Archive for the ‘ศิลปวัฒนธรรม’ Category

คนไม่เหมือนคอมย่อมลำเอียงได้ (itinlife474)

Saturday, November 15th, 2014
โยกับบี ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน

โยกับบี ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน

น้ำต้มผัก ไม่มีน้ำตาล ถ้าบอกว่าหวาน แสดงว่าใช้ความรู้สึก

นั่งอ่านสื่อสิ่งพิมพ์หลายฉบับ ได้เห็นความเหมือนและความต่างอย่างชัดเจน ทั้งสื่อท้องถิ่นและสื่อส่วนกลางต่างก็มีแนวโน้มเลือกข้างหรือลำเอียงไปทางผู้ให้การสนับสนุน โดยเฉพาะสื่อท้องถิ่นที่มีค่าสนับสนุนต่ำทำให้ต้องรับผู้ให้การสนับสนุนมากขึ้น และทุกฉบับก็จะมีเนื้อหาเอนไปทางผู้ให้การสนับสนุน จนเหลือพื้นที่ให้กับข้อมูลข่าวสารลดลง ซึ่งมองได้ว่ามีความลำเอียง (Bias) ต่อสารที่สื่อออกไป อาจถือเป็นเรื่องปกติของสื่อที่อยู่ได้ด้วยการสนับสนุนจากองค์กรหรือหน่วยงาน การลำเอียงอาจเกิดขึ้นน้อยกับสื่อที่มีทุนสนับสนุน หรืออยู่ได้ด้วยตนเอง

เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ใช่มนุษย์จึงไม่มีความรู้สึก ทำให้นำเสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีลำเอียง หรือไม่มีปัจจัยทางเศรษฐกิจมาควบคุมจะปฏิบัติตามภารกิจที่กำหนด เช่นภาพยนตร์เรื่อง  Transcendence ที่คอมพิวเตอร์สมองมนุษย์ตั้งใจจะช่วยเหลือโลก แต่มนุษย์เป็นฝ่ายที่ตั้งข้อสงสัย และไม่ไว้ใจตามประสบการณ์ที่ผ่านมา มนุษย์เราบางครั้งกำหนดเป้าหมายไว้ทางหนึ่ง ทำแผนไว้ทางหนึ่ง ดำเนินการไปอีกทางหนึ่ง แล้วก็ไปสรุปผลอีกทางหนึ่ง ก็สามารถพบเห็นได้ เพราะความเชื่อเป็นปัจจัยให้มีพฤติกรรมเอนเอียงไม่สนใจความจริง ซึ่งอาศัยความพึงพอใจ และอารมณ์เป็นตัวกำหนดพฤติกรรม ถ้าชอบก็จะหาเหตุผลมาแก้ต่างให้รอดพ้นจากการถูกวิพากษ์อยู่เสมอ

การลำเอียงเป็นเรื่องปกติ เพราะทำให้มนุษย์มีสังคม มีพรรคพวก มีกลุ่มอาชีพ ร่วมกันคิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และตัดสินใจร่วมกันตามมติของกลุ่ม ไม่ขัดแย้งกันในกลุ่มแต่เอนเอียงการตัดสินใจไปทางเสียงข้างมาก ทำให้เกิดพลังในการต่อรองกับสังคมภายนอก ร่วมเผชิญศึกเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่ม ต่างกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ลำเอียง ไม่รู้จักการผสมผสานความเชื่อ ถูกหรือผิดมีเพียงสองเงื่อนไขตามตรรกะตัดสินใจ แต่มนุษย์สามารถมองข้ามความผิดพลาดว่าเกิดได้ ทุจริตได้บ้าง โหดร้ายตอนที่หิวก็ได้ เช่นการเบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่น ยอมรับได้ถ้าตนเองได้ประโยชน์ หรือทำให้ตนเองอยู่รอด ซึ่งความอยู่รอดไม่ใช่เงื่อนไขที่คอมพิวเตอร์ต้องคำนึงถึง แต่สำหรับมนุษย์แล้วความอยู่รอดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จึงทำให้การเลือกข้างกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับมนุษย์

http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/42157

ข่าว หมูกินเด็ก

Saturday, November 15th, 2014
ข่่าวหมูกินเด็ก

ข่่าวหมูกินเด็ก

ข้าวเหนียวหมูย่าง คงเป็นอาหารเช้าของหลาย ๆ คน
อ่านข่าวนี้อาจเปลี่ยนไป เหนียวไก่ กันรึเปล่านะ
เพราะที่เมืองจีน แม่หมูรับประทานเด็ก 2 ขวบ
โบราณว่า กฎแห่งกรรม
ถ้าเรากินเขา แล้วเขาก็กินเรา
ถ้าเราไม่เกินเข้า แล้วเขาก็ไม่กินเรา
ชีวิตสัตว์โลก ต่างกินกันเป็นอาหาร
อย่างคลิ๊ป สิงโต 14 ตัว ลุมกินโต๊ช้าง
มาดูกันว่าใครจะอิ่ม ใครจะเป็นอาหาร
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1415934627

เรียนก็ เพราะอยากได้ปริญญา ไม่ได้อยากรู้

Monday, November 10th, 2014
think before post

think before post

จากที่ผมเห็น post นี้แล้ว
ฟังแล้ว ผมก็คิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับนักศึกษานิเทศศาสตร์
ที่ผมกำลังจะไปคุยเรื่องคิดก่อนโพสต์ (Think before post)
ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ว่าจะโพสต์อะไรคิดหน่อย
จะอ่านอะไรคิดด้วย จะเขียนอะไรยิ่งต้องคิดให้มาก
อย่างเช่น ดูภาพยนตร์เรื่อง เกรียนฟิคชั่น (Grean Fiction)
มีอะไรให้คิดเยอะว่าปัญหาหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยรุ่น .. เยอะเพียงใด
เพราะเคยยกตัวอย่างหนังเรื่องน้ำพุ (2527)  .. นักศึกษาบอกว่ายังไม่เกิด
ต่อไปต้องหาตัวอย่างหนังที่พ.ศ.ใกล้ ๆ หน่อย ไม่งั้นงงกันทั้งห้อง

…….
ภาพนี้มีข้อความว่า
เรียนก็ เพราะอยากได้ปริญญา ไม่ได้อยากรู้
ทำงานก็ไม่ได้คิดอะไร แค่อยากได้ ค่าตอบแทน

แล้ว อ.วิริยะ eduzones แสดงความเห็นว่า
ความคิดเห็นของคนต่างประเทศ ที่ทำงานกับเรา
มันเหมือนดูถูก มันเจ็บ
แต่ถ้าฟังแล้ว คิด เราก็พัฒนา
ฟังแล้ว สวนกลับ ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

…….
คนไทยมักจะไม่รู้ว่าอะไรว่าอะไรคือเรื่องงาน และอะไรที่เรียกว่าเรื่องส่วนตัว
พวกเขาชอบเอาทั้งสองอย่างนี้มาปนกันจนทำให้ระบบการทำงานเสียไปหมด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งขององค์กร
1. ชอบสอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน
2. มักจะคุยกันเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานมากเกินไป บางครั้งทำให้บานปลายและนำไปสู่ข่าวลือ และการนินทากันภายในสำนักงาน
3. มักจะลาออกจากบริษัทโดยไม่ยอมแจ้งล่วงหน้าตามข้อตกลง แต่กลับคาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์เต็มที
4. ไม่ยอมรับความผิดชอบที่มีมากขึ้นในช่วงวิกฤติ
5. ต้องการเงินมากขึ้นแต่กลับไม่ค่อยสร้างคุณค่างานอะไรเพิ่มขึ้นเลย
- วิลเลี่ยม แมคคินสัน
http://www.chancoop.com/coop/ckeditor/system/plugins/ckfinder/upload/files/NewsBoss22_2557.pdf

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=463338

https://www.facebook.com/ajWiriya/photos/a.582316755123646.1073741850.109357035752956/822591291096190/
https://www.facebook.com/ThinkB4UPostTH

ทิ้งลูกทิ้งเมียไปนาน หลง จำทางกลับบ้านไม่ได้

Sunday, November 9th, 2014
ทิ้งลูกทิ้งเมียไปนาน หลง จำทางกลับบ้านไม่ได้

ทิ้งลูกทิ้งเมียไปนาน หลง จำทางกลับบ้านไม่ได้

คลิ๊ปทีม Metronome film
รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ในงานประกวดภาพยนตร์สั้น
ภายใต้ สโลแกน “ลำปางนครแห่งความสุข ที่ไม่หมุนไปตามกาลเวลา”
ประกาศผลเมื่อ 8 พ.ย.2557 คลิ๊ปมีความยาว 17.07 นาที
เรื่อง 1039 (หมายเลขถนน)

เรื่องราว
พนักงานขับรถเป็นชาวลำปาง
มีงานต้องพาเด็ก ๆ ไปทัศนศึกษาเชียงใหม่
แกล้งบอกว่ารถเสีย เพื่ออยู่ลำปางตามหาครอบครัว
แต่ไปทำงานกรุงเทพฯ นานมาก จนจำทางกลับบ้านไม่ได้
เมื่อไปถึงพบว่าครอบครัวย้ายที่อยู่ จึงตามหาต่อ
ระหว่างตามหาก็ พาเด็ก ๆ ไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ
จนตามพบลูกเมีย แล้วทุกคนก็มีความสุข
คาดว่า พนักงานขับรถ ยังกลับไปทำงานกรุงเทพ เหมือนเดิม
พบว่านี่คือ “นครแห่งความสุข”
ประเด็นที่ผมสนใจจากคลิ๊ป
- พาเด็กนานาชาติจะไปทัศนศึกษาเชียงใหม่
- รถเสียที่ลำปาง ก่อนเลี้ยวไปเชียงใหม่
- เด็ก 7 คนเห็นชามใหญ่ยักแล้วไปถ่ายรูปกับตะเกียบ
- รถเสีย ปัญหาใหญ่ยักเลยครับ ช่วยกันเข็น เข้าอู่อ๊อดเบรคยนต์
- กล้อง zoom ใกล้ ไกล ได้อารมณ์
- คนขับรถบอกไม่ต้องรีบ ช่างซ่อมตามลำดับคิว ไม่รัดคิว
- ระหว่างรอ ไปพักบ้านคนขับรถ
- นั่งสี่ล้อ ให้เด็ก ๆ โหนหลังรถ เหมือนกรุงเทพฯ เลย
- มุข คนขับจะหลง หาบ้านตนเองไม่ถูก
- บ้านที่เคยอยู่ เป็นบ้านร้าง เพราะไม่กลับมาลำปางเลย
- เด็ก ๆ ดราม่า เบื่อที่ต้องรอนาน
- เปลี่ยนแผนไปทัศนศึกษาที่ลำปางแทน เป็นแผน 2
- เริ่มเที่ยวที่สถานีรถไฟ แล้วนั่งรถม้าชมเมือง
- ผ่านห้าแยกหอนาฬิกา สะพานรัษฎาภิเศก
- ซื้อของฝากที่ร้านข้าวแต๋นน้ำแตงโม คุณมณี
- ไปดูอินทราเซรามิก ดูการผลิตถ้วยชาม และเพนท์สีกันเอง
- ชามไก่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดลำปาง
- อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ไปน้ำตก และต้มไข่น้ำพุร้อน
- เกิดปีฉลู (วัว) ไปไหว้พระธาตุลำปางหลวง เป็นมงคลกับชีวิต
- ไปดูเงาพระธาตุกลับหัว แต่ห้ามผู้หญิงเข้าไป
- ไปแม่เมาะเล่นสไลด์ที่จุดชมวิว
- แล้วพบลูกโดยบังเอิญ อึ้งไปเลย ทำงานหนักไปนะครับ
- คนขับวางแผน แกล้งรถเสีย จะได้ตามหาลูกเมีย
- จบด้วยดี เด็ก ๆ ให้อภัย เพราะสนุกกันมาก ทบทวนว่าไปไหนมา
- ก่อนกลับไปกาดกองต้า
- เด็ก ๆ แสดงเต้น และเล่นดนตรีหน้าพิพิธภัณฑ์
- เรื่องนี้จึงมีเด็กทั้งหมด 8 คน
- เสียดายเด็ก ๆ นานาชาติ ไม่ได้ “ฟุตฟิตฟอไฟ”
- credit ยาวมาก
- พี่ดัมมี่ ชื่อคุณธนบดินทร์ ยงสืบชาติ
- ครูฟาย ชื่อคุณวีรพล เจษฎาภัทรกุล

อย่างนี้ต้องลาออกไปอยู่บ้าน

Sunday, November 9th, 2014
ใบลาออก (resignation)

ใบลาออก (resignation)

คลิ๊ปทีม MovieMode
ชนะที่ 1 ในงานประกวดภาพยนตร์สั้น
ภายใต้ สโลแกน “ลำปางนครแห่งความสุข ที่ไม่หมุนไปตามกาลเวลา”
ประกาศผลเมื่อ 8 พ.ย.2557 คลิ๊ปมีความยาว 19.41 นาที
เรื่อง ความทรงจำ (remember)

การทำ story board มีหลายฉากทั้งลำปาง และกรุงเทพฯ
เรื่องราว
คนลำปาง ไปทำงานกรุงเทพฯ ทำงานหนัก ทำให้ล้มป่วย
กลับมาพักที่ลำปาง เห็นพ่อ เห็นเพื่อนบ้าน ทำให้กลับใจ
แล้วกลับไปกรุงเทพฯ ยื่นใบลาออกจากงาน
กลับมาอยู่บ้านดีกว่า สบายใจ
เมื่ออยู่ลำปางก็ออกเที่ยวกับพ่อไปสถานที่ต่าง ๆ
พบว่านี่คือ “นครแห่งความสุข”

ประเด็นที่ผมสนใจจากคลิ๊ป
- เริ่มต้นจากการสร้างอารมณ์ “เศร้า” ด้วยใบลาออก
- เล่าถึงที่มาของการยื่นใบลาออก
- กล้องที่ใช้สามารถ zoom เข้าออกได้
- มีการแสดงด้วยสีหน้า และท่าทาง (drama)
- ทำงานมาก เครียด จึงล้มป่วย เป็นตรรกะในปัจจุบัน
- ซ้อนคลิ๊ป .. ให้เห็นความคิดที่อยู่ในห้วงคำนึง
- คติเรื่องรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในสังคมเมือง
- หมอบอก อยู่เฉย ๆ ก็จะดีเอง สรุปว่ากลับบ้านเก่า
- ทางกลับลำปางพบพระบิณฑบาต ถ่ายจากกลางทุ่ง
- มุมกล้องสะท้อนกระจกรถ
- น่าจะใช้กล้องหลายตัว สะท้อนการพูดคุยของพ่อลูก
- พูดถึงชามไก่ขณะทานข้าว เป็นเครื่องปั้นลือนาม
- พระเอกพูดไทย พ่อและชาวบ้านพูดเมือง
- ปัญหาในการทำงานพระเอก ทำมากแล้วเครียด
- พ่อลูกคิดไม่ตรงกัน อยู่ด้วยไม่ได้ ถ้ายอมซะคนก็คงลงตัว
- โต๊ะทานข้าวสวย ย้อนยุค เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้
- ถามหา wi-fi แปลกนะ น่าจะถามหาโทรศัพท์
- สมัยนี้ ลำปางไม่น่าห่างขนาดหาสัญญาณโทรศัพท์ไม่ได้
- ถ่ายสะพานรัษฎาด้วยเลนกว้าง
- ไปวัดพระธาตุลำปางหลวงฟังเทศ ทำบุญให้แม่
- ฟังแม่คุยกันกับลูก สงสัยเป็นจุดทำให้คิดได้ กตัญญู
- ร้องไห้ คิดถึงแม่ เพราะเห็นแม่ลูกเขาคุยกัน
- มีมุมสูง มุมต่ำ กดกล้องลงมา
- หยิบรูปเก่า นึกถึงความหลัง
- ข้าวแต๋นลำปาง ของฝากขึ้นชื่อ
- ก่อนกลับไปกรุงเทพฯ แวะบ้านหลุก แห่งงานฝีมือแกะสลัก
- ชีวิตที่กรุงเทพฯ บนสะพานลอย ดูวุ่นวาย
- สรุปว่าลาออก กลับไปอยู่บ้าน ไปอยู่กับพ่อ
- “คุณจะเป็นอะไรก็ได้ ถ้าคุณมีความสุขกับมัน”
- ท้องฟ้าเคลื่อนไหว สะท้อนว่าเวลากำลังเปลี่ยน
- เล่นกับเด็ก ๆ กลางสายรุ้ง
- ล่องแม่น้ำลอดสะพานบ้านหลุก
- เที่ยววัดเฉลิมพระเกียรติฯ แห่งท่องเที่ยว unseen ลำปาง
- ยืนหมุน ๆ บนยอดเขา
- น้ำเย็น น้ำอุ่น ที่น้ำตกแจ้ซ้อนกับพ่อ
- ลวกไข่ที่น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน
- ขี้ช้างที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย
- เดินขึ้นดอยขุนตาล เหนื่อยนะนั่น
- คิดถึงแม่ที่ยอดดอยขุนตาล
- ออกแบบหน้า credit สวย
- ผู้แสดงเป็นพ่อ ชื่อคุณชัชวาลย์ กิติโรจนา
- ผู้แสดงเป็นชาย ชื่อคุณอรรถกร จังเกษม

สาวลวกก๋วยเตี๋ยว เฉลยว่าไม่ใช่ร้านของเธอ

Tuesday, October 28th, 2014
boy or girl

boy or girl

น้องม็อบ สาวลวกก๋วยเตี๋ยว
เปิดใจในรายการ “ปากโป้ง
ว่าเธอ(เขา)เป็นผู้ชาย
และนั่นก็ร้านก๊วยเตี๋ยวของเพื่อน

เธองามอย่างมีคุณค่า
โบราณว่า “ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ของจะเสีย”
หรือ “รู้หน้าไม่รู้ใจ”
เหรียญมี 2 ด้านเสมอ แต่เราก็ไม่เคยเข้าใจผิดนะครับ
ว่าด้านไหนเป็นหัว หรือเป็นก้อย
ปล. เผื่อใจไว้เยอะ ๆ หน่อย
พระบอกว่า “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน”
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE5EUTRNemsyTWc9PQ%3D%3D

สังคมก้มหน้า (itinlife468)

Sunday, October 5th, 2014
สังคมก้มหน้า (social ignore)

สังคมก้มหน้า (social ignore)

http://www.oh-i-see.com/blog/2013/02/11/technology-in-everyday-life-plug-away-or-pull-the-plug/

มนุษย์เราถูกยอมรับว่าเป็นสัตว์สังคมมานาน มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมหาอาหาร เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ สร้างบ้านเมือง แลกเปลี่ยนสินค้า โดยเฉพาะสังคมครอบครัวของไทย ถือเป็นสังคมที่เหนียวแน่นที่เคยอยู่รวมกันทั้งปู่ ย่า ตา ยาย ลูก หลาน เหลน จนเมื่อไม่นานมานี้ มนุษย์พัฒนาตนเองให้มีความเจริญขึ้น เกิดการแยกตัวระหว่างสังคมเมือง และสังคมชนบทอย่างชัดเจน เป็นผลให้ครอบครัวไทยมีการแยกตัวผ่านกลไกทางการศึกษา เด็กมักต้องไปเรียนหนังสือในเมือง เมื่อมีความรู้สูงขึ้นก็จะเข้าไปทำงานในเมือง ทำให้สังคมครอบครัวมีขนาดเล็กลงเหลือเพียงพ่อแม่ลูกและอาศัยในบ้านขนาดเล็กลงตามหัวเมืองใหญ่

ความเจริญของเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เกิดพฤติกรรมใหม่ที่เรียกว่า สังคมก้มหน้า (Social ignore) คือ การเพกเฉยต่อสังคมรอบตัว แต่ให้ความสำคัญกับสังคมเสมือนจริงมากกว่า ในอดีตเรามักสื่อสารโต้ตอบกับคนใกล้ตัวโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยีก็สามารถพูดคุย แสดงกิริยา หรือสัมผัสกันได้โดยตรง เมื่อสังคมเสมือนจริงเข้ามาเป็นที่นิยม ช่วยให้การสื่อสารได้สะดวกทั้งระหว่างบุคคล เป็นกลุ่ม หรือสาธารณะก็ทำได้ในทุกที่ทุกเวลา ทำให้ความสัมพันธ์ในสังคมกับคนรอบตัวเปลี่ยนไป เพราะเวลามีจำกัด แต่ละเสี้ยวเวลาก็จะทำได้เพียงกิจกรรมเดียว หากติดอยู่กับกิจกรรมหนึ่งก็อาจเพิกเฉยต่ออีกกิจกรรมหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

เคยดูคลิ๊ป disconnect to connect ของ dtac ที่แสดงให้เห็นชัดว่าปัจจุบันพ่อแม่กับลูก เริ่มมีความสัมพันธ์ที่ถอยห่าง แม้อยู่ด้วยกัน ทานข้าวด้วยกัน แต่ก็ก้มหน้าก้มตาคุยกับคนในสังคมเสมือนจริง ในสังคมคนทำงานที่ประชุมร่วมกับเพื่อน หรืออยู่กับแฟน ก็ยังแยกตัวเองไปอยู่ในสังคมเสมือนจริง เช่น อัพเฟส (update facebook status) หรือส่งไลน์สติกเกอร์ (line sticker) หรือทวีต (tweet) หรือดูคลิ๊ปในยูทูป ทั้งที่เวลานั้นมีกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกับคนใกล้ตัว ถือเป็นการเพิกเฉย (ignore) ต่อการทำกิจกรรมร่วมกัน แม้ยังไม่ใช่ปัญหาสังคมที่รุนแรง แต่สะท้อนถึงมารยาท หรือจริยธรรมของคนในสังคมที่เสพติดสังคมเสมือนจริง ที่ให้ความสำคัญต่อคนใกล้ตัวน้อยกว่า ปัญหาทั้งหมดแก้ได้ด้วยการทำให้ผู้คนรักษามารยาทที่มีต่อครอบครัว เพื่อน และความตระหนักถึงประโยชน์ที่แท้จริงของการสื่อสาร มิใช่เลือกที่จะสื่อสารเพื่อความบันเทิงส่วนตัวอย่างเดียว

http://anusornkob.blogspot.com/2013/03/social-ignore.html

แฟนเพจของ “2014 incheon asian games” ถูกระงับ

Wednesday, October 1st, 2014
2014 incheon asian games

2014 incheon asian games

1 ตุลาคม 2557 แฟนเพจของ “2014 incheon asian games”
ถูกระงับการเข้าถึงจากประเทศไทย
ผมจะเข้าไปติดตามการแข่งขันก็เข้าไม่ได้
http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/140930_261.html

สืบเนื่องจากวันอังคารที่ 30 กันยายน 2557
มีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ (เจ้าภาพ) และไทยแพ้ 2-0
แล้วมีเหตุการณ์ที่กองเชียร์ไทยเชื่อว่า การตัดสินไม่ยุติธรรม
ดังนั้นกองเชียร์ไทย จึงเข้าไปแสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม
เป็นเหตุให้มีการระงับดังกล่าวเกิดขึ้น

แต่ก็ได้พยายามเข้าไปในแฟนเพจดังกล่าวผ่าน zend2.com (anonymous proxy)
โดยเข้าไปที่ https://www.facebook.com/profile.php?id=113496052043077
เมื่อเข้าไปแล้วก็บันทึกกิจกรรมที่คนไทยเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็น PDF
https://www.facebook.com/groups/thaiebook/381677158649775/
ตามที่ปรากฎเป็นข่าวทางทีวีจากส่วนกลาง
http://www.nationtv.tv/main/content/sport/378426405/

กล้องติดรถยนต์กับกล้องโดรน (itinlife466)

Sunday, September 21st, 2014
car camera

car camera

http://gp4.tarad.com/product.detail_686023_th_5266321

เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์บันทึกภาพความละเอียดสูง (HD = High Definition) กลายเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของอุปกรณ์ในปัจจุบันด้วยราคาที่ลดลง เราเริ่มเห็นภาพจากกล้องคุณภาพสูงที่ถูกบันทึกด้วย Drone เป็นอากาศยานไร้คนขับเพื่อใช้บันทึกภาพจากที่สูง และควบคุมด้วยอุปกรณ์บังคับจากพื้นดิน ซึ่งมีราคาไม่กี่พันบาทไปถึงหลายหมื่นบาท แต่ประโยชน์ของ Drone สำหรับบุคคลทั่วไปอาจไม่ชัดนัก เพราะทำงานคล้ายกับเครื่องบินวิทยุบังคับ ปัจจุบันมีการนำ Drone เชื่อมต่อกับกล้องแล้วใช้บันทึกภาพในงานข่าว (Drone journalism) บันทึกภาพเหตุการณ์กิจกรรม หรือสถานที่ด้วยมุมมองที่แตกต่างออกไป ภาพที่ได้อาจใช้ประกอบการทำคลิ๊ปประชาสัมพันธ์องค์กร/กิจกรรม/แหล่งท่องเที่ยวก็ได้

เห็นกล้องที่ใช้กับอากาศยานไร้คนขับแล้วทำให้นึกถึงกล้องติดรถยนต์ (Car camera) ที่ใช้สำหรับบันทึกภาพเหตุการณ์แบบมัลติมีเดีย แต่กล้องติดรถยนต์ใช้บันทึกได้ทั้งภาพและเสียง ส่วนกล้องที่ติดกับ drone มักใช้บันทึกเฉพาะภาพ เพราะเสียงของใบพัดจะดังจนกลบเสียงทุกอย่างโดยรอบ เราจึงมักเห็นภาพพร้อมเสียงดนตรีหรือไม่มีเสียง ดังนั้นกล้องติดรถยนต์จะถูกใช้งานบ่อยกว่ากล้องที่ติดกับ drone เพราะมักถูกเปิดเมื่อรถยนต์เคลื่อนที่ เพื่อบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างรถยนต์เคลื่อนที่ บางครั้งจะเห็นนักท่องเที่ยวนำกล้องติดรถยนต์มาติดบนหมวกกันน็อก แล้วขับรถตะเวนไปรอบเมืองเพื่อบันทึกภาพสถานที่ พร้อมกับเสียงบรรยายไปพร้อมกัน

กล้องติดรถยนต์นอกจากจะติดเพื่อเก็บภาพทิวทัศน์ในเส้นทางที่ผ่านไปแล้ว ก็มักใช้เก็บเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง เช่น ป้องกันคนกระโดดให้รถชนเพื่อเรียกค่าเสียหาย จอดรถทิ้งไว้แล้วมีรถมาเฉี่ยวชน มีขโมยเข้ามาในรถ มีข้อพิพาทกับตำรวจ เกิดการชนกันทั้งเราชนเขา หรือเขาชนเราก็จะได้นำมาใช้เป็นหลักฐาน ยิ่งเห็นความสำคัญมากก็ยิ่งต้องการความละเอียดของภาพมาก มีความจุของหน่วยความจำมาก มีตัวเลือกให้ปรับแต่งมาก ถ่ายกลางคืนได้ มุมกว้าง มีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ซึ่งต้องจ่ายเงินเพิ่มตามไปด้วย

เป็นหลักฐานการทำผิดของคู่กรณี

Drone journalism

กระโดดให้รถชน หวังเรียกค่าเสียหาย

จอดรถทิ้งไว้แล้วมีรถมาเฉี่ยวชน

เอารถเข้าศูนย์ซ่อมแล้วถูกขโมยของ

ภาพเหนือมหาวิทยาลัยเนชั่น v.1 วิวรอบมหาวิทยาลัย

ภาพเหนือมหาวิทยาลัยเนชั่น v.2 รับน้อง 57

https://www.facebook.com/video.php?v=10152361795191379

ภาพเหนือมหาวิทยาลัยเนชั่น v.2 รับน้อง 57

https://www.youtube.com/watch?v=U_JjQF4CHt8

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง

https://www.youtube.com/watch?v=laJrZ0g_TSg

บันทึกล่องแพเหนือเขื่อนภูมิพล ค้างที่เกาะวาเลนไทน์

Monday, April 14th, 2014
รวมหลานเหลน ของแม่หลวงเหรียญ ดวงไชย

รวมหลานเหลน ของแม่หลวงเหรียญ ดวงไชย




https://www.facebook.com/gthaiall/media_set?set=a.744434575591166.1073741863.100000738912455

13 เม.ย.57 ครอบครัวดวงไชยมักรวมตัวกันในหมู่เครือญาติ
มีพี่น้อง 9 คนเป็นลูกแม่หลวงเหรียญ พร้อมหลาน เหลน เขย และสะใภ้
ปี 2557 นัดหมายไปล่องแพเนื่องในเทศกาลวันหยุดสงกรานต์
เหนือเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก
นัดแพไว้ 10.00น. วันที่ 13 เม.ย.57 และกลับเวลาเดียวกันของวันรุ่งขึ้น
ได้ติดต่อแพ ธ.กาญจนา
Tel.055-549238 081-9729673 081-8885166
ติดต่อผ่าน อาทิวา เป็นญาติที่ลำปางที่มีประสบการณ์มาค้างแรมบนแพ
เราเช่าแพขนาดใหญ่ ตกลงไว้ว่า 30 คน คิดค่าแพ 15,000 บาท
หรือหัวละ 500 บาทนั่นเอง แต่ในวันเดินทางรวมญาติได้ 38 คน
ทำให้ตอนกลับต้องจ่ายเพิ่มเป็น 19,000 บาท
บริการของแพมีที่นอน หมอน ผ้าห่ม ห้องน้ำ 4 ห้อง ชุดคาราโอเกะ น้ำเปล่า
เลี้ยงมื้อเที่ยงเป็นส้มตำกับทอดมันปลา และสมาชิกเตรียมห่อข่าวไปทานมื้อเที่ยง
มื้อเย็นเลี้ยงแบบโต๊ะจีน มีปลาทอด ผัดฉ่าปลาคัง ต้มยำปลาคัง ผัดผักใส่หมู น้ำพริกอ่อง
มื้อเช้าเป็นข้าวต้มกุ้ย มีหัวไชโป้ผัดไข่ ปลาเค็มหนึ่งแว่น  ไข่เค็ม ยำผักกาดดอง

เกาะวาเลนไทน์

เกาะวาเลนไทน์

เกาะวาเลนไทน์ (Valentine island)

เกาะวาเลนไทน์ (Valentine island)

การเดินทาง แพเคลื่อนจากท่าแพ 10 โมงกว่า ปลายทางที่เจ้าของแพกำหนด
คือ เกาะวาเลนไทน์ (Valentine Island) ไปถึงราวเที่ยงตรง
คงเพราะเรือเล็กลากแพมีกำลัง จึงลากแพใหญ่ถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว
ผมเดินสำรวจเกาะเกือบ 2 ชั่วโมง
เพราะเกาะค่อนข้างกว้างและชัน ไปถึงส่วนยอดของเกาะ เห็นรังอีกาบนยอดไม้
ยิ่งฤดูร้อนน้ำลด เกาะก็จะกว้างกว่าเดิม น้ำหลายจุดตื้นเขิน
มีสัตว์ชนิดหนึ่งที่ชาวแพบอกว่าเป็นแพะ ที่นำมาปล่อย เพราะรอบเกาะมีขี้แพะ
กระจายอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะยอดเกาะ หรือริมหาดก็พบเห็นได้
ตกเย็นเด็กในแพสวมชูชีพ โดดเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน
แม้น้ำจะลึกแต่มีเสื้อชูชีพสวมกันทุกคน
ตกเย็นมีพายุฝนเข้ามาอย่างรุนแรง ผมต้องย้ายที่นอนจากหน้าแพออกมา
เพราะฝนสาด เราไม่รู้สึกกลัวแม้ลมจะแรง แอบหลบแรงลมอยู่ในซอกหลังเกาะ
กลางคืนฟ้ากระจ่างเห็นพระจันทร์เต็มดวง
ตอนรุ่งสางพระจันทร์สีแดงสดค่อย ๆ ลับยอดเขาหายไป

ถ่ายรูป ถ่ายร่าง ในหมู่เครือญาติ

ถ่ายรูป ถ่ายร่าง ในหมู่เครือญาติ

กิจกรรมบนแพก็มีหลากหลาย
ทั้งดื่มกิน ร้องเพลง เต้นรำ ถ่ายรูปกันเอง ถ่ายรูปทิวทัศน์
ทำอาหารที่เตรียมมา เล่นเกม พูดคุยทักทายกันประสาญาติมิตร
เล่นน้ำเมื่อแพหยุด สำรวจเกาะ นั่งนอนตามอัธยาศัย
เจ้าของแพบอกว่าปกติมีหมอนวดประจำแพ
แต่ครั้งนี้เป็นหยุดเทศกาล จึงลากลับบ้าน

ถ้าเพื่อน ๆ สนใจไปเที่ยว เสนอว่าเตรียมฟืน ไฟฉาย เต้น มีด หรือของเล่นชายหาด
ไปพจญภัยบนเกาะ มีมีดไว้ตัดต้นไมยราบ ทำทางให้นักท่องเที่ยวรุ่นต่อไป
เพราะเห็นหลายจุดที่น่าจะมีนักท่องเที่ยว ก่อไฟทิ้งไว้
แต่ดีที่ไม่มีขยะใด เจ้าของแพคงช่วยกันดูแลอย่างดี
เพราะคืนนั้นเห็นมีแพมาจอดค้างคืนประมาณ 5 แพ
รวมคนก็อาจถึง 150 คน
แต่นักท่องเที่ยวคงเป็นผู้สูงอายุกันเยอะ ไม่ค่อยเดินเพ่นพ่านบนเกาะเท่าใด

เกาะวัดพระพุทธบาทเขาหนาม

เกาะวัดพระพุทธบาทเขาหนาม

เก็บภาพบนยอดเกาะวัดพระพุทธบาทเขาหนาม

เก็บภาพบนยอดเกาะวัดพระพุทธบาทเขาหนาม

ขากลับ ตอนเช้าเราออกค่อนข้าวเร็ว
ผม และนักไต่เขาถูกเรียกจากยอดเขา นึกว่าเรียกไปทานข้าว
แต่เรียกให้ขึ้นแพ เพราะรีบเดินทางไปที่เกาะวัดพระพุทธบาทเขาหนาม
บนเขาลูกนี้มีต้นคล้ายว่านหางจระเข้จำนวนมากแทบทั้งเกาะ
น่าจะเป็นที่มาของคำว่าเขาหนาม
การขึ้นเกาะนี้ค่อนข้างสูง ชัน และแคบ ทำให้นึกถึงดอยฮางที่เกาะคา
ปัจจุบันทางขึ้นพัฒนาดีขึ้นมาก เหยียบได้เต็มเท้าเกือบทุกขั้น
เป็นคำบอกเล่าของญาติที่เคยมาแล้วสองครั้ง
ด้านบนก็พัฒนาไปมาก มีสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้น นับได้ประมาณ 7 แหล่ง
นอกจากต้องใช้พลังภายในขับตัวเองให้ขึ้นไปถึงจุดสุดยอดแล้ว
ยังต้องใช้อีกไม่น้อย กว่าจะทัวร์ให้ครบแหล่งธรรมให้ครบ 7 แหล่ง
ขาลงก็เหนื่อยไม่น้อย ลงมารับประทานข้าวต้ม รู้สึกอร่อยมาก
เพราะทั้งเหนื่อยและหิว ทานเยอะไม่ได้มีปริมาณจำกัดแบบโต๊ะจีน

หลาน ๆ เหลน ๆ เล่นน้ำกันสนุกสนาน

หลาน ๆ เหลน ๆ เล่นน้ำกันสนุกสนาน