การเขียน shell script บน Android แบบไม่ต้องใช้ chmod

การเขียน shell script
การเขียน shell script

เคยมีนักศึกษาสายไอที ถามมา
เพราะสายอื่นเค้าคงไม่ถามแบบนี้หลอก
คำถาม “มีสมาร์ทโฟน เอามาทำอะไรได้บ้าง
แล้วก็คิดได้ว่า โทรศัพท์ที่เค้ามีเป็น android os
สามารถติดตั้ง app เพิ่ม จาก Google play store ได้
งั้นตอบว่า “ใช้เขียน shell script ได้ ลองดูนะ
ไม่ต้องกังวลเรื่อง root ด้วย เพราะไม่จำเป็นต้องทำ
แนะนำว่าต้องโหลดแอพ ดังต่อไปนี้
1. Terminal Emulator
2. Droidedit Free
3. ES File Explorer File Manager
4. Palapa Web Server
อันที่จริง ใช้แอพในข้อ 1 เป็นหลัก
ที่เหลือแนะนำว่า Developer ควรมีไว้ในเครื่อง

ขั้นตอนการเขียน shell script
บน Android แบบไม่ต้องใช้ chmod
1. โหลดแอพ Terminal Emulator
เพื่อเข้าไปจัดการกับ Script ผ่าน Shell บน Android
2. โหลดแอพ Droidedit Free
เพื่อเป็นอีดิเตอร์สำหรับเขียน Script บน Android
เพราะโหลดมาแก้ไข และ Save as ได้
3. สำรวจห้องที่จะเก็บ shell script
โดยใช้เครื่องมือ คือ Terminal Emulator
หรือ ES File Explorer File Manager ก็ได้
เข้าไปดูห้อง /mnt/sdcard
พบว่ามีห้องเก็บข้อมูลมากมาย
อาทิ ห้อง /mnt/sdcard/pws
ที่สร้างจากแอพ Palapa Web Server
4. เขียน Shell script บนแอพ Droidedit Free
แล้ว Save as ชื่อ test1 วางไว้ในห้อง /mnt/sdcard

#!/system/bin/sh
read x
echo $x

5. ใช้ Terminal Emulator สั่ง execute shell script
โดยไม่ต้องใช้คำสั่ง chmod
เพราะใช้ไม่ได้และไม่จำเป็นต้องใช้
หากต้องการใช้ shell script ให้มีคำว่า sh นำหน้า
เช่น $sh test1

6. ตัวอย่าง รับค่าจากแป้นพิมพ์มาทดสอบ

#!/system/bin/sh
read x
echo $x
if [ “$x” == “1” ]
then
echo “one”
elif [ “$x” == “2” ]
then
echo “two”
else
echo “-”
fi

อธิบาย script ว่า
ถ้า execute แล้วเค้าหยุดถาม
หากกรอกเลข 1 จะพิมพคำว่า one ออกมา
หากกรอกเลข 2 จะพิมพคำว่า two ออกมา
หากกรอกอย่างอื่น จะพิมพคำว่า – ออกมา

นักศึกษาทำอย่างไรกับแนวข้อสอบที่อาจารย์ให้ไป

success @Sylviaduckworth
success @Sylviaduckworth

นิทาน น่ะนะ
กาลครั้งหนึ่ง ณ เช้าวันหนึ่ง ที่เป็นวันธรรมดา
แต่ไม่ธรรมดาตรงที่เป็นวันสอบข้อเขียน ในวิชาหนึ่ง
อาจารย์ก็ได้รับข้อความจากนักศึกษาตอน “ตี 4”
วันนั้น อาจารย์ตื่นมาเห็นข้อความตอน “ตี 5 ครึ่ง”
ก็ตอบไป สื่อสารกันไป

นักศึกษา : วันนี้ อาจารย์เข้ากี่โมง
อาจารย์ : ทำไมล่ะ มีอะไรหรา
นักศึกษา : อยากถามเรื่องแนวข้อสอบที่ให้มา
อาจารย์ : ?
นักศึกษา : ข้อ 2 กับ 3 ต่างกันอย่างไร ดูจากสไลด์ไหน
อาจารย์ : แนว 2 ข้อนี้อยู่สไลด์เดียวกัน ที่ให้ฝึกทำนั่นไง
นักศึกษา : (ส่งภาพสไลด์มาให้ดู) ใช่รึเปล่า
อาจารย์ : ก็ใช่นะ
นักศึกษา : อีกข้อล่ะ อยู่ตรงไหน
อาจารย์ : ตรงนั้นไง

ที่เล่านี้ มองเป็นกรณีศึกษา ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น
และใช้ร่วมกับภูเขาน้ำแข็งแห่งความสำเร็จด้านล่าง

สรุปว่า
เป็นนักศึกษา .. ไม่ทำตัวเสมือนก้อนน้ำแข็งที่จม
แล้วก้อนน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำ .. จะใหญ่โตขึ้นมาได้อย่างไร
หวังพึ่งโชคชะตาราศีอย่างเดียว .. ก็ไม่สมเหตุสมผลนะ

 

ผ่านไป
ผ่านไป

สรุปว่าเรื่องนี้น่าสนใจตรงที่
นักศึกษาเค้าจะสอบ เพื่อให้ได้เกรด ให้ได้คะแนน
พอเตรียมตัวแล้ว พบปัญหา ก็หาที่ปรึกษา
แต่สิ่งที่นักศึกษาคนนี้น่าจะพร่องไปเล็กน้อย
มีดังนี้
1. Persistence ความหมั่นเพียร คือ มุ่งมั่นให้ถึงจุดหมาย
2. Hard work การทำงานหนัก คือ ฝึกฝนเป็นประจำ
3. Good habits การทำงานจนเป็นนิสัย คือ การวางแผน

สรุปว่า
ความสำเร็จ (Success) ที่ใครมองเห็น มาจาก

– Persistence
– Failure
– Sacrifice
– Disappointment
– Good habits
– Hard work
– Dedication

@Sylviaduckworth
https://twitter.com/sylviaduckworth/status/621334733901983744

เกรด ไม่ได้วัดความฉลาด
เกรด ไม่ได้วัดความฉลาด

ลูกศิษย์มาเยี่ยมถึงเรือนชาน

ลูกศิษย์
ลูกศิษย์

ทุกช่วงปีใหม่
ลูกศิษย์ที่ชอบพอกัน จะมาเยี่ยมผมเสมอ ไม่เคยขาด

ปีนี้ 7 ม.ค.60 กร กับปราง เอาขนม S&P
มาสวัสดีปีใหม่เช่นเคย แต่ไม่เหมือนทุกปี
เพราะปีนี้ผมย้ายไปอยู่เกาะคา
เค้าก็ตามมาเที่ยวเกาะคา
ทั้งสองเป็นนักคอมพิวเตอร์ที่เก่ง
ทำโปรเจคที่บ้านไหล่หินด้วยกันมา
เคย .. เอาดีทางพัฒนาระบบ และเว็บไซต์
เป็น freelance developer แบบ fulltime
แต่เดี๋ยวนี้ .. จับด้าน e-commerce จริงจัง
หลายผลิตภัณฑ์เลย ฟังเค้าเล่าสนุกมาก
เล่าถึงนโยบายของ fb, line และ startup : pay360
แล้วยัง .. ทำฟาร์มชเนาเซอร์ เห็นว่าได้ SEO มาด้วย
แต่ละปีก็จะมีอะไรใหม่ ๆ มาเล่าตลอด

s&p cookie
s&p cookie

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1848710072079656&id=100008220431019

นักศึกษาเขียนเว็บแบบ responsive web design

อบรม webmaster
อบรม webmaster

เล่าสู่กันฟัง
ว่า 13-16ธ.ค.59 พบ น.ศ.ที่ Lab1 หลังอบรม น.ศ.ทำ Responsive web design ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญ ทางเทคนิค 2 เรื่อง คือ การเขียน html ร่วมกับ css ให้รองรับ multi device ก็รวบรวมผลงานที่เค้านำเสนอ จากผลการอบรม ฝากไว้ที่
http://thaiall.somee.com
มีนักศึกษาหลายคนติดตามงานที่คั่งค้าง เพราะอบรม และทำผลงานมีเวลากระชั้นชิด ทำให้ผลงานยังไม่เป็นที่พึงใจ จึงปรับปรุงใหม่ แล้วอัพโหลดมาให้ชมภายหลังการอบรม ผมก็อัพโหลดเข้าไปอัพเดทให้เรียบร้อยแล้ว การสื่อสาร เราคุยกันผ่าน facebook group เพราะข้อมูลการสนทนา และรูปภาพจะไม่หายไป และระบบรับงาน .zip ได้ดี สูงสุดถึง 100 MB ไฟล์ไม่ถูกกำหนดเวลาลบออกจากระบบเหมือน Line

หลังจากการอบรมแล้วเสร็จ ผมได้กลับไปพัฒนา Responsive Web Design ของตนเอง เริ่มจากการพัฒนาแบบ Prototype ขึ้นมาก่อน แล้วทำแบบ Water fall คือ ทีละหน้า ขยายไปเว็บเพจอื่น และทำแบบ Build and fix คือ ทำไปซ่อมไป ตอนนี้ขยายผลไป /os, /digitallogic และ /data มีรุ่นของ Prototype ใน /web2 เป็น 6.2 ส่วนของ Footer อัพเดทอีกครั้งเมื่อวันที่ 26ธ.ค.59 หลังพบปัญหาที่ทำให้ต้องเพิ่ม class ให้ footer ต่อจากนี้คงกลับมาปรับเนื้อหา (Content) ในเว็บต่าง ๆ ข้างต้น เพราะ design เสร็จแล้ว แต่ภาค content ที่มีอยู่ ยังไม่ได้นำเข้าไปจัดลง ในเหล่าเว็บที่เป็น static webpage ให้เรียบร้อย

ในวันสุดท้ายของการอบรม มีนักศึกษาได้รับการพิจารณารับรางวัลผลงานเว็บ จำนวน 2 คน ที่ได้คะแนนรวมสูงสุดจากกรรมการ คือ นายวรวัช ไชยธิ และนายสุรวิชญ์ สุริยะวงค์

ผลงานนักศึกษา

  1. อรรถพล จริงมาก
    http://thaiall.somee.com/atthapol
  2. บุณยดา สูงติวงค์
    http://thaiall.somee.com/boonyada
  3. จิรายุ คำแปงเชื้อ
    http://thaiall.somee.com/jirayu
  4. กิตติคุณ แก้วมา
    http://thaiall.somee.com/kittikhun
  5. กัณฐิกา ลำพระสอน
    http://thaiall.somee.com/kunthika
  6. ณัชญาพัทธ์ จันทร์ศรี
    http://thaiall.somee.com/natchayapat
  7. ณัฐวุฒิ ปินใจ
    http://thaiall.somee.com/nattawut
  8. พิทยา กานต์อาสิญจ์
    http://thaiall.somee.com/pittaya
  9. แพรทิวา ขันเงิน
    http://thaiall.somee.com/praetiwa
  10. สุรวิชญ์ สุริยะวงค์
    http://thaiall.somee.com/surawit
  11. วิไลวรรณ แซ่โซ้ง
    http://thaiall.somee.com/wilaiwan
  12. วรวัช ไชยธิ
    http://thaiall.somee.com/worawat/intro.htm

ปี 2560 จะเป็นปีสุดท้ายที่มีมหกรรมรับตรง

มหกรรมรับตรง
มหกรรมรับตรง

 

ทราบข่าวว่า ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองต้องการลดความเหลื่อมล้ำ
เห็นว่ามหกรรมรับตรงเป็นปัญหาระดับประเทศ

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10154465889553895&set=a.10150933077238895.437258.814248894
จึงเปลี่ยนแนวปฏิบัติ ห้ามสถาบันการศึกษารับตรงแบบเดิม
ทำให้ปี 2560 จะมีมหกรรมรับตรงเป็นปีสุดท้าย
ดังนั้นปี 2561 เด็กไทยจะไม่พบปัญหาวิกฤตแบบนี้
เด็กทุกคนจะได้โอกาสเท่าเทียมกัน
คือ จบ ม.6 ก่อนแล้วจึงมีสอบใหญ่พร้อมกันครั้งเดียว
ไม่ใช่อยากเข้าที่ไหนก็ไปสอบตรง
ต่อไปเด็กไทยทุกคนได้สิทธิเท่ากัน
เป็นกฎการคัดเลือกแบบใหม่ที่เน้นเท่าเทียม
ไม่ใช่อยากสอบก็ได้สอบ มหาวิทยาลัยอยากรับก็ได้รับ
http://blog.eduzones.com/ezcampus/168157

[ผู้ที่กระทบ]
เด็กที่กระทบ คือ ที่คิดไปสอบหลายที่ แล้วติดเผื่อไว้เลือก
มหาวิทยาลัยที่กระทบ คือ เปิดรับตรงหลายรอบ
ปล. ผู้ใหญ่ ทปอ.เห็นชอบ ตามรัฐมนตรีศึกษาแล้ว
http://www.moe.go.th/websm/2016/aug/348.html

แนะนำภาพยนตร์ แอทลาสยักไหล่ (Atlas Shrugged)

ปรับพื้นฐานนักศึกษาใหม่

เตรียมความพร้อมนักศึกษาใหม่
เตรียมความพร้อมนักศึกษาใหม่

เห็นกิจกรรมการปรับพื้นฐานนักศึกษาใหม่ แล้วชอบครับ
เพราะปัจจุบันทุกหลักสูตรในประเทศไทยต้องมีกิจกรรมนี้
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมนักศึกษาใหม่
ทั้งกาย ใจ ความรู้ ความเข้าใจในหลักสูตร สถาบัน และการเรียนป.ตรี
ให้พร้อมก่อนเข้าเรียนในหลักสูตรที่เลือกไว้
เพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในชั้นปีที่ 1
– ไม่เข้าใจในหลักสูตรว่าเรียนเกี่ยวกับอะไร
– ไม่เข้าใจกระบวนการเรียนในระดับอุดมศึกษา
– ไม่ทราบถึงสิ่งที่สถาบันจัดเตรียมไว้สนับสนุนการเรียนการสอน
– ขาดความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน และอาจารย์ในหลักสูตร
– ขาดความคุ้นเคย ใกล้ชิด หรือไม่รู้จักผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลนักศึกษา
สอดรับกับเกณฑ์ประกันระดับหลักสูตร ปี 2557
องค์ประกอบที่ 3 หน้า 67 ตัวบ่งชี้ที่ 3.1 การรับนักศึกษา
https://www.facebook.com/NationUNews/photos/?tab=album&album_id=1024154837661601

น.ศ.สาวเนชั่น อยู่แม่ฮ่องสอนมาเรียนลำปาง ต้องเปิดร้านขายน้ำส้มคั้นส่งตัวเองเรียน

น้องแอน โชติชนิต สนธิ นักศึกษาปี 3 คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ
น้องแอน โชติชนิต สนธิ นักศึกษาปี 3
คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ในกลุ่ม Lampang City มีการวิจารณ์กันมาก ว่าน้ำส้มอร่อย
ที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเนชั่น ไปทำงานขายน้ำส้มคั้นหาเงินเรียนหนังสือ
มีการกดไลค์ภาพน้องแอน โชติชนิต สนธิ นักศึกษาปี 3
คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง
ใน 12 ชั่วโมงไปพันกว่าครั้ง วิพากษ์กันไป 30 กว่าเม้นท์
https://www.facebook.com/groups/243126115797740/permalink/943272402449771/

พบข้อความประกอบภาพว่า
พบเด็กเรียนดี ขยันทำกิน ต้องส่งเสริม
เป็นกำลังใจให้น้องแอน นักศึกษาสาวปี 3 กำลังเรียนด้านสุขภาพ
เด็กเรียนดีจากแม่ฮ่องสอน มาเรียนที่ลำปาง
ทำงานพิเศษส่งตัวเองเรียน ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียน
ด้วยการเปิดร้านขายน้ำส้มคั้นสด มีแพกเกจสวยงาม
อยู่ข้าง 7-11 ตรงข้ามประตูเข้าอาคารบุญชูตรีทอง ลำปาง
อีก 1 ปีก็จะสำเร็จการศึกษาแล้ว สู่ต่อไป สาวแม่ฮ่องสอน

วิชาที่ใช้สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั้งสอบตรงและแอดมิชชั่น

เรียนอะไร จะได้มีอาชีพใน asean
เรียนอะไร จะได้มีอาชีพใน asean

การสอบเข้ามหาวิทยาลัย นักเรียนทุกคน
ต้องสอบวิชาสามัญ และวิชาเฉพาะสาย
สัดส่วนของสองกลุ่มนี้จะต่างกันไปในแต่ละหลักสูตร
หลายมหาวิทยาลัยจัดรับตรง คือใช้ข้อสอบของตนเอง
ก็จะกำหนดวิชาที่สอบแตกต่างไปบ้างกับสอบแอดมิชชั่น

1. วิชาสำหรับสอบเข้าเรียนแพทย์โดยทั่วไป
ต้องสอบ 7 วิชา 1)ฟิสิกส์ 2)เคมี 3)ชีวะ 4)คณิต1 5)ไทย 6)อังกฤษ 7)สังคม
และวิชาเฉพาะ (ความถนัดทางวิทยาศาสตร์)

2. การสอบตรงนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์
ต้องสอบวิชาของธรรมศาสตร์ ใน 100% มีดังนี้
1) ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมาย  10%
2) ความสามารถในการใช้กฎหมาย  30%
3) เรียงความ  10%
4) ย่อความ  10%
5) ภาษาอังกฤษ  20%
6) ความถนัดเชิงวิชาการ (SAT)  20%

3. สัดส่วนที่ใช้คำนวณคะแนน
GAT (General Aptitude Test) ความถนัดทั่วไป
PAT (Professional Aptitude Test) ความถนัดทางด้านวิชาชีพและวิชาการ
– ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX)
– ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)
– ผลการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT)
– ผลการทดสอบความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (PAT)

4. GAT กับ PAT ต่างกันชัดเจน
GAT = ความถนัดทั่วไป
PAT1 = ความถนัดทางคณิตศาสตร์
PAT2 = ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
PAT3 = ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
PAT4 = ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
PAT5 = ความถนัดทางวิชาชีพครู
PAT6 = ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
PAT7.1 = ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส
PAT7.2 = ความถนัดทางภาษาเยอรมัน
PAT7.3 = ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น
PAT7.4 = ความถนัดทางภาษาจีน
PAT7.5 = ความถนัดทางภาษาอาหรับ
PAT7.6 = ความถนัดทางภาษาบาลี

5. สัดส่วนการใช้คะแนน GAT PAT ของคณะต่าง ๆ
http://www.tlcthai.com/education/gat-pat/48432.html
http://www.dek-d.com/admission/33015/
กลุ่มที่ 1 คณะสัตวแพทยฯ , คณะสหเวชศาสตร์ , คณะพยาบาลศาสตร์
คณะสาธารณสุขฯ, คณะเทคนิคการแพทย์ , คณะวิทยาศาสตร์กีฬา
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 20% และ PAT 2 30%

กลุ่มที่ 2 คณะทันตแพทยศาสตร์
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 20%, PAT 1 10% และ PAT 2 20%

กลุ่มที่ 3 คณะเภสัชศาสตร์
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% และ PAT 2 40%

กลุ่มที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ , คณะทรัพยากรธรรมชาติ
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% , PAT 1 10% และ PAT 2 30%

กลุ่มที่ 5 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% , PAT 1 20% และ PAT 2 20%

กลุ่มที่ 6 คณะวิศวกรรมศาสตร์
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 15% , PAT 2 15% และ PAT 3 20%
* รับตรงคณะกลุ่มนี้บางมหาวิทยาลัย กำหนดให้สอบ PAT1
เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ ม.เกษตรศาสตร์

กลุ่มที่ 7 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% และ PAT 4 40%

กลุ่มที่ 8 คณะเกษตรศาสตร์ , คณะวนศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% , PAT 1 10% และ PAT 2 30%

กลุ่มที่ 9 คณะบริหารธุรกิจ , คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี , คณะเศรษฐศาสตร์
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 30% และ PAT 1 20%
* รับตรงคณะกลุ่มนี้บางมหาวิทยาลัย กำหนดให้สอบ PAT2
เช่น คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ

กลุ่มที่ 10 คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม
รูปแบบที่ 1 GPAX 20% , O-NET 30% และ GAT 50%
รูปแบบที่ 2 GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 40%
และ PAT 7 (เลือก 1 วิชา) 10%

กลุ่มที่ 11 คณะครุศาสตร์ , คณะศึกษาศาสตร์
รูปแบบที่ 1 GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 20% และ PAT 5 30%
รูปแบบที่ 2 GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% , PAT 5 20%
และ PAT 1/2/3/4/6/7 (เลือก 1 วิชา) 20%

กลุ่มที่ 12 คณะศิลปกรรมศาสตร์ , คณะวิจิตรศิลป์ , คณะดุริยางฯ , คณะศิลปการออกแบบ
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% และ PAT 4/6 (เลือก 1 วิชา) 40%

กลุ่มที่ 13 คณะนิเทศศาสตร์, คณะอักษรศาสตร์, คณะศิลปศาสตร์, คณะมนุษยศาสตร์
คณะรัฐศาสตร์ , คณะนิติศาสตร์ , คณะสังคมวิทยา , คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
รูปแบบที่ 1 GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 30% และ PAT 1 20%
รูปแบบที่ 2 GPAX 20% , O-NET 30% และ GAT 50%
รูปแบบที่ 3 GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 30% และ PAT 7 20%

มีข่าวว่า
อันดับหนึ่งของประเทศสอบได้วารสารศาสตร์

ปี 2559 และ 2558 ผลสอบแอดมิชชั่น 6 อันดับแรกเลือกสายสังคมศาสตร์ทั้งหมด

รายชื่อสถาบันการศึกษาที่เปิดรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อเพื่อเป็นพยาบาล

beautiful nurse
beautiful nurse

จากคำถามที่ว่ามีสถาบันการศึกษาใดบ้าง
เปิดรับนักเรียน ม.6 เข้าเรียนพยาบาลเป็นเวลาประมาณ 4 ปี
ค้นดูก็พบว่ามีอยู่หลายสถาบันที่เปิดรับ มีดังนี้

  1. มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
  2. มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  3. มหาวิทยาลัยชินวัตร
  4. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  5. มหาวิทยาลัยนครพนม
  6. มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
  7. มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
  8. มหาวิทยาลัยนเรศวร
  9. มหาวิทยาลัยบูรพา
  10. มหาวิทยาลัยพะเยา
  11. มหาวิทยาลัยพายัพ
  12. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  13. มหาวิทยาลัยมหิดล
  14. มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
  15. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
  16. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
  17. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
  18. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  19. มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
  20. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
  21. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  22. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  23. มหาวิทยาลัยสยาม
  24. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
  25. มหาวิทยาลัยหัวเฉียว
  26. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  27. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  28. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  29. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
  30. วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก
  31. วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ
  32. วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ
  33. วิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ
  34. วิทยาลัยสภากาชาดไทย
  35. วิทยาลัยเซนต์หลุย
  36. สถาบันพระบรมราชชนก
  37. สภาการพยาบาล
พยาบาล 2559
พยาบาล 2559

http://www.unigang.com/Article/36390
http://www.enttrong.com/tag/73

16 ทักษะที่นักเรียนจำต้องเรียนรู้วันที่เพื่อเติบโตในวันหน้า

บทบาทครู ที่ต้องพัฒนาทักษะนักเรียน


มีตัวอย่างให้เห็นใน Social Media
แล้วผมก็ชอบติดตาม อ.อดิศักดิ์ จำปาทอง
เพราะท่านมักจะแชร์ประเด็นความรู้
ให้ข้อคิดที่มีประโยชน์
ได้รู้จักท่านแล้วรู้สึกดี ท่านมองอะไรเป็นบวก
ทำให้รู้สึกดี ช่วยกระตุ้มต่อมคิดบวกของผมเสมอ
ครั้งนี้ท่านแชร์มาในกลุ่มของมหาวิทยาลัย เรื่อง
“16 ทักษะที่นักเรียนจำต้องเรียนรู้วันที่เพื่อเติบโตในวันหน้า”
จึงได้นำไปเล่าให้นักศึกษาฟังครับ .. ว่าพวกเขาควรมีทักษะอะไรบ้าง
http://www.weforum.org/agenda/2016/03/21st-century-skills-future-jobs-students

16 ทักษะที่นักเรียนจำต้องเรียนรู้วันที่เพื่อเติบโตในวันหน้า
16 ทักษะที่นักเรียนจำต้องเรียนรู้วันที่เพื่อเติบโตในวันหน้า

[การรู้พื้นฐาน Foundational Literacies]
1. การอ่านออกเขียนได้ (Literacy)
2. การรู้คิดคำนวณ (Numeracy
3. การรู้วิทยาศาสตร์ (Scientific literacy)
4. การรู้ไอซีที (ICT literacy)
5. การรู้การเงิน (Financial literacy)
6. การรู้วัฒนธรรม และพลเมือง (Cultural and civic literacy)
[สมรรถนะ Competencies]
7. การคิดเชิงวิพากษ์ และแก้ปัญหา (Critical thinking/problem-solving)
8. ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
https://www.facebook.com/wiriyah
9. การสื่อสาร (Communication)
10. การร่วมมือ (Collaboration)
[ลักษณะนิสัย Character Qualities]
11. อยากรู้อยากเห็น (Curious)
12. ริเริ่ม (Initiative)
13. มุ่งมั่น/อดทน (Persistence/grit)
14. ปรับตัวได้ (Adaptability)
15. ผู้นำ (Leadership)
16. เข้าสังคมและตระหนักในวัฒนธรรม (Social and Cultural awareness)