ครูรักศิษย์ แต่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ

การตีเด็กไม่ใช่เรื่องดี
การตีเด็กไม่ใช่เรื่องดี

เป็นมนุษย์ก็มักจะมีอารมณ์เป็นธรรมดา
อย่างคุณครูท่านนี้ก็มีหน้าที่ทำให้ศิษย์เก่งขึ้น
มีความรักต่อศิษย์ อยากให้เด็กเรียนรู้สิ่งที่ครูทุ่มเทถ่ายทอด
แต่พอเด็กเรียนรู้ได้ช้ากว่าที่คาดหวัง ก็จะเกิดอารมณ์ เกิดโทสะ
แล้วใช้กำลังกระทำไปตามอารมณ์
แต่ทำไปแล้วก็กลับเป็นความผิด
เพราะเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ รู้เท่าไม่ถึงการณ์
เป็นความผิดที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ
สรุปว่า “เกิดเป็นครู ก็อย่าไปใช้กำลังกับศิษย์
อย่ายึดมั่นถือมั่น และปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติบ้าง

กรณีตีเด็กจนเป็นรอยเขียวช้ำที่หน้า
เด็ก 6 ขวบถูกครูลงโทษเพียงแค่เพราะเขียนคำตอบช้า และสะกดคำผิด ๆ ถูก ๆ
ในระหว่างการทดสอบสะกดคำ
เหตุเกิดที่ อำเภอบ๊าตสาต จังหวัดหล่าวกาย ประเทศเวียดนาม
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1460122548
https://blog.eduzones.com/moobo/138742

งดทานข้าวเย็น

coffee เย็น
coffee เย็น

แบบอย่างทางธรรม หรือแบบอย่างทางจิตวิญญาณ
ของผม คือ พระสงฆ์หลายรูปที่มีจริยวัตรที่งดงามเป็นแบบอย่าง
ฉันอาสนะเดียว คือ การฉันมื้อเดียว ไม่มีฉันเพล
เพราะเห็นพระสงฆ์ท่านเป็นแบบอย่าง
ดังนั้น 29 มีนาคม 2559 ผมจึงเริ่มเตรียมความพร้อม
ที่จะ “งดทานข้าวเย็น
ที่ผ่านมางดข้างกลางวันมาตั้งแต่ปี 2551 – 2552 แล้ว
ปีนี้ปี 2559 ก็น่าจะได้เวลางดข้าวเย็นซะที
แต่ก็ไม่ได้หักดิบนะครับ ยังดื่มน้ำชากาแฟขนมปันก่อน
ก็ต้องค่อย ๆ ปรับตัวกันไป กลัวกระเพาะลำไส้ปรับตัวไม่ทัน
ถ้าปรับไม่ทันหนักเข้าก็คงต้องกลับไปทานอาหารเย็นเหมือนเดิม

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10153996415698895&set=a.10150918047198895.435716.814248894
ผู้คนที่กินข้าวมื้อเดียว
นิรุตติ์ ศิริจรรยา ทานมื้อเดียวแต่ไม่ได้กำหนดว่ามื้อไหน
เคน ธีรเดช วงศ์พัวพัน ทานมื้อเย็นมื้อเดียว
เป้ สุรัช ทับวัง หรือ เป้ ไฮร็อก ทานมื้อเย็นมื้อเดียว
นายแพทย์โยะชิโนะริ นะงุโม (Yoshinori Nagumo) เขียนหนังสือยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี

พระธรรมมงคลญาณ จัดมหากุศลธรรม เปิดหลักสูตร คุรุสาสมาธิ
.. พระที่มาเข้าอบรมหลักสูตรคุรุสาสมาธิ จะต้อง ตื่นแต่เช้ามืด ทำวัตรเช้า บิณฑบาต
ฉันภัตตาหาร (จังหัน) ในบาตรเท่านั้น ฉันอาสนะเดียว คือการฉันมื้อเดียว
แล้วเข้าเรียนวิชาสมาธิ ซึ่งพระธรรมมงคลญาณ ทำการสอนอบรมด้วยตนเอง ..

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.241212279336089.1073741962.180144128776238

อันที่จริงผมก็งดกาแฟมาหลายปีแล้ว
มาวันนี้ก็เป็นวันแรกที่รับกาแฟที่บ้าน
เพราะเปลี่ยนจากข้าวเย็นเป็นกาแฟ
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นต่อไป

ทุกขลาภลวงออนไลน์ (itinlife543)

แฟนเพจปลอม
แฟนเพจปลอม

ปัจจุบันข้อมูลข่าวสารในโลกไซเบอร์แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว บางคนก็รับข้อมูลข่าวสารโดยไม่มีการกลั่นกรอง รับข่าวทุกแหล่งและปักใจเชื่อทุกเรื่องราว บางคนอยู่ในโลกไซเบอร์แต่ไม่รับข้อมูลข่าวสารเลยก็มี บางคนรับข้อมูลมาแต่ไม่ได้กลั่นกรองเก็บเป็นความรู้ฝังลึก บางคนทำตัวเป็นผู้พิพากษาตัดสินผู้คนว่าผิดถูกด้วยข้อมูลอันน้อยนิด กระแสแจกทองผ่านการส่งเลขใต้ฝาขวดเครื่องดื่มเพื่อชิงโชค ทำให้มีผู้คนไม่น้อยร่วมกิจกรรม แล้วมิจฉาชีพก็อาศัยกระแสนี้สร้างแฟนเพจปลอมในเฟสบุ๊คในชื่อเดียวกันจนมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแฟนเพจของจริงที่จะแจกทอง เข้าไปร่วมกดไลค์ กดแชร์ และกดคอมเมนท์กันอย่างสนุกสนาน

เมื่อ 12 มีนาคม 2559 มีข่าวว่ามิจฉาชีพสร้างบัญชีปลอมในเฟสบุ๊ค แล้วหลอกสาวอายุ 39 ปีว่าเป็นผู้โชคดีที่ได้เงิน 10 ล้านกับรถเบนซ์ 1 คัน แต่แลกกับการส่งบัตรเติมเงินทรูมันนี่ 2000 บาท เป็นการลงทุนที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับลาภก้อนโตที่กำลังจะได้ สาวพิจารณาแล้ว แม้รู้ว่าเสี่ยงแต่ก็ยอมและส่งภาพบัตรเติมเงินของทรูมันนี่พร้อมรหัสไปให้ เมื่อส่งไปและเงินในบัตรถูกโอนออกไปแล้ว พบว่าเฟสบุ๊คของมิจฉาชีพได้ปิดตัวหนีไป จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความ ปัญหาทำนองนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เชื่อว่ามีการหลอกลวงแบบนี้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ที่เราทราบและปรากฏมาเป็นข่าวมีเพียงส่วนน้อย เพราะส่วนหนึ่งไม่แจ้งความ และที่แจ้งความก็อาจไม่มีนักข่าวนำมาเขียนข่าว

ความโลภที่อยากได้มากแต่ลงทุนน้อยเป็นกันได้ทุกคน มิจฉาชีพอาศัยความโลภในใจของมนุษย์ดำเนินการในลักษณะที่เรียกว่า ตกทอง โดยใช้สิ่งมีค่ามากมาล่อหลอก แลกกับค่าใช้จ่ายหรือทรัพย์สินที่มีค่าน้อยกว่า เมื่อเห็นว่าตนเองจะได้ประโยชน์มากกว่าก็ยอมแลก กว่าจะรู้ก็พบว่าถูกหลอกและไม่ได้ลาภก้อนโตดังที่คาดไว้ ที่เป็นเช่นนี้ก็อาจเป็นเพราะไม่ติดตามข่าวสารที่ปรากฏตามสื่อ ไม่ตระหนักข้อมูลจากข่าวตกทองที่ปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง ด้วยวิธีการที่หลากหลายแปลกใหม่ อาทิ หลอกให้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม หลอกว่าจะโอนเงินหลายสิบล้านขอให้โอนค่าใช้จ่ายไปให้ก่อน หลอกว่าเป็นหนุ่มหล่อการงานดีจะแต่งงานด้วยแต่ต้องใช้เงิน หลอกโอนเงินค่ารับพัสดุที่ส่งมาจากต่างประเทศ หลอกให้ส่งบัตรทรูมันนี่พร้อมรหัสไปให้ จะมีเทคนิคใดที่แปลกใหม่กว่าที่กล่าวไว้ข้างต้น คงต้องติดตามในสื่อกันต่อไป เพราะเชื่อได้ว่าข่าวนี้จะไม่ใช่ข่าวสุดท้าย ยังมีผู้คนอีกมากไม่ได้อ่านข่าวเหล่านี้ หรืออ่านแล้วไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แล้วนำมาเป็นข้อมูลเตือนตนเองเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจว่าจะลงทุนยอมเสี่ยงแลกลาภก้อนโตหรือไม่

http://hilight.kapook.com/view/134015

แสดงความรู้สึกในเฟซบุ๊ค (Facebook emoji)

Facebook สร้างโจทย์ให้ต้องคิด (Think)
มีให้เลือกตั้ง 6 หน้า
นึกถึงข้อสอบทั่วไปมีแค่ 4 ตัวเลือก .. ยากล่ะทีนี้
facebook emoji
facebook emoji
เดี๋ยวนี้จะกดถูกใจต้องคิดล่ะ คิดหน่อย บางทีต้องคิดเยอะเลย
เมื่อก่อนชอบไม่ชอบ กดให้ไปก่อน 1 like
เดี่ยวนี้ต้องประเมินความรู้สึกตัวเองหน่อย
1. ถูกใจ  (Like) = ชอบ เป็นกลางที่โน้มไปทางด้านดี
2. รักเลย (Love) = ชอบมาก แทนคำว่ากระทืบไลค์ได้เลย มอบให้กิ๊กบ่อย ๆ
3. ฮ่า ๆ  (Haha) = ขำ อยากบอกว่าตลกดี
4. ว้าว  (Wow) = รู้สึกประหลาดใจ อึ้งไปเลย
5. เศร้า (Sad) = เสียใจ หรือไม่ชอบนะเรื่องนี้
6. โกรธ (Angry) = ออกแนวไม่ชอบอย่างแรง
เมื่อ 24 ก.พ.59 ทดสอบแล้ว พบว่าไลค์ทั้ง 6 นี้ใช้ได้กับโพสต์ แต่คอมเมนท์ยังไม่ให้บริการ
Chris Plante ให้นิยามว่า
1. ถูกใจ  (Like) = ให้การยอมรับทั่วไป หรือชอบในเรื่องนั้น
General approval; liking something.
2. รักเลย (Love) = เป็นอะไรที่มากกว่าชอบ เพราะชอบคงยังไม่พอ ออกจะมีใจให้กัน
When like just isn’t enough; flirting.
3. ฮ่า ๆ  (Haha) = สนุกสนาน ขำขำ ฮาเลย
When something is funny.
4. ว้าว  (Wow) = ตกใจ หรือ ตราตรึงใจ
When you are shocked or impressed.
5. เศร้า (Sad) = เสียใจ ไม่ชอบ ตรงข้ามกับชอบ
When you want the opposite of Like, when you are grieving, when you team lost the big game.
6. โกรธ (Angry) = เกียจ หรือรู้สึกรังเกียจ แรงกว่าไม่ชอบเยอะ
When you hate something, when you share a disgust for a given topic.

8 เหตุผล ทำไมเด็กประสบความสำเร็จหลังเรียนจบ

ระหว่างเด็กหน้าห้อง กับเด็กหลังห้องที่ประสบความสำเร็จ
ระหว่างเด็กหน้าห้อง กับเด็กหลังห้องที่ประสบความสำเร็จ
เด็กหลังห้อง
1. พวกเขาตั้งคำถามเกี่ยวกับระบบการศึกษา
2. พวกเขาไม่ยอมเป็นผู้ติดตามใคร
3. พวกเขามักไม่ประจบประแจง
4. พวกเขามักมีเรื่องใหญ่กว่าที่ต้องกังวล
5. พวกเขามีคำจำกัดความของคำว่า “ความสำเร็จ” เป็นของตัวเอง
6. พวกเขารู้วิธีจะยกระดับความสามารถของผู้อื่น
7. พวกเขามักจะเรียนรู้โดยตรงมากกว่า
8. พวกเขามักเป็นคนช่างฝัน
เด็กหน้าห้อง (เสนอเพิ่มเติม)
1. พวกเขาปรับตัวให้เข้ากับระบบการศึกษา
2. พวกเรารู้ว่าใครเป็นคนที่ควรติดตาม
3. พวกเขารู้จักวางตัวในสังคม
4. พวกเขารู้จัดจัดลำดับเรื่องที่ต้องกังวล
5. พวกเขารู้ความหมายของ “ความสำเร็จ” ที่สังคมยอมรับ
6. พวกเขารู้วิธีจะยกระดับความสามารถของตนเอง
7. พวกเขามักจะเรียนรู้ทฤษฏีก่อนปฏิบัติ
8. พวกเขามักอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง

https://www.facebook.com/thaiall/photos/a.423083752271.195205.350024507271/10153871078767272/

การต่อสู้ภายใน – หมาป่าสองตัวในตัวเราทุกคน

มนุษย์เราไม่มีใครดีเปอร์เฟค 100% หรอก
มาดูกันว่าหัวหน้าของคุณแสดงบทบาทของ เจ้านาย และ ผู้นำอย่างละกี่เปอร์เซ็น
ถ้ามอง หัวหน้า เป็น เจ้านาย แสดงว่าบทบาทของ ผู้นำ ก็ต้องน้อยกว่า
นั่นก็เท่ากับมีหมาป่าตัวใดตัวหนึ่งในเรื่องนี้เป็นฝ่ายครอบงำ หัวหน้า
http://www.thaiall.com/blog/burin/7398/

ปู่เฒ่าเผ่าเชอโรกี เล่าเรื่องหมาป่าสองตัว
ปู่เฒ่าเผ่าเชอโรกี เล่าเรื่องหมาป่าสองตัว
หัวหน้าเล่าเรื่อง หมาป่าสองตัวในตัวเราทุกคน ได้อย่างน่าสนใจ
ในการประชุมเรื่องแผนกลยุทธ์ปี 2558 วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 ห้อง Auditorium
มีหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจ คือ “การต่อสู้ภายใน
ปู่เฒ่าเผ่าเชอโรกีพูดกับหลานชายของเขา
มีสงครามระหว่างหมาป่าสองตัวภายในตัวเราทุกคน
ตัวหนึ่ง คือ อีวิ่ว (Evil) ตัวเมีย
มัน คือ โกรธ (anger) อิจฉา (jealousy) โลภ (greed) ไม่พอใจ (resentment) ความด้อย (inferiority) โกหก (lie) และยึดมั่นในตน (ego)
อีกตัวหนึ่ง คือ กูด (Good) ตัวผู้
มัน คือ สนุก (joy) สงบ (peace) รัก (love) หวัง (hope) นอบน้อม (humility) เมตตา (kindness) เอาใจใส่ (empathy) และซื่อสัตย์ (truth)
แล้วหลานชายก็ถามปู่เฒ่าของเขาว่า “ตัวไหนชนะ
ปู่เฒ่าตอบว่า “ก็ตัวที่เอ็งเลี้ยงไว้นั่นหละ

เจ้านาย กับ ผู้นำ
เจ้านาย กับ ผู้นำ

ปัญหาของ #เจ้านายกับผู้นำ
เลือกที่จะเป็น และเลือกที่จะชอบได้
https://www.facebook.com/aom.chayakorn/posts/1337340889615241

คนขี้อาย กับคนไม่ขี้อาย

คนขี้อาย กับคนไม่ขี้อาย
คนขี้อาย กับคนไม่ขี้อาย

วันศุกร์ที่ 27 มี.ค.58 (วันที่ในภาพผิดครับ)
คุยให้ใครคนหนึ่งฟ้ง ผู้ฟัง .. หัวเราะหึหึ
ผมบอกว่า พบคนขี้อาย และคนไม่ขี้อาย
สำหรับคนที่ไม่ขี้อายก็เห็นมีแต่พระสงฆ์
ท่านมีวิถีสมถะ ปล่อยวาง สงบเย็น น่าชื่นชม
สมัยนี้คนเราอายกันง่าย .. มี ต.ย. ที่น่าสนใจ
– ใช้โทรศัพท์เก่า ก็อาย ไม่กล้ารับโทรศัพท์ต่อหน้าใคร
– สวมเสื้อผ้าสีไม่เข้ากัน สีไม่สดใส ก็อาย ไม่อยากไปไหน
– หน้าตาไม่ได้ทาแป้ง ก็อาย ไม่กล้าให้ใครเห็นหน้าสด
– ผมหงอก ก็อาย กลัวเขาว่าแก่เฒ่า เห็นเส้นหนึ่งก็ต้องถอน
– ทานเตี๋ยว ก็อาย ไม่กล้าอัพรูป จะอัพอาหารฝรั่ง กับญี่ปุ่น
– ขับรถเก่า ก็อาย ไม่อยากให้ใครเห็น ไปซื้อรถใหม่
ผมว่าเป็นธรรมชาติของคนขี้อายครับ
แต่ทั้งหมดนั่น พระท่านที่ปล่อยวาง พูดว่า “มันเป็นเช่นนั้นแล”

เจ็บหลังตามประสาคนแก่ แต่เป็นอะไรกันแน่นะ

เจ็บหลังส่วนล่าง
เจ็บหลังส่วนล่าง

พอเจ็บป่วยมาก็เป็นกังวลว่าเราจะเป็นอะไรรึเปล่า
เจ็บอะไรรอบท้องก็เป็นห่วง อยากไปพบแพทย์ เพราะอยู่ข้างใน มองไม่เห็น
ตั้งสมมติฐานที่คนรอบตัวเคยเป็นกันไว้ก่อนว่า

1. นิ่งในถุงน้ำดี (Gall stone)
มักมีอาการปวดจุกแน่นท้อง ใต้-ชายโครงขวา หรือลิ้นปี่ ท้องอืด อิ่มง่าย

https://www.samitivejhospitals.com/th/นิ่วในถุงน้ำดี

2. นิ่วในไต (Renal calculi)
อาการนิ่วในไตมักเกิดจากการที่ปัสสาวะเข้มข้นมาก และตกตะกอนเป็นนิ่ว
มักจะเกิดที่ไตบริเวณกรวยไต และเมื่อนิ่วหลุดลงมาท่อไตก็จะเกิดอาการปวดท้องทันทีเหมือนคนปวดท้องคลอดลูก
http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/renal/renal_calculi.htm

3. ใส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis)
อาการปวดช่วงแรกจะเหมือนปวดท้องทั่วไปทุกอย่าง จะรู้สึกปวดทั่วไป บอกตำแหน่งแน่นอนไม่ได้
หลายคนบอกปวดถี่ คล้ายโรคกระเพาะ หรือปวดรอบสะดือ มักเป็นอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะด้านขวา
ถ้าปล่อยเอาไว้ จนไส้ติ่งแตก จะทำให้การอักเสบลุกลาม

https://www.samitivejhospitals.com/th/ผ่าไส้ติ่งแผลเล็ก

4. กล้ามเนื้อหลังอักเสบ (Musculotendinous Strain)
อาการมักรู้สึกปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง (ตรงบริเวณกระเบนเหน็บ) ซึ่งอาจเกิดขึ้นเฉียบพลัน
หรือค่อยเป็นทีละน้อย อาการปวดอาจเป็นอยู่ตลอดเวลา หรือปวดเฉพาะในท่าบางท่า การไอ จาม หรือบิดตัว
เอี้ยวตัวอาจทำให้รู้สึกปวดมากขึ้น โดยทั่วไปผู้ป่วยจะแข็งแรงดี และไม่มีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย
http://www.thailabonline.com/sec21muscularstrain.htm

วันนี้พึ่งเจ็บหลังส่วนล่าง สงสัยว่ากล้ามเนื้อหลังอักเสบ
เพราะเมื่อเช้าพึ่งยกจักรยานมา 1 คัน เย็นนี้คงต้องไปหายาคลายกล้ามเนื้อมาบรรเทาอาการซะแล้ว
http://wanrat.exteen.com/20061213/entry

ถังน้ำ 2 ใบ

ข้อคิดจากถังน้ำ 2 ใบ
ข้อคิดจากถังน้ำ 2 ใบ
ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่า เพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร
ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง
แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกลจากลำธารกลับสู่บ้าน จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลาสองปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำ กลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง
ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจ ในผลงานเป็นอย่างยิ่ง
ขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึกอับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง
มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ที่มันถูกสร้างขึ้นมา
หลังจากเวลาสองปีที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น
วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า
ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะรอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้าที่ทำให้น้ำที่อยู่ข้างใน
ไหลออกมาตลอดเส้นทางที่กลับไปยังบ้านของท่าน
คนตักน้ำตอบว่า “เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า
แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่ง เพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่
ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้า และทุกวันที่เราเดินกลับ
เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น เป็นเวลาสองปีที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ เหล่านั้น
กลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว ถ้าปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว
เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้ คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ
และกลายเป็นบำเหน็จ รางวัลของชีวิตได้
สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง
.. มองแง่บวกเข้าไว้

คำพูดสร้างพลัง สร้างได้ ทำลายได้ ถ้าพูดด้วยรักจะเป็นการสร้าง

love mom
love mom

ใจคน .. เปราะบางยิ่งกว่าไข่ไก่
เพราะไข่ไก่ต้องเคาะหนึ่งที่ถึงจะแตก
แต่ใจคนเปราะบางยิ่งกว่า
ด้วยคำพูดเพียงคำเดียวของผู้อื่น ซึ่งมองไม่เห็น
อาจทำให้หัวใจแหลกสลายลงไปได้

ครั้งแรก..ที่เข้าร่วมการประชุมผู้ปกครอง คุณครูชั้นอนุบาลพูดว่า…

“ลูกชายของคุณเป็นโรคอยู่ไม่สุข
ไม่สามารถนั่งสงบนิ่งบนเก้าอี้ แม้เพียงสามนาที
ให้ดีแล้ว คุณควรพาเขาไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาล”

ตอนเดินทางกลับบ้าน ลูกชายถามเธอว่า
คุณครูพูดอะไรบ้าง เธอเจ็บปวดหัวใจ
น้ำตาแทบจะไหลรินออกมา

เพราะว่า .. เด็กน้อยทั้งห้องสามสิบคน
มีเพียงการปฏิบัติตัวของลูกน้อยที่แย่ที่สุด
คุณครูแสดงออกถึงความดูแคลน

ทว่า .. เธอยังคงบอกกับลูกชายว่า
“คุณครูชื่นชมเธอ บอกว่า เดิมทีเธอไม่สามารถนั่งสงบนิ่งบนเก้าอี้
แม้แต่นาทีเดียว ตอนนี้สามารถนั่งได้สามนาทีแล้ว
ส่วนคุณแม่คนอื่น ๆ ต่างก็อิจฉาแม่ เพราะว่า ทั้งห้องมีลูกเพียงคนเดียว
ที่มีการพัฒนาที่ดีขึ้น”

ค่ำวันนั้น ลูกชายของเธอ กินข้าวหมดสองถ้วย
ซึ่งเป็นประวัติการณ์ อีกทั้งไม่ต้องให้เธอป้อน

ลูกชาย .. ขึ้นชั้นประถมแล้ว การประชุมผู้ปกครอง
คุณครูพูดว่า ..
“นักเรียนทั้งชั้นห้าสิบคน ผลการสอบคณิตศาสตร์ครั้งนั้น
ลูกชายของคุณได้อันดับที่สี่สิบ
พวกเราสงสัยว่า สติปัญญาของเขา อาจจะมีปัญหา
ให้ดีแล้ว คุณควรพาเขาไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาล ”

ระหว่างเดินทางกลับบ้าน น้ำตาเธอไหลรินออกมา
ทว่า เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว กลับพูดกับลูกชายว่า….

“คุณครูเชื่อมั่นในตัวเธอมาก เขาบอกว่า
เธอไม่ใช่เด็กที่โง่เขลา ขอเพียงแต่เพิ่มความละเอียดรอบคอบมากขึ้น
ก็จะเหนือกว่าคนที่นั่งโต๊ะเดียวกันกับเธอ
ครั้งนี้ .. คนที่นั่งโต๊ะตัวเดียวกันกับเธอ
เขาสอบได้อันดับที่ยี่สิบเอ็ด”
ตอนที่เธอพูดคำ พูดเหล่านี้ เธอพบเห็นว่า ..
ดวงตาของลูกชาย ค่อย ๆ เปล่งประกายแสงยิ่ง ๆ ขึ้น
ใบหน้าที่เศร้าสร้อยเมื่อครู่ก็ร่าเริงขึ้นมาทันที

อีกทั้ง .. เธอพบเห็นว่า ลูกชายอ่อนโยนจนทำให้เธอตกใจ
คล้ายดั่งเขาได้เติบใหญ่ขึ้นมากในทันที
วันรุ่งขึ้นไปโรงเรียน ก็ไปเช้ากว่าปกติ

ลูกชาย .. ขึ้นชั้นมัธยมต้น
เป็นอีกครั้งของการประชุมผู้ปกครอง
เธอนั่งอยู่ในที่นั่งเรียนของลูกชาย
รอคอยคุณครูขานชื่อของลูกชายเธอ

เพราะว่า .. การประชุมผู้ปกครองทุกครั้งที่ผ่านมา
รายชื่อของนักเรียน ที่มีผลการเรียนย่ำแย่
จะมีรายชื่อของลูกชายเธอทุกครั้ง

ทว่า .. ครั้งนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเธอ
จวบจนสิ้นสุดก็ไม่ได้ยินชื่อของลูกชายเธอ
เธอเกิดความไม่เคยชิน ก่อนกลับจึงไปถามคุณครู
คุณครูบอกกับเธอว่า……

“ดูจากผลการเรียนของลูกคุณในปัจจุบันแล้ว
หากไปสอบเข้าเรียนโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียง
ยังมีความเสี่ยงที่สูงอยู่”
เธอเดินออกจากโรงเรียนด้วยความดีใจ

ยามนี้ เธอเห็นลูกชายยืนรอคอยเธออยู่
ระหว่างทาง เธอจับไหล่ของลูกชาย
ภายในจิตใจรู้สึกหวานชื่นยิ่ง
เธอบอกกับลูกชายว่า…..

“คุณครูประจำชั้น พอใจในตัวเธอมาก
เขาบอกแล้วว่า ขอเพียงลูกมีความพยายาม
ก็จะมีหวังยิ่งขึ้น ที่จะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียง ”

จบมัธยมปลายแล้ว
รายชื่อนักเรียนชุดแรก ที่ทางมหาวิทยาลัย
ได้แจ้งผลการสอบผู้คัดเลือกได้

ยามนั้น .. ทางโรงเรียนได้โทรศัพท์มา ให้ลูกชายเธอไปที่โรงเรียน
เธอมีลางสังหรณ์
ว่า ลูกชายของเธอจะต้องสอบเข้า มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแน่

เพราะว่า .. ตอนที่ไปสมัครสอบ เธอได้พูดกับลูกชายว่า
เธอเชื่อและมั่นใจว่า
เขาต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้แน่นอน

ลูกชายกลับมาจากโรงเรียน นำจดหมายที่มีตราประทับ
จากสำนักงานของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังยื่นให้เธอ

จากนั้น .. หันหลังแล้ววิ่งไปที่ห้อง ร่ำร้องไห้ด้วยเสียงอันดัง
ร้องไปก็พูดไปว่า “แม่ .. ผมรู้ว่าผมไม่ใช่เด็กที่เฉลียวฉลาด
แต่ว่า .. บนโลกนี้ มีเพียงท่านที่ชื่นชมผม ..”

ยามนี้ .. เธอสุดแสนจะดีใจ ไม่สามารถกลั้นน้ำตา
ที่อัดอั้นมาสิบกว่าปีอีกต่อไปแล้ว
จึงปล่อยให้ไหลริน ร่วงลงบนซองจดหมายที่อยู่ในมือ

คำพูด .. ที่ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน สามารถแปรเปลี่ยนแนวคิด
และพฤติกรรมของคนคนหนึ่ง
แม้กระทั่งแปรเปลี่ยนโชคชะตาของคนคนหนึ่ง

คำพูด .. เชิงลบ บั่นทอนกำลังใจ
จะทิ่มแทงหัวใจและร่างกาย ของคนคนหนึ่ง
จนบาดเจ็บชอกช้ำ จวบจนกระทั่งทำลายอนาคต ของคนคนหนึ่ง

http://blog.nation.ac.th/?p=3287
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1506075673000416&set=a.1410094345931883.1073741828


หัวหน้าเคยแชร์เรื่อง บะหมี่น้ำหนึ่งชาม
http://www.thaiall.com/blog/burin/4066/
ซึ้ง ๆ เหมือนกันเลย
เป็นการเล่าถึงเรื่องทัศนคติของคน
แต่เรื่องนี้มีสองด้านที่แตกต่างกัน
เรียกว่าด้านคิดบวก กับด้านคิดลบ