ปีใหม่ไทย หรือสงกรานต์ นึกถึงอะไรกันนะ

สงกรานต์ในมุมมองของข้าพเจ้า

เทศกาลมหาสงกรานต์มาบรรจบ
ทำให้มีเรื่องราวมากมาย ให้คำนึง
หรือที่เราเรียกว่าส่งท้ายปีเก่าไทย ต้อนรับปีใหม่ไทย

เรื่องหนึ่งที่นึกถึง คือ วันหยุดยาว เป็นอันดับแรก
การไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ พูดคุยสังสรร ในหมู่ญาติ
กลับไปเยี่ยมบ้าน รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และอีกมากมาย
ก่อนหยุดสงกรานต์ หรือหลังกับจากสงกรานต์
ที่องค์กรก็มีกิจกรรม ตอบรับเทศกาลที่น่าสนใจมากมาย

1. ผู้น้อยรวมตัวกันจัดกิจกรรม
เชิญผู้เฒ่าผู้แก่มารวมกัน และรดน้ำดำหัว
หรือพากันไปหาผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ
เพื่อขอสุมาลาโทษ ขอศีลขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
2. ทำบุญใส่บาตร หรือไปสรงน้ำพระ
ขอพรพระ เพื่อความเป็นสิริมงคล

3. ชมการแสดง มหรสพ งานรื่นเริงบันเทิงใจ
ร้องรำทำเพลง ร้องเล่นเต้นรำ

 

4. นั่งล้อมวง พูดคุย นาน ๆ พบพร้อมหน้าพร้อมตา
เล่าความหลังสู่กันฟัง ว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
ทำวีรกรรมอะไรตามประสาคนมีอายุ

5. ทำกิจกรรมกีฬา เชื่อมความสัมพันธ์
กีฬามหาสนุก เตะบอล แกว่งมะเขือ ชักกระเย่อยิ่งสนุก

 

สงกรานต์ หรือ ปีใหม่ไทย 2559
https://www.facebook.com/ajburin/media_set?set=a.10154059445893895.1073741896.814248894

สงกรานต์ หรือ ปีใหม่ไทย 2558
https://www.facebook.com/ajburin/media_set?set=a.10153180081213895.1073741855.814248894

สงกรานต์ หรือ ปีใหม่ไทย 2554 – 2557
https://www.facebook.com/ajburin/media_set?set=a.489851243894.268727.814248894

การรวมตัวกันของเพื่อนเก่า เทียบเฟสกับไลน์

เที่ยววัด
เที่ยววัด

ครั้งหนึ่ง ผมได้พูดคุยกับ น้องจ๋า
เรื่องการรวมตัวของเพื่อนเก่า หรือศิษย์เก่า
แล้วผมก็แบ่งปันกับ น้องจ๋า ว่า
ในรุ่นผมเค้าก็รวมตัวกัน แข็งแรงด้วย
และผมก็แชร์ว่าปัจจัยที่ทำให้แต่ละรุ่นแข็งแรงคืออะไร

พอรวมตัวกันได้ก็ทำกิจกรรม
– เยี่ยมเพื่อน
– เยี่ยมคาราวะครูอาจารย์เก่า
– ทิปต่างจังหวัด
– ทิปตามเทศกาล
– นัดพบปะทานข้าวที่ร้านอาหาร
– ทำอาหารทานที่บ้านเพื่อน
– ไปเที่ยววัด หรือแหล่งท่องเที่ยว

เที่ยววัด
เที่ยววัด

วันนี้ เพื่อนบิวแชร์ภาพ ผมก็คัดลอกเก็บไว้
เพราะชอบ (like)
แล้วแชร์ในเฟส และกลุ่มผู้สูงอายุไปว่า

ผมมีเพื่อนกลุ่มหนึ่ง
เค้ามารวมตัวกันได้ใกล้ชิด
โดยใช้ line เป็นเครื่องมือ
เมื่อรวมตัวกันก็พบปะ
พากันจัดกิจกรรมมากมาย
ตามการหาลือในกลุ่มไลน์
อันที่จริงเพื่อนผม
ทั้ง ประถม (Ton ching-chai) มัธยม (ปอ) และ ป.ตรี (สท.ติ)
มีกลุ่ม line ที่เข้มแข็งทุกกลุ่ม
ตามภาพนี้ที่เพื่อน ๆ ไปเที่ยววัด เป็นกลุ่ม ป.ตรี
จุดเด่น คือ รวมกันได้มากกว่าครึ่ง
จากสมาชิกในชั้นปีทั้งหมด ทำกิจกรรมพบปะตลอด
แต่กิจกรรมก็จะกระจายกันไป
ตามกลุ่มจังหวัดซะมาก
จัดทิปออกเที่ยวหาเพื่อนต่างจังหวัดก็บ่อย

ปล. ภาพนี้เพื่อนบิวอัพเข้ากลุ่มเฟส
เพราะเพื่อน ป.ตรี เป็นกลุ่มเดียว
ที่มีกลุ่มเฟสเป็นรองกลุ่มไลน์
คำว่า “กลุ่มเฟสเป็นรองกลุ่มไลน์
แปลว่า ยังสามารถจัดให้เป็นที่สองได้
เพราะกลุ่มอื่นในไลน์อีกเยอะ
ที่มีกลุ่มไลน์เพียงอย่างเดียว
อาจเพราะกลุ่มที่ว่านั้น มีสมาชิกเป็นผู้สูงอายุ
จึงไม่สามารถชวนมาเข้ากลุ่มเฟส
ผู้มีอายุจะถนัดใช้ไลน์มากกว่าเฟส
ทำให้หลายกลุ่ม
ไม่สามารถสร้างกลุ่มเฟสได้
จึงไม่อาจนับได้ว่ามีกลุ่มเฟสเป็นรอง

ปกติแล้วผมจะโพสต์เข้าเฟส แล้วนำมาเขียนบล็อก
ภาพเที่ยววัดนี้ โพสต์ไว้ที่ https://www.facebook.com/ajburin/

เพื่อนประถม
เพื่อนประถม
เพื่อนป.ตรี
เพื่อนป.ตรี

คลิ๊กศิษย์เก่า ในกิจกรรม “one click รวมรุ่น” @YONOK

หากมีคำถามว่า
ไม่พบเพื่อนร่วมรุ่น มากว่า 20 ปี จะตามหากันได้อย่างไร
เสนอกิจกรรม One click รวมรุ่นที่ใช้ poll ในเฟสบุ๊คเป็นเครื่องมือ
และเป็นกิจกรรมในภาคสมัครใจ ทั้งการ join group และ click poll
สำหรับศิษย์เก่า คลิ๊กที่นี่

ภาพศิษย์เก่ากับกิจกรรม one click รวมรุ่น
ภาพศิษย์เก่ากับกิจกรรม one click รวมรุ่น

เหตุเริ่มจากว่า มีอยู่วันหนึ่ง ปลายฤดูหนาว
มีรุ่นน้องผู้หญิง เค้าชื่อ เปรมฤทัย รุ่น 45
โทรเข้ามาสอบถามว่ามีรูปเก่าของเพื่อนร่วมรุ่นไหม
มีโอกาสได้ซักไซร้ไล่เรียงกันอยู่พักหนึ่ง เพราะผมรุ่น 31
ห่างจากเค้าไป 15 ปี ก็คงไม่สะสมภาพเพื่อนของเค้าเป็นพิเศษ
และอยู่ต่างสาขาวิชาด้วย ยิ่งยากเลย
แล้วนึกถึง หอจดหมายเหตุ ของ มูลนิธิโยนก ก็น่าจะมีคำตอบ
แต่ต้องไปค้น facebook.com/yonokfoundation

เป้าหมายของศิษย์เก่า
1. เพื่อตามหาเพื่อนร่วมรุ่นที่ห่างหายไปมากกว่า 10 ปี
2. เพื่อตามอยากได้ภาพเก่าของเพื่อนและตนเอง

นั่นจึงเป็นการเริ่มต้น ที่จะตามหารุ่นน้องในแต่ละรุ่น
แล้วก็พบว่ามีกลุ่มศิษย์เก่าในเฟสชื่อ We are yonok
ที่รวบรวมศิษย์เก่าไว้มากที่สุด
เพราะเป็นกลุ่มเฟสที่ไม่ได้แยกรุ่นเหมือนกลุ่มอื่น
และในกลุ่มนี้มีคำอธิบายกลุ่ม ว่า ..

ผมสร้างกลุ่ม YONOK ขึ้นมา
เพื่อให้เกิดการรวมตัวกันของพวกเราชาว YONOK
และสามารถรู้เรื่องราว สารทุกข์ ของแต่ละท่าน
ช่วยกันตามเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ
ให้มาเข้ากลุ่มกันเยอะๆ นะครับ
คิดถึงชาว YONOK ทุกคนครับ
ผู้สร้างกลุ่มเป็นศิษย์เก่ารุ่น 3 ชื่อ Tommy

จึงได้สร้าง poll ให้ศิษย์เก่าได้มาคลิ๊ก
https://www.facebook.com/groups/iamyonok/
ข้อมูลแบ่งเป็น รหัส 2 ตัวหน้า ของรหัสนักศึกษา 7 หลักหรือ 13 หลัก
ที่เหมาะกับการใช้แยกรุ่น
ไม่ต้องกรอกข้อมูลอะไรเลย
เพียง คลิ๊กเดียว ก็พบเพื่อน ๆ ในรุ่นแล้ว
กิจกรรมนี้ชื่อ One click รวมรุ่น
จากนั้นก็เชิญชวนรุ่นต่าง ๆ เข้าไปแสดงตัว
ตามความสมัครใจ 

ตัวอย่างผลของกิจกรรม one click รวมรุ่น
ตัวอย่างผลของกิจกรรม one click รวมรุ่น

โดยข้อความที่เชิญชวนไปมีดังนี้
ใครรหัส 2 ตัวอะไร รายงานตัวกันหน่อย
เพื่อน ๆ ที่เข้ามาใหม่ ตามหากันจะได้เจอ
1. ตอบ poll
2. ส่งภาพกลุ่มเพื่อน ๆ จ๊าบ ๆ ใต้โพสต์ แล้วบอกรหัสกันด้วย
3. แท็กเพื่อนในภาพด้วย เวลาเปลี่ยน ทรงผมก็เปลี่ยน

ภาพเชิญชวนร่วมกิจกรรม
ภาพเชิญชวนร่วมกิจกรรม

ภาพประกอบโพสต์นี้ .. มาจากกิจกรรม Reunion
งานรวมรุ่น เมื่อ 27 มกราคม 2561
ที่สระว่ายน้ำของมหาวิทยาลัย
“ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง ให้มิตรภาพของคำว่า  เพื่อนแล้ว .. หมดทั้งใจที่มีอยู่”
.. เพื่อนรุ่น 1 คุณสันติ เขียวอุไร
มีข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://77kaoded.com/

ภาพเชิญชวนร่วมกิจกรรม
ภาพเชิญชวนร่วมกิจกรรม

ศิษย์เก่า (YONOK Alumni) ที่จะร่วมกิจกรรม คลิ๊กที่นี่
https://www.facebook.com/groups/iamyonok/

นายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี ขอลาออกจากราชการ

ทุกเรื่องราวมีหลายมุมมอง
กรณีมีข่าว ผู้ว่าราชการ จังหวัดจันทบุรี ลาออก
ปรากฎในสื่อสังคม เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
ต่อการพิมพ์เอกสารผิด 1 ฉบับ
แล้วชื่นชมในประเด็นความรับผิดชอบกันมากนั้น

นายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี ขอลาออกจากราชการ
นายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี ขอลาออกจากราชการ

แต่
ความรับผิดชอบพัฒนาจังหวัด ในบทบาทของผู้ว่าราชการล่ะ
ตามความสามารถ ตามประสบการณ์ ตามทักษะที่หาได้ยาก
ต้องยุติลง เลิกไปในทันที เป็นเรื่องที่ชอบแล้ว
จริงหรือ .. ชวนคุยครับ

เห็นแห่ชื่นชมในความรับผิดชอบ
นี่นะ ถ้าถามแรงว่า
ทำไมผู้ว่าคิดอย่างนั้น” คงถูกด่าแน่
แต่คาดว่า ท่าน
ใช้กฎ ความรับผิดชอบ
ต่อความผิดพลาดที่ไม่ควร ที่ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม
อันเกิดจาก human error ที่อาจเป็นของคนอื่น แต่ท่านลงนาม
(ซึ่งรายละเอียดจริง ๆ ไม่รู้ ที่รู้ก็ออกมาตามสื่อเท่านั้น)

แต่มีข้อคิดน่าสนใจว่า
ยอมรับผิดชอบอย่างหนึ่ง 
ย่อมหมายถึง 
ปฎิเสธรับผิดชอบอีกอย่างหนึ่ง

เป็นกรณีศึกษาที่จะนำไปชวนนักศึกษาพูดคุยว่า
บางเรื่องผิดแล้วแก้ไขได้ พระท่านยังปลงอาบัติได้เลย

ปล. มีคำถาม เพิ่ม
ทำไมผู้คนชื่นชมการกระทำ ของผู้ว่าฯ ที่ลาออกจากคำผิด
แล้วถ้าเป็นตัวท่าน จะทำอย่างไร
ตามหลักใจเขา ใจเรา
https://www.prachachat.net/local-economy/news-114956

นิทานสอนจริยธรรม เรื่อง เรือที่ไม่ได้เรื่อง

เรือ 2 ลำ กับเรือที่ไม่ได้เรื่อง
เรือ 2 ลำ กับเรือที่ไม่ได้เรื่อง

หลังอ่านนิทานของ อ.ชีวิน สุนสะธรรม
เรื่อง “เรือที่ไม่ได้เรื่อง” ทำให้นึกถึง
TQF = กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ
ที่กำหนดว่าทุกหลักสูตรต้องสอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม

โดยแทรก คุณธรรม จริยธรรม (Morality and Ethics) เข้าไปในทุกรายวิชา (มคอ.3)

1) ตระหนักในคุณค่าและคุณธรรม จริยธรรม เสียสละ และซื่อสัตย์สุจริต
2) มีวินัย ตรงต่อเวลา และความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
3) มีภาวะความเป็นผู้นำและผู้ตาม สามารถทำงานเป็นทีมและสามารถแก้ไขข้อขัดแย้งและลำดับความสำคัญ
4) เคารพสิทธิและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมทั้งเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
5) เคารพกฎระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ ขององค์กรและสังคม
6) สามารถวิเคราะห์ผลกระทบจากการใช้คอมพิวเตอร์ต่อบุคคลองค์กรและสังคม
7) มีจรรยาบรรณทางวิชาการและวิชาชีพ

จากนิทานด้านล่าง ทำให้นึกถึงสุภาษิตคำพังเพยว่า
ถ่มน้ำลายรดฟ้า” และ
ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของเราเท่าเส้นผม

เรื่อง เรือที่ไม่ได้เรื่อง โดย ชีวิน สุนสะธรรม
https://www.facebook.com/cheevin.soonsatham

กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ มีชายขับเรือคนหนึ่ง
ได้ประกอบเรือขึ้นมา 1 ลำ มันไม่ใหญ่อะไรมาก
แต่หวังว่าจะสามารถส่งผู้โดยสารให้ไปถึงอีกฝั่งหนึ่งได้
และใครที่จะไปขึ้นอีกฝั่งนึงได้
จะต้องมีปลามากมายที่จะต้องตกให้ได้ระหว่างทาง

ชายขับเรือมองเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งที่มีความสามารถในการตกปลา
จึงเดินไปบอกกับเขาว่า
ไอ้หนุ่ม .. มาขึ้นเรือของฉันไหม
ฉันจะให้เธอขึ้นฟรีฟรีเลย
เพราะฉันเห็นว่าเธอจะตกปลาได้มากมาย
และพอไปถึงฝั่งนู้น เรือของฉันจะได้เป็นที่รู้จัก

หนุ่มคนนั้นก็เลยยอมที่จะขึ้นเรือลำเล็ก ๆ
และไปพร้อมกับชายขับเรือ

ระหว่างทาง หนุ่มตกปลาได้รับการสอนเทคนิค
ในการตกปลา เพื่อให้จับปลาให้ได้มากขึ้นจากชายขับเรือ
แต่ยังไงก็ตาม หนุ่มตกปลาก็เฝ้ามองแต่เรือลำใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ
และชื่นชมเรือลำใหญ่นั้นว่าสะดวกสบาย

ชายขับเรือเห็นเช่นนั้น
จึงพยายามทำทุกอย่างที่จะทำได้
ให้เหมือนกับเรือลำใหญ่
ไม่ว่าจะพาชายหนุ่มตกปลาในที่ปลาชุกชุม
เพื่อให้ตกปลาได้มากขึ้น
และพยายามเอาใจใส่ดูแลใกล้ชิดอย่างเต็มกำลัง
ให้ได้มากกว่าบรรดาผู้โดยสารในเรือลำใหญ่จะได้รับเสียด้วยซ้ำ

แต่ถึงพยายามเพียงใดก็ตาม ด้วยความเป็นเรือใหม่
จึงมีข้อบกพร่องต่าง ๆ บ้าง
แต่ชายหนุ่มก็ไม่เห็นถึงความพยายาม
ทำดีที่สุดของคนขับเรือเพื่อให้ชายหนุ่มตกปลา
ได้ปลาเยอะที่สุดก่อนที่จะถึงฝั่ง

ชายหนุ่มตกปลาไม่สนใจว่าตัวเองได้ปลามามากแค่ไหน
และไม่สนใจว่าคนขับเรือจะดูแลเอาใจใส่มากน้อยเพียงใด
แต่ก็ยังรู้สึกหงุดหงิดที่เรือลำนี้มันไม่สบาย “มันไม่ได้เรื่อง

เมื่อถึงฝั่ง ชายหนุ่มตกปลาเดินขึ้นฝั่งพร้อมปลามากมาย
และประกาศให้ทุกคนรับทราบว่า “เรือลำนี้ไม่ได้เรื่อง
แต่ก็มีผู้คนถามมาว่า
ถ้าเรือลำนี้ไม่ได้เรื่องแล้ว เจ้าได้ปลามาจากไหนมากมาย

ชายหนุ่มบอกว่า “มันเป็นความสามารถของข้าเอง แต่เรือมันไม่ได้เรื่อง
และก็มีคนถามว่า “แล้วคนขับเรือล่ะ ดีไหม
ชายหนุ่มก็ตอบว่า “คนขับเรือก็ดี แต่ช่างเถอะ เรือมันไม่ได้เรื่อง

ทุกคนจึงรับทราบและจดจำกันไปว่า
เรือของชายหนุ่มคนนี้นั่งมา “มันไม่ได้เรื่อง
หลังจากนั้น ไม่ว่าชายหนุ่มคนนี้เอาปลาไปขายที่ไหน
ทุกคนก็จะรู้ว่า เป็นชายหนุ่มคนที่นั่งมากับเรือที่ไม่ได้เรื่อง

ในที่สุด
ชายหนุ่มมีเงินมากมายจากการขายปลาที่ตัวเองตกมาได้
และพยายามไม่บอกใคร ว่าตัวเองนั่งเรืออะไรมาจนถึงฝั่ง
เพราะยังไง “เรือมันก็ไม่ได้เรื่อง

คำถามท้ายนิทาน
“นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า .. อะไร”

 

ล่องแพเหนือเขื่อนกิ่วลม 2559 เล่าด้วย 4 ภาพ

 

ภาพชุดนักศึกษารักการอ่าน ประจำปีการศึกษา 2560 ภาคเรียนที่ 1

This slideshow requires JavaScript.

ภาพชุดนักศึกษารักการอ่าน คือ กิจกรรมหนึ่งในวิชาสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ให้นักศึกษาไปสืบค้นหนังสือที่ชอบในห้องสมุด นำมาอ่าน สรุปใจความสำคัญลงกระดาษ แล้วก็ถ่ายภาพกระดาษที่ได้สรุปเนื้อหาเหล่านั้น พร้อมกับถ่ายภาพตนเองระหว่างการอ่านหนังสือท่ามกลางกองหนังสือ จากนั้นก็ zip ผลงานทั้งหมดเป็นแฟ้มเดียว ส่งเข้าระบบอีเลินนิ่ง เมื่อเห็นภาพนักศึกษาตั้งใจถ่ายระหว่างอ่านหนังสือ ก็นำมาแชร์ต่อ เพราะเห็นเป็นเรื่องน่าชื่นชม

รักการอ่าน : http://www.thaiall.com/readbookt

แชร์ผ่าน photos google
ที่ https://photos.app.goo.gl/uJjXqkKvoZalZkim2

แชร์ผ่าน fan page
ที่ https://www.facebook.com/pg/ajarnburin/

 

รักการอ่าน
รักการอ่าน

การใช้บริการ Photos ของ Google.com เพื่อ Share Album สำหรับผู้มีบัญชีของ gmail.com สามารถ install app เพื่อเก็บ photos หรือ Video ใน cloud storage หรือ share ทั้งแบบ photo หรือ album แล้วยังสั่งเปิดแบบ slide show ได้

คำแนะนำการใช้งาน ดังนี้ 1) Sign in : http://photos.google.com 2) แล้วอัพโหลด 78 ภาพ ผ่าน Web browser 3) แล้วเลือก Add to Album, New album, พิมพ์ชื่ออัลบั้มแล้ว click เครื่องหมายถูกที่มุมบนซ้าย มีตัวอย่าง Album ที่ share เช่น “Love to read a book (2560-1)” , “โครงการ อพ.สธ-ม.เนชั่น” , “Miss Grand 2016” หรือ “Miss Grand 2017 (PWA)” “Fanpage สวนนายบู” สำหรับ Android : download

 

This slideshow requires JavaScript.


หลังอ่านหนังสือสักเล่ม ก็ต้องทบทวน ว่าในหนังสือมีอะไรดี สรุปออกมาอย่างน้อยสักหน้าให้รู้เรื่องราวความเป็นมาเป็นไป ก็น่าจะดี เป็นความคิดรวบยอดจากการอ่าน 
การเลือกหนังสือก็สำคัญ นักศึกษามักเลือกหนังสือที่สัมพันธ์กับสายของตนเอง (Major)
อาทิ
สาขารัฐประศาสนศาสตร์
สาขาสาธารณสุขศาสตร์
สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
สาขาบัญชี
สาขาบริหาร
สาขานิเทศศาสตร์

นั่งสมาธิ ทำให้หลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน หรือเอ็นโดรฟินส์ (Endorphins)

เอ็นดอร์ฟิน จะหลั่งจากการนั่งสมาธิ
เอ็นดอร์ฟิน จะหลั่งจากการนั่งสมาธิ

ไปอ่านมาจากหลายแหล่ง
พอสรุปได้ว่า
นั่งสมาธิถึงระดับหนึ่ง จะส่งผลให้ร่างกาย
หลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน หรือเอ็นโดฟินส์ (Endorphins)
ทำให้มีความสุข
ดังนั้นการนั่งสมาธิแล้วมีความสุข
ก็มาจากการที่ร่างกายหลั่งสารนี้
ถ้านั่งแล้ว นั่งได้นานถึง 30 นาที แสดงว่ามีการหลั่งสารนี้แล้ว
หลายสำนักก็ปฏิบัติด้วยการนั่งสมาธิเป็นเวลา 30 นาที
http://www.samathi.com/institute-detail.php?actid=4

อ่านจาก wiki ที่ https://th.wikipedia.org/wiki/เอ็นดอร์ฟิน
เอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) เป็นสารที่หลั่งออกมา
เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวด ผลิตจากต่อมใต้สมอง และ ไฮโปทาลามัส ในกระดูกสันหลัง
สารเอ็นดอร์ฟินมีลักษณะคล้ายคลึงกับ โอปิแอต ในกลุ่มโอปิออยด์ ที่ใช้สำหรับระงับการเจ็บปวด

อ่านจาก Blog ที่ https://nanjeeraporn.wordpress.com
ว่า ฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้น
เมื่อเราเกิดความสุขใจ หรือเมื่อเกิดความปีติสุข
เช่น การนั่งสมาธิ สวดมนต์ การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน การออกกำลังกาย การฟังดนตรี การทำงาน ศิลปะ การได้รัก ได้สัมผัสถ่ายทอดความรักซึ่งกันและกัน กระทั่งการได้ร่วมรักกับคนที่เรารัก

อ่านจาก Kapook ที่ https://health.kapook.com/view65437.html
เรื่อง “8 ฮอร์โมนสำคัญในร่างกาย
โดย เอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) คือ ฮอร์โมนหลั่งเมื่อฉันฟิน
ฮอร์โมนที่ทำให้เรามีความสุข คลายเครียด
เมื่อเรามีความสุขกายสบายใจ สารเอ็นดอร์ฟินจะหลั่งออกมามากขึ้น แล้วเข้าสู่กระแสเลือด
จนสามารถไปกดการสร้างฮอร์โมนแห่งความเครียด
เช่น นอร์เอพิเนฟริน ทำให้เรารู้สึกหายเครียด และยังเป็นผลให้ระดับภูมิคุ้มกัน (antibody)
ในเลือดเพิ่มขึ้น
อีก 7 ฮอร์โมน คือ
เทสโทสเตอโรน เอสโตรเจน
โปรเจสเตอโรน โดฟามีน
คอร์ติซอล เซโรโทนิน
และอีพีเนฟรีน (อะดรีนาลิน)

หลักสูตรครูสมาธิ
หลักสูตรครูสมาธิ

ภาพประกอบ นักศึกษาฝึกปฏิบัติทำสมาธิ
11 กรกฎาคม 2015

http://202.44.33.100/samathi/branch/7/gallery/_201508142134040046.jpg

ได้ปรับเว็บธรรมะ กับเว็บสุขภาพ กับเบญจขันธ์

เจริญสติ
เจริญสติ

มีโอกาสปรับ เว็บธรรมะ กับเว็บสุขภาพ พร้อมกัน
เพราะนึกถึงเรื่องการดูแลสุขภาพจิตที่กำลังมีทุกข์
ความทุกข์ทางจิต รักษาได้ด้วยธรรมะ
ส่วนความทุกข์ทางกาย พระท่านก็บอกว่าธรรมะ
ช่วยบรรเทาทุกข์จากความทุกข์ทางกาย
ด้วยการปล่อยวางขันธ์ 5

เทียบ line break ใน chrome กับ firefox
เทียบ line break ใน chrome กับ firefox

ในระหว่างปรับเว็บ dhamma และเว็บ data
http://www.thaiall.com/dhamma/

แล้วสร้างปุ่มเปิดลิงค์ ต้องการเขียนข้อความในปุ่ม
แบบแยกบรรทัดด้วย line break
ทีแรก ใช้ br tag แต่ไม่ได้ผล
หาข้อมูลแล้วพบว่าใช้ 
 หรือ &x000D;&x000A;
พบว่าใช้ได้ผลกับ Firefox แต่ไม่ได้ผลใน Chrome
แล้วพบคำแนะนำที่ 3 คือใช้ button tag ไม่ใช่ input tag
<button>ธรรมะ<br/>รักษาจิต</button>
<input type=button value=”โรคภัย&#13;&#10;ไข้เจ็บ”>

code ที่ใช้ ascii กับ tag
code ที่ใช้ ascii กับ tag

เมื่อใช้ button tag
พบว่าเทคนิคนี้แสดงผลถูกต้องทั้งใน Chrome และ Firefox
แต่ตอนผมใช้งานจริง ก็ยังปล่อยการใช้ &#13;&#10; ไว้ใน code
เพื่อเก็บไว้ดูเป็นกรณีศึกษา
เมื่อเปิด http://www.thaiall.com/data/

เบญจขันธ์
เบญจขันธ์

ส่วนคำสำคัญที่ใช้บรรเทาทุกข์ในใจ
คุณแคท รัตกาล เล่าผ่านเสื้อเบญจขันธ์ ไว้อย่างน่าสนใจ
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1113679975347530&id=179537642095106

ลูกศิษย์มาเยี่ยมถึงเรือนชาน

ลูกศิษย์
ลูกศิษย์

ทุกช่วงปีใหม่
ลูกศิษย์ที่ชอบพอกัน จะมาเยี่ยมผมเสมอ ไม่เคยขาด

ปีนี้ 7 ม.ค.60 กร กับปราง เอาขนม S&P
มาสวัสดีปีใหม่เช่นเคย แต่ไม่เหมือนทุกปี
เพราะปีนี้ผมย้ายไปอยู่เกาะคา
เค้าก็ตามมาเที่ยวเกาะคา
ทั้งสองเป็นนักคอมพิวเตอร์ที่เก่ง
ทำโปรเจคที่บ้านไหล่หินด้วยกันมา
เคย .. เอาดีทางพัฒนาระบบ และเว็บไซต์
เป็น freelance developer แบบ fulltime
แต่เดี๋ยวนี้ .. จับด้าน e-commerce จริงจัง
หลายผลิตภัณฑ์เลย ฟังเค้าเล่าสนุกมาก
เล่าถึงนโยบายของ fb, line และ startup : pay360
แล้วยัง .. ทำฟาร์มชเนาเซอร์ เห็นว่าได้ SEO มาด้วย
แต่ละปีก็จะมีอะไรใหม่ ๆ มาเล่าตลอด

s&p cookie
s&p cookie

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1848710072079656&id=100008220431019

ความหมายของปฏิทิน

เรารักในหลวง
เรารักในหลวง

ปฏิทิน ในภาษาอังกฤษ คือ คาเลนดาร์ (Calendar) มาจากคำพูดของชาวกรีกโบราณ ว่า “Kalend” มีความหมายว่า “I cry” หรือ “ฉันร้อง” มีที่มาว่า สมัยโบราณจะมีคนคอยร้องบอกชาวเมือง เพื่อบอกกล่าวเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า รวมถึงประกาศวันขึ้นเดือนใหม่ เพื่อให้ลูกหนี้จ่ายเงินที่คั่งค้าง ครั้นต่อมาสังคมเริ่มสลับซับซ้อนมากขึ้น ปฏิทินจึงได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแทนคนร้องบอก ปฏิทินจึงเป็นสิ่งบอกเวลา และกลายเป็นสิ่งสำคัญในวิถีชีวิตประจำวันไปในที่สุด ต่อมามนุษย์จึงได้ริเริ่มบันทึก วัน เวลา ขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร หรือที่เรียกกันว่า “ปฏิทิน”

ปัจจุบัน “ปฏิทิน” ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย นักธุรกิจติดต่อนัดหมายกันผ่าน วัน เวลา ในปฏิทิน นอกจากนี้ปฏิทินยังคอยย้ำเตือนถึง วัน เวลาที่สำคัญต่าง ๆ เช่น วันเกิด วันหยุด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปฏิทินที่กำหนดวันสำคัญทางศาสนา ซึงจะต้องอาศัยการประกาศอย่างเป็นทางการ เช่น วันจาริกแสวงบุญของอิสลามิกชน เป็นต้น
ปฏิทินไทย
ปฏิทิน แปลว่า แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี สามารถเขียนได้เป็น ประติทิน (ภาษาสันสกฤต) หรือ ประฏิทิน (บาลีแผลง) ประดิทิน หรือ ประนินทิน ก็ได้ คำหลังนี้พบในหนังสือที่เขียนโดย หมอ บรัดเลย์ ในหนังสือ อักขราภิธานศรับท์ หน้า 412 และหนังสือ สยามไสมย หน้าโษณา ของ หมอ สมิท เป็นต้น แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี มีทั้งที่จารึกบนก้อนหิน หรือ ขีด เขียน และพิมพ์บนกระดาษ ซึ่งมีทั้งชนิดเป็นแผ่น ตั้งแต่ 1 – 12 แผ่น และชนิดพิมพ์เป็นเล่มแบบหนังสือปฏิทินชนิดเล่ม

การพิมพ์ปฏิทินมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อ วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2385 (ปลายสมัย รัชกาล ที่ 3) ซึ่งสามารถตรวจสอบและค้นคว้าหาหลักฐานได้จาก ไมโครฟิล์ม หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ปี ค.ศ. 1870 ( พ.ศ. 2413 ) หน้า 5 ในหอสมุดแห่งชาติ หรือค้นคว้าได้จากหนังสือต้นฉบับ ที่หอสมุดดำรงราชานุภาพ ซึ่งหมอ บรัดเลย์ ได้เขียนไว้ว่า “ 14 First Calendar print in B. 1842 ” (ไม่บอกว่าใครเป็นผู้พิมพ์ แต่คาดหมายว่า คือ หมอ บรัดเลย์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ ผู้มีผลงานทางหนังสือมากมาย)

รัชกาลที่ 4 ทรง ฯ โปรดให้พิมพ์ปฏิทินภาษาไทย (ภายหลังจากที่ หมอบรัดเลย์ พิมพ์ปฏิทินชิ้นแรกในสยาม เมื่อ พ.ศ. 2385) เมื่อ วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2404 ดังปรากฏหลักฐานใน หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ฉบับ ปี ค.ศ. 1862 ( พ.ศ. 2405) หน้า 108
ในสมัย รัชกาลที่ 5 ปฏิทินที่พิมพ์ในเมืองไทยได้แก่ “ ประนินทิน ” ซึ่งลงโฆษณาใน หนังสือสยามไสมย ของ หมอสมิท เขียนคำโฆษณาไว้ตอนหนึ่ง ว่า “ ประนินทินนี้ แจ้งให้รู้ถึงการอื่นเป็นอันมากอันควรคนทั้งปวงจะรู้ ถ้าไม่รู้เขาจะนินทาว่าคนโง่ ” แจ้งราคาขายไว้เล่มละ 4 บาท (ราคาในสมัยนั้น) ปัจจุบันยังหาประนินทินของหมอสมิทไม่พบ

ปฏิทินในสมัย รัชกาลที่ 6 ที่น่าสนใจได้แก่ปฏิทินพกเล่มเล็กๆ ที่พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์เป็นของชำร่วย สำหรับแจกพระราชทาน แก่ขุนนางที่ลงนามถวายพระพร ในวันขึ้นปีใหม่ ปฏิทินพกแบบนี้ยังมีแจกต่อมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งบุคคลธรรมดาก็สามารถไปลงนามถวายพระพรและรับปฏิทินหลวงได้
การพิมพ์ปฏิทินเล่มยังมีการจัดทำต่อมา จนกระทั่งถึงรัชกาลปัจจุบัน ปฏิทินเล่มยังมีรายละเอียดในเรื่องของ สภาพภูมิอากาศ เวลาน้ำขึ้น – น้ำลง การเดินทางของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ และมีช่องว่างให้บันทึกเล็กน้อย ยังมีสมุดบันทึกอีกแบบหนึ่ง ซึ่งบอกรายละเอียดของ วัน เดือน ปี เรียงไปตามลำดับ และมีหน้าสำหรับจดบันทึกหมายเหตุรายวัน รวมถึงวันสำคัญ และวัน เวลา นัดหมาย ฯลฯ ที่เรียกว่า “ ไดอารี่ ” (Diary) หรือ ” สมุดบันทึกประจำวัน ” ก็สามารถอนุโลมให้เป็นปฏิทินได้

ปฏิทินไดอารี่ เริ่มมีใช้ในเมืองไทยเมื่อใดยังไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน แต่ไดอารี่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างสูง คือ ไดอารี่ของรัชกาลที่ 5 ซึ่งเมื่อตีพิมพ์เผยแพร่มีชื่อเรียกว่า “ จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ”

อ้างอิง
– มณฑา สุขบูรณ์ “ เวลา … พันธนาการแห่งมนุษย์ ” THE EARTH 2000 2,22 ( 2539 ) หน้า 76 –88
– อเนก นาวิกมูล. สิ่งพิมพ์คลาสสิค วิคตอรี่เพาเวอร์พอยท์,กรุงเทพฯ2533

http://www.lib.ru.ac.th/journal/calendar.html

http://www.thaiall.com/calendar/calendar60.htm