Posts Tagged ‘law’

พลังในการชี้นำของสื่อ (itinlife410)

Saturday, August 10th, 2013
รัฐบาลเลือกแล้ว คำตอบคือ คุ้ม

รัฐบาลเลือกแล้ว คำตอบคือ คุ้ม

เอแบคโพลเคยเสนอผลวิจัยเชิงสำรวจว่าคนไทยยอมรับได้ ถ้ารัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แต่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย พบว่ากลุ่มตัวอย่างยอมรับได้ร้อยละ 63.4 และกลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ยอมรับมากที่สุดคือร้อยละ 68.2 ซึ่งเป็นค่านิยมที่ไม่ดี แล้วเดือนสิงหาคม 2556 ได้ติดตามความพยายามของพรรคการเมืองเก่าแก่พรรคหนึ่งที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรม แล้วพยายามชี้นำว่าร่างกฎหมายฉบับนี้มีความไม่ชอบธรรมและเรียกร้องให้ประชาชนออกมาต่อต้านนอกสภา แต่จำนวนประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลกลับมีจำนวนไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย

เว็บไซต์ข่าว-สื่อ อันดับหนึ่งของประเทศที่ประกาศจุดยืนชัดว่าไม่เป็นกลาง แต่ยืนอยู่ข้างความถูกต้อง ได้แสดงความผิดหวังต่อท่าทีของพรรคการเมืองหนึ่งที่เคยออกมาแสดงตนว่าจะนำค้านการออกกฎหมายฉบับหนึ่งอย่างชัดเจน แล้วเปรียบเปรยบทบาทของพรรคการเมืองที่จะออกมานำกับเนื้อเพลงว่าขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา ส่วนผู้คนในสื่อสังคมที่น่าจะคล้อยตามการชี้นำของสื่อเลือกข้างในหลายกระแสกลับไม่เป็นไปตามที่คาด เพราะคนไทยเลือกได้ ดังนั้นคนไทยส่วนหนึ่งไปสนใจข่าวการจดทะเบียนของดาราสาวกับทายาทนักการเมือง จนข่าวดาราไปกลบข่าวการเมือง แต่ถ้าไม่มีข่าวดาราก็คาดได้ว่าประชาชนคงไม่ออกไปต่อต้านเหมือนเดิม

เมื่อนึกถึงประโยคที่ว่า คนไทยยอมรับการคอรัปชั่นได้ ถ้าตนเองได้ประโยชน์ ก็จะเข้าใจปรากฎการณ์นิ่งเฉยแล้วไม่ออกไปแสดงพลังตามการยั่วยุชี้นำของสื่อได้ชัดเจน เพราะกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมามีหลายกลุ่ม หากออกมาต่อต้านก็เท่ากับออกมาทุบหม้อข้าวหม้อแกงของตนเอง ตัวอย่างนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยในแต่ละกลุ่ม อาทิ การขึ้นเงินเดือนข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาเป็นหนึ่งหมื่นห้าพันบาท นโยบายจำนำข้าวที่มีแต่ชาวนาที่ได้ประโยชน์ การแจกแท็บเล็ตนักเรียนประถมและมัธยม นโยบายรถคันแรกที่มีผู้ใช้สิทธ์ไปกว่า 1.2 ล้านคัน การใช้สื่อและเครือข่ายสังคมมิใช่ปัจจัยเดียวที่จะทำให้คนไทยคล้อยตามได้ แต่ความเชื่อและผลประโยชน์เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรม การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ หรือชี้นำเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจและเป็นไปได้ยาก หากขัดกับผลประโยชน์ของบุคคล หรือส่วนรวม

สั่งบล็อกเว็บไซต์หนังชนโรง (itinlife404)

Sunday, June 30th, 2013
2 websites that we talked about it

2 websites that we talked about it

ที่อังกฤษสั่งบล็อกเว็บไซต์ 2 เว็บไซต์มีผลทันที คือ เว็บไซต์หนังสองพัน (movie 2 k .com) กับเว็บไซต์ดาวน์โหลดสำหรับทั้งหมด (download 4 all .com) ซึ่งเป็นการสั่งบล็อก หรือปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายเพิ่มเติมจากที่เคยสั่งไปแล้วหลายเว็บไซต์เมื่อปลายกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ (Copyright Infringement) เป็นผลให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider) ต้องดำเนินการตามคำสั่งศาลทันทีกับ 2 เว็บไซต์ข้างต้น เมื่อ 20 พฤษภาคม 2556

หลังจากถูกปิดกั้นการเข้าถึง ก็มีนักพัฒนาพยายามจดชื่อโดเมนใหม่ที่มีชื่อคล้ายกับหนังสองพันขึ้นอีกหลายเว็บไซต์ พร้อมอัพโหลดหนังใหม่เข้าไป อาทิ ซุปเปอร์แมน หรือสงครามโลกแซด โดยสืบค้นได้จาก google.com แล้วช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2556 ก็เริ่มมีการลบรายการเว็บไซต์เหล่านั้นออกจากผลการสืบค้น รวมถึงภาพยนตร์ที่ถูกอัพโหลดเข้าไปก็ทะยอยหายไป ไม่สามารถดูได้เหมือนเช่นที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมาตรการที่จะไม่อ่อนข้อให้กับการละเมิดลิขสิทธิ์อีกต่อไป เรื่องแบบนี้เป็นกรณีศึกษาที่พบเห็นได้ในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟท์แวร์ เพลง หรือภาพยนตร์ ที่เคยนำไปแบ่งปันให้นักศึกษาได้เข้าใจ

ในประเทศไทยเราไม่ได้รับข่าวลักษณะนี้ไม่มากนัก อาจเป็นเพราะมีหน่วยงานหลายหน่วย รวมถึงเจ้าของลิขสิทธิ์คอยสอดส่องดูแลจนมีน้อยรายที่จะตั้งเครื่องบริการเว็บไซต์ในไทย และเผยแพร่ผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หากมีการจับกุมเกิดขึ้นก็อาจไม่เป็นที่สนใจของสื่อ หรือมีการละเมิดลิขสิทธิ์ในลักษณะอื่นอย่างเด่นชัดจำนวนมากอยู่แล้ว เช่น หนังแผ่น และเพลงเอ็มพีสามที่พบเห็นได้ตามตลาดนัดทั่วไป มีหนังชนโรงของอเมริกาอยู่ไม่น้อยที่วางขายตามแผงซีดี บางเรื่องเรียกว่าหนังก่อนโรงเพราะยังไม่เข้าฉายเมืองไทย แต่ไปฉายประเทศอื่นก่อนก็พบว่ามีให้ดาวน์โหลด หรือเป็นหนังแผ่นวางขายแล้ว บริการดาวน์โหลดตามเว็บไซต์ก็มักมีการหลบเลี่ยงเป็นอย่างดี นอกจากนั้นคนไทยนิยมไปใช้บริการจากเว็บไซต์ต่างประเทศที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของกฎหมายไทย เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับหลายเว็บไซต์ข้างต้น ทำให้ไม่มีข่าวการจับกุมในไทยจนบางคนเชื่อว่าไม่ผิด และไม่คิดว่าการซื้อหนังแผ่นชนโรง หรือแผ่นเพลงเอ็มพีสามเป็นเรื่องผิดกฎหมายไปแล้ว

http://recombu.com/digital/news/bt-sky-virgin-media-talktalk-ee-o2-court-order-kat-fenopy-h33t_M11242.html

http://recombu.com/digital/news/movie2k-and-download-for-all-to-be-blocked-by-uk-isps_M11587.html

พงษ์เทพ บอกว่า ซุปเปอร์ฮีโร่มีแต่ในนิยาย

Sunday, March 10th, 2013
้have not the superhero

้have not the superhero

พงษ์เทพชี้ รธน.ปี2540 คิดผิด สร้างองค์กรอิสระบ้าอำนาจ

มีกฎที่เล่าต่อกันมาว่า
กฎข้อ 1 รธน. คือ กฎหมายสูงสุด
กฎข้อ 2 ถ้ามีอะไรขัดกับกฎข้อ 1 ให้ย้อนกลับไปดูกฎข้อ 1

1 มี.ค.56 องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา (USAID) ร่วมกับเว็บไซต์ประชาไท จัดสัมมนา 15 ปี องค์กรอิสระฯ สำรวจธรรมาภิบาลไทย สำรวจประชาธิปไตย โดยมีนางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประเทศไทย พร้อมด้วยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯและรมว.ศึกษาธิการ ในฐานะอดีตสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 (ส.ส.ร. 40) กล่าวในหัวข้อ “พัฒนาการองค์กรอิสระฯกับประชาธิปไตยไทย”

http://www.naewna.com/politic/43322

นายพงศ์เทพ กล่าวว่า องค์กรอิสระกับธรรมาภิบาล ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ประเทศไทยต้องระดมความคิด เพื่อให้เกิดกลไกลการใช้อำนาจอย่างโปร่งใส องค์ที่น่าเชื่อถือที่สุด คือองค์กรตุลาการ แต่ที่ผ่านมาจะเห็นตัวอย่างต่างๆ มากมาย ทำให้มั่นใจว่าไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป ตนเองถือเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำให้องค์กรอิสระเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นหนึ่งในการร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ในขณะนั้น ส.ส.ร.40 คิดกันว่า จะทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดองค์กรในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างโปร่งใส โดยมีผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานในองค์กรอิสระ

“แต่ตอนนี้เชื่อว่า ส.ส.ร.ปี 40 คงคิดว่า การร่างรัฐธรรมนูญให้มีองค์กรอิสระเกิดขึ้น เป็นความคิดที่ผิดมาก ที่ทำให้เกิดองค์กรอิสระขึ้น เนื่องจากคนที่เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ มีแต่ในนิยาย เพราะจะเห็นได้ว่า เมื่อคนเหล่านี้มีอำนาจอย่างล้นมือ จะใช้อำนาจฉ้อฉลแบบเบ็ดเสร็จ จนทำให้ไม่สามารถมีองค์กรใดเข้ามาตรวจสอบได้ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ได้สร้างกลไกอย่างประหลาด โดยการที่รัฐสภา ไม่สามารถเรียกฝ่ายตุลาการ เข้ามาสอบถามการใช้อำนาจได้ ดังนั้น ต้องมาระดมความคิดกันว่า จะทำอย่างไรให้องค์กรอิสระ ยึดโยงกับประชาชนและสามารถตรวจสอบได้มากที่สุด”

กฎหมายคุ้มครอง .. แรงงานรับใช้ในบ้าน

Wednesday, November 14th, 2012
กฎหมายคุ้มครอง .. แรงงานรับใช้ในบ้าน

กฎหมายคุ้มครอง .. แรงงานรับใช้ในบ้าน

กฎหมายคุ้มครอง .. แรงงานรับใช้ในบ้าน

กฎหมายคุ้มครอง .. แรงงานรับใช้ในบ้าน

กระทรวงแรงงานได้ออกกฎกระทรวงแรงงาน ฉบับที่ 14 (2555) ออกตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2555 เพื่อคุ้มครองผู้ใช้แรงงานรับใช้ในบ้าน โดยไม่เลือกว่าจะเป็นแรงงานที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งครอบคลุมแรงงานทั้งชาวไทยและแรงงานข้ามชาติ ทั้งนี้แรงงานรับใช้ในบ้านจะได้รับสิทธิคุ้มครองเพิ่มเติม 7 ข้อ
1. ลูกจ้างต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน

2. นายจ้างต้องกำหนดวันหยุดตามประเพณี ปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน ซึ่งรวมวันแรงงานแห่งชาติด้วย และหากวันหยุดตามประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ให้ลูกจ้างหยุดเป็นวันหยุดชดเชยเพิ่มอีก 1 วัน

3. ลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ปีละไม่เกิน 6 วันทำงาน

4. ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาป่วยตามที่ป่วยจริงได้ และหากลา 3 วันขึ้นไป นายจ้างสามารถขอใบรับรองแพทย์ยืนยันจ้างลูกจ้างได้

5.กรณีลูกจ้างเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้กับเด็กโดยตรง

6. ลูกจ้างที่ทำงานในวันหยุด ต้องได้รับเงินค่าจ้างด้วย

7. ลูกจ้างต้องได้ค่าจ้างในวันที่ลาป่วย โดยไม่เกิน 30 วันทำงาน
http://www.thailaws.com/law/thaiacts/code174.pdf

http://news.voicetv.co.th/thailand/55825.html

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1352735089

Equilibrium (2002)

Friday, May 4th, 2012
equilibium

equilibium

ในโลกอนาคต ระบบการปกครองแบบเผด็จการก่อให้เกิดสงคราม ด้วยการทำลายสื่อที่มีผลต่อความรู้สึกของมนุษย์ ได้แก่ หนังสือ ภาพศิลปะ ดนตรี อย่างเข้มงวด ผู้ฝ่าฝึนมีโทษถึงตาย แล้วพระเอกของเราคือ Preston ก็เป็นสุดยอดมือปราบที่รับผิดชอบทำลายล้างสื่อเหล่านั้น และผู้ต่อต้านกฎข้างต้น
วันหนึ่งเข้าไม่รับยาโปรเซียมที่ช่วยซ่อนความรู้สึก ทำให้ Preston ที่ถูกฝึกให้เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายใหม่ที่ รุนแรงนั้น ก็สำนึกผิดแล้วย้ายข้างมาล้มระบบการปกครองแบบเผด็จการลง
In a futuristic world, a strict regime has eliminated (ก่อ) war by suppressing (ปราบปราม) emotions: books, art and music are strictly forbidden and feeling is a crime punishable by death. Cleric John Preston (Bale) is a top ranking government agent responsible for destroying those who resist the rules. When he misses a dose of Prozium, a mind-altering drug that hinders emotion, Preston, who has been trained to enforce the strict laws of the new regime, suddenly becomes the only person capable of overthrowing it.

ต้องใช้กฎหมาย ห้ามดื่มเหล้าในวัด

Saturday, April 7th, 2012
ห้ามดื่มสุราในวัด

ห้ามดื่มสุราในวัด

ปัจจุบัน ประเทศไทย มี พระราชบัญญัติหรือกฏหมายควบคุมการขายและการดื่มแอลกอฮอล์ ในวัดหรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา ไว้ ๒ มาตราด้วยกัน คือ มาตรา ๒๗ ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในวัดหรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา และ มาตรา ๓๑ ห้ามมิให้ผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในวัดหรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา เว้นแต่ เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา โดยมีการกำหนดโทษแก่ผู้ฝ่าฝืนไว้ด้วย คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อนึ่ง ในกฎหมายฉบับนี้ มิได้ระบุว่า วัดหรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนานั้น เป็นศาสนาใดเป็นการเฉพาะ หากรวมหมายทุกศาสนาที่มีอยู่ในประเทศไทย ในที่นี้จะขอพูดเฉพาะส่วนของพระพุทธศาสนาเท่านั้น
เป็นที่ทราบโดยทั่วไปแล้วว่าสุราเมรัยนั้น มีพิษและโทษภัยแก่ผู้ดื่มมากมาย ทำให้เสียภาพพจน์ ก่อการวิวาท และเกิดคดีอาชญากรรมมากมาย สติสัมปชัญญะเสื่อมถอย มีผลต่อการขับขี่ยวดยานพาหนะ ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน จะเห็นได้ในเทศกาลปีใหม่ก็ดี เทศกาลสงกรานต์ก็ดี มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เพราะผู้ขับขี่เมาสุราเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บคือพิษสุราเรื้อรัง เป็นคนปราศจากความอาย จะแสดงอาการกิริยาอย่างไรก็ได้ เพราะขาดจิตสำนึกชั่วดี ด้วยอำนาจแห่งความมึนเมา และกล้าที่จะกระทำความชั่วได้ทุกขณะและทุกอย่าง
การที่ต้องออกกฎหมายมาควบคุมการขายและการดื่มเหล้าในวัดหรือในศาสนสถานนั้น ก็เพราะ ปัจจุบันมีคนแสวงหาประโยชน์ในการขายเหล้าในสถานที่ดังกล่าว โดยไม่คำนึงถึงว่า วัดหรือศาสนสถานนั้น เป็นแหล่งฟื้นฟูและปลูกฝังศีลธรรมอันดีแก่ชนทั่วไป เป็นสถานที่ต้องให้ความเคารพ ที่ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแหล่งอบายมุขเสียเอง เมื่อมีกฎหมายออกมาควบคุมก็จะขจัดสิ่งไม่ดีให้หมดไป และส่งเสริมสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
ในพระพุทธศาสนานั้นถือว่าการดื่มสุรา เมรัยเป็นเรื่องไม่ดี ไม่ควรกระทำ จึงบัญญัติไว้ในศีล ๕ ข้อสุดท้าย โดยสอนให้งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา การงดเว้นเป็นเรื่องจิตใจของผู้ต้องการทำความดี โดยปราศจากการบังคับ พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงห้าม และไม่ทรงบังคับใคร เพราะพระองค์ห้ามไม่ได้ ถ้าพระองค์ทรงห้ามได้ จะมีคนทำความชั่วอยู่หรือ พระพุทธองค์เป็นเพียงผู้บอกผู้ชี้ทางสว่างแก่ผู้คน ถ้าใครปฏิบัติตามธรรมของพระองค์ก็ได้รับคุณประโยชน์ แต่ถ้าไม่ปฏิบัติตามธรรมของพระองค์ ก็จะได้รับในสิ่งไม่ดีที่ตนกระทำลงไป
ในส่วน พระวินัยปิฎก ได้กล่าวถึงเรื่องที่พระภิกษุดื่มสุราไว้ใน สิกขาบทที่ ๑ สุราปานวรรค ในปาจิตตีย์กัณฑ์ว่า พระสาคตะ ปราบนาค (งูใหญ่) ของพวกชฎิลได้ ชาวบ้านดีใจ อยากจะถวายของที่หาได้ยากแก่ท่าน พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ (พวกหกคน) แนะให้ถวายเหล้าสีแดงดั่งสีเท้านกพิราบ ชาวบ้านจึงทำตาม โดยถวายเหล้าให้พระสาคตะดื่ม พระสาคตะดื่มแล้วเมานอนกลิ้งอยู่ที่ประตูเมือง ความทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงบัญญัติสิกขาบทห้ามภิกษุดื่มเหล้า (น้ำเมาที่กลั่น) และเมรัย (น้ำเมาที่หมักดอง) ทรงปรับอาบัติปาจิตตีย์แก่ผู้ล่วงละเมิด
การดื่มสุราจัดเป็นอบายมุข คือ หนทางแห่งความเสื่อมประการหนึ่งของอบายมุขทั้งหลาย ที่ผู้ครองเรือนควรงดเว้นเด็ดขาด เพราะการดื่มสุรามีโทษมากมายดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ดังตัวอย่างเรื่องของลูกเศรษฐีผู้มีทรัพย์มาก ต้องกลายเป็นขอทาน ปรากฏในธรรมบทภาค ๕ ความว่า
เศรษฐีในเมืองพาราณสีมีทรัพย์ ๘๐ โกฏิ มีลูกชายคนหนึ่งให้แต่งงานกับลูกสาวผู้มีทรัพย์ ๘๐ โกฏิเช่นกัน เมื่อพ่อแม่ตายแล้ว ก็ได้ครอบครองทรัพย์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ๑๖๐ โกฏิ แต่เพราะคนทั้งสองไม่รู้จักการบริหารทรัพย์สิน สามีไปคบกับนักเลงสุรา เที่ยวดื่มกิน เพลิดเพลินและมัวเมาไปด้วยรูป รส กลิ่น เสียง จนทรัพย์หมดเกลี้ยงทั้งของตนและของภรรยา ในที่สุดต้องกลายเป็นขอทานยังชีพไปวันๆ
ในธรรมบทภาค ๕ เช่นเดียวกัน ได้กล่าวถึงหญิงผู้เป็นสหายของนางวิสาขา มหาอุบาสิกา ๕๐๐ คน ที่สามีของพวกนางนำมาฝากให้ดูแล เพราะพวกเขาจะไปดื่มเหล้าในเทศกาลที่จัดขึ้นตามประเพณี เป็นเวลา ๗ วัน พอวันที่ ๘ สามีของพวกนางออกจากบ้านไปทำงาน พวกภรรยาเหล่านี้ก็ชักชวนกันดื่มสุรา โดยแอบพกสุราที่สามีดื่มเหลือไว้ติดตัวไปด้วย ขอร้องให้นางวิสาขาพาไปเที่ยวในสวน นางวิสาขาก็พาไป สหาย หญิงเหล่านั้นก็แอบกินเหล้าจนเมามาย ร้องรำทำเพลงกันไป นางวิสาขาได้รับความอับอายเป็นอันมาก จึงตำหนิติเตียนหญิงสหายเหล่านั้น และเมื่อพวกนางกลับไปบ้านก็ถูกสามีทุบตีเอา เพราะไปดื่มเหล้าเมามายที่ผู้หญิงไม่ควรกระทำ
ต่อมา มีงานรื่นเริงอื่นๆ อีก พวกหญิงสหายเหล่านั้นอยากกินเหล้า จึงพากันไปหานางวิสาขา ขอให้พาไปเที่ยวเล่นในสวน นางวิสาขาปฏิเสธ เพราะกลัวจะถูกหลอก พวกนางจึงแกล้งเอาใจว่าจะไปทำพุทธบูชา ขอให้พาไปวัดเชตวันมหาวิหาร นางวิสาขาจึงพาไป โดยไม่ทราบว่าหญิงเหล่านั้นแอบนำเหล้าไปด้วย เมื่อถึงวิหารแล้วก็ไปแอบดื่มกันจนเมามาย แล้วจึงไปเฝ้าพระพุทธเจ้า บางคนแสดงอาการพิกลพิการเริ่มหัวเราะ บางคนเริ่มปรบมือ พระพุทธเจ้าทรงทราบเหตุดังนั้น จึงบันดาลให้หญิงเหล่านั้นสร่างจากอาการมึนเมา มีสติสัมปชัญญะดังเดิม ตรัสตำหนิว่า คนที่มาสู่สำนักของพระองค์ไม่ควรกระทำกิริยาเช่นนี้ แล้วตรัสพระคาถาว่า
“เมื่อโลกสันนิวาส อันไฟลุกโพลงอยู่เป็นนิตย์ พวกเธอยังร่าเริงบันเทิงอะไรกันหนอ? เธอทั้งหลายอันความมืดปกคลุมแล้ว ทำไมไม่แสวงหาประทีปเล่า?”
ในเวลาจบพระธรรมเทศนา หญิงทั้ง ๕๐๐ ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว
นี่เป็นการเข้าไปดื่มเหล้าในวัดเป็นครั้ง แรกในพระพุทธศาสนา แต่อาศัยที่พระพุทธเจ้ามีพุทธบารมีอันยอดยิ่ง จึงทำให้พวกเธอเหล่านั้นบรรลุธรรมได้ ถ้าเป็นสมัยนี้ก็อย่าหวังเช่นนั้นเลย แถมยังถูกจับติดคุกอีกต่างหาก
* หมายเหตุ : โลกสันนิวาส หมายถึง โลกอันเป็นที่อยู่ร่วมกัน
จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 91 มิ.ย. 51 โดย ธมฺมจรถ
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 พฤษภาคม 2551 16:48 น.

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?p=65481&sid=e87e45687b9a57276ebd16aaa5aa403e

ห้ามดื่มเหล้าในวัด
พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 เป็นต้นมา

ด้วยเหตุผลที่ว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ ครอบครัว อุบัติเหตุ และอาชญากรรม ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ สมควรกำหนดมาตรการต่างๆ ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งการบำบัดรักษาหรือฟื้นฟูสภาพผู้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยลดปัญหาและผลกระทบทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ
ช่วยสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนโดยให้ตระหนักถึงพิษภัยของเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ตลอดจนช่วยป้องกันเด็กและเยาวชนมิให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หมายถึง สุรา (ที่แปลว่าเหล้า) ตามกฎหมายว่าด้วยสุรา ส่วนผู้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือ บุคคลที่ดื่มเหล้าจนก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจ โดยการดื่มนั้นมีลักษณะที่ต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้น และเมื่อหยุดดื่มจะมีอาการแสดงของการขาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร่างกาย เช่น มือไม้สั่นต้องไปถอนสักหน่อย
สาระสำคัญของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับนี้ คือ ต้องการที่จะควบคุมทั้งการซื้อการขายสุรา ทั้งนี้เพราะถึงแม้ว่าประเทศไทยประกาศเป็นเมืองพุทธ แต่ชาวบ้านยังสามารถหาซื้อเหล้ามาดื่มกันอย่างง่ายดายและมีจำหน่ายทั่วไป ทำให้ต้องมีทั้งคณะกรรมการและพระราชบัญญัติมากำหนดมาตรการต่างๆ เช่น ห้ามขายเหล้าให้กับคนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ (มีการขอดูบัตรประชาชนคนซื้อเหล้ากันแค่ไหน) ห้าม ขายเหล้าให้กับบุคคลซึ่งมีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ ถ้าผู้ขายฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากสถานที่ราชการ ปั๊มน้ำมัน สวนสาธารณะ โรงเรียน และหอพัก ที่ประกาศห้ามจำหน่ายและดื่มสุราแล้ว ที่น่าสนใจ คือ ต่อไปนี้ถ้ามีการจำหน่ายและดื่มสุรากันในวัด จะถูกจับ มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ต่อไปนี้ถ้าจะจัดงานในวัด ก็ควรจะเป็นบรรยากาศที่เรียบง่ายและสงบ ส่วนที่จะให้มีการรื่นเริงและเลี้ยงสุรากันควรห่างจากกำแพงวัดให้มากเข้าไว้ จะเป็นการดีแก่ทุกฝ่าย

หนังสือพิมพ์ข่าวสดรายวัน หน้า 30
คอลัมน์ หน้าต่างศาสนา โดย สมชาย สุรชาตรี
ผู้อำนวยการกองพุทธสารนิเทศ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6372
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=15815

มาร์ซูกิ อาลี คิดว่าการแต่งกายของหญิงยั่วยวนผู้ชายได้

Wednesday, March 7th, 2012
กระโปรงสั้น miniskirt

กระโปรงสั้น miniskirt

ภาพประกอบ จากการประท้วงขององค์กรสิทธิสตรีครั้งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจาการ์ตา พูดพาดพิงการแต่งกายของผู้หญิงและเรียกร้องให้ผู้หญิงงดสวมกระโปรงสั้นเวลา ใช้บริการขนส่งสาธารณะเมื่อ 6 เดือนก่อน (18 ก.ย.2011) ขณะที่ล่าสุดรัฐสภาอินโดนีเซียก็พยายามออกกฎห้ามส.ส.หญิงสวมกระโปรงสั้น ซึ่งได้ก่อเสียงประณามจากกลุ่มสตรีเช่นกัน

เอเอฟพี (AFP) – กลุ่มสิทธิสตรีแสดงความโกรธเกรี้ยวเมื่อวันอังคาร 6 มีนาคม 2555 หลังรัฐสภาอินโดนีเซียเผยเตรียม ร่างกฎระเบียบห้ามส.ส.หญิงแต่งกาย “ยั่วยวน” อย่างเช่นนุ่งกระโปรงสั้นมาทำงาน โดยอ้างว่าชุดแบบนั้นเป็นการเชื้อเชิญให้ข่มขืน

มีคดีข่มขืนและพฤติกรรมผิดศีลธรรมอื่นๆมากมายเมื่อเร็ว ๆ นี้ และนี่ก็เป็นเพราะว่าผู้หญิงแต่งกายไม่เหมาะสมมาร์ซูกิ อาลี ประธานรัฐสภากล่าว “ผู้หญิงแต่งกายไม่สมควรยั่วยวนผู้ชาย ดังนั้นจำเป็นต้องหยุด พวกคุณก็รู้ดีว่าพวกผู้ชายชอบอะไร การแต่งกายยั่วยวนเป็นการกระตุ้นให้พวกเขาทำสิ่งต่างๆ

ส่วน เรฟริซัล รองประธานคณะกรรมาธิการกิจการครอบครัวของรัฐสภา ซึ่งเป็นหัวหอกในการผลักดันกฎระเบียบใหม่นี้บอกกับเอเอฟพีว่า “กระโปรงสั้นและชุดวาบหวิวคือการเชื้อเชิญ ส.ส.ผู้ชาย

สื่อมวลชนท้องถิ่นรายงานว่าความเคลื่อนไหวนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.สตรี 2 ราย ซึ่งแต่ก่อนแคยประกอบอาชีพนางแบบ อย่างไรก็ตามทางกลุ่มสิทธิสตรีของอินโดนีเซียแสดงความขุ่นเคืองต่อความเห็น ดังกล่าวและเรียกร้องให้หยุดสร้างภาพตัวร้ายให้แก่เหยื่อที่ถูกข่มขืน
มันน่าหัวร่อ เป็นอีกครั้งที่เรื่องนี้หลุดออกมาจากปากของบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพล ชิคกา โนยา ผู้ก่อตั้งองค์กร Action for Women Against Rape บอกกับเอเอฟพี “เราคาดหวังให้พวกเขาสร้างกฏระเบียบเพื่อปกป้องผู้หญิงจากความรุนแรง ไม่ใช่ประณามพวกเธอจากการแต่งกาย

ความเห็นของสมาชิกสภาอินโดนีเซียมีขึ้นเพียง 6 เดือนหลังจาก ฟัวซิ “โฟเก” โบโว ผู้ว่าราชการจังหวัดจาการ์ตา แสดงความคิดเห็นคล้ายๆกัน โดยบอกว่าคดีข่มขืนหลายๆครั้งบนรถมินิบัสสาธารณะของเมืองมีต้นตอมาจากการสวม กระโปรงสั้นของเหยื่อ พร้อมกันนั้นเขายังเรียกร้องให้ผู้หญิงงดสวมกระโปรงสั้นเวลาใช้บริการขนส่ง สาธารณะ
ทั้งนี้ความเห็นของเขาได้จุดชนวนการประท้วงขององค์กรสิทธิสตรีกลุ่ม หนึ่ง ที่ใช้สโลแกนว่า “กระโปรงของฉัน สิทธิของฉัน

Women’s groups expressed outrage Tuesday after Indonesia’s parliament said it would draft rules banning female lawmakers from wearing “provocative” clothing such as miniskirts to work and claimed such dress invited rape.
“We know there have been a lot of rape cases and other immoral acts recently, and this is because women aren’t wearing appropriate clothes,” house of representatives speaker Marzuki Alie said.
“Women wearing inappropriate clothes arouse men, so it needs to be stopped. You know what men are like — provocative clothing will make them do things.”
Refrizal, the deputy head of the household affairs committee, which is spearheading the new regulation, told AFP that “miniskirts and skimpy clothes are an invitation to male lawmakers”.
The move was also backed by two female house members who formerly worked as fashion models, local media reported.
Indonesian women’s rights groups said they were outraged by the comments and called for a stop to the demonization of rape victims.
“It’s ridiculous that this is again coming from the mouths of prominent people with influence,” Action for Women Against Rape founder Chicka Noya told AFP.
“We expect them to make regulations to protect women from violence, not condemn them for the way they dress.”
The comments come just six months after the Jakarta governor, Fauzi “Foke” Bowo, made similar remarks, saying that a spate of rape cases on the city’s public minibuses were triggered by victims’ miniskirts.
He urged Indonesian women to refrain from wearing miniskirts on public transport.
His remarks prompted a protest in which women yelled the slogan “My miniskirt, my right. Foke you”, referring to the governor’s nickname.
The protest was inspired by the global “SlutWalk” phenomenon, which began in Toronto last year as hundreds protested about a comment made by a police constable that “women should avoid dressing like sluts in order not to be victimized”.

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9550000029921
http://english.alarabiya.net/articles/2012/03/06/198972.html

อากงเอสเอ็มเอส 20 ปี (itinlife320)

Monday, December 12th, 2011

นอกจากข่าวน้ำท่วมปลายปี 2554 ที่เป็นมหาอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์รุนแรงที่สุดของไทยในช่วงชีวิตของเรา แต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่าปีถัดไป หรืออีกสิบปีข้างหน้าจะหนักกว่าเดิมหรือไม่ ยังมีข่าวความขัดแย้งของคนตามแนวถุงทรายยัก หรือที่เรียกว่าบิ๊กแบ็ค ที่ได้รับผลกระทบชัดเจน คนเหนือถุงทรายต้องอยู่กับน้ำท่วมยาวกว่าคนอยู่ใต้ถุงทราย ดังนั้นถุงทรายคือเส้นแบ่งระหว่างคนสองกลุ่มอย่างชัดเจน แต่อีกข่าวที่น่าติดตามว่าจะเกิดอะไรต่อไป คือ ข่าวอากงที่ส่ง SMS เข้าข่ายผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่กระทำผิดไว้ระหว่าง 9 – 22 พฤษภาคม 2553

เทคโนโลยีในปัจจุบันไม่ได้จำกัดที่อายุ เพศ วัย หรืออาชีพอีกต่อไป จากข่าวอากงวัย 61 ปี มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 เครื่อง และมี 2 ซิม ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ส่งข้อความไปถึงผู้คนกว่า 60 คน โดยส่งจำนวน 4 ข้อความ ซึ่งข้อกล่าวหาข้างต้น ศาลได้ตัดสินไปแล้ว และระบุโทษจำคุกถึง 20 ปี ถ้าอากงกระทำการดังข้อกล่าวหาจริงก็ต้องบอกว่าเก่ง และมีความมุ่งมั่นเชิงลบสูง เพราะตั้งแต่ผู้เขียนใช้โทรศัพท์มือถือมาร่วม 20 ปียังส่ง SMS ไม่ถึง 10 ข้อความเลย ถ้าเขียนแต่ละครั้งก็เพียงคำว่า Happy New Year เท่านั้น

สำหรับคลิ๊ปใน youtube.com ประเด็น “อาคง sms” พบหลายสิบคลิ๊ป ทั้งที่เห็นด้วยและเห็นต่าง ประเด็นที่สื่อให้ความสนใจ คือ อากงบอกว่าส่ง SMS ไม่เป็น อากงรับโทษ 20 ปีจากการส่ง 4 ข้อความ อากงจำร้านที่นำโทรศัพท์ไปซ่อมไม่ได้ ถ้าองกงทำจริงมีใครอยู่เบื้องหลัง มีการเสนอให้ทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทุกประเด็นล้วนมีทางออกที่เป็นไปได้ แต่การดำเนินการเพื่อไปให้ถึงทางออกนั้นมีปัจจัยแวดล้อมมากมาย ขึ้นอยู่กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และความจริงที่ถูกซ่อนบ่ม สำหรับกรณีทางออกของอากงมีการเสนอว่า ถ้าอากงสำนึกผิด และขอพระราชทานอภัยโทษ เชื่อว่า พระมหากรุณาธิคุณนั้น ไม่มีที่สิ้นสุด อากงอาจได้กลับคืนสู่ครอบครัวอันเป็นที่รักได้ในไม่ช้า

ด็อกเตอร์บันดาลโทษะฆ่าภรรยา ได้รับการอภัย

Tuesday, October 18th, 2011
buddhist medicine

การให้อภัย

เมื่อ 10 ปีก่อน พบ ผลการพิจารณาคดี 17-18 ก.ค. 2544 เวลากลางคืนต่อเนื่องกัน ด็อกเตอร์ฆ่าภรรยาของเขาจริง และคำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา
ผลการพิจารณาให้จำคุก 2 ปี แล้วศาลมองว่าจำเลยให้การเป็นประโยชน์ ไม่เคยทำความผิดมาก่อน จำเลยมีคุณประโยชน์ที่จะทำคุณค่าแก่สังคมหรือประเทศชาติได้ และที่สำคัญโทษที่ได้รับนั้นก็ไม่เกิน 2 ปี ซึ่งสามารถที่จะให้ “รอลงอาญา” ได้
เขาได้รับการอภัยในโทษที่ก่อขึ้น เพราะเหตุมาจากบันดาลโทษะ
.. นั่นเป็นเหตุผลของศาล

รับเมล “โอนเงินให้แล้วนะค่ะ”

Saturday, October 8th, 2011

8 ต.ค.54 การทำมาหากินสมัยนี้มีหลายรูปแบบ ได้รับเมล มีภาพน้องเขาด้วย (แต่ไม่รู้ตัวจริงรึเปล่า) ด้วยหัวข้อแปลกอยู่บ่อยครั้ง วันนี้ลองเข้าไปดูรายละเอียดพบปุ่มให้คลิ๊ก แล้วก็เข้าระบบ google docs ที่ใช้เก็บข้อมูลการลงทะเบียน ถ้าเรากรอกข้อมูลครบเขาก็จะติดต่อกลับมา แต่งานนี้ผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา ๑๑ .. ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ครับ

ชื่อ กัณ นะคะ ตอนแรกเรียนอยู่แล้วว่าง ๆ เลยไป work and travel ที่อเมริกาค่ะ
แล้วกลับ มาเมืองไทยยังไม่รู้อยากจะทำงานอะไรก็เลยลองเข้ามาหา งานในอินเตอร์เน็ตทำดูค่ะ
แบบว่าอยากทำงานที่ไม่ต้องมีใครมาสั่งเรา เรียกง่ายๆว่าไม่อยากเป็นลูกน้องใครอ่ะ
จนมาเจองานๆนึง ที่ทำผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ทำที่บ้านได้ขอแค่มีคอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุค
อ่านภาษาไทยออก พิมพ์ภาษาไทยได้ ก็โอเคล่ะ!!
สำหรับ เรื่องของรายได้นะคะ เดือนแรกที่ลองทำ ทำวันละแค่ 2-3 ชม.เท่านั้น
ก็ ได้ประมาณ หมื่นกว่าบาทตอนนี้ทำมาได้เกือบสามเดือนละ
รายได้ก็มากยิ่งขึ้น จะได้ซื้อของที่ตัวเองอยากได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินคุณพ่อคุณแม่แล้ว ภูมิใจมากเลย
ตอน แรกก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่างานแบบนี้จะเวิร์ค แต่ตอนนี้เชื่อ 100% แล้วค่ะ
ว่ามันได้จริงเลยอยากให้เพื่อนๆ หรือใครก็แล้วแต่ที่อยากมีรายได้เสริมเพิ่มเติม
ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิก็ทำได้ ลองเข้ามาทำงานแบบกันดูสิ
แล้วจะรู้ว่าการได้ทำงานสนุกๆเป็นยังไง

เพื่อนๆ ที่สนใจกรอกข้อมูลเข้ามาตามลิ้งข้างล่างได้นะคะ
เดี๋ยวจะแจ้งรายละเอียดว่าจะเริ่มต้นทำได้ยังไงมั่ง โอเค๊ ?

START CLICK