สารสนเทศสำหรับนักเรียน
ความหมายของการศึกษา

การศึกษา คือ กระบวนการที่สนับสนุนการเรียนรู้ หรือการได้มาซึ่งความรู้ ทักษะ คุณค่า ความเชื่อ และนิสัย วิธีการศึกษามีทั้ง การเล่าเรื่อง การทำกลุ่มอภิปราย การสอน การอบรม และการวิจัยทางตรง การศึกษามักถูกเข้าใจว่าเป็นการชี้แนะของผู้ให้การศึกษา แล้วผู้เรียนก็ต้องศึกษาด้วยตัวของเขาด้วย การศึกษาสามารถจัดแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ที่จะทำให้เกิดประสบการณ์ เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อการคิด การรู้สึก หรือพฤติกรรม ก็ถือเป็นการศึกษาได้

Education is the process of facilitating learning, or the acquisition of knowledge, skills, values, beliefs, and habits. Educational methods include storytelling, discussion, teaching, training, and directed research. Education frequently takes place under the guidance of educators, but learners may also educate themselves. Education can take place in formal or informal settings and any experience that has a formative effect on the way one thinks, feels, or acts may be considered educational. [wiki.org]








ห้องเรียนแห่งอนาคต
เคยอ่านหนังสือ "ห้องเรียนแห่งอนาคต เปลี่ยนครูให้เป็นโค้ช" แล้วผมก็อยากใช้คำว่า "เพียงเท่านี้ การศึกษาไทยก็รอดแล้ว" เพราะรู้สึกว่า ห้องเรียนในปัจจุบันมีปัญหามากมาย ถ้าเปลี่ยนห้องเรียน เป็นห้องเรียนแห่งอนาคต แบบที่พบในเว็บไซต์ Future classroom การเปลี่ยนการเรียนการสอนใน ห้องเรียนแบบเก่า เป็นห้องเรียนแบบใหม่ คือ สอนแบบสร้างสรรค์ แบบที่ ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ เล่าถึงแนวทางทั้งในหนังสือ และในเว็บไซต์ ก็น่าจะทำให้ภาพการศึกษาของประเทศไทยเปลี่ยนแปลง ก้าวข้ามปัญหาทางการศึกษาไปได้อย่างชัดเจน ซึ่งแผนภาพ ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ก็พบว่าเป็นหนึ่งในคำแนะนำใน หนังสือห้องเรียนแห่งอนาคต
นักศึกษาแห่เก็บแฟ้มเป็น portfolio
ในอดีต .. นักเรียนคงนึกภาพเก็บข้อมูลเข้า cloud ไม่ออก
เพราะการเรียนหนังสือในอดีตนั้น โลกยังไม่กว้างเท่าปัจจุบัน
ยังไม่มีการเรียนแบบ anytime anywhere any device
ปัจจุบันเทคนิคการสอน สื่อเทคโนโลยี แหล่งค้นคว้าพัฒนาขึ้น
สื่อที่เข้ามาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการสอนมีมากขึ้น
มีแนวคิดการจัดการความรู้ผ่านเครือข่ายสังคมอุบัติขึ้นมา
(Knowledge Management with Social Media)
เริ่มปลุกกระแสนักเรียน นักศึกษา ให้แห่กันเก็บแฟ้มเป็น portfolio
ที่ได้จัดทำส่งอาจารย์ ค้นคว้าระหว่างเรียน หรือทำกิจกรรมเป็นระบบ
เก็บไว้ตาม cloud storage หรือ online storage หรือ social media
อาทิ 4shared, google drive, dropbox, onedrive
หรือเก็บไว้ในเครื่องคอมฯ แฮนดี้ไดร์ฟ เว็บไซต์ หรือ external harddisk
นอกจากจัดเก็บเพื่อ backup แล้ว 
ยังแชร์ให้เพื่อนอ่าน เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Learning Exchange)
บางท่านยังแชร์เรื่องราวที่ได้เรียนรู้ เก็บไว้ในสื่ออินเทอร์เน็ต หรือเครือข่ายสังคม
อาทิ ปรีชา พชระกุล เขียนใน https://www.l3nr.org
ที่เรียกได้ว่าเป็น "เกมส์กลับหัว เพื่อห้องเรียนกลับทาง"
หรือ blog ของ ธัญพิสิษฐ์ เลิศบำรุงชัย ที่ oknation.net
เพราะการอ่านคนเดียว รู้คนเดียว ไม่มีประสิทธิภาพเท่า
เขียนคนเดียว อ่านทั้งโลก เอาไปเล่าให้เพื่อนฟัง ร่วมกันคิด ชวนกันแลกเปลี่ยน

คำถาม ถ้าท่านเป็นนักเรียนนักศึกษา
ท่านมี folder คล้าย ๆ ตัวอย่างนี้ รึยัง
กรณีศึกษา .. ข้อสอบไม่ตอบอาชีพที่เขาหวัง
นักเรียน .. "ขอทำนาแทนทำข้อสอบ" ผู้อ่านหลายท่านอาจรู้สึกแปลกใจ
แต่ถ้าผู้อ่านท่านใดได้ดูภาพยนตร์เรื่อง "คิดถึงวิทยา"
ก็คงจะรู้ว่าไม่ใช่นักเรียนทุกคนที่อยากเป็น แพทย์ เภสัช ทันตะ วิศวะ
เด็กบางคนมีปู่ มีพ่อทำประมงในเขื่อนมาทั้งชีวิต ก็มีฝันจะทำประมงกับครอบครัวไปทั้งชีวิตเช่นกัน เด็ก(ที่บอกว่าทำนาแทน)คนนี้ก็ไม่ได้เห็นประโยชน์อะไรของการแก้สมการ ไม่เขียนแม้แต่บรรทัดแรกที่แสดงความพยายามแก้สมการ ก็คงเพราะเขาคิดว่าจะทำนาซึ่งคาดว่าเป็นอาชีพที่เขาคุ้นเคย มีคนไทยไม่น้อยประสบความสำเร็จจากอาชีพทำนา .. เรียกว่า วัตถุประสงค์ไม่ตรงกัน หรือมีการเลี้ยงดูทางการศึกษาแตกต่างกัน

+ ไปอ่านเม้นท์ที่ผู้คนเค้าแลกเปลี่ยนกันเรื่องนี้ได้ครับ
+ ชัยพร พรหมพันธุ์ ชาวนาเงินล้าน และลูกลุงจบปริญญาทุกคน เกียรตินิยมด้วย
กรณีศึกษา .. ผู้ที่เลือกใช้ชีวิตตามที่ชอบ พูดให้ฟัง
นายจ้างบางคนบอกว่าเลือกบัณฑิตจากสถาบันที่มีคุณภาพ
เคยฟัง .. นักการศึกษา นักปฏิบัติ นักคิด นักพูด เล่าว่า
สถาบันไม่สำคัญ หลักสูตรไม่สำคัญ ปริญญาไม่สำคัญ
จะเลือกเรียนที่ชอบ อย่ายึดติดกับใคร อย่าฟังใคร เชื่อตัวเอง
http://www.dek-d.com/board/view/3664541/
ลองฟัง .. อีกเสียงหนึ่งที่น่าเชื่อ น่าฟัง คือ "ผู้ประกอบการหรือผู้จ้างงาน"
เค้าไปถามนายจ้างว่ามหาวิทยาลัยไหนผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด
นี่ไปถามมาทั่วโลกเลย พบว่า มหาวิทยาลัยไทยติดอันดับ 15 แห่ง
http://www.tedxchiangmai.com/th_event2016.php
ชีวิตนอกระบบ
.. แต่ถ้ารักงานอิสระ นอกระบบ เป็นนายตนเอง ไม่อยากมีเจ้านาย
บางทีปริญญาก็ไม่สำคัญเหมือนกัน ลองฟัง โจน จันใด ศูนย์พันพรรณ
ลองฟัง Life is easy. Why do we make it so hard? by Jon Jandai
โตขึ้น
อยากเป็นอะไร

สิ่งที่ความทราบ สำหรับ ผู้ต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
ระบบแอดมิดชั่น (Admission) คือ ระบบกลางสำหรับคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันระดับอุดมศึกษา (Central University Admissions System – CUAS ) เป็นระบบผสมผสานการวัดความรู้ของนักเรียนจากหลายส่วนมาร่วมกัน เพื่อรวมเป็นคะแนนที่จะใช้พิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อ ดังนั้นระบบนี้จึงไม่ตัดสินคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อจากคะแนนสอบเพียงครั้งเดียว

สทศ. (NIETS) เป็นชื่อย่อของ สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีชื่อภาษาอังกฤษว่า National Institute of Educational Testing Service (Public Organization) ทำหน้าที่จัดสอบ O-NET, GAT และ PAT เป็นต้น

สอท. (AUPT) เป็นชื่อย่อของ สมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Association of University Presidents of Thailand และมีหน้าที่เปิดรับให้บุคคลยื่นคะแนน พร้อมกับชื่อหลักสูตรที่ต้องการศึกษาได้ 4 อันดับ แล้วระบบจะนำคะแนนของแต่ละบุคคลไปจัดเรียงตามหลักสูตร แล้วประกาศผลว่าบุคคลใดสอบเข้าในหลักสูตรใดได้บ้าง ตามข้อจำกันเรื่องจำนวนรับของหลักสูตร และลำดับที่ในการเลือกหลักสูตร มีเว็บไซต์ที่ http://www.niets.or.th/th/

O-NET (Ordinary National Education Test) คือ การทดสอบทางการศึกษาในระดับชาติขั้นพื้นฐาน จัดสอบโดย สทศ. ปกติจะจัดสอบ 3 ระดับ คือ ป.6 ม.3 และ ม.6 โดยคะแนนที่ได้นำไปใช้ประกอบการพิจารณาคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น รวมการวัดคุณภาพของโรงเรียนเปรียบเทียบกันทั้งประเทศด้วยมาตรฐานเดียวกัน โดยปี 2558 กำหนดสอบทั้งหมด 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ 1) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2) ภาษาไทย 3) คณิตศาสตร์ 4) อังกฤษ 5) วิทยาศาตร์

GAT (General Aptitude Test) คือ การสอบความถนัดทั่วไป เพื่อวัดความพร้อมในการจะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยปี 2559 สอท. ให้ สทศ. จัดสอบให้ครอบคลุมเนื้อหาการทดสอบของนักเรียนทั้งสายวิทย์ และสายศิลป์ จึงมีข้อสอบทั้งหมด 9 วิชาสามัญ คือ 1) วิชาภาษาไทย 2) วิชาคณิตศาสตร์ 1 3) วิชาคณิตศาสตร์ 2 4) วิชาสังคมศึกษา 5) วิชาฟิสิกส์ 6) วิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป 7) วิชาภาษาอังกฤษ 8) วิชาเคมี 9) วิชาชีววิทยา (อ้างอิง)

PAT (Professional and Academic Aptitude Test) คือ การทดสอบวิชาความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ เพื่อวัดความรู้ที่เป็นพื้นฐานกับศักยภาพที่จะเรียนในวิชาชีพนั้น ๆ ให้ประสบความสำเร็จมี 7 วิชา ดังนี้ PAT 1 คือ ความถนัดทางคณิตศาสตร์ PAT 2 คือ ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ PAT 3 คือ ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ PAT 4 คือ ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ PAT 5 คือ ความถนัดทางวิชาชีพครู PAT 6 คือ ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ PAT 7 คือ ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ ประกอบด้วย PAT 7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส PAT 7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน PAT 7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น PAT 7.4 ความถนัดทางภาษาจีน PAT 7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ PAT 7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี (อ้างอิง)

องค์ประกอบของคะแนน ในระบบแอดมิดชั่นมี 4 ส่วน คือ 1) เกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) 2) คะแนน O-NET 3) คะแนน GAT และ 4) คะแนน PAT สัดส่วนหรือน้ำหนักในการนำคะแนนมาร่วมกัน มีเกณฑ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละหลักสูตร อาจมีสัดส่วน ดังนี้
1. GPAX 20% (6 ภาคการศึกษา)
2. O-NET 30%
3. GAT 20%
4. PAT 30%
เข้าระบบแอดมิดชั่นได้ที่ http://www.aupt.or.th/admissions.php

เกณฑ์ของแต่ละหลักสูตร ว่าสอบอะไรบ้าง สัดส่วนเท่าใด มีตัวอย่าง 3 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 คณะสัตวแพทยฯ , คณะสหเวชศาสตร์ , คณะพยาบาลศาสตร์
คณะสาธารณสุขฯ, คณะเทคนิคการแพทย์ , คณะวิทยาศาสตร์กีฬา
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 20% และ PAT 2 30%
กลุ่มที่ 2 คณะทันตแพทยศาสตร์
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 20%, PAT 1 10% และ PAT 2 20%
กลุ่มที่ 3 คณะเภสัชศาสตร์
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% และ PAT 2 40%
(อ้างอิง)

แนะนำเว็บ (Web guide)
+ ความหมายของ GAT และ PAT โดย สทศ.
+ คำแนะนำระบบ Admission เพื่อเข้าศึกษาในปีการศึกษา 2559
+ การเลือกเดินรถไฟของภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนคนหนึ่ง
+ ข้อมูลคณะที่มีการแข่งขันสูงสุด 2558 (แต่จำนวนรับไม่เท่ากัน)
+ 100 คณะที่ถูกคำนวณมากที่สุด ผ่านโปรแกรมคำนวณของเว็บไซต์เด็กดี
+ 20 คณะ/สาขาที่มีผู้สมัครมากที่สุด ประจำปีการศึกษา 2558
+ รายชื่อโรงเรียน จาก data.go.th
ผมคาดว่า .. เหตุที่ เกาหลีใต้ เป็นอันดับ 1 ด้านการศึกษา
อาจเป็นเพราะการแยกตัวออกจากเกาหลีเหนือ ทำให้ความเชื่อพื้นฐาน ต่างกันชัดเจน
การศึกษาแบบเกาหลีใต้ - ทุนนิยม เชื่อว่าต้องลงทุนเพื่อให้ได้มา เป็นของเรา
การศึกษาแบบเกาหลีเหนือ - สังคมนิยม เชื่อในความเสมอภาค เป็นของหลวง
ส่วนญี่ปุ่นก็มีประวัติการต่อสู้ และเจ็บปวดกับการพ่ายแพ้สงคราม
ส่วนสิงค์โปร์พื้นที่เล็ก ทุกคนต้องแข่งขัน เหมือนกรุงเทพฯ
นี่ถ้านำเฉพาะกรุงเทพฯ ไปจัดอันดับ ผมว่าน่าจะ top 10 นะครับ
ถ้าฝันเป็นแบบทุนนิยม แล้วทำตัวแบบสังคมนิยม .. คงยากที่จะไปถึงฝัน
- นึกเทียบเรื่องนี้เมื่อ 13 พฤษภาคม 2558 -


เด็กเกาหลีใต้ชีวิตไร้ความสุข .. สำรวจโดยกระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้ เด็กอายุ 9 - 18 ปี เปรียบเทียบกับเด็กอีก 27 ประเทศที่พัฒนาแล้ว ผลคือรั้งท้าย มีความสุขในชีวิตน้อยที่สุด แต่การศึกษาดีที่สุด คงเพราะกดดันเรื่องการเรียนอย่างมาก
+ http://www.thairath.co.th/content/461615
+ https://www.youtube.com/watch?v=oPa2yMfUgqQ
เนื้อเพลงค่านิยม 12 ประการ
หนึ่งรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
สองซื่อสัตย์ เสียสละ อดทนได้
สามกตัญญู พ่อแม่ สุดหัวใจ
สี่มุ่งใฝ่ เล่าเรียน เพียรวิชา
ห้ารักษา วัฒนธรรม ประจำชาติ
หกไม่ขาด ศีลธรรม ศาสนา
เจ็ดเรียนรู้ อธิปไตย ของประชา
แปดรักษา วินัย กฎหมายไทย
เก้าปฏิบัติ ตามพระ ราชดำรัส
สิบไม่ขาด พอเพียง เลี้ยงชีพได้
สิบเอ็ดต้อง เข้มแข็ง ทั้งกายใจ
สิบสองไซร้ คิดอะไร ให้ส่วนรวม
http://www.thaiall.com/12corevalue/
ทำไม .. เด็กไทย ยอมแพ้เร็ว โดยเฉพาะด้านการศึกษา
ผู้คนมากมายในประเทศบอกว่า การศึกษามีปัญหาสารพัด ผมรู้สึกไปเองว่าปัญหาทั้งหมดมาจากทัศนคติ "ยอมแพ้เร็ว" ของเด็กไทย และไม่มีค่านิยมในการเรียนหนังสืออย่างมุ่งมั่น "ไม่ทุ่มเท เพื่อเอาชนะการเรียน" มีที่มามากมายที่สนับสนุนให้เด็กไทย ยอมแพ้เร็ว และที่มาแต่ละเรื่องนั้น แก้ยากซะด้วย แต่ถ้าทำให้เด็กไทยเกิดค่านิยมข้อ 4 ได้ตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ก็มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าระดับการศึกษาไทยจะได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
เหตุที่ทำให้เด็กไทย มีค่านิยม ยอมแพ้เร็ว / พอแล้ว / ไม่อยากแข่งขัน
(ในที่นี้ คำว่ายอมแพ้เร็ว คือ หยุดแล้ว เสมอตัวก็พอ ได้เท่าไรก็เท่านั้น)
1. พ่อแม่เคยยอมแพ้เร็ว จึงไม่ศรัทธาในการศึกษา [ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น]
ครูท่านหนึ่งบอกว่า เคยไปตามเด็กมาเรียนหนังสือ แต่คุณแม่เด็ก
ตอบมาว่า อย่าไปยุ่งกับมันเลย ข้าเจ้าเรียนไม่จบ ก็ยังมีบ้าน มีรถได้
อีกหน่อยมันก็เอาตัวรอดของมันได้
เรื่องนี้ฟังจากคุณครูมาอีกต่อหนึ่ง

2. ไม่ใส่ใจผลการจัดอันดับการศึกษา [การศึกษาเป็นเรื่องไม่สำคัญ]
เด็กไม่สนใจเรื่องอันดับ ใครจะที่หนึ่ง ใครจะที่สอง ก็ไม่เกี่ยวกับฉัน
ประเทศรั้งท้ายในโลก รั้งท้ายในอาเซียน
ผลสอบ o-net ต่ำ ประเมินภายในตก ภายนอกก็ตก
คุณภาพเด็กแย่ คุณภาพครูแย่ คุณภาพโรงเรียนแย่
ก็ไม่เห็นจะมีใครเดือดร้อน 
นอกจากคุณครูบางท่าน หรือคนมีหน้าที่เฉพาะด้านนี้เท่านั้นที่เห็นว่าสำคัญ
เพราะไม่มีใครรู้สึกเป็นเจ้าของระบบการศึกษาของประเทศไทย

3. โรงเรียนประจำจังหวัดมีโรงเรียนเดียว [ที่นั่งเต็ม หมดสิทธิ์]
เข้าโรงเรียนประจำจังหวัดได้ก็ถือว่าเก่ง คนที่อยากเข้าก็นับได้ว่าไม่ยอมแพ้
แต่มากกว่าครึ่ง ไม่สมัครสอบ ไม่เห็นว่าจำเป็นต้องไปสอบ
มักจะเรียนอยู่ในโรงเรียนรอบนอก หรือโรงเรียนประจำอำเภอ
หลายคนในกลุ่มนี้ถือว่ายอมแพ้เร็ว ทั้งสอบเข้ามัธยมต้น มัธยมปลาย มหาวิทยาลัย
ส่วนเด็กที่สอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัดไม่ได้ ก็ผิดหวัง
และคิดว่าตนเองไร้ความสามารถจนทำให้เกิดความรู้สึกยอมแพ้ตามมา
เหมือนที่ albert einstein ตั้งเกณฑ์เลือกสัตว์ขึ้นต้นไม้

4. มีใครต่อใครพูดกรอกหูว่าเลือกได้ [ได้รับค่านิยมเชิงลบ]
เลือกยอมแพ้กับการเรียนได้ ไม่ต้องเรียนให้จบ ก็ประสบความสำเร็จได้
ไปเป็นประกวดร้องเพลง ไปเป็นนักกีฬาทีมชาติ ไปเป็นนักดนตรี 
ไปเป็นดารา ไปค้าขาย ไปทำนา ไปทำอะไรอะไร
ก็มีชีวิตที่ดี ร่ำรวยมีเงินมีทองมากมาย ไม่ต้องเรียนก็ได้
ถ้ายังยัดเยียดค่านิยมแบบนี้เข้าหัวเด็ก ก็เลิกหวังว่าจะพัฒนาการศึกษาเลย
เหมือนมีลูก แล้วก็ด่าลูกทุกวันว่าไม่ฉลาดเท่าเด็กข้างบ้าน แบบนี้เขาห้ามนะ

5. แม่พิมพ์เองก็ชวนเด็กยอมแพ้เร็ว [โรงเรียนเล็ก ครูก็น้อย]
ใครก็ตามที่อยู่ในระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น บ้าน วัด โรงเรียน
อาจเป็นผู้ยัดค่านิยมยอมแพ้เร็วเข้าหัวเด็ก 
เพราะไม่รู้ตัวว่าคล้อยตามกระแสภายนอก มีทั้งสื่อ ทั้งระบบการศึกษา ทั้งปัญหา
เมื่อใดที่ระบบไม่สนับสนุนอย่างสุดกำลัง ก็คงไม่ต้องพูดถึงการพัฒนาการศึกษา
เช่น โรงเรียนขนาดเล็กมาก เด็กไม่เกิน 60 คน มีเกือบ 2 พันแห่ง
มีครูเพียง 3 คน เนื่องจากนโยบายครู 1 คนต่อเด็ก 20 คน 
แล้วจะให้ครูไปสอนเด็กให้เอาชนะคงยาก เพราะทั้งครู ทั้งระบบการศึกษา
ก็ยอมแพ้มาตั้งแต่ออกสตาร์ทแล้ว

6. ดัชนีการศึกษารายจังหวัด ใช้วัดสถิติการยอมแพ้เร็ว [เศรษฐกิจไม่ดี การศึกษาไม่ดี]
ในตัวชี้วัดหลัก 4 ประการ มีข้อแรกคือ จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ย 
หากเด็กไทยเลิกเรียนก่อนถึงการศึกษาขั้นสูงมีจำนวนมาก
ก็แสดงว่าได้คะแนนดัชนีการศึกษาในจังหวัดนั้นต่ำ
ถ้าเห็นชื่อจังหวัดที่เป็นสีเขียว ก็หาโมเดลที่ทำให้เด็กในจังหวัดนั้นไม่ยอมแพ้
หากทำให้จังหวัดอื่นที่เป็นสีแดง ได้ใช้โมเดลเหล่านั้น
ก็คงแก้ปัญหาการศึกษาได้จริง
ซึ่งนักพัฒนาบอกว่าต้องปฏิรูปการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นฐานทำงาน
+ http://pantip.com/topic/32725659
+ http://apps.qlf.or.th
เห็นใคร ๆ แชร์คลิ๊ปและเรื่องราวปัญหาเกี่ยวกับ ครูเก่า กับครูลูกศิษย์
ในมุมของผมคิดว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบที่เกิดจากอัตตา พออารมร์คลายก็คงคิดว่าไม่น่าทำเลย มนุษย์ทุกคนย่อมมีอัตตาเป็นของตนเอง แล้วครูท่านก็คงลืมนึกไปว่า เดี๋ยวนี้โลกเรามี social media แล้ว อะไรนิดอะไรหน่อย อัพเฟสกันแล้ว เช่น เหนียวไก่หาย หรือ เรื่องนี้ ถึงครูอังคณา แน่ ส่วนจะหวังให้ครูยึดตาม หลักจรรยาบรรณครู 9 ประการ ตลอดเวลานั้น ทางโรงเรียน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็อาจต้องมีมาตรการสนับสนุน ส่งเสริม ผลักดัน เช่น จรรยาบรรณครู ข้อ 2 "ครูต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ" อย่างกรณีนี้ ก็เผลอด่าครูลูกศิษย์ออกไมโครโฟน ไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดีด้านวาจา และจิตใจ
แล้วลูกศิษย์ผมก็แบ่งปันว่า ในหนังจีน พอเจ้าสำนักสอนวิชาให้ศิษย์จนหมดแล้ว ก็จะยกสำนัก และของดีให้ศิษย์ได้ดูแลต่อไป เช่น คัมภีร์หยุดกระสุน เป็นการแสดงมุทิตาจิต และสนับสนุนศิษย์อย่างแท้จริง แต่ครูเก่าท่านนี้ก็คงยึดมั่นถือมั่นเกินไป จนลืมที่จะปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทุก ๆ คน ผลคือ ถูกถ่ายคลิ๊ปออกสื่อ และอะไรอะไรอีกมากมายที่จะตามมา
+ http://board.postjung.com/940130.html
+ การตัดสินคนว่า true or false ยกตัวอย่าง ขยะ full moon กับ ขยะวันลอยกระทง
+ เราจะบีบแตรใส่คนที่ยืนยึกยักริมถนนแยกที่ผ่านมามั้ย ..

ปัญหาการศึกษาไทย
1. กฎหมาย "พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒" หมวด ๖ มาตรฐาน และการประกันคุณภาพการศึกษา มาตรา ๔๙ "ให้มีสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา " - 17 ก.ค.57 ดร.อุทุมพร แจงยุบ 'สมศ.' ไม่ใช่ทางออก จวก 'อธิการฯ-คณบดี' กลัวถูกประเมินต่ำ http://www.thairath.co.th/content/436887 - 25 ก.ค.57 กลุ่มมหาวิทยาลัย ยื่นหนังสือ คสช.ระงับ สมศ.ประเมินมหา’ลัย http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9570000084350 - 28 ก.ค.57 ผอ.สมศ."เผย3ปัจจัยหลักฉุดการศึกษาด้อยคุณภาพ ย้ำสมศ.ต้องอยูช่วยตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษา เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค http://www.kruwandee.com/news-id10751.html - 4 ส.ค.57 ชาญณรงค์ โล่งหลังเข้าพบ คสช. ไม่ยุบสมศ. เดินหน้าทำงานประเมิน http://www.dailynews.co.th/Content/education/257054/ - 9 ส.ค.57 คลิ๊ป คิดยกกำลังสอบ ยุบ สมศ. ดีไหม http://www.youtube.com/watch?v=lAN9VvJkRSI - 16 ส.ค.57 ครูหยุย เสนอหยุบ สมศ. จ้างธุรการเพิ่ม ช่วยการศึกษาไทยดีขึ้นรับอาเซียน http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1408168749 - 1 ก.ย.57 สมศ.เมินเสียงค้านเดินหน้าใช้ ยอดบริจาคศิษย์เก่า ประเมินคุณภาพตามเดิม http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9570000100164 - 12 ก.ย.57 ผอ.สมศ.กระตุ้นต่อมสำนึกมหาวิทยาลัย ปั้นบัณฑิตคุณภาพหนีบัญชีดำ http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=38458&Key=hotnews 2. นักเรียน นักศึกษา - 11 ก.พ.56 สลด!! นักเรียน ม.3 ลวงครูฝ่ายปกครองจ้วงแทงสาหัส http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk1EVTJOVFkyTWc9PQ== - 20 ก.พ.56 คำสารภาพมือคัตเตอร์ บุกจุฬาฯ-ฟันอาจารย์ แค้นไม่ให้แฟนเพื่อนจบ http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERTJNVEl3TURJMU5nPT0= - 2 ก.ย.56 นักศึกษา ปวช. บุกกระทืบครูคาห้องเรียน เหตุไม่พอใจถูกไล่ออก http://www.kruthai.info/view.php?article_id=5978 http://www.youtube.com/watch?v=pqqYXU-n2fc 3. ครู อาจารย์ - 10 ก.ย.54 อดีตครูพละข่มขืนเด็กวัย15ปีเครียด ใช้เศษผ้าห่มผูกคอดับคาห้องขัง สภ.เถิน ลำปาง http://www.chaibadancrime.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539372115 - 22 ม.ค.55 ครูเจ้าเล่ห์หลอกข่มขืนลูกศิษย์สาว แจ้ห่ม ลำปาง http://www.dailynews.co.th/Content/crime/149894/ - 10 ต.ค.55 คลิ๊ปข่าว นักศึกษาสาวถูกอาจารย์ข่มขืน http://www.youtube.com/watch?v=LziVh0qVIUc 4. การวัดและประเมินผล - 6 เม.ย.54 ช็อค เด็กไทยทำลายสถิติโลก สอบตกโอเน็ตยกประเทศ http://www.dek-d.com/board/view/2115982/ - 13 ก.ค.55 เฉพาะที่ประเมินไป 7,985 โรงเรียน พบไม่รับรองมาตรฐาน 2,295 แห่ง คิดเป็น 28.74% http://www.thairath.co.th/content/275639 - 13 พ.ค.56 การยุบโรงเรียนขนาดเล็ก นโยบายโง่ๆทางการศึกษา http://www.manager.co.th/Columnist/ViewNews.aspx?NewsID=9560000057387 - 14 มิ.ย.56 การยุบโรงเรียนขนาดเล็ก http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33023&Key=hotnews 5. ระบบ /โครงสร้าง - 29 ก.พ.55 คลิ๊ป การศึกษาไทย ทำไมไร้คุณภาพ ในรายการที่นี่ตอบโจทย์ http://www.youtube.com/watch?v=OF2u8XfGd5s - 15 ก.ย.57 การศึกษาไทยถดถอย9อันดับรั้งท้าย 'ลาว' http://www.komchadluek.net/detail/20140915/192135.html

Student Homepage
เป้าหมายของเว็บเพจ นำเสนอผลงานของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา เกี่ยวกับการจัดทำเว็บเพจ เป็นงานเชิงพัฒนาของเยาวชนในช่วงชั้นการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก่อนเข้าไปศึกษาแบบเฉพาะทางในมหาวิทยาลัย
ภาพจาก : http://lifewithalacrity.blogs.com
ถ้าคุณครูไม่ชื่นชมผลงานของนักเรียน .. สักวันนักเรียนก็ต้องลืมผลงานของตัวเอง
คุณครูมาช่วยกันเก็บรักษาผลงานของนักเรียน .. ส่งเสริมให้นักเรียนเห็นคุณค่าในผลงานของพวกเขา .. กันดีกว่า
ระบบสอบถามคะแนน o-net รายบุคคล
สารสนเทศเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา
1. http://gpa.moe.go.th/student2544/
โปรแกรมข้อมูลและสารสนเทศโรงเรียน (Students'2544 Program) เป็นโปรแกรมสำหรับในการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานและผลการเรียนของนักเรียนและจัดพิมพ์เอกสารทางการศึกษาต่าง ๆ
2. http://210.1.20.11/doc/
- เขตพื้นที่การศึกษาสังกัด สพฐ. มี 175 เขต
- มีสถานศึกษารวม 32,364 โรงเรียน
- สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. http://www.info.mua.go.th/information/ ***
- สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ จำนวน 78 แห่ง
- มหาวิทยาลัยเอกชน 34 แห่ง
- วิทยาลัยเอกชน 29 แห่ง/สถาบัน 5 แห่ง
- วิทยาลัยชุมชน จำนวน 19 แห่ง
4. กลุ่มโฮมเพจนักเรียน
- บุญวาทย์วิทยาลัย
- สตรีอ่างทอง
! ยุพราชวิทยาลัย
! ลำปางกัลยาณี
! อนุบาลลำปาง
! วิเชียรฯศึกษา
! ลูกรักเชียงของ
5. สถานีวิทยุออนไลน์ของโรงเรียน
! ร.ร.อนุบาลลำปาง (Windows Media Encoder)
! ร.ร.เถินวิทยา (Windows Media Encoder)
5. สุดยอดเว็บไซต์ เพื่อนักเรียน
- โครงการ หนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝัน (795 โรงเรียน)
! ภาพวาดของนักเรียน ด้วยสีเทียน (ระดับอนุบาล)
! โรงเรียนต้นแบบ โรงเรียนในฝัน
! ข้อมูล และผลงานโรงเรียนในฝัน
! Free Script for Student
! ศูนย์พัฒนาทักษะความคิด ..
6. ผลสอบเข้าโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย
- 2558 เข้าชั้น ม.4 ในเขต
- 2553 เข้าชั้น ม.1 นอกเขต
- 2553 เข้าชั้น ม.1 ในเขต
- 2553 เข้าชั้น ม.4 นอกเขต
เว็บไซต์สำหรับโรงเรียน
- โปรแกรมบริหารสถานศึกษา BEIS
- โปรแกรม Students'44 Version 1.1Y

กระทรวงศึกษาธิการ
! โครงการเว็บสร้างสรรค์และปลอดภัย
! ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
- สรุปสารสนเทศ สพฐ. ปี 2548
- จำนวนสถานศึกษา ที่สังกัด สพฐ. 32,364 (2548-11-10)
! http://210.1.20.11/doc/web_doc/index.php


ข้อมูลโรงเรียนในฝัน ของลำปาง
- http://www.labschools.com

ประกาศผล One School One Innovation
- osoi47.doc
- osoi49.doc
ผู้สนับสนุน ยินดีรับ ผู้สนับสนุน เว็บไซต์ด้านการศึกษา
กลุ่มเว็บไซต์นี้ เริ่มพัฒนา พ.ศ.2542
โดยบุคลากรทางการศึกษาด้านคอมพิวเตอร์
โทร. 081-9927223 (ผมเป็นคนลำปางหนา)
ปล. ขอไม่รับ work at home / อาหารเสริม
กรณีศึกษาที่ 1
Thaiware .com เว็บของเด็กต่างสถาบัน รวมตัวจาก “แชท”
(โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 เมษายน 2548 10:06 น.)
ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9480000041775

ผู้ก่อตั้ง thaiware.com คือ ธรรณพ สมประสงค์ และ เอกชัย ก่อตั้งเกียรติกุล
เรื่องของการดาวน์โหลดโปรแกรมหรือซอฟแวร์ต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว คงเป็นช่วงของโลกไซเบอร์กำลังมาแรง ทั้งอินเทอร์เน็ตที่เริ่มเข้าไปมีบทบาทในชีวิตประจำวันของวัยรุ่นหลายต่อหลายคน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการ “แชท” ด้วยโปรแกรมไอซีคิว (ICQ) ที่ผู้ใหญ่ส่วนมากมักจะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระและเป็นสื่อที่สามารถชักจูงให้เยาวชนไทยรวมตัวกันเพื่อทำเรื่องเสื่อมเสียได้ แต่ใครจะรู้ว่าการแชทก็ทำให้เกิดเป็นธุรกิจที่ปัจจุบันสร้างรายได้ให้วัยรุ่นไทยด้วยเลข 6 หลักต่อเดือนมาแล้ว
จากเด็กต่างสถาบันแต่กลับมารวมตัวกันได้ แถมยังร่วมกันทำธุรกิจเกี่ยวกับการดาวน์โหลดโปรแกรม ที่ ณ ปัจจุบันนี้เว็บ “Thaiware.com” ติดอันดับหนึ่งของโปรแกรมดาวน์โหลดใน “ทรูฮิต” (Truehits.net) ซึ่งก็เกิดจากการรวมตัวของเด็กที่มีใจรักในเรื่องเดียวกันผ่านการ “แชท” นั่นเอง
นายเอกชัย ก่อตั้งเกียรติกุล นักศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายธรรณพ สมประสงค์ นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยแวร์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือผู้ที่ก่อตั้งเว็บไซต์ ไทยแวร์ เล่าถึงธุรกิจดังกล่าวว่า ในช่วงแรกไม่ได้ตั้งใจที่จะทำออกมาให้เป็นธุรกิจเหมือนในปัจจุบันนี้ ซึ่งเป็นเพียงความอยากทำเว็บไซต์ และได้มีโอกาสพบเพื่อนที่มีแนวคิดเดียวกันจากการมองว่า ในช่วงนั้นในเมืองไทยยังไม่มีเว็บที่เกี่ยวกับการดาวน์โหลดโปรแกรม จึงคิดที่จะทำเว็บไซต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมา โดยเริ่มจากความไม่รู้ในการทำเว็บไซต์ แต่อาศัยการเรียนรู้จากหนังสือ และถามจากผู้ที่มีประสบการณ์ หลังจากนั้นก็ใช้เวลาในการทำเว็บ ไทยแวร์ ขึ้นมาประมาณ 3 เดือน โดยเริ่มเปิดตัวออกสู่สายตานักท่องเว็บเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2542 ที่ผ่านมา
“การทำงานของเราเกิดจากใจรักเพียงอย่างเดียว ถึงแม้ในช่วงนั้นจะยังไม่มีรายได้เข้ามาก็ตาม ซึ่งเราก็ไม่ได้หวังในเรื่องนั้น แต่กำลังใจอย่างหนึ่งที่ทำให้เราทำงานนี้ต่อไป คือยอดของคนที่เข้ามาดาวน์โหลดโปรแกรมที่เพิ่มขึ้นตลอด หลังจากนั้น 2 ปีจึงเริ่มมีโฆษณามาลงทำให้มีรายได้เข้ามา โดยได้ใช้เงินตรงส่วนนั้นเป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ พร้อมทั้งจัดสรรเพื่อใช้เป็นเงินทุนสำรองฉุกเฉินด้วย ซึ่งตรงนั้นก็ได้นำมาซื้อเซิร์ฟเวอร์ตัวใหม่ หลังจากที่มียอดผู้เข้าเว็บไซต์มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเว็บเรามีคนเข้าชมประมาณ 21,000 คน/วัน และเพจวิว (Page View) ประมาณ 300,000 ครั้ง”
ณ ปัจจุบัน เว็บไซต์ ไทยแวร์ นอกจากจะมีรายได้จากการลงโฆษณาแล้ว รายได้หลักอีกอย่างหนึ่งคือการขายซอฟแวร์ และทำเว็บไซต์ให้กับบริษัทต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีทีมงานทั้งหมด 7 คน ที่แบ่งเป็นโปรแกรมเมอร์, ผู้ดูแลด้านเนื้อหา และคนทำกราฟิก
เว็บไซต์นี้ไม่กระทบการเรียน
เมื่อมีงานทำกันตั้งแต่ยังเรียนอยู่ระดับมัธยมปลาย จนถึงระดับอุดมศึกษา เรื่องของการแบ่งเวลางานและเวลาเรียน ถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่กับธุรกิจนี้ทีมงานทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่กระทบการเรียนอย่างแน่นอน เพราะใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่ออัพเดทโปรแกรมประมาณ 1-2 ตัว ซึ่งก็เหมือนกับบางคนที่มักจะใช้เวลาหลังเลิกเรียนไปเตะฟุตบอล ซึ่งทีมงานนี้ก็มีกิจกรรมเช่นนั้น แต่ก็ถือว่าไม่บ่อยนัก เพราะยังมีภาระเรื่องงานทำเว็บไซต์อยู่ ส่วนเรื่องการไม่ลงรอยกันของนักศึกษาต่างสถาบันนี้ ถือว่าก็มีปัญหากันบ้างแต่เป็นเรื่องที่เล็กน้อย ซึ่งจะใช้วีธีการแก้ปัญหาด้วยการพูดคุยกัน เพราะทุกฝ่ายเชื่อว่าการเริ่มต้นธุรกิจด้วยใจรัก ไม่ใช่ด้วยผลประโยชน์จะทำให้ปัญหาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
ตั้งเป้าเป็น one stop service เรื่องไอที
สำหรับโครงการต่อไปของ ไทยแวร์ จะทำให้เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับไอทีไว้อย่างครบถ้วน หรือเรียกได้ว่าหากผู้ที่เข้ามาในเว็บไซต์นี้จะสามารถอัพเดทตัวเองเรื่องไอทีได้อย่างครบวงจรหรือเป็น One Stop Service ซึ่งที่ผ่านมาทาง ไทยแวร์ จะเน้นในเรื่องของซอฟแวร์ แต่ต่อไปจะเริ่มบุกในเรื่องของฮาร์ดแวร์ด้วย รวมถึงการเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ในรูปแบบของเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ที่เป็นโครงการของต่อไปของทีมงานไทยแวร์ โดยการทำเว็บไซต์ที่ฉีกแนวเดิมอย่างชิ้นเชิงคือ www.nongple.com ที่คาดว่าจะสามารถเปิดตัวได้ประมาณกลางเดือนเมษายนนี้ ซึ่งแนวคิดในการหันมาทำเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับวงการบันเทิงบ้าง เพราะเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ทุกคนสนใจ สังเกตได้จากการหยิบหนังสือพิมพ์หัวสีของแต่ละคนที่มักจะเริ่มการอ่านข่าวบันเทิงก่อนเป็นอันดับแรก แต่การทำเว็บนี้ขึ้นมานั้นจะเป็นการสร้างความแตกต่างจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับบันเทิงที่มีอยู่ในปัจจุบัน
เว็บไซต์บันเทิงของทีมงานไอทีจะออกมาในรูปแบบใดนั้นคงต้องรอชมกัน แต่ทีมงานนี้ถือคติที่ว่า “หากคิดจะทำอะไรนั้นต้องให้แตกต่าง และอย่าเลียนแบบใคร หรือถ้าจะทำเหมือนเขาต้องทำให้เท่าและต้องมีให้มากกว่า”
กรณีศึกษาที่ 2
วิธีหาเงินของนักศึกษา อีกวิธีหนึ่ง ที่แปลก เหมาะสำหรับการเป็นกรณีศึกษามาก

รับ e-mail 2550-01-25 จึงนำมา post ไว้ที่นี่
คือตอนนี้ผมได้ทำเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในระหว่างเรียนน่ะครับ (ผมเรียนวิศวฯ ที่ม.เอกชนแห่งหนึ่ง)
ซึ่งตอนนี้ทางบ้านกำลังประสบปัญหาทางด้านการเงิน
ทำให้ผมไม่อยากรบกวนเรื่องเงินกับทางบ้านมากนัก จึงได้จัดทำเว็บไซต์ http://ฟรีเว็บโฮสติ้งแห่งหนึ่ง
 
ขึ้นมา เพื่อรับบริจาคเงินจากท่านที่เมตตาและมีความกรุณาให้กับผมน่ะครับ
และอีกอย่าง ถ้าเว็บนี้มีผู้ลง Banner ครบเมื่อไหร่
ผมก็จะนำเงินส่วนหนึ่งไปบริจาคให้กับมูลนิธิต่างๆด้วยเช่นกัน(ที่ผมดูๆไว้ก็เป็นมูลนิธิที่ช่วยเหลือเกี่ยวกับเด็กด้อยโอกาสน่ะครับ)
 
สำหรับเงินสนับสนุนนั้นเพียงแค่ 200บาท/ปี ต่อการลง Banner ขนาด 88x31 1ช่อง
(คนนึงจะลงกี่ช่องก็ได้ พร้อมเลือกหมายเลขช่องที่จะลงได้)
เฉลี่ยแล้วตกเดือนนึงแค่10กว่าบาทเท่านั้นเองนะครับ ไม่มากมายอะไร
แต่มันสามารถช่วยเหลือผมได้พอสมควรเลยเหมือนกันครับ

ช่วยพิจารณาด้วยนะครับ

ท่านใดจะสนันสนุนเป็น Hosting กับ Domain ก็ได้นะครับ เพราะใช้ของฟรีอยู่ มันไม่ค่อยจะเสถียร

จากภาพ "สอนกูจังว่า โตไปไม่โกง กูเห็นแม่ง แก่จะลงโลง ยังแดก ยังโกง กันบรรลัย"
ถ้ามีตรรกว่า "ยิ่งอายุมาก ยิ่งโกงมาก"
แล้วจะยอมรับสมมติฐานได้ไหม
ถ้ายอมรับแสดงว่าปฏิเสธ H0 ยอมรับ H1 เพราะอายุมีความสัมพันธ์กับการโกงเป็นแบบแปรผัน
แต่เคยมีข้อมูลว่า "หมู่บ้านหนึ่ง ยิ่งลดควายไถนา ผลผลิตข่าวก็ยิ่งสูงขึ้น"
ถ้าอีกหมู่บ้านนำผลการศึกษาไปใช้ แล้วลดควายลง .. เชื่อว่าผลผลิตข้าวจะสูงตาม
.. จริงหรือ .. ก่อนเชื่ออะไรต้องคิดตามก่อนนะครับ
+ กรณีศึกษา ม.เกษตร มีการชี้แจงว่าห้องเล็ก จึงมีมาตรการเพื่อคุณภาพ
ตัวอย่างเด็ก ๆ ลอกข้อสอบ # #

จากภาพ "ทำให้นึกถึงการให้เหตุผลแบบนิรนัย"
เหตุผลที่ 1 - การศึกษาที่ผ่านมา เป็น การเรียนซ้ำ ๆ ในเรื่องเดิม ๆ ที่สร้างความสำเร็จในอดีต
เหตุผลที่ 2 - การวัดความจำ เรื่องเดิมในอดีต เป็น วิธีการสอนแบบโบราณ ไม่ใช่วิธีพัฒนาคนในปัจจุบัน
ดังนั้นสรุปได้ว่า - การศึกษาที่ผ่านมา เป็น วิธีการสอนแบบโบราณ ไม่ใช่วิธีพัฒนาคนในปัจจุบัน
คำถาม .. ท่านมีความเห็นต่อการให้เหตุผลข้างต้นอย่างไร
บทความเรื่อง "วิกฤติบุคลากรไอซีทีไทย สุดท้าย Digital Economy คงไปไม่ถึงไหน"
เขียนโดย ธนชาติ นุ่มนนท์ IMC Institute
ข้อมูล 17 มิ.ย.2559
ข้อมูลการรับสมัครใน 8 สาขาที่เกี่ยวข้อง
2553 - 37,367 คน
2554 - 37,173 คน
2555 - 35,911 คน
2556 - 32,677 คน
2557 - 30,247 คน

ข้อมูลการผลิตบัณฑิตใน 8 สาขาที่เกี่ยวข้อง
2553 - 22,130 คน
2554 - 21,787 คน
2555 - 22,630 คน
2556 - 21,795 คน

ปัญหาด้านบุคลากรไอที เรียบเรียงจาก ธนชาติ นุ่มนนท์
- คนด้านไอทีที่มีคุณภาพมีจำกัด
- คนรุ่นใหม่ด้านไอทีนิยมประกอบอาชีพอิสระ (Startup) หรือเปลี่ยนสายอาชีพ
- นักศึกษารุ่นใหม่ไม่นิยมเรียนด้าน Computer Science หรือ Computer Engineer (เน้นพยาบาล)
- สถาบันการศึกษาบางแห่งเน้นปริมาณ มากกว่าคุณภาพ


กรณีศึกษา "การเรียนรู้ตลอดชีวิต (life long learning)"
อายุ 46 ปี จบ ม.3 
แต่หัดใช้ Photoshop จากเด็กนักเรียน
จนสามารถ Retouch ภาพเอกสารของทางการได้
แต่ปัญหาคือ ไปปลอมคำสั่งศาล แล้วส่งให้ประกันชีวิต
ประกันชีวิตเกิดสงสัยขึ้นมา จึงส่งให้ศาลตรวจ พบว่าปลอม
สรุปว่าการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดที่อายุ 
น้องนักเรียนใช้ Photoshop ถึงขั้นสอนคนอื่นได้ ถือว่าไม่ธรรมดาเลย

http://goo.gl/72BPC