หญิงแย้ นนทพร
หญิงแย้ นนทพร

เวลามีข่าวดารารักกัน หรือ ไม่รักกันแล้ว
ก็จะเป็นที่สนใจของประชาชน ทุกครั้ง
ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน .. ความรักก็เช่นกัน

กรณีหญิงแย้ที่เลิกกับคุณหมอนพรัตน์
ให้เหตุผลสาเหตุที่เลิกคบกัน
เพราะ “ทัศนคติ แล้วก็ Life Style ไม่ตรงกัน” หลังคบกันมา 8 ปีครึ่ง
อายุไม่ใช่ปัญหา แย้อายุ 29 ปี ส่วนหมออายุ 44 ปี
คู่อื่น ๆ เค้าไม่ได้จากกันด้วยดีแบบนี้
อาทิ
– โตโน่ กับ แตงโม
– เสก โลโซ กับ กานต์
– เจนี่ กับ เอ๋

“หญิงแย้” แถลงเปิดใจจุดแตกหัก “หมอนพรัตน์” ร่ำไห้ ยืนยันไม่ขอคืนดี #บันเทิง8


บันเทิงมาเต็ม ช่อง 2 กดเลข 39


คลิ๊ปแถลงข่าววิวาห์ของ หญิงแย้ นนทพร กับหมอนพรัตน์


แต่งงานวันวาเลนไทน์ 2559 ของ หญิงแย้ นนทพร กับหมอนพรัตน์

เสริมดวงการเงินด้วยการสวดมนต์ เพื่อรับทรัพย์ร่ำรวยกันตั้งแต่ต้นปีกับ “คาถาเสริมโชคลาภประจำวันเกิด”  เกิดวันไหนเลือกกันได้เลยค่ะ

สำหรับคนที่เกิดวันอาทิตย์ สวดในวันอาทิตย์ 6 จบ

ฉิมพะลี จะมะหานามัง สัพพะลาภัง ภะวิสสะติ เถรัสสานุภา เวนะ สะทาโหนติ ปิยังมะมะฯ

สำหรับคนที่เกิดวันจันทร์ สวดในวันจันทร์ 15 จบ

ยังยัง ปุริโสวา อิตถีวา ทูเรหิวา สะมิเปหิวา เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยังมะมะฯ

สำหรับคนที่เกิดวันอังคาร สวดในวันอังคาร 8 จบ

ฉิมพลี จะ มะหาเถโร โสระโหปัจจะยาทิมหิ ไชยยะลาโภ มะหาลาโภ สัพพะลาภา ภะวันตุ สัพพะทาฯ

สำหรับคนที่เกิดวันพุธ สวดในวันพุธ 17 จบ

ทัตติถะภะเวราชา ปิยาจะ คะระตุเม เย สะรัตติ นิรันตะรัง สัพพะสุขาวะหาฯ

สำหรับคนที่เกิดวันพฤหัส สวดในวันพฤหัสบดี 19 จบ

ฉิมพะลี จะ มหาเถโร ยักเขเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทาฯ

สำหรับคนที่เกิดวันศุกร์ สวดในวันศุกร์ 21 จบ

ฉิมพะลี จะ มหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ มะหาลาภัง กะโรเนตุ เม ลาเภนะ อุตตะโม โหติ สัพพะ ลาเภ ภะวันตุ สัพพะทาฯ

สำหรับคนที่เกิดวันเสาร์ สวดในวันเสาร์ 10 จบ

ฉิมพะลี จะ มะหานามัง อินทราพรหมา จะปูชิตัง สัพพะ ลาภัง ประสิทธิเม เถรัสสานุภาเวนะ สะทา สุขี ปิยังมะมะฯ

สวดมนต์กราบพระทุกวันก่อนออกจากบ้านเพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ตน ตื่นแต่เช้าสวดมนต์ประจำวัน อานิสงส์คือสมาธิแน่วแน่ สติมั่นคงจิตใจบริสุทธิ์ผุดผ่อง สวดเป็นประจำ จะประสบโชคลาภ…

—————————–ขอบคุณข้อมูลจาก myhora.com

ด้วยความห่วงใย เนื่องจากกฎหมายลิขสิทธิ์
ด้วยความห่วงใย เนื่องจากกฎหมายลิขสิทธิ์
เรื่องราวของดอกไม้ จาก 2 ข้อความ ของผู้เยาว์ 2 คน
ที่น่าจะสัมพันธ์กัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
1. หัวข้อ “มีวิธีบอกญาติหรือผู้ใหญ่ในไลน์ยังไงดีคะ ว่าไม่ต้องส่งรูปสวัสดี หรือดอกไม้ให้ทุกวันก็ได้”
ตามหัวข้อเลยค่ะ ไม่รู้จะบอกยังไง บอกไม่ต้องส่งก็ได้
ก็กลัวว่าเดี๋ยวจะน้อยใจอีก
มีวิธีบอกยังไงดีคะ ญาติๆผู้ใหญ่ส่งเข้าทั้งไลน์กลุ่มทั้งแชทส่วนตัวเลย
แม้กระทั่งลูกค้าผู้ใหญ่ที่ติดต่องานกันอยู่
มันอาจจะมีความหมายลึกซึ้งเกินไปจนเราไม่เข้าใจ ไม่อาจเข้าถึงได้ 5555555
เราเองก็ไม่ได้อะไรนะคะ แต่ก็เกรงใจ พอส่งมาให้เรา
เราก็ตอบไม่ถูก และไม่รู้จะตอบไปว่าไงดีจะส่งเป็นรูปกลับก็ยังไงอยู่
มีคนเป็นแบบเราปะ ?
หรือขอแนะนำวิธีตอบกลับข้อความแบบนี้ ก็ได้ค่ะ
ยังไงดีคะ ยังไงดี
ด้วยความห่วงใย เนื่องจากกฎหมายลิขสิทธิ์
ด้วยความห่วงใย เนื่องจากกฎหมายลิขสิทธิ์
2. หัวข้อ “ข้อความเตือนเรื่องดอกไม้ผ่านไลน์ตามกฎหมายลิขสิทธิ์”
เรียน สมาชิกไลน์ทุกท่าน
ด้วยความห่วงใย เนื่องจากกฎหมายลิขสิทธิ์ จะมีผลเริ่ม 4 สิงหาคมนี้
จึงจำเป็นต้องยุติการส่งไลน์ ภาพดอกไม้ เพราะภาพเหล่านั้นเป็นภาพที่มีลิขสิทธิ์กว่า 95%
แม้ว่าจะก๊อปมาจากกูเกิ้ลทั้งหมด สองสามวันมานี้ขยายภาพเพื่อก๊อปไม่ได้จอดำมืด
มีข้อความเตือนว่า image may be subject to copy right
จึงยุติการก๊อปปี้ และจะยุติการเผยแพร่ภาพดอกไม้
เป็นการถาวรด้วย ท่านใดที่เก็บสะสมภาพเก่า ๆ ไว้
โปรดสะสมเป็นส่วนตัว อย่าได้ส่งต่อให้ผู้ใดเป็นอันขาด
เพราะจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เจ้าของภาพ แทบทุกภาพมีลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น
ถ่ายโดยช่างภาพมีชื่อเสียง และเป็นดอกไม้ประเภทแปลกที่สุดในโลก,
สวยที่สุดในโลก, แพงที่สุดในโลก, หายากที่สุดในโลก ฯลฯ
ด้วยความเป็นห่วงค่ะ และก็จะขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมาย
เพราะภาพทุกภาพมีลิขสิทธิ์ และเบอร์โทรของท่านได้ลงทะเบียนไว้แล้ว
ว่าท่านอยู่ที่ไหน ด้วยความห่วงใย ตื่นเช้ามาก็ให้พิมพ์สวัสดีกันไปก่อน
บอกต่อพี่ ๆ น้อง ๆ ไปด้วย
หากโดนหมายศาลมาถึงจะงงกันไปใหญ่

การทำบุญทำทานนั้นสามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลาที่คุณมีโอกาส วันนี้ มีวิธีการทำบุญให้ได้บุญโดยไม่ต้องไปวัดมาบอกกันค่ะ  วิธีเหล่านี้ขอเพียงมีจิตใจที่บริสุทธิ์เเละมีความตั้งใจก็จะได้บุญมหาศาลเเล้วล่ะค่ะ

1. ดูเเลพ่อเเม่ ปู่ย่าตายาย ที่อยู่ในบ้านให้ท่านมีความสุข อย่าทำให้ท่านเดือดร้อนใจหรือเป็นทุกข์ ถ้ามีโอกาสอาจซื้อของมาฝากเเละเรียกพวกท่านให้รับประทานอาหารที่เราซื้อมา

2. ตักบาตรตอนเช้าก่อนที่จะไปทำงาน

3. สวดมนต์ วันละ 1 บท

4. ถวายน้ำเปล่า 1 เเก้ว หรือ อาหารคาวหวาน หรือจะเป็นดอกไม้ พวงมาลัย ให้พระพุทธรูปที่บ้าน

5. นั่งสมาธิอย่างน้อย 5 นาที

6.ไม่กินเนื้อสัตว์

7.พูดคุยหรือสั่งสอนเรื่องธรรมะ

8. ทำบุญกับพระสงฆ์ที่พบระหว่างการเดินทาง เช่น หากพบเจอพระสงฆ์ ยืนรอรถอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ก็อาจจะไปบอกท่านว่า เราต้องทำบุญ เนื่องจากไม่มีเวลาจะไปที่วัดเเละขอเสนอตัวไปขับรถไปส่งท่าน ณ จุดหมายหรืออาจถวายเงิน ผ้าไตร ผ้าจีวร หากพบว่าท่านกำลังซื้ออยู่หรือมีร้านอยู่ใกล้ๆ พอดี

9. ถ้าทราบว่าใครเดือดร้อนเรื่องใดๆ ก็ให้เหลือด้วยความเต็มใจเเละเราก็จะต้องไม่เดือดร้อน ทำตามกำลังความสามารถของเรา อาทิ ช่วยคนเเก่ให้ข้ามถนน เเอบได้ยินคนคุยกันว่าไม่มีเงินกินข้าวหรือเดินทาง

กลับบ้านที่ต่างจังหวัดก็ให้เงินเขาไปทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เดินมาขอ เป็นต้น

10. ให้คำเเนะนำที่ดีๆ กับผู้ที่มีความทุกข์เเละมาขอคำเเนะนำจากเราให้มีความสบายใจโดยที่คำเเนะนำจากเรานั้นจะต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน

11. ช่วยคนที่เขาเอาของมาขายกับเรา (ยกเว้น ลอตเตอรี่นะคะ เพราะเราหวังผล การกระทำนี้จะต้องไม่หวังผลใดๆ ทั้งสิ้น)

12. ดูเเลสัตว์เลี้ยงที่บ้านเป็นอย่างดี

13. จาน ชาม กินเสร็จเเล้วควรล้างทันทีหรือถ้าไม่มีเวลาอย่างน้อยที่สุดก็ควรล้างเอาเศษอาหารออกให้หมด เพราะมดจะได้ไม่ขึ้นมาบนเศษอาหาร ทำให้เวลาล้าง ต้องราดน้ำไปที่มดทั้งหมด

14. ถือศีล 5

15. ให้อภัยในสิ่งที่คนอื่นมาว่าเราไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม

16. สิ่งของที่เราไม่ใช้ก็ให้คนอื่นไปใช้ประโยชน์ นำไปบริจาค

—————ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.deedaily.com/entertainment/1483

ภาพขนาดนี้ เตือนขนาดนั้น เลิกขายเลยดีกว่าไหม

บุหรี่ สุรา ทำให้ข้างในดำ
บุหรี่ สุรา ทำให้ข้างในดำ

คำเตือนบนซองบุหรี่ในรูปประกอบ
เขียนชัดเลยว่า “วอน นิ่ง”
บุหรี่เป็นสาเหตุของสมองขาดเลือด
เขียนกันขนาดนี้ “เลิกขายไปเลยดีกว่าไหม”
ใครที่ไหนเค้าจะไปกล้าสูบกัน ???
เหตุผลที่ไม่สูบ ตามมาเป็นหางว่าว …
http://teen.mthai.com/variety/42165.html

มีเรื่องราวมากมาย ไม่ต้องแปล ไม่ต้องคิดลึก ตรงตัวเลย
1. บุหรี่ออกจะแพง
2. ทำให้สมองขาดเลือด
3. ทั้งรูป และเขียนเตือนจนน่ากลัว

เจตนาไม่ให้สูบออกจะชัด

โฆษณาซะขนาดนี้ คงไม่มีใครสูบล่ะมั้ง

นอนเล่นบนกองขนมปังที่ใช้ทำเบอร์เกอร์
นอนเล่นบนกองขนมปังที่ใช้ทำเบอร์เกอร์

เคยอ่านโพสต์ของคุณอนัณทินี จิตจรุงพร เป็น Image and branding consultant แล้วสนใจคำว่า Personal branding บอกว่า ภาพลักษณ์พนักงานมีผลต่อภาพลักษณ์องค์กร ทำให้นึกถึงภาพลักษณ์ของพนักงานในเครือข่ายสังคม ทั้งเฟสบุ๊ค ไลน์ อินสตาแกรม หรือกูเกิ้ลพลัส ซึ่งมีพนักงานจำนวนหนึ่งเชื่อว่าตนเองไม่ใช่เจ้าขององค์กร เป็นเพียงพนักงานคนหนึ่ง ไม่เห็นว่าจะเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ขององค์กร จึงไม่มีความจำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ของตนเองในบทบาทที่เป็นพนักงานองค์กร ซึ่งก็ใช่ถ้าพนักงานไม่คิดจะก้าวหน้าในองค์กร และไม่มีกลุ่มเป้าหมายขององค์กรเข้าถึงตัวคุณ หรือรับรู้ว่าคุณคือพนักงานขององค์กร
เมื่อถึงเวลาประเมินการปฏิบัติงานประจำปี ที่ต้องพิจารณาผลการดำเนินงานเชิงปริมาณตามที่ตกลงกันไว้แล้ว เช่น ความสำเร็จตามตัวบ่งชี้ ทำยอดทะลุเป้า ทำงานที่มอบหมายได้ครบถ้วน คุณภาพของชิ้นงาน การขาดลาสายหรือไม่ อีกปัจจัยที่มักใช้ประกอบการประเมินคือหัวหน้ามักมองภาพรวมด้วยเช่นกัน ว่าพนักงานแต่ละคนมีภาพลักษณ์ที่เหมาะสมหรือไม่ อาจดูรูปลักษณ์ภายนอก มีบุคลิกที่ดี แต่งหน้าทำผมมาทำงาน ยิ้มแย้มแจ่มใส มีอัธยาศัยที่ดี มีจิตอาสา มีจิตสำนึกสาธารณะ แลกเปลี่ยนกับเพื่อนและหัวหน้าเชิงบวกเป็นประจำ รีดเสื้อผ้าและสะอาดเสริมภาพลักษณ์องค์กร ทำห้าสอเป็นประจำ สมเป็นพนักงานของบริษัทที่ส่งเสริม Brand Ambassador
มีคำกล่าวว่า ไม่ทำดี ก็อย่าทำเสีย ซึ่งเกี่ยวกับการรักษาภาพลักษณ์พนักงาน เมื่อมีการใช้เครือข่ายสังคมก็จะพบเห็นพฤติกรรมพนักงานจำนวนหนึ่งที่ไม่ให้ความสำคัญกับการรักษาภาพลักษณ์ ไม่สนใจกลุ่มเฟสองค์กร ไม่สนใจแฟนเพจองค์กร แล้วคิดว่าได้กำหนดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะเพื่อนแล้ว จะทำให้การแสดงความคิดเห็นของตนไม่รั่วไหล ไม่รับหัวหน้า หรือลูกค้าขององค์กร หรือคนที่ไม่หวังดีต่อตนมาเป็นเพื่อน แล้วบ่น ระบาย โพสต์ความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา ซึ่งอาจเป็นภาพลักษณ์เชิงลบในมุมมองขององค์กร หรือปล่อยเกียร์ว่าระหว่างทำงาน เช่น แชทในเวลางานถูกเชิญออกได้ ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้สิทธินายจ้างบอกเลิกจ้างได้ทันที เมื่อพบพฤติกรรมการแชทออนไลน์เรื่องส่วนตัวในที่ทำงาน

อธิบายยากครับ ว่าทำไปทำไม
อธิบายยากครับ ว่าทำไปทำไม

คุณอนัณทินี จิตจรุงพร เป็น Image and branding consultant
https://www.facebook.com/imageinspirationbytinee/posts/1490879257880081
สัมภาษณ์แอร์โฮสเตส
https://www.youtube.com/watch?v=8aVjfSnwRvc
การเลือกคนไปทำงาน ความสามารถไม่ใช่สิ่งเดียว ภาพลักษณ์ก็เป็นปัจจัย
https://www.youtube.com/watch?v=Pbid7WRw1mc

bike for mom lampang
bike for mom lampang

กิจกรรมนี้ผมปั่นครบตามที่เขากำหนด 25 กิโลเมตร
เป็นกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558
วันอาทิตย์ ที่ 16 สิงหาคม 2558 จังหวัดลำปาง เวลา 15.00 – 18.00น.

route bike for mom
route bike for mom

ได้เห็นพ่อหลวง แม่หลวง ลูกเด็กเล็กแดงปั่นกัน
ใช้เกียร์ธรรมดา จักรยานคนเฒ่าก็เยอะ ทำให้มีกำลังใจ
บรรยากาศปั่นเพื่อแม่ ถึงบริเวณสถานีรถไฟจังหวัดลำปาง
ก่อนปั่นเลาะแม่น้ำไปห้าแยกหอนาฬิกา อ้อมท่ามะโอ
แล้วข้ามสะพานรัษฏา มาที่สวนสาธารณะเขลางค์นคร
แล้วไปสนามกีฬากลางจังหวัดลำปาง

bike for mom
bike for mom

https://www.facebook.com/ajburin/media_set?set=a.10153482996388895.1073741870.814248894


มีคลิ๊ปครับ ถ่ายด้วยกล้องมือถือ แต่แบตหมดเร็วไปนิด
https://www.youtube.com/watch?v=wlp39H1zDwA

กำหนดการ
เวลา 13.00 น. – ลงทะเบียน ณ ศาลากลางจังหวัดลำปาง
– ชมการแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ โดย สถาบันการศึกษาในจังหวัด
เวลา 14.30 น. – พิธีเปิดกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
เวลา 15.00 น. – ปล่อยขบวนจักรยานจากจุดเริ่มต้น ณ ศาลากลางจังหวัดลำปาง ไปตามเส้นทางที่กำหนด ระยะทางรวม 25 กิโลเมตร
– ถึงจุดพักที่ 1 บริเวณสถานีรถไฟนครลำปาง พัก 15-20 นาที แล้วเดินทางต่อ
– ถึงจุดพักที่ 2 บริเวณสวนสาธารณะเขลางค์นคร พัก 15-20 นาที แล้วเดินทางต่อ
เวลา 17.30 น. – ขบวนจักรยานเดินทางถึงจุดสิ้นสุด ณ สนามกีฬากลางจังหวัดลำปาง
– ชมการแสดงของนักเรียนนักศึกษาเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ โดยสถาบันการศึกษาในจังหวัด
– ชมการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติฯ โดย มทบ.32
เวลา 18.30 น. – กิจกรรมอื่นๆ ระหว่างรอรับชมการถ่ายทอดสดจากส่วนกลาง
เวลา 19.30 น. – รับชมการถ่ายทอดสดจากส่วนกลางฯ ผ่านจอแอลอีดี ณ สนามกีฬากลางจังหวัดลำปาง
– เสร็จพิธีการจัดกิจกรรมฯ
กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

governor
governor

https://www.facebook.com/groups/LampangBicycleKingdom/permalink/899074146826799/

เส้นทางจักรยาน
จุดเริ่มต้น ณ ศาลากลางจังหวัดลำปาง – กลับรถทางลอดบนถนนวชิราวุธดำเนิน – ตรงผ่านทางแยกดอยพระบาท – ตรงผ่านทางแยกป่าขาม – เลี้ยวซ้ายทางแยกถนนเขลางค์นครไปตามถนนพหลโยธิน – ตรงผ่านทางแยกห้าแยกประตูชัย – ตรงผ่านทางแยกเวียงทอง – เลี้ยวขวาทางแยกดอนปานไปตามถนนประสานไมตรี – เลี้ยวซ้ายวงเวียน
จุดพักที่ 1 สถานีรถไฟนครลำปาง (กม.ที่ 10 สถานีแห่งกาลเวลาของนครลำปาง มีอาคารอนุรักษ์ดีเด่นที่ผสม ผสานสถาปัตยกรรมไทยภาคเหนือกับสถาปัตยกรรมยุโรปได้อย่างสวยงาม) – ออกจากสถานีรถไฟผ่านสโมสรรถไฟ – เลี้ยวซ้ายแยกตลาดรัตน์เก๊าจาว – เลี้ยวขวาทางแยกสะพานดำ – เลี้ยวขวาลอดสะพานดำไปตามทางเลียบแม่น้ำวัง – เลี้ยวขวาไปตามทางลาดยาง – เลี้ยวซ้ายไปตามถนนท่าคราวน้อย – ตรงผ่านทางแยกโรงน้ำแข็ง ผ่านวัดศรีรองเมือง – ตรงผ่านทางแยกเทคนิค – ตรงผ่านทางแยกบุญถึง – ตรงผ่านห้าแยกหอนาฬิกาไปตามถนนบุญวาทย์ – ตรงผ่านทางแยกวัดบุญวาทย์ – เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานเขลางค์ – เลี้ยวซ้ายทางแยกโรงไม้ประสานไปตามถนนวังโค้ง – เลี้ยวซ้ายทางแยกประตูเวียงไปตามถนนรัษฎา – ข้ามสะพานรัษฎาภิเษก – เลี้ยวขวาทางแยกวัดคะตึกไปตามถนนทิพย์ช้าง – ตรงผ่านทางแยกโรงไฟฟ้าเก่าไปตามถนนวังซ้าย – ตรงผ่านวงเวียนไก่ขาว
จุดพักที่ 2 สวนสาธารณะเขลางค์ (กม.ที่ 20 พื้นที่สำหรับใช้พักผ่อน ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมต่าง ๆ อยู่ใจกลางเมืองลำปาง) – ออกจากสวนสาธารณะเขลางค์นคร เลี้ยวขวาไปตามถนนวังขวา – เลี้ยวซ้ายวงเวียนไก่ขาวข้ามสะพานพัฒนาภาคเหนือไปตามถนนบุญโยง – เลี้ยวซ้ายทางแยกวัดศรีบุญโยงไปตามถนนจามเทวี – เลี้ยวซ้ายเข้าสนามกีฬากลางจังหวัดลำปาง
จุดสิ้นสุด ณ สนามกีฬากลางจังหวัดลำปาง

ปั่นเพื่อแม่ลำปาง
ปั่นเพื่อแม่ลำปาง

http://www.lampang.go.th/bikeformom/

ข้อมูลจาก kapook.com ที่ http://hilight.kapook.com/view/124949
เผยตัวเลขสถิตินักปั่นกิจกรรม Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2258
พบมีนักปั่นเข้าร่วมทั้งหมด  177,076 คน จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ
แต่มียอดรวมอย่างเป็นทางการที่ได้รับการรับรองจาก กินเนสส์บุ๊ก คือ 136,411 คน
ตามการบันทึกสถิติของ กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด (Gunniess World Records)

โดยเป็นการบันทึกสถิติจากขบวนจักรยานทั่วประเทศ ตั้งแต่เริ่มออกสตาร์ทพร้อมกันและปั่นต่อเนื่อง 4 กิโลเมตร
ซึ่งวิธีการจดบันทึก ครั้งนี้จะใช้ระบบการสแกนบาร์โค๊ดที่ติดอยู่กับตัวรถจักรยานด้วยโทรศัพท์มือถือระบบแอนด์ดรอยด์

http://bfm.mnc-corp.com/realtime_table.php
ลำปางมี 2,997 คน เป็นอันดับ 3 ของภาคเหนือ

สถิติจำนวนนักปั่นในกิจกรรมปั่นเพื่อแม่
สถิติจำนวนนักปั่นในกิจกรรมปั่นเพื่อแม่
love น่ะเจ้านาย .. เป็นอะไรที่ต้องระแวงไว้ก่อน
love น่ะเจ้านาย .. เป็นอะไรที่ต้องระแวงไว้ก่อน

https://www.facebook.com/Nolongerslave/photos/a.1619757398242114.1073741828.1619753201575867/1625432924341228/

เป็นธรรมชาติน่ะครับ
ผมชอบภาพนี้นะ คุณตุ้ยแชร์มา.. เป็นภาพที่มีไว้เตือนสติได้ดี
คนสองคน มีความสัมพันธ์ ต่างคนต่างก็ได้ประโยชน์ สีหน้าเจ้านายดูปิติ
ส่วนลูกน้องก็จะได้ผลประโยชน์ที่เจ้านายหยิบยื่นให้
แต่
.. เจ้านายอย่าหันหลังนะครับ เพราะเท่าที่เคยดูหนังมา
.. ลูกน้องที่รักมาก ๆ นี่หละจะหักหลังเจ้านาย
.. เหมือนคุณตัน เหมือนแป๊ปซี่ เหมือน pizza hut
ใน จระเข้ฟาดหางทางธุรกิจ
http://www.thairath.co.th/content/343256

ผมเคยอ่านหนังสือ โศกนาฏกรรมองค์กรหลงทิศ
บทที่ 8 เรื่อง “รักษาบุคลากรที่ดีไว้ไม่ได้” ก็สะท้อนปัญหาคล้ายกับภาพนี้

http://www.thaiall.com/blogacla/admin/1490/

9 เรื่องที่คนส่วนใหญ่ขาด สงสัยต้องจัดอบรม
นึกถึงหนุ่มชาวเขาที่ถามว่าต้นใบขับขี่หน้าตาอย่างไร
จะไปเก็บใบมาให้
555 สงสัยหัวหน้าจะบอก บุรินทร์ คุณไม่เข้าใจ
เพื่อน ๆ คงอ่านแล้วงง ผมไม่ได้ร้อยเรียงครับ
อ่านคนเดียว ก็เข้าใจคนเดียว
===
หัวหน้าแชร์มาให้อ่าน น่าสนใจครับ
===
ผลงานวิจัยเปรียบเทียบระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนา พบว่า:-

* ไม่ได้อยู่ที่ความเก่าแก่ของอารยะธรรมของประเทศนั้นๆ ซึ่งสามารถดูได้จากประเทศอินเดียและอียิปต์ แม้มีอารยะธรรมมานานมากกว่า 2,000 ปี แต่ก็ยังยากจน

ในขณะเดียวกันประเทศ ออสเตรเลีย แคนาดา ละนิวซีแลนด์ ที่เป็นประเทศที่เพิ่งเกิดใหม่ไม่เกินร้อยห้าสิบปี ก็พัฒนากลายเป็นประเทศร่ำรวยได้

* ไม่ได้อยู่ที่ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรในประเทศนั้นๆ

ซึ่งสามารถดูได้จากประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีพื้นที่ทำกินน้อยมาก พื้นที่ 80% เป็นภูเขาไม่เหมาะแก่การเกษตรกรรม

แต่สามารถเป็นประเทศส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญ และยังเป็นปใช้วัตถุดิบจากประเทศอื่นๆ ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก

ส่วนประเทศสวิสเซอร์แลนด์ได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตซ็อคโกแล็ตรายใหญ่ของโลกทั้งๆ ที่ไม่มีไร่ปลูกโกโก้เลยและมีที่ดินเพียงน้อยนิดแถมอากาศหนาวจัดปลูกพืชได้เพียงปีละ 4 เดือนเท่านั้น

นอกจากนี้ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ยังนำเอาความเป็นระบบระเบียบของคนในชาติมาใช้ประโยชน์จนเป็นประเทศธนาคารโลกและองค์กรธุรกิจการเงินที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก

* ไม่ได้อยู่ที่ความแตกต่างด้านสติปัญญาและแรงงานของคนในชาติเลย

เพราะเมื่อแรงงานที่เคยขี้เกียจในประเทศตนย้ายไปทำงานในประเทศที่เจริญแล้วกลับกลายเป็นแรงงานที่ขยันขันแข็งด้วยซ้ำไป

***แล้วอะไรที่ทำให้แตกต่าง?

สิ่งที่แตกต่างคือ ทัศนคติที่ฝังรากลึกมานานปีโดยผ่านระบบการศึกษาและการอบรมปลูกฝัง

จากการวิเคราะห์พฤติกรรมของคนในประเทศที่พัฒนาแล้วพบว่า

คนส่วนใหญ่ดำเนินชีวิตอยู่บนหลักปรัชญาเหล่านี้ คือ

1. ใช้จริยธรรมนำทางชีวิต
2. ความซื่อสัตย์
3. ความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่
4. ความเคารพต่อกฎระเบียบ
5. การเคารพต่อสิทธิของผู้อื่น
6. ความรักในงาน
7. ความสนใจในการอดออมและการลงทุน
8. แรงผลักดันสูงสู่ความเป็นที่หนึ่ง
9. ความตรงต่อเวลา

ในประเทศด้อยพัฒนานั้น มีคนเพียงจำนวนน้อยที่ใช้หลักปรัชญาเหล่านี้ในการดำเนินชีวิต
การที่ประเทศไทยเรายังไม่สามารถพัฒนาไปดีกว่านี้เพราะเราขาดทัศนคติและแรงผลักดันที่สอดคล้องไปตามหลักปรัชญาการดำเนินชีวิตที่กล่าวมาแล้ว

เพลงต้นขับขี่ ของ พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
“เหล่าเช้งเป็นคนปราดเปรื่อง รู้เรื่องใบไม้อย่างดี แต่ใบที่นายสิบตรี ว่าใบขับขี่มันเป็นละยังไง”

แม่ค้าคนเนี้ย ใจดีกว่าพ่อ กว่าแม่เรา ซะอีก
เหมือนเคยอ่านเรื่องนี้มานะ วันนี้เห็นมาเป็นคลิ๊ปเลย
ซีพีเค้าทำให้ดู

สุดประทับใจ…หญิงหิวโซน้ำตาไหล ก้มลงไหว้พ่อค้าข้าวหมูแดง

http://chaoprayanews.com/blog/happyforever/2015/05/31/