ครอบครัว « แลกเปลี่ยนเรียนรู้:km tool

archive page

บันทึกใน ‘ครอบครัว’

ซื้อ IPhone ให้ผู้สูงอายุ (itinlife289)

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Sunday, May 1st, 2011
iphone

iphone

1 พ.ค.54 มีคำกล่าวว่าเทคโนโลยีสามารถเรียนรู้กันได้ ถ้าถูกถามว่าต้องการอุปกรณ์รุ่นใหม่หรือไม่ ก็มักได้รับคำตอบว่าได้ก็ดี เมื่อได้อุปกรณ์มาแล้วค่อยพิจารณาปัญหาที่ตามมา มีความแตกต่างระหว่างของใหม่กับของเดิมอย่างไร หรือจะแก้ไขปัญหาที่มีด้วยวิธีการใด ปัจจุบันบริษัท Apple ออกผลิตภัณฑ์ที่ขอนำเสนอ 2 รายการ คือ IPhone และ IPad ซึ่งมีวัตถุประสงค์การใช้งานต่างกัน กลุ่มผู้ใช้ของแต่ละผลิตภัณฑ์ต่างกัน แต่มีรูปลักษณ์ภายนอกของอุปกรณ์ทั้งสองคล้ายกัน โดย IPhone ออกแบบเพื่อการสื่อสารด้วยเสียงเป็นหลัก และสามารถสื่อสารกับเครือข่ายสังคม แต่ IPad คือเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาแบบไม่มีแป้นพิมพ์ หรือที่เรียกว่า Tablet Personal Computer

ในกรณีที่ผู้สูงอายุต้องการสื่อสารกับคุณหลานที่อยู่ในกรุงเทพฯ ตัวอย่างเช่นคุณหลานมี IPhone รุ่นใหม่ต้องการสื่อสารกับคุณย่าอายุ 85 ปีที่อาศัยในต่างจังหวัดทุกวัน การตัดสินใจเลือกซื้อโทรศัพท์ที่เข้ากันได้กับโทรศัพท์ของคุณหลานย่อมสะดวกกว่าต้องพึ่งพาโทรศัพท์ของเพื่อนบ้าน แต่คุณหลานเคยชินกับอุปกรณ์รุ่นใหม่ก็อาจเลือกซื้อโทรศัพท์ IPhone ให้กับคุณย่า แต่ปัญหาคือคุณย่าที่สายตาเข้าสู่วัยชราเต็มขั้น และไม่นิยมเรียนรู้เทคโนโลยี จะให้เรียนรู้การแชท (Chat) ที่ใช้แป้นพิมพ์แบบ QWERTY ก็อาจพบปัญหาใหญ่หลวงในการสื่อสารผ่านอุปกรณ์ไฮเทค หรือใช้ประโยชน์ได้เพียงส่วนหนึ่งของความสามารถที่อุปกรณ์มีอยู่

ในความเป็นจริงต้องเข้าใจเรื่องช่องว่างของเทคโนโลยี ดังที่เราได้ยินเรื่องของการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ (Video Conference) ของนายกรัฐมนตรีไทย ถ้าประชุมกันเพียง 2 – 3 คนก็ใช้ความสามารถของ IPhone หรือ IPad ได้ แต่ถ้าต้องการสื่อสารแบบหนึ่งคนนำเสนอและหลายคนฟัง (one to many) ก็จะต้องใช้เครือข่ายความเร็วสูง อุปกรณ์รับเสียง และอุปกรณ์แสดงภาพที่มีคุณภาพ ส่วนการสื่อสารระหว่างสองห้องประชุมที่ห่างไกลกัน จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์และเครือข่ายความเร็วสูงที่เข้ากันได้ มิเช่นนั้นก็จะเหมือนคนหนึ่งใช้โทรศัพท์จากตู้หยอดเหรียญแต่อีกคนใช้ IPhone ก็จะทำให้คุณภาพของ IPhone เป็นเพียงโทรศัพท์ธรรมดาเท่านั้น หรือคุณหลานใช้ IPhone แต่คุณย่าใช้โทรศัพท์เครื่องละไม่ถึง 1 พันบาทย่อมไม่สามารถสื่อสารกับแบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ได้นั่นเอง


ผมวุ้นในตาเสื่อม ซะแล้ว

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Wednesday, January 26th, 2011

วุ้นในตา

วุ้นในตา

26 ม.ค.54 หากคุณรู้สึกว่าเห็นยุงบินรอบ ๆ ตัว แต่ตบเท่าไหร่ก็ไม่โดน หรือมองเห็นสิ่งแปลกปลอม เช่น หยากไย่ จุด เส้น ลอยไปลอยมาในตา นั่นอาจจะเป็นอาการของ “โรควุ้นในตาเสื่อม” ที่เกิดในลูกตาของคุณก็ได้!! หากคุณรู้สึกว่าเห็นยุงบินรอบ ๆ ตัว แต่ตบเท่าไหร่ก็ไม่โดน หรือมองเห็นสิ่งแปลกปลอม เช่น หยากไย่ จุด เส้น ลอยไปลอยมาในตา นั่นอาจจะเป็นอาการของ “โรควุ้นในตาเสื่อม” ที่เกิดในลูกตาของคุณก็ได้!!

นพ.พัฒน ธัญญกิตติกุล ประจำภาควิชาจักษุวิทยา วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล มาเล่าเรื่องของโรคนี้ให้เราฟังกันอย่างง่าย ๆ

อาการ โรควุ้นในตาเสื่อม (วุ้นในตา : Viteous Floaters)

เวลา ลืมตาจะมองเห็นอะไรกวนตาเป็นรูปหยากไย่ ตาข่าย จุด เส้น วง ลอยไปลอยมา หรือบางคนบอกว่าเห็นเหมือนยุง แต่ปัดเท่าไหร่ ๆ ก็ไม่มียุงนี่นา และจะอันตรายสุด ๆ ถ้าในเวลาค่ำหรือในที่มืด คุณเห็นแสงคล้ายฟ้าแล่บแปล๊บ ๆ เพราะอะไรก็ต้องติดตามกันต่อข้างล่างนะคะ

สาเหตุ โรควุ้นในตาเสื่อม

คุณ หมอบอกว่าในลูกตากลม ๆ ของเรานี้จะมีวุ้นใสอยู่ตรงกลาง ระหว่างเลนส์กับจอประสาทตา และเมื่อคุณอายุ 40 วุ้นตรงนี้ก็จะเริ่มชราภาพ จากลักษณะเป็นวุ้นก็จะกลายเป็นของเหลว วุ้นที่เละจนเหลวนี่เอง เมื่อเรากลอกตาวุ้นก็จะกระเพื่อม กลายเป็นสิ่งที่เรามองเห็นเป็นจุด เป็นเส้น ที่รบกวนสายตาเรานั่นเอง

และการกลอกตาไปมาจะมี แรงกระชาก ให้จอประสาทตาให้ฉีกขาด และตอนนี้แหละที่คุณอาจจะเห็นแสงแปล๊บ ๆ เหมือนฟ้าแลบ ซึ่งถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา การฉีกขาดจะรุนแรงขึ้นกลายจอประสาทตอลอก ถ้าถึงขั้นนั้นก็แปลว่าคุณมองไม่เห็นอะไรแล้ว เพราะตาบอดไปเรียบร้อย!

การรักษา โรควุ้นในตาเสื่อม

ยัง ไม่มีการรักษาโรควุ้นในตาเสื่อมได้ เพราะมันเกิดจากความชราของอวัยวะเราเอง เรียกว่าเป็นไปตามอายุขัย แต่ยังพอสามารถรักษาอาการข้างเคียงของโรคนี้ได้บ้าง คือถ้าจอประสาทตาฉีกขาดอย่างที่บอกไป หากไปพบจักษุแพทย์ เขาจะใช้เลเซอร์ซ่อมแซมรอยขาดให้ปิดสนิท ก็ทำให้คุณยังมีดวงตาไว้ถนอมใช้ได้อีกนานค่ะ

การป้องกัน โรควุ้นในตาเสื่อม
ถึงจะรักษาไม่ได้ แต่มันป้องกันได้นะคะ วิธีการก็คือ
1.ป้องกัน ไม่ให้ดวงตาได้รับการกระทบกระเทือน ทั้งจากการเล่นกีฬา จากอุบัติเหตุ และอื่น ๆ เพราะการที่ตาถูกกระแทกแรง ๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้วุ้นในตาเสื่อมได้เร็วขึ้น
2.อย่าอ่านหนังสือในที่มืด เพราะจะทำให้สายตาสั้น สายตาสั้นจะทำให้วุ้นในลูกตาเสื่อมง่าย
3.อย่านอนในที่สว่าง เพราะแม้ร่างกายจะหลับ แต่ลูกตาเมื่อได้รับแสงก็ยังทำงานอยู่ เมื่อลูกตาทำงานหนัก วุ้นก็จะเสื่อมได้ง่าย
4.ถ้าคุณอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรจะไปพบจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะหากมีอาการแพทย์จะดูแลคุณในระยะแรกได้เลยค่ะ

การดูแลตนเอง
เมื่อเกิดอาการนี้ขึ้นก็ควรพักสายตา พยายามอย่าเครียด นอนพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าออกแรงหนัก อย่าหักโหมงานพยายามอย่าหันหน้าเร็วๆ ให้ทำอะไรช้าๆ ลงบ้างและทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ อย่าให้ขาดวิตามินและเกลือแร่นะคะ สำหรับคนที่ยังไม่มีอาการนี้ก็ขอแนะนำว่าอย่าใช้สายตา โดยเฉพาะกับจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ควรเว้นช่วงพักสายตาเป็นพักๆ อาจใช้วิธีหลับตาสักครู่ หรือจะใช้มือคลึงเบาๆด้วยก็ได้ หรือให้พักสายตาโดยมองออกไปไกลๆ เกินกว่า6 เมตรขึ้นไป โดยเลือกมองบริเวณที่มีต้นไม้สีเขียวหรือวัตถุสีเขียวธรรมชาติ จะทำให้สายตาได้รับการพักผ่อนได้มากยิ่งขึ้น

http://www.ladytip.com/main/content/view/3213/
http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/16368
http://dr.yutthana.com/retina.html


หลักสูตรระดับประถม คณิตศาสตร์ ประถม 4 – 6

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Sunday, January 9th, 2011

เนื้อหาคณิตศาสตร์ช่วงชั้นที่ 2 ระหว่าง ประถมศึกษาที่ 4 – 6
สาระการเรียนรู้ ป.4 ( เล่ม 1 )
บทที่ 1. จำนวนนับที่มากกว่า 100,000
บทที่ 2. การบวกและการลบ
บทที่ 3. เรขาคณิต
บทที่ 4. การคูณ
บทที่ 5. การหาร
บทที่ 6. สถิติ และ ความน่าจะเป็นเบื้องต้น
สาระการเรียนรู้ ป.4 ( เล่ม 2 )
บทที่ 7. การวัด
บทที่ 8. พื้นที่
บทที่ 9. เงิน
บทที่ 10. เศษเงิน
บทที่ 11. เวลา
บทที่ 12. ทศนิยม
บทที่ 13. การบวก ลบ คูณ หารละคน
สาระการเรียนรู้ ป.5 ( เล่ม 1 )
บทที่ 1. จำนวนนับ
บทที่ 2. การบวก การลบ การคูณ หารจำนวนนับ
บทที่ 3. มุม
บทที่ 4. เส้นขนาน
บทที่ 5. สถิติ และ ความน่าจะเป็น เบื้องต้น
บทที่ 6. เศษส่วน
บทที่ 7. การบวก การลบ การคูณการหารเศษส่วน
สาระการเรียนรู้ ป.5 ( เล่ม 2 )
บทที่ 8. ทศนิยม
บทที่ 9. การบวก การลบ การคูณทศนิยม
บทที่ 10. บทประยุกต์
บทที่ 11. รูปสี่เหลี่ยม
บทที่ 12. รูปสามเหลี่ยม
บทที่ 13. รูปวงกลม
บทที่ 14. รูปเรขาคณิต และ ปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก
สาระการเรียนรู้ ป.6 ( เล่ม 1 )
บทที่ 1. จำนวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร จำนวนนับ
บทที่ 2. สมการและการแก้สมการ
บทที่ 3. ตัวประกอบของจำนวนนับ
บทที่ 4. มุมและส่วนของเส้นตรง
บทที่ 5. เส้นขนาน
บทที่ 6. ทิศและแผนผัง
บทที่ 7. เศษส่วน และ การบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน
สาระการเรียนรู้ ป.6 ( เล่ม 2 )
บทที่ 8. ทศนิยม
บทที่ 9. การบวก การลบ การคูณทศนิยม
บทที่ 10. การหารทศนิยม
บทที่ 11. รูปสี่เหลี่ยม
บทที่ 12. รูปวงกลม
บทที่ 13. บทประยุกต์
บทที่ 14. รูปเรขาคณิตสามมิติ และปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก
บทที่ 15. สถิติ และ ความน่าจะเป็นเบื้องต้น
ข้อมูลจาก โรงเรียนกรุงเทพ ติวเตอร์ เฮาส์

http://www.tutorhouse.org/detail.php?g=3&id=12


รูปลักษณ์ภายนอกที่เสื่อมไปตามกาลเวลา

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Sunday, May 30th, 2010

บันทึกไว้ดูยามอายุ 60 ตอนเป็นผู้เฒ่า

30 พ.ค.53 ผู้คนมากมายมีปัญหากับความไม่พึงพอใจต่อรูปลักษณ์ภายนอกของตนเอง ผมเองก็ทำใจไม่ได้ที่ร่างกายเสื่อมสภาพไปตามสังขารและเวลา พอคิดว่าทำใจไม่ได้ ก็ไม่นิ่งดูดาย จึงหยิบกล้องขึ้นมาตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน มาถ่ายภาพของตนตอนที่ยังหนุ่มแน่นด้วยการตั้งถ่ายอัตโนมัติ ในอนาคตถ้าผมอยู่ถึงอายุ 60 หรือ 70 หรือ 80 จะได้นั่งดูภาพคนเดียว คงนั่งหัวเราะคนเดียวนึกถึงอดีตสมัยยังหนุ่ม
     เพราะถึงเวลานั้นทุกคนในครอบครัวคงไม่มีใครมานั่งคุยด้วยเหมือนทุกวันนี้ ลูกหลานก็คงแยกย้ายกันไปทำภารกิจของตน ผมอาจต้องอยู่คนเดียวในบ้านพักคนชราที่ไหนสักแห่ง อยู่อย่างสงบในชุมชนที่สงบ .. ขอโยน 3 คำถามกลับไปยังผู้อ่านว่า คุณมีมุมสวยของตนเองหรือยัง ถ้ายังจะสายเกินไปหรือเปล่า และความสวยความหล่อของคุณมีค่าควรแก่การบันทึกไว้อย่างเป็นระบบหรือไม่
+ http://www.thaiall.com/bus


เยี่ยมบ้านเพื่อนร่วมงาน

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Friday, May 28th, 2010

บ้านเพื่อนร่วมงาน

28 พ.ค.53 มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านเพื่อนร่วมงาน ชื่อเล่นขึ้นต้นด้วย ต. จึงเก็บภาพมาฝาก เผื่อใครจะเก็บแนวการตกแต่งบ้านไปใช้ เพราะวันนี้เป็นวันวิสาขบูชา และเพื่อนร่วมงานต้องการกุญแจห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 2  (ทำล่วงเวลาแบบไม่ได้ตัง เป็นการทำงานเพราะรักในองค์กร) เพื่อไปคัดลอกฮาร์ดดิสก์ เตรียมติดตั้งสำหรับห้องที่เหลือในวันจันทร์ และกุญแจที่ผมขอนำมาทำสำเนาก็อยู่ที่ผม ไปเยี่ยมบ้านทั้งทีจึงเก็บภาพสวย ๆ มาฝาก เห็นที่นอนสวยมาก จึงบันทึกไว้ และเปรียบเทียบกับที่นอนของผม ไว้ระลึกว่าโลกเรามีความแตกต่างทางความคิดอยู่ในทุกที่
     มีโอกาสถกกันเรื่องปัญหาการทำงาน เพื่อนท่านนี้ก็แสดงทัศนะว่าจะแก้ปัญหาที่คนทำได้ยากมาก จะยื่นซองขาวท่าเดียวคงไม่ได้ การบริหารคน หรือจัดการคนถือว่ายากที่สุดแล้ว หากเปลี่ยนแนวมาปรับกระบวนการ ขั้นตอน หรือกลไกก็จะลดทอนปัญหาลงได้บ้าง อย่างการทำงานต้องมีการประชุมเตรียมการเสมอ ถ้าไม่มีการพูดคุยกันก็จะมีปัญหาให้พบเห็นเพราะขาดความพร้อมอยู่ในทุกกิจกรรม .. การเมืองก็เห็นเป็นประจักษ์ว่าไม่คุยกัน ไม่ยอมกันซะบ้าง ผลจึงออกมาเป็นอย่างนั้น


ปัญหาสุขภาพเริ่มทำงานกลางคืนไม่ได้

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Tuesday, May 25th, 2010

25 พ.ค.53 การทำงานกลางคืนที่บ้านของผม มักเริ่มตั้งแต่ทุ่มถึงประมาณห้าทุ่ม คนในครอบครัวไม่สามารถลากผมออกจากหน้าคอมพิวเตอร์ เพราะทำงานเป็นชิ้นที่ต้องเสร็จในแต่ละวันตามกระบวนการ และเป้าหมาย มาช่วงหลังมีปัญหา 2 อย่างคือ พังผืดที่ข้อมือ โดยเฉพาะปัญหาที่ปลายนิ้วชี้ข้างขวา อาจเกิดจากการใช้ mouse หรือเสื่อมสภาพตามอายุ (42 แล้ว) อีกปัญหาคือตา ช่วงก่อนตาเสื่อมเพราะตาแดงชะลอไปหลายเดือน มองชัดเพียงข้างเดียว (ไม่มีใครทราบ) ระยะหลังไม่ระวัง มาช่วงนี้มีกุ้งยิงสองเม็ด ผสมกับอักเสบเรื้อรัง และมีเงาดำในตา อาจเป็นเพราะความดันต่ำ หมอให้พักสายตา ทานยาแก้อักเสบ และประคบร้อน .. ผมก็พยายามสะกดตัวเองว่าหยุดนะหยุดนะ .. และพยายามอยู่ครับ


ญาติสนิทเสียอีกหนึ่งคน

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Saturday, May 15th, 2010

15 พ.ค.53 วันนี้ผมมีแผนทำงานหลายกิจกรรม แต่ต้องชะงักงันไป ทราบว่าญาติท่านหนึ่งเสียชีวิตจากการถูกยิงในเช้าวันนี้ ต้องผละงานออกเดินทางทันที เป็นเรื่องเศร้าที่ต้องทำใจ .. และผมก็ไม่เคยทำใจได้จากการจากไปของคนรอบตัวแม้แต่คนเดียว
     ก่อนหน้านี้ เมื่อ 27 เม.ย.53 เสียเพื่อนสนิทด้วยเหตุทำร้ายตนเอง เมื่อ 5 พ.ย.51  เสียตาแสนด้วยเหตุอุบัติเหตุเกี่ยวกับไฟ เมื่อ 2 พ.ย.50 เสียยายพรรณีด้วยเหตุมะเร็งในถุงน้ำดี เมื่อ 26 ส.ค.46 เสียย่าเป็งด้วยโรคชราอายุ 91 ปี เมื่อปี 2540 เสียพ่อสอาดด้วยเหตุมะเร็งลำใส้ใหญ่ เมื่อปี 2539 เสียยายคำปันด้วยเหตุมะเร็งตับ
     การจากไปของคนรอบตัวเป็นบทเรียนว่า สักวันเราก็จะต้องจากไป .. เครียด จึงดำเนินการดังนี้ 1) สวมชุดดำชั่วชีวิต ลดความอยาก ลดความคาดหวัง และความต้องการภายนอก ซึ่งทำได้ง่ายที่สุด และสวมมาตั้งแต่พ.ย.50 2) ลดอาหารกลางวัน เพราะเป็นมื้อที่อันตรายที่สุด จากเหตุไม่อาจควบคุมคุณภาพ  ลดปริมาณสารพิษเข้าสู่ร่างกาย และลดการเบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่นลงได้ 1 ใน 3 ของชีวิต โดยเริ่มลดอาหารกลางวันอย่างเป็นขั้นตอนตั้งแต่พ.ย.50


มีเด็กเรียกผมว่าคุณครู

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Monday, May 10th, 2010

ประโยคภาษาอังกฤษ

10 พ.ค.53 วันนี้มีเด็กพูดว่า “ขอบคุณค่ะคุณครู” ก็ไม่เคยได้ยินใครพูดอย่างนี้กับผม เห็นแต่ในภาพยนต์ แม้จะเป็นอาจารย์มาแล้วหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดอย่างนี้ อาจเป็นเพราะผมสอนภาษาอังกฤษกับเด็กที่บ้าน คือให้เขาได้ฝึกแปล ฝึกอ่านประโยคภาษาอังกฤษที่ได้จากหนังสือ ขั้นแรกก็ปล่อยให้อ่านและแปลแบบผิดผิดถูกถูก ขั้นที่สองก็บอกว่าที่อ่านมา หรือแปลมาผิด ให้กลับไปทบทวน ให้สละสลวยกว่านี้ ขั้นที่สามก็ให้ปิดบันทึกย่อ แล้วอ่านแปลจากความทรงจำ ขั้นที่สี่ผมก็จะอ่านให้เขาฟัง และให้เขาเขียนเป็นประโยคและคำแปล .. ตอนนี้กำลังดำเนินการขั้นที่สาม ก็ทำเท่าที่ทำได้ตามอัตภาพและศักยภาพของเด็ก .. ก็เป็นประสบการณ์หนึ่งของคนเป็นครู


มือชา ปัญหาที่มีสาเหตุจากการไม่ดูแลสุขภาพ

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Wednesday, April 14th, 2010

14 เม.ย.53 อาการมือชาทั้งสองข้างชัดเจน เกิดขึ้นเมื่อวานเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน หรือที่ใครอาจเรียกว่าเหน็บชา เกิดขึ้นกับฝ่ามือทั้ง 2 ข้างนานหลายชั่วโมง ขณะพิมพ์งานก็ยังรู้สึกได้ ครั้งนี้บ่นให้ภรรยาฟัง เพราะเกรงว่าจะเป็นอย่างอื่น พฤติกรรมของผมในช่วงนี้คือ 1) ใช้มือยกแขนพิมพ์คอมพิวเตอร์จนดึกเกือบทุกวัน 2) เมื่อยไหล่ทั้งสองข้าง แต่ไม่รุนแรง ทนไปได้ในแต่ละวัน อย่างวันนี้ก็รู้สึก 3) บางวันต้องพัก เพราะเจ็บนิ้วชี้หรือนิ้วกลางที่ต้องใช้คลิ๊กเมาส์ 4) บางวันต้องพัก เพราะเจ็บอุ้งมือขวาจากการวางพื้นราบก่อนถึงเมาส์
      ค้นจากเน็ตพบว่า 1) อาการปวดและชาเกิดเนื่องจากมีความดันสูงในช่องอุโมงค์ที่เส้นประสาทลอดผ่านที่บริเวณฝ่ามือ เนื่องจากมีการอักเสบและการหนาตัวของเนื้อเยื่อพังผืดที่คลุมช่องอุโมงค์นี้เกิดการกดทับเส้นประสาท ในรายที่เป็นมากก็จะเกิดเนื้อเยื่อพังผืดบางๆ รัดเส้นประสาทอีกชั้นหนึ่ง ทำให้การรักษาด้วยยาไม่ได้ผล 2) ชามือ โดยส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาของระบบประสาทส่วนปลายถูกกดทับ ที่สามารถรักษาหายได้ และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ มือและแขนของคนเรา มีระบบเส้นประสาทไปเลี้ยง ให้ความรู้สึก 3 เส้น คือ 2.1 ) เส้นประสาทมีเดียม ให้ความรู้สึกด้านฝ่ามือของนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และครึ่งหนึ่งของนิ้วนางที่อยู่ติดกับนิ้วกลาง 2.2 ) เส้นประสาทอัลนาร์ ให้ความรู้สึกมือ ด้านนิ้วก้อยและครึ่งหนึ่งของนิ้วนางที่ติดนิ้วก้อย 2.3 ) เส้นประสาทเรเดียน ให้ความรู้สึกหลังมือ ของนิ้วหัวแม่มือ ครึ่งหนึ่งของนิ้วนาง เมื่อมีอาการชามือ ลองสังเกตให้แน่ชัดว่าชาตรงไหน จะได้ช่วยแพทย์ให้การวินิจฉัยโรคได้ง่ายขึ้น ถ้าชาด้านฝ่ามือของนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง บางส่วนนิ้วนาง อาจจะเป็นนิ้วใดนิ้วหนึ่งหรือหลายนิ้ว เรียกว่า “พังผืดรัดเส้นประสาทที่ข้อมือ” หรือ “กลุ่มอาการเส้นประสาทถูกกดทับที่ข้อมือ”
     การปฏิบัติตนคือ รับประทานวิตามินบี 1, 6, 12 และบริหารร่างกายเป็นประจำ .. ในเวลาที่ยังเยียวยาได้ ผมคงต้องชะลอการใช้ร่างกายแบบไม่สมเหตุสมผลลงบ้างแล้ว จะได้มีไว้ใช้ตราบนานเท่านาน .. เผื่อว่าใครจะชวนให้มีชีวิตเป็นอมตะ ก็จะได้มีร่างที่เหมาะสม


โจทย์ ครน และ หรม สำหรับเด็กประถม

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Sunday, April 11th, 2010

คณิตศาสตร์ เรื่อง ครน แล หรม

11 เม.ย.53 การสร้างโจทย์คณิตศาสตร์เรื่อง ครน คูณร่วมน้อย หรือ หรม หารร่วมมาก สามารถใช้โปรแกรม Microsoft Excel สร้างได้ง่าย โดย หรม คือ การหาตัวเลขที่มากที่สุดที่หารตัวเลขทุกตัวที่ตั้งไว้ได้ เช่น เลขที่ตั้งไว้คือ 8,  100, 12, 20 ดังนั้น หรม ของเลขที่ตั้งไว้ คือ 4 เพราะเป็นเลขที่มากที่สุดที่หารตัวเลขที่ตั้งไว้ได้ทุกตัว ส่วน ครน คือ การหาตัวเลขที่น้อยที่สุดที่เลขที่ตั้งไว้ไปคูณร่วมกันได้ลงตัว เช่น เลขที่ตั้งไว้คือ 8,  100, 12, 20 ดังนั้น ครน ของเลขที่ตั้งไว้ คือ 600 เกิดจาก 4 * 5 * 2 * 5 * 3 * 1
     วิธีหาค่าของ ครน และ หรม ใช้การหารสั้น แล้วเอาผลหารที่หารทุกตัวได้ลงตัวมาคูณกัน ก็จะได้ หรม แต่ถ้าตัวหารที่หารบางตัวได้ก็จะนำมาใช้ประกอบการหา ครน ดังนั้น หรม ก็จะมีเพียงเลข 4 ตัวเดียว อยากให้ลองหา ครน ของ 8,  100, 12, 20 ก็จะเข้าใจครับ
+ http://www.thaiall.com/girl/multiply.xls