ไก่ กับไข่
ไก่ กับไข่

ไข่ปลอมจะผลิตอย่างไรไม่สำคัญ
เพียงเรารู้ว่ามีไข่ปลอมอยู่ในโลก
จากนั้นก็ระวัง ไม่ซื้อ ไม่กินไม่อุดหนุนไข่ปลอม
ก็จะปลอดภัย ห่างไกลโรคภัยที่ประเมินไม่ได้

ไข่ปลอม เคยเป็นข่าวใหญ่ปี 2548 ผลิตทางเหนือของจีน
แต่ forward mail เกี่ยวกับไข่ปลอมบางส่วนไม่จริง
http://hilight.kapook.com/view/39519
ไข่ปลอมมีอยู่จริง

ขั้นตอนการทำไข่ปลอม

ไข่ปลอมระบาดที่เชียงของ รสชาติคล้ายแป้ง

น้ำส้มปลอม
น้ำส้มปลอม

อ่านเดลินิวส์ 24 พ.ค.59 เตือน .. พี่ไทยก็ไม่น้อยหน้า
หนุ่มพ่อค้ารถเข็นหลอกขาย “น้ำส้มปลอม” ย่านเกษตร
น้ำส้มคั้นปลอม ขายขวดละ 20 บาท
http://www.dailynews.co.th/regional/399824

ข่าวโพสต์ทูเด 23 พ.ค.59 จับหนุ่มสาวเวียดนาม
นำหัวเชื้อน้ำส้มผสมน้ำประปากรอกใส่ขวดขาย
แต่งรสหวานจากสารขัณฑสกรหรือสารใช้แทนน้ำตาลและสีส้ม
บรรทุกใส่รถเข็นออกเร่ขายไปทั่วเมือง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
http://www.posttoday.com/social/hot/433424

ข่าวสด 27 พ.ค.59 ที่สระบุรี
ผสมสี และสารกันบูดเกินมาตรฐาน
ซึ่งสี กับสารกันบูดพอจะรับประทานได้ แต่มากไปก็ไม่ดี
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1464359933

ไทยรัฐนิวส์โชว์ คลิ๊ปคนเวียดนามทำน้ำส้มปลอม

มารู้จัก ขัณฑสกรหรือแซกคาริน (saccharin)
เป็นสารสังเคราะห์ที่ให้รสหวานที่มีความหวาน
สูงกว่าน้ำตาลถึง 300-700 เท่า รสหวานจัด บางคนอาจรู้สึกได้รสขมด้วย
สารนี้ไม่ให้พลังงาน จึงนิยมนำไปใช้ในอาหารควบคุมน้ำหนักพลังงานต่ำ
รวมทั้งในน้ำอัดลมและน้ำหวานต่าง ๆ
แต่สำหรับในประเทศไทยนั้นไม่อนุญาตให้ใช้ขัณฑสกรในเครื่องดื่ม
สำหรับด้านความปลอดภัยของการบริโภคขัณฑสกรก็เป็นปัญหาหนึ่ง
ซึ่งนักวิชาการได้ถกเถียงกัน เช่นเดียวกันกับไซคลาเมต
ได้มีการทดลองพบว่า ขัณฑสกรสามารถทำให้เกิดโรคมะเร็ง
ในกระเพาะปัสสาวะของสัตว์ทดลอง
บางประเทศจึงได้ประกาศห้ามใช้สารนี้ผสมอาหาร
https://www.doctor.or.th/article/detail/4339

 

รายการเขย่าข่าวเข้ม

ส้มตำแยกน้ำ
ส้มตำแยกน้ำ

ส้มตำ เป็นหนึ่งใน 2 รายการอาหารกลางวัน
ที่พอจะนึกออกว่ามีอะไรในหมู่บ้านให้ทานบ้าง (บ้านนอก)
ราชาแห่งอาหารกลางวันคงหนีไม่พ้นก๋วยเตี๋ยว
นั่นก็หลายสิบปีมาแล้ว
เมื่อราวปี 2526 หรือก่อนนั้น ที่ลำปาง
มีเครื่อง ATM เครื่องแรก ๆ เข้ามาที่โรงเรียน หน้าโรงเรียนก็มี
ก่อนหน้านั้นก็ยังไม่มีบัตร ATM จำได้ว่า
คิดไม่ออกว่า ทำไมต้องพกบัตร ATM
เพราะส้มตำ กับก๋วยเตี๋ยวก็ใช้ตังนิดเดียว แม่ถอนมาไว้ทุกต้นเดือนแล้ว
จะเอาตังไปซื้ออะไรกันนักหนา กะส้มตำจาน 5 บาท
ที่สำคัญ ส้มตำนี่เลย ที่บ้านผมตำเอง เรียกคนข้างบ้านมากินด้วย
เพราะไปขอมะละกอ หรือส้มโอจากบ้านเค้า บ้านเรามีกุ้งแห้งกับถั่วลิสง
ก๋วยเตี๋ยว นี่ก็แล้วแต่อารมณ์กันหน่อย
ต้องซื้อเส้น กับลูกชิ้น และกระดูกหมู
ทำกินเองทีไร เบิ้นสองทุกที โดยเฉพาะลูกชิ้นตักกันเต็มที่ครับ
ฟินไปเลย


เข้าตัวเมืองสุดสัปดาห์แต่ละที
มี 100 นึงยังใช้ไม่หมดเลย
ยกเว้นไปซื้อสมุด หนังสือ ชุดนักเรียนก่อนเปิดเทอมจะใช้เยอะหน่อย
หลายสิบปีต่อมา มีส้มตำแยกน้ำ .. โอ้โห สุดยอดนวัตกรรม ส้มตำไม่เซ็งอีกต่อไป
สมัยก่อนกุ้งแห้งตัวเท่าพริกขี้หนู ปูดองตัวดำ ๆ เค็มปี๋กลิ่นห้อมหอม
ซื้อมาเข้าตู้เย็น กินเมื่อไรก็หยิบมาคลุก อร่อย ได้ปริมาณเยอะกว่า
สับมะละกอเพิ่มก็ทำบ่อย เพราะน้ำส้มตำเข้มข้น
ปล. เล่าเรื่องนี้ให้นักศึกษาฟัง ถึงความรู้สึกที่มีต่อเครื่อง ATM ของผม

ส้มตำแยกน้ำ
ส้มตำแยกน้ำ

แม่ค้าคนเนี้ย ใจดีกว่าพ่อ กว่าแม่เรา ซะอีก
เหมือนเคยอ่านเรื่องนี้มานะ วันนี้เห็นมาเป็นคลิ๊ปเลย
ซีพีเค้าทำให้ดู

สุดประทับใจ…หญิงหิวโซน้ำตาไหล ก้มลงไหว้พ่อค้าข้าวหมูแดง

http://chaoprayanews.com/blog/happyforever/2015/05/31/

need food
need food
ที่ต่างประเทศมีการทำรายการแอบถ่าย
แสดงให้เห็นว่าคนที่ได้อาหารมายากจะไม่แบ่งอาหารให้กับคนอื่น
แต่คนที่ได้อาหารมาง่ายจะยินดีแบ่งอาหารให้กับคนอื่น
กลุ่มที่ 1 คนที่ได้อาหารมายาก ซึ่งเป็นคนทำงานจึงได้เงินมา
คนทั่วไปในยุคทุนนิยม จะต้องทำงาน จึงจะมีอาหารกิน
เมื่อมีคนอื่นมาขอแบ่งไปรับประทาน ก็มักจะไม่ยินยอม
กลุ่มที่ 2 คนที่ได้อาหารมาง่าย ซึ่งเป็นคนไม่ทำงานแต่มีอาหารกิน
คนที่ได้รับการแบ่งปันจากคนอื่นโดยง่าย
เมื่อมีคนที่หิวโหยมาขอแบ่งปันอาหารบ้าง
ก็ยินดีจะแบ่งปันให้กับคนที่มาขอ เพราะมีอาหารมากพอ
แล้วเมื่อเขาแบ่งปันอาหารแล้ว ผู้รับก็แสดงน้ำใจด้วยการให้เงินเขา
เขาก็รู้สึกซึ้งใจ น้ำตาไหล
สรุป .. จากการไปอ่านความคิดเห็นจากบางเว็บไซต์เกี่ยวกับคลิ๊ปนี้
เขาน่าจะพบว่า คนทั่วไปไม่มีน้ำใจ แต่คนจรจัดมีน้ำใจมากกว่า
ผมว่านะ ใคร ๆ ก็คงคล้อยตามคลิ๊ปนี้

คลิ๊ปนี้มีคนดูกว่า 20 ล้านคน
คลิปการทดลองน่าทึ่ง เมื่อคนแปลกหน้าขอแบ่งของกินจากขอทาน


หนังเรื่อง อัจฉริยะรถด่วนล้ำโลก (
Atlas Shrugged Part II )
เล่าเรื่องสังคมทุนนิยม คนทำมากย่อมได้มาก จะแบ่งปันตามกฎของสังคมได้อย่างไร
ถ้าแต่ถ้าเป็นสังคมนิยม ทุกคนได้รับผลตอบแทนเท่ากัน ไม่มีใครเพิ่ม ไม่มีใครลด ทุกคนเสมอภาค

ผักสดในตะกร้า
ผักสดในตะกร้า

เทศกาลกินเจ 2557 ปีนี้ กินเจ 2 ครั้ง
ครั้งที่ 1 ตรงกับวันที่ 24 กันยายน-2 ตุลาคม 2557
ครั้งที่ 2 ตรงกับวันที่ 24 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2557
เพราะเทศกาลกิจเจตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 (ตามปฏิทินจีน) ของทุกปี
และในปี 2557 ปฏิทินจีนมีเดือน 9 สองครั้ง ทำให้มีเทศกาลกินเจ 2 ครั้งด้วยกัน
เหตุการณ์แบบนี้จะมีรอบทุก  132 ปี
http://talk.mthai.com/topic/412275

แล้วปีนี้ กรมอนามัยเตือนว่าพบสารพิษตกค้างมากในผัก 10 ชนิด ดังนี้
1. ผักกวางตุ้ง
2. คะน้า
3. ถั่วฝักยาว
4. พริก
5. แตกกวา
6. กะหล่ำปลี
7. ผักกาดขาวปลี
8. ผักบุ้งจีน
9. มะเขือ
10. ผักชี
http://www.nationtv.tv/main/content/economy_business/378425368/

กรมอนามัยแนะนำว่า
ต้องล้างผักให้สะอาด ถ้าจะทานผักสด ๆ
เพราะอาจมีสารตกค้างจากปุ๋ยคอกก็ได้
http://www.girltalkonhealth.com/2011/10/introduction-to-organic-vegetable-gardening

มาม่าเจ ซื้อยกกล่อง ได้บุญหนัก
มาม่าเจ ซื้อยกกล่อง ได้บุญหนัก
ขนมเหรียญพุทราจีน
ขนมเหรียญพุทราจีน

คร่ำครวญ ..
สมัยเด็ก เรียนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง #acl
ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 ที่แม่ให้ตังซื้อขนม #deหsert
แต่นั้นมาก็เป็นขาประจำล้อส้มเหมือนเพื่อน ๆ
ตอนเที่ยงทานข้าวเสร็จก็จะไปซื้อขนม
และหนึ่งในของโปรดก็คือขนมเหรียญ
เพราะซื้อแล้วกินได้นาน มีหลาย ๆ แผ่น
รสชาดดี หวานลิ้น เปรี้ยวกำลังดี

http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9490000014582
หลังจากนั้นเกือบ 40 ปี ก็มีข่าวว่า
ขนมเซียงจา ของบริษัทชิงโจวอี้ว์ป๋อสือผิ่น
บริษัทเป่ยจิงจางหยังซางเม่า และบริษัทเป่ยจิงรุ่ยอี๋ชุนสือผิ่น
เป็นขนมที่ทำจากพุทราจีนใช้วัตถุเพิ่มสีแดง
มีสารก่อมะเร็ง #cancer และถูกสั่งห้ามจำหน่าย
บอกตรง ๆ เลยครับ ถ้ามีโอกาสได้ซื้ออีก
ผมก็คงจะซื้อทานสักชิ้นหนึ่งเป็นแน่ .. ชอบอ่ะ
โบราณว่า “รู้ทั้งรู้ .. แต่หักใจไม่ลง”

แม้รู้สึกว่าภาพนี้เปลือยหมด
ไม่ปกปิดเลย เห็นไปถึงใส้ถึงพุง

smoke drink food
smoke drink food

ในละครแม้ตัวร้ายจะชนะเกือบทั้งเรื่อง
แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้หมดรูปตอนจบ

ในชีวิตจริงส่วนใหญ่เรามีความสุขกันทุกตอน
แต่ก็ไปพ่ายแพ้หมดรูปเอาตอนจบ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=355647757846524&set=a.160962820648353.40827.158264677584834


ยังมีบางคนอดเปรี้ยวไว้กินหวาน
ประพฤติตนเหมือนนางเอก อดทนเพื่อสุข
ค่อย ๆ กิน ค่อย ๆ ดื่ม รักษาสุขภาพให้อยู่ไปนาน ๆ
ยืดตอนสุดท้ายออกไปให้นานแสนนาน เท่าที่จะทำได้

มีคนเล่าว่า
สุขภาพดี ซื้อหาไม่ได้ ต้องทำเอง
น่าจะจริง เหนือความจริงใด ๆ

ภาพข้างล่างเป็นระดับของความสำเร็จ
เมื่อสำเร็จก็มักจะสูบ จะดื่ม จะกิน มากกว่าปกติ

success
success

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=511350935604197&set=a.144428752296419.34908.135349363204358

dog in china
dog in china

ไปเดิน bigc หรือ lotus ในแผนกอาหารสด ก็เห็นแต่สัตว์ที่ตายแล้วเต็มไปหมด ปลาหมึก หมู วัว ไก่ ปลา ก็เห็นจะมีปลาบางตัวที่ยังว่ายน้ำอยู่ หากท่านใดสนใจก็จะชี้ปลาตัวนั้น ผมว่านั่นสดจริง ๆ

ย้อนนึกถึงสุนัขที่คนไทยบางกลุ่มส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านเป็นลำรถที่เดียว และออกเป็นข่าวบ่อย ๆ เนื่องจากคนไทยไม่นิยม เมื่อค้นดูก็พบว่ามีการห้อยสุนัขเหมือนเป็ด เหมือนไก่ เหมือนข้าวขาหมู ก็คงเป็นอาหารที่ไม่สด เนื่องจากไม่ได้ฆ่าสัตว์นั้นตรงนั้น แล้วกินกันเลย แต่มีการฆ่าแล้วก็หั่นเอาเฉพาะส่วนที่น่าทานเสิร์ฟไปยังร้านอาหารต่าง ๆ ก็คงเหมือนกับ KFC หรือ MK หรือ PIZZA หรือ Shabushi หรือ Santafe ที่ต้องฆ่าสัตว์นั้น ๆ ก่อน แล้วก็คงแช่แข็งไว้ หากมีลูกค้าสั่งถึงจะนำออกมาวางให้หยิบเข้าปาก

เคยมีรายการเที่ยวต่างประเทศ ที่ดาราไปเกาหลีแล้วเข้าร้านเปิปพิสดาร ทานปลาหมึกลวก (live octopus) ประเด็นที่น่าสนใจคือ ปลาหมึกตัวนั้นยังไม่ตาย ยังสด ๆ แล้วดาราคนนั้นก็ทานไม่ลง แต่คนในร้านทานกันอย่างเอร็ดอร่อย เรียกว่าวัฒนธรรมการรับประทานอาหารที่แตกต่างกัน ซึ่งดาราไทยปรับตัวไม่ได้ในระหว่างท่องไปในต่างแดน

ผมเองก็ทานอาหารสด จำไ้ด้ว่าเคยไปกว้านพะเยา แล้วมีแม่ค้าเอากุ้งเต้นมาขาย ใส่กล่องโฟมแบบยำแล้ว ราคาประมาณ 30 บาทในสมัยนั้น บางตัวก็เต้นอยู่ แต่เพราะอยู่กับพริก จึงทะยอยหยุดเต้นจนเหลือมีชีวิตอยู่ไม่กี่ตัว .. ภาคหลังไ้ด้ค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ได้ข้อมูลว่าในกุ้งเต้นมีพยาธิปริมาณมาก และอาจเป็นเหตุของโรคภัยสารพัด จึงต้องหยุดเป็นลูกค้าในเวลาต่อมา

http://dailykimchi.com/buzz/china-food-festival-over-15000-dogs-on-the-menu/

burning food
burning food

พ่อกินอะไร ลูกเป็นอย่างนั้น

มีประโยคยอดฮิตในโลกตะวันตกว่า เรากินอะไร เราก็เป็นแบบนั้น (You are what you eat) แต่ตอนนี้ต้องเพิ่มประโยคใหม่เข้าไปด้วยว่า พ่อเรากินอะไร (ก่อนที่เราจะเกิด) เราก็เป็นแบบนั้น

ข้างต้นคืนผลการวิจัยชิ้นใหม่ที่บ่งชี้ว่า สิ่งที่พ่อของเรากินกระทั่งเติบใหญ่ขึ้นมานั้นสามารถกระทบถึงสุขภาพของเราใน อนาคตด้วย ไม่น่าก็ต้องเชื่อ นักวิจัยได้ค้นพบว่า รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้เป็นพ่อนั้นสามารถส่งผ่านมายังลูกๆ เพราะสิ่งนั้นได้ “แก้โปรแกรม” ยีนของเขา

การศึกษาเผยให้เห็นว่า ผลกระทบทางพันธุกรรมของกระบวนการ “เหนือพันธุกรรม” (epigenetics) ที่ซึ่งสภาพแวดล้อมและรูปแบบการใช้ชีวิตสามารถเปลี่ยนแปรยีนของเราได้อย่าง ถาวรเมื่อเราเติบโตขึ้น การผันแปรของยีนที่ว่านี้ยังสามารถส่งผ่านไปยังลูกหลานได้ด้วย นักวิทยา ศาสตร์ได้ทำการเจาะจงศึกษาผลกระทบจากการกินอาหารของฝ่ายพ่อ โดยดูว่าจะมีอิทธิพลต่อความเสี่ยงในการพัฒนาโรคซับซ้อน เช่น เบาหวานและโรคหัวใจของลูกๆ หรือไม่

ศาสตราจารย์โอลิเวอร์ แรนโด จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ สหรัฐ กล่าวว่า งานวิจัยของเขาจะช่วยระบุได้ว่าบุคคลใดมีความเสี่ยงสูงต่อโรค เช่น หัวใจและเบาหวาน “การได้รู้ว่าพ่อแม่ของคุณทำอะไรก่อนที่คุณจะปฏิสนธิกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ จะตัดสินว่าคุณอาจมีปัจจัยเสี่ยงของโรคชนิดใด”

เขากล่าวว่า ที่ผ่านมาแพทย์มักมองพฤติกรรมของผู้ป่วยและยีนของพวกเขาเพื่อประเมินความ เสี่ยง ถ้าผู้ป่วยสูบบุหรี่ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเป็นมะเร็ง หรือถ้าครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจ คนคนนั้นก็อาจได้ยีนที่เพิ่มความอ่อนไหวต่อโรคนี้ “แต่คนเราเป็นมากกว่ายีนและพฤติกรรมของเรา” ศาสตราจารย์แรนโดกล่าว “การ รับรู้ว่าปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมชนิดใดที่พ่อแม่ของเราผ่านพ้นมาก็มีความสำคัญ เช่นกัน”

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการสืบทอดเหนือพันธุกรรม ที่ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในการแสดงออกของยีนซึ่งไม่ได้เกิดจากการการเปลี่ยน แปลงของลำดับดีเอ็นเอที่ซ่อนเร้นอยู่ ได้ถูกส่งผ่านจากพ่อหรือแม่มายังลูกด้วย และอาจเกี่ยวพันไปถึงโรคภัยไข้เจ็บของลูก

นักวิจัยทดลองด้วยการให้อาหารหนูตัวผู้ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกได้รับอาหารตามเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป ส่วนกลุ่มที่สองได้อาหารโปรตีนต่ำ ขณะที่หนูตัวเมียทุกตัวถูกเลี้ยงด้วยอาหารตามมาตรฐานเหมือนกันหมด พวกเขาสังเกตเห็นว่า ลูกของหนูที่กินอาหารโปรตีนต่ำมียีนที่รับหน้าที่สังเคราะห์คอเลสเตอรอลและ ลิพิดเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดเมื่อเทียบกับลูกหนูในกลุ่มควบคุมที่เลี้ยงด้วย อาหารตามมาตรฐาน ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเป็นโรคหัวใจ

การศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ชี้แนะว่า ครรลองชีวิตของผู้เป็นพ่อสามารถส่งผลด้านพันธุกรรมกับลูกๆ แต่เราก็ไม่อาจตัดปัจจัยด้านเศรษฐกิจสังคมเช่นกัน  “การศึกษาของเริ่มด้วยการตัดความเป็นไปได้ที่ปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจ หรือความแตกต่างในลำดับดีเอ็นเอ อาจส่งผลต่อสิ่งที่เป็นอยู่” ศาสตราจารย์แรนโดร่ายต่อ “และมันทำให้การสืบทอดเหนือพันธุกรรมกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยน แปลงหน้าที่ของยีนอย่างชัดเจน”

กระนั้นก็ดี ศาสตราจารย์แรนโดบอกว่า เรายังไม่รู้แน่ว่าทำไมยีนเหล่านี้จึงถูกปรับแก้ หรือข้อมูลเหล่านี้ส่งผ่านมายังรุ่นต่อไปได้อย่างไร “มันสอดคล้อง กับความคิดที่ว่า เมื่อพ่อแม่หิว สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกคือกักตุนแคลอรีไว้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นประโยชน์ในบริบทของการกินอาหาร โปรตีนต่ำหรือไม่”

http://www.thaipost.net/x-cite/301210/32158

http://women.kapook.com/view20135.html

http://www.phrases.org.uk/meanings/you%20are%20what%20you%20eat.html