ท้องอืดเป็นอาการที่พบได้ในคนทั่วไป มีสาเหตุจากระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้เกิดแก๊สและกรดส่วนเกินในกระเพาะอาหาร แต่จะพึ่งยาลดกรดทุกครั้งไปก็อาจจะไม่ค่อยดีนัก มาลองปรับพฤติกรรมเพื่อลดอาการท้องอืดกันค่ะ

– ทานมื้อเล็กบ่อยๆ และเคี้ยวให้ละเอียด เพราะอาหารมื้อใหญ่ และการดื่มน้ำคราวละมากๆ จะทำให้กระเพาะอาหารโป่งออก ทำให้หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างหย่อนลง เกิดกรดไหลย้อนได้มากขึ้น
– ค่อยๆ ลดของหวาน เนื้อสัตว์ และอาหารมัน โดยจดบันทึกรายการอาหาร ทำเครื่องหมายไว้ว่า วันเวลาใดมีอาการ เพื่อจะได้เลี่ยงอาหารชนิดนั้นเสีย เพราะกระเพาะอาหารใช้เวลาย่อยอาหารนาน 6-8 ชั่วโมง ซึ่งทำให้เกิดการหมักหมม กลายเป็นแก๊สในท้อง
– เลี่ยงผักดิบในตอนเย็น เพราะผักมีเส้นใยมาก ถ้ากินมากไปจะทำให้ท้องอืดได้ เนื่องจากร่างกายไม่มีน้ำย่อยเส้นใยนี้ แต่ต้องอาศัยแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่เป็นตัวย่อย ทางที่ดีหันมากินผักลวกหรือผักต้มแทนดีกว่า
– ถ้าจุกเสียดแน่นท้องแล้ว ให้ลุกขึ้นเคลื่อนไหวร่างกาย ดื่มน้ำอุ่น หรือกินสมุนไพรที่มีฤทธิ์ขับลมอย่างขมิ้นชัน หากท้องอืดก่อนนอนให้นำผ้าห่มหนุนหัวเตียงให้สูงขึ้น 6-8 นิ้ว จะทำให้กรดและน้ำย่อยไหลลงกระเพาะอาหารได้เร็วขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://women.thaiza.com/

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า (6 ก.พ.) เมื่อเวลา 03.57 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ประมาณ 02.57 น. ตามเวลาไทย) เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงระดับ 6.4 บนแผ่นดินทางใต้ของเกาะไต้หวัน ใกล้กับเมืองไถหนัน ไต้หวัน เป็นเหตุให้อาคารอย่างน้อย 4 หลัง พังถล่มลงมา

โดยสำนักงานติดตามสภาพอากาศส่วนกลางของไต้หวัน ระบุว่า ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อคระดับ 3.8 แมกนิจูด หรือมากกว่าตามมาอีกอย่างน้อย 5 ครั้ง ที่เมืองไถหนัน ราวครึ่งชั่วโมงหลังจากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งแรก

ด้าน สถานีโทรทัศน์ฟอร์โมซ่าของไต้หวัน เผยภาพตำรวจ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และทหาร ณ จุดเกิดเหตุอาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้นพังถล่ม โดยนักข่าวของสถานีฯ กล่าวว่า สามารถได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้พักอาศัยบางส่วน ที่ติดค้างอยู่ข้างใน ซึ่งคาดว่ามีจำนวน 150 คน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พยายามฉีดน้ำเข้าไปที่บริเวณบางส่วนของอาคาร เพื่อป้องกันการเกิดไฟไหม้ในเบื้องต้น ขณะที่เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ได้ใช้บันไดและรถเครน พยายามหาทางเข้าสู่พื้นที่ชั้นบนของอาคาร โดยหน่วยดับเพลิงระบุว่า สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุออกจากซากปรักหักพังได้แล้ว 69 คน

ด้าน ลี พัว มิน เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานป้องกันอัคคีภัยรัฐบาลนครไถหนัน กล่าวว่า ประเมินว่าจำนวนผู้พักอาศัยทั้งหมดน่าจะอยู่ที่ราว 240 คน

ขณะเดียวกันที่อาคารที่พักอาศัยสูง 7 ชั้นอีกแห่ง ซึ่งพังถล่มลงมา เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือประชาชนออกมาได้อย่างน้อย 30 คน

ทั้งนี้ สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) รายงานว่า แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นเวลา 04.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น สามารถวัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 6.4 แมกนิจูด โดยจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองไถหนัน ที่มีจำนวนประชากรเกือบสองล้านคน ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 43 กิโลเมตร

ขอขอบคุณภาพจาก news.qq.com และ thaipbs และ sanook.com

อย่าปล่อยให้ชีวิตต้องจมอยู่กับความเครียด ไม่ว่าจะจากการทำงาน อันเร่งรีบและเรียกร้อง หรือจากการใช้ชีวิต จากสิ่งแวดล้อมต่างๆ   ลองใช้วิธีการต่อไนปี้ที่ได้ชื่อว่าช่วยในการ คลายเครียดให้คุณได้

วิธีแก้เครียด

  1. ออกกำลังกาย การ ออกกำลังกายจะทำให้เกิดการหลังของสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งทำให้คุณรู้สึกดี มีพลัง และต่อต้านความเครียดได้ดี ควรใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที่ในการออกกำลังเพื่อลดความเครียด โดยเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณ เช่น การออกกำลังกายที่ง่ายๆที่สุด คือการวิ่งหรือเดินเร็ว หากเป็นผู้สูงอายุหรือเป็นผู้ที่ไม่สามารถรับแรงกระแทกได้ควร ว่ายน้ำ หรือเล่นโยคะ หากต้องการเล่นกีฬาเป็นทีมควรเลือก ฟุตบอล หรือเทนนิส
  2. หยุดพักหรือท่องเที่ยว การหยุดพักหรือหยุดคิดจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจลดความตึงเครียดและผ่อนคลาย แม้แค่เพียง 5-10 นาที การพักยาวหรือไปเที่ยวในสถานที่แปลกใหม่ พบผู้คนในสถานที่นั้น จะช่วยให้เบนความสนใจในเรื่องที่คิด กังกล หรือเครียดอยู่
  3. ทานอาหารคลายเครียด อาหารที่ลดความเครียดได้แก่ กล้วย ส้ม บลูเบอรี่ นมและโยเกิร์ต ปลา ถั่ว เนื้อไก่ และ ธัญพืช ซึ่งมีสารทริปโตเฟน และกรดอะมิโนที่ช่วยหลั่งสารแห่งความสุข และทำให้รู้สึกสงบ รวมทั้งวิตามินต่างๆที่ช่วยลดความเครียดได้ และต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ด้วย
  4. ฝึกหายใจ ทำสมาธิ เมื่อร่างกายเครียดจะทำให้การหายใจผิดปกติ การหายใจลึกๆ จะช่วยให้เลือดและสมองได้รับออกซิเจนมากขึ้น ทำให้สดชื่นขึ้น โดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลมบริเวณหน้าท้อง เมื่อหายใจเข้าลึกและช้า หน้าท้องจะค่อยๆพองออก และเมื่อหายใจออก หน้าท้องจะค่อยๆยุบลง ใช้มือแตะท้องเพื่อรับรู้สภาพป่องและแฟบของท้องแล้วฝึกไปเรื่อยๆ อาจฝึกร่วมกับการเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ
  5. พูดระบายความเครียด การพูดคือการระบายความเครียดอย่างหนึ่ง หาเพื่อนสนิท ไว้ใจได้ และมีความอดทดสูงในการฟัง ถ้าไม่มีอาจพูดกับสัตว์เลี้ยง หรือกับตัวเองก็ได้ ระบายความรู้สึกทั้งหมดออกมา เพราะเท่ากับเราได้ทบทวนตัวเองไปด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการให้คำปรึกษาแนะนำทางโทรศัพท์จากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาหรือรับฟังเรื่องราวของเรา
  6. รู้จักปฏิเสธ ถ้าคุณรู้สึกว่ากำลังทำงาน เข้าสังคมพบปะผู้คน หรือต้องรับภาระทางครอบครัวมากจนเกินไป คุณควรจะเรียนรู้วิธีการบอกปฏิเสธ หรือร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น เพื่อแบ่งเบาภาระหรือความกังวลกับเวลาและพลังงานที่ทุมให้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มากเกินไป
  7. คิดในแง่ดี ความเครียดส่วนใหญ่เกิดจากความคิดและการรับรู้ของแต่ละบุคคล ทำให้แต่ละคนแบกรับความเครียดได้ไม่เท่ากัน ลองหยุดคิดว่าคุณจำเป็นต้องเครียดกับเรื่องเหล่านี้จริงๆหรือ  และมีมุมุมองแง่คิดดีๆใดบ้าง ที่สามารถช่วยคุณหลุดพ้นจากความเครียดเหล่านั้น
  8. ทำกิจกรรมที่อยากทำ เช่น ดูหนังหรือรายการที่ชอบ การฟังดนตรี ปลูกต้นไม้ วาดรูป สะสมสิ่งของที่ชอบ การอ่านหนังสือ การบำบัดอโรมาเทอราพี การคลายความเครียดด้วยการนวด หรือสปา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.prapot.com/healthy

เมื่อร่างกายขาดแคลเซียมจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมากและทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาดังนี้
– ในสตรีขณะตั้งครรภ์จะมีอาการ ปวดฟัน ปวดเมื่อยหลังและเอว มีภาวะเครียด ร่างกายอ่อนแอ นอนไม่หลับ ตะคิวจับที่น่องบ่อยๆ ฯลฯ

– ในสตรีขณะให้นมบุตรจะมีอาการ ปวดฟัน ปวดเมื่อยหลังและเอว เป็นตะคิว กระดูกพรุน กระดูกหักง่าย

– ในระยะการเจริญเติบโตของเด็ก มีการเจริญเติบโตช้า ภูมิต้านทานต่ำลง เป็นหวัดง่าย เป็นโรคกระดูกอ่อน ฟันผุ สายตาสั้น

– ในวัยกลางคน จะเป็นตะคิว นิ้วล็อก กล้ามเนื้อกระตุก เครียด นอนไม่หลับ หัวใจเต้นผิดปกติ ร่างกายมีสภาวะเป็นกรด

– ในวัยทอง จะปวดเมื่อยหลังและเอว นอนไม่หลับ มีภาวะเครียด ชอบสันโดษ อารมณ์ไม่ดีหรือไม่คงที่

– ในวัยกลางคนและในวัยสูงอายุ มักมีอาการ นอนไม่หลับ เป็นตะคิว กระดูกพรุน กระดูกหักง่าย ร่างกายหดตัวลง ปวดเมื่อยหลังและเอว ชอบสันโดษ

——————–ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://betagen2683.exteen.com/20120126/entry-1

คนไทยหลายคนมีความเชื่อที่ว่า ผีหรือวิญญาณ จะไม่มีเงาในกระจก สำหรับฝรั่งเองก็เช่นกัน บุคคลที่ไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งอาจจะเป็นปีศาจ หรือ แวมไพร์ ก็อาจจะไม่มีเงาสะท้อนในกระจกเช่นเดียวกัน

อย่างเช่นเหตุการณ์แปลกๆ นี้ ที่เกิดขึ้นในเมืองซาวันนาห์ รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อกล้องวงจรปิดในร้านรองเท้าแตะแห่งหนึ่ง จับภาพชายที่มีผิวสีซีด สวมแว่นกันแดด สวมเสื้อและกางเกงสีดำสนิท เดินผ่านกระจกบานใหญ่ในร้านไป แต่สิ่งที่แปลกประหลาดก็คือ ชายคนนี้ไม่มีเงาสะท้อนในกระจก มาลองดูหลักฐานชัดๆ จากคลิปนี้กัน

https://www.youtube.com/watch?v=0s8wuNg3coM

ส่วนฝรั่งเชื่อกันว่า ชายคนนี้มีรูปร่างลักษณะที่ดูเหมือนแวมไพร์ ซึ่งไม่แน่ว่า แวมไพร์อาจจะมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ก็เป็นได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://petmaya.com/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%81

ล่าสุด (3 ก.พ.) ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย ได้โพสต์ข้อความชี้อแจงลงอินสตาแกรม pleum_official ยืนยันว่า ตนเองและทับทิม “เลิกกันแล้วจริงๆ” หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกว่า 3 ปี

“ตามที่เห็นข่าวของผมกับทับทิม และผมได้คุยกับทับทิมแล้ว ผมจึงได้รับหน้าที่เป็นคนชี้แจงข่าวครับ ผมขอชี้แจงว่า “ครับ เราเลิกกันมาสักพักแล้ว” แต่ไม่ใช่เพราะว่าเราทะเลาะกันหรือมีเรื่องไม่พอใจต่อกันครับ เราคุยกันดี และเราเข้าใจกัน เราต่างรู้ว่า “เรารักกันมากแค่ไหน” แต่เราเพิ่งมารู้ว่า “เรามีความรักและความห่วงใยกันแบบเพื่อน” อาจเป็นเพราะเราเริ่มกันมาแบบเพื่อน เราห่วงใยกัน ดูแลกัน ผูกพันกัน เราเข้าใจกัน เราเลยคิดว่ามันเป็นความรักแบบคนรัก แต่หลังจากมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เราจึงเพิ่งเข้าใจว่า “มันไม่ใช่แบบคนรักแต่มันเป็นแบบเพื่อน มันไม่ใช่ในรูปแบบชีวิตคู่” ทับทิมคือเพื่อนที่แสนดีของผม เราดีต่อกันมาตลอด และต่อจากนี้เราก็จะดีต่อกัน กราบขออภัยทุกท่านที่ติดตามนะครับ ขอให้ทุกท่านโปรดเข้าใจและเคารพในการตัดสินใจของเราทั้งสองด้วย ทั้งหมดมันมีเพียงเท่านี้ครับ

ขอบคุณครับ/ค่ะ…ปลื้ม/ทับทิม”

—————————-

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.sanook.com

วิธีแก้ผมร่วงโดยวิธีธรรมชาติด้วยตนเอง  โดยคุณสามารถเลือกทำวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้

  1. นวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันเอสเซนเชียล (essential oil) 2- 3 หยดหรือ น้ำมันพืชเช่น น้ำมันมะกอก นวดจนซึมเข้าสู่หนังศีรษะจนทั่ว ห่อด้วย พลาสติก หรือผ้าอุ่น ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นเล็กน้อย และแชมพูอ่อน ปฏิบัติเป็นประจำ วิธีนี้จะช่วยให้รูขุมขนชุ่มชื่นขึ้น
  2. ผสมน้ำแอปเปิ๊ล กับ ชาเขียว ล้างผมเป็นประจำ จะช่วยให้ผมเจริญขึ้นใหม่ได้ดีขึ้น
  3. ผสมน้ำมันละหุ่งอุ่นเล็กน้อยและน้ำมันเมล็ดแอลมอนด์ นวดหนังศีรษะโดยทั่ว อาทิตย์ละ 1 ครั้ง
  4. บดเมล็ดมะนาวกับพริกไทยดำผสมเข้าด้วยกันในขนาดเท่า ๆ กันในน้ำ ทาบริเวณหนังศีรษะเป็นประจำ
  5. ทาหนังศีรษะบริเวณที่ล้าน ด้วยหัวหอม แล้วตามด้วยน้ำผึ้ง ทำวันละ 1 ครั้ง
  6. นวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันเมล็ดอัลมอนด์วันละ 1 ครั้ง ช่วยลดผมร่วง
  7. นวดหนังศีรษะและผมด้วย น้ำมันมะพร้าวและอโลเวราเจล ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นเล็กน้อย ทำ 3 ครั้งต่อสัปดาห์
  8. นวดหนังศีรษะและผมด้วยน้ำผึ้งผสมไข่แดงทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วล้างออก เพื่อป้องกันการหลุดร่วงของผม
  9. รับประทานงาขาว 1 กำมือทุกวันตอนเช้า 1 กำมือของงาขาวจะมีแคลเซียมและแมกนีเซียม 1,200 มิลลิกรัม ช่วยเพิ่มสารอาหารของหนังศีรษะให้แข็งแรงขึ้น
  10. นวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันมะพร้าว ทุกวัน 10 -15 นาที ใช้น้ำต้มใบสะเดาทิ้งไว้ให้เย็น ช่วยในการล้างน้ำมันมะพร้าวออก
  11. เพิ่มการรับประทานเนื้อสัตว์ ถั่ว (เพิ่มการรับประทานโปรตีน) โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วเหลืองหรือนมถั่วเหลืองถ้าสามารถกินได้วันละ 1/2 ลิตรได้ เส้นผมจะงอกใหม่เร็วมาก
  12. รับประทานโยเกิร์ต 1 ถ้วยทุกวัน
  13. เพิ่มอาหารพวกผักใบเขียว สลัด จมูกข้าวสาลี และธัญพืช

ขอบคุณข้อมูลจาก http://xn--12cm6duahd2am4em9v.thaihaircenter.com/a17-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87

อีกหนึ่งของกินเพื่อสุขภาพ แต่อย่าสักแต่ว่ากินไว้ไม่ให้ตกเทรนด์นะ รู้ไหมว่าบางทีคุณอาจกินแบบผิด ๆ แล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยก็ได้

อีกหนึ่งของกินเพื่อสุขภาพ แต่อย่าสักแต่ว่ากินไว้ไม่ให้ตกเทรนด์นะ รู้ไหมว่าบางทีคุณอาจกินแบบผิด ๆ แล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยก็ได้ รู้ไหมว่าบางทีคุณอาจกินแบบผิด ๆ แล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยก็ได้

กินแล้วดียังไง? เหตุผลที่บรรดากูรูทั้งหลายแนะนำให้กินนมหมักอย่างโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยวก็คือ “จุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิต”   ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่มีอยู่ในลำไส้มนุษย์อยู่แล้ว และไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวจุลินทรีย์ที่มีอยู่ก็เป็นชนิดเดียวกัน ส่วนใหญ่จะเป็นพวกแล็กโตบาซิลัส
พอจุลินทรีย์พวกนี้เข้ามาในร่างกายก็จะมาช่วยรักษาสมดุลในลำไส้   ทำให้ระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายของคุณดีขึ้น ระดับคอเลสเตอรอลลดลง และในบางการศึกษาวิจัยยังบอกว่าสามารถช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย แต่ก็อย่าลืมเดินทางสายกลางกินแค่พอดีก็พอแล้ว โยเกิร์ตถ้วยหนึ่งมีพลังงานสูงถึง 80-150 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียว กินมาก ๆ ก็อ้วนได้เหมือนกันนะ
ที่สำคัญโยเกิร์ตกับนมเปรี้ยวไม่ใช่อาหารลดความอ้วน ดังนั้น กินแทนข้าวไม่ได้นะจ๊ะ
———————–

การดูแลผิวพรรณมีวิธีดูแลง่ายๆ ด้วยการดำเนินชีวิตในแต่ละวันให้ดีก็สามารถช่วยชะลอการเหี่ยวย่นและแก่ก่อนวัยอันควร เริ่มต้นง่ายๆ ด้วย 5 เทคนิคง่ายๆ ที่แทบจะไม่ต้องเปลี่ยนการดำเนินชีวิตประจำวันอะไรของคุณเลย

1. ป้องกันตัวเองจากแสงแดดที่รุนแรง (ของประเทศไทย)

หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลผิวของคุณคือป้องกันตัวเองจากแสงของดวงอาทิตย์ ที่นับวันยิ่งร้อนระอุแทบจะเผาไหม้ทะลุเสื้อผ้าของเราไปแล้ว แสงแดดจัดๆ สามารถก่อให้เกิดริ้วรอย, จุดด่างดำ และเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร ที่สำคัญเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังอีกด้วย

วิธีป้องกันแสงแดด

  • หลีกเลี่ยงแดดจัด : ให้หลีกเลี่ยงแสงแดดที่รุนแรงในช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น. (ซึ่งแน่นอนเป็นเรื่องยาก ถ้าเลี่ยงไม่ได้ดูข้อต่อไป) ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงของแสงแดดที่ร้อนแรงที่สุด
  • ครีมกันแดด : เรื่องการโดนแสงแดดมันหลีกเลี่ยงในเมืองไทยเมืองร้อน ป้องกันได้ด้วยการใช้ครีมกันแดดที่มีค่าอย่างน้อย SPF 15 เมื่อคุณต้องเจอแสงแดดถ้าเป็นไปได้ทาทุกสองชั่วโมงได้ยิ่งดี (เมื่ออยู่กลางแดดตลอด)
  • สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด : เมื่อคุณต้องออกไปเผชิญกับแสงแดดอย่างเลี่ยงไม่ได้ นอกจากจะทาครีมกันแดดแล้ว การสวมเสื้อผ้าที่มิดชิดก็ช่วยปกป้องผิวพรรณของคุณได้เช่นกัน ซึ่งเสื้อผ้าจะช่วยเพิ่มเติมชั้นการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตก่อนที่จะเข้ามาสู่ชั้นผิวหนังของคุณ

2. ไม่สูบบุหรี่

การสูบบุหรี่อย่างที่เราๆ รู้กันอยู่แล้วว่ามีผลเสียต่อร่างกายทุกด้าน และยังก่อให้เกิดริ้วรอยต่างๆ ก่อนวัยอันควร การไหลเวียนของเลือดไม่สม่ำเสมอ ทำให้สารอาหารและออกซิเจนที่มีความสำคัญต่อผิวไปสามารถเข้าไปบำรุงผิวพรรณเราได้ แถมยังทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน อีกด้วย เพราะฉะนั้นลด ละ เลิกการสูบบุหรี่จะทำให้สุขภาพร่างกายและผิวพรรณของคุณดีขึ้น แล้วยังมีเงินเหลือเก็บอีกมากโขเลย

3. ทะนุถนอมผิวของคุณ

ทำความสะอาดผิวหน้าผิวกายของคุณทุกวันอย่างอ่อนโยน

  • การอาบน้ำก็มีส่วนช่วยดูแลผิวพรรณของคุณ ไม่อาบน้ำเป็นเวลานานแช่น้ำร้อนเป็นเวลานาน ควรอาบน้ำที่อุ่นพอดี ไม่ร้อนจนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ก้อน ซึ่งสบู่ก้อนจะมีความแข็งและหยาบของเนื้อสบู่มากจนเกินไปจะทำให้ระหว่างการถูสบู่อาจจะทำให้สูญเสียน้ำมันในผิวของคุณออกไป  ถ้าเลือกได้ควรใช้เป็นสบู่เหลวจะดีมาก
  • การโกนขนในจุดต่างๆ อาจทำให้เกิดการเสียดสีและระคายเคืองผิว ให้คุณใช้ครีมต่างๆ ที่ช่วยในการกำจัดขน (ครีมโกนหนวด, ขน) ช่วยในการสร้างความอ่อนนุ่มและกระทบกระเทือนต่อผิวให้น้อยที่สุด
  • หลังอาบน้ำเสร็จใช้ผ้าเช็ดตัวซับเบาๆ แทนการเช็ดด้วยความรุนแรง เพื่อป้องการการทำลายชั้นผิวโดยไม่จำเป็น และการซับเบาๆ จะทำให้ความชุ่มชื่นยังคงอยู่กับผิวเรา
  • ทางครีมบำรุงผิวทุกครั้งหลังอาบน้ำเสร็จ ใช้ครีมที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ

4. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

อาหารเพื่อสุขภาพสามารถช่วยให้คุณดูดีและช่วยชะลอการแก่ก่อนวัยได้อย่างดี ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทานผัก, ผลไม้ รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ไม่ทานอาหารที่มันเกินไป กินอาหารที่มีกากใย สม่ำเสมอเพื่อช่วยให้คุณขับถ่ายได้อย่างปกติ การขับถ่ายเป็นปกติก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดี

5. อย่าเครียด

เรื่องนี้ห้ามกันยาก แต่ก็อยากจะบอกให้คุณๆ ได้ทราบไว้เช่นกันว่า Positive Thinking เราไม่สามารถควบคุมมันได้ 100% ได้แต่เราสามารถกำจัดมันได้ถ้าคุณเกิดอาการเครียดขึ้นมาได้ ความเครียดเป็นอีกสาเหตุที่นอกจากจะบั่นทอนสุขภาพจิตแล้ว ก็ยังบั่นทอนสุขภาพร่างกาย ผิวพรรณ สังเกตุได้ว่าถ้าคุณเกิดอาการเครียด สิวและปัญหาผิวอื่นๆ จะผุดเกิดขึ้นมาโดยพลัน การออกกำลังกาย, การได้ไปเที่ยวพักผ่อนบ้าง จะช่วยให้คุณจัดการเรื่องพวกนี้ได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณข้อมูล http://www.sbs.in.th/5-tips-healthy-skin/

การนอนดึกไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน เพราะการนอนของคนเราก็ไม่ต่างอะไรกับการชาร์จแบตฯ ให้ร่างกาย (ก็แหม…โทรศัพท์ยังต้องชาร์จไฟและคนเราจะไม่ชาร์จไฟให้ร่างกายบ้างเลยเหรอ) เราเลยมีวิธีการดูแลตัวเองสั้น ๆ ง่าย ๆ สำหรับคนที่ต้องนอนดึกเป็นประจำมาฝากกัน

1. ง่วงก็นอนเลย

ทันทีที่ร่างกายรู้สึกง่วง แต่อยากจะเล่นเฟซต่อ ขอร้องว่าอย่าฝืน แนะนำว่าให้นอนเลย ที่สำคัญควรจะนอนให้ได้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน เพราะเป็นจำนวนเวลาที่ร่างกายได้รับการพักผ่อน อย่างพอเหมาะ

2. ออกกำลังกายเล็ก ๆ เมื่อตื่น

บางคนตื่นปุ๊บหยิบมือถือมาเช็กเฟซบุ๊กก่อนเลย ใจเย็น ๆ ออกกำลังกายเบา ๆ กันก่อนไหม เหมือนวอร์มอัพร่างกายให้ตื่นตัว แต่อย่าถึงขั้นวิ่ง 100 เมตร หรือฟิตเนสจริงจัง แค่ลุกนั่งหรือวิดพื้นนิดหน่อยเป็นพอ แล้ววันนั้นทั้งวันคุณจะสดชื่นกว่าที่เคย

3. กินอาหารที่มีประโยชน์

ยิ่งนอนดึกยิ่งทำให้สมองล้า เรายิ่งต้องกินอาหารที่บำรุงสมอง อย่างอาหารที่มีโคลีน (Choline) ช่วยป้องกันความจำเสื่อม พบได้ง่ายในถั่วเหลือง ไข่แดง และเนื้อสีขาว เช่น เต้าหู้ เนื้อปลา อกไก่ และไข่ขาว ซึ่งช่วยสร้าง “เคมีสมอง” ที่จำเป็นสำหรับคนที่นอนดึก ส่วนไข่แดงมีไบโอติน (Biotin) ที่ช่วยบำรุงสมอง และกาบ้า (GABA) ที่ช่วยให้สมองทำงานได้ดี มีอยู่ในข้าวกล้องงอกและธัญพืช รวมถึงวิตามินบีที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองให้ตื่นตัว ที่สำคัญคือดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ เพราะการนอนดึกทำให้สมองขาดน้ำ ซึ่งสมองเป็นส่วนที่้ต้องการน้ำไปหล่อเลี้ยงมากที่สุด

4. งดกาแฟ

สมมติว่างานไม่เสร็จ อย่าแก้ปัญหาด้วยการดื่มกาแฟ แต่ให้ดื่มดาร์กช็อกโกแลตหรือโกโก้แทน  เพราะในโกโก้มี “ฟลาโวนอยด์” (Flavoniod)   สารช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลไปเลี้ยง สมองได้ดี และไม่มีคาเฟอีน

5. กินวิตามินแก้เครียด

ยามเราอดนอนระดับฮอร์โมนจากต่อมไพเนียล (Pineal Gland) จะทำงานไม่ปกติ ทำให้เกิดความเครียดแบบลึก ๆ ต่อให้เป็นคนตลกแค่ไหน แต่ร่างกายมันก็เครียด จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินบีและวิตามินซี ถ้าตื่นเช้ามากินข้าวกล้อง กินผัก ผลไม้ ดื่มน้ำผลไม้คั้นสด ๆ ได้ทุกวันยิ่งดี

ทั้ง 5 วิธีนี้คือการดูแลตัวเองง่าย ๆ ถ้าจำเป็นต้องนอนดึกจริง ๆ ทางที่ดีคือเราควรนอนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ปลอดโรคภัย และลดความเสื่อมของร่างกายจะได้แข็งแรงไปนานๆ ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://women.thaiza.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%81/283907/