เริ่มปรับหัวบล็อกเป็น แม่ล้ม ผมก็ล้ม แต่ปลูกมะละกอไว้ทานเอง

ปลูกมะละกอไว้ทานเอง
ปลูกมะละกอไว้ทานเอง

2 ม.ค.60 มีกิจกรรมหลายอย่างที่ทำไป
เป็นวันสุดท้ายของหยุดยาว ต้นปี 2560
ผมก็นั่งทบทวน เตรียมหนังสือ 4 เล่ม
พร้อมปรับเว็บเพจ ระบบปฏิบัติการ
http://www.thaiall.com/os/os00.htm

หนังสือของ
– ผศ.พิเชษฐ์ ศิริรัตนไพศาลกุล
– รศ.ดร.กฤษดา ขันกสิกรรม
– ไพศาล โมลิสกุลมงคล และคณะ

 

operating system book
operating system book

แล้วก็ไปปรับบล็อก (blog) ที่
http://article-thaiall.blogspot.com/
ก็ตั้งใจจะเปลี่ยนแนวการเขียน
เป็นเรื่อง “แม่ล้ม ผมก็ล้ม”
“เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ผันตัวเองเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
ก่อนปี 2560 อย่างไม่ทันตั้งตัว”

ใช้จอบขุดดิน ถางหญ้า
ใช้จอบขุดดิน ถางหญ้า

ช่วงเช้า มีเวลา เพราะมีเด็กที่บ้านมาเฝ้าแม่
ผมจึงเข้าสวนไปปลูกมะละกอแขกดำ
ที่ได้จากงานฤดูหนาว ต้นละ 20 บาท 6 ต้น
พร้อมกับขนุน ทองประเสริฐ ต้น 70 บาท
เดิมทีตั้งใจปลูกฮอลแลนด์
แต่ไม่มีขาย มีแต่พันธ์แขกดำ
และกำลังเพาะฮอลแลนด์อยู่ แต่รุ่นแรกที่เพาะไว้ไม่สำเร็จ
พอซื้อต้นกล้าของเค้ามา เห็นปลูกด้วยแกลบ
ก็จะเอาอย่าง
เพราะเคยถามในกลุ่มเค้าบอกผมใช้ดินเค็มไป
ถ้าใช้แกลบก็จะเป็นที่นิยมในการเพาะมะละกอ

คิดถึงวันพ่อ 2559

bike for dad
bike for dad

เมื่อ 5 ธันวาคม 2558 ไปรับเสื้อปั่นเพื่อพ่อที่
สวนเขลางค์ จังหวัดลำปาง
ได้รับสายรัดข้อมือ ปั่นเพื่อพ่อ และอื่น ๆ
แล้วยังพบโกแดง ฝาก sticker ให้กับเพื่อนที่มหาวิทยาลัย
จำได้ว่าร่วมกิจกรรมปั่นจนถึงปลายทางตามแผน
คือ จากศาลากลางถึงห้าแยกหอนาฬิกา
คิดถึงอดีตที่งดงาม คิดถึงพ่อหลวงแห่งแผ่นดิน
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10153697715458895&set=a.400266568894.176033.814248894

ทุกวันพ่อ ผมมักคิดถึงพ่อ แต่วันนี้คิดถึงแม่มากกว่าทุกปี เพราะแม่ต้องการคนดูแล
ทุกวันพ่อ ผมมักคิดถึงพ่อ แต่วันนี้คิดถึงแม่มากกว่าทุกปี เพราะแม่ต้องการคนดูแล

นอกจากพ่อหลวงแห่งแผ่นดินแล้ว
ผมก็คิดถึงพ่อสอาด ท่านเสียเมื่อกรกฎาคม 2539
ก็กว่า 20 ปีแล้ว ตอนนั้นยังไม่มีโอกาสดูแลท่าน
แต่สำหรับคุณแม่ของผมแล้ว
ผมมีโอกาสดูแลท่าน
ในยามที่ท่านกำลังต้องการมากที่สุด
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10153697404663895&set=a.347177673894.153816.814248894

 

พี่ยาบ้านไร่ฯ ถ่ายภาพให้ 2558 ชอบมาก
พี่ยาบ้านไร่ฯ ถ่ายภาพให้ 2558 ชอบมาก

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10153697789928895&set=a.400266568894.176033.814248894

คนที่บ้านเคยเจ็บป่วยไหม เจ็บไข้ได้ป่วยเป็น 1 ใน เกิด แก่ เจ็บ ตาย สัจธรรมชีวิต

การทานอาหารของผู้สูงอายุ
การทานอาหารของผู้สูงอายุ

สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ
ความดัน เบาหวาน เป็นโรคเรื้อรัง และผู้สูงอายุเป็นกันมาก
พอเป็นแล้วก็อันตราย จะผ่าตัดอะไรก็ยาก เสี่ยงจะไม่ฟื้น
ไม่กินยาควบคุม หรือไม่ดูแลก็เสี่ยงชีวิต เสี่ยงเสียอวัยวะ
http://www.boe.moph.go.th/Annual/AESR2012/main/AESR55_Part1/file11/5855_Hypertention.pdf

สุขภาพคนไทย
สุขภาพคนไทย

ปัญหาสุขภาพของคนไทย
ปี 2555 พบว่า อันดับ 1 คือ โรคความดันโลหิตสูง
รองลงมาคือ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคหลอดเลือดสมอง
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-09-2014&group=7&gblog=183

ปี 2560 จะเข้าสู่ยุคผู้สูงอายุเต็มตัว
เรามีถึง 9.9 ล้านคนคิดเป็นร้อยละ 15 ของประชากร 65.3 ล้านคน
เคยอ่านในมติชนออนไลน์ เมื่อ 27 พ.ย.59
“ปู่สงัด” วัย 81 ปี จ.สมุทรสงคราม เล่าว่า
แม้มีลูก 6 คนก็ไม่ได้เป็นหลักประกันชีวิตบั้นปลายว่าจะอยู่สบาย
http://www.matichon.co.th/news/185411

อ่านเรื่อง “ปู่สงัด” แล้ว ก็มีคำถามขึ้นมาว่า
ถ้าแม่ หรือพ่อ ที่มีลูกคนเดียว และกำลังเจ็บป่วย
เค้าจะมีลูกคนเดียวเป็นที่พึ่งได้หรือไม่
เพราะบางท่านมีลูกหลายคนยังพึ่งพิงไม่ได้เลย
แสดงว่าจำนวนอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียว
ที่ทำให้บั้นปลายชีวิตของผู้สูงอายุจะอยู่อย่างสงบสุข
ขอเป็นกำลังใจให้ผู้สูงอายุ และว่าที่ผู้สูงอายุทุกท่าน

22 พ.ย.2559
ฮือฮา! จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดหลักสูตรใหม่ ชื่อวิชา “การตายอย่างมีคุณภาพ”
http://news.mthai.com/hot-news/general-news/534420.html

ใครก็ตอบได้ กับคำถาม “มีลูกเพื่ออะไร” 

picsart_11-20-01-43-52

 

ความนำ
เกิดเป็นคนครั้งหนึ่ง
จะมีคำถามมากมายผ่านมาในชีวิต
เช่นคำถามว่า “มีลูกไปเพื่ออะไร ไม่มีไม่ได้หราา”
แต่ละคนก็คงจะมีคำตอบในใจ เป็นของตัวเอง
ที่แตกต่างกันได้ ตามความคิดของแต่ละคน
จากการพบเห็นผู้คนใน(สื่อ)สังคมทั่วไป
ขอแชร์สรุปไว้ 3 เหตุผล
1. ไว้เป็นเพื่อน
2. ไว้ดูแลเรา ยามเจ็บไข้
3. ไว้ดูแลเรา ยามชรา

คำถาม
1. สำหรับท่านที่มีลูก บรรลุวัตถุประสงค์รึยัง
2. สำหรับท่านที่เป็นลูก ทำให้พ่อแม่บรรลุวัตถุประสงค์รึยัง
3. สำหรับท่านที่ไม่มีลูก ก็คงมีแผนสำรองกันอยู่แล้ว

คำตอบ
แต่ละคนมีปัจจัยประกอบการตัดสินใจเยอะ
1. เชื่อได้ว่าสมเหตุสมผลทุกคน
2. เชื่อได้ว่าทุกการตัดสินใจมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
3. เชื่อได้ว่าหลายคนเชื่อว่าทางเลือกของตนถูกต้อง

ท่านเคยตอบคำถามนี้รึยังแบ่งปันกันได้
ผมตัดสินใจตอบคำถามตอนอายุ 48 ปี
เมื่อวันที่ 18 พ.ย.59 ว่าจะทำอะไรให้แม่เค้าหน่อย

เมื่อผู้สูงอายุขาหัก

 

happy elderly
happy elderly

เล่าสู่กันฟัง
ประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุของแต่ละท่านก็จะแตกต่างกันไป
ตามที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society)

หลังจากปี 2552 ประชากรที่อยู่ในวัยพึ่งพิงได้แก่ เด็กและผู้สูงอายุ จะมีจำนวนมากกว่าประชากรในวัยแรงงาน
และในปี 2560 จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่ประชากรเด็กน้อยกว่าผู้สูงอายุ

คำว่า “ผู้สูงอายุ” ย่อมเกี่ยวข้องกับ “สัจธรรมของชีวิต” ที่ประกอบด้วย เกิด แก่ เจ็บ และตาย

เก็บตะวัน โดย อิทธิ พลางกูร

 

วันที่ 9 พ.ย.2559 ตอนเที่ยงแล้ว หลังเลิกสอนหนังสือ มีโทรศัพท์เข้ามาว่า
ผู้สูงอายุของผมล้มก้นกระแทก คาดว่ากระดูกหักต้องพากันไปหาหมอ
ก็รีบออกไปรับแล้วไปโรงพยาบาลประจำอำเภอทันที
ไปถึงคุณหมอก็ให้ x-ray หลังเห็นภาพแล้ว
ก็รู้ว่ากระดูกขาที่ใกล้กับขาหนีบหัก ต้องผ่าตัดดามเหล็ก
หากผ่าตัดต้องดมยาสลบหลายชั่วโมง ซึ่งเสี่ยงกับการไม่ฟื้น
หากไม่ผ่าตัดก็จะเดินแบบปัจจุบันไม่ได้อีก ต้องเดินด้วยขาหยั่ง หรือนั่งรถเข็น
สรุปคุณหมอส่งเข้าโรงพยาบาลประจำจังหวัด
ผลการวินิจฉัยของคุณหมอก็เป็นไปในทางเดียวกัน
มี 2 ทางเลือก คือ ผ่าตัด กับไม่ผ่าตัด
แต่ปัจจัยที่จะทำให้ไม่ผ่ามีมากเหลือเกิน
คือ อายุ 73 ปี มีอาการอัลไซเมอร์
ปัจจุบันใช้ไม้เท้าอยู่แล้ว และขาข้างที่เป็นก็ไม่แข็งแรง
พบว่า ห้องกระดูกปิดแล้ว ต้องรอวินิจฉัยละเอียดในวันรุ่งขึ้น
คืนนี้ต้องเป็นผู้ป่วยใน ก็ได้นอนที่โรงพยาบาล
นึกอีกที ผมยืนติดเตียงตลอดตั้งแต่เที่ยงถึงหกโมงเย็น
หลังเข้าเตียง เจาะเลือด พบแพทย์ ทานข้าว ทานยาแล้ว
และเห็นท่านเริ่มง่วงนอน เพราะท่านไม่ได้หลับกลางวันเลย
ก็ขอตัวพากันกลับบ้านไปพัก พรุ่งนี้ค่อนไปรบรากับโรคภัยกันใหม่
มีโอกาสติดต่อห้องพิเศษ ตอนทราบว่าต้องเป็นผู้ป่วยใน
แต่ห้องสำหรับเปิดจองห้องพิเศษปิดแล้ว ต้องติดต่อวันรุ่งขึ้น
การนอนห้องพิเศษ ก็มีปัจจัยเรื่องการดูแลที่ต้องเลือกอีกเช่นกัน
ตัดสินใจไม่ง่ายเลย
https://fopdev.or.th/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B9/

สรุปได้ว่า
ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก็จะต้องดูแลท่านต่อไป ตราบที่ผมยังมีลมหายใจ

ล่องแพเหนือเขื่อนกิ่วลม 2559 เล่าด้วย 4 ภาพ

ล่องแพเหนือเขื่อนกิ่วลม
ล่องแพเหนือเขื่อนกิ่วลม

เที่ยวทางน้ำด้วยการล่องแพเหนือเขื่อนกิ่วลม
ในปีพ.ศ.2559 ไม่เหมือนทุก ๆ ปีที่ผ่านมา
ผมเคยมาล่องแพช่วงวันที่ 13 เมษายน เมื่อหลายปีก่อน
ก็ไม่ร้อนเท่าปีนี้ นอกจากจะร้อนไปถึง 44 องศาแล้ว
ก็ยังมีอะไรน่าสนใจที่พบผ่านเลนท์กล้องที่ยืมจากที่ทำงานมาทดสอบ
เพื่อเล่าถึงสถานที่และเหตุการณ์ที่ได้พบที่จังหวัดลำปาง
ตั้งใจยืมกล้องมาทดสอบเรื่อง Manual Focus เนื่องจาก Auto Focus เสีย
ดังนั้นภาพที่เห็นจะมีโฟกัสที่ไม่ค่อยโดนเป้าหมายตามที่คาดไว้
แต่ถ้าถ่ายไกล ๆ อย่างภาพในเขื่อนกิ่วลม ก็พอจะรับได้ครับ
ประเด็นที่พบที่เขื่อนกิ่วลม ขอเล่าด้วยภาพ 4 ภาพ ดังนี้

วัดที่จมอยู่หลังการสร้างเขื่อน
วัดที่จมอยู่หลังการสร้างเขื่อน

ภาพที่ 1 เขื่อนแห้ง
เขื่อนวันนี้ น้ำแห้งจริง ๆ เพราะปีนี้จะเห็นซากวัดที่เคยถูกน้ำท่วมโผ่พ้นน้ำ
คาดว่าจะแห่งมากกว่านี้ เพราะฤดูแล้งยังมีเวลาอีกนาน
พื้นที่เหนือเขื่อนเคยเป็นหมู่บ้านชาวประมง ต่อมาชาวบ้านก็ได้ย้ายกันออกไป
ตั้งรกรากใหม่ ส่วนหนึ่งไปตั้งที่ ตำบลนิคมพัฒนา อ.เมือง เมื่อปี 2511 – 2512
โดยอพยพจากตำบลบ้านสา และตำบลสบมาย อำเภอแจ้ห่ม
ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนกิ่วลม เมื่อหลายสิบปีก่อน
http://www.thaitambon.com/tambon/520118
ปีนี้ได้เห็นซากวัดที่เคยถูกน้ำท่วม โผ่พ้นน้ำขึ้นมาก เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว
เพราะเจ้าของแพสมยศ ชี้ให้ดูว่าจุดนั้นเป็นที่ตั้งหมู่บ้านเก่า

เห็นไฟไหม้ที่หน้าเขื่อน
เห็นไฟไหม้ที่หน้าเขื่อน

ภาพที่ 2 ควันเหนือเขื่อน
ไฟไหม้ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ก็ยังมีไฟไหม้ตลอดเวลา
เห็นบ่อย ๆ ระหว่างทางไปเกาะชวนฝัน แล้วก็ล่องแพกลับ
ขากลับเห็นควันพุ่งจากหน้าเขื่อน ก็ทำให้อากาศร้อนอบอ้าวยิ่งขึ้นอีก

เห็นไฟไหม้ระหว่างทาง
เห็นไฟไหม้ระหว่างทาง

ภาพที่ 3 ควันระหว่างทาง
ร่องรอยของไฟไหม้เห็น 2 ข้างทางจนชินตา
บางจุดไฟยังลุกอยู่เลย
อาจมีคนจุดไฟเพื่อหวังอะไรบางอย่าง รึเปล่าก็ไม่ทราบ
ซึ่งก็ไม่ทราบว่าที่ไฟลุกอยู่ในจุดต่าง ๆ นั้นเป็นความตั้งใจหรือไม่อย่างไร
แต่ที่แน่ ๆ อากาศดูจะห้อมล้อมไปด้วยควันบางตาตลอดการเดินทาง

หนทางเลี้ยวลดคดเคี้ยว
หนทางเลี้ยวลดคดเคี้ยว

ภาพที่ 4 ทางน้ำคดเคี้ยว
ในอดีตจำได้ว่าหนทางไม่คดเคี้ยว
แต่ครั้งนี้คนคุมหางเสือ ต้องเล็งหาร่องน้ำให้ดี
เท่าที่เห็นต้องซ้ายที ขวาที พุ่งไปตรง ๆ ไม่ได้
เพราะร่องน้ำตื้นเขิน มีไม้ปักบอกตลอดว่าตรงไหนตื้น
จากภาพจะเห็นความคดเคี้ยวเป็นตัวเอสเลย

 

มีกิจกรรมพายเรือไปดูรอบ ๆ ได้ เห็นบนฝั่งด้วย
มีกิจกรรมพายเรือไปดูรอบ ๆ ได้ เห็นบนฝั่งด้วย

ข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติม หาได้จาก
http://www.wangkaewresort.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539156762

เฝ้าประตูเมืองตามหัวหน้าสั่ง ไม่ใช่เรื่องสามก๊ก แต่เป็นหยางกุ้ยเฟย

คนเฝ้าประตูเมืองมีความสำคัญมากในอดีต
ปัจจุบันเราเรียกว่า รปภ.
ทำให้นึกถึง พระยาจักรี ที่เปิดประตูให้พม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยา

beautiful girl
beautiful girl

ใน หยางกุ้ยเฟย
เมื่อหัวหน้ามีคำสั่งว่า ถ้าเห็นใครถืออาวุธเข้าเมือง
ยิงเกาทัณฑ์ได้เลย อย่าให้เข้าเมืองมาได้
เป็นคำสั่งที่หัวหน้าสั่งไว้
ถ้าอนุญาตให้เข้ามา คนเฝ้าประตูเมืองเองนั่นหละ ที่จะถูกลงทัณฑ์

เมื่อหัวหน้าสั่งไว้ว่า
หากมีใครแอบอ้างว่าเป็นหัวหน้าคนใหม่
อย่าปล่อยให้เข้าเมือง ก็เป็นหน้าที่ที่ถูกกำชับมา
ในภายภาคหน้า ถ้าหัวหน้าคนใหม่เข้ามายึดเมืองได้
ผู้ที่เคยภักดีต่อหัวหน้าคนเก่า คงอยู่ไม่เป็นสุขเป็นแน่
ดังนั้น “เมื่อมีกลุ่มคนถืออาวุธบุกเข้าเมืองยามวิกาล
ยามเฝ้าประตูก็ต้องยิงเกาทัณฑ์ใส่ผู้ที่น่าจะมาก่อกบฎ
และไม่ฟัง แม้เขาจะบอกว่าเป็นราชบุตรของฮ่องเต้ก็ตาม
ที่ไม่ฟังก็คงเพราะเกรงว่าจะเป็นกลลวง

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1451300070

เห็นคุณค่าของการมีชีวิต จากกรณีของ ฌอง-โดมินิค โบบี

The Diving Bell and the Butterfly (2007)
The Diving Bell and the Butterfly (2007)

ภาพยนตร์เรื่อง ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ
The Diving Bell and the Butterfly (2007)
เป็น ชีวิตที่ไม่เคยยอมแพ้ ของ ฌอง-โดมินิค โบบี กับ การกะพริบตาเขียนหนังสือ
“ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ”
โดยอาการเส้นเลือดในสมองแตก จนก้านสมองเสียหายอยู่ในภาวะ Locked-In Syndrome
เกิดเหตุการณ์ในวันที่ 8 ธันวาคม 1995 ด้วยวัย 43 ปี
ขณะที่  ฌอง-โดมินิค โบบี ลองขับรถคันใหม่กับลูกชาย
ซึ่งเขาเป็นอดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร ELLE แห่งฝรั่งเศส
หลังหนังสือ Le Scaphandre et Le Papillon
หรือ The Diving Bell and the Butterfly ออกวางบนแผงหนังสือ
และเขาเสียชีวิตด้วยอาการปอดบวมหลังจากหนังสือวางแผงได้เพียง 3 วัน
ในวันที่ 9 มีนาคม 1997
ที่ https://www.gotoknow.org/posts/251988

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เข้าชิง OSCARS ถึง 4 รางวัล
ซึ่งปกติผมก็ไม่ค่อยได้ดูหนังชีวิต หรือหนังที่เครียดแบบนี้
แต่เรื่องนี้ เป็นชีวิตของคนที่ใช้ตาข้างเดียวเขียนหนังสือ
ได้ซีดีมาจาก B2S ซื้อแบบโปร 3 แผ่นร้อย
บางแผ่นก็มีหลายเรื่อง แต่เรื่องนี้อยู่ใน DVD แผ่นเดียว
ดูแล้วทำให้รู้สึกถึงคุณค่าของชีวิต คุณค่าของการมีชีวิต
https://www.youtube.com/watch?v=G69Zh7YIg8c

พูดคุยกับทีมงาน
https://www.youtube.com/watch?v=eUCe0wHZrTY

แลกเปลี่ยนเรื่องมะเร็ง กับวิตกจริตจนเกินปกติ

หลอดขาดเปลี่ยนได้ มีอะไหล่เพียบ แต่ร่างกายบางชิ้นส่วนก็เปลี่ยนไม่ได้
หลอดขาดเปลี่ยนได้ มีอะไหล่เพียบ แต่ร่างกายบางชิ้นส่วนก็เปลี่ยนไม่ได้

22 ส.ค.58 มีโอกาสไปทำงานที่แจ้ห่ม ระหว่างทางก็นั่งคุยกับโซเฟอร์
ครั้งนี้โซเฟอร์เป็นหญิงสาว ชื่อ จ. ขาไปเราก็คุยเรื่องสุนัขที่บ้าน
ของผมประสบการณ์น้อย เพราะเป็นตัวแรก แต่ของ จ. เลี้ยงมาหลายตัวแล้ว
จากไปก็หลายตัวแล้ว ผมคุยแบบหาข้อมูล เผื่อต้องประสบเหตุแบบเดียวกัน

ขากลับคุยไปในแนวสุขภาพ เช่น ตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจอะไรบ้าง
จนเข้าเรื่องสุขภาพของตนเอง ที่เฉลยเหตุผลว่าทำไมผมปฏิเสธช่วยงาน ตจว.
ทั้งที่ยังหนุ่มยังน้อย
จากนั้นก็ต่อด้วยการแบ่งปันเรื่องของสุขภาพในครอบครัว
เพราะคนที่บ้านผมก็มีปัญหา .. คุณพ่อก็มะเร็งลำใส้ คุณยายก็มะเร็งตับ
แต่ของคุณ จ. มีประสบการณ์ เรื่องมะเร็งเยอะกว่าผมมาก
ผมห่วงเรื่องมะเร็งลำใส้ ในแบบวิตกจริต
ส่วนคุณ จ. ก็ห่วงแบบ Angelina Jolie
แต่ไม่หนักเท่าดาราสาวสวยคนนั้นนะครับ แลกเปลี่ยนจนถึงบ้านเลย
ซึ่งไม่บ่อยที่จะได้พูดคุยเรื่องโรคภัยใกล้เจ็บ และแลกเปลี่ยนเรื่องมะเร็งกับเพื่อน
สรุปว่า .. เพื่อน ๆ ควรไปตรวจสุขภาพละเอียดปีละครั้งนะครับ
.. ถ้ายังปกติอยู่
ถ้าเพื่อน ๆ ติดตามข่าวดาราสาวคนนี้ ก็คงจะรู้ว่า
เธอรับการผ่าตัดเอารังไข่และท่อนำรังไข่ออกป้องกันมะเร็งรังไข่
http://www.voathai.com/content/angelina-surgery-nm-25mar15/2694933.html
และผ่าตัดเต้านมออกทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันโรคมะเร็ง แม้ขณะนี้เธอจะยังปลอดจากโรคร้ายนี้
http://www.voathai.com/content/health-jolie-breast-cancer-nm/1662760.html

บางทีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ดูไม่ออก เห็นอยู่กับตาแต่ไม่รู้
อย่างเช่นหลอดไฟเบรคท้ายด้านซ้ายของผมไม่ออก
หยิบหลอดออกมาดูตั้งนานก็ไม่รู้ว่าขาดรึเปล่า
แต่เห็นว่าหลอดดำ ๆ แสดงว่าเสียแล้ว ไปซื้อของใหม่มาเปลี่ยน 30 บาท
อย่างหลอดไฟขาดเราเปลี่ยนได้ไม่ยาก แต่ร่างกายเราจะเปลี่ยนแต่ละชิ้นไม่ง่ายเลย
มีหลายชิ้นส่วนในร่างกายเราที่เปลี่ยนไม่ได้นะครับ


เพลง ซ่อมได้ ของเบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์

นักเลงคีย์บอร์ด (Keyboard gangster)

นักเลงคีย์บอร์ด (Keyboard gangster)
นักเลงคีย์บอร์ด (Keyboard gangster)

นักเลงคีย์บอร์ด (Keyboard gangster)
คนที่เล่นเป็นพิมพ์ คือ เบลล์ เขมิศรา พลเดช หรือ ก้อย ฮอร์โมน ซีชั่น 2  เกิด 16 ก.ย 38
คนที่เล่นเป็นแบงค์ คือ ภาวดี คุ้มโชคไพศาล

ผมนำมิวสิกวีดีโอเพลงนี้ไปเปิดให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นว่า
ผู้กำกับกำลังสื่อสารอะไรกับผู้ชม ก็มีหลายประเด็นที่นักศึกษาได้นำเสนอ
1. เรื่องย่อ ตามเนื้อเรื่องของคลิ๊ป
มีเด็กผู้หญิงสองคนพูดคุยกัน แต่ไม่เคยพบตัวกัน หรือเห็นหน้ากัน
เพราะต่างคนต่างไม่รู้จักหน้ากันจริง ๆ ต้องใช้การ์ดสีแดงเป็นสื่อว่าเป็นใคร
ฝ่ายคนหนึ่งโกหกกับอีกฝ่ายว่าตนเองเป็นผู้ชายชื่อแบงค์
ต่างฝ่ายต่างบอกรักกันผ่าน line
แต่วันที่พบหน้ากัน ฝ่ายที่โกหกไม่กล้าแสดงตัว แม้พบกันแล้วก็กลับเดินหนี
และไม่บอกความจริงว่า แท้จริงแล้วตนเองเป็นผู้หญิง
เมื่อถูกรบเร้าหนักเข้าก็ลบบัญชีของตน แล้วกลับเข้าไปคุยกับคนเดิมด้วยชื่อต้น
เริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ใหม่ เป็นการเริ่มต้นโกหกครั้งใหม่
แล้วคาดว่าจะต้องเสียใจในอนาคตอีกครั้ง

2. เรื่องย่อ ตามเนื้อเพลง
มีคนไม่น้อยที่ไม่กล้าแสดงออก
แต่เครือข่ายสังคมช่วยให้การสื่อสารง่ายขึ้น ใช้การพิมพ์ผ่านแป้นพิมพ์ง่ายกว่า
การพูดว่ารัก ก็ทำได้ง่าย ไม่เหมือนการพูดต่อหน้า
การพูดคุยทักทายก็ลื่นไหลไม่เคอะเขิน
แต่เมื่อพบหน้าก็เสียความมั่นใจไม่กล้าพูดคุย
และรู้สึกผิดที่โกหก แล้วก็เดินหนีทิ้งความจริงไว้ข้างหลัง
ได้แต่โกรธ และโทษตนเองว่าทำไมไม่กล้า

3. สะท้อนสังคมก้มหน้า
ปัจจุบันเราให้ความสำคัญกับคนไกลตัว มากกว่าใกล้ตัว
เพราะคนใกล้ตัวต้องใช้การพูดคุยแบบสองทาง
พูดแล้วก็ต้องฟัง และตอบสนองอย่างเหมาะสม
แต่การพูดผ่านสื่อสังคม ไม่ต้องรับผิดชอบมากเหมือนพูดต่อหน้า
พูดแล้วจะมีใครตอบกลับ เห็นด้วยหรือไม่ก็ได้ หรือไม่ก็ได้
การพูดผ่านการพิมพ์ การโพสต์ แล้วมักได้รับการยอมรับมากกว่า
แต่ในชีวิตจริงมักถูกยอมรับน้อยกว่าการสื่อสารในสื่อสังคม
คนที่ไม่ถูกยอมรับในชีวิตจริงมักไขว่คว้าหาการถูกยอมรับในสื่อสังคม
สังคมก้มหน้าจึงเกิดขึ้น เพราะผู้คนถวิลหาการถูกยอมรับ เติมเต็มความสุข

4. สังคมที่หาความจริงใจไม่ได้
ในสื่อสังคม เห็นแต่ภาพโปรไฟร์ เห็นแต่ข้อความผ่านแป้นพิมพ์
ซึ่งไม่รู้ว่าภาพจริง เสียงจริง หรือข้อความนั้นเป็นจริงหรือไม่
มีผู้หญิงโกหกว่าเป็นผู้ชาย และผู้ชายโกหกว่าเป็นผู้หญิงจำนวนมาก
บางครั้งพบผู้หญิงหน้าตาดีมาขอเป็นเพื่อน ก็พบว่าเขาตั้งใจมาขายของ
ซึ่งไม่อาจรู้ได้เลยว่าแท้จริงแล้วเป็นหญิงหรือชาย
เพราะสิ่งที่พบในสื่อสังคม ไม่อาจตรวจสอบได้ว่าจริงหรือไม่
จากคลิ๊ปนี้พูดคุยมาเป็นปี ฝ่ายหนึ่งถึงกับบอกรักอีกฝ่าย
ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยได้ยินเสียง ไม่เคยรู้ภูมิลำเนากันมาก่อน
เรียกว่าไว้ใจถึงขั้นรักกัน ทั้งที่ไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงกันมาก่อน
ปัจจุบันจึงเกิดการหลอกลวงผ่านสื่อจำนวนมาก เพราะไว้ใจกันง่ายนี่เอง
โบราณว่า “อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง”

เนื้อเพลง

นักเลงคีย์บอร์ด ต่อหน้าไม่กล้าบอก
แต่ถ้ามีคีย์บอร์ด จะกล้าพิมพ์ออกไป
นักเลงคนหนึ่ง ผู้ซึ้งเป็นกับเขา ซะเมื่อไหร่
พูดความรู้ พูดความในใจ ต้องใช้แป้นพิมพ์

จะพูดคำว่ารักคุณ ต้องต่อด้วยหน้ายิ้ม
จะพูดคำว่าคิดถึงคุณ ต้องใช้ปลายนิ้วจิ้ม

คุยได้ไหม ทำอะไรอยู่ครับ เมื่อเย็นรับประทานอะไรที่ไหน
หนังเรื่องนั้นสนุกนะ เพิ่งดูจบไป
เข้านอนแล้ว ฝันดีนะ พรุ่งนี้ละคะ ต้องรีบต้องตื่นแค่ไหน
พิมพ์เก่งจริง เรียกว่านิ้วมือมันตรงกับหัวใจ

นักเลงคีย์บอร์ด ต่อหน้าไม่กล้าบอก
พอไม่มีคีย์บอร์ด น้ำตาแทบไหล
แค่เพียงได้เห็นหน้าคุณ ที่เปื้อนรอยยิ้ม
แค่นั้นผมก็เสียสมดุล เหมือนโดนเข็มทิ่ม

เจอกันอีกแล้ว บังเอิญจริง ๆ นะ
พูดไม่เป็น เหมือนเป็นเช่นคนละคนกับที่พิมพ์เอาไว้
ผมต้องไปแล้ว ไปก่อนนะ
โกหกทำไมวะ จริง ๆ ไม่ต้องไปไหน

เธอไปแล้ว ได้แต่โกรธแค้นตัวเองในหัวใจ

นักเลงคีย์บอร์ด (นักเลงคีย์บอร์ด)
ต่อหน้าไม่กล้าบอก (ต่อหน้าไม่กล้าบอก)
แต่ถ้ามีคีย์บอร์ด จะกล้าพิมพ์ออกไป
ต้องมีวันหนึ่ง (ต้องมีวันหนึ่ง) ชีวิตจริงไปถึงเส้นชัย
พูดความรู้สึก พูดความในใจ ไม่ต้องใช้แป้นพิมพ์

ไม่ต้องใช้นิ้วจิ้ม คุณรอก่อนได้ไหม..

ผลงานของ ภาวดี คุ้มโชคไพศาล