ขนมเหรียญพุทราจีน
ขนมเหรียญพุทราจีน

คร่ำครวญ ..
สมัยเด็ก เรียนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง #acl
ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 ที่แม่ให้ตังซื้อขนม #deหsert
แต่นั้นมาก็เป็นขาประจำล้อส้มเหมือนเพื่อน ๆ
ตอนเที่ยงทานข้าวเสร็จก็จะไปซื้อขนม
และหนึ่งในของโปรดก็คือขนมเหรียญ
เพราะซื้อแล้วกินได้นาน มีหลาย ๆ แผ่น
รสชาดดี หวานลิ้น เปรี้ยวกำลังดี

http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9490000014582
หลังจากนั้นเกือบ 40 ปี ก็มีข่าวว่า
ขนมเซียงจา ของบริษัทชิงโจวอี้ว์ป๋อสือผิ่น
บริษัทเป่ยจิงจางหยังซางเม่า และบริษัทเป่ยจิงรุ่ยอี๋ชุนสือผิ่น
เป็นขนมที่ทำจากพุทราจีนใช้วัตถุเพิ่มสีแดง
มีสารก่อมะเร็ง #cancer และถูกสั่งห้ามจำหน่าย
บอกตรง ๆ เลยครับ ถ้ามีโอกาสได้ซื้ออีก
ผมก็คงจะซื้อทานสักชิ้นหนึ่งเป็นแน่ .. ชอบอ่ะ
โบราณว่า “รู้ทั้งรู้ .. แต่หักใจไม่ลง”

supermodel
supermodel

นางแบบกระชากวัฒนธรรมเพศจีน ขายเห็ดลึกลับของจาง เสี่ยวอี่ว์

เห็นหัวข้อใน manager ก็ยังไม่เข้าใจ
ว่า นางแบบกับเห็นลึกลับเกี่ยวกันอย่างไร
พอเข้ามาอ่านในรายละเอียดถึงรู้ว่า
มีชาวจีนที่ถูกจัดอันดับว่าสวย
เป็นแบบขายสินค้าชนิดหนึ่ง
ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะขายในจีน ซึ่งผมชอบวัฒนธรรมเขา
อาจเป็นเพราะผมดูแต่หนังจีนโบราณ
เช่น กระบี่ไร้เทียมทาน แปดเทพอสูรมังกรฟ้า
ชอริ้วเฮียง จิ๋นซีฮ่องเต้ ฟงหวินขี่พายุทะลุฟ้า
บู้ตึง เส้าหลิน เขาเหลียงซาน เจ้าพ่อเซียงไฮ้
พระเอกก็มีอุ้นปวยเอี้ยง กับหวีอันอัน และโจวเหวินฟะ
ผมว่า .. สมัยนี้หนังจีนคงเปลี่ยนไปเยอะครับ
ตามไม่ค่อยทัน

เอเจนซี คงจำข่าวการค้นพบ “เห็ดลึกลับแห่งซีอัน” เมื่อปีที่แล้ว ที่ไปๆมาๆกลับกลายเป็น “ของเล่นผู้ใหญ่” กันได้ มาปีนี้ ซูเปอร์นางแบบดาวยั่วหมายเลขหนึ่งของจีน จาง เสี่ยวอี่ว์ ก็ได้ออกผลิตภัณฑ์ของเล่นผู้ใหญ่ประเภทเดียวกันนี้ แต่เป็นรุ่น “จาง เสี่ยวอี่ว์” ที่เลียนแบบของลับของเธอเอง พร้อมสโลแกน “ประสบการณ์ทางเพศแบบที่คุณไม่เคยลิ้มลองมาก่อน” ราคาเพียงชิ้นละ 783 หยวน

http://www.danwei.com/the-branded-sex-toy-business-zhang-xiaoyu/

อุปกรณ์ชิ้นนี้ เป็นแบบจำลองขนาดเล็ก ที่ถอดแบบแผ่นหลัง บั้นท้าย และสะโพกของนางแบบสาว และ “ช่องหุบเหวลับพิศดาร” ของเธอ บรรจุใส่กล่อง พร้อมด้วยภาพนู้ดของจาง เสี่ยวอี่ว์

ข้อความโฆษณาในเว็บไซต์ขาย “เห็ดลึกลับ” รุ่นจาง เสี่ยวอี่ว์ ระบุว่า อุปกรณ์ชิ้นนี้ “เป็นชิ้นเดียวในโลก ที่จะให้”ประสบการณ์ใหม่แบบ 4Dในการถึงจุดสุดยอด”… “ไปไกลเกินจริง” …ทั้งประกาศตัวว่า “ให้ประสบการณ์ทางเพศแบบจริงที่สุดในโลก”

ทั้งนี้ สังคมจีนปิดกั้นเรื่องเพศมาเป็นประเพณีแต่อดีต แม้ในระบบการศึกษาก็ยังไม่มีการเรียนการสอนเรื่องเพศ จนกระทั่งเมื่อมีการปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดประเทศ ที่ผลักดันให้สังคมจีนเปิดกว้าง มีการเปลี่ยนแปลงทางแนวคิด พฤติกรรม และทัศนคติในเรื่องเพศ จากข้อมูลที่รวบรวมโดยเว็บไซต์ Danwei เผยแพร่เมื่อปีที่แล้ว(2555) อุตสาหกรรมของเล่นผู้ใหญ่ (sex toy) ในจีน มีมูลค่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราเพิ่ม 80 เปอร์เซนต์ของการผลิตสินค้าของเล่นผู้ใหญ่ทั่วโลก และมีร้านของเล่นผู้ใหญ่ ประมาณ 200,000 ร้านทั่วประเทศ โดยร้านของเล่นผู้ใหญ่แห่งแรกของจีน เปิดที่ย่านหวังฝูจิ่ง ปี 2536

คลิปโฆษณา ผลิตภัณฑ์ของเล่นผู้ใหญ่ ของจาง เสี่ยวอี่ว์

http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9560000103360

dog in china
dog in china

ไปเดิน bigc หรือ lotus ในแผนกอาหารสด ก็เห็นแต่สัตว์ที่ตายแล้วเต็มไปหมด ปลาหมึก หมู วัว ไก่ ปลา ก็เห็นจะมีปลาบางตัวที่ยังว่ายน้ำอยู่ หากท่านใดสนใจก็จะชี้ปลาตัวนั้น ผมว่านั่นสดจริง ๆ

ย้อนนึกถึงสุนัขที่คนไทยบางกลุ่มส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านเป็นลำรถที่เดียว และออกเป็นข่าวบ่อย ๆ เนื่องจากคนไทยไม่นิยม เมื่อค้นดูก็พบว่ามีการห้อยสุนัขเหมือนเป็ด เหมือนไก่ เหมือนข้าวขาหมู ก็คงเป็นอาหารที่ไม่สด เนื่องจากไม่ได้ฆ่าสัตว์นั้นตรงนั้น แล้วกินกันเลย แต่มีการฆ่าแล้วก็หั่นเอาเฉพาะส่วนที่น่าทานเสิร์ฟไปยังร้านอาหารต่าง ๆ ก็คงเหมือนกับ KFC หรือ MK หรือ PIZZA หรือ Shabushi หรือ Santafe ที่ต้องฆ่าสัตว์นั้น ๆ ก่อน แล้วก็คงแช่แข็งไว้ หากมีลูกค้าสั่งถึงจะนำออกมาวางให้หยิบเข้าปาก

เคยมีรายการเที่ยวต่างประเทศ ที่ดาราไปเกาหลีแล้วเข้าร้านเปิปพิสดาร ทานปลาหมึกลวก (live octopus) ประเด็นที่น่าสนใจคือ ปลาหมึกตัวนั้นยังไม่ตาย ยังสด ๆ แล้วดาราคนนั้นก็ทานไม่ลง แต่คนในร้านทานกันอย่างเอร็ดอร่อย เรียกว่าวัฒนธรรมการรับประทานอาหารที่แตกต่างกัน ซึ่งดาราไทยปรับตัวไม่ได้ในระหว่างท่องไปในต่างแดน

ผมเองก็ทานอาหารสด จำไ้ด้ว่าเคยไปกว้านพะเยา แล้วมีแม่ค้าเอากุ้งเต้นมาขาย ใส่กล่องโฟมแบบยำแล้ว ราคาประมาณ 30 บาทในสมัยนั้น บางตัวก็เต้นอยู่ แต่เพราะอยู่กับพริก จึงทะยอยหยุดเต้นจนเหลือมีชีวิตอยู่ไม่กี่ตัว .. ภาคหลังไ้ด้ค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ได้ข้อมูลว่าในกุ้งเต้นมีพยาธิปริมาณมาก และอาจเป็นเหตุของโรคภัยสารพัด จึงต้องหยุดเป็นลูกค้าในเวลาต่อมา

http://dailykimchi.com/buzz/china-food-festival-over-15000-dogs-on-the-menu/

tv 337 ช่อง เมื่อ 12/12/12
tv 337 ช่อง เมื่อ 12/12/12
12 ธ.ค.55 ทีวีดาวเทียมในไทยมีจำนวนช่อง 337 ช่อง ถ้านั่งสำรวจแต่ละช่องใช้เวลาช่องละ 2 นาที เพื่อดูว่ามีรายการแบบใดก่อนตัดสินใจดูอย่างจริงจังในวันนั้น ก็จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ถึงจะ scan รายการทั้งหมดเสร็จ แต่เวลา scan ห้ามติดใจช่องใดนะครับ เพราะจะทำให้ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงไปอีก
psi tv channel
psi tv channel
ข่าวข้างล่างนี้ .. มาจากสถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี ของจีน
รายงานผลสำรวจ พบว่า ในปักกิ่งมีคนดูโทรทัศน์กันน้อยลง ทั้งที่เดิมทีการดูโทรทัศน์ถือเป็นกิจกรรมหลักที่ทุกบ้านจะชื่นชอบมาก แต่กลับกลายเป็นว่า แม้กระทั่งในช่วงไพร์มไทม์ ก็มีคนดูโทรทัศน์กันน้อยลง หรือจะหมดยุคโทรทัศน์เฟื่องฟูแล้ว ล่าสุดพบว่ามีครอบครัวชาวจีนในกรุงปักกิ่ง เพียง 3 ใน 10 เท่านั้น ที่ยังคงดูโทรทัศน์เป็นกิจวัตรประจำวัน และถ้าเป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นแล้ว พวกเขาแทบจะปิดทีวีหนีกันไปเลยทีเดียว
คนที่ 1 บอกว่า คนหนุ่มสาวมักจะหันไปใช้คอมพิวเตอร์ ไอแพด และมือถืออัจฉริยะแทนที่ เพราะทำให้เข้าถึงภาพและข่าวที่น่าสนใจได้มากกว่า
คนที่ 2 บอกว่า เวลาว่างๆ ชอบออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แต่ถ้าอยู่บ้าน ก็เลือกที่จะดูอินเทอร์เน็ตมากกว่าเหมือนกัน
คนที่ 3 บอกว่า ใช้โทรทัศน์แค่ตอนเล่นเกม หรือเล่นหนังแผ่น แต่ไม่ค่อยได้ดูรายการทีวีแล้ว
รายงานจากศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ตในจีน พบว่า เมื่อปีที่แล้ว มีคนจีนดูโทรทัศน์น้อยลงถึง 40 ล้านคนและ 65% ในนี้เป็นคนวัยหนุ่มสาว แต่ในร้านค้าแห่งนี้ ก็ยังมีโทรทัศน์วางขายอย่างหลากหลาย และก็ยังมีลูกค้าแวะเวียนมาซื้อ
นักข่าวของซีซีทีวี กล่าวว่า ถ้าดูจากโทรทัศน์เครื่องใหม่ที่ตั้งวางขาย และลูกค้าที่แวะเวียนมาซื้อ ก็จะเห็นว่า อุตสาหกรรมโทรทัศน์ไม่มีแนวโน้มจะปิดตัวลงได้ แต่คำถามก็คือ ยังมีลูกค้ามากน้อยเท่าไหร่ที่ซื้อโทรทัศน์กลับบ้านไป แล้วยังเปิดดูโทรทัศน์อยู่เป็นประจำ
ผู้หญิงคนหนึ่ง เล่าว่า เธอซื้อโทรทัศน์เครื่องใหม่มาได้ 1 ปีแล้ว แต่เธอก็รู้สึกว่า ตอนนี้ โทรทัศน์ก็แค่เป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านชิ้นหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้สนใจจะอย่างจริงจัง เธอบอกว่า โทรทัศน์เครื่องหนึ่ง มีขนาดใหญ่มาก ถ้าไม่มีตั้งไว้ในห้องรับแขกสักเครื่อง ก็ดูเหมือนจะขาดอะไรไป แต่ไม่ได้คิดจะดูอย่างจริงจัง เพราะรายการที่อยู่ในทีวี สามารถหาดูได้ทางอินเทอร์เน็ต ดาวน์โหลดออกมาได้ด้วยซ้ำ
ยิ่งคนหนุ่มสาวในจีนเข้าถึงอุปกรณ์ทันสมัยได้มากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะมีพฤติกรรมการชมรายการที่เปลี่ยนไปมากขึ้น กลายเป็นเรื่องท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมทีวีในยุคใหม่
ขณะที่ฟากผู้ผลิต ก็ดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ เพราะยังคงเข็นเอาผลิตภัณฑ์โทรทัศน์รุ่นใหม่ ทั้งในแบบให้ภาพคมชัด หรือ ไฮเดฟ นำมาล่อใจผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา แต่ดูเหมือนว่า คนจีน โดยเฉพาะในกรุงปักกิ่ง หันไปเสพข่าวสารความบันเทิงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมากขึ้น การที่โทรทัศน์จะให้ภาพคมชัดแต่เพียงอย่างเดียว คงไม่สามารถดึงดูดใจผู้บริโภคได้มากพออีกต่อไป
ผู้สื่อข่าว : เกศินี สุวรรณชีวะศิริ
ข่าวจริง สปริงนิวส์ ทันเหตุการณ์ เห็นอนาคต
tablet สำหรับนักเรียน
tablet สำหรับนักเรียน

ปลาย มี.ค.55 ประชุมบอร์ดแท็บเล็ต สรุปลงนามสัญญาจัดซื้อแท็บเล็ต หลังวันที่ 2 เม.ย.นี้ ด้าน “อนุดิษฐ์” ยันมีการคุมเข้มคุณภาพแท็บเล็ต กำหนดให้จีนผลิต 2,000 เครื่องรุ่นแรก มารับการทดสอบเข้มข้น ตกทดสอบแม้แต่เครื่องเดียวทุกอย่างวงแตก กลับไปเริ่มต้นใหม่

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ในฐานะรองประธานคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตต่อ 1 นักเรียน กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหาร ที่มี ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการยกร่างสัญญาจัดซื้อแท็บเล็ต กับบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ (Shenzhen Scope Scientific Development Co,Ltd) ที่รัฐบาลจีนเสนอมาและได้ข้อสรุป ว่า คู่สัญญาจัดซื้อจะเป็น กระทรวงไอซีที กับ บริษัทเสิ่นเจิ้น โดยจะทำเป็นสัญญาหลัก (Main Cantact ) พร้อมแนบสัญญาจัดซื้อเพิ่มเติม หรือ Repeat Order เพื่อเปิดช่องให้มีการของบประมาณจัดซื้อเพิ่มเติมภายหลัง ทั้งนี้ เพราะงบประมาณที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไว้ประมาณ 1,900 ล้านบาท ไม่เพียงต่อจัดซื้อแท็บเล็ตให้นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 ทุกคน เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามงบประมาณที่ได้ในปี 2555 นั้น ยังขาดอีก 90,000 เครื่อง ซึ่ง สพฐ.จะเปลี่ยนแปลงงบประมาณในส่วนอื่นมาจัดซื้อเพิ่มเติมก่อน แต่ขณะนี้ ก็ยังตอบไม่ได้ว่า ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมเท่าไร ขึ้นอยู่กับงบประมาณ 1,900 ล้านบาทนี้ จะสามารถจัดซื้อได้กี่เครื่อง

นายอนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ได้กำหนดให้ทุกหน่วยงานโอนงบประมาณมาให้กระทรวงไอซีที ซึ่งจะเป็นผู้จัดซื้อแทนพร้อมกันในวันที่ 2 เมษายน 2555 และในวันเดียวกันนี้ ไอซีทีจะได้สรุปยกร่างสัญญาจัดซื้อให้แล้วเสร็จเรียบร้อยแล้วส่งไปให้สำนักอัยการสูงสุดตรวจทานร่างสัญญา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเมืองพัทยา และ กทม. มีกฎหมายเฉพาะทำให้ไม่สามารถโอนงบประมาณมาให้ยังไอซีทีได้เช่นกับหน่วยงานอื่นๆ จำเป็นต้องแยกทำสัญญา เพราะฉะนั้นการทำสัญญาจะต้องทำเป็น 3 ฉบับ ซึ่งได้มีการเจรจาเรียบร้อยว่าเงื่อนไขการจัดซื้อจะมีเนื้อหาเดียวกัน ทั้งนี้ เมื่อสัญญาผ่านการตรวจทางจากอัยการสูงสุดแล้วจะเร่งลงนามโดยเร็วที่สุด และเพื่อให้ทุกฝ่ายหมดความกังวลใจในเรื่องคุณภาพ

“ในยกร่างสัญญาจะมี การกำหนดไว้ว่า บ. เสิ่นเจิ้น ต้องผลิตเครื่องแท็บเล็ตรุ่นแรกจำนวน 2,000 เครื่อง ให้เสร็จภายใน 15 วัน หลังจากลงนามแล้ว เพื่อนำแท็บเล็ตรุ่นแรกนี้มาเข้ารับการทดสอบอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมการจัด ซื้อของไทยที่จะเดินทางไปประเทศจีนเพื่อตรวจดูการผลิตตั้งแต่ต้น โดยคณะกรรมการจัดซื้อจะร่างเกณฑ์การทดสอบขึ้นมา มีการระบุขั้นตอนและจุดต่างๆ ที่ต้องทดสอบเครื่องโดยละเอียด และเครื่องแท็บเล็ตทั้ง 2,000 เครื่อง จะต้องผ่านการทดสอบ 100% ถึงจะเริ่มกระบวนการผลิตได้ แต่ถ้าการทดสอบปรากฎว่ามีเครื่องแท็บเล็ต แม้แต่เครื่องเดียวที่พบข้อบกพร่องในระบบหลักทั้งหมดก็จะต้องย้อนกลับมา เริ่มดำเนินการใหม่ ยกเว้นถ้าข้อบกพร่องนั้นไม่ใช่จุดสำคัญ ก็จะให้เดินหน้าการผลิตได้หลังจากที่มีการปรับปรุงแก้ไขตามเงื่อนไขที่ทางไทยกำหนดแล้ว” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

นอกจากนี้ จะมีการตั้งสำนักงานบริหารโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา พร้อมจัดทำแผนใช้คอมพิวเตอร์ส่งเสริมการสอนเสนอ ครม.ด้วย เบื้องต้นสำนักงานนี้จะแบ่งโครงสร้างเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอำนวยการ กลุ่มบริหารสื่อการเรียนการสอน กลุ่มบริหารจัดการระบบสารสนเทศและโครงข่าย กลุ่มบริการและดูแลรักษา และกลุ่มส่งเสริมและพัฒนา

ด้าน นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า วันที่ 2 เมษายน 2555 ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องโอนเงินไปให้ กระทรวงไอซีที เพื่อดำเนินการจัดซื้อแท็บเล็ตให้กับนักเรียน ป.1 ซึ่งขณะนี้ สพฐ.มีงบประมาณจำนวน 1,182 ล้านบาท เพียงพอกับเด็ก ป.1 จำนวน 470,000 คน ขณะที่ สพฐ.มีนักเรียน ป.1 ทั้งหมด 560,000 คน เท่ากับว่า ยังขาดงบประมาณ 350 ล้านบาท เพื่อจะซื้อแท็บเล็ตอีก 90,000 เครื่อง ให้กับนักเรียนทุกคน ซึ่งจากการหารือกับ สำนักงบประมาณ ได้แนะนำให้ สพฐ.เจียดจ่ายงบประมาณที่ได้รับ

http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9550000040145

3d glasses
3d glasses

17 เม.ย.54 ได้ยินข่าวหนังโป๊ทางทีวี ก็สงสัยว่าได้ค่าโฆาณารึเปล่า เพราะทีวีไทยช่วยประชาสัมพันธ์หนังโป๊ของฮ่องกง หนังไทยมีตั้งเยอะไม่พูดถึง ค้นหาตามเว็บไซต์ก็พบข่าวนี้เผยแพร่อยู่จริง คำสำคัญของเรื่องนี้มี 2 คำ คือ หนังโป๊ กับ สามมิติ ซึ่งผมไม่รู้สึกแปลกใจกับสองคำนี้เท่าใดนัก เพราะภาพยนตร์สามมิติมีออกมาให้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง อาทิ Megamind, Avatar, Transformers 3, Step Up 3, Resident Evil Afterlife 3D, Piranha 3D ส่วนทีวีสามมิติก็ยังมีราคาสูง และต้องใช้แว่น ที่ไม่ต้องใช้แว่นก็มีจอคอมพิวเตอร์ 3 มิติของฟูจิซึ รุ่น เอสพรีโม่ เอฟเอช ไนน์ตี้ไนน์ ซีเอ็ม

ผู้สร้างหนังของฮ่องกงสร้างหนังโป๊ 3 มิติ หรือภาพยนตร์แนวอีโรติก เรื่องแรกของโลก นำแสดงโดย 2 สาวสวยชาวญี่ปุ่น ยูกิโกะ ซูโอะ และ ซาโอริ ฮารา  ภาพยนตร์มีชื่อว่า ทรี-ดี เซ็กซ์ แอนด์ เซน :เอกซตรีม เอคสเตซี ด้วยงบประมาณ 3.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีเนื้อเรื่องอิงวรรณกรรมแนวอีโรติกของจีน เรื่อง คาร์นัล เพลเยอร์ แมต  และถูกสั่งห้ามฉายในจีนแผ่นดินใหญ่ อันเป็นตลาดหลักของภาพยนตร์ฮ่องกง

นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า ทินโต บราสส์  ผู้กำกับชาวอิตาลี จะนำเรื่องคาลิกูลา เป็นภาพยนตร์แนวอีโรติกในปี 1979 มาสร้างด้วยระบบสามมิติ ส่วนค่ายหนัง ฮัสต์เลอร์ ก็มีแผนนำภาพยนตร์เรื่องอวตาร มาปรับเป็นภาพยนตร์แนวอีโรติกด้วยระบบสามมิติ
http://atcloud.com/stories/86583

ferrari : super car
ferrari : super car

999th Ferrari delivered in Shanghai today as Italian firm marks Chinese sales success.

“Ferrari is celebrating its best year of sales in China with a special celebration in Shanghai. The Italian firm sold almost 300 cars in China in 2010, and marked the occasion by bringing together more than 15 Ferraris in front of the Oriental Pearl Tower in Shanghai.

The firm also marked the delivery of a 458 Italia to its 999th Chinese Ferrari customer, Johnson Zhang. In China the number nine – ‘jiu’ – is a symbol for longevity and excellence, hence why the firm elected to mark its 999th Chinese client.

Ferrari CEO Amedeo Felisa was in attendance, adding, “For Ferrari, China represents the present and the future. It is a great country where we continue to invest. I’m convinced that in a couple of years, we’ll reach sales of 500 cars per year, a number equal to established European markets.”

Tellingly, many young Ferrari owners under the age of 40 attended the event. Most are new entrepreneurs who represent the major growth demographic for the Italian firm’s future cars.

Ferrari has been working to ensure it retains a high profile in China. Just over a year ago the artist Lu Hao created a unique 599 GTB art car, while the Ferrari HY-KERS made its global debut at the Shanghai World Expo.”

http://www.autoexpress.co.uk/news/autoexpressnews/262183/ferrari_marks_sales_success_in_china.html

http://www.teamspeed.com/forums/modern-day-classics-ferrari-general-news/53323-ferrari-marks-sales-success-china.html

ใช้ข้อมูลนี้อ้างอิงการเขียนบทความเรื่อง super car
http://www.thaiall.com/opinion/readonly.php?view=484