Posts Tagged ‘brain’

เราอาจเป็นซุปเปอร์มนุษย์ได้ (itinlife 326)

Sunday, January 22nd, 2012

22 ม.ค.55 มีโอกาสอ่านความคิดเห็นของนักทำนายอนาคต (Futurologist) 2 ท่าน คือ Dr.Ian Pearson และ Patrick Tucker ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอีก 100 ปีข้างหน้า กว่าจะถึงเวลานั้นก็คาดได้ว่าเราท่านส่วนใหญ่อาจไม่ได้อยู่เห็นผลการทำนายแล้ว แต่จากการให้ความเห็นประกอบผลการทำนายจำนวน 20 เรื่อง พบว่าบางเรื่องเป็นเทคโนโลยีที่เป็นแนวคิดจากภาพยนตร์ที่ทำให้ชีวิตของเรายืนยาวได้มากกว่า 100 ปี ซึ่งจินตนาการเหล่านั้นอาจนำไปสู่การค้นคว้าวิจัย และทำให้สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นจริงขึ้นมา มีนวัตกรรมหลายเรื่องที่กำเนิดขึ้นภายหลังภาพยนตร์ อาทิ เครื่องบินไร้คนขับ การสนทนาระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับมนุษย์ หรือการสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานด้วยคลื่นสมอง ซึ่งล้วนเกิดขึ้นแล้วทั้งสิ้น

เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากได้นำไปพัฒนาร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) จนประสบความสำเร็จจะทำให้การคิดของมนุษย์และคอมพิวเตอร์หลอมรวมและถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนแนวคิดนี้จะสำเร็จ เราพบว่าปัจจุบันมีระบบฐานความรู้ ระบบทำนายสภาพอากาศ ระบบการสื่อสารความเร็วสูง ระบบวิเคราะห์ภาพถ่าย ระบบเซ็นเซอร์ ระบบสแกนทะลุวัตถุ หรือเทคโนโลยีการควบคุมอุปกรณ์ด้วยคลื่นสมอง แนวคิดการเป็นซุปเปอร์มนุษย์ไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป แต่มีคำถามเข้ามาอย่างแน่นอนว่าจะอยู่เหนือคนอื่นเพื่ออะไร และได้หรือไม่ ในขณะที่มนุษย์ทุกคนต้องการความเสมอภาค

ปลายทางของการหลอมรวมปัญญาประดิษฐ์กับเทคโนโลยีชีวภาพย่อมนำไปสู่ความพยายามหาคำตอบที่จะเป็นอมตะ กายเนื้อของเรามีข้อจำกัด อาจเติบโตผิดปกติ เปลี่ยนรูป หรือเสื่อมสภาพ ซึ่งการล้มเหลวของกายเนื้อนำไปสู่สาเหตุของการเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่ง หากย้ายความรู้สึกนึกคิดออกไปไว้นอกกายเนื้อปัจจุบันได้ ก็จะทำให้มนุษย์เป็นอมตะได้ เราอาจพัฒนาซุปเปอร์มนุษย์ได้ แต่การย้ายความคิดออกจากร่างกายก็ยังเป็นเรื่องที่ยากกว่า แล้วเป็นความหวังของมนุษย์ที่ต้องการมีชีวิตอยู่หลังกายเนื้อเสื่อมสลายไป และนั้นก็ยังคงเป็นเพียงจินตนาการหรือความฝันต่อไป

http://www.futurizon.com/

http://www.bbc.co.uk/news/magazine-16536598

เราคุยกับสมาร์ทโฟนรู้เรื่อง (itinlife323)

Saturday, December 31st, 2011

โทรศัพท์ธรรมดาที่เคยใช้เพื่อการโทรออก และรับสายเข้าถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีการพัฒนาสมาร์ทโฟน (Smart Phone) ที่เป็นได้มากกว่าโทรศัพท์ธรรมดา ยุคสมัยหนึ่งนิยมเรียกสมาร์ทโฟนว่าคอมพิวเตอร์มือถือ เพราะนอกจากจะดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายภาพได้แล้ว ยังสามารถเปิดอ่านเอกสาร ตารางข้อมูล ตารางนัดหมาย ภาพถ่าย คลิ๊ปวีดีโอ หรือแฟ้มอื่นอย่างหลากหลาย ปัจจุบันรุ่นของสมาร์ทโฟนที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด คือ IPhone 4S ของบริษัทแอ็บเปิ้ล มีความสามารถใกล้เคียงกับเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างมาก รองรับโปรแกรมจากผู้พัฒนาทั่วโลก และส่วนใหญ่ดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี

ในบรรดาโปรแกรมเสริม หรือแอพพลิเคชั่น (Application) ที่สามารถดาวน์โหลด หรือซื้อหามาติดตั้งนั้น มีแอพที่ชื่อว่า สิริ (SIRI) คือ ซอฟท์แวร์รับคำสั่งด้วยเสียง สามารถตอบคำถาม หรือสั่งงานอุปกรณ์ได้อย่างน่าทึ่ง เสมือนพูดคุยกับมนุษย์ตามหลักปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) โปรแกรมสิริเริ่มพัฒนาตั้งแต่ปีพ.ศ.2550 มีนักทำนายด้านเทคโนโลยีคาดการณ์ว่า การรับคำสั่งด้วยเสียง และนำไปพัฒนาโปรแกรมต่าง ๆ จะเป็นเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดดในพ.ศ.2555 นี้ แม้อุปสรรคสำคัญของการรับคำสั่งด้วยเสียงคือภาษาและเสียงของมนุษย์ แต่จากการทดสอบ และมีผู้นำเสนอผลการทดสอบไว้ใน youtube.com ทำให้รู้สึกมั่นใจขึ้นว่าอุปกรณ์กลุ่มสมาร์ทโฟนจะมีการพัฒนาไปในแนวของการรับคำสั่งด้วยเสียง หลังจากความสำเร็จจากการรับคำสั่งทางจอภาพ (Touch Screen) กลายเป็นที่ยอมรับไปแล้ว

ตัวอย่างประโยชน์ของการรับคำสั่งด้วยเสียง อาทิ บอกเวลา สั่งตั้งนาฬิกาปลุก สั่งเปิดเพลง สั่งเปิดเว็บไซต์ ตอบคำถามทั่วไป ตอบเรื่องการพยากรณ์อากาศ เวลา หรือสถานที่ ตอบได้ว่าผลบวก ลบ คูณ หารของจำนวนเป็นเท่าใด ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการประยุกต์ใช้สิริในสมาร์ทโฟน สำหรับโปรแกรมที่มีความสามารถคล้ายกับสิริ อาทิ Dragon Go หรือ Vlingo หรือ Tellme ความพยายามต่อยอดในการพัฒนาสิริพบได้อีกมายมาย อาทิ การสนับสนุนการใช้งานของผู้พิการ (Disability) การสั่งงานด้วยคลื่นสมอง (Brain Waves)

บ่นเรื่องมนุษย์ใน fb

Tuesday, October 4th, 2011

เพราะ บ่นเป็น 1 ใน 5 พฤติกรรมของชาว fb ตามที่โน็ตอุดม ได้ talk show ไว้
เห็นธรรมชาติของมนุษย์ ที่เป็นเรื่องธรรมชาติครับ
- ความล้มเหลว ของหมู เป็ด ไก่ในการปกป้องตนเอง เป็นความสำเร็จของมนุษย์ ที่ได้จับพวกเขากินเป็นอาหาร
- ความล้มเหลว ในการผลิตสินค้าของประ เทศเพื่อนบ้าน เป็นโอกาสของประเทศเรา ที่จะชนะในตลาดการค้าเสรี
- ความล้มเหลว แขนซ้าย ทำให้แขนขวายึดอำนาจในการใช้งาน

มนุษย์ชอบเอากีฬามาเป็นอารมณ์ ทั้งที่เลือกได้ที่จะอยู่อย่างสงบ
ถ้ามนุษย์ใช้ความรู้ที่สั่งสมมาหลาย สิบปีได้ คงมีอะไรเปลี่ยนไปอีกเยอะ
แต่ศักยภาพของมนุษย์มีจำกัดจริง ๆ พัฒนาได้แค่นี้แล้ว

การตัดสินใจแต่ละเรื่อง เราระดมสมองได้ไม่กี่เหตุการณ์ มาประกอบการตัดสินใจเรื่องหนึ่ง

.. บทเรียนไกลตัว คือ อดีตรมว.สธ.รักเกียรติ ท่านก็เคยพลาดในการใช้ความรู้ที่สั่งสมมา
แล้วเดินทางผิด จนต้องติดคุก .. ก็เพราะพ่ายแพ้ต่อกิเลสในตนเอง

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=28341

Limitless ชี้ชะตา ยาเปลี่ยนสมองคน

Friday, August 12th, 2011

ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้มีประเด็นชวนคิดหลายเรื่อง
1. พฤติกรรมเชิงลบมักเกิดจากการใช้สมองเพียง 20%
2. ขี้เกียจ หรือมุ่งมั่น ล้วนเกิดเพราะการใช้สมอง ที่เป็นมาแต่เกิด
3. คาเฟอีน ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง แต่ไม่เท่า NZT
4. ถ้าใช้สมองเต็มประสิทธิภาพ จะเกิดผลที่ใคร ๆ เรียกว่าดี

เรื่องย่อ นักเขียนหนุ่ม เอ๊ดดี้ มอร์รา (แบรดลีย์ คูเปอร์) ต้องทนทุกข์อยู่กับอาการสมองตีบตัน เขียนไม่ออกมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งเพื่อนเก่าคนหนึ่งแนะนำให้เขารู้จักกับ NZT ยาชนิดใหม่ซึ่งทำให้คนที่ได้กินมัน กลายเป็นบุคคลอัจฉริยะเพียงชั่วข้ามคืน ทันทีที่เอ๊ดดี้กินยาตัวนี้ เขาสามารถจดจำทุกเรื่องราวที่เขาเคยอ่าน หรือเคยฟังมาก่อน เรียนรู้ภาษาใดๆ ก็ได้ภายในหนึ่งวัน เข้าใจทฤษฎีหรือสมการอันยุ่งยากซับซ้อนในเวลาประเดี๋ยวเดียว อีกทั้งยังเป็นที่ดึงดูดใจของทุกคนที่ได้พบเจอเขา และแล้วเอ๊ดดี้ก็สร้างความตื่นตะลึงให้ตลาดวอลล์สตรีท ด้วยการคว้ากำไรหุ้นมูลค่ามหาศาล จากเม็ดเงินลงทุนเพียงน้อยนิด เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เขาเป็นที่สนใจของเจ้าพ่อตลาดหุ้น คาร์ล แวน ลูน (โรเบิร์ต เดอนิโร) ที่เชิญชวนให้เขาเข้าร่วมลงทุนซื้อขายหุ้นครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติ ศาสตร์ แต่นี่กลับเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนรู้จัก และอยากจะได้ลิ้มลองยา NZT ด้วย ในที่สุด เอ๊ดดี้ต้องเผชิญกับการทรยศหักหลัง รวมถึงการไล่ล่าจากทั้งตำรวจและพวกมาเฟีย แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือผลข้างเคียงของเจ้า NZT ที่เริ่มแสดงฤทธิ์เดชอันร้ายกาจของมัน

http://www.vdopart.com/10481

นักแสดงโรเบิร์ต เดอ นีโร, แบรดลีย์ คูเปอร์, แอ็บบี้ คอร์นิช

ภาพยนตร์ Source code

Wednesday, April 13th, 2011

แนวคิดแรก มีว่าคนที่เสียชีวิตแล้ว สมองจะมีความทรงจำส่วนหนึ่งหลงเหลืออยู่ และมีงานวิจัยที่พยายามจะเข้าไปใช้ความทรงจำ (memory) นี้
แนวคิดที่สอง มีว่าคนที่ร่ายกายตาย แต่สมองยังไม่ตายอาจเข้าไปในความทรงจำ และควบคุม (Control) ซากสมองของคนอื่นได้
แนวคิดที่สาม เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีว่าถ้าร่างกายของคนคือ โปรแกรมประมวลผล (application) ที่นำมาใช้ได้โดยสมบูรณ์ ดังนั้นซอร์ทโค้ด (source code) คือ รหัสต้นฉบับ หรือต้นตอที่นำไปสู่การสร้างร่างกายที่สมบูรณ์ และเรื่องนี้พระเอกของเราก็เหลือเพียง source code เท่านั้น

การประยุกต์ใช้ประโยชน์ (Utilization) จากสามแนวคิดนี้ เป็นที่มาของภาพยนตร์เรื่อง source code

แนวคิดซับซ้อนพอกับ Matrix แต่ effect ในเรื่องนี้ มีไม่มากนัก

สั่งคอมพิวเตอร์ด้วยคลื่นสมอง

Saturday, March 5th, 2011

ฟังข่าวทางช่องทีวีไทย เมื่อ 5 มี.ค.54 เวลา 19.45น. เรื่องการใช้คลื่นสมอง สั่งงานคอมพิวเตอร์ ถูกนำเสนอในงาน CeBIT 2011 โดย Guger Technologies เรียกว่า Intendix สามารถใช้ “สมอง” สะกดคำที่ต้องการพิมพ์บนคอมพิวเตอร์ได้ โดยไม่ต้องใช้มือ ซึ่ง Intendix เป็นอุปกรณ์อ่านคลื่นสมอง (EEG  :  Electroencephalography) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์ข้อความบนคอมพิวเตอร์ด้วยจิตใจ (ที่ส่งผ่านคลื่นสมอง)
http://www.arip.co.th/news.php?id=413309

http://www.thaipbs.or.th/DailySchedule/
http://www.thaipbs.or.th/Clip/
http://www.thaiall.com/opinion/readonly.php?view=488