browser ranking
browser ranking

ข้อมูลทางสถิติถือเป็นสารสนเทศที่ใช้ประกอบการตัดสินใจได้ เมื่อมีนาคม 2558 ได้เข้าไปอ่านบทความของ Steven J. Vaughan-Nichols ใน Zdnet.com ที่เล่าถึงข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมบราวเซอร์ (Browser) และประเภทของอุปกรณ์สืบค้นเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐในประเทศสหรัฐโดยเก็บข้อมูล 90 วันจาก 37 หน่วยงาน มีข้อมูลการเข้าเว็บไซต์กว่า 1.39 พันล้านครั้ง ซึ่งมากพอที่จะนำมาวิเคราะห์ว่าใช้โปรแกรมและอุปกรณ์ประเภทใด

อุปกรณ์ที่มีใช้ในหน่วยงานสหรัฐแบ่งได้ 3 ประเภท พบว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop) ถูกใช้มากที่สุดมีร้อยละ 67.5 รองลงมาคือสมาร์ทโฟน (Mobile) มีร้อยละ 24.9 และอันดับสุดท้ายคือแท็บเล็ต (Tablet) มีร้อยละ 7.6 ทำให้เห็นว่าหน่วยงานของสหรัฐใช้งานสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตในการทำงาน ต่างกับภาครัฐของไทยที่ยังไม่มีนโยบายสนับสนุนการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ในที่ทำงานที่ชัดเจน ส่วนหน่วยงานเอกชนที่ยังไม่มีนโยบายก็น่าจะนำไปพิจารณาสนับสนุน และควบคุมตรวจสอบ เพราะการส่งเสริมก็ต้องมาพร้อมกับกฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือกติกาในการใช้อุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการทำงาน ปัจจุบันสมาร์ทโฟนราคาถูกลง ค่าเชื่อมต่อเครือข่ายก็ลดลงมากจนเป็นเจ้าของได้ทุกคน ทำให้พนักงานบริษัทอาจปฏิเสธการสนับสนุน เพราะต้องการใช้อุปกรณ์กับเรื่องส่วนตัวในเวลางานเป็นหลัก ถ้าเจ้าของบริษัทเข้าใจก็จะต้องออกมาตรการกำกับดูแล เพื่อไม่ให้มีการใช้เทคโนโลยีในเวลางานที่ไม่ตรงกับนโยบาย แล้วส่งผลเสียต่อบริษัทได้

สถิติการใช้โปรแกรมบราวเซอร์ พบว่า Chrome มาเป็นอันดับหนึ่ง มีร้อยละ 34.7 อันดับสองคือ IE มีร้อยละ 28.3 อันดับสามคือ Safari มีร้อยละ 20.3 อันดับสี่คือ Firefox มีร้อยละ 11 ซึ่งสถิติโดยทั่วไปจะพบว่า Firefox มีอันดับสูงกว่า Safari แต่ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าอุปกรณ์ส่วนหนึ่งติดตั้งระบบปฏิบัติการ iOS ที่มีโปรแกรม Safari มาให้ใช้งาน ส่วน IE ก็พบว่ารุ่น 11 ถูกใช้งานมากที่สุดในกลุ่มเดียวกัน มีร้อยละ 14.8 การต่อสู้ของโปรแกรมบราวเซอร์ยังไม่ยุติ ในเวทีนี้ IE ชิงอันดับสองมาได้ แต่ในเวทีอื่น ก็ยังเป็นของ Firefox แล้วท่านล่ะเลือกใช้อุปกรณ์และโปรแกรมใดอยู่

http://internet-browser-review.toptenreviews.com/

http://www.w3schools.com/browsers/browsers_stats.asp

http://www.zdnet.com/article/the-most-u-s-popular-web-browsers/

blood donation
blood donation

ของขวัญปีใหม่! สธ.เตรียมบรรจุลูกจ้างชั่วคราว สธ.กว่า 1 แสนคนเตรียมเป็น พกส.

สธ.เตรียมมอบของขวัญปีใหม่ลูกจ้างชั่วคราว สธ. กว่า 1 แสนคน เป็นพนักงานกระทรวงฯ ได้เงินเดือนเพิ่ม สิทธิเท่าเทียมข้าราชการ มีโบนัส ลาศึกษาได้ ขอย้ายได้ ฯลฯ คาดประกาศใช้ ม.ค.56
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหากำลังบุคลากรกระทรวงฯ ภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ รพ.สูงเม่น อ.สูงเม่น จ.แพร่ และสมาชิกสมาพันธ์สมาคมลูกจ้างของรัฐแห่งประเทศไทย ว่า ในภาพรวมขณะนี้มีบุคลากรทั้งข้าราชการและลูกจ้างปฏิบัติงานในหน่วยบริการของกระทรวงฯ กว่า 10,000 แห่ง รวม 320,000 คน ได้แก่ ข้าราชการ 180,000 คน ที่เหลือ 140,000 คนเป็นลูกจ้างชั่วคราว ในจำนวนนี้เป็นลูกจ้างชั่วคราวสายวิชาชีพ 21 สายงาน เช่น พยาบาลวิชาชีพ เภสัชกร นักจิตวิทยา นักเทคนิคการแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักรังสีการแพทย์ นักการแพทย์แผนไทย ที่ปฏิบัติงานตั้งแต่ปี 2549-2555 รวม 30,188 คน ล่าสุดมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.เห็นชอบการบรรจุลูกจ้างชั่วคราวที่เป็นสายวิชาชีพ 21 สายงานของกระทรวงฯ โดยอนุมัติตำแหน่งข้าราชการให้กระทรวงฯ เพื่อบรรจุลูกจ้างดังกล่าวรวม 22,641 อัตรา ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วน ภายในระยะ 3 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556-2558 เฉลี่ยบรรจุปีละ 7,547 อัตรา ในปีงบประมาณ 2556 นี้ จะบรรจุทั้งหมด 8,446 อัตรา และปี 2557-2558 บรรจุปีละ 7,547 ตำแหน่ง
ทั้งนี้ สำหรับกลุ่มลูกจ้างชั่วคราวสายสนับสนุนที่อยู่นอกเหนือ 21 สายงานวิชาชีพ และลูกจ้างชั่วคราวสายวิชาชีพที่ยังไม่ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการ ซึ่งมีประมาณ 117,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงฯ เตรียมมาตรการรองรับเพื่อให้เกิดขวัญกำลังใจและความมั่นคงในอาชีพ โดยจะรับเป็นพนักงานกระทรวงฯ หรือ พกส. ซึ่งขณะนี้ได้จัดทำร่างระเบียบกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับเสร็จแล้ว ฉบับที่ 1 ได้แก่ ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยพนักงานกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ….. ซึ่งมีคณะกรรมการบริหารหลักเกณฑ์ต่างๆ 6 ชุด ได้แก่ 1.ชุดกำหนดประเภทตำแหน่งลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่มงาน 2.กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานฯ 3.ชุดกำหนดค่าจ้างพนักงาน 4.ชุดสิทธิประโยชน์ 5.ชุดการประเมินผลการปฏิบัติงาน และ6.หลักเกณฑ์การลาออกจากการปฏิบัติงานระหว่างสัญญาจ้าง
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ฉบับที่ 2 คือ การปรับปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบำรุงหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่…) พ.ศ. …. ขณะนี้เสนอขอความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา คาดว่าจะได้รับการตอบกลับมาเร็วๆ นี้ หากได้รับเห็นชอบกลับมาจะเสนอต่อ รมว.สาธารณสุข และปลัด สธ.ลงนามเพื่อประกาศใช้ต่อไป คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ในเดือนมกราคม 2556 นี้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ลูกจ้างกระทรวงฯ
ด้าน นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา รองปลัด สธ. กล่าวว่า การเป็นพนักงานกระทรวงฯ ถือว่ามีความมั่นคงในอาชีพมากขึ้น อัตราเงินเดือนสูงกว่าข้าราชการ 1.2 เท่า ได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่าข้าราชการ เช่น มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ลาศึกษาต่อได้ มีการประเมินขึ้นเงินเดือน มีโบนัส ได้รับค่าจ้างระหว่างลา มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลางาน มีค่าใช้จ่ายเดินทาง ค่าเบี้ยประชุม เป็นต้น โดยพนักงานกระทรวงฯ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1.ประเภททั่วไป คือกลุ่มพนักงานที่ปฏิบัติงานเป็นลักษณะงานประจำ ซึ่งเป็นภารกิจหลักและภารกิจทั่วไปของหน่วยบริการ ได้แก่ พนักงานกลุ่มเทคนิค เช่น พยาบาลเทคนิค เจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ เจ้าพนักงานเวชสถิติ เจ้าพนักงานสาธารณสุข นายช่างเทคนิค เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา พนักงานเภสัชกรรม ช่างไฟฟ้า ช่างเหล็ก ช่างประปา เป็นต้น
กลุ่มบริการ เช่น เจ้าพนักงานธุรการ พนักงานเปล งานพัสดุ พนักงานช่วยการพยาบาล พนักงานประกอบอาหาร กลุ่มบริหารทั่วไปเช่น นักจัดการงานทั่วไป นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักวิขาการเงินบัญชี นักทรัพยากรบุคคล และกลุ่มวิชาชีพเฉพาะหรือกลุ่มที่ต้องปฏิบัติงานภายใต้พระราชบัญญัติวิชาชีพ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช พยาบาลวิชาชีพ และ 2.ประเภทพิเศษ ซึ่งเป็นลักษณะงานที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถหรือความเชี่ยวชาญสูงมากเป็นพิเศษ เพื่อปฏิบัติงานที่มีความสำคัญและจำเป็นเฉพาะเรื่องของหน่วยบริการ
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9550000152162

พยาบาลขู่ลาออก หากไม่บรรจุราชการ
พยาบาลขู่ลาออก หากไม่บรรจุราชการ

http://www.dailynews.co.th/politics/161299

16 ต.ค. 55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสราวุฒิ ที่ดี ประธานเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว พร้อมเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงสาธารณสุขกว่า 500 คน

เดินทางมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ถนนพิษณุโลก เพื่อติดตามความคืบหน้าการบรรจุลูกจ้างพยาบาลชั่วคราวเข้าเป็นข้าราชการจำนวน 3,667 อัตรา ในปีงบประมาณ 2555

ภายหลังจากที่ยื่นเรื่องต่อนายวิทยา บูรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตัวแทนรัฐบาลได้รับปากว่าจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้ภายใน 3 เดือน แต่เมื่อครบกำหนดแล้วยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ จึงมาทวงคำสัญญากับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

แต่ทราบว่านายกรัฐมนตรีเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ จึงขอให้นายแพทย์ ประสิทธิ์ ชัยวิรัตน รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองและ น.พ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มารับเรื่องแทน

ซึ่งหลังจากนี้จะไปยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร โดยจะให้เวลาในการดำเนินการถึงเดือน ม.ค.2556 หากไม่มีความคืบหน้ากลุ่มพยาบาลวิชาชีพทั่วประเทศจะลาออกจำนวน 17,000 คน

http://news.mthai.com/politics-news/196954.html

พยาบาลขู่ลาออก หากไม่บรรจุราชการ
พยาบาลขู่ลาออก หากไม่บรรจุราชการ

19 มิ.ย.55 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นตัวแทนพยาบาลกว่า 2,000 คนจากทั่วประเทศ ตั้งเวทีปราศรัยข้างทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ให้ความสำคัญต่อวิชาชีพพยาบาล ต้องการให้บรรจุพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวที่มีกว่า 17,000 คน เป็นข้าราชการเพื่อดูแลขวัญกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล และสร้างความมั่นคงในวิชาชีพ เนื่องจากเจ้าหน้าที่พยาบาลไม่ได้รับการบรรจุให้เป็นข้าราชการมาแล้ว 5 ปี แต่กลับให้แพทย์และหมอมีการบรรจุเป็นข้าราชการเท่านั้น ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ เป็นความผิดพลาดของการบริหารกำลังคนของภาครัฐทำให้พยาบาลต้องลาออกไปสมัครทำงานในโรงพยาบาลเอกชน ส่งผลให้โรงพยาบาลของรัฐขาดแคลนบุคลากรที่มีคุณภาพในการรักษาพยาบาลประชาชน

นายวรรณชาติ ปาเลิศ ผู้ประสานงานเครือข่าย กล่าวว่า เครือข่ายจะส่งตัวแทนเดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งหากรัฐบาลรับปากจะช่วยเหลือก็จะสลายการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลทันที แต่หากรัฐบาลยังไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอในการสร้างความมั่นคงให้เจ้าหน้าที่พยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวก็จะชุมนุมอย่างต่อเนื่อง จะประกาศหยุดงานและจะลาออกจากโรงพยาบาลของรัฐในเดือนตุลาคมนี้ และจะไม่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยในทุกการเลือกตั้ง

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9550000075060

พยาบาลขู่ลาออก หากไม่บรรจุราชการ
พยาบาลขู่ลาออก หากไม่บรรจุราชการ
sport of เอกชน พละศึกษา ราชภัฎ ราชมงคล
sport of เอกชน พละศึกษา ราชภัฎ ราชมงคล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง เป็นประธานในการประชุม คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬา “เนชั่น อ.พ.ร.สัมพันธ์” (เอกชน พละศึกษา ราชภัฎ ราชมงคล) ครั้งที่ 1/2555 โดยมีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสร้างสานสัมพันธ์ ซึ่งปีนี้มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ในการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขัน ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง เมื่อวันจันทร์ ที่ 5 พฤศจิกายน 2555 โดยกีฬา “เนชั่น อ.พ.ร.สัมพันธ์” ประจำปีการศึกษา 2555 จะจัดขึ้นในเสาร์ที่ 19 มกราคม 2556 ณ มหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง

สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมกีฬา อพร.สัมพันธ์ ประกอบด้วย
1. มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง
2. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตลำปาง
3. วิทยาลัยอินเตอร์เทคลำปาง
4. วิทยาลัยสารพัดช่างลำปาง
5. วิทยาลัยการอาชีพเกาะคา
6. วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง
7. วิทยาลัยการอาชีพเถิน
8. วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ
9. โรงเรียนลำปางพาณิชการ
10. สถาบันการพลศึกษาลำปาง
11. มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง

กีฬา อพร ลำปาง 2554
กีฬา อพร ลำปาง 2554

กีฬา อพร. สัมพันธ์ 2554 “วิทยาลัยการอาชีพเกาะคา” 7 ม.ค. 2555
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150503904528895.391152.814248894

กีฬา อพร ลำปาง 2553
กีฬา อพร ลำปาง 2553

กีฬา อพร. สัมพันธ์ 2553 ที่ “มหาวิทยาลัยราชภัฎ ลำปาง”  27 พ.ย. 2553
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.465783609141.252081.248411859141

29 พ.ค.54 รื้อเอกสาร .. แล้วมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในเส้นเวลา อาทิ อบต.แต่ละแห่งมีผู้บริหารเข้าออกตลอดเวลา ในระดับประเทศก็มีนายกใหม่ด้วยนโยบายใหม่ กระทรวง กรม จังหวัด ทีมงาน  โครงการ ก็เปลี่ยนตลอดเวลา .. ความต่อเนื่อง การบูรณาการ การจัดการความรู้ แผนงาน การประเมินผล ผู้รับผิดชอบ ผู้ปฏิบัติ ผู้ประสานงาน กลุ่มเป้าหมาย สัญญา การรับประกัน คุณภาพของงาน ความสมบูรณ์ของวงจรแต่ละวง ทุกอย่างเหมือน Jigsaw คนละชิ้น ที่ไม่ได้ติดกาว เลื่อนไหล และเปลี่ยนแปลง .. สรุปว่า มนุษย์เราไม่อาจคาดหวังในความเปลี่ยนแปลงบนความไม่แน่นอน ที่เป็นอยู่บนเส้นเวลาที่ไม่อาจประมาณจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเส้นเวลาได้

ถ้าคาดหวังแล้วก็จะเป็นทุกข์ดังโบราณว่า
หวังมากก็ทุกข์มาก หวังน้อยก็ทุกข์น้อย
ความยึดมั่นถือมั่นเป็นเหตุที่ทำให้ไม่อาจหลุดพ้นจากความทุกข์

เพลง กลัวเธอเปลี่ยนไป

13 ก.พ.54 เข้าร่วมฟังเวทีสาธารณะ เรื่อง “ลำปาง…เหงามาก” ที่สวนเขลางค์นคร ผู้ร่วมเสวนาในเวทีบอกว่า 2 ปีมีผู้บริหารจังหวัดลำปาง หรือที่เราเรียกว่าผู้ว่าราชการจังหวัด เปลี่ยนถึง 5 คน คงไม่มีที่ไหนทำลายสถิตินี้ได้ ถ้านับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2551 ถึง 1 ตุลาคม พ.ศ.2553 พบว่า ท่านแรกคือ  1) นายดิเรก ก้อนกลีบ ออก 19 ตุลาคม พ.ศ.2551 2) นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ออก 15 มีนาคม พ.ศ.2552 3) นายสมบูรณ์ ศรีพัฒนาวัฒน์  ออก 30 กันยายน พ.ศ.2552  4) นายศุภกิจ บุญญฤทธิพงษ์ ออก 30 กันยายน พ.ศ.2553 5) นายอธิคม สุพรรณพงศ์ เข้ารับตำแหน่ง 1 ตุลาคม พ.ศ.2553

ประเด็นที่น่าสนใจคือ คำว่าการเปลี่ยนแปลง (Change) ย่อมนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า หรือมีคำกล่าวว่า “สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลง คือการเปลี่ยนแปลง”
http://www.lampang.go.th/govlp.htm
http://www.thaiall.com/blogacla/admin/139/