผู้บริหารองค์กร ได้นำเสนอไว้ 4 หลักธรรม
ตามธรรมนูญชีวิตของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต). 2549 : 14-28;
วศิน อินทสระ. 2549 : 93-102; สมหวัง วิทยาปัญญานนท์. 2543. ออนไลน์ ดังนี้

1. สัปปุริสธรรม 7
2. พรหมวิหาร 4
3. ทศพิธราชธรรม 10
4. มรรคมีองค์ 8

1. สัปปุริสธรรม 7
1.1 รู้หลักและรู้จักเหตุ (ธัมมัญญุตา)
1.2 รู้ความมุ่งหมายและรู้จักผล (อัตถัญญุตา)
1.3 รู้จักตน (อัตตัญญุตา)
1.4 รู้จักประมาณ (มัตตัญญุตา)
1.5 รู้จักกาล (กาลัญญุตา)
1.6 รู้จักชุมชน (ปริสัญญุตา)
1.7 รู้จักบุคคล (ปุคคลัญญุตา)

2. พรหมวิหาร 4
2.1 เมตตา (Loving Kindness)
2.2 กรุณา (Compassion)
2.3 มุทิตา (Appreciative Gladness)
2.4 อุเบกขา (Equanimity)

3. ทศพิธราชธรรม 10
3.1 ทาน (Sharing with the Populace)
3.2 ศีล (Maintaining Good Conduct)
3.3 ปริจจาคะ (Working Selflessly)
3.4 อาชวะ (Working Honestly)
3.5 มัทวะ (Deporting himself with Gentleness and Congeniality)
3.6 ตปะ (Rejecting Indulgence through Austerity)
3.7 อโกธะ (Adhering to Reason, not Anger)
3.8 อวิหิงสา (Bringing Tranquility through Non-Violence)
3.9 ขันติ (Overcoming Difficulties with Patience)
3.10 อวิโรธนะ (Not doing that which Strays from Righteousness)

4. มรรคมีองค์ 8
4.1 สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ (Right Understanding)
4.2 สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ (Right Thoughts)
4.3 สัมมาวาจา การพูดชอบ (Right Speech)
4.4 สัมมากัมมันตะ การกระทำชอบ (Right Action)
4.5 สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีพชอบ (Right Livelihood)
4.6 สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ (Right Effort)
4.7 สัมมาสติ ความระลึกชอบ (Right Mindfulness)
4.8 สัมมาสมาธิ ความตั้งใจมั่นชอบ (Right Concentration)

http://mng.uru.ac.th/~fms/mng/ebook/business_ethic_part1.pdf

พบอัตราส่วนในการแข่งขันสอบตำรวจ 1:473

พบอัตราส่วนในการแข่งขันสอบตำรวจ
จาก กองการสอบ (Admission Division)
กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
@AdmissionDivision โทร 02 941 1928
https://www.facebook.com/AdmissionDivision/photos/a.153607334982673.1073741829.145542989122441/530175433992526/
พบว่ามี Facebook page สำหรับเผยแพร่ข้อมูล
พบการแชร์เมื่อ 27 กันยายน 2560
ว่า สรุปยอดผู้สมัครสอบตำรวจ พ.ศ.2560

สส.1 ยอดผู้สมัคร 8,110 อัตรา 1:81

พฐ.2 ยอดผู้สมัคร 2,380 อัตรา 1:88

พฐ.3 ยอดผู้สมัคร 1,120 อัตรา 1:86

พฐ.4 ยอดผู้สมัคร 1,091 อัตรา 1:109

อก.5 ยอดผู้สมัคร 94,588 อัตรา 1:473

ตม.6 ยอดผู้สมัคร 14,024 อัตรา 1:93

ตม.7 ยอดผู้สมัคร 26,074 อัตรา 1:174

ทส.8 ยอดผู้สมัคร 1,610 อัตรา 1:32

ทส.9 ยอดผู้สมัคร 1,935 อัตรา 1:39

พข.10 ยอดผู้สมัคร 1,293 อัตรา 1:34

พข.11 ยอดผู้สมัคร 46 อัตรา 1:23

อ่านต่อที่ http://www.kruwandee.com/news-id36046.html

ตารางข้อมูล รับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอก
เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ
พ.ศ.2560 จำนวน 790 อัตรา
แยกเป็นชั้นสัญญาบัตร จำนวน 150 อัตรา
และชั้นประทวน จำนวน 640 อัตรา

รับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอก เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ
รับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอก
เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ

ชีวิต คือ การแข่งขัน

เคยเห็นคนเช่นเกม เค้าบอกว่า
ไม่มีอะไรทำ ก็ไปเล่นเกม
ถ้ามีอะไรทำ ก็ไม่เล่นเกม
อะไรสำคัญ ก็ทำสิ่งนั้น

ทำให้นึกถึง “อัตราการแข่งขัน 1:473” ขึ้นมาเลยครับ

Love o2o หนังของเด็กวิทยาการคอมพิวเตอร์

หลักของพาเรโต 80/20 มีตัวอย่างในหลายสาขาวิชา

output is hello world
output is hello world

The distribution is claimed to appear in several different aspects
relevant to entrepreneurs and business managers.
For example:
    80% of problems can be attributed to 20% of causes.
    80% of a company’s profits come from 20% of its customers
    80% of a company’s complaints come from 20% of its customers
    80% of a company’s profits come from 20% of the time its staff spend
    80% of a company’s sales come from 20% of its products
    80% of a company’s sales are made by 20% of its sales staff

http://c2.com/cgi/wiki?EightyTwentyRule

ตัวอย่างทางคอมพิวเตอร์ก็มี 4 ตัวอย่าง
1. Microsoft noted that by fixing the top 20% of the most-reported bugs, 80% of the related errors and crashes in a given system would be eliminated.
ไมโครซอฟต์บันทึกไว้ว่า การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย 20% ที่รายงานมากที่สุด จะทำให้ปัญหาที่เกี่ยวข้องอีก 80% ถูกจัดการไปด้วย
2. In load testing, it is common practice to estimate that 80% of the traffic occurs during 20% of the time.
ในการทดสอบการโหลด พบว่า 80% ระหว่างการโหลดนั้น ทุ่มไปกับ 20% ที่เป็นเรื่องของเวลา
http://www.somkiat.cc/think-before-load-testing/
3. In software engineering, Lowell Arthur expressed a corollary principle: “20 percent of the code has 80 percent of the errors. Find them, fix them!”
โลเวล อาร์เธอร์ นำเสนอหลักการข้อพิสูจน์ว่า “20% ของโค้ด มีข้อผิดพลาดอยู่ 80% ค้นหาและแก้ไขซะ”
Lowell Arthur คือ ผู้สั่งการภารกิจ Apollo 13
https://en.wikipedia.org/wiki/Jim_Lovell (James Arthur “Jim” Lovell, Jr.)
4. Software frameworks have often been observed to make 80% of use cases easier to implement and 20% of use cases much more difficult to implement.
กรอบซอฟต์แวร์ถูกพบได้บ่อยว่าการทำโปรแกรมเพื่อใช้ที่ง่ายขึ้น 80% มาจากส่วนที่ยากขึ้น 20%
อ้างอิงจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Pareto_principle

ตามคลิ๊ปอธิบายกฎนี้ว่า
อะไรก็ตามที่อยู่เต็ม 100%
80% จาก 100% จะถูกครอบครองโดย 20%
และอะไรก็ตามที่เหลือจาก 20% จะถูกครอบครองโดย 80%


วิลเฟรโด พาเรโต นักเศรษฐศาสตร์ชาวอิตาเลี่ยน
พูดถึงหลักของพาเรโต ตั้งแต่ค.ศ.1895
โดยอธิบายว่า “สิ่งที่สำคัญจะมีอยู่เป็นจำนวนที่น้อยกว่าสิ่งที่ไม่สำคัญ
หรือ “สิ่งที่มีประโยชน์จะมีอยู่เป็นจำนวนที่น้อยกว่าสิ่งที่ไม่มีประโยชน์
ในอัตราส่วน 20 ต่อ 80 หรือ ที่เรียกกันว่า กฎ 80/20
[ด้านเศรษฐศาสตร์]
การผลิตของมีตำหนิขึ้น 20% จะเป็นปัญหา 80% ของปัญหาทั้งหมด
เสื้อผ้า 100 ตัว จะใจประจำอยู่เพียง 20 ตัว
จับกลุ่มทำรายงาน 10 คน จะมีเพียง 2 – 3 คนที่เป็นแกนนำ
อ่านหนังสือ 100 หน้า จะมีเพียง 20 หน้าเท่านั้นที่ถูกนำมาออกข้อสอบ
คน 100 คนทำงาน มีเพียง 20 คนที่มุ่งมั่นทำงาน และเจริญก้าวหน้า
ร้านขายของชำมีสินค้านับ 100 รายการ แต่รายได้ 80% มาจากสินค้าเพียง 20%
ประเทศทุนนิยม คนรวย 20% สร้างรายได้ให้ประเทศเป็น 80% ของรายได้ทั้งประเทศ
มูลค่ารายจ่ายกว่า 80% มาจากรายการที่ใช้จ่ายเพียง 20% ของรายการทั้งหมด
อ้างอิงจาก http://www.oknation.net/blog/knowledge09/2009/08/15/entry-1

อ้างอิงเพิ่มเติม http://www.clairenewton.co.za/my-articles/paretos-principle-the-80-20-rule.html

ครูรักศิษย์ แต่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ

การตีเด็กไม่ใช่เรื่องดี
การตีเด็กไม่ใช่เรื่องดี

เป็นมนุษย์ก็มักจะมีอารมณ์เป็นธรรมดา
อย่างคุณครูท่านนี้ก็มีหน้าที่ทำให้ศิษย์เก่งขึ้น
มีความรักต่อศิษย์ อยากให้เด็กเรียนรู้สิ่งที่ครูทุ่มเทถ่ายทอด
แต่พอเด็กเรียนรู้ได้ช้ากว่าที่คาดหวัง ก็จะเกิดอารมณ์ เกิดโทสะ
แล้วใช้กำลังกระทำไปตามอารมณ์
แต่ทำไปแล้วก็กลับเป็นความผิด
เพราะเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ รู้เท่าไม่ถึงการณ์
เป็นความผิดที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ
สรุปว่า “เกิดเป็นครู ก็อย่าไปใช้กำลังกับศิษย์
อย่ายึดมั่นถือมั่น และปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติบ้าง

กรณีตีเด็กจนเป็นรอยเขียวช้ำที่หน้า
เด็ก 6 ขวบถูกครูลงโทษเพียงแค่เพราะเขียนคำตอบช้า และสะกดคำผิด ๆ ถูก ๆ
ในระหว่างการทดสอบสะกดคำ
เหตุเกิดที่ อำเภอบ๊าตสาต จังหวัดหล่าวกาย ประเทศเวียดนาม
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1460122548
https://blog.eduzones.com/moobo/138742

งดทานข้าวเย็น

coffee เย็น
coffee เย็น

แบบอย่างทางธรรม หรือแบบอย่างทางจิตวิญญาณ
ของผม คือ พระสงฆ์หลายรูปที่มีจริยวัตรที่งดงามเป็นแบบอย่าง
ฉันอาสนะเดียว คือ การฉันมื้อเดียว ไม่มีฉันเพล
เพราะเห็นพระสงฆ์ท่านเป็นแบบอย่าง
ดังนั้น 29 มีนาคม 2559 ผมจึงเริ่มเตรียมความพร้อม
ที่จะ “งดทานข้าวเย็น
ที่ผ่านมางดข้างกลางวันมาตั้งแต่ปี 2551 – 2552 แล้ว
ปีนี้ปี 2559 ก็น่าจะได้เวลางดข้าวเย็นซะที
แต่ก็ไม่ได้หักดิบนะครับ ยังดื่มน้ำชากาแฟขนมปันก่อน
ก็ต้องค่อย ๆ ปรับตัวกันไป กลัวกระเพาะลำไส้ปรับตัวไม่ทัน
ถ้าปรับไม่ทันหนักเข้าก็คงต้องกลับไปทานอาหารเย็นเหมือนเดิม

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10153996415698895&set=a.10150918047198895.435716.814248894
ผู้คนที่กินข้าวมื้อเดียว
นิรุตติ์ ศิริจรรยา ทานมื้อเดียวแต่ไม่ได้กำหนดว่ามื้อไหน
เคน ธีรเดช วงศ์พัวพัน ทานมื้อเย็นมื้อเดียว
เป้ สุรัช ทับวัง หรือ เป้ ไฮร็อก ทานมื้อเย็นมื้อเดียว
นายแพทย์โยะชิโนะริ นะงุโม (Yoshinori Nagumo) เขียนหนังสือยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี

พระธรรมมงคลญาณ จัดมหากุศลธรรม เปิดหลักสูตร คุรุสาสมาธิ
.. พระที่มาเข้าอบรมหลักสูตรคุรุสาสมาธิ จะต้อง ตื่นแต่เช้ามืด ทำวัตรเช้า บิณฑบาต
ฉันภัตตาหาร (จังหัน) ในบาตรเท่านั้น ฉันอาสนะเดียว คือการฉันมื้อเดียว
แล้วเข้าเรียนวิชาสมาธิ ซึ่งพระธรรมมงคลญาณ ทำการสอนอบรมด้วยตนเอง ..

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.241212279336089.1073741962.180144128776238

อันที่จริงผมก็งดกาแฟมาหลายปีแล้ว
มาวันนี้ก็เป็นวันแรกที่รับกาแฟที่บ้าน
เพราะเปลี่ยนจากข้าวเย็นเป็นกาแฟ
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นต่อไป

ทุกขลาภลวงออนไลน์ (itinlife543)

แฟนเพจปลอม
แฟนเพจปลอม

ปัจจุบันข้อมูลข่าวสารในโลกไซเบอร์แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว บางคนก็รับข้อมูลข่าวสารโดยไม่มีการกลั่นกรอง รับข่าวทุกแหล่งและปักใจเชื่อทุกเรื่องราว บางคนอยู่ในโลกไซเบอร์แต่ไม่รับข้อมูลข่าวสารเลยก็มี บางคนรับข้อมูลมาแต่ไม่ได้กลั่นกรองเก็บเป็นความรู้ฝังลึก บางคนทำตัวเป็นผู้พิพากษาตัดสินผู้คนว่าผิดถูกด้วยข้อมูลอันน้อยนิด กระแสแจกทองผ่านการส่งเลขใต้ฝาขวดเครื่องดื่มเพื่อชิงโชค ทำให้มีผู้คนไม่น้อยร่วมกิจกรรม แล้วมิจฉาชีพก็อาศัยกระแสนี้สร้างแฟนเพจปลอมในเฟสบุ๊คในชื่อเดียวกันจนมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแฟนเพจของจริงที่จะแจกทอง เข้าไปร่วมกดไลค์ กดแชร์ และกดคอมเมนท์กันอย่างสนุกสนาน

เมื่อ 12 มีนาคม 2559 มีข่าวว่ามิจฉาชีพสร้างบัญชีปลอมในเฟสบุ๊ค แล้วหลอกสาวอายุ 39 ปีว่าเป็นผู้โชคดีที่ได้เงิน 10 ล้านกับรถเบนซ์ 1 คัน แต่แลกกับการส่งบัตรเติมเงินทรูมันนี่ 2000 บาท เป็นการลงทุนที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับลาภก้อนโตที่กำลังจะได้ สาวพิจารณาแล้ว แม้รู้ว่าเสี่ยงแต่ก็ยอมและส่งภาพบัตรเติมเงินของทรูมันนี่พร้อมรหัสไปให้ เมื่อส่งไปและเงินในบัตรถูกโอนออกไปแล้ว พบว่าเฟสบุ๊คของมิจฉาชีพได้ปิดตัวหนีไป จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความ ปัญหาทำนองนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เชื่อว่ามีการหลอกลวงแบบนี้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ที่เราทราบและปรากฏมาเป็นข่าวมีเพียงส่วนน้อย เพราะส่วนหนึ่งไม่แจ้งความ และที่แจ้งความก็อาจไม่มีนักข่าวนำมาเขียนข่าว

ความโลภที่อยากได้มากแต่ลงทุนน้อยเป็นกันได้ทุกคน มิจฉาชีพอาศัยความโลภในใจของมนุษย์ดำเนินการในลักษณะที่เรียกว่า ตกทอง โดยใช้สิ่งมีค่ามากมาล่อหลอก แลกกับค่าใช้จ่ายหรือทรัพย์สินที่มีค่าน้อยกว่า เมื่อเห็นว่าตนเองจะได้ประโยชน์มากกว่าก็ยอมแลก กว่าจะรู้ก็พบว่าถูกหลอกและไม่ได้ลาภก้อนโตดังที่คาดไว้ ที่เป็นเช่นนี้ก็อาจเป็นเพราะไม่ติดตามข่าวสารที่ปรากฏตามสื่อ ไม่ตระหนักข้อมูลจากข่าวตกทองที่ปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง ด้วยวิธีการที่หลากหลายแปลกใหม่ อาทิ หลอกให้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม หลอกว่าจะโอนเงินหลายสิบล้านขอให้โอนค่าใช้จ่ายไปให้ก่อน หลอกว่าเป็นหนุ่มหล่อการงานดีจะแต่งงานด้วยแต่ต้องใช้เงิน หลอกโอนเงินค่ารับพัสดุที่ส่งมาจากต่างประเทศ หลอกให้ส่งบัตรทรูมันนี่พร้อมรหัสไปให้ จะมีเทคนิคใดที่แปลกใหม่กว่าที่กล่าวไว้ข้างต้น คงต้องติดตามในสื่อกันต่อไป เพราะเชื่อได้ว่าข่าวนี้จะไม่ใช่ข่าวสุดท้าย ยังมีผู้คนอีกมากไม่ได้อ่านข่าวเหล่านี้ หรืออ่านแล้วไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แล้วนำมาเป็นข้อมูลเตือนตนเองเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจว่าจะลงทุนยอมเสี่ยงแลกลาภก้อนโตหรือไม่

http://hilight.kapook.com/view/134015

แสดงความรู้สึกในเฟซบุ๊ค (Facebook emoji)

Facebook สร้างโจทย์ให้ต้องคิด (Think)
มีให้เลือกตั้ง 6 หน้า
นึกถึงข้อสอบทั่วไปมีแค่ 4 ตัวเลือก .. ยากล่ะทีนี้
facebook emoji
facebook emoji
เดี๋ยวนี้จะกดถูกใจต้องคิดล่ะ คิดหน่อย บางทีต้องคิดเยอะเลย
เมื่อก่อนชอบไม่ชอบ กดให้ไปก่อน 1 like
เดี่ยวนี้ต้องประเมินความรู้สึกตัวเองหน่อย
1. ถูกใจ  (Like) = ชอบ เป็นกลางที่โน้มไปทางด้านดี
2. รักเลย (Love) = ชอบมาก แทนคำว่ากระทืบไลค์ได้เลย มอบให้กิ๊กบ่อย ๆ
3. ฮ่า ๆ  (Haha) = ขำ อยากบอกว่าตลกดี
4. ว้าว  (Wow) = รู้สึกประหลาดใจ อึ้งไปเลย
5. เศร้า (Sad) = เสียใจ หรือไม่ชอบนะเรื่องนี้
6. โกรธ (Angry) = ออกแนวไม่ชอบอย่างแรง
เมื่อ 24 ก.พ.59 ทดสอบแล้ว พบว่าไลค์ทั้ง 6 นี้ใช้ได้กับโพสต์ แต่คอมเมนท์ยังไม่ให้บริการ
Chris Plante ให้นิยามว่า
1. ถูกใจ  (Like) = ให้การยอมรับทั่วไป หรือชอบในเรื่องนั้น
General approval; liking something.
2. รักเลย (Love) = เป็นอะไรที่มากกว่าชอบ เพราะชอบคงยังไม่พอ ออกจะมีใจให้กัน
When like just isn’t enough; flirting.
3. ฮ่า ๆ  (Haha) = สนุกสนาน ขำขำ ฮาเลย
When something is funny.
4. ว้าว  (Wow) = ตกใจ หรือ ตราตรึงใจ
When you are shocked or impressed.
5. เศร้า (Sad) = เสียใจ ไม่ชอบ ตรงข้ามกับชอบ
When you want the opposite of Like, when you are grieving, when you team lost the big game.
6. โกรธ (Angry) = เกียจ หรือรู้สึกรังเกียจ แรงกว่าไม่ชอบเยอะ
When you hate something, when you share a disgust for a given topic.

8 เหตุผล ทำไมเด็กประสบความสำเร็จหลังเรียนจบ

ระหว่างเด็กหน้าห้อง กับเด็กหลังห้องที่ประสบความสำเร็จ
ระหว่างเด็กหน้าห้อง กับเด็กหลังห้องที่ประสบความสำเร็จ
เด็กหลังห้อง
1. พวกเขาตั้งคำถามเกี่ยวกับระบบการศึกษา
2. พวกเขาไม่ยอมเป็นผู้ติดตามใคร
3. พวกเขามักไม่ประจบประแจง
4. พวกเขามักมีเรื่องใหญ่กว่าที่ต้องกังวล
5. พวกเขามีคำจำกัดความของคำว่า “ความสำเร็จ” เป็นของตัวเอง
6. พวกเขารู้วิธีจะยกระดับความสามารถของผู้อื่น
7. พวกเขามักจะเรียนรู้โดยตรงมากกว่า
8. พวกเขามักเป็นคนช่างฝัน
เด็กหน้าห้อง (เสนอเพิ่มเติม)
1. พวกเขาปรับตัวให้เข้ากับระบบการศึกษา
2. พวกเรารู้ว่าใครเป็นคนที่ควรติดตาม
3. พวกเขารู้จักวางตัวในสังคม
4. พวกเขารู้จัดจัดลำดับเรื่องที่ต้องกังวล
5. พวกเขารู้ความหมายของ “ความสำเร็จ” ที่สังคมยอมรับ
6. พวกเขารู้วิธีจะยกระดับความสามารถของตนเอง
7. พวกเขามักจะเรียนรู้ทฤษฏีก่อนปฏิบัติ
8. พวกเขามักอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง

https://www.facebook.com/thaiall/photos/a.423083752271.195205.350024507271/10153871078767272/