คะแนนมาตรฐาน หรือค่า T ที่ปรากฎในผลสอบวิชาสามัญ 9 วิชา

วิชาสามัญ 9 วิชา
วิชาสามัญ 9 วิชา

[คำถาม]
มีคำถามว่า คะแนนมาตรฐาน หรือค่า Ti
ที่ปรากฎใน “รายงานผลการทดสอบ
วิชาสามัญ 9 วิชา ประจำปีการศึกษา 2560
บอกอะไรกับนักเรียนในแต่ละวิชา
จากการประกาศผลสอบ
ของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ

[ความหมายของคะแนนมาตรฐาน]
ถ้าคะแนนเต็ม 100 คะแนน
สอบได้ 68 คะแนน
แต่คะแนน 68 ไม่ได้เทียบกับอะไร หรือกับใคร
จึงเรียกว่าคะแนนของนักเรียนที่ทำได้
เพื่อแสดงการเปรียบเทียบกับผู้อื่น
เค้าจึงคำนวณ “คะแนนมาตรฐาน” ขึ้นมา
ซึ่งเป็นผลจากการเทียบกับผู้เข้าสอบทั้งหมด
โดยเทียบว่าเต็ม 100 ได้ประมาณเท่าไร เมื่อเทียบกับผู้เข้าสอบทั้งหมด

[สรุปว่า]
– คะแนนมาตรฐานเกินกว่า 50 แสดงว่า ผ่าน เมื่อเทียบกับผู้เข้าสอบทั้งหมด
– คะแนนมาตรฐานต่ำกว่า 50 แสดงว่า ตก เมื่อเทียบกับผู้เข้าสอบทั้งหมด

เค้าถึงเรียกคะแนนมาตรฐาน เพราะเป็นคะแนนที่เทียบกับกับผู้เข้าสอบทั้งหมด
การตก แปลว่า คะแนนคุณต่ำกว่าคะแนนมาตรฐาน (Standard Score)
การผ่าน แปลว่า คะแนนคุณสูงกว่าคะแนนมาตรฐาน (Standard Score)

[คะแนนมาตรฐาน (Ti) คำนวณอย่างไร]
วิธีคำนวณต้องใช้ตัวเลข 3 ค่า
1. คะแนนที่สอบได้ (Xi) เช่น 68 คะแนนจาก 100 คะแนน
2. ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ (X-bar) เช่น 58.19
3. ค่าการกระจาย (S.D.) เช่น 13.52

[สมการ]
Zi = (Xi – X-bar) / S.D.
Zi ค่านี้บอกว่าห่างจากค่ามาตรฐานไปเท่าใด
Ti = 50 + (10 * Zi)
ค่า Ti คือ คะแนนมาตรฐาน จะเทียบกับ 50

[ตัวอย่าง]
Zi = (68 – 58.19) / 13.52 = 0.725
Ti = 50 + (10 * 0.725) = 57.25

 

[คะแนนมาตรฐาน (Ti) คำนวณอย่างไร]
จากภาพคำนวณให้เฉพาะ “วิชาภาษาไทย”
นักเรียนคนนี้ได้คะแนนมาตรฐาน 57.25 หรือ 57.26 เมื่อปัดเศษ
แสดงว่า ผ่าน เมื่อเทียบกับนักเรียนทั้งประเทศ
คำถาม คือ แล้ววิชาอื่นที่มี A, B, C, D, E, F
จะได้คะแนนมาตรฐานเป็นเท่าใด และผ่านวิชาใดบ้าง

ใช้ javascript สั่ง print เว็บเพจออกทางเครื่องพิมพ์

print button by javascript
print button by javascript

เพื่อนต้องการสั่งพิมพ์ (print) ข้อมูลออกทางเครื่องพิมพ์
ไปทางกระดาษ A4 แต่ข้อมูลชุดเต็มมีจำนวนเขตข้อมูลมาก
จึงต้องตัดเขตข้อมูลที่ไม่ใช่สาระสำคัญออก
แล้วนำเสนอผ่านเว็บเพจใหม่อีกรอบ แทนข้อมูลชุดเต็ม

การนำออกกระดาษ A4 ก็ทำโดยเพิ่มปุ่ม print ทางเว็บเพจ
เมื่อกดปุ่ม print ก็จะสั่งพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ (printer)
เลือกขนาดกระดาษตามสะดวก
น่าจะเป็นทางออกที่ง่าย สำหรับผม และผู้สืบค้น
ที่มองเห็นปุ่มกด แล้วสั่งพิมพ์ผลทางเครื่องพิมพ์

button to print
button to print

[อธิบายตัวอย่าง code]
1. กำหนดส่วนของ div ให้มีปุ่มสำหรับสั่งพิมพ์
2. เหตุการณ์ onclick จะเรียกใช้ myFunction()
3. ใน Script จะสั่งพิมพ์ด้วย window.print() ก็จะเรียกบริการ print ของ window ขึ้นมา
4. ก่อนพิมพ์ก็สั่งซ่อนส่วนของ div
5. หลังพิมพ์ก็สั่งแสดงส่วนของ div อีกครั้ง

<div id=”prt”>
<button onclick=”myFunction()”>Print this page</button>
</div>
<script>
function myFunction() {
document.getElementById(“prt”).style.visibility=’hidden’;
window.print();
document.getElementById(“prt”).style.visibility=’visible’;
}
</script>

โปรแกรมจำลองการทำงานของโปรเซส

SOSIM by Prof.Luiz Paulo Maia
SOSIM by Prof.Luiz Paulo Maia

นั่งอ่านหนังสือ
ระบบปฏิบัติการ (Operating System)
ของ รศ.ดร.กฤษดา ขันกสิกรรม
พบบทที่ 9 การใช้งานโปรแกรมโซซิม (SOSIM)
โปรแกรมนี้นักศึกษา CS ป.โท ทำเป็นผลงาน Thesis
มีหน้าที่จำลองการทำงานของ process
แสดง Running, Ready และ Waiting ใน Process Manager
และการจองหน่วยความจำใน Memory Manager
ผู้ใช้สามารถสร้าง Process ขึ้นมา แล้วส่งในระบบ
จะเห็นการทำงานในแต่ละ State
และสร้าง Process ขึ้นมาได้ 3 แบบ

 

ประเภทของ Process มีดังนี้
1. CPU = ใช้ Central Processing Unit อย่างเดียว
2. IO = ใช้ CPU เป็นรอง แต่ใช้ IO เป็นหลัก มีหลายแบบ
3. MIX = ใช้ CPU ปานกลาง ไปพร้อมกับ IO

ต.ย. 1 โปรเซสเดียว
[สร้าง] Process แบบ CPU
Priority = 0, Max. frames =5
[ผล]
มี Process เดียว ก็สลับไปมาระหว่าง
Ready และ Running
และไม่ต้องเข้าคิวกับใคร จึงอยู่ที่ Ready = 0 เสมอ
[ล้าง Process ออก]
เข้า Process, Select, Delete
แล้วสั่ง Run ใหม่จะพบว่าไม่มีอะไรอยู่ใน Processor Manager

ต.ย. 2 โปรเซส CPU และ IO2
[สร้าง] Process แบบ CPU
แล้วสร้าง Process แบบ IO2
Priority = 0, Max. frames =5 เหมือนกันทั้ง 2 Process
[ผล]
มี Process CPU แทบจะครอง CPU
ส่วน Process IO2 ได้ทำงานใน CPU 1 ครั้ง
แล้วกับไปรอใน Waiting State ให้ CPU ทำงานให้เสร็จ 5 ครั้ง
แล้ว Process IO2 จึงจะได้ทำงาน 1 ครั้ง แล้วกลับมารอเหมือนเดิม
ใน Ready Process ที่ครองอยู่ก็คือ CPU
และมี Ready ระดับ 0 คือไม่มีใครมารอในคิวนาน ๆ

ต.ย. 3 โปรเซส CPU และ Mix1 และ IO2
[สร้าง] Process แบบ CPU
แล้วสร้าง Process แบบ Mix1
แล้วสร้าง Process แบบ IO2
Priority = 0, Max. frames =5 เหมือนกันทั้ง 2 Process
[ผล]
มี Process CPU แทบจะครอง CPU
ส่วน Process Mix1 ได้ทำงานใน CPU 2 ครั้ง เมื่อเข้า Ready ก่อนไป Wait
ส่วน Process IO2 ได้ทำงานใน CPU 1 ครั้ง แล้วไป Wait เลย
ทั้ง Mix1 และ IO2 จะรอใน Waiting State 5 ครั้ง เท่ากัน
แต่ Mix1 ได้ทำงานกับ CPU มากกว่า IO2 เมื่ออยู่ใน Ready state
[ดู Log]
หากดูการทำงานใน Log
จะพบว่า Boost คือ กำลัง
กำหนดให้ IO2 เป็น +2 แต่ Mix2 มี +1
ยิ่งบวกมากขึ้น ก็ยิ่งรอนานขึ้น

ต.ย. 4 โปรเซส IO1 และ IO2
[สร้าง] Process แบบ IO1
แล้วสร้าง Process แบบ IO2
Priority = 0, Max. frames =5 เหมือนกันทั้ง 2 Process
[ผล]
เมื่อ IO1 ทำงานเสร็จก็จะไปรอ
เมื่อ IO2 ทำงานเสร็จก็จะไปรอเช่นกัน
ทิ้งให้ CPU ว่าง ไม่มีใครใช้งาน

http://www.thaiall.com/os/os03.htm

มีรายละเอียดอีกมาก
เช่น การจัดการหน่วยความจำแบบ Pre-Paging หรือ Demand Paging
การดู Statistics หรือ PCB เป็นต้น
ถ้าสนใจก็เข้าโฮมเพจ SOSIM
ของ Prof.Luiz Paulo Maia as part of his M.Sc. thesis
in Federal University of Rio de Janeiro (NCE/UFRJ), Brazil, in 2001 (2544).
http://www.training.com.br/sosim/indexen.htm

สถิติอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่

สถิติอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่
สถิติอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่

พบข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ไว้เตือนใจ เตือนตัว เป็นสถิติอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2551 – 2559 จำแนกเป็นสถิติอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บในช่วงเทศกาลปีใหม่

2551 : ธ.ค.50 – ม.ค.51
อุบัติเหตุ = 4,475
บาดเจ็บ = 4,903
เสียชีวิต = 401

2552 : ธ.ค.51 – ม.ค.52
อุบัติเหตุ = 3,824
บาดเจ็บ = 4,107
เสียชีวิต = 367

2553 : ธ.ค.52 – ม.ค.53
อุบัติเหตุ = 3,534
บาดเจ็บ = 3,827
เสียชีวิต = 347

2554 : ธ.ค.53 – ม.ค.54
อุบัติเหตุ = 3,497
บาดเจ็บ = 3,750
เสียชีวิต = 358

2555 : ธ.ค.54 – ม.ค.55
อุบัติเหตุ = 3,093
บาดเจ็บ = 3,375
เสียชีวิต = 336

2556 : ธ.ค.55 – ม.ค.56
อุบัติเหตุ = 3,176
บาดเจ็บ = 3,329
เสียชีวิต = 366

2557 : ธ.ค.56 – ม.ค.57
อุบัติเหตุ = 3,174
บาดเจ็บ = 3,345
เสียชีวิต = 367

2558 : ธ.ค.57 – ม.ค.58
อุบัติเหตุ = 2,997
บาดเจ็บ = 3,117
เสียชีวิต = 341

2559 : 29 ธ.ค.58 – 4 ม.ค.59
อุบัติเหตุ = 3,379
บาดเจ็บ = 3,505
เสียชีวิต = 380

http://www.accident.or.th/datacenter/index.php/2015-10-13-04-59-29/133-2551-2559
http://www.accident.or.th/datacenter/index.php/2015-10-13-04-59-29/116-2555-3

สาธุ นิมนต์พระมาสวดในที่ทำงาน

สาธุ นิมนต์พระมาสวดในที่ทำงาน

นิมนต์พระมาทำบุญในแผนก
นิมนต์พระมาทำบุญในแผนก

 

เห็นการทำบุญในแผนก ต้องกดไลท์ ๆๆๆ
บ่อยครั้ง .. ที่เราต้องการเติมพลังใจ
เสริมศิริมงคลให้ทั้งแผนก ตัวเรา ที่ทำงาน
และทำบุญร่วมกันใน office
ทำให้ทีมงานมีพลังใจ มีความเข้มแข็งยิ่ง ๆ ขึ้น
ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน
ก็เข้มแข็งยิ่งขึ้นไปอีก
เป็นเสมือนการเติมพลังกับชีวิต กับทีม และสำนักงาน
นิมนต์พระท่านจะมากี่รูปก็ได้
มักถวายอาหาร จากนั้นก็รอรับพร
สัพพีติโย วิวัชชันตุสัพพะโรโค
วินัสสะตุมา เต ภะวัตวันตะราโยสุขี
ทีฆายุโก ภะวะ อะภิวาทะนะสีลิสสะนิจจัง
วุฑฒาปะจายิโนจัตตาโร
ธัมมา วัฑฒันติอายุ วัณโณ สุขัง พะลัง

cr. apapornyokto

นักศึกษาด้านไอทีอย่างน้อยต้องทำ responsive เป็น

นักศึกษาด้านไอทีอย่างน้อยต้องทำ responsive เป็น

เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์

ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น
ที่นักศึกษาต้องรู้ว่าตัวเองเป็นใคร
Who am i?
เพราะไม่ใช่นักเรียนที่จะไปเข้า #ค่ายค้นหาตัวตน
แล้วหาว่า ตนเหมาะกับอาชีพใด
ถ้าเป็นนักศึกษาก็แสดงว่าเลือกแล้ว
ไม่ใช่กำลังจะเลือก
ตอนนี้มาได้ครึ่งทางแล้วที่จะไปสู่อาชีพที่คาดหวัง
ทุกหลักสูตรมีวิชามากมายต้องเรียนเชื่อมต่อกันเป็น jigsaw
กว่าจะได้ภาพสวยผืนใหญ่ ใส่กรอบ โชว์
ก็ใช้เวลาหลายปี ระหว่างทางต้องทบทวนเป็นระยะ
ว่าทำอะไร เรียนอะไร รู้อะไรไปแล้วบ้าง
หัวข้อต้องรู้มีมากมาย
แต่อย่างน้อยต้องรู้ว่าเรา ทำอะไรเป็นบ้าง
ในสายไอทีก็มีเรื่องเว็บเพจ (webpage)
โดยสิ่งที่ควรรู้ คือ Responsive web design
เพราะแนวโน้มชาวโลกจะขยับไปหา mobile device
ดังนั้นหัวข้ออบรมความรู้เบื้องต้น
เสนอว่าให้นักศึกษาเขียนเว็บเพจด้วย html
จำนวน 3 หน้า ตัวตน ผลงาน และตนเอง
คือ index.html project.htm aboutme.htm
แต่แสดงผลได้ในอุปกรณ์ขนาดต่าง ๆ ได้เหมาะสม

 

ฝากไว้กับ firebase.com หรือ wordpress หรือ facebook ก็ได้

เกี่ยวกับเรา
เกี่ยวกับเรา

http://www.thaiall.com/webmaster/responsive

โครงการ (project)
โครงการ (project)
หน้าแรก (index) เป็นสารบัญ ดัชนี หรือบทนำ
ที่ฉายภาพรวมความเป็นตัวเรา
แต่ไม่ลึกเท่าโปรเจค หรือเกี่ยวกับเรา
หน้าแรกของนักศึกษาน่าจะมีเนื้อหา
ที่มุ่งขายตัวเรา ตัวอย่างหัวข้อดังนี้
- คนต้นแบบมืออาชีพที่ประทับใจ
- กลุ่มที่สนใจที่เราติดตามประจำ
- บทความ ประเด็น หรือข่าวสำคัญ
- เว็บไซต์ที่แนะนำ
- รายการผลงานเด่นที่สะท้อน skill
- ข้อมูลการติดต่อ หรือ อวตารของเรา

 

หน้าโครงการ หรือโปรเจค (Project)
เป็นการขายตัวเรา (ถ้ามี linkin จะดีมาก)
ที่ผ่านมาสวมบท "นักศึกษา" แล้วทำอะไรไปบ้าง
มีงานอะไรที่เราทำส่งอาจารย์แล้วประทับใจ
เทอมหนึ่งเรียน 6 วิชา ๆ ละ 1 งานก็ปีละ 12 งาน
เลือกนำมาแบ่งปัน เพราะนั่นสะท้อนให้เห็น skill 
เว็บเพจหน้านี้จะบ่งบอกอัตลักษณ์ของเรา
ผลงานต้องเป็นที่ประจักษ์ อยู่ในความทรงจำไม่ได้
แนะนำว่าผลงานทุกชิ้นให้เขียนเป็นบล็อก
จะทำเอง ร่วมกัน หรือฟังเขามาก็เขียนบล็อกได้
แต่ถ้านักศึกษาไอทีจะต้องมีโฮมเพจเป็นของตนเอง
แล้วเชื่อมทุกอย่างเข้ากับ social media + blog
เนื้อหาในหน้านี้ มีรายละเอียดผลงานที่ครบถ้วน
มีที่มา เนื้อหา สรุป และลิงค์ดาวน์โหลดจะดีมาก
ทั้งหมดในหน้านี้ก็จะสะท้อน skill เพื่อขายตัวเรา

 

หน้าเกี่ยวกับเรา (About me)
ความเป็นส่วนตัวสำคัญมาก 
แต่การอยู่ในสังคมก็ต้องลดความเป็นส่วนตัวลงบ้าง 
และไม่เปิดเผยอะไรที่ไม่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน 
เราต้องเป็นนักประชาสัมพันธ์ตนเองอย่างมีเป้าหมาย
นักศึกษาต้องบอกว่าตนเอง
มี skill อะไร
มี project อะไรผ่านมือมาบ้าง
มี avatar ให้ว่าที่นายจ้างไปติดตามที่ไหน
มี experience กับอะไรที่เป็นงานอดิเรก 
มี interested กับอะไรที่เป็นแผนในอนาคต
แต่ถ้าทำงานในองค์กรเมื่อใด ระดับความเป็นส่วนตัว
จะแปรผันตามนโยบายขององค์กรทันที

บทความสุดท้ายของ ดร.อภิวัฒน์ ชวนคิดเรื่องเวลาที่เหลือ

medicine
medicine

เคยอ่านบทความ มีข้อความตอนหนึ่ง ว่า
การทุ่มเทเวลาให้กับงานจนลืมให้ความสําคัญกับตัวเอง
ไม่ใช่การใช้ชีวิตที่ถูกต้อง
เพราะเวลาที่เราเจ็บป่วย ก็จะมีแต่คนที่เรารักเท่านั้นคอยดูแล
หากเหตุผลของการทํางานหนัก คือ เพื่อเลี้ยงดูลูกเมีย
ในที่สุดแล้วผลที่เกิดขึ้นก็จะมีแต่ลูกเมียเท่านั้น
ที่ได้รับความทุกข์นี้
http://board.postjung.com/756971.html
ดังนั้น ถ้าวันใดที่บุพการีของเราเจ็บป่วย
ก็จะรำลึกได้ว่าในอดีตยามเราเจ็บป่วย
ก็ได้บุพการีนั่นหละที่คอยดูแลเรา
เคยเห็นหลาย ๆ คนทุ่มเทชีวิตกับให้คนที่เรารัก
แต่มีคนไม่น้อยที่ทุ่มเทชีวิต
.. ให้กับคนที่รักเรา .. เช่นกัน
#loveisfamily
#familyislove
สรุปว่า เวลาที่เหลือ จะทำเพื่อใคร
จะคืนชีวิตให้ใคร หรือไม่คืน

จิตใจและร่างกาย

เช้าวันอาทิตย์ 7โมงเช้า พระอาทิตย์สีขาว
ช่วงปลายฝนต้นหนาว
เห็น “ต้นชวนชม” เรียงรายอยู่หน้าโรงพยาบาลสวย
น่าปลูกทำสวนชวนชมที่บ้านเลยนะ
โบราณว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว”
หากกายป่วยขึ้นมา เห็นกายคุมจิตทุกที
ผมว่านะ จิตกับกายนี่สลับกันเป็นนายเป็นบ่าว
ไปเฝ้าญาติที่หอกระดูก รู้เลยว่า
สังคมในโรงพยาบาลต้องการจิตอาสาเข้าไปช่วย
ในหลายบทบาท และต้องการเพิ่มในสังคมผู้สูงอายุ
การเจ็บป่วยก็เป็นเรื่องน่าห่วง
แต่เจ็บป่วยซ้ำซ้อนน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าเยอะเลย

ในหอผู้ป่วยมีผู้ป่วยไม่น้อยที่ต้องการกำลังใจ
และการดูแลเป็นพิเศษ
เคยดูเรื่อง The English Patient
มีเรื่องราวน่าเรียนรู้นะครับ

 

อีกเรื่องที่เห็นถึงชีวิต คือ The Diving Bell and the Butterfly (2007)

ความเครียดทำให้หลงลืมได้

เข้าโรงพยาบาลแล้ได้พบหมอ แล้วหมอบอกว่าอาการของผู้สูงอายุที่บ้าน
เรียกว่า “กระดูกข้อสะโพกหัก”
ที่ชาร์ทหน้าห้อง แสดงสถิติบอกว่า
มากกว่า 50% ที่เข้าพักห้องนั้น กระดูกส่วนนี้หัก
ผลการผ่าตัดก็จะทำให้ดีขึ้น แต่ไม่ผ่าย่อมไม่ดีแน่
เช้าคืนแรก
ไปดูแล พบว่า มีความสุขปกติอยู่ได้
ช่วงสาย
แพทย์ได้มาถามอาการ และ xray เพิ่ม
แล้วให้ดึงขาไว้ก่อน รอคิวอีกหลายวัน
ช่วงบ่าย
ได้รับแจ้งว่าจะผ่าได้พรุ่งนี้ก็ดีใจ
ไปเซ็นยอมรับเลือดเรียบร้อย
ญาติเข้าให้กำลังใจหลายคน
เช้าวันผ่าสะโพก
ไปดูแลเช้ากว่าเดิม
พบว่านอนสลับหัวท้าย สงสัยจะนอนดิ้น
ย้ายรถไปผ่าตัดราว 8.30
แล้วกลับออกจากห้องผ่าตัดราว 12.35
ญาติอยู่ป้อนข้าว และเป็นเพื่อนจน 20.00
ก็กลับออกจากโรงพยาบาลไปทำอีกภารกิจหนึ่ง
หลังออกห้องผ่าตัด
ก็เมายาจากดมยาสลบ แต่ฟื้นเร็วกว่าที่ได้ข้อมูลมา
อยู่ห้องผ่าตัดรวมแล้วราว 3 ชั่วโมง
ออกมาไม่บ่นเรื่องแผลผ่าตัด แต่อยากกลับบ้าน

ตอนครึ่งหลับครึ่งตื่นคุยกันเรื่องกลับบ้าน
และพยายามจะลุกจากเตียงมาเดินตลอด
วันนี้วันเสาร์ไปลุ้นกันต่อว่ากายใจดีขึ้นถึงไหน

พยาบาลเล่าว่า
ผู้ป่วยที่สูงอายุไม่น้อยมาที่หอผู้ป่วย
จะเครียดจากการนอนผิดที่
บางคนเดินมาดี ๆ
อยู่ไปสักพักเริ่มมีอาการทางจิต
การรู้ว่าต้องผ่าตัด และมีความเสี่ยงย่อมเครียด
แล้วทำให้หลงไปต่าง ๆ นานาได้
บางคนลืมความเจ็บป่วย
บางคนควบคุมอารมณ์ไม่ได้
บางคนลืมว่าอยู่ที่โรงพยาบาล
อาการไม่แน่นอนในแต่ละคน
ส่วนใหญ่หายเครียด ก็จะหายหลงลืมด้วย

CSR Tollway Contest เปิด vote จน 15 พฤศจิกายน 2559

ชมคลิ๊ปทั้ง 10 ที่ผ่านเข้ารอบ และร่วมพิจารณาให้กำลังใจ

ฟังกรรมการพิจารณา clip ให้คำแนะนำ 10 ทีมสุดท้ายที่เข้ารอบ
ในโครงการ CSR Tollway Contest
มีกรรมการ 4 ท่าน
1. อ.สิทธิโชค โควาบุญพิทักษ์
2. คุณพนา จันทรวิโรจน์
และผู้แทนจาก Tollway

 

top10 csr youtube vote for tollway contest
พวกเราเข้าให้กำลังใจ 1 view = 1 คะแนน
ทีมที่มียอด view สูงสุด รับรางวัล popula vote
ตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2559 – 15 พฤศจิกายน 2559
https://www.facebook.com/CSR-Tollway-Contest-1074823469256628/