เว็บไซต์เครือข่ายสังคมลดคนเกือบครึ่ง (itinlife275)

mike jones
mike jones

ปลาใหญ่กินปลาเล็ก  ผู้เข้มแข็งกว่าคือผู้อยู่รอด  หรือความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เป็นคำที่ใช้ได้กับกรณีเว็บไซต์เครือข่ายสังคมที่เคยเป็นอันดับหนึ่งของโลก  คือ มายสเปซ (myspace.com) ถึงยุคที่ต้องลดพนักงานขององค์กรลงถึงร้อยละ 47  ซึ่งกระจายอยู่ในทั่วโลกคิดเป็นจำนวนกว่า 500  คน  เหตุผลสำคัญที่ต้องมีการปรับวิสัยทัศน์ แผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ จนถึงกับลดพนักงาน เพราะการพ่ายแพ้ในการดำเนินธุรกิจและสูญเสียฐานลูกค้าให้กับคู่แข่งอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

นายไมค์ โจนส์ (Mike Jones) ผู้บริหารของเว็บไซต์มายสเปซ ออกมาให้ข่าวว่าการปลดพนักงานนั้นมีที่มา จากที่ระยะหลังต้องสูญเสียส่วนแบ่งตลาด และความนิยมไปให้คู่แข่งอย่างเว็บไซต์เฟซบุ๊ค (facebook.com) แผนต่อไปคือหาผู้ร่วมทุนใหม่ หาหุ้นส่วนมาเสริมทัพ ปรับเป้าหมายของเว็ปไซต์ใหม่  และเปลี่ยนแนวของเว็บไซต์ไปให้บริการด้านการแบ่งปันสื่อมัลติมิเดียสำหรับเยาวชนและวัยรุ่น มากกว่าเป็นเพียงเว็บไซต์เครือข่ายสังคมเช่นเดิม ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะมีอีกหลายเว็บไซต์ที่ประสบปัญหาสูญเสียส่วนแบ่งตลาดไปให้กับเฟซบุ๊ค จนต้องมีการปรับกลยุทธ์ขององค์กรให้เป็นข่าวอีก

การที่เว็บไซต์เฟซบุ๊คเข้ามากินส่วนแบ่งตลาด และขยายบริการอย่างต่อเนื่อง เข้าถึงผู้ใช้ผ่านผู้พัฒนาเว็บไซต์ในทุกสายอาชีพ เพราะทุกคนสามารถมีบทบาทที่ไม่ขัดแย้งกับสายอาชีพของตน คือการเป็นสมาชิกของเครือข่ายสังคม เป็นผลให้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมที่ให้บริการลักษณะเดียวกันประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจ ด้วยกลยุทธ์ที่เฉียบคม และภาพลักษณ์ที่ดูดีที่ทำให้เฟซบุ๊คสามารถผูกขาดการเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับหนึ่ง ซึ่งแนวโน้มการผูกขาดตลาดแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับการบริการประเภทอื่นมาแล้ว อาทิ บริการสืบค้นข้อมูลออนไลน์ที่ผูกขาดโดยกูเกิ้ล (google.com)   ซอฟท์แวร์ด้านมัลติมีเดียผูกขาดโดยอะดอบี้ (Adobe) และซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการผูกขาดโดยไมโครซอฟท์วินโดว์ แล้วต่อไปจะมีสินค้า หรือบริการใดในโลกออนไลน์ถูกผูกขาดอีกจนคู่แข่งในท้องตลาดรายอื่นต้องล้มหายตายจากลงไป

ซีอีโอมายสเปซลดพนักงานเกือบครึ่ง

myspace layoff
myspace layoff

MySpace CEO confirms heavy layoffs
Myspace cutting 500 jobs, nearly half of staff

ไมค์ โจนส์ ซีอีโอ MySpace เผยเมื่อวันที่ผ่านมาว่า จะทำการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญ ซึ่งจะมีผลให้จำเป็นต้องลดพนักงานลงจำนวนกว่า 47 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากรในหน่วยงานทั้งหมดทั่วโลก และกระทบลูกจ้างอีกประมาณ 500 ชีวิต

โดย โจนส์ ได้คอนเฟิร์มยืนยันกับข่าวนี้ หลังจากที่มีข่าวลือหนาหูออกมาจาก News Corp. ระบุว่า เครือข่ายทางสังคมชื่อดังนี้จะมีการปลดพนักงานจำนวนมากก่อนหาผู้ซื้อรายใหม่ โดยหลังๆมานี้ MySpace ต้องสูญเสียส่วนแบ่งและความนิยมไปให้กับเฟซบุ๊คมาร่วมหลายปีแล้ว จนในที่สุดได้มีการตัดสินใจปรับโครงสร้างครั้งยิ่งใหญ่นี้ โดยจะเน้นจุดโฟกัสไปที่วัฒนธรรมที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างการแชร์มีเดีย สำหรับกลุ่มเป้าหมายเด็กและวัยรุ่น มากกว่าพยายามที่จะเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เป็นสากล โดย โจนส์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในวันนี้ถึงแม้จะเป็นเรื่องยาก แต่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่การจัดการบริษัทที่มีเส้นทาง ชัดเจนมากขึ้นสำหรับการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องและเพื่อผลกำไรในอนาคต ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของโปรดั่กใหม่ที่จะ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ค่าของคน อยู่ที่คนของใคร .. เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ครับ .. ถ้าเราไม่เดือนร้อน นั่นก็ไม่ใช่เรื่องของเรา .. วันนี้เห็นข่าวคู่แข่งของ fb ซึ่งเคยเป็นอันดับหนึ่ง แทบจะปิดกิจการ ลดพนักงานกว่า 500 คน .. แต่ถ้าเมื่อไรเกิดเหตุแบบนี้กับ fb หลายคนอาจรู้สึกเดือดร้อน นั่นก็เพราะ ไม่ใช่คนของเรา แม้พวกเขาจะเป็นมนุษย์เหมือนเรา ก็จะไม่รู้สึกใด ๆ (อาจเป็น เพราะมนุษย์บางกลุ่มชอบดูมวย ชอบเห็นเพื่อนมนุษย์ทำร้ายกัน เลือดสาดเวทีก็เป็นได้)

http://news.cnet.com/8301-13577_3-20028136-36.html
http://www.pantip.com/tech/newscols/news/120111i.shtml
http://news.yahoo.com/s/afp/20110111/ts_alt_afp/usitcompanycutsinternetmyspacenewscorp_20110111185201