ใครก็ตอบได้ กับคำถาม “มีลูกเพื่ออะไร” 

picsart_11-20-01-43-52

 

ความนำ
เกิดเป็นคนครั้งหนึ่ง
จะมีคำถามมากมายผ่านมาในชีวิต
เช่นคำถามว่า “มีลูกไปเพื่ออะไร ไม่มีไม่ได้หราา”
แต่ละคนก็คงจะมีคำตอบในใจ เป็นของตัวเอง
ที่แตกต่างกันได้ ตามความคิดของแต่ละคน
จากการพบเห็นผู้คนใน(สื่อ)สังคมทั่วไป
ขอแชร์สรุปไว้ 3 เหตุผล
1. ไว้เป็นเพื่อน
2. ไว้ดูแลเรา ยามเจ็บไข้
3. ไว้ดูแลเรา ยามชรา

คำถาม
1. สำหรับท่านที่มีลูก บรรลุวัตถุประสงค์รึยัง
2. สำหรับท่านที่เป็นลูก ทำให้พ่อแม่บรรลุวัตถุประสงค์รึยัง
3. สำหรับท่านที่ไม่มีลูก ก็คงมีแผนสำรองกันอยู่แล้ว

คำตอบ
แต่ละคนมีปัจจัยประกอบการตัดสินใจเยอะ
1. เชื่อได้ว่าสมเหตุสมผลทุกคน
2. เชื่อได้ว่าทุกการตัดสินใจมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
3. เชื่อได้ว่าหลายคนเชื่อว่าทางเลือกของตนถูกต้อง

ท่านเคยตอบคำถามนี้รึยังแบ่งปันกันได้
ผมตัดสินใจตอบคำถามตอนอายุ 48 ปี
เมื่อวันที่ 18 พ.ย.59 ว่าจะทำอะไรให้แม่เค้าหน่อย

เด็ก จับฉลาก แพะตาย แต่ต้องคืนเงินค่าฉลากทั้งหมด

risk about goat
risk about goat

เรื่องน่าคิด ของ ดช.ปัญญา กับ ชาวนา และแพะ 1 ตัว
เค้าว่าเป็น forward mail และเป็นเรื่องแต่ง
ต้นฉบับอ่านได้จากลิงค์ด้านล่าง
.. เหมาะกับ การเล่าให้ผู้ประกอบการฟัง และ สอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม

http://www.ranthong.com/smf/index.php?topic=22925.0 28 สิงหาคม 2552
https://www.gotoknow.org/posts/251779 25 มีนาคม 2552
+ http://lib.edu.chula.ac.th/cuappl/libedu2007/lib_talk/aspboard_Question.asp?GID=72 15 ธันวาคม 2551
+ http://www.vitara4x4.com/webboard/show.php?Category=all&No=5093 8 ตุลาคม 2551
+ http://jumkesinee.blogspot.com/2011/04/blog-post_14.html 14 เมษายน 2554
เรื่องราวจาก forward mail เนื้อหาเดิมที่ส่งต่อ และชื่นชม ดช.ปัญญา

เรื่องราวเดิมที่แชร์กัน เกี่ยวกับ ดช.ปัญญา

ดช.ปัญญา เป็นเด็กที่เกิดในเมืองแต่ย้ายไปอยู่ในชนบท
วันหนึ่งไปซื้อแพะจากชาวนาในราคา 1000 บาท
ซึ่งชาวนายินดีที่จะส่งมอบแพะในวันรุ่งขึ้น

พอวันรุ่งขึ้น
ชาวนาก็ไปหา ดช.ปัญญา
แล้วบอกว่า “ข่าวร้ายหนูเพราะแพะเพิ่งตายไปเมื่อคืนที่แล้วเอง
ดช.ปัญญา ก็บอกว่า “ไม่เป็นไรถ้าเช่นนั้นคืนเงินให้ผมก็แล้วกัน
โอ เสียใจด้วยจริงๆ แต่ฉันใช้เงินนั่นไปหมดแล้ว” ชาวนาพูดด้วยสีหน้าเศร้า ๆ
ไม่เป็นไร ถ้างั้นเอาแพะตัวนั้นมาให้ฉัน
หนูจะเอาแพะตายไปทำอะไร
(หมู่บ้านนี้จะฝังแพะที่ตายเอง ไม่นำมากิน)
” ชาวนาถามด้วยความฉงน
ฉันจะเอาไปจับฉลากขาย
จะไปจับฉลากแพะที่ตายได้อย่างไร ใครจะไปซื้อ
ได้ซิ คอยดูละกัน
จากนั้นชาวนาก็มอบแพะที่ตายให้ดช.ปัญญาไป

หนึ่งเดือนผ่านไป
ชาวนาพบกับดช.ปัญญาจึงถามว่าตกลงเอาแพะที่ตายไปทำอะไร
ฉันก็ทำฉลาก 500 ใบ ขายใบละ 10 บาท
แล้วบอกว่าใครดวงดีจับฉลากได้ก็ได้แพะไปเลย 1 ตัว

ฉันได้เงินมา 5000 บาท ได้กำไรหลังจากหักที่จ่ายให้ลุงชาวนาไปแล้ว 3990 บาท

เงียบไปแป๊ปนึง
แล้วไม่มีคนโวยวายหรือ (เพราะแพะตายแล้ว)” ชาวนาถามด้วยความสงสัย
ก็มี มีคนเดียวคือคนที่จับฉลากได้ และฉันก็แค่คืนเงินค่าฉลากจำนวน 10 บาทให้คนๆนั้นไป
ในเรื่องบอกว่า ดช.ปัญญาต่อมาเติบโตและเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างมาก

 

เรื่องราวแต่งใหม่ ที่อาจเป็นจริงในปัจจุบัน กับชาวนาผู้ซื่อสัตย์

ดช.ปัญญา เป็นเด็กที่เกิดในเมืองแต่ย้ายไปอยู่ในชนบท
วันหนึ่งไปซื้อแพะจากชาวนาในราคา 1000 บาท
ซึ่งชาวนายินดีที่จะส่งมอบแพะในวันรุ่งขึ้น

พอวันรุ่งขึ้น
ชาวนาก็ไปหา ดช.ปัญญา
แล้วบอกว่า “ข่าวร้ายหนูเพราะแพะเพิ่งตายไปเมื่อคืนที่แล้วเอง
ดช.ปัญญา ก็บอกว่า “ไม่เป็นไรถ้าเช่นนั้นคืนเงินให้ผมก็แล้วกัน
โอ เสียใจด้วยจริง ๆ แต่ฉันใช้เงินนั่นไปหมดแล้ว” ชาวนาพูดด้วยสีหน้าเศร้า ๆ
ไม่เป็นไร ถ้างั้นเอาแพะตัวนั้นมาให้ฉัน
หนูจะเอาแพะตายไปทำอะไร
(หมู่บ้านนี้จะฝังแพะที่ตายเอง ไม่นำมากิน)
” ชาวนาถามด้วยความฉงน
ฉันจะเอาไปจับฉลากขาย
จะไปจับฉลากแพะที่ตายได้อย่างไร ใครจะไปซื้อ
ได้ซิ คอยดูละกัน
จากนั้นชาวนาก็มอบแพะที่ตายให้ดช.ปัญญาไป

หนึ่งเดือนผ่านไป
ชาวนาพบกับดช.ปัญญาจึงถามว่าตกลงเอาแพะที่ตายไปทำอะไร
ฉันก็ทำฉลาก 500 ใบ ขายใบละ 10 บาท
แล้วบอกว่าใครดวงดีจับฉลากได้ก็ได้แพะไปเลย 1 ตัว
(โดยไม่บอกใครว่าแพะตายแล้ว)

ฉันได้เงินมา 5000 บาท ได้กำไรหลังจากหักที่จ่ายให้ลุงชาวนาไปแล้ว 3990 บาท

เงียบไปแป๊ปนึง
แล้วไม่มีคนโวยวายหรือ (เพราะแพะตายแล้ว)” ชาวนาถามด้วยความสงสัย
ก็มี .. มีคนเดียวคือคนที่จับฉลากได้
และฉันก็แค่คืนเงินค่าฉลากจำนวน 10 บาทให้คน ๆ นั้นไป

ดช.ปัญญา เงียบไปอีกแป๊ปนึง
แล้วเล่าต่อว่า “คนที่ได้ตังคืน 10 บาท
กลับไปบอกเพื่อน ๆ ที่ซื้อฉลากไปอีก 499 ใบ
ว่าแพะที่ ดช.ปัญญา เอามาประกาศตายก่อนหน้านั้นแล้ว
พอพวกแม่ค้า พ่อค้า ชาวไร่ ชาวนา รู้ความจริงเข้า
เค้าก็มาเข้าแถว .. ขอเงินค่าฉลากคืนกันหมด

งั้นเอ็งก็ไม่มีเงินเหลือที่ได้จากฉลากเลยสิ
ไม่เป็นไรหรอก .. ข้าเก็บเงินได้มากพอ เอามาคืนให้เอ็งแล้ว
เอ้านี้ 1200 บาท ข้าคืนให้พร้อมดอกเบี้ย
” ชาวนาพูดพร้อมยื่นเงินให้
ในเรื่องบอกว่า ชาวนาเป็นคนซื่อสัตย์
ต่อมาก็ค้าขายกลายเป็นเศรษฐีใจบุญผู้ซื่อสัตย์ มีความสุข และพอเพียง

 

ครูรักศิษย์ แต่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ

การตีเด็กไม่ใช่เรื่องดี
การตีเด็กไม่ใช่เรื่องดี

เป็นมนุษย์ก็มักจะมีอารมณ์เป็นธรรมดา
อย่างคุณครูท่านนี้ก็มีหน้าที่ทำให้ศิษย์เก่งขึ้น
มีความรักต่อศิษย์ อยากให้เด็กเรียนรู้สิ่งที่ครูทุ่มเทถ่ายทอด
แต่พอเด็กเรียนรู้ได้ช้ากว่าที่คาดหวัง ก็จะเกิดอารมณ์ เกิดโทสะ
แล้วใช้กำลังกระทำไปตามอารมณ์
แต่ทำไปแล้วก็กลับเป็นความผิด
เพราะเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ รู้เท่าไม่ถึงการณ์
เป็นความผิดที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ
สรุปว่า “เกิดเป็นครู ก็อย่าไปใช้กำลังกับศิษย์
อย่ายึดมั่นถือมั่น และปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติบ้าง

กรณีตีเด็กจนเป็นรอยเขียวช้ำที่หน้า
เด็ก 6 ขวบถูกครูลงโทษเพียงแค่เพราะเขียนคำตอบช้า และสะกดคำผิด ๆ ถูก ๆ
ในระหว่างการทดสอบสะกดคำ
เหตุเกิดที่ อำเภอบ๊าตสาต จังหวัดหล่าวกาย ประเทศเวียดนาม
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1460122548
https://blog.eduzones.com/moobo/138742

ถ้าต้องเสียของรักให้ใครไป ก็ขอให้ยินดีที่ของรักจะได้พบโอกาสใหม่

ฝากแฟนผมด้วย
ฝากแฟนผมด้วย

ตั้งแต่ฟังเพลงมา ผมว่าเพลงนี้เข้าหัวข้อ มุทิตาจิต
คือ ความเป็นผู้มีใจชื่นชมยินดีในเมื่อผู้อื่นได้ดี หรือต้องแยกกันเดิน
เพราะคนรู้จักถามมาว่า ถ้าเจ้าของ กำลังจะเสียของรัก
ไหน ๆ ก็ยื้อไม่ได้อยู่แล้ว เขาจะทำอย่างไรกับของรัก
ผมก็ตอบไปว่า “เจ้าของ เขาคงยินดีที่ของรักจะมีเจ้าของใหม่

เนื้อเพลง “ฝากแฟนผมด้วย

ผมรักน้องเค้าจริงนะพี่ คนนี้ให้หมดหัวใจ
ถึงแม้น้องมีคนใหม่คือพี่ที่มานั่งรอ
ผมรักน้องเค้านานแล้วพี่ คนนี้ผมเลยอยากขอ
รักที่ผมนั้นคนก่อ ฝากพี่สานต่อได้มั้ย
* ก็รู้ว่าน้องเค้าคลั่งไคล้พี่
รักพี่ซะจนหมดใจ ความสุขน้องเค้า
ผมคงขวางไม่ได้ มีให้แค่คำอวยพร
** ฝากแฟนผมด้วย ช่วยดูแลน้องเค้าที
หากน้องทำตัวไม่ดี พี่อย่าเพิ่งใจร้อน
แฟนผมคนนี้ยังเด็กค่อนข้างขี้งอน
ให้เอาน้ำเย็นลูบก่อน แล้วพี่ค่อยสอนก็ได้
น้องเค้าทิ้งผมไปหาพี่ คนนี้ผมอยากฝากไว้
รักน้องเค้าเท่าผมได้ไหม ลูกผู้ชายขอกัน

http://radio.sanook.com/music/player/4932/%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2

ความรักของมนุษย์เรามีหลายแบบ หลายเวลา หลายสิ่งอย่าง
ชีวิตเหมือนไร่นาสวนผสมนั่นหละครับ
คละเคล้า ปะปนกันไป หลายเรื่องหลายราว ดูมั่ว ๆ ยังไงชอบกล
– มีรักพ่อแม่
– มีรักแฟน
– มีรักลูก
– มีรักงาน
– มีรักองค์กร
– มีรักเพื่อนบ้าน
– มีรักอะไรอะไรอีกมากมาย

ทุกครั้งที่สูญเสีย ก็น่าจะยินดีด้วย น่าจะดีกว่า

เรียนแบบบันทึกลูกของกูเกิ้ล (itinlife498)

after earth
after earth

ความกตัญญู (Gratitude) คือ ความรู้คุณ รู้ถึงอุปการคุณที่ผู้อื่นกระทำแก่ตน มักเกิดจากการมีความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์อุ้มชูเชิงบวก เช่น ผู้ปกครองกับผู้อยู่ในปกครอง นายจ้างกับลูกจ้าง หรือกษัตริย์กับทหาร เคยดูคลิ๊ปโฆษณาของกูเกิ้ลที่จัดทำเป็นภาษาไทยเรื่องจากใจพ่อ ก็เป็นการนำเสนอพฤติกรรมของพ่อที่ชื่อ นรินทร์ ที่ใช้บริการของกูเกิ้ลเขียนบันทึกสื่อสารกับลูกชื่อ นิม  เป็นความสัมพันธ์ที่มีต่อกันอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าเมื่อลูกสาวโตขึ้นและได้กลับไปอ่านบันทึกก็จะได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก และรับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้เป็นพ่อ ซึ่งความกตัญญูที่ลูกมีต่อพ่อก็เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ข้างต้น ส่วนความไม่กตัญญูอาจเกิดขึ้นจากความคิดชั่ววูบหรือไม่ได้สติได้ ซึ่งพบเห็นได้บ่อยในข่าวอาชญากรรม เช่น พ่อลูกบันดาลโทษะจากเหตุเมาสุราแล้วทำร้ายกัน

ความเป็นส่วนตัว (Privacy) เป็นหัวข้อที่ถูกนำมาพูดคุยในเรื่องของความปลอดภัย (Security) ทุกครั้ง แต่กระแสโลกเครือข่ายสังคม ทำให้ความเชื่อของผู้คนเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เกิดปัญหาขึ้นครั้งใดก็จะนำมาเตือนให้ระวังและตระหนักในภัย แต่ในสถานการณ์ปกติเราจะไม่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวในเครือข่ายสังคมมากนัก การใช้บริการ foursquare.com ทำให้เพื่อนได้รู้ที่อยู่ของเราเมื่อกด checkin การใช้ facebook.com ทำให้รู้ว่าเราเกิดวันใดและคิดอะไรอยู่ การใช้ youtube.com ทำให้คนทั้งโลกได้เห็นพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น กินที่ไหน กินอะไร พูดอะไร เที่ยวที่ไหน ทำงานอะไร คบหากับใคร คลิ๊ปหวิวของตนเอง หรือกับแฟน ซึ่งเครือข่ายสังคมทำให้เกิดค่านิยมนำความเป็นส่วนตัวไปเผยแพร่ในที่สาธารณะ

หากจะตามกระแสเครือข่ายสังคมที่ลดความเป็นส่วนตัวของตนลง และแบ่งปันประสบการณ์ในการดูแลบุตร คนที่รัก หรือบุพการี ซึ่งผู้เป็นพ่อยุคใหม่แบบคุณนรินทร์ในคลิ๊ปจากใจพ่อ ก็จะมีการอัพโหลดภาพครอบครัว เขียนบันทึกเรื่องราวที่ประทับใจในแต่ละช่วงเวลา เช่น สร้างอีเมลหรือบล็อกให้ลูก เขียนบันทึกคุยกับลูก เล่าเรื่องราวที่พาไปเที่ยว ไปกิน ไปสวนสนุก เข้าโรงเรียนวันแรก ฉีดวัคซีน ถอนฟัน ไปหาหมอ ซื้อเสื้อผ้า ท่านอนหลับ อ่านหนังสือ เล่นของเล่น เมื่อลูกโตขึ้นก็จะพบว่าในอดีตพ่อได้บันทึกอะไรไว้ให้อ่านบ้าง เป็นความสัมพันธ์ที่ส่งเสริมคำว่ากตัญญู และถ้าผู้เป็นพ่ออายุมากจนป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ก็อาจเป็นเครื่องมือหนึ่งช่วยกระตุ้นความทรงจำได้ แล้วการบันทึกเรื่องราวในครอบครัวก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ดี ซึ่งดีกว่านิ่งเงียบกันทั้งบ้านตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกัน

ประชุมเครือข่ายสหวิทยาการ กลุ่มภาคเหนือตอนบน ที่เชียงใหม่แกรนด์วิว

เครือข่ายสหวิทยาการแห่งราชบัณฑิตสถาน ภาคเหนือตอนบน และเครือข่ายเชิงประเด็น โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (เครือข่าย C - อพ.สธ.) เครือข่ายอุดมศึกษา ภาคเหนือตอนบน
เครือข่ายสหวิทยาการแห่งราชบัณฑิตสถาน ภาคเหนือตอนบน และเครือข่ายเชิงประเด็น โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (เครือข่าย C - อพ.สธ.) เครือข่ายอุดมศึกษา ภาคเหนือตอนบน

22 สิงหาคม 2557 มีโอกาสร่วมประชุมสัมมนาใน
โครงการประชุมสัมมนาพัฒนาและขยายผลประเด็นกลยุทธ์แก้ไขปัญหาชุมชนในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน
สำหรับเครือข่ายสหวิทยาการแห่งราชบัณฑิตสถาน ภาคเหนือตอนบน
และเครือข่ายเชิงประเด็น โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (เครือข่าย C – อพ.สธ.)
เครือข่ายอุดมศึกษา ภาคเหนือตอนบน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๗

มีวัตถุประสงค์ 6 ข้อ
1. เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของเครือข่ายฯ และขยายความร่วมมือด้านการวิจัย และวิชาการกับเครือข่ายอื่นในภูมิภาคภาคเหนือตอนบน
2. เพื่อต่อยอดการพัฒนาแนวทางในการประสานงานและทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างนักวิจัย นักวิชาการและภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาท้องถิ่นสำคัญ
3. เพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยแบบสหวิทยาการของเครือข่ายภาคเหนือตอนบนเพื่อพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาท้องถิ่นที่สำคัญ
4. เพื่อนำผลที่ได้จากการประชุมระดมสมอง ไปใช้ประโยชน์จริงตามความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมถึงชุมชนอย่างแท้จริง
5. เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมของเครือข่ายสหวิทยาการแห่งราชบัณฑิตยสถานภาคเหนือ ภาคเหนือตอนบน และโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (เครือข่าย C – อพ.สธ.) เครือข่ายอุดมศึกษา ภาคเหนือตอนบน
6. เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการพัฒนาข้อเสนอโครงการภายใต้ประเด็นปัญหาของภาคเหนือตอนบนและพัฒนาต่อยอดร่วมกันในเครือข่ายต่อไป
กิจกรรมช่วงเช้า เป็นการบรรยาย ประกอบด้วย
1. กล่าวต้อนรับ และกล่าวเปิดประชุม
โดย รศ.ดร.เสริมเกียรติ จอมจันทร์ยอง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2. กล่าวบรรยายพิเศษ “การดำเนินงานของเครือข่ายอุดมศึกษาภาคเหนือตอนบน”
โดย รศ.ดร.คมกฤต เล็กสกุล ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
3. บรรายายพิเศษ “แนวคิดและทิศทางการดำเนินงานและพัฒนาของเครือข่ายสหวิทยาการแห่งราชบัณฑิตยสถานภาคเหนือตอนบนกับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาท้องถิ่น”
โดย ศ.นพ.ยงยุทธ  วัชรดุลย์ ประธานคณะกรรมการสหวิทยาการเพื่อการวิจัยและพัฒนา
4. การบรรยาย เรื่อง
“การดำเนินงาน/แผนงาน/โครงการเครือข่ายสหวิทยาการแห่งราชบัณฑิตยสถานภาคเหนือตอนบน”
โดย รศ.ดร.อาวรณ์  โอภาสพัฒนกิจ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ

กิจกรรมช่วงบ่าย แยกกลุ่มตามประเด็น
ห้องที่ 1 ประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม (หมอกควัน) ห้องประชุมทิพย์พิมาน
ประเด็น “การพัฒนาประเด็นเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม (หมอกควัน) ในส่วนภูมิภาค (ภาคเหนือตอนบน)”
ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.อาวรณ์ โอภาสพัฒนกิจ
ผลจากการประชุมได้ร่างชื่อชุดโครงการวิจัยว่า
การจัดการที่ดินเพื่อลดปัญหาหมอกควัน
แล้วนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 3 ตุลาคม 2557 ที่จะเกิดขึ้น
หลังแต่ละสถาบันไปเขียนข้อเสนอโครงการย่อยเชิงบูรณาการ
แล้วนำโครงการทั้งหมดมาเชื่อมโยงกัน และพูดคุยกันอีกครั้ง
โดยมี อ.ธวัชชัย แสนชมภู เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยเนชั่นร่วมแลกเปลี่ยน

ห้องที่ 2 ประเด็นปฏิรูปด้านการศึกษาเยาวชน (ม.แม่ฟ้าหลวง) ห้องประชุมย่อยฝูเป่า
ประเด็น “การพัฒนาประเด็นปฏิรูปด้านการศึกษาเยาวชนในส่วนภูมิภาค (ภาคเหนือตอนบน)”
ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.ชยาพร วัฒนศิริ และ ดร.พนม วิญญายอง
ผลจากการประชุมได้ร่างชื่อชุดโครงการวิจัยว่า
กระบวนการพัฒนาทักษะชีวิตของเด็กและเยาวชนตามแนวพระราชดำริ
ซึ่ง ผศ.ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ ใจสนิท
เสนอให้ไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมที่ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
http://www.cf.mahidol.ac.th/
ส่วน ดร.สมคิด แก้วทิพย์ ได้ฉายภาพปัญหาระบบการศึกษาไทย
เป็นปัญหา 4 ระดับ ที่ทำให้ทีมงานพิจารณาร่วมกัน และเห็นภาพได้ชัดเจน
คือ ฐานคิด โครงสร้าง แผนงาน/กระบวนการ ปรากฎผล
ในกลุ่มตกลงร่วมกันว่าจะสื่อสารกันด้วย e-mail และ line กลุ่ม

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.898656623481803.1073741932.506818005999002

ฟันธงแล้ว เลิกแจกแท็บเล็ต ป.1

tabletpc ป.1
tabletpc ป.1

อวสานประชานิยม!  ‘แจกแท็บเล็ตป.1’
คสช.ยกเลิกโครงการยกพวง สั่งเปลี่ยนแปลงงบประมาณไปใช้อย่างอื่นที่เกิดประโยชน์ต่อเด็กมากกว่า มอบ ศธ.ไปคิดโครงการใหม่มา

http://www.komchadluek.net/detail/20140616/186608.html

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2557  นางสุทธศรี  วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา เพื่อพิจารณาโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียน  ว่า ภายหลังหารือร่วมกันโดยวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ของโครงการแจกแท็บเล็ต โดยนำผลการวิจัยที่ทำโดยหน่วยงานที่เป็นกลาง อาทิ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) รวมไปถึงผลการติดตามการดำเนินโครงการตั้งแต่ปีใบประมาณ 2556  ซึ่งเป็นปีแรกที่เริ่มดำเนินโครงการมาร่วมพิจารณาด้วย  ทุกฝ่ายมีมติร่วมกันว่าควรจะเปลี่ยนแปลงงบประมาณของแท็บเล็ตที่เหลือทั้งหมด ไปใช้ทำโครงการอื่นที่เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน มากกว่า

“เหตุผลที่ตัดสินใจยุติโครงการแท็บเล็ต ทั้งในส่วนของปีงบประมาณ 2556 ซึ่งเหลือการจัดซื้อในโซนที่ 4 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ) วงเงิน 1,170 ล้านบาท และการจัดซื้อแท็บเล็ต ปีงบประมาณ 2557 จำนวน 5,800  ล้าน นั้นยึดเรื่องผลประโยชนต่อผู้เรียนเป็นหลัก โดยหลายฝ่ายเห็นว่าถ้านำไปทำโครงการอย่างอื่น อย่างเช่น สมาร์ทคลาสรูม  อีเลิร์นนิ่ง  เป็น ห้องคอมพิวเตอร์ไว้ที่โรงเรียน ให้นักเรียนหมุนเวียนมาใช้ จะเกิดประโยชน์ในวงกว้างมากกว่า ขณะเดียวกันยังไม่ต้องเสียงบประมาณจัดซื้อทุกปี เหมือนโครงการแจกแท็บเล็ต ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบให้ศธ. ตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาโครงการที่เหมาะสมมาแทน”

แหล่งข่าวระดับสูงจาก ศธ. เปิดเผยว่า ประชุมได้มอบให้ปลัด ศธ. ทำเรื่องเสนอไปยังกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ เพื่อขอเปลี่ยนแปลงรายการ และขอกันเงินงบประมาณแบบไม่มีหนี้ด้วย  ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง โดยมีข้อสรุปว่านักเรียนทุกคนไม่จำเป็นต้องได้รับแจกแท็บเล็ตเป็นของตนเอง เพราะใช้แท็บเล็ตเรียนเพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น จึงถือว่าไม่คุ้มค่า และไม่เหมาะสมที่จะจัดซื้อให้แก่นักเรียนทุกคน ขณะเดียวกันยังเห็นว่าแท็บเล็ตไม่เหมาะที่จะนำมาใช้สอนนักเรียนตลอดเวลา ควรใช้ในการเรียนการสอนบางชั่วโมงเท่านั้น และเด็กๆ ควรเรียนรู้จากครูผู้สอน

อีกทั้งแท็บเล็ตถือเป็นครุภัณฑ์ของโรงเรียน จึงไม่เหมาะสมที่จะไปมอบให้นักเรียนเป็นของส่วนตัวได้ โดยคณะกรรมการว่าด้วยพัสดุ กรมบัญชีกลาง ก็ได้ระบุมาว่าจะมอบแท็บเล็ตให้แก่นักเรียนไม่ได้ นอกจากนี้แท็บเล็ตยังมีขนาดหน้าจอที่เล็ก ทำให้นักเรียนมีปัญหาด้านสายตา ส่วนคุณภาพของเครื่องเนื่องจากมีราคาถูก ทำให้แท็บเล็ตมีคุณภาพต่ำ มีอายุใช้งานที่สั้นเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น และไม่คุ้มค่าเมื่อต้องมีการซ่อมแซม

ภาพประกอบจาก
http://www.manager.co.th/politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000107226

บริโภคนิยมและใช้แรงงาน

พฤติกรรมที่ถือว่าเป็นคนโง่
พฤติกรรมที่ถือว่าเป็นคนโง่

หลักการ .. บริโภคนิยมและใช้แรงงาน
แต่เขาว่า เป็น ทรมานสัตว์

กาลครั้งหนึ่ง .. มีหมู่บ้านบริโภคนิยมและใช้แรงงานแห่งหนึ่ง
การพัฒนาหมู่บ้าน เน้นการใช้แรงงานสัตว์ และกินสัตว์เป็นอาหาร
หมู่บ้านนี้ไม่มีสัตว์เลี้ยง แต่เลี้ยงไว้กิน หรือใช้งาน
สัตว์ในหมู่บ้านอยู่เพื่อเป็นอาหาร และใช้แรงงาน
กฎของหมู่บ้าน คือ ต้องใช้สัตว์ให้มีประโยชน์สูงสุด
หากมีใครไม่ใช้ประโยชน์ ถือว่าเป็นคนโง่
เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่าง และคัดแต่คนฉลาดไว้ในหมู่บ้าน
คนโง่จะถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน
ไม่ฟังคำโต้แย้ง เพราะคนโง่พูดอะไรก็ไม่น่าฟัง
และไม่มีคำว่าให้อภัยสำหรับคนโง่

และแล้ว
วันหนึ่ง มีตา หลาน นำลาเดินผ่านหมู่บ้าน
โดยตาและหลานเดินนำลา แล้วเดินไปตามทาง
เพียงก้าวแรกที่เหยียบเข้าหมู่บ้าน
ก็ถูกชาวบ้านรุมประนาม ว่าสิ้นคิดอย่างมหันต์
ก่อนจะไปถึงครึ่งหมู่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้านก็พาคนออกมาขวาง พูดสุภาพว่าห้ามผ่าน
บอกว่า ทั้งตาและหลานจะผ่านหมู่บ้านนี้ไปไม่ได้นะจ๊ะ
เพราะเป็นกฎ เป็นเกณฑ์ ที่ยึดถือมานับร้อยปี
การกระทำแบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นในหมู่บ้านนี้
จงกลับไปทางเดิม และห้ามผ่านหมู่บ้านนี้อีก
เพราะหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านบริโภคนิยมและใช้แรงงาน
จะเดินไปโดยไม่ใช้แรงงานสัตว์ไม่ได้
แล้วตาหลานเดินเหนื่อย ปล่อยให้ลาเดินสบายไม่ได้เป็นอันขาด

สรุปว่า .. สองตาหลานเข้าใจ รีบเดินกลับทันที
และตกลงกันว่า
ถ้าผ่านหมู่บ้านต่อไป ตาหลานจะไม่ปล่อยให้ลาเดินสบายอีก
เพราะชีวิตต้องดำเนินต่อไป
เข้าเมืองตาหลิ่ว ให้หลิ่วตาตาม .. เสมอ
http://www.dek-d.com/board/view/1397577/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=585743691439766&set=a.506822259331910.127514.506818005999002


เขาว่ากันว่า
ความถูกต้องมีเพียงหนึ่งเดียว .. เป็นความเชื่อของมนุษย์
แต่ความถูกต้องมีหลายแบบ .. เป็นความจริงของโลก
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=141213379294532&set=a.141213375961199.36663.100002176129280

ทุกชีวิตมีค่าเท่ากัน เห็นใจทุกชีวิต

พฤติกรรมรังแกสัตว์
พฤติกรรมรังแกสัตว์

หลักการ .. รักและเอ็นดูสัตว์

แต่เขาว่า เป็นไอ้โง่

กาลครั้งหนึ่ง .. มีหมู่บ้านรักและเอ็นดูสัตว์แห่งหนึ่ง
การพัฒนาหมู่บ้าน เน้นการให้ความรักและให้เกียรติสัตว์
หมู่บ้านนี้เป็นมังสวิรัต
สัตว์ในหมู่บ้านอยู่ร่วมกับมนุษย์อย่างมีความสุข
อยู่ในบ้าน ในสวน กิน เดิน และนอนได้อย่างเสรี
ไม่มีการเบียดเบียน ซึ่งกันและกัน
สัตว์เป็นเพื่อน มูลสัตว์ให้คุณแก่การเกษตร
ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
กฎของหมู่บ้านคือไม่เบียดเบียนสัตว์
หากมีใครเอาเปรียบสัตว์ ไม่ว่าทางใดก็ตาม
จะถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน ไม่ฟังคำโต้แย้ง
และไม่มีคำว่าให้อภัยสำหรับการกระทำนั้น

และแล้ว
วันหนึ่ง มีตา หลาน นั่งลาเดินผ่านหมู่บ้าน
โดยตาและหลานนั่งบนลา แล้วให้เดินไปตามทาง
เพียงก้าวแรกที่เหยียบเข้าหมู่บ้าน
ก็ถูกชาวบ้านรุมประนาม ว่าสิ้นคิดอย่างมหันต์
ก่อนจะไปถึงครึ่งหมู่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้านก็พาคนออกมาขวาง พูดสุภาพว่าห้ามผ่าน
บอกว่า ทั้งตาและหลานจะผ่านหมู่บ้านนี้ไปไม่ได้นะจ๊ะ
เพราะเป็นกฎ เป็นเกณฑ์ ที่ยึดถือมานับร้อยปี
การกระทำแบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นในหมู่บ้านนี้
จงกลับไปทางเดิม และห้ามผ่านหมู่บ้านนี้อีก
เพราะหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านรักและเอ็นดูสัตว์
จะเอาเปรียบสัตว์ให้ทำงานหนักแบกคนไม่ได้
แล้วมีตาหลานไปนั่งสบายบนหลังลาไม่ได้เป็นอันขาด

สรุปว่า .. สองตาหลานเข้าใจ รีบเดินกลับทันที
และตกลงกันว่า
ถ้าผ่านหมู่บ้านต่อไป ตาหลานจะไม่นั่งสบายบนหลังลาอีก
เพราะชีวิตต้องดำเนินต่อไป
เข้าเมืองตาหลิ่ว ให้หลิ่วตาตาม .. เสมอ
http://www.dek-d.com/board/view/1397577/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=585743691439766&set=a.506822259331910.127514.506818005999002


เขาว่ากันว่า
ความถูกต้องมีเพียงหนึ่งเดียว .. เป็นความเชื่อของมนุษย์
แต่ความถูกต้องมีหลายแบบ .. เป็นความจริงของโลก

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=141213379294532&set=a.141213375961199.36663.100002176129280

ผู้สูงอายุสำคัญที่สุด

ทรมานคนแก่
ทรมานคนแก่

หลักการ .. ผู้สูงอายุต้องมาก่อน
แต่เขาว่า ทรมานเด็ก

กาลครั้งหนึ่ง .. มีหมู่บ้านผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง

การพัฒนาหมู่บ้าน เน้นพัฒนาที่ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุเป็นที่รักของทุกคนเป็นที่สุด
ผู้สูงอายุเป็นบุคคลวีไอพี ขึ้นรถ ลงเรือฟรี
มีถนน ที่นั่งพิเศษสำหรับผู้สูงอายุทุกท่าน
เพราะถ้าไม่มีผู้สูงอายุพวกเราก็จะไม่มีวันนี้
กฎของหมู่บ้านคือไม่เอาเปรียบผู้สูงอายุ
หากมีใครเอาเปรียบผู้สูงอายุ ไม่ว่าทางใดก็ตาม
จะถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน ไม่ฟังคำโต้แย้ง
และไม่มีคำว่าให้อภัยสำหรับการกระทำนั้น

และแล้ว
วันหนึ่ง มีตา หลาน จูงลาผ่านหมู่บ้าน
โดยหลานนั่งบนลา
แล้วให้ตาจูงนำทาง
เพียงก้าวแรกที่เหยียบเข้าหมู่บ้าน
ก็ถูกชาวบ้านรุมประนาม ว่าสิ้นคิดอย่างมหันต์
ก่อนจะไปถึงครึ่งหมู่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้านก็พาคนออกมาขวาง พูดสุภาพว่าห้ามผ่าน
บอกว่า หลานจะผ่านหมู่บ้านนี้ไปไม่ได้นะจ๊ะ
เพราะเป็นกฎ เป็นเกณฑ์ ที่ยึดถือมานับร้อยปี
การกระทำแบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นในหมู่บ้านนี้
จงกลับไปทางเดิม และห้ามผ่านหมู่บ้านนี้อีก
เพราะหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านคนดีรักผู้สูงอายุ
จะเอาเปรียบผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุเดินจูงลา
แล้วมีหลานนั่งสบายบนหลังลาไม่ได้เป็นอันขาด

สรุปว่า .. สองตาหลานเข้าใจ รีบเดินกลับทันที
และตกลงกันว่า
ถ้าผ่านหมู่บ้านต่อไป หลานจะไม่เอาเปรียบตาอีก
เพราะชีวิตต้องดำเนินต่อไป
เข้าเมืองตาหลิ่ว ให้หลิ่วตาตาม .. เสมอ
http://www.dek-d.com/board/view/1397577/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=585743691439766&set=a.506822259331910.127514.506818005999002


เขาว่ากันว่า
ความถูกต้องมีเพียงหนึ่งเดียว .. เป็นความเชื่อของมนุษย์
แต่ความถูกต้องมีหลายแบบ .. เป็นความจริงของโลก
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=141213379294532&set=a.141213375961199.36663.100002176129280