หนังสือพิมพ์ใน Social Media
social media ในหนังสือพิมพ์

ตามที่ อ.ปุ้ม มอบหมายให้ผมพูดคุยเรื่อง “Social Media ในการเผยแพร่ข่าว” ให้นักศึกษาฟัง จึงเข้าไปสำรวจเว็บไซต์ข่าวในส่วนกลางที่ทำด้านหนังสือพิมพ์ ได้ข้อมูลจาก 9accounting.com ว่ามีทั้งหมด 20 หนังสือพิมพ์ แล้วเข้าไปในแต่ละเว็บไซต์จะพบลิงค์ไปยังสื่อสังคม (Social Media) ไม่เหมือนกัน ข้อมูลที่ได้มานี้สำรวจเมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2559 หากตกหล่นด้วยประการใดก็ขออภัย เพราะบางลิงค์เข้าไม่ได้ และอาจมีบางบริการในสื่อสังคม แต่ไม่ทำลิงค์ในเว็บไซต์ก็เป็นได้

ข้อมูลที่น่าสนใจ พบว่า หนังสือพิมพ์ทุกฉบับเชื่อมโยงกับ facebook.com แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็น fan page และมีถึงร้อยละ 90 ที่ใช้บริการของ twitter.com และมีร้อยละ 45 ที่ให้บริการ RSS Feed และมีเพียงร้อยละ 40 ที่เชื่อมโยงกับ youtube.com ส่วน google+ และ instagram มีเท่ากัน คือร้อยละ 25 แต่มีเพียงรายเดียว หรือร้อยละ 5 ที่ให้บริการข้อมูลใน Line

สำหรับการให้ข้อมูลข่าวสาร บางหนังสือพิมพ์ก็เคลื่อนไหวทุกวัน แต่บางหนังสือพิมพ์ก็นาน ๆ ครั้ง จะบ่อยหรือไม่บ่อยเพียงใด เข้าไปติดตามกันได้ เพราะจะมีการเคลื่อนไหวให้เห็นแตกต่างกันไป ตั้งแต่ทุกชั่วโมง ทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือนตามนโยบายของแต่ละหนังสือพิมพ์

online love
online love

ปลายเดือนมกราคม 2558 กรมการปกครองออกหนังสือถึงผู้ว่าทั่วประเทศว่า ได้รับแจ้งว่าบุคลากรภาครัฐบางท่านใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และเวลาของทางราชการเข้า Social media ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ ที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เพื่อความเรียบร้อย จึงให้ใช้เฉพาะในงานราชการเท่านั้น โดยย้ำว่าห้ามใช้ในทางส่วนตัว ซึ่งผู้บังคับบัญชาต้องทำหน้าที่กำกับดูแล ถ้าไม่ควบคุมดูแลแล้วเกิดเป็นคดีความ ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดด้วย สอดรับกับเมื่อกันยายน 2555 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยพบว่า ข้าราชการส่วนหนึ่งโหลดคลิ๊ปและภาพในเวลางานที่ไม่เกี่ยวกับงานกันมาก ทำให้ช่องสัญญาณ (Bandwidth) ไม่พอกับการใช้งาน จึงระงับการเข้าถึงเว็บไซต์ที่บริการดาวน์โหลดข้อมูลภาพและเสียงที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน

จากข้อมูลทำให้เข้าใจว่ากรณีแรกนั้นมีประชาชนไปพบว่าข้าราชการเข้าใช้ Social media ในเวลาราชการ ทั้งโพสต์ แชท เม้นท์ และแชร์ที่ไม่เกี่ยวกับงาน ผู้รับผิดชอบจึงมีหนังสือตักเตือนว่าถ้ามีการแชร์แล้วเข้าข่ายผิดกฎหมายใด จะถือว่าผู้บังคับบัญชามีความผิดด้วยในฐานะที่ไม่ควบคุมดูแลลูกน้องให้รู้จักกาลเทศะ ก็คงมีข้าราชการที่ติดเฟสบางกลุ่มออกมาแสดงทัศนะไม่เห็นด้วย  ส่วนพนักงานบริษัทที่ติดโซเชียลก็คงมีกังวลเล็กน้อยว่าจะมีมาตรการนี้เข้าบริษัทหรือไม่ หากเจ้านายที่ไม่ติดโซเชียลเกิดคิดได้ขึ้นมาก็อาจทำให้ต่อไปต้องลักลอบเข้าเน็ต ทำให้นึกถึงละครเรื่องแอบรักออนไลน์ ที่นางเอกต้องแอบคุยกับหนุ่มไม่ให้ใครรู้

กรณีที่สองเกิดขึ้นเมื่อปี 2555 ผู้รับผิดชอบเรื่องช่องสัญญาณพบว่าช่องที่มีอยู่มีปริมาณการใช้หนาแน่น ตรวจสอบแล้วพบว่าดาวน์โหลดคลิ๊ปหนัง (Video) กันมาก ผมก็ไม่รู้จะเป็นซีรี่เกาหลีรึเปล่าเพราะในหนังสือไม่ได้ระบุไว้ คาดว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียงบประมาณเช่าช่องสัญญาณเพิ่มรองรับความต้องการที่หนาแน่น จึงปรึกษาผู้ใหญ่แล้วผลคือมีหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะปิดกั้นการเข้าถึงบางเว็บไซต์ แล้วเชื่อได้ว่าข้าราชการในสมัยนั้นอาจมองหาทางเลือกใหม่ในการเข้าถึงคลิ๊ปหนังในเวลาราชการผ่านบริการ 3G ซึ่งปัจจุบันมีราคาลดลง และอาจเร็วกว่าเน็ตของส่วนราชการบางแห่ง ก็ต้องมาติดตามว่าจะมีหนังสือแบบนี้ฉบับต่อไปจากหน่วยงานใดหรือไม่ เพราะเชื่อว่ากระแสโซเชียลในกลุ่มราชการจะไม่ต่างไปจากเดิมมากนัก ถ้าบอสไม่เอาจริง

+ http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9580000011774

+ http://www.manager.co.th/Drama/ViewNews.aspx?NewsID=9570000145325

+ http://news.mthai.com/general-news/188920.html

check friend profile
check friend profile

มีการเปิดเผยผลการจัดอันดับเมืองที่ใช้เฟสบุ๊ค เมื่อ 15 มีนาคม 2554 โดยเว็บไซต์ socialbakers.com พบว่ากรุงเทพฯ อยู่อันดับ 5 มีบัญชีผู้ใช้อยู่ 7,419,340 บัญชี และตัวเลขสุดท้ายเมื่อต้นกุมภาพันธ์ 2556 มี 12,797,500 บัญชี โดยกรุงเทพฯ เลื่อนขึ้นมาเป็นอันดับ 1 จากจำนวนบัญชีผู้ใช้ทั้งประเทศราว 18,271,4800 บัญชี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่อาจสะท้อนจำนวนผู้ใช้ได้อย่างชัดเจน เพราะบางท่านอาจมีสองบัญชี พบว่าเมื่อเทียบบัญชีในกรุงเทพฯ ต่อผู้อาศัยจริงจะสูงถึง 154.54% แสดงถึงความนิยมต่อการใช้งานเครือข่ายสังคมได้เชิงประจักษ์ ปัจจุบันเริ่มมีการกล่าวถึง instagram ผ่านสื่อทีวีที่นิยมในหมู่ดารา ที่แฟนคลับจะคอยติดตามว่าดาราที่ตนชื่นชอบไปทำอะไรที่ไหนเมื่อไรผ่านสื่อสังคม

มีการแสดงความเห็นว่าตัวเลขข้างต้นไม่น่าเชื่อถือ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปัจจุบัน socialbakers.com ได้ปิดบริการข้อมูลสถิติส่วนนี้ไปแล้ว แต่ข้อมูลเดิมที่อาจคลาดเคลื่อนอยู่บ้างก็สะท้อนได้ว่าคนต่างจังหวัดที่มีบัญชีในเฟสบุ๊คอยู่ราว 5.5 ล้านบัญชี หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ 8.5 ในแต่ละจังหวัด ถ้าไม่นับรวมนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ และพนักงานเอกชน ก็จะพบว่าคนในชุมชนต่างจังหวัดแทบไม่ใช้เฟสบุ๊ค เมื่อนึกถึง instagram ก็ยิ่งน้อยลงไปมาก ถ้าในกลุ่มเพื่อนไม่มีใครใช้เฟสบุ๊คเลย ไม่ใช่สาวกแฟนคลับ ย่อมเป็นไปได้ว่าสังคมเสมือนจริงอาจเป็นสังคมที่ร้างเพื่อนฝูงสำหรับบางคน

ครั้งหนึ่งเคยพูดคุยกับผู้นำชุมชนหลายสิบคนที่ทำหน้าที่ด้านสื่อสาร พวกเขาไม่ถนัดการใช้เทคโนโลยี ไม่สนใจสังคมเสมือนจริง ไม่มีอุปกรณ์สำหรับเข้าถึงเฟสบุ๊ค หลายท่านเคยเข้าและบอกว่าเคยเท่านั้น แต่จำรหัสไม่ได้ก็น่าจะมาจากการที่เข้าไปแล้วไม่พบสิ่งที่สนใจ ไม่พบเพื่อน ไม่พบสังคมที่คุ้นเคย หากเข้าใช้งานเฟสบุ๊คครั้งแรกก็จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการสร้างสังคม การส่งคำร้องขอเป็นเพื่อน การเข้ากลุ่ม กดไลค์ และแบ่งปัน แต่ผู้คนในชุมชนต่างจังหวัดมีความสุขกับสังคมจริง ที่ใช้ชีวิตอยู่จริง ได้พูดคุยสังสรร เฮฮา ไม่ต้องผ่านเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เหมือนคนรุ่นใหม่ นั่นคือทางเลือกของคนต่างจังหวัดที่ไม่ได้อิงแอบเอนเอียงไปกับวัฒนธรรมใหม่ที่ทะลักเข้าสู่ชุมชนเมืองตลอดเวลา

+ http://thaibbclub.com/bangkok-no-1-from-list-of-cities-on-facebook/

+ http://fbguide.kapook.com/view55860.html

+ http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat56.html

+ http://www.socialbakers.com/facebook-statistics/

+ http://www.socialbakers.com/facebook-statistics/thailand?ref=article

+ http://www.socialbakers.com/blog/647-top-10-biggest-facebook-cities

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ปัจจุบันพบเห็นการใช้เครือข่ายสังคมเป็นเครื่องมือสนับสนุนการทำธุรกิจในหลายรูปแบบ ทั้งการแนะนำสินค้า การทำซีเอสอาร์ (CSR = Corporate Social Responsibility) การรับข้อเสนอแนะ ตอบข้อซักถาม  แลกเปลี่ยนข้อมูลกับลูกค้า การบอกต่อถึงผลการใช้ผลิตภัณฑ์ของลูกค้าด้วยกันเอง จนหลายหน่วยงานใช้เป็นกลยุทธ์สร้างช่องทางให้ลูกค้าได้เข้าถึงเครือข่ายสังคมได้ง่าย บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ทันทีเมื่อซื้อ หรือทดลองสินค้า เช่น จัดมุมสวยงามสำหรับถ่ายภาพ ดำเนินการถ่ายภาพให้ลูกค้าแล้วอัพโหลดเข้าแฟนเพจของร้าน จัดตู้คอมพิวเตอร์ออนไลน์และกล้องสำหรับถ่ายภาพและอัพโหลดภาพเข้าโปรไฟล์ของลูกค้าได้ทันที

ปลายเดือนกรกฎาคม 2556 มีอบรมการใช้เครือข่ายสังคมอย่างสร้างสรรค์ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีตัวแทนจากแต่ละอำเภอ ต่างเพศ ต่างวัย ต่างอาชีพ แต่มีเป้าหมายเดียวกัน จัดอบรมที่โรงเรียนลำปางกัลยาณี จัดโดยมหาวิทยาลัยเนชั่น หัวข้อประกอบด้วยการเชื่อมโยงระหว่างเฟสบุ๊คกับยูทูป แล้วเชื่อมไปยังบล็อก หรือเว็บไซต์ข่าว ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมรวมกลุ่มและตั้งชื่อกลุ่มในเฟสบุ๊คว่า tourlampang เพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สื่อสาร และผลักดันการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยผู้เข้าอบรมได้สร้างแฟนเพจของพื้นที่เป้าหมายที่ตนรับผิดชอบ สนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยใช้เครือข่ายสังคมเป็นเครื่องมือ

หัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ การกำหนดโปรไฟล์ให้เป็นคนน่าคบและเป็นคนสาธารณะ การประยุกต์ใช้เฟสบุ๊คโปรไฟล์ แฟนเพจ กลุ่มปิด กลุ่มเปิด หรือกลุ่มลับ การสร้างแฟนเพจของแหล่งท่องเที่ยว การเขียนบันทึกเชิงสารคดี และการแบ่งปัน การเชื่อมโยงอัตโนมัติระหว่าง facebook.com, twitter.com และ youtube.com การฝึกตัดต่อคลิ๊ปโดยใช้ความสามารถของ youtube.com ที่ใช้ภาพนิ่งจากเครื่องคอมพิวเตอร์ และเสียงประกอบ การสร้างและจัดการเพลลิสต์ (Playlists) ซึ่งครอบคลุมการทำสื่อประชาสัมพันธ์ 3 รูปแบบ คือ ภาพถ่าย ข้อความบรรยาย และคลิ๊ปวีดีโอ สนับสนุนให้ไทยรักษาสถิติการเป็นอันดับ 5 ของโลกที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุด

+ http://thaiabc.com/lampangnet/admin/956/

+ https://www.facebook.com/groups/tourlampang/

ผู้ชายไอทีอายุสี่สิบอัพนอกใจภรรยามากที่สุด
ผู้ชายไอทีอายุสี่สิบอัพนอกใจภรรยามากที่สุด

ใครเข้าข่ายบ้างล่ะ ..
เขาว่าผู้ชายไอทีอายุสี่สิบอัพนอกใจภรรยามากที่สุด
และ
ถ้าทั้งคู่ติดโซเชียลมีเดียอาจทำให้ชีวิตสมรสแย่ลง
แต่ผมมีข้อสรุปว่า ..
อย่าไปเชื่องานวิจัยมากนัก ถ้าเชื่อแล้วเป็นทุกข์

ผู้ชายในวงการไอทีนอกใจภรรยามากที่สุด
http://life.voicetv.co.th/living/42125.html

เว็บไซต์ AshleyMadison.com เว็บหาคู่เดตสำหรับคนแต่งงานแล้วที่กำลังคิดจะนอกใจคู่สมรสของตัวเอง โดยที่ตัวเว็บไซต์มีสโลแกนว่า “Life is short. Have an affair” ได้เปิดเผยข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากฐานข้อมูลของผู้ใช้งานว่า สามีที่นอกใจภรรยามักจะอยู่ในช่วงอายุ 40 ปี และแต่งงานมาแล้วนานกว่า 10 ปี โดยมีลูกสองคนที่อายุมากกว่า 10 ขวบขึ้นไป

จากการสำรวจข้อมูลของสมาชิกผู้ชาย 11,453 คน พบว่าผู้ชายที่มีอาชีพอยู่ในวงการไอทีและวิศวกรรมเป็นสายอาชีพที่นอกใจคู่แต่งงานตัวเองมากที่สุด คือร้อยละ 10.6 ตามมาด้วยอาชีพในวงการการเงิน ร้อยละ 8.2 วงการการศึกษา ร้อยละ 6.5 คนที่ประกอบอาชีพแพทย์ ร้อยละ 4.6 และทนายความอีก 3.8

ส่วนภรรยาที่นอกใจสามีของตัวเองนั้น เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทางเว็บไซต์ได้สำรวจข้อมูลของสมาชิกผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว 2,865 คน และพบว่าภรรยาที่มักจะนอกใจสามีตัวเองมักจะอยู่ในวัย 30 ปี แต่งงานมาแล้วประมาณห้าปีหรือน้อยกว่านั้น และมีลูกสาวอายุน้อยกว่าห้าขวบ โดยส่วนใหญ่มักจะมีอาชีพเป็นครู แม่บ้านเลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน หรือทำงานในวงการการแพทย์

นิตยสาร Psychology Today รายงานว่า ผู้ชายร้อยละ 55-65 และผู้หญิงร้อยละ 45-55 นอกใจคู่สมรสของตัวเอง โดยหนึ่งในปัญหาในชีวิตสมรสคือเรื่องของการที่ไม่สื่อสารพูดคุยกัน การแบ่งพลังอำนาจไม่เท่าเทียมกัน และการไม่มีความเห็นอกเห็นใจต่อกัน เป็นต้น

ติดโซเชียลมีเดียไม่ช่วยให้ชีวิตสมรสดีขึ้น
http://life.voicetv.co.th/living/68460.html

ผลการวิจัยชี้ว่าการที่คู่สมรสใช้โซเชียลมีเดียในการติดต่อสื่อสารกันบ่อยๆ นั้น ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์แข็งแกร่งขึ้น แต่เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง กลับจะยิ่งส่งผลเสียต่อชีวิตสมรสเสียด้วยซ้ำ

iphone5 ขำขำ
iphone5 ขำขำ

21 ก.ย.55 เวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จักผลิตภัณฑ์ของบริษัทแอปเปิล ที่เคยมีบุรุษในตำนานที่ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในนวัตกรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกา Steve Jobs เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง และพลิกสถานการณ์จากบริษัทที่กำลังมีปัญหาสู่บริษัทเข้มแข็งที่สุดบริษัทหนึ่งของโลกในต้นศตวรรษที่ 21 ปัจจุบันโทรศัพท์เป็นมากกว่าใช้รับสายและโทรออก ถูกเรียกใหม่ว่าสมาร์ทโฟน (Smart Phone) ในปีนี้ได้ออกสมาร์ทโฟน iPhone 5 สู่ตลาด เปิดตัวในสหรัฐ 4 ตุลาคม 2555 หลังจากนั้นก็จะมีสถิติมาให้เราได้เรียนรู้กันต่อไป

ในอดีตโทรศัพท์รุ่นพี่อย่าง iPhone4 ประสบความสำเร็จจนเป็นตำนานด้วยยอดขาย 3 วันแรกได้มากกว่า 1.7 ล้านเครื่อง กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบผลสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ได้รางวัลมือถือยอดเยี่ยมจาก Global Mobile Awards ในงาน Mobile World Congress 2011 ที่ บาร์เซโลนา ประเทศสเปน ปัจจุบัน iPhone ครองส่วนแบ่งตลาด 5% จากตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลก หากรวมทั้ง iPhone, iPod และ iPad ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ได้ขายไปแล้วมากกว่า 250 ล้านเครื่อง

สมาร์ทโฟนและ Social Media ต่างสนับสนุนกันและกัน เพราะผู้ใช้ที่มีเครื่องมือ และเว็บไซต์เครือข่ายสังคมต่างเชื่อมโยงกันอย่างลงตัว ผู้คนเชื่อมต่อเข้าสู่โลกเสมือนจริงได้ง่าย จากทุกที่ทุกเวลา และทุกวัย แต่ที่น่าเป็นห่วง คือความสัมพันธ์ในครอบครัวจะหลวมไปกว่าเดิม จากโฆษณาของ DTAC  เรื่อง Disconnect to connect ที่แสดงความห่วงใยต่อการใช้อุปกรณ์เหล่านี้จนเกินพอดี ซึ่งสื่อว่าความสัมพันธ์กับคนรอบตัวอาจบกพร่องได้ อาทิ การชมนกชมไม้ร่วมกัน การประชุม การร่วมกันทำอาหาร การเล่นกับสัตว์เลี้ยง การทำงานศิลปะ หรือการพูดคุยหยอกล้อในครอบครัวหายไป แต่การทัดทานกระแสของเทคโนโลยีที่มีเพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อก็คงเป็นไปได้ยาก การทำความเข้าใจ และปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องตระหนักว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรในโลกมนุษย์และโลกเสมือนจริงให้สมดุล

Business woman with a laptop
Business woman with a laptop

25 ก.พ.55 Women More Cautious On Social Media

A new report on the Internet and how we use it says that more of us are using social media. The Pew Research Centre’s Internet and American Life Project surveyed 2,277 U.S. adults about their Internet use. About two-thirds of Internet users now belong to social networking sites. Pew reports that ninety-three per cent of social network users have joined Facebook, up from seventy-three per cent in 2009. The continued rise in Facebook’s popularity contrasts with the decline of MySpace. Twenty-three per cent of those questioned said they had a MySpace profile, down from forty-eight per cent in 2009. Twitter continues to attract more users, with eleven per cent of respondents saying they use it, up from six per cent in 2009.

The report showed big differences between how men and women use social media and how we manage our privacy. Women are more likely than men to delete friends. Sixty-seven per cent of women said they have deleted friends compared with fifty-eight per cent of men. The study reported that men are almost twice as likely as women to have posted messages, photos or videos that they later regret (ผิดหวัง). Fifteen per cent of men said they have done this, compared with eight per cent of women. The study also showed women to be more cautious who they share information with. Two-thirds of women use the highest privacy settings, sharing data only with friends. Less than half of the men did so.

http://www.breakingnewsenglish.com/1202/120225-social_media.html
http://www.techinasia.com/facebook-comes-before-tooth-brushing-for-women/

สองสาวเล่าเรื่อง แนวโน้มการตลาดออนไลน์ ปี 2012 โดย Sarah Magee (Online Marketing Entrepreneur) มีเทคนิคหลายอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะบุคลิก และการใช้สายตา ของทั้ง 2 ท่าน .. ผมว่าลงตัว และไปพร้อมกันการทำ presentation ประกอบการบรรยาย
Top 5 Online Marketing Trends 2012
1. create unique content
2. mobile marketing
3. video content
4. social media marketing
5. location based apps
* niche market : ตลาดเฉพาะ

สำหรับคำว่า mobile marketing เป็นเรื่องที่ผมพึ่งเริ่มต้นกับ android เมื่อวาน (17มี.ค.55) เพราะในอดีตเคยทำ wap และ j2me แต่ไม่ work ในเรื่องการรองรับของอุปกรณ์ แต่ปัจจุบัน tablet ของจีนกำลังจะเข้า ป.1 การศึกษาเรื่อง android น่าจะนำไปสู่ mobile marketing ได้ชัดเจน

http://www.thaiall.com/android/
http://www.frankwatching.com/
http://www.leveltendesign.com/blog/colin/11-location-based-applications-your-iphone

การตลาด 2.1 ประยุกต์โซเซียลมีเดียอย่างไรให้ตรงกับงาน
การตลาด 2.1 ประยุกต์โซเซียลมีเดียอย่างไรให้ตรงกับงาน

หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมเริ่มใช้ hashtag แล้วเริ่มเห็นความสามารถในการจัด categories ของ tweet เพราะ tweet ออกไปแล้ว ถ้าไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ก็จะมีค่าน้อยลงไปเยอะ โดยปกติผมเขียน blog ซึ่งสามารถจัด categories สามารถกำหนด tag ใส่ภาพ และคลิ๊ป แล้วแสดงทั้งหมดในบันทึกเดียว นอกจากนั้นยังคัดลอกทั้งฐานออกมา จะเก็บไว้ หรือย้าย server ก็ยังทำได้ แต่กับ tweet แล้วต่างกันเยอะ ก็คงเพราะเป้าหมายของ twitter เป็นเพียง microblog เท่านั้น
#royalwedding

บางส่วนของประเด็นที่ผมสนใจ
– กรณีศึกษา ก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง
http://www.facebook.com/JekmengNoodl
– ผู้เขียนคำนิยม คือ จักรพงษ์ คงมาลัย thumbsup.in.th และ jakrapong.com
– ปกหลัก ประชาสัมพันธ์หลักสูตรของ บัณฑิตวิทยาลัย ม.สยาม
– สี่สีทั้งเล่มแต่ราคาเพียง 179 บาท
– เล่าเรื่องคลิ๊ป โดยเฉพาะ sophie ของ google หรือน้องนิม
– ทำให้ผมหาคลิ๊ป H205 HD Camcoder ของ samsung

– สถิติ
http://www.klout.com
Klout measures your influence on your social networks

การตลาด 2.1 ประยุกต์โซเซียลมีเดียอย่างไรให้ตรงกับงาน
เขียนขึ้นเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของผู้เขียนที่ต้องการแนะนำแนวทางการใช้งาน ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้อ่านหรือผู้ที่กำลังเริ่มศึกษา ผู้ที่ต้องการนำเครื่องมือต่างๆ ในโลกออนไลน์มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับงาน หรือกิจการของตนเอง รวมถึงตัวอย่าง บทสัมภาษณ์ของผู้ที่สามารถนำเครื่องมือต่างๆ เหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อีกด้วย
ผู้เขียน รุ่งโรจน์ ศิริพรมงคล @tuirung อรนุช เลิศสุวรรณกิจ @mimee
บทที่ 1 บทนำ
บทที่ 2 การสร้างเเบรนด์
บทที่ 3 การบริหารลูกค้าสัมพันธ์
บทที่ 4 เปิดตัวสินค้าเเละบริการ
บทที่ 5 ขายของบนโลกโซเชียลมีเดีย
บทที่ 6 กรณีศึกษาของธุรกิจไทยกับโซเชียลมีเดีย

http://www.se-ed.com/eshop/Products/Detail.aspx?No=9786167240206

ก่อนนี้ชาวออนไลน์นิยมค้นหาเว็บไซต์แปลกใหม่บนกูเกิล (Google.com) แต่วันนี้หลายคนพบเว็บไซต์ใหม่ผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) และทวิตเตอร์ (Twitter) ทิศทางทั้งหมดชัดเจนขึ้นมากในปี 2011 และกำลังมีแนวโน้มชัดเจนขึ้นอีกในปี 2012

สำนักข่าวพีซีเวิร์ลตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่ทำให้มนต์ขลังของกูเกิลเริ่มเสื่อมลงคือการแชร์หรือแบ่งปันลิงก์ เว็บไซต์บนเครือข่ายสังคมอย่างเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ หากลิงก์เว็บไซต์ใดถูกโพสต์บนเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ แล้วเกิดโดนใจผู้ใช้รายอื่น ลิงก์เว็บไซต์เหล่านั้นก็จะถูกส่งต่อไปไม่รู้จบ ผลจึงทำให้ผู้ใช้สามารถพบเว็บไซต์ใหม่น่าสนใจบนเครือข่ายสังคมได้มากกว่าการ ค้นหาบนกูเกิล

หากมองในแง่ของสถิติการใช้งาน บริษัทวิจัย Nielsen ระบุว่าเฟซบุ๊กคือเว็บไซต์เดียวที่มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกต่อเดือนไล่ตามกู เกิลได้มากที่สุด ปี 2011 เฟซบุ๊กนั้นมี 137 ล้านยูนีคไอพี เทียบกับกูเกิลซึ่งมี 153 ล้านไอพี แม้จะน้อยกว่า แต่เฟซบุ๊กกลับมีระยะเวลาผูกติดกับผู้มใช้ได้มากกว่า โดยการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ชาวออนไลน์เทเวลามากกว่า 16% ให้กับเฟซบุ๊ก ซึ่งถือว่ามากกว่าเวลาที่ผู้ใช้เทเวลาให้เว็บไซต์อดีตยักษ์ใหญ่อย่างยาฮู (Yahoo), กูเกิล (Google), เอโอแอล (AOL) และยูทูบรวมกัน
เท่านี้ก็เรียกว่า เฟซบุ๊กสามารถถล่มเว็บไซต์อื่นได้ราบเรียบแล้วไม่เฉพาะกูเกิล แถมนาทีนี้ เฟซบุ๊กหรือ Facebook ยังกลายเป็นเว็บไซต์ที่ถูกค้นหาหรือเสิร์ชมากที่สุดในโลก โดยปี 2011 ถือว่าเฟซบุ๊กเป็นแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันมาแล้ว

หากมองย้อนไปที่กูเกิลพลัส (Google Plus) เว็บเครือข่ายสังคมที่กูเกิลสร้างขึ้นเองนั้นถูกกูเกิลการันตีว่ามีการแชร์ คอนเทนต์เกินกว่า 1 พันล้านครั้งแล้ว แต่ตัวเลขดังกล่าวก็ยังคิดเป็นเพียง 1 ใน 4 ของการแชร์คอนเทนต์บนเฟซบุ๊ก ซึ่งมีอัตราเติบโตมากกว่าเท่าตัวในแต่ละปี
อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้กูเกิลหมดมนต์ขลัง คือปัญหาเรื่องความปลอดภัย ในสายตาของชาวออนไลน์บางคน กูเกิลเริ่มเป็นสถานที่ซึ่งมีภัยเว็บไซต์ล่อลวงแฝงตัวอยู่จำนวนมาก และผู้ใช้ต้องระวังตัวในการคลิกลิงก์เว็บไซต์บนกูเกิลตลอดเวลา

ไม่แน่ว่ากูเกิลจะสามารถรู้ชะตาชีวิตตัวเองดีกว่าใคร จึงตัดสินใจเปิดตัวบริการกูเกิลพลัสซึ่งเป็นบริการที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่ กูเกิลเปิดบริการฟรีอีเมล Gmail ในปี 2004 ทั้งหมดนี้ทำให้แลร์รี่ เพจ (Larry Page) ผู้ก่อตั้งกูเกิลเบนเข็มบริษัทไปที่วงการโซเชียลมีเดีย โดยยอมตามหลังเฟซบุ๊กชนิดไม่แคร์สายตาใคร

หากรูปการณ์ยังเป็นอย่างนี้ต่อไป กูเกิลซึ่งเป็นเจ้าแห่งตลาดเสิร์ชเอนจิ้นของโลกและครองตลาดโฆษณาออนไลน์ที่ ใหญ่ที่สุด จะต้องตกที่นั่งลำบากแน่นอน เพราะมีโอกาสสูงที่กูเกิลจะตกที่นั่งเดียวกับไมโครซอฟท์ (Microsoft) ซึ่งแม้จะเป็นเจ้าตลาดเดสก์ท็อปอยู่ต่อไป แต่กลับไม่มีใครเห็นแววผู้นำในตัวไมโครซอฟท์

แน่นอนว่าเฟซบุ๊กคือส่วนหนึ่งในหลายเรื่องเด่นที่เกิดขึ้นตลอดปี 2011 ทั้งการจากไปของสตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) และการบุกตลาดของแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนที่มากขึ้น แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้คือปี 2011 คือจุดเริ่มต้นการครองตลาดโลกของเฟซบุ๊กที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ซึ่งมีโอกาสที่อิทธิพลของเฟซบุ๊กจะขยายตัวต่อเนื่องในปี 2012 ซึ่งเป็นปีที่เฟซบุ๊กจะเริ่มขาย IPO และเข้าตลาดหุ้นอย่างเป็นทางการ

ไม่แน่ว่า ปี 2012 เราอาจจะได้พูดถึงเฟซบุ๊กในฐานะเรื่องราวบนโลกไอทีที่ใหญ่ที่สุดประจำปีก็ ได้ ใครจะรู้

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9540000166794

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์