Archive for the ‘ศิลปวัฒนธรรม’ Category

รวมคลิ๊ปเกี่ยวกับพิธีประสาทปริญญาบัตร

Thursday, January 22nd, 2015

รวมคลิ๊ปงานรับปริญญา และภาพบรรยากาศ

เวทีพิธีประสาทปริญญาบัตร

เวทีพิธีประสาทปริญญาบัตร

1. น้องเอ๋ เล่าบรรยากาศงานรับปริญญา
https://www.youtube.com/watch?v=I7T1ByJP-8E
1.1 ข่าวงานรับปริญญาโดย ธัญพิสิษฐ์ เล่าเรื่องคลิ๊ปน้องเอ๋
https://www.youtube.com/watch?v=I7T1ByJP-8E
2. พิธีประสาทปริญญาบัตร วันแรก โดยเจม (9.21 นาที)
https://www.youtube.com/watch?v=I2FDTYzZM44
3. พระมหาวุฒิชัย (ว.วชิรเมธี) บรรยายพิเศษ
https://www.youtube.com/watch?v=PiglXCxn7QA
4. แสดงความยินดีกับบัณฑิต ขอ 3 คำ
https://www.youtube.com/watch?v=J0oINaER43s
5. ขานชื่อบัณฑิตเดินเข้ารับปริญญาของคณะต่าง ๆ
https://www.youtube.com/watch?v=bKdK6_vwFQ0
6. บูมบัณฑิต วีดบูม
https://www.youtube.com/watch?v=x4By0hLFERY
7. ซ้อมรับปริญญาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
https://www.youtube.com/watch?v=xaeJ-UbEML4
8. สัมภาษณ์บัณฑิต .. ลูกสาวคุณนิเวศน์ อินติ๊บ
https://www.youtube.com/watch?v=OGeKOJf-wH8
9. พิธีประสาทปริญญาบัตร
https://www.youtube.com/watch?v=c03tWmIhkmo

ข้อพึงปฏิบัติและข้อห้ามในพิธีประสาทปริญญาบัตร

Thursday, January 22nd, 2015
มีเอกสารเผยแพร่ในพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 21
ที่มหาวิทยาลัยเนชั่น ฝ่ายพิธีการได้ทำเอกสารเผยแพร่
เพื่อให้บัณฑิต และมหาบัณฑิตใช้เป็นแนวทาง
ว่าสิ่งใดควรทำ และสิ่งใดไม่ควรทำ
ประกอบด้วย
- การแต่งกาย
- การสวมหมวก
- การโค้งคำนับ
- การปรบมือ
- การรับปริญญาบัตร
- การกล่าวคำปฏิญาณตน
- การถ่ายภาพหมู่
- ข้อห้ามปฏิบัติ
- การบริการอาหารและเครื่องดื่ม
- การบริการด้านปฐมพยาบาลเบื้องต้น
- การจราจรและที่จอดรถ
มีรายละเอียดดังนี้

ลูกค้าถูกเสมอ เป็นกฎที่ทำให้ผู้คนเชื่อว่ามีอย่างอื่นสำคัญกว่า “ความถูกต้อง”

Tuesday, January 6th, 2015

ชวนมองต่างมุมเฉย ๆ ครับ
จากการที่เคยเรียน และเคยเชื่อ
ว่า .. มีอย่างอื่นสำคัญกว่าความถูกต้อง คือ “ลูกค้า”
เพราะเคยเห็นนโยบายขององค์กรในตำรา ที่เขียนว่า
Rule 1. The customer is always right!
Rule 2. If the customer is ever wrong reread rule 1.

แต่ในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น

แมวจับหนู ถ้าจับได้ไม่ว่าจะแมวขาวหรือดำ ก็เรียกว่าแมวดี .. จริงหรือ

แมวจับหนู ถ้าจับได้ไม่ว่าจะแมวขาวหรือดำ ก็เรียกว่าแมวดี .. จริงหรือ

http://www.aecnews.co.th/focus/read/261

กรณีที่ 1
มีข่าวว่าแม่ค้าที่ประเทศจีน
แก้ผ้าลูกค้าประจาน ในความผิดที่ขโมยเสื้อผ้าในร้าน
ถ้าแม่ค้ายึดนโยบายลูกค้าถูกเสมอ เหตุการณ์นี้คงไม่เกิดขึ้น
http://news.truelife.com/detail/3256491

กรณีที่ 2
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ถูกปิด
เพราะมองนักศึกษาเป็นลูกค้า
เมื่อลูกค้าอยากซื้อใบปริญญา ก็ขายให้
แม้นักศึกษากระทำผิดแต่ก็ไปสนับสนุน
โดยเชื่อว่าลูกค้าถูกเสมอ แล้วตนเองก็กระทำผิด
http://www.globalpurchasinggroup.com/the-customer-isnt-always-right/

กรณีที่ 3

ผลสำรวจของ ABAC Poll
เผยผลสำรวจ ระบุประชาชน เกินร้อยละ 60 รับได้
ถ้ารัฐบาลคอร์รัปชั่น แล้วตนเองได้ประโยชน์
อะไรก็ตามที่ทำแล้วตนเองได้ประโยชน์ มีมนุษย์ไม่น้อยคิดว่าเป็นความถูกต้อง
ผมว่าน่าคล้อยตามอยู่ไม่น้อย
http://www.thaiall.com/blog/burin/5410/

ความเป็นมาของการส่งความสุขที่เปลี่ยนไป (itinlife 481)

Friday, January 2nd, 2015
ส.ค.ส. ที่มีรูปธงไตรรงค์ ธงชาติไทยที่เก่าแก่ที่สุด

ส.ค.ส. ที่มีรูปธงไตรรงค์ ธงชาติไทยที่เก่าแก่ที่สุด

http://tccontent.blogspot.com/2013/11/blog-post_3001.html

ตามบันทึกในประวัติศาสตร์ พบว่าเริ่มมีการส่งบัตรเยี่ยม หรือ การ์ดข้อความมามากกว่า 200 ปีแล้ว ประเทศไทยรับธรรมเนียมการส่งบัตรอวยพรจากต่างชาติ แบบแรกคือ บัตรอวยพรปีใหม่ ซึ่งพบหลักฐานที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เคยจัดทำเป็นภาษาอังกฤษเมื่อ พ.ศ.2409 ปรากฏในหนังสือพิมพ์ The Bangkok Recorder ของ หมอบรัดเลย์ (Dr.Dan Beach Bradley) ต่อมาได้เกิดคำว่า ส.ค.ส. ที่ย่อจาก ส่งความสุข ในต้นรัชกาลที่ 5 จนมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากเมษายน เป็นมกราคม ตามแบบสากลเมื่อ พ.ศ.2483 และนิยมสงการ์ดอวยพรเรื่องมาถึงปัจจุบัน

เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างมาก หลายปีก่อนนิยมส่งข้อความถึงกันด้วยอีเมล (E-Mail) และมีบริการส่งบัตรอวยพรทางเว็บไซต์ ทำให้บัตรอวยพรที่ส่งทางไปรษณีย์เริ่มเสื่อมความนิยมลง แต่มีการรับส่งบัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ (E-Card) ทางอีเมลกันมากขึ้น ต่อมาโทรศัพท์มีบริการรับส่งข้อความแบบสั้น หรือ SMS (Short Message Service) ทำให้การส่งความสุข หรือข้อความยินดีในแต่ละเทศกาลเริ่มเปลี่ยนไป บางท่านที่มีเพื่อนมากอาจได้รับข้อความในเทศกาลปีใหม่นับร้อย บางท่านมีเพื่อนน้อยอาจได้รับเป็นสิบข้อความเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในต้นปี 2558 สถิติการส่งข้อความสั้นลดลงตามคาด และลดลงมากกว่าปีที่ผ่านมา จากรายงานข้อมูลของผู้ให้บริการทั้ง ดีแทค เอไอเอส และทรูมูฟ เอช

การใช้งานดาต้าในช่วง 23.45 – 00.15น. เปลี่ยนปีเก่าเป็นปีใหม่ เทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่ามียอดการใช้งานสูงขึ้น 3 – 4 เท่า ซึ่งผู้ใช้ส่งข้อความหากันผ่านโซเชียลมีเดียหลัก 3 ราย คือ Line, Facebook และ Instagram ทั้งนี้กระแสการใช้งาน Line Sticker ได้รับการสนับสนุนประชาสัมพันธ์จากภาครัฐ มีแบบสติ๊กเกอร์ 16 แบบให้ดาวน์โหลดฟรี เพื่อส่งเสริม “ค่านิยมสิบสองประการ” และแบบที่ 13 มีคำว่า “สวัสดีปีใหม่” ซึ่งผมก็ได้รับจากเพื่อนหลายท่าน แต่ในทางตรงกันข้ามปีนี้กลับไม่ได้รับข้อความส่งความสุขทาง SMS เลย ต่อจากนี้แนวโน้มการส่งข้อความของผู้ใช้เทคโนโลยีก็จะใช้บริการผ่าน Line และ Facebook เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าท่านกำลังพิจารณาว่าจะส่งความสุขถึงใครสักคนก็คงต้องพิจารณาว่าผู้รับจะสะดวกรับทางใด ซึ่งคาดเดาได้ไม่ยากนักในยุคสังคมก้มหน้า

http://www.jobmarket.co.th/news/detail.php?dd=5978

http://www.manager.co.th/cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9580000000110

http://www.mxphone.net/010115-3-operetor-new-year-data-usage-up/

รักพ่อต้องกลับบ้าน

Sunday, December 7th, 2014
รักพ่อ (love father)

รักพ่อ (love father)

เคยดูคลิ๊ปที่ชนะเลิศ ปี 2557 ของจังหวัดลำปาง
ดูแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นการสะท้อนถึงความรักที่มีต่อพ่อ
ผมคิดต่อว่า “ถ้ารักพ่อ ต้องกลับบ้าน
เป็นคลิ๊ปสะท้อนว่า ใครไปทำมาหากินนอกบ้านเกิด
ถ้าลืมตาอ้าปากได้แล้ว มีเงินเก็บพอเกษียณ ก็น่าจะกลับไปอยู่กับพ่อได้แล้ว
ผมว่าสร้างความสะเทือนใจให้ทั้งพ่อและลูกที่แยกกันอยู่ได้ดี
เรื่องราว
ชายหนุ่มคนหนึ่งทำงานอยู่กรุงเทพฯ
แล้วล้มป่วยเนื่องจากทำงานหนัก
หมอบอกให้พัก จึงลาพักไปเที่ยวบ้าน
หลังจากที่ไม่ได้กลับไปนาน
ครั้งสุดท้ายที่กลับคืองานศพแม่
สุดท้าย “ลาออก” เพื่อกลับมาอยู่บ้านกลับพ่อ
เพราะกลับไปอยู่บ้านกับพ่อ มีความสุขกว่า
ทำงานแล้วเครียด
สรุปอีกครั้งว่า “รักพ่อ ต้องกลับบ้านลำปาง ไม่ปล่อยท่านอยู่บ้านคนเดียว ถ้าทำได้”
ผมโพสต์เรื่องนี้โอกาสวันพ่อปี 2557

ปล. ผมเก็บลิงค์คลิ๊ปนี้ใน วีดีโอช่วยสอน 23.18
ร่วมกับคลิ๊ปที่ชนะ และไม่ชนะการประกวดในปีนี้

คนไม่เหมือนคอมย่อมลำเอียงได้ (itinlife474)

Saturday, November 15th, 2014
โยกับบี ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน

โยกับบี ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน

น้ำต้มผัก ไม่มีน้ำตาล ถ้าบอกว่าหวาน แสดงว่าใช้ความรู้สึก

นั่งอ่านสื่อสิ่งพิมพ์หลายฉบับ ได้เห็นความเหมือนและความต่างอย่างชัดเจน ทั้งสื่อท้องถิ่นและสื่อส่วนกลางต่างก็มีแนวโน้มเลือกข้างหรือลำเอียงไปทางผู้ให้การสนับสนุน โดยเฉพาะสื่อท้องถิ่นที่มีค่าสนับสนุนต่ำทำให้ต้องรับผู้ให้การสนับสนุนมากขึ้น และทุกฉบับก็จะมีเนื้อหาเอนไปทางผู้ให้การสนับสนุน จนเหลือพื้นที่ให้กับข้อมูลข่าวสารลดลง ซึ่งมองได้ว่ามีความลำเอียง (Bias) ต่อสารที่สื่อออกไป อาจถือเป็นเรื่องปกติของสื่อที่อยู่ได้ด้วยการสนับสนุนจากองค์กรหรือหน่วยงาน การลำเอียงอาจเกิดขึ้นน้อยกับสื่อที่มีทุนสนับสนุน หรืออยู่ได้ด้วยตนเอง

เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ใช่มนุษย์จึงไม่มีความรู้สึก ทำให้นำเสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีลำเอียง หรือไม่มีปัจจัยทางเศรษฐกิจมาควบคุมจะปฏิบัติตามภารกิจที่กำหนด เช่นภาพยนตร์เรื่อง  Transcendence ที่คอมพิวเตอร์สมองมนุษย์ตั้งใจจะช่วยเหลือโลก แต่มนุษย์เป็นฝ่ายที่ตั้งข้อสงสัย และไม่ไว้ใจตามประสบการณ์ที่ผ่านมา มนุษย์เราบางครั้งกำหนดเป้าหมายไว้ทางหนึ่ง ทำแผนไว้ทางหนึ่ง ดำเนินการไปอีกทางหนึ่ง แล้วก็ไปสรุปผลอีกทางหนึ่ง ก็สามารถพบเห็นได้ เพราะความเชื่อเป็นปัจจัยให้มีพฤติกรรมเอนเอียงไม่สนใจความจริง ซึ่งอาศัยความพึงพอใจ และอารมณ์เป็นตัวกำหนดพฤติกรรม ถ้าชอบก็จะหาเหตุผลมาแก้ต่างให้รอดพ้นจากการถูกวิพากษ์อยู่เสมอ

การลำเอียงเป็นเรื่องปกติ เพราะทำให้มนุษย์มีสังคม มีพรรคพวก มีกลุ่มอาชีพ ร่วมกันคิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และตัดสินใจร่วมกันตามมติของกลุ่ม ไม่ขัดแย้งกันในกลุ่มแต่เอนเอียงการตัดสินใจไปทางเสียงข้างมาก ทำให้เกิดพลังในการต่อรองกับสังคมภายนอก ร่วมเผชิญศึกเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่ม ต่างกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ลำเอียง ไม่รู้จักการผสมผสานความเชื่อ ถูกหรือผิดมีเพียงสองเงื่อนไขตามตรรกะตัดสินใจ แต่มนุษย์สามารถมองข้ามความผิดพลาดว่าเกิดได้ ทุจริตได้บ้าง โหดร้ายตอนที่หิวก็ได้ เช่นการเบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่น ยอมรับได้ถ้าตนเองได้ประโยชน์ หรือทำให้ตนเองอยู่รอด ซึ่งความอยู่รอดไม่ใช่เงื่อนไขที่คอมพิวเตอร์ต้องคำนึงถึง แต่สำหรับมนุษย์แล้วความอยู่รอดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จึงทำให้การเลือกข้างกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับมนุษย์

http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/42157

ข่าว หมูกินเด็ก

Saturday, November 15th, 2014
ข่่าวหมูกินเด็ก

ข่่าวหมูกินเด็ก

ข้าวเหนียวหมูย่าง คงเป็นอาหารเช้าของหลาย ๆ คน
อ่านข่าวนี้อาจเปลี่ยนไป เหนียวไก่ กันรึเปล่านะ
เพราะที่เมืองจีน แม่หมูรับประทานเด็ก 2 ขวบ
โบราณว่า กฎแห่งกรรม
ถ้าเรากินเขา แล้วเขาก็กินเรา
ถ้าเราไม่เกินเข้า แล้วเขาก็ไม่กินเรา
ชีวิตสัตว์โลก ต่างกินกันเป็นอาหาร
อย่างคลิ๊ป สิงโต 14 ตัว ลุมกินโต๊ช้าง
มาดูกันว่าใครจะอิ่ม ใครจะเป็นอาหาร
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1415934627

เรียนก็ เพราะอยากได้ปริญญา ไม่ได้อยากรู้

Monday, November 10th, 2014
think before post

think before post

จากที่ผมเห็น post นี้แล้ว
ฟังแล้ว ผมก็คิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับนักศึกษานิเทศศาสตร์
ที่ผมกำลังจะไปคุยเรื่องคิดก่อนโพสต์ (Think before post)
ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ว่าจะโพสต์อะไรคิดหน่อย
จะอ่านอะไรคิดด้วย จะเขียนอะไรยิ่งต้องคิดให้มาก
อย่างเช่น ดูภาพยนตร์เรื่อง เกรียนฟิคชั่น (Grean Fiction)
มีอะไรให้คิดเยอะว่าปัญหาหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยรุ่น .. เยอะเพียงใด
เพราะเคยยกตัวอย่างหนังเรื่องน้ำพุ (2527)  .. นักศึกษาบอกว่ายังไม่เกิด
ต่อไปต้องหาตัวอย่างหนังที่พ.ศ.ใกล้ ๆ หน่อย ไม่งั้นงงกันทั้งห้อง

…….
ภาพนี้มีข้อความว่า
เรียนก็ เพราะอยากได้ปริญญา ไม่ได้อยากรู้
ทำงานก็ไม่ได้คิดอะไร แค่อยากได้ ค่าตอบแทน

แล้ว อ.วิริยะ eduzones แสดงความเห็นว่า
ความคิดเห็นของคนต่างประเทศ ที่ทำงานกับเรา
มันเหมือนดูถูก มันเจ็บ
แต่ถ้าฟังแล้ว คิด เราก็พัฒนา
ฟังแล้ว สวนกลับ ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

…….
คนไทยมักจะไม่รู้ว่าอะไรว่าอะไรคือเรื่องงาน และอะไรที่เรียกว่าเรื่องส่วนตัว
พวกเขาชอบเอาทั้งสองอย่างนี้มาปนกันจนทำให้ระบบการทำงานเสียไปหมด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งขององค์กร
1. ชอบสอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน
2. มักจะคุยกันเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานมากเกินไป บางครั้งทำให้บานปลายและนำไปสู่ข่าวลือ และการนินทากันภายในสำนักงาน
3. มักจะลาออกจากบริษัทโดยไม่ยอมแจ้งล่วงหน้าตามข้อตกลง แต่กลับคาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์เต็มที
4. ไม่ยอมรับความผิดชอบที่มีมากขึ้นในช่วงวิกฤติ
5. ต้องการเงินมากขึ้นแต่กลับไม่ค่อยสร้างคุณค่างานอะไรเพิ่มขึ้นเลย
- วิลเลี่ยม แมคคินสัน
http://www.chancoop.com/coop/ckeditor/system/plugins/ckfinder/upload/files/NewsBoss22_2557.pdf

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=463338

https://www.facebook.com/ajWiriya/photos/a.582316755123646.1073741850.109357035752956/822591291096190/
https://www.facebook.com/ThinkB4UPostTH

ทิ้งลูกทิ้งเมียไปนาน หลง จำทางกลับบ้านไม่ได้

Sunday, November 9th, 2014
ทิ้งลูกทิ้งเมียไปนาน หลง จำทางกลับบ้านไม่ได้

ทิ้งลูกทิ้งเมียไปนาน หลง จำทางกลับบ้านไม่ได้

คลิ๊ปทีม Metronome film
รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ในงานประกวดภาพยนตร์สั้น
ภายใต้ สโลแกน “ลำปางนครแห่งความสุข ที่ไม่หมุนไปตามกาลเวลา”
ประกาศผลเมื่อ 8 พ.ย.2557 คลิ๊ปมีความยาว 17.07 นาที
เรื่อง 1039 (หมายเลขถนน)

เรื่องราว
พนักงานขับรถเป็นชาวลำปาง
มีงานต้องพาเด็ก ๆ ไปทัศนศึกษาเชียงใหม่
แกล้งบอกว่ารถเสีย เพื่ออยู่ลำปางตามหาครอบครัว
แต่ไปทำงานกรุงเทพฯ นานมาก จนจำทางกลับบ้านไม่ได้
เมื่อไปถึงพบว่าครอบครัวย้ายที่อยู่ จึงตามหาต่อ
ระหว่างตามหาก็ พาเด็ก ๆ ไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ
จนตามพบลูกเมีย แล้วทุกคนก็มีความสุข
คาดว่า พนักงานขับรถ ยังกลับไปทำงานกรุงเทพ เหมือนเดิม
พบว่านี่คือ “นครแห่งความสุข”
ประเด็นที่ผมสนใจจากคลิ๊ป
- พาเด็กนานาชาติจะไปทัศนศึกษาเชียงใหม่
- รถเสียที่ลำปาง ก่อนเลี้ยวไปเชียงใหม่
- เด็ก 7 คนเห็นชามใหญ่ยักแล้วไปถ่ายรูปกับตะเกียบ
- รถเสีย ปัญหาใหญ่ยักเลยครับ ช่วยกันเข็น เข้าอู่อ๊อดเบรคยนต์
- กล้อง zoom ใกล้ ไกล ได้อารมณ์
- คนขับรถบอกไม่ต้องรีบ ช่างซ่อมตามลำดับคิว ไม่รัดคิว
- ระหว่างรอ ไปพักบ้านคนขับรถ
- นั่งสี่ล้อ ให้เด็ก ๆ โหนหลังรถ เหมือนกรุงเทพฯ เลย
- มุข คนขับจะหลง หาบ้านตนเองไม่ถูก
- บ้านที่เคยอยู่ เป็นบ้านร้าง เพราะไม่กลับมาลำปางเลย
- เด็ก ๆ ดราม่า เบื่อที่ต้องรอนาน
- เปลี่ยนแผนไปทัศนศึกษาที่ลำปางแทน เป็นแผน 2
- เริ่มเที่ยวที่สถานีรถไฟ แล้วนั่งรถม้าชมเมือง
- ผ่านห้าแยกหอนาฬิกา สะพานรัษฎาภิเศก
- ซื้อของฝากที่ร้านข้าวแต๋นน้ำแตงโม คุณมณี
- ไปดูอินทราเซรามิก ดูการผลิตถ้วยชาม และเพนท์สีกันเอง
- ชามไก่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดลำปาง
- อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ไปน้ำตก และต้มไข่น้ำพุร้อน
- เกิดปีฉลู (วัว) ไปไหว้พระธาตุลำปางหลวง เป็นมงคลกับชีวิต
- ไปดูเงาพระธาตุกลับหัว แต่ห้ามผู้หญิงเข้าไป
- ไปแม่เมาะเล่นสไลด์ที่จุดชมวิว
- แล้วพบลูกโดยบังเอิญ อึ้งไปเลย ทำงานหนักไปนะครับ
- คนขับวางแผน แกล้งรถเสีย จะได้ตามหาลูกเมีย
- จบด้วยดี เด็ก ๆ ให้อภัย เพราะสนุกกันมาก ทบทวนว่าไปไหนมา
- ก่อนกลับไปกาดกองต้า
- เด็ก ๆ แสดงเต้น และเล่นดนตรีหน้าพิพิธภัณฑ์
- เรื่องนี้จึงมีเด็กทั้งหมด 8 คน
- เสียดายเด็ก ๆ นานาชาติ ไม่ได้ “ฟุตฟิตฟอไฟ”
- credit ยาวมาก
- พี่ดัมมี่ ชื่อคุณธนบดินทร์ ยงสืบชาติ
- ครูฟาย ชื่อคุณวีรพล เจษฎาภัทรกุล

อย่างนี้ต้องลาออกไปอยู่บ้าน

Sunday, November 9th, 2014
ใบลาออก (resignation)

ใบลาออก (resignation)

คลิ๊ปทีม MovieMode
ชนะที่ 1 ในงานประกวดภาพยนตร์สั้น
ภายใต้ สโลแกน “ลำปางนครแห่งความสุข ที่ไม่หมุนไปตามกาลเวลา”
ประกาศผลเมื่อ 8 พ.ย.2557 คลิ๊ปมีความยาว 19.41 นาที
เรื่อง ความทรงจำ (remember)

การทำ story board มีหลายฉากทั้งลำปาง และกรุงเทพฯ
เรื่องราว
คนลำปาง ไปทำงานกรุงเทพฯ ทำงานหนัก ทำให้ล้มป่วย
กลับมาพักที่ลำปาง เห็นพ่อ เห็นเพื่อนบ้าน ทำให้กลับใจ
แล้วกลับไปกรุงเทพฯ ยื่นใบลาออกจากงาน
กลับมาอยู่บ้านดีกว่า สบายใจ
เมื่ออยู่ลำปางก็ออกเที่ยวกับพ่อไปสถานที่ต่าง ๆ
พบว่านี่คือ “นครแห่งความสุข”

ประเด็นที่ผมสนใจจากคลิ๊ป
- เริ่มต้นจากการสร้างอารมณ์ “เศร้า” ด้วยใบลาออก
- เล่าถึงที่มาของการยื่นใบลาออก
- กล้องที่ใช้สามารถ zoom เข้าออกได้
- มีการแสดงด้วยสีหน้า และท่าทาง (drama)
- ทำงานมาก เครียด จึงล้มป่วย เป็นตรรกะในปัจจุบัน
- ซ้อนคลิ๊ป .. ให้เห็นความคิดที่อยู่ในห้วงคำนึง
- คติเรื่องรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในสังคมเมือง
- หมอบอก อยู่เฉย ๆ ก็จะดีเอง สรุปว่ากลับบ้านเก่า
- ทางกลับลำปางพบพระบิณฑบาต ถ่ายจากกลางทุ่ง
- มุมกล้องสะท้อนกระจกรถ
- น่าจะใช้กล้องหลายตัว สะท้อนการพูดคุยของพ่อลูก
- พูดถึงชามไก่ขณะทานข้าว เป็นเครื่องปั้นลือนาม
- พระเอกพูดไทย พ่อและชาวบ้านพูดเมือง
- ปัญหาในการทำงานพระเอก ทำมากแล้วเครียด
- พ่อลูกคิดไม่ตรงกัน อยู่ด้วยไม่ได้ ถ้ายอมซะคนก็คงลงตัว
- โต๊ะทานข้าวสวย ย้อนยุค เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้
- ถามหา wi-fi แปลกนะ น่าจะถามหาโทรศัพท์
- สมัยนี้ ลำปางไม่น่าห่างขนาดหาสัญญาณโทรศัพท์ไม่ได้
- ถ่ายสะพานรัษฎาด้วยเลนกว้าง
- ไปวัดพระธาตุลำปางหลวงฟังเทศ ทำบุญให้แม่
- ฟังแม่คุยกันกับลูก สงสัยเป็นจุดทำให้คิดได้ กตัญญู
- ร้องไห้ คิดถึงแม่ เพราะเห็นแม่ลูกเขาคุยกัน
- มีมุมสูง มุมต่ำ กดกล้องลงมา
- หยิบรูปเก่า นึกถึงความหลัง
- ข้าวแต๋นลำปาง ของฝากขึ้นชื่อ
- ก่อนกลับไปกรุงเทพฯ แวะบ้านหลุก แห่งงานฝีมือแกะสลัก
- ชีวิตที่กรุงเทพฯ บนสะพานลอย ดูวุ่นวาย
- สรุปว่าลาออก กลับไปอยู่บ้าน ไปอยู่กับพ่อ
- “คุณจะเป็นอะไรก็ได้ ถ้าคุณมีความสุขกับมัน”
- ท้องฟ้าเคลื่อนไหว สะท้อนว่าเวลากำลังเปลี่ยน
- เล่นกับเด็ก ๆ กลางสายรุ้ง
- ล่องแม่น้ำลอดสะพานบ้านหลุก
- เที่ยววัดเฉลิมพระเกียรติฯ แห่งท่องเที่ยว unseen ลำปาง
- ยืนหมุน ๆ บนยอดเขา
- น้ำเย็น น้ำอุ่น ที่น้ำตกแจ้ซ้อนกับพ่อ
- ลวกไข่ที่น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน
- ขี้ช้างที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย
- เดินขึ้นดอยขุนตาล เหนื่อยนะนั่น
- คิดถึงแม่ที่ยอดดอยขุนตาล
- ออกแบบหน้า credit สวย
- ผู้แสดงเป็นพ่อ ชื่อคุณชัชวาลย์ กิติโรจนา
- ผู้แสดงเป็นชาย ชื่อคุณอรรถกร จังเกษม