นักศึกษาทำอย่างไรกับแนวข้อสอบที่อาจารย์ให้ไป

success @Sylviaduckworth
success @Sylviaduckworth

นิทาน น่ะนะ
กาลครั้งหนึ่ง ณ เช้าวันหนึ่ง ที่เป็นวันธรรมดา
แต่ไม่ธรรมดาตรงที่เป็นวันสอบข้อเขียน ในวิชาหนึ่ง
อาจารย์ก็ได้รับข้อความจากนักศึกษาตอน “ตี 4”
วันนั้น อาจารย์ตื่นมาเห็นข้อความตอน “ตี 5 ครึ่ง”
ก็ตอบไป สื่อสารกันไป

นักศึกษา : วันนี้ อาจารย์เข้ากี่โมง
อาจารย์ : ทำไมล่ะ มีอะไรหรา
นักศึกษา : อยากถามเรื่องแนวข้อสอบที่ให้มา
อาจารย์ : ?
นักศึกษา : ข้อ 2 กับ 3 ต่างกันอย่างไร ดูจากสไลด์ไหน
อาจารย์ : แนว 2 ข้อนี้อยู่สไลด์เดียวกัน ที่ให้ฝึกทำนั่นไง
นักศึกษา : (ส่งภาพสไลด์มาให้ดู) ใช่รึเปล่า
อาจารย์ : ก็ใช่นะ
นักศึกษา : อีกข้อล่ะ อยู่ตรงไหน
อาจารย์ : ตรงนั้นไง

ที่เล่านี้ มองเป็นกรณีศึกษา ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น
และใช้ร่วมกับภูเขาน้ำแข็งแห่งความสำเร็จด้านล่าง

สรุปว่า
เป็นนักศึกษา .. ไม่ทำตัวเสมือนก้อนน้ำแข็งที่จม
แล้วก้อนน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำ .. จะใหญ่โตขึ้นมาได้อย่างไร
หวังพึ่งโชคชะตาราศีอย่างเดียว .. ก็ไม่สมเหตุสมผลนะ

 

ผ่านไป
ผ่านไป

สรุปว่าเรื่องนี้น่าสนใจตรงที่
นักศึกษาเค้าจะสอบ เพื่อให้ได้เกรด ให้ได้คะแนน
พอเตรียมตัวแล้ว พบปัญหา ก็หาที่ปรึกษา
แต่สิ่งที่นักศึกษาคนนี้น่าจะพร่องไปเล็กน้อย
มีดังนี้
1. Persistence ความหมั่นเพียร คือ มุ่งมั่นให้ถึงจุดหมาย
2. Hard work การทำงานหนัก คือ ฝึกฝนเป็นประจำ
3. Good habits การทำงานจนเป็นนิสัย คือ การวางแผน

สรุปว่า
ความสำเร็จ (Success) ที่ใครมองเห็น มาจาก

– Persistence
– Failure
– Sacrifice
– Disappointment
– Good habits
– Hard work
– Dedication

@Sylviaduckworth
https://twitter.com/sylviaduckworth/status/621334733901983744

เกรด ไม่ได้วัดความฉลาด
เกรด ไม่ได้วัดความฉลาด

การสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ดร.วิยดา เหล่มตระกูล
ดร.วิยดา เหล่มตระกูล

14 มิ.ย.54 เข้าอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา มี อ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล และ อ.พงษ์วัชร ฟองกันทา เป็นวิทยากร มีเนื้อหาในการอบรม 4 เรื่อง ได้แก่
1) หลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
2) การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
3) การสร้างเครื่องมือวัดด้านคุณลักษณะ
4) การสร้างเครื่องมือวัดภาคปฏิบัติ
สอดรับกับ มคอ : กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (Thai Qualifications Framework for Higher Education, TQF:HEd)

องค์ประกอบของผลการเรียนรู้ตามแนวคิดและทฤษฎีของบลูม (Benjamin S. Bloom, 1956 อ้างอิงถึงใน ศิริชัย กาญจนวาสี, 2540) มีดังนี้
1) ด้านพุทธพิสัย (Cognitive Domain) เป็นการเรียนรู้ด้านความรู้ความเข้าใจและความคิด เป็นความสามารถทางสถิปัญญา ซึ่งมี 6 ระดับ ดังนี้ (1) ความรู้ความจำ (Knowledge) (2) ความเข้าใจ (Comprehension) (3) การนำไปใช้ (Application) (4) การวิเคราะห์ (Analysis) (5) การสังเคราะห์ (Syntehsis) (6) การประเมินผล (Evaluation)
2) ด้านจิตพิสัย (Affective Domain) เป็นการเรียนรู้ด้านอารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งมี 5 ระดับ ดังนี้ (1) การรับรู้หรือการใส่ใจต่อสิ่งเร้า (Receiving or Attending) (2) การตอบสนอง (Responding) (3) การเห็นคุณค่า (Valuing) (4) การจัดระบบค่านิยม (Organization) (5) การแสดงลักษณะตามค่านิยม (Characterization)
3) ด้านทักษะพิสัย  (Psychomotor domain/skill domain) เป็นการเรียนรู้ด้านความชำนาญ หรือทักษะในการปฏิบัติ ซึ่งมี 7 ระดับ ดังนี้ (1) การรับรู้ของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (Perception) (2) ความพร้อมที่จะปฏิบัติ (Set) (3) การปฏิบัติตามข้อแนะนำ (Guided Response) (4) การปฏิบัติจนเป็นนิสัย (Mechanism) (5) การปฏิบัติที่สลับซับซ้อน (Complex overt response) (6) การปรับเปลี่ยนการปฏิบัติ (Adaption) (7) การสร้างปฏิบัติการใหม่ (Origination)

มีโอกาสฝึกปฏิบัติสร้างเครื่องมือวัด แบ่งเป็น 3 ด้าน
1) ด้านพุทธพิสัย มีประเด็นวัดผล 6 ด้านคือ (1) ความรู้ที่เกิดจากความจำ (knowledge) ซึ่งเป็นระดับล่างสุด (2) ความเข้าใจ (Comprehend) (3) การประยุกต์ (Application) (4) การวิเคราะห์ ( Analysis) สามารถแก้ปัญหา ตรวจสอบได้ (5) การสังเคราะห์ ( Synthesis) สามารถนำส่วนต่างๆ มาประกอบเป็นรูปแบบใหม่ได้ให้แตกต่างจากรูปเดิม เน้นโครงสร้างใหม่ (6) การประเมินค่า ( Evaluation)
2) ด้านจิตพิสัย จะมีองค์ประกอบที่ใช้วัด 3 ส่วนคือ เป้าหมาย (Target) ทิศทาง (Direction) และความเข้มข้น (Intensity)
3) ด้านทักษะพิสัย จะมีจุดประสงค์ปลายทางได้ 3 แบบ คือ การปฏิบัติ (performance) กระบวนการ (process) ผลผลิต (product) และวัดได้ 2 แบบคือวัดภาพรวม และวัดองค์ประกอบ
หมายเหตุ. มีบทเรียนที่ได้จากการอบรมมากมาย แต่ขอสรุปสั้น ๆ ไว้เพียงเท่านี้ครับ