สังคมวัฒนธรรม « แลกเปลี่ยนเรียนรู้:km tool

บันทึกใน ‘สังคมวัฒนธรรม’

ตรุษจีน (Chinese New Year’s Day)

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Saturday, February 13th, 2010

วันตรุษจีนของครอบครัว

13 ก.พ.53 เล่าสู่กันฟังเรื่องกิจกรรมในวันตรุษจีน วันสำคัญของคนไทยเชื่อสายจีน
      ตรุษจีนปีนี้ ตรงกับวันวาเลนไทน์ สำหรับผมวันตรุษจีนไม่แตกต่างกับทุกปีที่ผ่านมา ในวันจ่ายก็จะไปนอนค้างที่บ้านคุณย่าของหลานที่ต่างอำเภอ เพราะคุณย่าจะเป็นคนดูแลเรื่องการจับจ่ายทั้งหมดร่วมกับพี่น้องของท่านอย่างมีความสุขทุกปี เช้าวันไหว้ก็ตื่นแต่ตีสี่ ภรรยาของผมก็จะตื่นไปช่วยเตรียมเครื่องเซ่นอย่างไม่เคยบ่น(ให้ฟัง) จัดเตรียมสำรับไหว้เจ้าบริเวณหน้าบ้านเสร็จประมาณ 7.30น. และมีสำรับสำหรับถวายพระ 2 ชุดคือพ่อของผม กับพ่อของคุณย่า โดยมีปู่เปี๊ยกทำหน้าที่ของท่านร่วมกับผมไปถวายพระที่วัด เมื่อไหว้เจ้าที่บ้านคุณย่าเสร็จก็จะจุดประทัดดังลั่นหมู่บ้าน จากนั้นจะเดินทางเข้าเมืองไปไหว้เจ้าที่บ้านคุณย่าของผม เริ่มประมาณ 10.30น. เสร็จพิธีจะเผาเงินทองกงเต็กหน้าบ้าน แล้วจึงทานข้าวเที่ยงด้วยกันเป็นอย่างนี้ทุกปีอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ในวันต่อมาที่เรียกว่าวันเที่ยวหรือวันตรุษจีน ครอบครัวของเรามักไม่ไปที่ไหน เพราะครอบครัวไม่ได้ยึดติดเรื่องการไปเที่ยวมากนัก เนื่องจากเราเที่ยวแบบไม่ยึดติดเทศกาล หรือไม่เที่ยวตามเทศกาล ประกอบกับที่ทำงานไม่ประกาศวันตรุษจีนเป็นวันหยุด ทำให้บางปีที่ตรงกับวันทำงานก็จะไม่สะดวกไปไหว้
+ http://www.facebook.com/album.php?aid=147581&id=814248894


bynoir 2549 และ 2548

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Thursday, February 11th, 2010

ภาพจาก bynior ปีก่อนก่อนนู้น

11 ก.พ.53 เคยถ่ายภาพนักศึกษาร่วมงาน bynior เป็นที่ระลึก หลักจากนี้อีกสิบปีจะได้มีหลักฐานให้ชวนระลึกแสดงว่าพวกเขาเคยมีตัวตนจริงอยู่บนโลกนี้ อยู่ในมหาวิทยาลัยโยนก อยู่ในจังหวัดลำปาง ร่วมกับเพื่อน พี่ น้องและอาจารย์ เห็นใบหน้าเปื้อนฝุ้นสีขาวที่ยิ้มแย้มแจ่มใจ โชว์สิ่งที่ใครต่อใครอยากมอง ก็ชวนให้ประทับใจ จึงส่งเข้า facebook  แบ่งปั้นให้พี่น้องร่วมสถาบันได้ชื่นชม ในปีพ.ศ.2553 วันที่ 12 ก.พ.53 มีการจัดงาน bynior ขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมไม่มีโอกาสไปร่วมเก็บภาพประทับใจหรือแสดงความยินดีกับพี่ปี 4 ที่กำลังจะลารั้วสถาบันออกไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง เพราะติดภารกิจกตัญญู ต้องไปไหว้ตรุษจีนและนอนบ้านแม่ที่ต่างอำเภอกับครอบครัว
     กำหนดการวันปัจฉิมนิเทศที่พอทราบ คือ งานเริ่มรับลงทะเบียนพี่บัณฑิต ตอน 12.00น. มีการบรรยายพิเศษโดย ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ เพื่อให้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มีความรู้ความเข้าใจ และพร้อมออกไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง ตอนเย็นจะมีงานเลี้ยงพี่ปีสี่ และมีรุ่นน้องเข้าร่วมฉายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนจะอำลากันไปคนละทิศละทาง และได้พบกันอีกครั้งเมื่อบุญพาวาสนาส่งจนได้พบกันในโอกาสต่อไป .. ขอให้ทุกคนมีความสุขตามกระแสเวลาที่กำลังไหลอย่างค่อยเป็นค่อยไป
http://www.facebook.com/album.php?aid=147094
+ http://www.facebook.com/album.php?aid=147102


ร่ำเปิงเรื่องเวทีของสุนัข

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Tuesday, February 9th, 2010

เรื่องของสุนัข

9 ก.พ.53 ร่ำเปิง คือรำพึงหรือระลึก เมื่อผมอายุมากขึ้นก็จะมีเรื่องให้นึกถึงมากมาย เรื่องหนึ่งคือบทเรียนจากการอ่านการ์ตูนเรื่องสุนัขกัดกัน ต่อสู้กันในเวทีที่มีคนจัดให้ แล้วคนก็ไปมุงดู เสียเงินดูและพนันขันต่อว่าตัวไหนจะชนะ ไปเชียร์ด้วยความเมามันส์ ไม่นึกกันเลยว่าสุนัขก็มีชีวิต ไหนไหนก็เกิดมาในยุคเดียวกันแล้ว ถ้าเราไม่กินเขาเป็นอาหารก็ไม่ควรเอาความทุกข์ของเขามาเป็นความสุขของเรา ปัจจุบันมีมนุษย์บางกลุ่มชอบเห็นเผ่าพันธุ์ของตนต่อสู้ฮั่มหั่นกันและชื่นชอบกับการเฝ้าดูฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้มกันไปข้างหนึ่ง .. น่าแปลกที่เสี้ยวเวลาน้อยนิดที่เรามาใช้เวลาร่วมกัน กลับไม่มุ่งมั่นที่จะใช้เวลาที่เหลืออย่างมีคุณค่าที่สุด


มนุษย์ผู้ไม่ใช้สารสนเทศ

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Sunday, February 7th, 2010

7 ก.พ.53 แล้วผมก็ได้ตระหนักว่า มนุษย์บางคนขาดความสามารถในการใช้ประโยชน์จากสารสนเทศ เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่ใช้ความเชื่อ และความรู้สึกเป็นฐานคิด แม้แต่ผมเองก็ยังใช้ความเชื่อและความรู้สึกเช่นกัน ทำให้ทราบว่าเผ่าพันธุ์เดียวกับผมมีคิดไปแนวใด ตัวอย่างแรกที่เห็นชัด คือ สุรา แม้ในทีวีจะออกมาบอกว่าดื่มสุราขณะขับรถนั้นอันตราย ก็ยังมีคนตายกันหลายร้อยคนปีละ 2 เทศกาล แสดงว่าพวกเขาขาดความตระหนักในโทษของสุรา ไม่เชื่อฟังในคำสอนทางศาสนา และไม่รักชีวิตเหนือสิ่งอื่นใด ตัวอย่างที่สอง คือ เรารู้ว่าอาหารมัน กินไหม้ กินดิบ กินรสจัด กินอาหารขยะ กินไม่เป็นเวล่ำเวลา กินเกินกว่าที่ร่างกายต้องการนั้นเป็นภัยต่อสุขภาพ เคยได้ยินหลายคนบอกว่าก็ชอบนี่ .. แล้วสารสนเทศที่เรารับมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยไม่ซึมเข้าไปในสายเลือดเลยหรือว่ากินอย่างไรให้คุ้มค่า
     ตัวอย่างที่สาม คือ การพนัน (การที่รัฐบาลจำหน่ายฉลากกินแบ่งนั้นผมถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูดถึง ) เรารู้กันดีว่า หวยใต้ดินเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ตำรวจจับถ้าไปซื้อก็คือผิดกฎหมายและไม่ใช่สิ่งจำเป็น ถึงซื้อถูกก็ได้ไม่กี่บาท ก็รู้กันอยู่ว่าได้ไม่คุ้มเสีย มีสารสนเทศว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม และส่งเสริมกิเลสในใจเรา ทำให้ใจไม่สงบ แล้วเมื่อไรจะลดกิเลสให้เบาบางลงได้ ตัวอย่างที่สี่ คือ ใส่เกียร์ว่างในการทำงาน คอรัปชั่น ทุจริต ปล่อยให้องค์กรหรือท้องถิ่นของตนเสียหาย ก็จะทำให้ที่พึ่งพิงของตนบกพร่อง มีสารสนเทศมากมายว่า การไม่วางระบบเป็นขั้นตอนย่อมไม่มีแนวปฏิบัติให้ดำเนินการ การคอรัปชั่นย่อมเสี่ยงต่อการถูกจับ แต่ก็ต้องทำใจเพราะมนุษย์มีความมักง่าย ไม่รู้จักวางแผน เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า และมีความโลภเป็นที่ตั้ง เหมือนมีคนถามว่าเมื่อใดเมืองไทยจะไม่ซื้อเสียง  สรุปได้ว่ามนุษย์ไม่ตระหนักในผลข้างเคียงของกิจกรรมที่ทำในวันนี้ ไม่พะวงถึงสิ่งที่ทำวันนี้ว่าจะมีผลต่อวันพรุ่งนี้ เพราะไม่เชื่อในอนาคต แล้วคุณล่ะเชื่อในอนาคตหรือไม่ .. ผมพูดกับเพื่อนหลายท่านว่ามนุษย์บางคน “กินบนเรือนขี้บนหลังคา“  ซึ่งผมดีใจที่คิดคำเปรียบเปรยนี้ออก เพราะเป็นคำพูดที่ให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ของผม มากกว่าคำอื่นที่ผมคิดก่อนหน้านี้
+ http://www.thaiall.com/mis/mis02.htm


ไปร่วมงานศพคุณพ่อของอ.วีระพันธ์ แก้วรัตน์

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Sunday, February 7th, 2010

ไปร่วมพิธีจัดงานศพคุณพ่อของ อ.วีระพันธ์ แก้วรัตน์

7 ก.พ.53 ทราบข่าวจากพี่ปุ๊ก งานบุคคล ในเช้าวันศุกร์ที่ 5 ว่าคุณพ่อของ อ.แม็ก เสียแล้ว ตั้งศพที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และบุคลากรกว่ายี่สิบคนมีแผนเดินทางไปร่วมพิธีในเย็นวันจันทร์ที่ 8 ซึ่งรถของมหาวิทยาลัยว่างเพียงหนึ่งคัน โดยมีกำหนดฌาปนกิจในบ่ายวันที่ 9 ก.พ.53 ซึ่งอ.แม็ก เสมือนน้องชายที่ผมเคารพนับถือในหลายเรื่องทั้งความสามารถ และวินัยในการดำเนินชีวิต หลังปรึกษาภรรยาก็พบว่าเช้าวันที่ 6 เราทั้งครอบครัวพร้อมทั้งเวลา แผนการเดินทาง และข้อมูลเส้นทาง โดยโทรถามเส้นทางจาก อ.มงคล ใจสุข ซึ่งให้รายละเอียดชัดเจนมาก และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเดินทางในครั้งนี้ เราออกจากลำปางไปเชียงใหม่เกือบเที่ยวันของวันที่ 6 แล้วไปผ่านอ.แม่ริม ผ่านอ.แม่แตง แล้วหลงไปปางช้างแม่ตะมาน ก่อนยูเทอร์นประมาณ 3 กิโลเมตรมาเลี้ยวซ้ายเข้าเขื่อนแม่งัด ซึ่งบ้านงานศพที่เป็นบ้านของคุณพ่อที่ลวงลับอยู่ติดวัดบ้านใหม่ และเป็นหมู่บ้านติดเขื่อนแม่งัด หลังออกจากบ้านงานศพเราไปแวะเก็บข้อมูลเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวที่เขื่อนแม่งัดก่อนกลับ
     มีเรื่องให้นั่งคุยกับอาจารย์แม็ก และน้องผกามาศมากมายในหนึ่งชั่วโมงที่บ้านศพ ที่จำได้คือ 1) ประสบการณ์การบวชเรียนของท่านที่เป็นที่มาของความเข้าใจในพระธรรม 2) การร่วมต่อสู้กับคุณพ่อที่ป่วยด้วยโรงมะเร็งตับตั้งแต่เดือนกันยายน52 3) การทำพิธีศพตามแบบของหมู่บ้านที่พบว่าต่างกับที่เคยพบในหมู่บ้านอื่น 4) เสน่ห์ของเขื่อนแม่งัดแห่งท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักอนุรักษ์ไพร 5) เรื่องวีดีโอกีฬา 9 สถาบัน ซึ่งผมกลับมาทดสอบอีก 2 เมนท์แล้วก็เพิ่มได้ครับ เพราะท่านแจ้งว่าเพิ่มไม่เข้า
+ http://www.weerapun.com
+ http://www.youtube.com/watch?v=-bu34waZZsI


เปิดอบรมครูสมาธิรุ่นที่ 226 ของพระเทพเจติยาจารย์..ฟรี

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Sunday, February 7th, 2010

7 ก.พ.53 มหาวิทยาลัยโยนก ได้รับเมตตาจาก พระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร) ให้เปิดสอนหลักสูตรครูสมาธิ ตามแนวทางของสถาบันพลังจิตตานุภาพ นครธรรม วัดธรรมมงคล สุขุมวิท 101 กรุงเทพฯ ให้ทำการจัดฝึกอบรมหลักสูตรครูสมาธิรุ่นที่ 26 ระหว่าง 15 กุมภาพันธ์ – กรกฎาคม 2553 พร้อมกัน 2 สาขาคือ สาขา 7 มหาวิทยาลัยโยนก จังหวัดลำปาง เรียน จันทร์-ศุกร์ 18.00-20.30น. และสาขา 22 วัดเชตวัน จังหวัดลำปาง เรียน เสาร์-อาทิตย์ 9.00 – 16.30น.สอบถามได้ที่ คุณวิสุทธิ์  แดงดีมาก คุณวรเชษฐ์ ศรีวงศ์พันธุ์ คุณสมศักดิ์ ขันธิกุล คุณสุรีย์พร  ชื่นพันธุ์ ดร.ศรีศุกร์ นิลกรรณ์

ที่มาของหลักสูตร
     คือ หลวงปู่มั่นแนะนำเรื่องการสอนสมาธิ ในระหว่างที่ผู้เขียนอยู่ใกล้ชิดหลวงปู่มั่น ได้ทราบข้อเท็จจริงมาก ทั้งสมาธิตื้น สมาธิลึก ตลอดถึงวิปัสสนา ซึ่งเมื่อเข้าใจทุกประการแล้วผู้เขียนมีความรักและหวงแหนในหลักการต่าง ๆ อย่างยิ่ง ไม่อยากที่จะให้หลักการเหล่านั้นต้องสลายไป เพราะท่านมีวิธีทั้งขั้นพื้นฐานและขั้นสูงสุด ผู้เขียนถามท่านว่า “ต่อไปกระผมจะเขียนเป็นหลักสูตรการทำสมาธิให้ชาวโลกเขาทำกันจะได้ไหม” ท่านตอบว่า “ได้ แต่ต้องเอาแบบขั้นพื้นฐานสำหรับเป็นประโยชน์แก่มหาชน สำหรับขั้นสูงให้มีน้อย โอกาสที่เธอจะทำนั้นมีอยู่ แต่ต้องทำขั้นพื้นฐานเพื่อคนส่วนมากในโลกจะได้สงบ และเธอจะต้องไปอยู่กรุงเทพฯ เพราะคนกรุงเทพฯ ที่มีวาสนาบารมี มีอยู่ไม่น้อย”
     ปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าวมานี้ เป็นแรงสนับสนุนในใจของผู้เขียนอยู่ตลอดเวลาจน พ.ศ. 2528 ถึง พ.ศ. 2534 ผู้เขียนได้มีโอกาสไปพักผ่อนที่วิทยาลัยสงฆ์น้ำตกแม่กลอง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นบริเวณป่าไม้ เชิงเขาดอยอินทนนท์ ทำให้ได้ทบทวนหลักการต่าง ๆ ที่เคยได้ไต่ถามอัตถปัญหาสมาธิ พร้อมทั้งคำแนะนำจากหลวงปู่มั่น จึงได้เขียนเป็นตำราสมาธิขึ้นจนเต็มรูปแบบสามารถใช้ในการเรียนการสอนวิชาสมาธิได้ รวมการทบทวนและรวบรวมการเขียนตำรานั้นใช้เวลา 5 ปีจึงสำเร็จ เพื่อให้ได้เนื้อหาสาระที่สำคัญ จึงจัดทำเป็นรูปเล่ม ตั้งแต่ ขั้นพื้นฐาน ขั้นกลาง และขั้นสูง รวม 3 เล่ม เหมาะแก่การศึกษาและปฏิบัติสมาธิยิ่งนัก
+ http://www.yonok.ac.th/samati/


พระปลัดบรรยายธรรมวันแห่งความรัก

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Wednesday, February 3rd, 2010

วันวาเลนไทน์

3 ก.พ.53 อ.อ้อม คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ร่วมกับทุกคณะวิชา อาทิ อ.บอย คณะบริหารเป็นพิธีกร อ.น้ำผึ้ง คณะนิเทศรับลงทะเบียน อ.แต คณะวิทย์เก็บแบบสอบถาม จัดโครงการธรรมะเพื่อชีวิต นิมนต์พระครูปลัดอนันต์ ญาณสํวโร มาเทศให้ข้อคิดเตือนสติเตือนใจหลายเรื่อง อาทิ ไม่โหดร้าย ไม่มือไว ไม่ใจเร็ว ไม่พูดปด ไม่หมดสติ หรือ วัยพึ่ง วัยพบ วัยเพียร วัยพัก และวัยพราก ก่อนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เพื่อปรามมนุษย์เยาวชนให้ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท มีนักศึกษาจากทุกคณะ ผู้บริหาร อาจารย์และเจ้าหน้าที่ สนใจเข้าฟังพร้อมเพียงกัน และมีประเด็นเล่าให้ฟังมากมาย เรื่องหนึ่งคือประวัติวันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day) ซึ่งพอสรุปได้ว่า เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปีถูกจัดให้เป็นวันหยุด เพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโนผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศและการแต่งงานและในวันที่ 15 กุมภาพันธ์เป็นวันเริ่มต้น เทศกาลเฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย
     ในรัชสมัยของจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่งกรุงโรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีใจคอโหดร้าย นิยมการทำสงคราม ทรงตระหนักว่าชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วมกองทัพ เนื่องจากไม่อยากพรากจากคู่รักและครอบครัวไป จึงมีพระราชโองการห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นหรือแต่งงานในโรม ทำให้ประชาชนทุกข์ใจยิ่งและขณะนั้นมีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์หรือวาเลนตินัส ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับชาวคริสต์หลายคู่ ทำให้วาเลนไทน์ถูกจับ ระหว่างเป็นนักโทษเชื่อกันว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักหญิงสาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะถูกตัดศีรษะ เขาส่งจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลียโดยลงท้ายว่า “From Your Valentine” และวาเลนไทน์ก็ถูกประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270
     หลังจากนั้นศพของเขาถูกเก็บไว้ที่โบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพูไว้ใกล้หลุมศพของวาเลนตินัส โดยต้นอามันต์สีชมพูเป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดร์และมิตรภาพอันสวยงาม ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกเลือกให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรักและดูเหมือนว่ายังคงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ตนพอใจในวันวาเลนไทน์จนถึงทุกวันนี้

+ กุหลาบแดง (Red Rose) : แทนประโยคว่า “ฉันรักเธอ”
+ กุหลาบขาว (White Rose) : แทนความหมายแห่งความรักอันบริสุทธิ์
+ กุหลาบชมพู (Pink Rose) : แทนความรักแบบโรแมนติก
+ กุหลาบเหลือง (Yellow Rose) : แทนความรักแบบเพื่อน เป็นสีแห่งความสดใส


ภาพชุมนุมศิษย์เก่า เก็บภาพโดยธรณินทร์ (ต่อ)

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Monday, February 1st, 2010

รวมภาพศิษย์เก่า

1 ก.พ.53 ในวันงานชุมนุมศิษย์เก่า ทุกคนมีเป้าหมายการร่วมงานครั้งนี้ชัดเจนคือ การไปพบเพื่อนเก่า ไปพูดคุยสังสรรค์เฮฮา ตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้พบกันมานาน มีเรื่องคุยกันมากมาย มีภาพในอดีตให้รำลึกตามประสาผู้สูงอายุ (หรือใครจะปฏิเสธ) มีหลายคนพลาดการชมสไลด์วีดีโอศิษย์เก่าที่ อ.มงคล ใจสุข จัดทำไปฉาย ผมดูแล้วก็อึ้งเพราะเป็นเรื่องสมัยเป็นเยาวชนอยู่เลย ซึ่งเป็นโชคที่ได้คัดลอกสไลด์ชุดนี้ไว้ขณะล่องลงกรุงเทพฯบนรถบัสเข้า SD Memory กลับมาที่ลำปาง คิดว่าเพื่อนและรุ่นน้องอาจสนใจ จึงส่งเข้าเผยแพร่ใน youtube.com และ multiply.com ความยาววีดีโอยาว 7 นาทีไม่มีเสียงพูดมีแต่เสียงเพลงสุดซึ้งประกอบภาพ
     ตกเย็นวันที่ 1 กพ.53 ก็ได้ภาพจากมุมกล้องที่ถ่ายโดยคุณธรณินทร์ สุรินทร์ปันยศ อีกกว่า 54 ภาพ และมีถึงร้อยละยี่สิบที่เป็นภาพสนับสนุนศิลปวัฒนธรรมชัดเจน เป็นภาพอีกมุมหนึ่งของแต่ละบุคคลที่เด่นชัดมากผ่านกล้องคุณภาพ ที่แน่นอนคือมีภาพ close up อ.นงลักษณ์ นักแสดงฟ้อนรำของศิษย์ เชียร์รีดเดอร์ นักศึกษาจีน การยืนบนแคร่ของช่างฟ้อน เป็นต้น ที่ปฏิเสธไม่ได้คือมีคนเสื้อแดงกับคนเสื้อเหลืองในภาพชุดนี้อยู่ในงานชุมนุม ทีมจัดงานก็คงพยายามแล้วที่จะสนับสนุนให้ทุกคนสวมเสื้อสีขาว และมีสุราที่ทำให้พฤติกรรมของหลายคนถูกละลายจนเชื่อมกันติด สรุปว่าส่งไปเผยแพร่ใน myspace.com และ multiply.com ดังนี้
+ http://viewmorepics.myspace.com
+ http://thaiabc.multiply.com 
+ http://vids.myspace.com
+ http://www.youtube.com/watch?v=DJEBiZ1szSc
+ http://www.yonokcom11.com โดยน้ำหนึ่ง


งานสังสรรค์ศิษย์เก่าที่ไอทาวเวอร์

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Sunday, January 31st, 2010

 

ภาพจาก gallery

30 ม.ค.53 ร่วมพบปะสังสรรค์กับเพื่อนและศิษย์เก่า มีผู้ร่วมงานกว่า 600 คน ก็สารภาพว่าศิษย์เก่า 18 รุ่นนั้น ผมจำไม่ได้หมดทุกคน หลายคนเปลี่ยนไปทั้งรูปร่างหน้าตาและเพศ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันว่าทำงานที่ไหน อยู่ที่ไหน เปลี่ยนไปอย่างไร ถามไถ่ที่มาที่ไป พาลูกจูงหลานมาร่วมกิจกรรมเพียบ อาจารย์ก็มาร่วมพบปะลูกศิษย์ก็ไม่น้อย เดินครั้งใดก็ต้องใช้เวลาหยุดกล่าวทักทาย เพราะศิษย์เก่าจะเข้ามาห้อมล้อม แวดหัวแวดหางขอเก็บภาพ ขอแลกเปลี่ยน ขอชนแก้ว บางก็ทักว่าอาจารย์แก่ขึ้นนะ อายุทุกคนก็ไม่ใช่น้อยอย่างผมก็ 40 อัพแล้ว จะอยู่ในโลกนี้อีกกี่ปีก็ไม่รู้ ก็ตอบคนที่ถามไปว่าเป็นเรื่องของสังขารต้องปล่อยวางซะบ้าง แต่ศิษย์กว่าครึ่งน้ำหนักมากกว่าผมแน่ คำถามยอดฮิตคือทำไมผมผอม ก็ตอบอย่างสั้นว่าไม่กินข้าวเที่ยง เพราะถ้าตอบความจริงว่าผมลดรับสารปนเปื้อน ไม่ใช่จำเป็นต้องรับสามมื้อ หรือยึดหลักพอเพียงก็จะตอบกันยาวและมีข้อโต้แย้งกันนาน ยิ่งลูกศิษย์คอมพิวเตอร์เข้ามาคุยก็จะยิงคำถามที่ผมตอบไม่ได้หลายคำถาม เพราะข้อจำกัดเรื่องเวลา ความเข้าใจพื้นฐาน และความเชื่อของแต่ละคนไม่เท่ากัน
     ที่น่าแปลก คือทุกคนตอบพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสนุกสุด ๆ คงเป็นเพราะมีความคาดหวังและได้รับสิ่งที่คาดหวัง คือความเป็นมิตรจากเพื่อนเก่า การได้สังสรรค์เฮฮากันอีกครั้งหลังไม่พบกันนับสิบปี การได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและ ประสบการณ์ ความจริงใจจากความเป็นเพื่อน และความไว้วางใจจากเพื่อนที่ไม่มีอะไรเคลือบแฝง ซึ่งไม่เหมือนการต่อสู้ในโลกธุรกิจที่พวกเขาต้องเผชิญ ส่วนผมก็จะง่วนอยู่แต่การถ่ายภาพศิษย์เก่าเป็นที่รำลึก ไว้ดูตอนแก่ว่าคนนั้นอยู่ไหนคนนี้ทำอะไรอยู่นะ(ถ้าผมมีวันนั้นนะครับ)  การถ่ายภาพกลุ่มคนในงานเลี้ยงโต๊ะจีนที่มีกิจกรรมรอบงานมีปัญหา 2 เรื่องคือ แสง และจำนวนคน ทั้งหมดคือการอธิบายภาพรวมเชิงกว้างของงาน YONOK Forever ในคืนวันที่ 30 มกราคม 2553 จัด ณ ลานอเนกประสงค์ อาคารไอทาวเวอร์ โดย ดร.ศิริธัช โรจนพฤกษ์ เป็นผู้สนับสนุนอาหารโต๊ะจีน และมี ดร.ภูเบศร์ สมุทรจักร เป็นแกนนำศิษย์เก่าประสานการจัดงานครั้งนี้ อ.ธวัชชัย แสนชมพู นายกสมาคมศิษย์เก่าสนับสนุนรถบัส54ที่นั่ง นำศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่าภายเหนือไปร่วมงาน เริ่มงาน 18.00น. และปิดงานประมาณ 22.30น. ซึ่งผมมีภาพถ่ายและวีดีโอเผยแพร่ในเบื้องต้นดังนี้
+ http://www.facebook.com/album.php?aid=144185
+ http://thaiabc.hi5.com
+ http://viewmorepics.myspace.com
+ http://www.youtube.com/watch?v=Rpov5xhOm9c  บูมโยนกน่าเกรงขาม
+ http://www.youtube.com/watch?v=f5tv9HsKwGg  รอบงานกลางดึก


เชียร์ลีดเดอร์ นำประกวดกองเชียร์

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Friday, January 29th, 2010

เชียร์ลีดเดอร์โดย นิสิต นักศึกษา

29 ม.ค.53 ก่อนไปร่วมประชุมศิษย์เก่าครั้งประวัติศาสตร์ที่กรุงเทพฯ จัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ที่ตึกไอทาวเวอร์ ซึ่งนางสาวเรณูฝากเอกสารการประชุมสภา ส่วนพี่กาณต์ฝากเอกสารการเงิน ไปให้ผู้เกี่ยวข้องที่กรุงเทพฯ มีกำหนดเดินทาง 24.00น. ที่ป้ำคุณประยูรณ์ ผมได้ไปเก็บภาพและคลิ๊ปวีดีโอของนิสิต นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เป็นส่วนใหญ่ ในงานกีฬา 9 สถาบันระดับอุดมศึกษา จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นการประกวดเชียร์ลีดเดอร์ และประกวดกองเชียร์ ก่อนจะมีพิธีปิดกีฬาเย็นนี้ เด็กสาวมากมายร้องเพลง เต้นเชียร์กันอย่างมีความสุข อาจารย์หลายสิบท่านก็ไปร่วมเป็นกำลังใจ อาทิ อ.อติชาต อ.ธวัชชัย อ.ศิรดา อ.ปวิณรัตน์ อ.เหมี่ยว อ.เอ อ.สุริยพันธ์ อ.เกศินีย์ อ.วันชาติ อ.มงคล เจ้าหน้าที่ก็มีหลายท่าน อาทิ นายธรณินทร์ นางวราลักษณ์ ผมได้ถ่ายวีดีโอและอัพโหลดไว้ใน youtube.com ให้ได้ชมกัน เป็นความประทับใจของผู้ร่วมกิจกรรมโดยแท้ .. วีดีโอเรื่องนี้เกือบ 10 นาที ดูกันเต็มอิ่มแน่นอนครับ ..

เชียร์ลีดเดอร์ และกองเชียร์ของเรา

+ http://www.youtube.com/watch?v=-bu34waZZsI
+ http://www.facebook.com/album.php?aid=143777