โครงสร้างของสมอง (Brain Structure) 3 ชั้น หรือสมองสามระบบ (Triune brain)

โครงสร้างของสมอง (Brain Structure) ถูกแบ่งพิจารณาสมองออกเป็น 3 ชั้น
หรือสมองสามระบบ (Triune brain) ตาม นายแพทย์พอลแมคลีน (Paul Maclean)
โดยแบ่งตามการวิวัฒนาการและการเจริญเติบโต
1. สมองส่วนแรก คือ สมองของสัตว์เลื้อยคลาน (Reptilian brain)
เป็นส่วนที่เรียกว่า ก้านสมอง (Brain stem)
สมองส่วนนี้เป็นส่วนของสมองมนุษย์ที่ได้รับตกทอดมรดกมาจากสัตว์เลื้อยคลานยุคดึกดำบรรพ์
สมองในส่วนนี้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากพันธุกรรม และจะเจริญเติบโตเต็มที่ในครรภ์มารดาประมาณ 90-95%
2. สมองส่วนที่สอง หรือ สมองชั้นกลาง คือ สมองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนํ้านมยุคโบราณ (Old mammalian brain)
หรือ ลิมบิคซิสเต็ม (Limbic system)  หรือ ลิมบิคเบรน (Limbic brain)
เนื่องจากสมองส่วนนี้มีรูปร่างดูแล้ว
คล้ายหัวเสือดาวจึงมีผู้เรียกสมองชั้นกลางนี้ว่า สมองเสือดาว (Leopard brain)
เป็นสมองที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึก เป็นสมองส่วนที่ ดูคล้ายวงแหวนที่หุ้มรอบ ๆ สมองส่วนแรก
สมองส่วนนี้ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อม ประสบการณ์ และการเรียนรู้ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 0-8 ปี
3. สมองส่วนที่สาม หรือ สมองชั้นนอก คือ สมองเลี้ยงลูกด้วยนํ้านมยุคใหม่ (Neomammalian brain)
หรือ คอร์เท็กซ์เบรน (Cortex brain) เป็นสมองที่พบในสัตว์ชั้นสูงเท่านั้น
เช่น มนุษย์ ปลาโลมา และลิงวานร
สมองส่วนนี้ยังไม่ได้รับการพัฒนาครรภ์ แต่จะพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วง 3 ปีแรก
เมื่ออายุครบ 3-6 ขวบ สมองส่วนนี้จะได้รับพัฒนาประมาณ 80%
แต่พออายุ 9 ขวบก็จะได้ 90% และสามารถเติบโตไป จนกระทั่งอายุ 25 ปี
สมองในส่วนนี้ได้รับอิทธิพลน้อยมากจากพันธุกรรม (10-20%) เพราะ มาเติบโตภายหลังคลอด
http://www.wfc.kmutt.ac.th/public/th/downloadHeader/15
http://thainame.net/edu/?p=3899
http://www.thaiall.com/hci/
http://e-ducation.datapeak.net/brain.htm

คิดจากสมองส่งรหัสผ่านแทนการพิมพ์รหัสผ่าน

Pass-thoughts to replace passwords (12th April, 2013)

กลุ่มนักวิจัยด้านสารสนเทศของ ม.แคลิฟอร์เนีย พัฒนาอุปกรณ์อ่านความคิดขึ้นมา และหวังว่าวันหนึ่งจะนำมาใช้แทนการป้อนรหัสผ่าน
Researchers from the University of California, Berkeley’s School of Information have come up with an ingenious device that might, one day soon, replace the need for passwords.

แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า ในอนาคต แทนที่จะต้องพิมพ์รหัสผ่านด้วยมือ เราอาจเพียงแต่คิดเท่านั้น
A press release explains: “Instead of typing your password, in the future you may only have to think your password.”

นักวิจัยเปิดเผยว่ามีความเป็นไปได้ที่จะยืนยันข้อมูลผ่านคลื่นสมองที่นำมาใช้แทนรหัสผ่าน
Their research explored the feasibility of brainwave-based computer authentication as a substitute for passwords.

นั่นเป็นผลงานสร้างสรรค์ของเครื่องอ่านคลื่นสมองที่มีราคาเพียง 100 ดอลลาร์
This resulted in the creation of the Neurosky MindSet headset – a $100 device that can read brainwaves.

ทีมพัฒนาเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะปลอดภัย มีความแน่นอน และสะดวกกับผู้ใช้
The team believes this new technology is secure, accurate, and user-friendly.

พวกเขายังเชื่ออีกว่าผู้ใช้จะเต็มใจที่จะเปลี่ยนการพิมพ์รหัสผ่านไปใช้เครื่องส่งผ่านความคิด
They also believe people would be willing to replace passwords with pass-thoughts.

โครงการนี้ถูกเปิดเผยเมื่อปี 2013 ในงานประชุมเกี่ยวกับการเข้ารหัสทางการเงิน และความปลอดภัยของข้อมูล
The project’s findings were unveiled at the 2013 Workshop on Usable Security at the Seventeenth International Conference on Financial Cryptography and Data Security.

หัวหน้าทีมพัฒนา ศ.จอห์น ชูง อธิบายว่าเทคนิคใหม่ของเขาจะปลอดภัย และเป็นทางเลือกที่ถูกกว่าใช้เครื่องตรวจสอบลายนิ้วมือ ตรวจสอบม่านตา ใบหน้า หรือการจดจำเสียง
Team leader Professor John Chuang explained his new technique provides a more fail-safe and cheaper solution than things like fingerprint scans, retina scans, or facial or voice recognition.

เขากล่าวว่า อุปกรณ์สวมหัวของทีมเขาไม่แพง เชื่อกับคอมพิวเตอร์แบบไร้สายผ่านบลูทูช และมีขนาดเล็ก ต่างกับอุปกรณ์สวมหัวที่ใช้กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ ฟังเพลง หรืออุปกรณ์อื่น
He said his team’s inexpensive headset connects to a computer wirelessly using Bluetooth and is little different to headsets used with mobile phones, music players, and other computing devices.

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยก็ยังกังวลว่าซอฟต์แวร์อาจถูกผู้ไม่หวังดีดักรับไว้ แล้วนำไปใช้เหมือนรหัสเอทีเอ็ม
However, security experts expressed concern regarding the ability of software that can “hack” people’s minds to extract things like ATM PINs.

http://www.breakingnewsenglish.com/1304/130412-passwords.html
http://www.breakingnewsenglish.com/1304/130412-passwords.mp3
http://www.breakingnewsenglish.com/technology.html

: 1 : 2 : 3 : 4 : 5 : 6 : 7 : 8 : 9 : 10 : 11 : 12 : 13 : 14 : 15 : 16 :