4 ยอดกุมาร 2559 มีคนน้องเป็นสาวน้อย

เคยดูสี่ยอดกุมารสมัยเด็ก ๆ เสาร์อาทิตย์
สมัยนี้ 2559 ทำ effect ได้ดีกว่าสมัยก่อน
หนุ่ม ๆ สาว ๆ ในเรื่องแต่งตัวสวยน่ารัก
เข้ายุคสมัย ไม่เชยเหมือน หนังโบราณ

สี่ยอดกุมาร น่ารักทุกคน
สี่ยอดกุมาร น่ารักทุกคน

พาผู้สูงอายุที่บ้านดูละครย้อนยุค
คงนึกถึง 4 ยอดกุมารสมัยก่อนไม่มากก็น้อย
คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
รุ่นนี้เห็นผู้แสดงเป็นธาตุไฟ คือ ผู้หญิง
ปกติกุมารคือผู้ชาย
แต่ครั้งนี้คนน้องเล็กเป็นสาวห้าว

 

เพลง สี่ยอดกุมาร


สี่ยอดกุมาร ตอนที่ 54 วันที่ 10 ธันวาคม 2559

 

 

 

 

ตอนจบของ คนการ์ตูน Bakuman (2016)
พูดถึงการหลับตลอดระหว่างเรียนปีสุดท้ายของมัธยมปลาย
เพราะช่วงนั้นใช้ชีวิตเป็นนักเขียนการ์ตูน
ให้กับนิตยสารการ์ตูน “โชเน็งจัมป์
เคยขึ้นอันดับ 1 จากผลโหวตของผู้อ่าน
แล้วก็โดนเด้งออกมาจากนิตยสาร
ต่อไปก็จะตกงานสักพัก ไม่ได้พูดถึงการเรียนต่อ
แล้วคิดจะเขียนการ์ตูนเรื่องใหม่เสนอนิตยสารอีกรอบ

ดูเหมือนพวกเขาไม่ได้สนใจระบบการศึกษา
แต่สนใจการวาดการ์ตูนเพื่อเลี้ยงชีพ

Penélope Cruz รับบทผู้ร้าย
Penélope Cruz รับบทผู้ร้าย

แนวคิดของผู้ร้าย
– ลดประชากรไม่พึงประสงค์ ก็มีให้เห็นได้ทั่วไป
– ใครเห็นด้วยอยู่ ใครไม่เห็นด้วยกับเราจับเข้าคุก เห็นในข่าวได้ทุกวัน
– รอบตัวเรามีคนที่คิดแบบผู้ร้ายเพียบ คนที่มี public conscious ก็พอมีอยู่

กรณีแรก นักธุรกิจหนุ่มอันดับท็อปเท็นของประเทศ
ที่ผมชื่นชอบ ได้อ่านหนังสือประวัติเค้าหลายเล่มเลย
ก็ออกมา พูดว่าประหารคนสักหมื่น ประเทศไทยไม่สูญพันธุ์
http://hilight.kapook.com/view/136402
กรณีสอง The Cabin in the Woods (2012)
การเลือกเสียสละชีวิตตนเอง เป็นเครื่องสังเวยเหมือนแกะ หรือไก่
หากถามมนุษย์ว่ายอมไหม ถ้าตัวตายคนเดียว เพื่อคนทั้งโลก
หนังฮีโร่ ร้อยทั้งร้อย บอกว่าเราต้องเสียสละชีวิตตนเองเพื่อผู้อื่น
แต่ในหนังแย่งตายทะลุตาย
เนื้อเรื่องสรุปว่า จะยอมตายทำไมคนเดียว ถ้าตายก็ตายกันให้หมด
http://www.imdb.com/title/tt1259521/


กรณีสาม The Brothers Grimsby (2016)
สาวสวยที่ทำงานการกุศล จะแพร่ไวรัสฆ่าคนสัก 2 พันล้าน
ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น เพราะคิดว่ามีตั้ง 7 พันล้าน แออัดไป
ผู้ร้าย นำแสดงโดย Penélope Cruz
http://www.imdb.com/title/tt3381008/

ดูหนัง อวสานโมเอะ มีสาระชวนคิดหลายเรื่อง
สงสัยคนแต่งเรื่องไม่เจอผู้ชายจริงจัง
ถ้าเจอ สงสัยจะเป็นรักหวานแหวว คิขุ อาโนเนะ

อวสาน โมเอะ ยอดภาพยนตร์ นางเอกสวย
อวสาน โมเอะ ยอดภาพยนตร์ นางเอกสวย

มีวลีเด็ด หรือท่อนฮุก เพลง “รักเดียว” ของพงษ์สิทธิ์ คำภียร์
ว่า “จริงจังแค่ไหน แค่ไหนเรียกจริงจัง”
เกณฑ์ของฉัน “ผิดเพียงแปดครั้ง ถึงเก้าซะที่ไหน”

เนื้อเพลงจาก https://www.siamzone.com/music/thailyric/10073

บอกให้รู้ไว้ หัวใจรักจริง
ไม่เคยทอดทิ้ง ให้ใครเสียใจ
ตัวผู้พันธุ์นี้ เขาเรียกหลายใจ
จะให้ทำไง โอ๊ย

จริงจังแค่ไหน แค่ไหนเรียกจริงจัง
ผิดเพียงแปดครั้ง ถึงเก้าซะที่ไหน
ร้องเพลงๆ นี้ มากสระไอ
ให้แทนหัวใจ โอ๊ย โอ๊ย
คอยจะคอยจะรอจะคอยโอกาส
ที่เธอตกหลุมมา
คอยจะคอยจะรอเวลา
ที่เธอจะเห็นใจ

บอกให้รู้ไว้ หัวใจรักจริง
ไม่เคยทอดทิ้ง ให้ใครเสียใจ
ตัวผู้พันธุ์นี้ เขาเรียกหลายใจ
จะให้ทำไง

จริงจังแค่ไหน แค่ไหนเรียกจริงจัง
ผิดเพียงแปดครั้ง ถึงเก้าซะที่ไหน
ร้องเพลงๆ นี้ มากสระไอ
ให้แทนหัวใจ

คอยจะคอยจะรอจะคอยโอกาส
ที่เธอตกหลุมมา
คอยจะคอยจะรอเวลา
ที่เธอจะเห็นใจ

เปียโนดั่งสายน้ำ
เบสย้ำความรู้สึก
แซ็กโซโฟนบาดลึก
กลองหน่วงหนักกระหน่ำใจ
กีตาร์โหย ดั่งร้องไห้
โอ้รักใย เหลือเพียงบทเพลง
เพียงกระซิบเบาๆ กล่าวคำรัก
ก็แน่นหนักกว่าภูผามหาศาล
หวานน้ำผึ้ง หอมบุหงาลดามาลย์
ไม่เปรียบปานคำรัก สักเสี้ยวเดียว
รักเดียวใจเดียว จริงใจซื่อสัตย์ สารพัดซื่อตรง

 

คุณพงษ์สิทธิ์ คำภียร์ ร้องเพลงดี ๆ เพื่อชีวิตเยอะมาก
ผมชอบหลายเพลงเลย
อาทิ  ม.ให้อะไร เรียนและงาน จดหมายถึงพ่อ กำลังใจ
กูเป็นนักศึกษา

 

tag อวสานโมเอะ
tag อวสานโมเอะ

ภาพยนตร์ อวสานโมเอะ
หรือ อวสานของความต้องการ ความลุ่มหลง ความคลั่งไคล้อย่างแรงกล้า
เข้าฉายเมืองไทย 5 พ.ย. 2558
http://movie.mthai.com/movie-profile/movie-fixture/186803.html
มีนักแสดงหลักคนแรก ชื่อ มิตซูโกะ (รับบทโดย เรนะ ทรินเดิล จาก Ju-On: Beginning of the End) นักเรียนมัธยมปลาย ที่กำลังเดินทางไปทัศนศึกษา
มีนักแสดงหลักคนที่สอง ชื่อ เคโกะ (มาริโกะ ชิโนดะ จากสมาชิกวง AKB48) หญิงสาววัย 25 ปีที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ โดยที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าบ่าวคือใคร
มีนักแสดงหลักคนที่สาม คือ อิซึมิ (เอรินะ มาโนะ จากบท ไรเดอร์สาว Nadeshiko) หญิงสาวนักวิ่งที่รายล้อมด้วยเพื่อน ๆ ที่พร้อมจะสนับสนุนและผลักดันเธอให้เธอได้เข้าเส้นชัยให้เร็วที่สุด

หลังดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว
ถ้าผมเป็นสาว ๆ คงไม่ค่อยชอบผู้ชายสักเท่าไรแล้วหละ

ยอดหนัง ที่เข้าทำงานกับข้อมูลในสมอง
ยอดหนัง ที่เข้าทำงานกับข้อมูลในสมอง

มีความเชื่อฝังหัว หรือมีข้อมูลฝังอยู่ในหัวมากมาย
และมีความเชื่อว่าข้อมูลในสมองของมนุษย์สามารถถ่ายโอนได้
มีภาพยนตร์หลายเรื่องที่เชื่อมโยงกับเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ

เรื่องแรกที่นึกถึง คือ แฝงร่างขวางนรก (Source code) ปี 2011
มีการทำวิจัยเรื่องการย้ายความคิดของคนมาใส่ไว้ในคอมพิวเตอร์
พระเอกเป็นทหาร เครื่องบินตก ร่างตาย แต่สมองไม่ตาย
มีนักวิจัย นำร่างพระเอกมาศึกษา
แม้ร่างจะมีปัญหา แต่เชื่อมสมองไปเข้าเครื่องคอมได้
แล้วก็สื่อสารกันรู้เรื่อง รวมถึงเข้าไปแทนสำนึกของสมองก่อนอื่นได้
ประเด็น คือ ทำสำเนาได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก
เรื่องนี้ได้นำความคิดของพระเอก ไปใส่ในสมองของเหยื่อรายหนึ่ง
ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดรถไฟ โดยหวังว่าจะล่าตัวมือระเบิดได้
การส่งพระเอกเข้าไปในสมองที่เป็นความทรงจำ
กลับกลายเป็นว่าเป็นการย้อนอดีตจริง ๆ และสามารถเปลี่ยนเหตุการณ์ได้จริง


เรื่องที่สอง คือ คอมพ์สมองคนพิฆาตโลก (Transcendence) ปี 2014
พระเอกตอนมีชีวิตอยู่ เป็นนักวิจัย สร้าง AI ที่เสมือนมีความรู้สึกนึกคิด
แต่มีกลุ่มต่อต้านที่ไม่ชอบเทคโนโลยี ทำให้พระเอกต้องตายด้วยกัมมันตภาพรังสี
หลังตาย ได้ย้ายสมองไปเข้าคอมพิวเตอร์
มีการขยายหน่วยความจำ เพิ่มหน่วยประมวลผล และแหล่งพลังงาน
จนพระเอกทำวิจัยต่อได้อย่างรวดเร็ว หลังไปอยู่ในคอมพิวเตอร์
จนงานวิจัยก้าวหน้าไปมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีนาโน
การรักษาสมดุลธรรมชาติ การรักษาพยาบาล และการพัฒนาเนื้อเยื่อ
ทุกคนเข้าใจผิด และกลัวพระเอก จึงร่วมมือกันทำลาย ให้พระเอกหายไปด้วยไวรัส
แม้จริง ๆ แล้วพระเอกพยายามจะรักษาโลก
ที่ป่วยจากการทำลายด้วยมือมนุษย์ก็ตาม


เรื่องที่สาม คือ คนสมองเดือด (Criminal) ปี 2016
มีนักวิจัย ทำโครงการที่คิดว่าจะสามารถคัดลอกสมองคนหนึ่ง
ไปไว้ในสมองส่วนหน้าที่บกพร่องได้ ของอีกคนหนึ่งได้
แล้วก็มีพระเอก 2 คน
คือ พระเอกที่เป็นสายลับ แต่ถูกจับได้และฆ่าตาย เหลือแต่สมอง
กับ พระเอกที่เป็นฆาตกร มีสมองส่วนหน้าผิดปกติ
เนื่องจากเคยถูกพ่อโยนออกจากรถตอนเด็ก
ทำให้สมองส่วนหน้าที่เป็นเรื่องความรู้สึกเสียหาย
นักวิจัยได้คัดลอกสมองพระเอกที่ตาย ไปยังสมองส่วนหน้าที่เสียหาย
หลังคัดลอกแล้ว พระเอกก็มีบุคลิกของพระเอก และผู้ร้ายในคนเดียวกัน
แต่เนื้อเรื่องหลัก คือ ประเทศสหรัฐติดตั้ง Firewall ของประเทศ
แล้วมีนักวิจัยหนุ่มแอบฝังรูหนอน สำหรับสั่งการอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้
เขาทรยศ จะเอาผลงาน หรือรูหนอนหรือประตูหลังไปขาย
ผมมองว่าเรื่องนี้มีนักวิจัย 2 คน
คนแรกเป็นนักวิจัยที่ศึกษาเรื่องการคัดลอกสมองของมนุษย์
คนที่สองเป็นนักวิจัยที่รับพัฒนา Firewall ของประเทศ


อันที่จริงนึกถึง ดาย ฮาร์ด 3 แค้นได้ก็ตายยาก (Die hard 3) ปี 2007
ที่การยึดครองระบบต่าง ๆ ของประเทศ ใช้แฮก-เกอร์
ร่วมกับอดีตผู้มีความชำนาญด้านความปลอดภัยของประเทศ
ที่หันมาหักหลังประเทศของเขาเอง เพื่อเงิน
พระเอก คือ Walter Bruce Willis

อีกเรื่องที่นึกถึง คือ ไฟนอล คัท ตัดต่อสมองคน (The Final Cut) ปี 2004
ที่พระเอกมีหน้าที่เป็นสัปเหร่อเทคโนโลยี
สามารถนำข้อมูลจากสมองออกมาเก็บในสื่อเก็บข้อมูล
แล้วนำมาฉายเป็นภาพในอดีต ว่าผู้ล่วงลับเห็นอะไรบ้าง
เรื่องราวคือ มีคนอยากเห็นในสิ่งที่อยู่ในหัว และมีบางคนไม่อยากให้เห็น
พระเอก คือ Robin Williams

changeling 20 บาท ที่ lotus
changeling 20 บาท ที่ lotus

เมื่อคืน 5 พ.ค.59 เดินโลตัสเอ็กเพรส เห็นภาพยนตร์เรื่องละ 20 บาท
อุดหนุนกันหน่อย เห็นว่าหาดูแบบออนไลน์ก็ได้
แต่เคยสอนนักศึกษาว่าไม่ควรทำ จึงซื้อมาเป็นเจ้าของแทนดูออนไลน์
เพราะคำนึกถึงจริยธรรมในการรับชมภาพยนตร์
เลือกมาได้หลายเรื่อง มีเรื่องหนึ่งประทับใจ
เกี่ยวกับ การต่อสู่ของผู้หญิง และนึกถึงภาพยนตร์ในอดีตที่เกี่ยวข้อง

รวม 3 เรื่องที่จะเล่าสู่กันฟัง
1. Changeling (2008)
2. Sucker Punch (2011)
3. Erin Brockovich (2000)

นั่งดูหนังเรื่อง กระชากปมปริศนาคดีอำพราง (2008)
มีชื่อฝรั่งฟังไพเราะว่า “Changeling” = เด็กที่ถูกสับเปลี่ยนกับเด็กอื่น
เป็นเรื่องราวของผู้หญิงที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมจากตำรวจแอลเอ
จนศาลตัดสินปลดคนในกรมตำรวจออกหลายคน
เพราะใช้อำนาจโดยมิชอบ ทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน และโกหกสื่อ
เนื้อเรื่องเกี่ยวกับผู้ร้ายขโมยลูกเธอ แต่ตำรวจไปเอาลูกคืนอื่นมายัดเยียด
ปฏิเสธก็ไม่ได้ ถูกหาว่าบ้า โยนเข้าโรงพยาบาลบ้า

แบบในหนังเรื่อง “Sucker Punch (2011)” (หมัด + เครื่องดึงดูด)
ที่นางเอกร่วมกับเพื่อน ๆ พยายามหนีออกจากโรงพยาบาลบ้า

ส่วนอีกเรื่องที่ทำให้นึกถึง
ในความเด็ดเดี่ยวของผู้หญิงที่สู้กับอำนาจที่ยิ่งใหญ่
ก็เหมือนในหนังเรื่อง “Erin Brockovich (2000)”
แสดงโดยจูเรีย โรเบิร์ด จนชนะบริษัทยักใหญ่

#เล่าเรื่องหนัง
เคยดู Bridge of spies เป็นหนังที่กดดัน และเข้มข้นมาก
เนื้อเรื่องสองส่วน คือ การจับสปาย และการแลกตัวประกัน
เกิดขึ้นสมัยสงครามเย็น ที่มีกำแพงเบอร์ลินเกิดขึ้น


แต่เมื่อวานดู Child 44 เป็นหนังที่กดดัน และเข้มข้นมาก
เนื้อเรื่องสองส่วน คือ ถูกยัดข้อหาสปาย และการตามหาผู้ร้าย
เกิดขึ้นสมัยสตาลินเรืองอำนาจ และเชื่อว่าประเทศไม่มีผู้ร้าย
ทำให้นึกถึงวรรณกรรม Animal Farm ของ จอร์จ ออร์เวลล์ (George Orwell)

กำแพงเบอร์ลิน
กำแพงเบอร์ลิน

สมัยสงครามเย็นมีเรื่องราวมากมาย ปรากฎเป็นภาพยนตร์
สงครามเย็น หมายถึง สงครามที่มหาอำนาจทั้งสองทำการต่อสู้กัน โดยใช้เครื่องหมายทุกอย่าง ยกเว้นอาวุธปรมาณู หรือหมายถึงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย โดยไม่ใช้อาวุธต่อสู้กันโดยตรง แต่ใช้วิธีการโฆษณาชวนเชื่อการแทรกซึมบ่อนทำลาย การประนาม การแข่งขันกันสร้างกำลังอาวุธ และแสวงหาอิทธิพลในประเทศเล็ก
อ้างอิงจาก https://suphannigablog.wordpress.com/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-4/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B9%87%E0%B8%99/

แตกต่างได้ พ่อแม่รับได้มากขึ้นแล้ว
แตกต่างได้ พ่อแม่รับได้มากขึ้นแล้ว

วันนี้เลือกดูหนังเรื่องนี้
เพราะเห็นหน้าตานางเอก เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง
นั่งดูแล้วก็ไม่ผิดหวัง
เนื้อเรื่องสอนให้เรายอมรับในความแตกต่าง
เพลงก็ดีครับ เห็นร้องตั้ง 3 รอบ
ชื่อเพลง “เกิดมาเพื่อสิ่งนี้
เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อก
[มีประเด็นชวนคิด]
ตอนช่วงท้าย ๆ ก่อนจบ ดูแล้วรู้สึกขาดความสมเหตุสมผล
ที่นางเอกจะขอให้หยุดการประกาศผลการแข่งขันวงดนตรี
แล้วรอให้ทุกคนได้ดู ได้เห็นความสำคัญว่า “ตนเองกำลังบอกรักแฟน”
ในชีวิตจริงไม่น่าเป็นอย่างนี้ .. ดูแล้วก็อย่าไปเชื่อหนังมาก
แล้วมีคำถามเรื่อง การเล่นดนตรีชนะของนักเรียน
เคยมีคนตั้งคำถามว่า โรงเรียนสนับสนุนอะไร ตามสาระการเรียนรู้ไหน
ถ้าไม่เคยสอนอะไร จะถือเป็นผลงานของโรงเรียนได้อย่างไร
ท่านยกตัวอย่างว่า เรียนหมอ แต่มีอาชีพเสริมไปเป็นนักบิน
หรือ เรียนกฎหมาย แต่ไปแข่งชนะร้องเพลง เป็นต้น

เห็นต่างไม่เห็นแปลก ไม่เหมือนแล้วไง
แค่ไม่ต้องไปรบกวนใครก็พอ
ทุกคน ทุกอย่าง ต่างเกิดมาเพื่อเป็น
ในสิ่งที่เป็นได้ดี แค่นี้พอ

เข้าใจตรงกันนะ ว่าเราไม่เหมือนกัน
เธอก็เป็นของเธอ ไอ้ฉันก็เป็นของฉัน

เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ถูกสร้างมาอย่างนี้
ดีกันไปคนละอย่าง
เกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ จินตนาการของฉัน
มันเป็นคนละทาง

ขออภัยถ้าเกิดไปรบกวน
ให้ขบวนต้องรวนเป็นบางครั้ง
ไม่เข้าใจ ก็อย่าขวาง
แค่ปล่อยไปให้ฉันเป็น

โลกยัง กว้างใหญ่ ยังคงมีพื้นที่
ให้เรากระจายได้ฝันกัน อย่าได้แคร์
เข้าใจตรงกันนะ ว่าเราไม่เหมือนกัน
เธอก็เป็นของเธอ ไอ้ฉันก็เป็นของฉัน

เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ถูกสร้างมาอย่างนี้
ดีกันไปคนละอย่าง
เกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ จินตนาการของฉัน
มันเป็นคนละทาง

ขออภัยถ้าเกิดไปรบกวน
ให้ขบวนต้องรวนเป็นบางครั้ง
ไม่เข้าใจ ก็อย่าขวาง
แค่ปล่อยไปให้ฉันเป็น

อยากทำอะไรก็ทำไป
แต่อยากแจมเมื่อไรก็เข้ามา
ก็เข้ามา ก็เข้ามา ก็เข้ามา

เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ถูกสร้างมาอย่างนี้
ดีกันไปคนละอย่าง
เกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ จินตนาการของฉัน
มันเป็นคนละทาง

ขออภัยถ้าเกิดไปรบกวน
ให้ขบวนต้องรวนเป็นบางครั้ง
ไม่เข้าใจ ก็อย่าขวาง
แค่ปล่อยไปให้ฉันเป็น
แค่ปล่อยไปให้ฉันเป็น

ขออภัยถ้าเกิดไปรบกวน
ให้ขบวนต้องรวนเป็นบางครั้ง
ไม่เข้าใจ ก็อย่าขวาง
แค่ปล่อยไปให้ฉันเป็น

คำร้อง/ทำนอง สุทธิพงษ์ วัฒนจัง
เรียบเรียง Rupee, มัชฌา งามสุทธิ, ชลทัศน์ ชาญศิริเจริญกุล

ล่าสุด (3 ก.พ.) ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย ได้โพสต์ข้อความชี้อแจงลงอินสตาแกรม pleum_official ยืนยันว่า ตนเองและทับทิม “เลิกกันแล้วจริงๆ” หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกว่า 3 ปี

“ตามที่เห็นข่าวของผมกับทับทิม และผมได้คุยกับทับทิมแล้ว ผมจึงได้รับหน้าที่เป็นคนชี้แจงข่าวครับ ผมขอชี้แจงว่า “ครับ เราเลิกกันมาสักพักแล้ว” แต่ไม่ใช่เพราะว่าเราทะเลาะกันหรือมีเรื่องไม่พอใจต่อกันครับ เราคุยกันดี และเราเข้าใจกัน เราต่างรู้ว่า “เรารักกันมากแค่ไหน” แต่เราเพิ่งมารู้ว่า “เรามีความรักและความห่วงใยกันแบบเพื่อน” อาจเป็นเพราะเราเริ่มกันมาแบบเพื่อน เราห่วงใยกัน ดูแลกัน ผูกพันกัน เราเข้าใจกัน เราเลยคิดว่ามันเป็นความรักแบบคนรัก แต่หลังจากมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เราจึงเพิ่งเข้าใจว่า “มันไม่ใช่แบบคนรักแต่มันเป็นแบบเพื่อน มันไม่ใช่ในรูปแบบชีวิตคู่” ทับทิมคือเพื่อนที่แสนดีของผม เราดีต่อกันมาตลอด และต่อจากนี้เราก็จะดีต่อกัน กราบขออภัยทุกท่านที่ติดตามนะครับ ขอให้ทุกท่านโปรดเข้าใจและเคารพในการตัดสินใจของเราทั้งสองด้วย ทั้งหมดมันมีเพียงเท่านี้ครับ

ขอบคุณครับ/ค่ะ…ปลื้ม/ทับทิม”

—————————-

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.sanook.com