#windows ตอนที่ 1 ใช้ Web Platform Installer ติดตั้ง PHP + MySQL บน IIS ง่ายล่ะชีวิต

#windows ตอนที่ 1 การแสดงคำว่า Hello World ใน Windows
จากข้อมูลใน MySQL บน IIS

การติดตั้ง IIS 8.5 + Web Platform Installer 5.0 +
PHP5.6.31 + MySQL 5.1 + PHPMyAdmin 4.0.10.20

<introduction>
สวัสดีชาวโลก หรือ Hello World!” ซึ่งผมมีโจทย์ว่า “ต้องการแสดงข้อมูลที่เก็บไว้ใน Database บน Windows ผ่านบริการของ Web Server ต้องทำอย่างไร” ก็มีหลายทางเลือก และต้องใช้กันหลายโปรแกรมเข้ามาช่วยทำให้บริการเหล่านี้เป็นจริืงได้ การทดสอบของผมใช้ Remote Desktop และ VNC ในการเข้า Web Server ก็ได้ความช่วยเหลือจาก คุณเบนซ์ ช่วยดูเรื่องเครือข่าย เปิดให้ผมเข้าจากที่บ้านได้ แล้ว คุณเปรม ก็ช่วยทำให้มี IP จริง เชื่อมกับ Intranet IP ในที่ทำงาน ผ่านการ config ใน Firewall ขอขอบคุณฝ่ายไอทีทั้งสองท่าน น้าาาา

เดี๋ยวนี้ เทคโนโลยีพัฒนาไปเร็วมาก การจะติดตั้ง Web Server (Port 80) และ Database (Port 3306) ก็ไม่ยากที่จะทำแล้ว จะเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้ง่าย เพียง click หรือ double click ไม่กี่ที สิ่งสำคัญคือ ผู้สนใจก็เพียงแต่หาอ่าน (read) สิ่งที่ Windows เค้ามีมาให้ (Services) ไม่มีในเครื่อง ก็ไปหา Download แล้วก็ไซร้ (Search) เข้าไปตามความสนใจ ลงลึกไปเรื่อย ๆ ถ้าสนใจซะอย่าง อะไรอะไร ก็ไม่ยาก เพราะอยู่ตรงหน้า หรือหา download ได้อยู่แล้ว

โปรแกรมบน Windows ที่ใช้ ประกอบด้วยดังนี้

  1. IIS 8.5 on Microsoft Windows
  2. Web Platform Installer 5.0
  3. PHP 5.6.31
  4. MySQL 5.1
  5. PHPMyAdmin 4.0.10.20 [4.7.3]
  6. Chrome Browser

</introduction>

<process>
มีขั้นตอนการติดตั้ง และเขียนโปรแกรม ดังนี้

  1. โปรแกรม Remote Desktop เป็นบริการที่มากับ Windows
    ทำให้เราเข้าไปควบคุมจากระยะไกล เป็นที่นิยมกว่าโปรแกรมอื่น (สำหรับผมนะ)
    เพราะโปรแกรมนี้เป็นของ Windows อยู่แล้ว ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

    00_remote_desktop.png
    
  2. โปรแกรม VNC เป็นบริการที่ คุณเบนซ์ แนะนำ
    ว่าใช้งานแทน Remote Desktop ทำให้เข้าเครื่องที่ทำงาน
    ขณะนั่งอยู่ที่บ้าน (Work at Home) ความสามารถคล้ายกัน แต่ตัวนี้มีรุ่นทดลอง 30 วัน

    00_vnc.png
    
  3. เราตรวจสอบข้อมูลได้ว่าในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา
    ปัจจุบันใช้ OS : Windows รุ่นอะไร
    มี RAM เท่าไร ดูใน System เมื่อเข้าผ่าน Control Panel
    นับว่าสิ่งที่ผู้ใช้ Windows ทุกคนคุ้นเคย เพราะอะไรอะไร ก็ต้องเข้าแผงควบคุม

    00_win81_64.png
    
  4. การคลิ๊กที่ปุ่ม Windows หรือปุ่ม Start เดิม
    ถ้า Click ก็จะแสดง Metro UI (User Interface)
    ถ้า Right Click ก็จะแสดงรายการ ที่ต้องใช้บ่อย เริ่มจาก Program and Features

    01_start_by_click.png
    
  5. การเข้า Control Panel
    สามารถเข้าผ่าน Right click ที่ปุ่ม Windows หรือ Windows-X แล้วมองขึ้นไป
    หรือพิมพ์ Control Panel ในช่อง Run หลังกด Windows-R

    02_control_panel.png
    
  6. เครื่องมือบริหาร ก็จะมีอะไรให้บริหารมากมาย
    ผมทราบมาว่าในนี้ต้องมี IIS คือ Web Server ของ Windows
    แต่ไม่พบ ก็ไม่แปลก เพราะเค้าไม่ได้ติดตั้งมาให้แต่แรก
    จึงต้องไปหามาลงแล้ว มีแหล่งเก็บของ Windows ที่มี แต่ยังไม่ได้ลง

    03_administrative_tools.png
  7. ใน Control Panel จะมี Program and Features
    และด้านซ้ายจะพบ Turn Windows Features on or off
    ให้คลิ๊กเข้าไป เพื่อเปิด Feature IIS ให้ทำงาน

    04_program_and_features.png
  8. ไม่เห็นคำว่า IIS แต่เห็น Internet Information Services
    ก็คลิ๊ก Check เพื่อบอกว่าขอให้ติดตั้ง IIS ให้ด้วย
    ก็จะมีรายละเอียดโปรแกรมอีกมา ที่เราจะได้มากับ IIS หรือไม่ได้มาด้วย
    ถ้าไม่คลิ๊กบริการย่อย เค้าก็ติดตั้งเฉพาะ Web Server ซึ่งเป็นบริการที่ผมมองหา
    แต่บริการ FTP Server จะไม่มาด้วย อยากได้ต้องคลิ๊ก Check นะครับ
    เห็นใช่ไหมว่า FTP Server ยังไม่ถูกคลิ๊ก

    05_windows_feature_iis.png
  9. เมื่อติดตั้งโปรแกรม IIS เสร็จแล้ว
    เมื่อเข้า Administrative Tools อีกครั้ง
    จะพบกับ Internet Information Services (IIS) Manager

    06_administrative_tools_iis.png
  10. เมื่อเข้าไปคลิ๊กถึง Default Web Site
    จะพบว่าบริการถูก Start คือ พร้อมให้บริการ เป็น Web Server

    07_iis_start.png
  11. กลับไปที่ Desktop หา Web Browser
    แล้วเปิด http://localhost

    08_localhost.png
  12. ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราน่าจะลง Web Browser ไว้หลายตัว
    ชื่อเรียกเครื่องก็มีหลายแบบ อาจเรียกว่า localhost
    เป็น local ip ก็ 127.0.0.1 หรือ ip จริงของเครื่องก็ได้ หรือชื่อ host ก็ได้อีก
    ลองเรียกว่า http://127.0.0.1 ก็ได้ครับ

    09_127001.png
  13. ถ้าใช้ Winddows อยู่แล้ว Microsoft มีโปรแกรม Web Platform Installer
    แต่เตรียมโปรแกรมไว้มากทีเดียว ทำให้เราสั่งติดตั้งโปรแกรมในรายการ
    แล้วใช้งานได้ทันที ไม่ต้องไปทำ configuration เอง แบบ manual
    เริ่มต้นก็ไปดาวน์โหลดมาติดตั้งในเครื่องของเราก่อน ฟรีครับ

    10_web_platform_installer.png
  14. ขณะดาวน์โหลด หรือติดตั้งก็รอแป๊ปนึง
    โปรแกรมไม่ใหญ่มาก แต่จะไปช้าอีกครั้งตอนติดตั้ง
    โปรแกรมย่อยที่เราเลือกในภายหลัง

    11_install_web_platform_5.png
  15. มองหาคำว่า Products ด้านบน
    แล้วก็เลื่อนหาโปรแกรมที่เราสนใจ กรณีนี้ ผมสนใจภาษา PHP
    ซึ่งเป็น Server Sided Script ทำงานร่วมกับ IIS
    เมื่อเจอ PHP 5.6.31 ก็คลิ๊ก Add และ Install ด้านล่าง

    12_install_php5631.png
  16. แม้จะเลือก PHP มาตัวเดียว แต่ระบบตรวจสอบว่าต้องลงโปรแกรมใดเพิ่ม
    เค้าเรียก Prerequisites เหมือนตอนเรียนหนังสือ
    จะลงวิชา Project ของปี 4 ต้องลงวิชาของปี 1 ก่อน เป็น pre กันอยู่

    13_download_php5631.png
  17. จากนั้นก็รอ มี 2 progress bar คือ Download กับ Install
    โปรแกรมไม่ใหญ่ก็รอแป๊ปเดียว ขึ้นกับความเร็วเน็ตด้วย

    14_download_and_install_php5631.png
  18. พอลงโปรแกรมเสร็จแล้ว
    ก็จะมีรายงานว่าลงโปรแกรมอะไรไปแล้วบ้าง
    อย่างที่เห็นผมเลือก PHP 5.6.31 ตัวเดียว แต่ชวนเพื่อนมาเพียบเลย

    15_iis_php_finish.png
  19. โปรแกรม IIS มี Root Directory อยู่ที่ C:\Inetpub\wwwroot
    จะเขียนอะไรลงไป ก็เปิดให้เพื่อนมา Download หรือเข้าถึงได้
    แต่ Winddows 8 อาจกำหนด Permission  ว่า User ห้ามเขียน
    แล้วเราก็เป็น User หนึ่ง (บางกรณีเราก็เป็นเพียง User ของเครื่อง)
    ต้องเข้าไปแก้ Security ให้ User เป็นแบบ Full Control

    16_folder_permission.png
  20. เปิดโปรแกรม Notepad แล้วพิมพ์ hello world
    เพราะคิดจะทำให้ใคร ๆ เข้าเครื่องของเรา และเห็นข้อมูลที่เราสร้างไว้

    17_notepad.png
  21. สร้างแฟ้มชื่อ helloworld.php
    แล้วทดสอบเปิดด้วย Web Browser ในเครื่องของเรา
    ยังไม่ต้องไปลองที่ไหนไกลนัก

    18_local_hello.png
  22. ลองเรียกใช้ function phpinfo() เพื่อแสดงข้อมูลของเครื่อง
    ที่ฟังก์ชันนี้พอจะแสดงออกมาได้ ก็เยอะครับ
    แล้ว save as เป็น “phpinfo.php”

    19_notepad_phpinfo_helloworld.png
  23. หากเรียบร้อยแล้ว ผมอยากมี Database ไว้ใช้
    ก็เข้า Microsoft Web Platform Installer ผ่าน Metro UI
    ด้วยการคลิ๊กที่ปุ่ม Windows แล้วมองหาโปรแกรมนี้

    20_metro_screen.png
  24. พบ MySQL Windows 5.1 ผมก็เลือก Add และ Install
    โปรแกรมจะถามให้เราใส่รหัสผ่านของ root
    ก็พิมพ์เข้าไปครับ เช่น “Song:letitbe” หรือ อะไรที่ชอบ

    21_mysql_51.png
  25. หลังติดตั้งเสร็จก็จะรายงานว่า were successfully installed
    MySQL จะไม่ถูกติดตั้งลอย ๆ แต่เชื่อมกับ IIS และ PHP เรียกใช้กันได้เลย
    เพราะเป็นหน้าที่ของ Installer ที่ทำหน้าที่ config ให้อัตโนมัติ

    22_mysql_finish.png
  26. MySQL จะเปิดบริการผ่าน port 3306
    ลองใช้ DOS ตรวจการเปิด port ด้วย
    DOS>netstat -na | find “:3306”

    23_netstat_3306.png
  27. การบริหาร MySQL ผมมักใช้ phpmyadmin
    ใน xampp หรือ appserv เค้าก็ลงมาให้เลย แต่มองหาใน installer ไม่พบ
    จึงต้องหาดาวน์โหลดมาลงเองผ่านเว็บไซต์ของ phpmyadmin.net
    ได้ phpmyadmin รุ่น 4.7.3 ไม่ได้อ่านรายละเอียด
    เห็นเป็นรุ่นใหม่ ผมก็ Download มาเลย

    24_download_phpmyadmin.png
  28. ทำการ unzip ลองห้อง c:\inetpub\wwwroot
    แล้วคาดว่าจะเรียกใช้งานผ่าน Web Server ได้ทันที

    25_phpmyadmin_unzip.png
  29. ลองเปิดจากในเครื่อง มีหน้าจอเปิดรอรับ User และ Password
    ตามที่เคยตั้งว่า User = root Password = Song:letitbe หรือะไรที่ชอบ
    เปิดในเครื่องตนเอง เปิดจากเครื่องอื่นเรียก http://localhost ไม่ได้นะ

    26_phpmyadmin_login.png
  30. ชมพูเต็มจอเลย เข้า google ใช้เลข 574 ไปช่วยหาสาเหตุ ก็ไม่พบ
    มีความเป็นไปได้หลายเรื่องที่เกิดปัญหา
    สิ่งที่ฉุกขึ้นมาในความคิดคือ รุ่นของ phpmyadmin ไม่ลงรอยกับที่อยู่ในเครื่อง
    ไปอ่านเงื่อนไขก็จริงครับ phpmyadmin 4.7.3 ต้องใช้กับ mysql 5.5
    แต่ของผมใช้รุ่น MySQL 5.1 เอง

    27_phpmyadmin_473_error.png
  31. ไปสำหรวจในห้อง phpmyadmin พบแฟ้มเพียบเลย
    ในอดีตต้องมาแก้ไข config เดี๋ยวนี้ไม่ต้องล่ะครับ
    การแก้ไขก็ไม่ยากเลย ไปหา phpmyadmin รุ่นเก่า แล้วลบห้องนี้ทิ้ง

    28_phpmyadmin_folder.png
  32. หลังติดตั้ง phpmyadmin 4.0.10.20 แล้ว
    ผมเรียกจากเครื่องที่บ้านผ่าน IP Address เพราะเครื่องที่ลงโปรแกรมอยู่ที่ทำงาน
    ก็ใช้งานได้ปกติ ไม่ใช่เรียกผ่าน localhost หรือ 127.0.0.1 นะครับ

    29_phpmyadmin_40.png
  33. เริ่มงานจากการสร้างตาราง (Table) ในฐานข้อมูล Test
    มี 1 Field ชื่อว่า Test เป็นแบบ Integer

    30_phpmyadmin_create_table.png
  34. ใส่ข้อมูลที่เป็นตัวเลขเข้าไป 1 ระเบียน
    มีค่าเท่ากับ 5

    31_phpmyadmin_insert_5.png
  35. หากจะให้สมบูรณ์ต้องมีอย่างน้อย 2 Fields
    ตัวอย่างนี้สร้าง ID เป็น Auto_Increment และ Test เป็น Varchar ขนาด 50 ตัวอักษร

    32_phpmyadmin_varcha_2_fields.png
  36. เขียนโปรแกรมด้วยภาษา PHP เพื่อเรียกข้อมูลจากตาราง Test มาแสดง
    โปรแกรมนี้เขียนแบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน
    ผมแชร์เป็น ต.ย.23 ใน http://www.thaiall.com/php

    33_select_in_wwwroot.png
  37. ผลลัพธ์กรณีเรียกข้อมูลที่มี 1 Field แต่มี 2 Records
    ผ่าน IP Address จริงจากที่บ้าน เข้าที่ทำงาน

    34_select_in_browser.png
  38. ทำการ Insert ข้อมูลเข้าตารางที่มี 2 ระเบียน
    เป็นคำว่า สวัสดีชาวโลก กับ Hello world!

    35_phpmyadmin_insert.png
  39. ข้อมูลเก็บแบบ UTF-8 สามารถอ่านได้ปกติ
    จากใน phpmyadmin ไม่พบปัญหาภาษาไทย
    เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ใช้ UTF-8

    36_phpmyadmin_browse.png
  40. เขียนโปรแกรม และเตรียม code ให้รับกับ UTF-8
    ทั้ง charset หรือ set names หรือ encoding ของ source code

    37_select_with_utf8.png
  41. ผลลัพธ์ก็ได้เห็นคำว่า สวัสดีชาวโลก สมดังมุ่งหมาย
    นี่ก็เป็นทั้งหมดที่อยากเล่าให้ฟังครับ .. ชาวโลก

    38_helloworld_in_browser.png

</process>

This slideshow requires JavaScript.

อัพเกรดจาก php5.2.6 เป็น 5.4.45 ของ appserv

appserv version
appserv version

1. วันนี้ (1 ก.พ.59) อ.ตุ้ย แจ้งว่าเครื่องบริการเครื่องหนึ่ง
ลง appserv 2.5.10 ที่มีรุ่นของ php เป็น 5.2.6
ซึ่งเป็น appserv รุ่นล่าสุด ที่มี php รุ่น 5
แต่รุ่นถัดมาคือ appserv 8.0 ใช้ php รุ่น 5.6.17 กับ 7.0.2
ซึ่งผมไม่เลือกการลง appserv รุ่นใหม่ เพราะ php ใหม่เกินไป

https://www.appservnetwork.com/en/

appserv 2.5.10 to 8.0.0
appserv 2.5.10 to 8.0.0

2. จุดเริ่มต้น เกิดจากคุณเปรม พบปัญหาในการพัฒนาระบบ
ต้องการส่งอีเมลเป็นภาษาจีนพร้อมภาษาไทย พบปัญหา
โดยฟังก์ชัน mail ส่งข้อมูลไปแล้ว
มีปัญหาไม่แสดงผลภาษาจีนร่วมกับภาษาไทยใน gmail คือ ภาษาจีนหายไปเฉย ๆ
วิธีหนึ่งที่แก้ไขได้คือแปลภาษาจีนที่เป็น unicode เป็น html entities
http://unicode.online-toolz.com/tools/unicode-html-entities-convertor.php

services.msc on WinXP
services.msc on WinXP

3. การแปลง unicode เป็น html entities ใช้ฟังก์ชันง่าย ๆ ได้เลย
โดยใช้ preg_replace_callback แล้วสร้างฟังก์ชันภายในฟังก์ชัน
แต่ php 5.2 ไม่ยอมรับฟังก์ชันแบบนี้
http://stackoverflow.com/questions/13280200/convert-unicode-to-html-entities-hex
คุณซันก็แนะนำ create_function ซึ่งก็น่าสนใจ
ที่ http://php.net/manual/en/function.create-function.php

sha1 คือ ค่า checksum ของแฟ้มที่ download มา
sha1 คือ ค่า checksum ของแฟ้มที่ download มา

4. วิธีที่ผมเลือกแก้ปัญหานี้ คือการ upgrade php จาก 5.2.6 เป็น 5.4.45
ซึ่งความต่างของรุ่น น่าจะกระทบ code ทั้งระบบน้อยกว่าการลง 5.6.17 กับ 7.0.2

– download php 5.4.45 ที่เป็น thread safe for windows มาแตก zip
– stop service ของ apache
– backup php ไว้ก่อน
– copy แฟ้มที่แตกไว้ เข้าห้อง php
– start service ของ apache
– ใช้ phpinfo() ตรวจรุ่นของ php
– ทดสอบ script ใน server ทั้งหมด
– ถ้ามีปัญหา ก็ copy php ที่ backup ไว้ กลับมาทับห้องเดิม
– กลับไปแก้ script ใน server ทั้งหมดให้ทำงานกับ php version ใหม่
– แล้วค่อยย้อนขั้นตอนข้างบนอีกครั้ง
* script ในเครื่องมี programer สัก 4 คนได้มังครับ

5. เลขรุ่นของ appserv ขยับจาก 2.5.10 มาเป็น 8.0.0 ข้ามเลขไปหลายตัว
คาดว่า เพราะเวลาในการพัฒนามีน้อย และมีงานประจำต้องทำ
ผมเองก็พัฒนา thaiabc.com ก็มีแนวคิดคล้าย appserv
นี่ก็หยุดอัพเวอร์ชั่น ไปหลายปีแล้วเหมือนกัน
http://www.thaiabc.com

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10153893646492272.1073741911.350024507271

การเข้า ssh บน google cloud เพื่อจัดการเครื่องบริการ

php-fpm
php-fpm

เมื่อ sign in เข้าไปแล้วก็จะพบกับคำว่า My console
ซึ่งจะต้องเลือกว่าเข้า Project ไหนที่เรากำลังจัดการอยู่ เมื่อเลือกแล้วก็จะมีตัวเลือก

Overview
Permissions
APIs & auth
Monitoring
Source Code
Deploy & Manage
[Compute]
Networking
Storage
Big Data

ในการเข้าจัดการเครื่องที่เลือกได้
เข้า Compute จะพบ App Engine, Compute Engine และ Container Engine
ซึ่งกรณีนี้เลือก Compute Engine ก็จะพบอีกมาก ผมเลือก VM instances ที่สร้างไว้
ก็จะเป็นการสร้าง instance ที่กำหนดว่าใช้ server แบบไหน ภาษาอะไร
งานที่ผมเข้าไปจัดการ Linux :Debian บน AMD64 + Nginx ก็จะใช้ SSH ที่อยู่หลัง instance ตัวที่สร้างขึ้น

$sudo su
#cd /opt/bitnami/nginx/conf/bitnami

พบว่า index ใน location ไม่ได้กำหนด index.php ก็ต้องเพิ่มเข้าไป
เพราะที่มีนั้น มีแต่ index.html กับ index.htm ไม่ใส่จะเป็นปัญหากับ wordpress

พบปัญหา 502 bad gateway แล้วก็พบคำแนะนำ
ใน http://serverfault.com/questions/457911/nginx-php-fpm-502-bad-gateway
จากการตรวจสอบ พบว่าไม่สอดคล้องกับสิ่งที่พบใน google cloud และไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา
จึงไม่ได้ปรับแฟ้ม bitnami.conf ที่อยู่ใน google cloud

ตรวจสอบว่า php-fpm ทำงานอยู่ด้วย #ps -aux|grep php พบว่าทำงานอยู่
ตรวจสอบด้วย phpinfo() ก็บพว่า php-fpm ทำงานอยู่
ใน #tail /opt/bitnami/nginx/logs/access.log แต่ไม่ได้แสดงว่า php-fpm ทำงานด้วยรึเปล่า
พบว่า /opt/bitnami/nginx/conf/bitnami/phpfastcgi.conf มีการ config การทำงานของ php-fpm เรียบร้อย
และ bitnami.conf ก็ include แฟ้ม phpfastcgi.conf มาเรียบร้อย
สรุปว่า nginx เรียกใช้ phpfastcgi หรือ php-fpm แน่นอน
เพราะเวลามีปัญหากับ php ใน error.log จะมีข้อความ
เช่น FastCGI send in stderr: “PHP Message: WordPress database error Table ‘xxx’ does’t exist for query SELECT …

โปรแกรมทดสอบการจัดการข้อมูลใน MySQL บน Smartphone [3]

script to manage mysql
script to manage mysql

ได้สมาร์ทโฟน Android ราคา 2900 บาทมาเครื่องหนึ่ง
ติดตั้ง App: Palapa Web Server
ที่ให้บริการ Web Server, PHP และ MySQL ซึ่งซอฟท์แวร์นี้ใช้งานได้ฟรีไม่จำกัด
พบว่าเปิดบริการ Web server ได้ตามปกติ
แล้วติดตั้ง FTP server
กำหนดห้องเป็น /sdcard/pws/www/ ทำให้สามารถเขียนโปรแกรมบน PC
แล้วส่งไปประมวลผลที่ Smart Phone ในฐานะ Web Server
มีประเด็นเล่าสู่กันฟังดังนี้
1. Smart Phone จะมี IP ในวง Wifi เช่น 192.168.2.2 ดังนั้นจะใช้ 3G ไม่ได้
เพราะถ้าใช้ 3G เครื่องในวง Wifi ก็จะไม่รู้จัก SmartPhone ในฐานะ Web Server
2. ทดสอบเปิดดูว่าติดต่อได้หรือไม่โดยใช้ Browser ไปที่ http://127.0.0.1:8080
3. สามารถใช้ระบบบริหารจาก http://127.0.0.1:9999
4. ถ้า install Phpmyadmin จาก Smartphone
แล้วก็จะเปิด http://127.0.0.1:9999/phpmyadmin
5. download mysqlworking.php จาก
http://www.thaiall.com/perlphpasp/source.pl?key=9116
แล้วกำหนด user & password เป็น root กับ adminadmin
แล้ว save as กำหนด type เป็น UTF8 ด้วย Editplus3
6. ส่ง mysqlworking.php เข้าห้อง /sdcard/pws/www/
แล้วเปิด http://127.0.0.1:8080/mysqlworking.php

phpmyadmin บน Palapa
phpmyadmin บน Palapa

สำหรับบทเรียนเรื่อง FTP Server บน Smart Phone
อยู่ที่ http://www.thaiall.com/learn/useftp.htm

web admin on palapa
web admin on palapa

Palapa Web Server
http://alfanla.com/palapa-web-server/
แพคเกจประกอบด้วย
1. Lighttpd 1.4.35
2. PHP 5.5.15
3. MySQL 5.1.69
4. MSMTP 1.4.32
5. Web Admin 2.1.0

ข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องทราบ
Default Document Root (htdocs) คือ Path : /sdcard/pws/www/
Default URL คือ Address : http://127.0.0.1:8080
Web Admin Informations
Address : http://127.0.0.1:9999
Username : admin
Password : admin
MySQL Informations
Host : localhost (127.0.0.1)
Port : 3306
Username : root
Password : adminadmin
phpMyAdmin (ถ้าใช้ก็ต้องกดปุ่มติดตั้งเพิ่มเติม)
Address : http://127.0.0.1:9999/phpmyadmin
Username : root
Password : adminadmin

ทีแรกคิดว่าจะเรียบเรียงเรื่อง LAMP ไว้ที่เว็บไซต์เกี่ยวกับการพัฒนา Android APP
แต่ดูแล้ว น่าจะมีอะไรอีกมากในการใช้งาน Smart Phone จึงฝากไว้กับ Blog ก่อน
http://www.thaiall.com/android/

ระบบรับข้อมูลหนึ่ง ถูก แ+ฮ+ก ด้วย script

process of solution
process of solution

วันนี้ได้รับแจ้งว่าระบบเก่า ถูก post h-a-c-k_e-d
จึงเข้าไปแกะ script แบบค่อย ๆ ไล่ไปทีละแฟ้ม
เพราะเขียนไว้นาน และหลายคน จำอะไรไม่ได้เลย

1. ดู source ซึ่งเป็นผลลัพธ์ พบว่า
script ไม่ได้เสียหาย แต่มีการ post script เข้ามาเป็นข้อมูล

2. ในข้อมูลมี script จริง แสดงว่าไม่มีการ convert ข้อมูลก่อน insert

3. เข้าไปดูระบบรับข้อมูลพบว่าติด captcha แต่เป็น plain text แบบง่าย
แสดงว่า script ที่เข้ามาในระบบเป็นขั้นเทพ ถึงแกะ captcha ออกได้

4. เพิ่มการป้องกันใน form รับข้อมูล
โดยกำหนดเงื่อนไขว่า form ต้องถูกเรียกจาก script ที่กำหนด
ถ้าเรียกจากที่ไหน ๆ ก็จะไม่เปิดฟอร์ม

5. อันที่จริงควรเปลี่ยนข้อมูลด้วย stripslashes เข้าฐานข้อมูล
เพื่อล้าง script แต่นั่นเป็นการแก้ปลายเหตุ
จึงแก้ต้นเหตุ คือ ไม่ให้ข้อมูลเข้า จากขั้นตอนที่ 4
หรือเพิ่มการตรวจสอบก่อน insert ซึ่งมีอีกหลายวิธี

เปลี่ยนรุ่นของ PHP จาก 4 เป็น 5 แล้ว script ใช้งานไม่ได้

เล่าสู่กันฟัง เรื่องปัญหาการปรับเปลี่ยนรุ่นของ server

URL กับ REQUEST_URIURL กับ REQUEST_URI
URL กับ REQUEST_URI

เนื่องจาก script ที่ใช้เคย สามารถใช้งานได้ปกติ
แต่เกิดปัญหาหลัง upgrade server
ที่ต้องใช้ PHP version ใหม่ ก็พบว่า script เดิมใช้งานไม่ได้
ตรวจดูก็พบว่าค่าของระบบ _SERVER ที่เคยส่งให้กับ script ภาษา PHP
ไม่ยอมส่งค่าให้ตามปกติ คือ ไม่ส่งอะไรคืนมาเลย
ต้องแก้ไขโดยกำหนดการรับค่าจากระบบ เป็นค่าใหม่

เดิมรับค่า “URL” ก็ต้องเปลี่ยนเป็นรับค่า “REQUEST_URI”

ซึ่งเหตุการแบบนี้เกิดขึ้นได้ในปัจจุบัน และเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอนในอนาคต
เมื่อต้องมีการ upgrade server ในปีต่อ ๆ ไป

ค่าใน _SERVER[“REQUEST_URI”] เปลี่ยนไปใน PHP 5.2.6

PHP 5.2.6 & PHP 4.4.9
PHP 5.2.6 & PHP 4.4.9

พบปัญหาใน script : managefile.php ที่ให้บริการจัดการแฟ้มแบบออนไลน์ หลัง upgrade server ตัวหนึ่ง แบบย้ายเครื่องแล้ว clone ข้อมูล มีการติดตั้ง webserver version ใหม่ พบว่าความสามารถในการกำหนดรหัสผ่านใหม่ ซึ่งใช้เทคนิคการ encrypt + password embedded + replace script โดยใช้ค่าที่รับจากตัว script เอง .. กลับใช้งานไม่ได้ แล้ว script ตอบมาว่าติดปัญหา security ไปตรวจดูก็พบว่าค่าของ  $_SERVER[“REQUEST_URI”] ของ PHP 5.2.6 ต่างไปจากเดิม แก้ไขโดยเปลี่ยนจาก $_SERVER[“REQUEST_URI”] เป็น  $_SERVER[“SCRIPT_NAME”]

http://thaiwebsearch.hypermart.net/perlphpasp/source.pl?9102

ปล.ต้องหาเวลาเข้า upgrade script แล้ว

มูดเดิ้ลล้ม แล้วย้ายเครื่อง ออกอาการสตาร์ทไม่ติด

can not start moodle
can not start moodle
การติดตั้ง moodle 2.1 ขึ้นไป
ต้องใช้ PHP 5.3.2 เป็นขั้นต่ำ
อย่างเครื่องที่ใช้ PHP 5.2.6 ถ้ามีการปิดระบบ หรือย้ายเครื่อง
อาจพบปัญหานี้ได้ ก็แก้ไขโดยเปลี่ยนรุ่นของ php
Parse error: syntax error, unexpected T_PAAMAYIM_NEKUDOTAYIM
in C:\Appserv\www\_class\lib\accesslib.php on line 5288
แล้วอย่าลืมว่า mysql ก็ต้อง MySQL 5.0.25 ขึ้นไป
อย่างเครื่องบริการเครื่องหนึ่งเป็น php 4 + mysql 4
ก็ต้องเลือก moodle 1.9 เพราะ 2.2 ต้องการมากกว่าที่มี
แต่ถ้าเป็นเครื่องที่ควบคุมได้ ก็ลงไปเลย php5.3 + mysql5.0
แล้วการใช้ appserv ก็เป็นอะไรที่สะดวกสบายยิ่ง
.. confirm

การตรวจรหัสผ่านใน ldap server

apache directory studio : ldap server & client
apache directory studio : ldap server & client

http://directory.apache.org/studio/

ได้รับโอกาสจากคุณหนึ่งให้หาวิธีการตรวจสอบรหัสผ่านกับ ldap server ด้วย php
ซึ่งรหัสผ่านในเครื่องบริการถูกเข้ารหัสแบบ {SHA} ซึ่งเป็นการเข้ารหัสทางเดียว แบบคงที่
การตรวจสอบทำโดยเข้ารหัสผ่านของเรา แล้วส่งไปเปรียบเทียบรหัสที่ถูกเข้ารหัสไว้ว่าตรงกันหรือไม่
หากใน shell ของ linux สามารถใช้ # slappasswd -h {SHA} -s mypassword
สร้างรหัสผ่านที่ได้รับการเข้ารหัส
แต่ถ้าเป็น PHP ต้องใช้ $e =  base64_encode( pack( “H*”, sha1(“mypassword”)));
ตัวอย่าง code นี้เข้าไป scan ใน directory ต่าง ๆ เพราะไม่ทราบว่า user นี้อยู่ในกลุ่มใด

// verify user & password in ldap server
$ldap = ldap_connect(“127.0.0.1”,389);
$b = ldap_bind($ldap,”uid=sombat”,”loveyou”) or die(“bind died”);
//
$arr = array(
“ou=LAMPANG,ou=STAFF,ou=TEAM_A”,
“ou=LAMPANG,ou=MANAGER,ou=TEAM_A”,
“ou=BANGKOK,ou=STAFF,ou=TEAM_A”,
“ou=BANGKOK,ou=MANAGER,ou=TEAM_A”,
“ou=LAMPANG,ou=STAFF,ou=TEAM_B”,
“ou=LAMPANG,ou=MANAGER,ou=TEAM_B”,
“ou=BANGKOK,ou=STAFF,ou=TEAM_B”,
“ou=BANGKOK,ou=MANAGER,ou=TEAM_B”);
foreach ($arr as $key => $value) {
$dn = ‘uid=’. $_REQUEST[“uid”] .’,’.$value.’,dc=abc,dc=com’;
$result = ldap_search($ldap, $dn,”(uid=*)”,array(“uid”,”userpassword”));
$rec = ldap_get_entries($ldap,$result);
$encoded = “{SHA}” . base64_encode( pack( “H*”, sha1($_REQUEST[“pass”]) ) );
if (isset($rec[0][“userpassword”][0]) && $rec[0][“userpassword”][0] == $encoded) {
echo “<meta http-equiv=’refresh’ content=’0;url=http://www.abc.com/pass.php’ />“;
exit;
}
}
ldap_unbind($ldap);
header(“location: http://www.abc.com/login.php“);

การแสดงรายชื่อตารางทั้งหมดใน MSSQL

EMS : MSSQL Manager
EMS : MSSQL Manager

มีโอกาสเข้าใช้ MSSql หรือ SQL Server แต่ผู้ดูแลไม่ได้แจ้งว่าตารางที่ผมเข้าถึงได้ คือ ตารางชื่ออะไร
จึงเขียน 2 โปรแกรม สำหรับตรวจสอบข้อมูล
เพื่อจัดทำโปรแกรม insert, delete, update, select ต่อไป

1. โปรแกรมแสดงรายการตารางทั้งหมด

$strSQL = “SELECT * FROM sys.Tables”; // order by name”;
$strQuery =  mssql_query($strSQL);
while($result = mssql_fetch_array($strQuery)) { echo $result[0]  . “<br/>”; }

2. โปรแกรมแสดงรายการเขตข้อมูลทั้งหมด
$strSQL = “SELECT * FROM sys.columns”;
$strQuery =  mssql_query($strSQL);
$f0 = “”;
while($result = mssql_fetch_array($strQuery)) {
if ($f0 != $result[0]) echo “<hr/>”;
echo $result[0]  . ” ” . $result[1]  . “<br/>”;
$f0 = $result[0];
}

ปล. อันที่จริงถ้าใช้ SQL Manager จะดีกว่านั่งเขียน Script เพราะ host กับ user ก็รู้หมดแล้ว

EMS : MSSQL Manager
http://www.sqlmanager.net/en/downloads

Microsoft SQL Server  2008 Management Studio Express
http://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=7593