major cineplex
major cineplex

ถ้านับว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในไทยเกิดขึ้นเมื่อใด หลายคนจะนึกถึงการส่งอีเมลฉบับแรกจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ไปยังประเทศออสเตรเลียเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2531 ตั้งแต่นั้นก็มีการพัฒนาการเชื่อมต่อเรื่อยมา จนอินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตที่สำคัญของคนไทย  การพัฒนาการค้าขายผ่านอินเทอร์เน็ตเจริญรุ่งเรือง จนแจ็ค หม่า ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีน ด้วยการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ความรุ่งเรืองในการซื้อขาย หรือการประมูลสินค้าเป็นที่รับรู้ในหมู่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต มีผู้ให้บริการ อาทิ lazada.com, chilindo.com, tarad.com, ebay.com หรือ amazon.com การใช้สมาร์ทโฟน และการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อสนับสนุนแผนการตลาด จัดโปรโมชั่นทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชำระเงินได้หลากหลายวิธีขึ้น

 

M Gen มีหลายรุ่น ราคาแต่ละรุ่นต่างกัน
– M Gen Kids
– M Gen Freedom
– M Gen Student
– M Gen Regular
– Regular price

 

องค์กรทางธุรกิจเริ่มพัฒนาระบบสมาชิกจำแนกกลุ่มสมาชิกเป็นประเภทบัตรเงิน บัตรทอง บัตรวีไอพี หากเป็นสมาชิกก็จะได้รับสิทธิพิเศษ เป็นการสร้างความภักดีต่อสินค้า เช่น ร้านกาแฟแจกบัตรสะสมแต้มซื้อ 10 แก้วแลกฟรี 1 แก้ว ร้านฟู้ดเซ็นเตอร์จำหน่ายบัตรแลกอาหาร หากซื้อบัตรแบบไม่รับคืน ก็จะได้ของแถมเป็นขนม ปัจจุบันมีโรงภาพยนตร์บางแห่ง ไม่มีเจ้าหน้าที่นั่งขายตั๋วหนังรับเงินสดเหมือนในอดีต แต่มีตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติมาแทน มีโปรโมชั่นหลากหลาย อาทิ นำแต้มสะสมในบัตรเครดิต หรือบัตรของห้างสรรพสินค้าไปแลกตั๋วหนังได้ หรือซื้อ 1 แถม 1 เป็นต้น

โรงภาพยนตร์ที่ทันสมัยเปลี่ยนจากการจำหน่ายตัวที่เคาท์เตอร์ เป็นบริการผ่านตู้พาแนล หรือตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ ลูกค้าเข้าดำเนินการเอง แต่ต้องเริ่มจากการสมัครสมาชิก และเติมเงินเข้าบัตรเงินสด เมื่อไปถึงตู้พาแนลก็เริ่มเลือกภาพยนตร์ รูดบัตรแสดงตน เลือกราคา จำนวนที่นั่ง ตำแหน่งที่นั่ง อาทิ Normal, Honeymoon หรือ Opera chair แล้วรูดบัตรชำระเงิน และรับตั๋ว ส่วนการใช้แอพของโรงภาพยนตร์บนสมาร์ทโฟน ก็ทำได้ทั้งการจอง และซื้อตั๋วออนไลน์ สำหรับการจองก็จะกรอกอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ แล้วได้รับ Pin code ให้ไปติดต่อเคาท์เตอร์ก่อนเวลาฉาย หากซื้อตั๋วก็จะเลือกชำระเงินผ่านบัตรเครดิต หรือใช้บัตรเติมเงิน ซึ่งการทำรายการผ่านแอพและศึกษาข้อมูลโปรโมชั่นให้ดีอาจได้ราคาโปรโมชั่นที่ต่ำกว่าการไปซื้อตั๋วราคาปกติที่หน้าโรงภาพยนตร์ก่อนเวลาฉายไม่กี่นาที

#เล่าเรื่องหนัง
เคยดู Bridge of spies เป็นหนังที่กดดัน และเข้มข้นมาก
เนื้อเรื่องสองส่วน คือ การจับสปาย และการแลกตัวประกัน
เกิดขึ้นสมัยสงครามเย็น ที่มีกำแพงเบอร์ลินเกิดขึ้น


แต่เมื่อวานดู Child 44 เป็นหนังที่กดดัน และเข้มข้นมาก
เนื้อเรื่องสองส่วน คือ ถูกยัดข้อหาสปาย และการตามหาผู้ร้าย
เกิดขึ้นสมัยสตาลินเรืองอำนาจ และเชื่อว่าประเทศไม่มีผู้ร้าย
ทำให้นึกถึงวรรณกรรม Animal Farm ของ จอร์จ ออร์เวลล์ (George Orwell)

กำแพงเบอร์ลิน
กำแพงเบอร์ลิน

สมัยสงครามเย็นมีเรื่องราวมากมาย ปรากฎเป็นภาพยนตร์
สงครามเย็น หมายถึง สงครามที่มหาอำนาจทั้งสองทำการต่อสู้กัน โดยใช้เครื่องหมายทุกอย่าง ยกเว้นอาวุธปรมาณู หรือหมายถึงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย โดยไม่ใช้อาวุธต่อสู้กันโดยตรง แต่ใช้วิธีการโฆษณาชวนเชื่อการแทรกซึมบ่อนทำลาย การประนาม การแข่งขันกันสร้างกำลังอาวุธ และแสวงหาอิทธิพลในประเทศเล็ก
อ้างอิงจาก https://suphannigablog.wordpress.com/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-4/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B9%87%E0%B8%99/

pay day
pay day

จากข่าวปี 2553 ที่เด็กป้ำน้ำมันในลำปางมีผู้ต้องหารวม 7 คนยักยอกเงินเป็นกระบวนการด้วยการดัดแปลงมิเตอร์ เพราะระบบบัญชีการเงินที่หละหลวม ปัจจุบันเวลาไปเติมน้ำมันจะพบว่ามีพนักงานเก็บเงินคอยออกใบเสร็จ หรือใบสำคัญรับเงิน หรือมีระบบสมาชิกบันทึกข้อมูลโดยละเอียด เมื่อลูกค้าจ่ายเงินก็ต้องรอเงินทอนจากพนักงานเก็บเงินที่มีอยู่คนเดียวและต้องกดปุ่มที่เครื่องเก็บเงิน ในอดีตพนักงานเติมน้ำมันทุกคนจะสามารถทอนเงินได้ ทำให้มีความรวดเร็วในการใช้บริการ เมื่อถึงเวลาก็จะนำเงินไปส่งให้เจ้าหน้าที่การเงินนำไปเข้าแบงค์ หรือส่งให้เจ้าของป้ำ ซึ่งมีโอกาสที่จะรั่วไหลได้หลายช่องทาง

ในระบบสารสนเทศของธนาคาร พนักงานจะมีบัตรประจำตัวเพื่อยืนยันตัวตน และต้องพกบัตรไว้กับตัวตลอดเวลา เมื่อลูกค้าเข้าทำรายการฝากถอนหรือเปิดบัญชี  พนักงานที่รับเรื่องก็ต้องใช้บัตรประจำตัวยืนยันตัวตนก่อนเข้าประจำเครื่องและทำรายการ แต่เมื่อใดมีข้อผิดพลาด หรือมีรายการที่ต้องใช้ระดับสิทธิที่สูงขึ้น ก็ต้องขอให้ผู้จัดการมาอนุญาตหรือยืนยันรายการ ซึ่งข้อมูลในการทำรายการทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ และนำมาตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้ให้บริการลูกค้าคนใด รับจ่ายเท่าใด หากเงินในลิ้นชักหมด ก็ต้องไปขอเบิกจากผู้จัดการเพื่อมาจ่ายให้ลูกค้า รายละเอียดของแต่ละธนาคารที่จะอนุมัติแต่ละขั้นตอนก็ขึ้นกับนโยบายในการควบคุมว่าเป็นอย่างไร บัญชีลูกค้ารายใดไม่เคลื่อนไหว ก็จะเก็บไว้ในฐานข้อมูลหนึ่ง หากต้องการฝากถอนกับบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวก็ต้องติดต่อขอทำรายการ แล้วผู้จัดการก็จะพิจารณาเปิดสิทธิเป็นกรณีไป ซึ่งต่างกับบัญชีที่เคลื่อนไหวบ่อยก็จะทำรายการได้ตามปกติ

ในร้านจำหน่ายเครื่องสำอางบางแห่งจะทำรายการขายสินค้า พนักงานต้องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scan) ยืนยันตัวตน (Authentication) เพื่อป้องกันการแอบมาเปิดลิ้นชักจากพนักงานคนอื่น ในโรงเรียนกวดวิชาที่มีสำนักงานใหญ่อยู่กรุงเทพฯ และมีสาขาในต่างจังหวัด บางโรงเรียนจะไม่มีพนักงานเก็บเงิน นักเรียนที่จะสมัครเรียนต้องทำรายการผ่านอินเทอร์เน็ต และพิมพ์เอกสารที่มีรหัสอ้างอิง (Reference code) แล้วไปชำระเงินที่ธนาคาร แล้วนำหลักฐานการชำระเงินมายืนขอรับหนังสือที่โรงเรียนกวดวิชา ระบบบัญชีการเงิน และระบบฐานข้อมูลจะถูกควบคุมจากส่วนกลางทั้งหมด โรงเรียนกวดวิชาในต่างจังหวัดเพียงแต่มีห้องเรียน มีพนักงานคอยจ่ายหนังสือ ตอบคำถาม ดูแลความเรียบร้อย เปิดห้องเรียนให้เด็กเท่านั้น เป็นการป้องกันปัญหาทางการเงินที่มีประสิทธิภาพสูง

http://mcot-web.mcot.net/mcot-testing/site/content?id=4ff6726e0b01dabf3c019b7e

scratch programming tool
scratch programming tool

ทราบข่าวว่า google สนับสนุนให้เด็กที่สหรัฐ
เรียนรู้ วิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science)
มีคลิ๊ปและรายละเอียดที่ https://www.cs-first.com/overview
เคยสนใจเรื่องพิมพ์ตัวเลข
จึงลองใช้ scratch ที่ https://scratch.mit.edu สร้างโปรแกรม
เพื่อพูด 1 ถึง 5 แบบทำซ้ำ
พูด 1 จำนวน 1 ครั้ง คั่นด้วย , ทุกครั้ง แล้วเลื่อนเป็น 2
พูด 2 จำนวน 2 ครั้ง คั่นด้วย , ทุกครั้ง แล้วเลื่อนเป็น 3
ไปถึง 5
พูด 5 จำนวน 5 ครั้ง คั่นด้วย , ทุกครั้ง แล้วหยุด
โดยพิมพ์ผ่าน say

ตัวอย่างการใช้ randomnumber กับภาษาจาวา
http://wpbcsc115.weebly.com/uploads/1/3/6/8/13682593/simplerandomnumbers.pdf

ยุคใหม่ของวิทยาการคอมพิวเตอร์ (itinlife537)
โอบาม่ากล่าวผ่าน whitehouse.gov ที่เผยแพร่เมื่อ 30 มกราคม 2559 ว่า “ในเศรษฐกิจยุคใหม่ วิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) จะไม่เป็นเพียงทักษะทางเลือก แต่จะเป็นทักษะพื้นฐาน” ที่มีทั้งการอ่าน การเขียน และการคำนวณ แล้วเขาจะหางบ 4 พันล้านเหรียญมาผลักดันหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ให้มีการเรียนในระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา ซึ่งเดิมจะเน้นให้อ่านออกเขียนได้ แต่ยุคใหม่ต้องให้การคำนวณเป็นทักษะพื้นฐานของเยาวชนทุกคน แม้ว่าหางบประมาณก้อนใหญ่ไม่ได้ ก็ยังหน่วยงาน National Science Foundation ได้เตรียมงบ 135 ล้านเหรียญไว้อบรมพัฒนาครูผู้สอนให้มีความสามารถทางวิทยากรคอมพิวเตอร์ไว้แล้ว
อเมริกาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ถือเป็นจุดแข็ง เพราะเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน มีผลงานของคนในประเทศ อาทิ Facebook.com, Microsoft.com, Google.com, Apple.com, Oracle.com ดังนั้นการเสริมจุดแข็งจึงเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความสำเร็จว่าเดินไปถูกทาง โดยมองไปที่การพัฒนาการศึกษาที่บูรณาการกับวิทยาการคอมพิวเตอร์สำหรับเด็กตั้งแต่เริ่มอ่านออกเขียนได้ ในอนาคตเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลกจะยึดโยงกับเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ประเทศจีนมีคุณแจ็ค หม่า ที่ทำ Alibaba.com บริการ B2B ก็ขึ้นอันดับหนึ่งของคนรวยที่สุดในจีนแล้ว ที่ประเทศอังกฤษในอดีตมีคุณอลัน ทัวริ่ง ผู้คิดค้นเครื่องถอดรหัสเครื่อง Enigma ของเยอรมันจนทำให้สงความยุติลงเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ถือเป็นผลงานที่ต้องจดจำ และได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งวิทยาการคอมพิวเตอร์
จากการสำรวจทักษะคนงานไทยเพื่อเตรียมออกไปทำงานในประเทศกลุ่มอาเซียน พบว่า ทักษะภาษาอังกฤษน่าเป็นห่วงมากที่สุด และทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นปัญหารองลงมา เราคงไม่ต้องถามว่าแข่งกับใครอย่างไร คงต้องถามว่าจะพัฒนาคนไทยอย่างไรมากกว่า เพราะปัญหาความเข้าใจในเทคโนโลยีสารสนเทศของคนไทยมีกันในทุกระดับ ตั้งแต่ปัญหาโรงเรียนเล็กที่มีเด็กไม่ถึง 60 คน ส่งผลถึงจำนวนครูในโรงเรียน และส่งผลถึงงบประมาณทุกด้าน ปัญหาการให้ความสำคัญของภาครัฐและเอกชนที่จะใช้และให้บริการสารสนเทศอย่างจริงจัง ปัญหาผู้บริหารที่จะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการในองค์กร เพราะถ้าเด็กในปัจจุบันขาดทักษะไอทีก็เชื่อได้ว่าทักษะของผู้ใหญ่ในปัจจุบันก็ต้องอ่อนแอถึงอ่อนมากเป็นธรรมดา
http://tinyurl.com/js9ssod


ม.3 ของไทยก็เรียน C# นะครับ
ได้อ่านหนังสือวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำหรับ ม.3
มีบทที่ 3 การพัฒนาโปรแกรม หน้า 39 – 68
มีเนื้อหาสอนการใช้โปรแกรมประเภท IDE คือ Sharpdevelop
http://www.thaiall.com/csharp/sharpdevelop/
น่าสนใจครับ กับแนวทางพัฒนา Computer Science ของประเทศต่าง ๆ

แตกต่างได้ พ่อแม่รับได้มากขึ้นแล้ว
แตกต่างได้ พ่อแม่รับได้มากขึ้นแล้ว

วันนี้เลือกดูหนังเรื่องนี้
เพราะเห็นหน้าตานางเอก เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง
นั่งดูแล้วก็ไม่ผิดหวัง
เนื้อเรื่องสอนให้เรายอมรับในความแตกต่าง
เพลงก็ดีครับ เห็นร้องตั้ง 3 รอบ
ชื่อเพลง “เกิดมาเพื่อสิ่งนี้
เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อก
[มีประเด็นชวนคิด]
ตอนช่วงท้าย ๆ ก่อนจบ ดูแล้วรู้สึกขาดความสมเหตุสมผล
ที่นางเอกจะขอให้หยุดการประกาศผลการแข่งขันวงดนตรี
แล้วรอให้ทุกคนได้ดู ได้เห็นความสำคัญว่า “ตนเองกำลังบอกรักแฟน”
ในชีวิตจริงไม่น่าเป็นอย่างนี้ .. ดูแล้วก็อย่าไปเชื่อหนังมาก
แล้วมีคำถามเรื่อง การเล่นดนตรีชนะของนักเรียน
เคยมีคนตั้งคำถามว่า โรงเรียนสนับสนุนอะไร ตามสาระการเรียนรู้ไหน
ถ้าไม่เคยสอนอะไร จะถือเป็นผลงานของโรงเรียนได้อย่างไร
ท่านยกตัวอย่างว่า เรียนหมอ แต่มีอาชีพเสริมไปเป็นนักบิน
หรือ เรียนกฎหมาย แต่ไปแข่งชนะร้องเพลง เป็นต้น

เห็นต่างไม่เห็นแปลก ไม่เหมือนแล้วไง
แค่ไม่ต้องไปรบกวนใครก็พอ
ทุกคน ทุกอย่าง ต่างเกิดมาเพื่อเป็น
ในสิ่งที่เป็นได้ดี แค่นี้พอ

เข้าใจตรงกันนะ ว่าเราไม่เหมือนกัน
เธอก็เป็นของเธอ ไอ้ฉันก็เป็นของฉัน

เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ถูกสร้างมาอย่างนี้
ดีกันไปคนละอย่าง
เกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ จินตนาการของฉัน
มันเป็นคนละทาง

ขออภัยถ้าเกิดไปรบกวน
ให้ขบวนต้องรวนเป็นบางครั้ง
ไม่เข้าใจ ก็อย่าขวาง
แค่ปล่อยไปให้ฉันเป็น

โลกยัง กว้างใหญ่ ยังคงมีพื้นที่
ให้เรากระจายได้ฝันกัน อย่าได้แคร์
เข้าใจตรงกันนะ ว่าเราไม่เหมือนกัน
เธอก็เป็นของเธอ ไอ้ฉันก็เป็นของฉัน

เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ถูกสร้างมาอย่างนี้
ดีกันไปคนละอย่าง
เกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ จินตนาการของฉัน
มันเป็นคนละทาง

ขออภัยถ้าเกิดไปรบกวน
ให้ขบวนต้องรวนเป็นบางครั้ง
ไม่เข้าใจ ก็อย่าขวาง
แค่ปล่อยไปให้ฉันเป็น

อยากทำอะไรก็ทำไป
แต่อยากแจมเมื่อไรก็เข้ามา
ก็เข้ามา ก็เข้ามา ก็เข้ามา

เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ถูกสร้างมาอย่างนี้
ดีกันไปคนละอย่าง
เกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ จินตนาการของฉัน
มันเป็นคนละทาง

ขออภัยถ้าเกิดไปรบกวน
ให้ขบวนต้องรวนเป็นบางครั้ง
ไม่เข้าใจ ก็อย่าขวาง
แค่ปล่อยไปให้ฉันเป็น
แค่ปล่อยไปให้ฉันเป็น

ขออภัยถ้าเกิดไปรบกวน
ให้ขบวนต้องรวนเป็นบางครั้ง
ไม่เข้าใจ ก็อย่าขวาง
แค่ปล่อยไปให้ฉันเป็น

คำร้อง/ทำนอง สุทธิพงษ์ วัฒนจัง
เรียบเรียง Rupee, มัชฌา งามสุทธิ, ชลทัศน์ ชาญศิริเจริญกุล

 

แก่ก่อนวัย คงไม่มีใครอยากได้คำคำนี้ค่ะ  อาหารเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราสุขภาพดีตามวัย หรืออ่อนกว่าไว  หันมาใส่ใจดูสุขภาพกันด้วยการรับประทานอาหารค่ะ   6  อย่างต่อไปนี้ เลี่ยงได้ควรเลี่ยงค่ะ

pic5152ac7fc6ad2

1.อาหารที่มีไขมันสูง  นอกจากจะทำให้น้ำหนักมาก รูปร่างอ้วนไม่สวยแล้ว ยังเร่งความแก่ได้อีกด้วย

Composition with bottles of assorted alcoholic products isolated on white

2.  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันตรายล้นหลามทีเดียวกับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งนอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายแย่แล้ว ยังทำให้ผิวหนังเหี่ยว แก่ไวขึ้นถึง 70%

Depositphotos_19385249_s

 3.  เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ถ้าไม่อยากแก่ไวก็ควรลดชา กาแฟให้น้อยลง เพราะคาเฟอีนที่ผสมอยู่มีผลต่อผิวหนังของเรา อาจทำให้ผิวหนังเหี่ยวไวได้

md
 4.  อาหารหมักดองและอาหารปนเปื้อนสารพิษ การรับประทานอาหารจำพวกนี้จะทำให้ร่างกายสะยมสารพิษเอาไว้ ถ้าไม่หมั่นดีท็อกซ์ร่างกายบ่อยๆก็เตรียมตัวแก่ไวได้เลยจ้า

cdeilntvw269
5. อาหารปิ้งย่างที่เกรียมไหม้ ไม่ใช่แค่จะทำให้เป็นมะเร็งอย่างเดียวนะ อาหารที่เกรียมไหม้ยังทำให้แก่ไวอีกด้วย

1299571258
6. อาหารทอดจากน้ำมันเก่า ตัวสะสมเชื้อก่อโรคมะเร็งและยังทำให้แก่ก่อนวัยอันควร

อาหารชนิดไหนที่หลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง หรือไม่ก็ทานในปริมาณที่พอเหมาะพอควร เพื่อสุขภาพที่ดีและจะได้ไม่แก่กว่าวัยด้วยค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://newsupdate.thaiautocars.com/2016/04/6_7.html

เรื่องแต่งเกี่ยวกับ สิงโต กับ มด เปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมงานอีกหลายประเภท และการทำงานอย่างเป็นระบบ เป็นทีม มีกลไกชัดเจน ที่อาจไปสอดคล้องกับบริษัท หรือหน่วยงานใดก็ได้
* ของฝรั่งมี 1) สิงโต 2) มด 3) แมลงสาบ (หัวหน้า) 4) แมงมุม (เลขา) 5) แมลงวัน (ฝ่ายไอที) 6) จั๊กจั่น (หัวหน้าแผนก) 7) นกฮูก (ที่ปรึกษา)
* ของไทยมี 1) สิงโต 2) มด 3) แมลงสาบ (หัวหน้า) 4) ควาย (เลขา) 5) ตัวเห็บ (ฝ่ายไอที) 6) ตัวทาก (หัวหน้าแผนก) 7) ตัวเหี้ย (ที่ปรึกษา)

ปัญหาเรื่อง สิงโต กับมด เป็นเรื่องของ Leader ship ล้วน ๆ เลย
จะไปโทษปี่โทษกลองไม่ได้แน่ ๆ แต่ถ้าสิงโตมาอ่านก็คงบอกว่า
มด คือ ตัวปัญหา ตามคำแนะนำของ นกฮูก

เรื่องราวแนวนี้ .. ทำให้นึกถึงหนังสือ “โศกนาฏกรรมองค์กรหลงทิศ
เกี่ยวกับการบริหารจัดการของบริษัทน้ำพริก ที่เห็นภาพปัญหาได้ชัดมาก
ที่เขียนโดย สุธี ปิงสุทธิวงศ์ สุรีพันธุ์ เสนานุช และยิ่งศักดิ์ นันทิวรรณกุล
http://www.thaiall.com/blogacla/admin/1490/

สิงโต กับมด
สิงโต กับมด

ชอบตรง ไอทีนี่หละ เค้ายกสัตว์มา 2 ชนิด
คือ ตัวเห็บ กับ แมลงวัน
555 หัวหน้าจะคิดว่าเรา
เป็น “ตัวเห็บ” หรือ “แมงวัน” นะ

Story ..
Every day, a small ant arrives at work very early and starts work immediately.
.
She produces a lot and she was happy.
.
The chief, a lion, was surprised to see that the ant was working without supervision.
.
He thought if the ant can produce so much without supervision, wouldn’t she produce even more if she had a supervisor!
.
So he recruited a cockroach who had extensive experience as supervisor and who was famous for writing excellent reports.
.
The cockroach’s first decision was to set up a clocking in attendance system.
.
He also needed a secretary to help him write and type his reports and …
.. he recruited a spider, who managed the archieves and monitored all phone calls.
.
The lion was delighted with the cockroach’s reports and asked him to produce graphs to decribe production rates and to analyse trends, so that he could use them for presentations at Board’s meetings.
.
So the cockroach had to buy a new computer and a laser printer and …
… recruited a fly to manage the IT department.
.
The ant, who had once been so productive and relaxed, hated this new plethora (มากมาย) of paperwork and meetings which used up most her time…!
.
The lion came to the conclusion that it was high time to nominate (ระบุชื่อ) a person in charge of the department where the ant worked.
.
The position was given to the cicada (จั๊กจั่น), whose first decision was to buy a carpet and an erogonomic (เหมาะกับการทำงาน) chair for his office.
.
The new person in charge, the cicada, also needed a computer and a personal assistant, who he brought from his previous department, to help him prepare a Work and Budget Control Strategic Optimisation Plan…
.
The Department where the ant works is now a sad place, where no body laughs anymore and everybody has bcome upset…
.
It was at that time that the cicada convinced (โน้มน้าว) the boss, the lion, of the absolute necessity to start a climatic study of the environment.
.
Having reviewed the charges for running the ant’s department, the lion found out that the production was much less than before.
.
So he recuited the owl, a prestigious (มีเกียรติ) and renowned (ชื่อเสียง) consultant to carry out an audit and suggest solutions.
.
The owl spent three months in the department and came up with a enormous report, in several volumnes, that concluded : “the department is overstaffed …”
.
Guess who the lion fires first?
.
The ant, of course, because she “showed lack of motivation and had a negative attitude”.
http://lib.edu.chula.ac.th/cuappl/libedu2007/lib_talk/aspboard_Question.asp?GID=150
13 มิถุนายน 2554

http://topicstock.pantip.com/silom/topicstock/2009/08/B8181968/B8181968.html
9 สิงหาคม 2552

http://topicstock.pantip.com/silom/topicstock/2011/06/B10686404/B10686404.html
14 มิถุนายน 2554

http://wijitrood.blogspot.com/2014/05/blog-post.html
พฤษภาคม 2557

http://btsstation.com/31510
5 พฤศจิกายน 2558

images1

ข้าวไรซ์เบอร์รี่ อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารสูงเป็นอย่างมาก โดยคุณประโยชน์ที่เด่นชัดคือ ในน้ำมันรำข้าวและรำข้าวนั้นมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่ดี อุดมไปด้วยโฟเลตในปริมาณสูง นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายได้แก่ เบต้าแคโรทีน แกมมาโอไรซานอล วิตามินอี วิตามินบี 1 ลูทีน แทนนิน สังกะสี โอเมก้า 3 ธาตุเหล็ก โพลีฟีนอล และเส้นใยอาหาร เป็นต้น ซึ่งสารอาหารเหล่านี้นั้นมีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกาย บำรุงสายตา บำรุงระบบประสาท และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง รวมถึงป้องกันโรคต่างๆมากมายได้แก่ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคสมองเสื่อม และโรคโลหิตจาง เป็นต้น รวมทั้งมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ช่วยชะลอความแก่ ลดระดับไขมัน และคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นทั้งข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทยและเป็นสมุนไพรไทยไปในตัวกันเลยทีเดียว

ข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นข้าวที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่รักสุขภาพ ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ผู้สูงวัย ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และโรคโลหิตจาง รวมถึงสตรีมีครรภ์ เพราะอุดมไปด้วยโฟเลตในปริมาณสูง จึงช่วยป้องกันครรภ์เป็นพิษและช่วยให้ทารกในครรภ์มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่

นอกจากนี้ข้าวไรซ์เบอร์รี่ยังได้รับความนิยมในการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยประโยชน์ที่มากมายจึงนิยมนำไปใช้ทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารโภชนบำบัดในทางการแพทย์ รวมถึงนำไปแปรรูปเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารมากมาย ได้แก่ ซูชิ โดนัท คุกกี้ เครื่องดื่มผงสำเร็จรูป และข้าวตัง เป็นต้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88/

ขนมจีน
ขนมจีน

พบข้อมูลในนิตยสารฉลาดซื้อ ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2559
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้สุ่มตรวจขนมจีน (Khanom chin) ทั้งหมด 12 ยี่ห้อ
พบว่ามีสารกันบูดตกค้างทั้ง 12 ตัวอย่าง
มากบ้าง น้อยบ้างต่างกันไป แต่เบื้องต้นมีกันทุกยี่ห้อ ถ้าไม่ใส่ก็จะเสียนั่นเอง
ปัญหาคือ สารกันบูดทำให้มีความเสี่ยงเรื่องตับไตพัง
ถ้าขับออกทันก็สะสมปัญหากันไป หากขับออกไม่ทันถึงพิการได้เลย


สุ่มตรวจมา 12 ราย พบว่าใส่ทุกราย
แต่ใส่แล้วไม่เกินที่กำหนดมี 10 ราย
ที่เกินกำหนดมี 2 ราย คือ 1114.30 และ 1121.37
มาตรฐานหรือที่กำหนดไว้คือไม่เกิน 1000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

สรุปว่าทานขนมจีนมาก ๆ เสี่ยงตับไตพัง
แต่คนที่ขายขนมจีนแบบสด และหมดใน 1 วัน เค้าก็ไม่จำเป็นต้องใส่นะครับ
http://health.sanook.com/2897/

ขนมจีน ทำมาจากข้าวจ้าวที่นำไปหมักที่ใช้จุลินทรีย์เข้าย่อยแป้ง แล้วนำไปบด ไปต้ม แล้วคั้นผ่านรูให้ออกมาเป็นเส้นลงในน้ำเดือดก็จะได้ขนมจีนที่สุกแล้วจุ่มลงน้ำเย็น และนำไปทานได้


ขนมจีน เป็นอาหารคาวชนิดหนึ่ง ทำด้วยแป้งเป็นเส้นกลม ๆ คล้าย เส้นหมี่ รับประทานกับน้ำยา น้ำพริก เป็นต้น อาหารชนิดนี้ ภาษาเหนือเรียก “ขนมเส้น” และภาษาอีสานเรียก “ข้าวปุ้น”
https://en.wikipedia.org/wiki/Khanom_chin

ข้อมูลเรื่องสารกันบูด
ที่ http://guru.sanook.com/4320/

เคล็ดลับ นั้นก็คือ เริ่มจากการเลือกซื้อกุ้ง คือ ต้องเป็นกุ้งสดเท่านั้น แต่ไม่ถึงกับต้องเป็นกุ้งตัวเป็นๆ เพียงแค่การเลือกซื้อกุ้งนั้น ต้องเป็นกุ้งที่หัวติดแน่นกับลำตัว กุ้งสดหัวจะไม่เป็นสีดำ ตาต้องใส เนื้อแน่น ครีบและหางต้องไม่เป็นสีชมพู สีจะไม่ซีด และไม่มีกลิ่นเหม็น
จากนั้นเรามาเริ่มทำกุ้งเด้งกันเลย!!

สิ่งที่ต้องเตรียม
-กุ้งสด
-เกลือ
-น้ำแข็ง

วิธีทำกุ้งเด้ง

1. ทำการแกะเปลือกกุ้ง และเด็ดหัวกุ้งหรือถุงขี้กุ้งออก (ถุงดำๆ บนหัวกุ้ง) เพราะในส่วนหัวของกุ้งจะมี ถุงขี้กุ้งอยู่ ซึ่งจะทำให้ตัวเอ็นไซม์กุ้ง ออกมาย่อยสลายเนื้อกุ้งโดยธรรมชาติของมัน ซึ่งถ้าเราซื้อกุ้งสดมา ถ้ายังไม่ได้นำไปประกอบอาหารอะไร ควรเด็ดหัวกุ้งหรือถุงขี้กุ้ง นั้นออกเสียก่อน เพื่อให้กุ้งยังคงความสดอยู่ได้เพิ่มขึ้น จากปกติ

2. นำกุ้งไปคลุกเคล้ากับเกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน และล้างออกด้วยน้ำเย็น นำไปคลุกเกลือเพราะจะทำให้กุ้งเก็บน้ำไว้ในตัวได้ดียิ่งขึ้นนั้นเอง เนื่องจากถ้ากุ้งเก็บน้ำไว้ในตัวน้อยเท่าไรก็จะทำให้ เนื้อกุ้ง ยิ่งแห้ง มากขึ้นเท่านั้น

3. นำกุ้ง ที่ล้างน้ำแล้ว มาแช่ไว้ในน้ำที่ใส่เกลือผสมอยู่ (ใส่น้ำให้พอมิดตัวกุ้ง) แล้วนำน้ำแข็งมาโปะไว้ด้านบน รอจนน้ำแข็งละลาย

เพียงแค่นี้ เราก็ได้กุ้งเด้งไว้ปรุงอาหารรับประทานกันแล้ว ง่ายมากๆเลยใช่ไหมค่ะ วิธีทำแสนง่าย แถมยังปลอดภัยจากสารเคมีอีกด้วย อย่าลืมลองไปทำกันดูนะค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://newsupdate.thaiautocars.com/2016/03/blog-post_563.html