Author Archive

แจก Chinese tablets ไม่ใช่ samsung galaxy tab 10.1

Sunday, February 19th, 2012
One Tablet PC Per Child project

One Tablet PC Per Child project

16 ก.พ.2555 อ่านข่าวจาก ข่าวสดออนไลน์ และ nation multimedia เรื่องแท็บเล็ตสำหรับนักเรียน .. ทำให้ทราบว่าเด็กไทยจะได้ chinese tablets ซึ่งทำให้กลายเป็นมาตรฐาน tablet ของเด็กไทยไปในทันที ส่วน samsung galaxy tab 10.1 หรือ ipad3 หรือ iphone4s ก็คงไม่ใช่ตัวเลือกของรัฐบาลที่จะนำมาแจกนักเรียนไทย .. ถ้าเพื่อนถามว่า 2 ตัวนี้ต่างกันอย่างไร ก็คงตอบได้ในเบื้องต้นว่าราคาต่างกันลิบเลย แต่เปิดเน็ตได้ทั้งคู่ .. (งานนี้เป็นตามนโยบาย ซึ่งนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยไม่ได้รับสิทธิ์ส่วนนี้) .. มีรายละเอียดตามข่าวดังนี้

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ (Anudith Nakornthap) รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการร่วมบริหารนโยบาย 1 แท็บเล็ต 1 นักเรียน (One Tablet PC Per Child project) ตามนโยบายรัฐบาล มีข้อสรุป 3 ประเด็น ที่จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 ก.พ.2555 อนุมัติในหลักการ คือ 1) ให้ไอซีทีเป็นผู้จัดซื้อแท็บเล็ตและโครงข่ายทั้งหมด 2) ให้ดำเนินการโครงการโดยทำข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ หรือจีทูจี  (G-to-G : government-to-government) และ 3) ขอให้ไอซีทีเป็นผู้เบิกจ่ายงบประมาณในการจัดซื้อแทนหน่วยงานที่เป็นเจ้า ของงบประมาณ ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานอื่นที่มีการจัดการเรียนสอนชั้นประถมปีที่ 1 ส่วนงบประมาณที่ ครม.อนุมัติไว้ก่อนหน้านี้ 1,900 ล้านบาท เท่าที่ประเมินจะจัดซื้อแท็บเล็ตได้เพียง 560,000 เครื่อง ซึ่งไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 ที่มีอยู่ราว 860,000 คน จึงต้องขอผูกพันงบประมาณปี 2556 ไว้ล่วงหน้า

สำหรับสเป๊กแท็บเล็ตใช้ของเดิมที่นายโอฬาร ไชยประวัติ เป็นประธานกำหนดสเป๊ก เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการเจรจา เบื้องต้นราคาเฉลี่ยตัวเครื่อง ประมาณ 3,100 บาท อุปกรณ์เสริมอีกไม่เกิน 300 บาท และให้จัดซื้อแบบจีทูจี (G-to-G) เนื่องจากความร่วมมือด้านการศึกษาเป็น 1 ในบันทึกความเข้าใจที่ทำไว้กับประเทศจีนก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าของที่ส่งมอบจะเป็นไปตามสเป๊ก ราคาถูก คาดว่าจะส่งมอบได้ทันเปิดภาคการศึกษาที่ 1 ปี 2555 ส่วนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่จะใช้กับแท็บเล็ตนั้นกระทรวงศึกษาธิการได้ ติดตั้งระบบเครือข่ายแล้ว 10,000 โรงเรียน ส่วนอีก 20,000 แห่งจะพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อไป โดยคาดว่าจะให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการในส่วนนี้

http://www.techmoblog.com/ipad-3/

http://www.nationmultimedia.com/national/Cashbarter-for-Chinese-tablets-30175891.html

http://www.china-tablet-pc.com/

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1329384928&grpid=&catid=19&subcatid=1903

http://www.manacomputers.com/what-tablet-china-good-or-bad/

Top 5 Android Tablet PC for China National Days
1. ZeniThink C91
2. Wopad i7
3. FlyTouch 5 EPad
4. Haipad M8
5. Apad A820

http://blog.wholesaleonepiece.com/top-5-android-tablet-pc-for-china-national-days/

android tablet 11

android tablet 11

คนที่โชคร้ายคือตัวลูกน้อย

Saturday, February 18th, 2012

ฟังเรื่องราวของเพื่อนบ้านในหมู่บ้าน
เป็นเรื่องราวของลูกน้อยทั้ง 7 คน ในวัยยังไม่หย่านม
ซึ่งเป็นของสามีภรรยาคู่หนึ่ง .. ปกติยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน

แล้วนึกไปถึงเรื่องราวของ สตีฟ จ็อบส์ กับ จอห์น สคัลลีย์
ที่รักกันชื่นมื่นราว 2 ปี แล้วก็ต้องหย่าร้างกันไป (พ.ค.83 – 11 เม.ย.85)

กลับมามองความรักของสามีภรรยาคู่นี้ ที่มีลูกร่วมกัน 7 คน
แล้ววันหนึ่งก็เกิดอุบัติเหตุทางความรัก ทำให้ต้องแยกทางกัน
นึกถึงเพลงบาปบริสุทธิ์ ของ เล็ก คาราบาว
ดังประโยคที่ว่า “อันคนเราหญิงชายทั้งหลายแหล่ ต่างมีดีมีแย่อยู่พอ ๆ กัน
.. คนที่โชคร้ายคือตัวลูกน้อย

โบราณว่า “ทุกคนต่างไม่ผิด แต่ความคิดเราต่างกัน
มีหลักอยู่หลายข้อครับ ที่มนุษย์ยึดถือ แล้วสามีภรรยาคู่นี้
ก็คงมีหลักของตนเอง ทำให้ต้องแยกย้ายกันไป
แต่ถ้านึกถึง พรหมวิหาร 4 ข้อหนึ่ง
ลูกน้อยก็คงไม่โชคร้าย อย่างในเนื้อเพลง

สถิติการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก (itinlife330)

Saturday, February 18th, 2012
asia statistic

asia statistic

17 ก.พ.55 มีโอกาสฟัง คุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ เจ้าพ่อสื่อเครือเนชั่น เล่าถึงความเป็นมาของสื่อในอดีต ซึ่งใช้เพื่อการสื่อสารระหว่างคน ไปถึงประเภทของสื่อเพื่อใช้สื่อสารกับมหาชน และแนวโน้มของสื่อในอนาคต พร้อมนำเสนอข้อมูลเชิงสถิติ หรือสารสนเทศเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการบริหารงานสื่ออย่างมืออาชีพ มีศัพท์ 2 คำที่ชวนให้ตระหนัก คือ below the line และ above the line โดยสื่อประเภทแรกถูกใช้เป็นเครื่องมือเข้าถึงผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มได้ตรงกว่า มีประสิทธิภาพกว่า และเป็นไปได้ว่าอาจใช้งบประมาณสูงกว่าสื่อหลัก แต่ถึงอย่างไรก็ยังทิ้งสื่อหลักไปไม่ได้

สื่อหลักหรือสื่อแบบ above the line คือ สื่อที่ใช้สร้างการรับรู้ในตราสินค้า เผยแพร่ในวงกว้างในระยะเวลาสั้นอย่างรวดเร็ว มักใช้โฆษณาแนะนำสินค้า อาทิ โทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ ป้ายโฆษณา ส่วนสื่อรอง หรือสื่อแบบ below the line คือ สื่อที่เข้าถึงลูกค้าโดยตรง มักเน้นการสร้างกิจกรรมกับลูกค้า (Event) มีผลให้ลูกค้าจดจำสินค้าจากประสบการณ์ที่ได้ร่วมกิจกรรม (Road Show) อาจเป็นการออกนิทรรศการแนะนำสินค้า เปิดบูทให้ทดลองสินค้า หรือจัดกิจกรรมผ่านเว็บไซต์ แต่สื่อทั้งสองแบบจะต้องดำเนินควบคู่กันไป เพราะกฎทางการตลาดมี 2 ข้อ คือ ผู้บริโภคคือเจ้านาย ถ้าผู้บริโภคผิดให้ย้อนกลับไปดูข้อแรก ดังนั้นการใช้สื่อที่หวังผลทางการตลาดจำเป็นต้องเลือกใช้อย่างสมดุล เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด

ข้อมูลทางสถิติปี 2011 เกี่ยวกับจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต พบว่าโลกของเราประชากรมากกว่าหกพันเก้าร้อยล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าสองพันสองร้อยล้านคน คิดเป็นร้อยละ 32 ของประชากรโลก แต่ประเทศไทยมีประชากรมากกว่าหกสิบหกล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าสิบแปดล้านคน คิดเป็นร้อยละ 27 ของประเทศ ซึ่งยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ถ้าเปรียบเทียบในระดับทวีปแล้ว ทวีปเอเชียใช้อินเทอร์เน็ตร้อยละ 26 แต่ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปออสเตรเลียใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าร้อยละ 60 ประเทศมาเลเซียใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าร้อยละ 60 ประเทศกรีนแลนด์ และไอซ์แลนใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าร้อยละ 90 ดูจากสถิติแล้ว ประเทศไทยคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าประชาชนจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเกินร้อยละ 50 ซึ่งข้อมูลทางสถิติทำให้เรารู้ตำแหน่งของตนเองในประชาคมโลก

http://www.internetworldstats.com/stats3.htm
http://www.thaiall.com/topstory/

steve jobs & animal farm

Thursday, February 16th, 2012

อายุของ george orwell (25 June 1903 – 21 January 1950) กับ whitney houston (August 9, 1963 – February 11, 2012) ใกล้เคียงกัน คือ ราว 48 ปี ซึ่งน้อยกว่าสตีพที่อายุ 56 ปี ทั้งคู่เป็นคนมีชื่อเสียงในคนละด้าน

เมื่ออ่านหนังสือ steve jobs by walter isaacson หน้า 196 พบเรื่อง animal farm ซึ่งฟังมาจาก อ.จอห์น และเพื่อนที่โรงเรียนอรุโณทัย คุยกันว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปกครองคน (ประจวบเหมาะกับข่าวการเสียชีวิตของ whitney ในช่วงที่ผมอ่านหนังสือ steve พอดี) ในหนังสือของสตีฟ มองหนังสืออีกเล่มของ george เรื่อง Nineteen Eighty-Four 1984 ซึ่งเป็นปีที่มีการเปิดตัวเครื่อง Mac

เคยมีคำถามจากบรรณาธิการ ว่า ปี 1984 เกิดอะไรขึ้น
เป็นคำถามที่ดีมากครับ

วิทนีย์ ฮุสตัน ที่เสียชีวิตด้วยอายุ 48 ปี

Sunday, February 12th, 2012

http://www.youtube.com/watch?v=f2qrjECEp6k

นายตำรวจ Lt. Mark Rosen ซึ่งเป็นตำรวจ LA ได้รับแจ้งจาก Beverly Hilton Hotel, California ประมาณ 3:45PM ของวันที่ 11 ก.พ.2555 ว่ามีความพยายามช่วยชีวิต whitney houston ที่พักชั้น 4 ของโรงแรมแต่ไม่สำเร็จ ซึ่งไม่พบร่องรอยของอาชญากรรม แต่สาเหตุการตายยังไม่ทราบแน่ชัด เป็นการเสียชีวิตก่อนคืนประกาศรางวัล Grammy Awards

วิทนีย์ ฮุสตัน เป็นนักร้องหญิง เพลงดังของเธอคือ “I Will Always Love You” เป็นคนดังระดับโลกอีกคนที่เสียชีวิตหลัง Steve Jobs อายุของทั้งคู่ไม่ถึง 60 ปี เพราะสตีฟเสียชีวิตอายุ 56 ปี ส่วนวิทนีย์เสียชีวิตอายุ 48 ปี

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C_%E0%B8%AE%E0%B8%B9%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99

http://www.dailynews.co.th/world/12135

http://www.cbc.ca/news/world/story/2012/02/11/whitney-houston-dies.html

http://abcnews.go.com/blogs/entertainment/2012/02/singer-whitney-houston-dead-at-48/

http://www.thaiall.com/opinion/readonly.php?view=535

คิดถึงแต่ตัวเอง จึงใช้คำว่า like

Sunday, February 12th, 2012
two ways

two ways

คุยกับเพื่อนต่างบ้าน
เขาตั้งคำถามด้วยคำว่า like ผมขอเปลี่ยนเป็น should
เพราะ like = ชอบ ที่มาจากความรู้สึกของตนเอง
แต่ should = ควร ที่มาจากเหตุผล มีวัตถุประสงค์ประกอบ เกี่วกับผู้คน

ทุกคนต่างไม่ผิด แต่ความคิดเราต่างกัน

มาคิดอีกที เขาก็แค่มนุษย์ ปุถุชน อ้างถึงกรณีตัวอย่าง
นายก. พบปัญหาในหมู่บ้าน จึงนำวิทยากรชั้นเยี่ยมมาบรรยาย
หวังให้ชุมชนที่กำลังมีปัญหาได้เข้าใจ และนำไปสู่การมีชีวิตที่ดีขึ้น
หวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แม้แต่ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย กรรมการ ก็ไม่เข้า
ต้องไปขนคนนอกหมู่บ้านมาฟัง
คงเพราะไม่ชอบก็เลยไม่เข้า .. คิดถึงแต่ like ไม่ได้คิด should

กรณีอื่นอีกมากมาย
- เหล้า
- บุหรี่
- การพนัน
- วัฒนธรรม
เพราะถามว่า like ผมตอบไม่ถูกเลย
น่าจะมีน้อยคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับคำว่าชอบ
มนุษย์มักใช้ชีวิตอยู่กับคำว่าควร มากกว่าชอบ

charming painting โดย elvgren

Saturday, February 11th, 2012

11 ก.พ.55  John Munro Millar Cable ชวนฟังเพลง When I’m Sixty-Four ของ Beatles แล้วผมก็คลิ๊กไปพบ เพลง  Cherokee Boogie ของ Johnny Horton ซึ่งผมสังเกตภาพในคลิ๊ปเป็นภาพวาดของ elvgren แบบ charming painting (Elvgren’s Models)

ถ้าถามว่าผมคิดอะไรอยู่ คงตอบว่า ผมนึกไปถึง นิตยสารดาราแผงหนังสือ ท่าเต้นของ korea girl group และท่าเต้นเกาหูของไทย .. ซึ่งเปรียบเทียบกันได้ค่อนข้างยาก ถึงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ความเชื่อ และการดำเนินชีวิต

http://elvgrenpinup.com/Elvgren_models.html

เฟซบุ๊คอาจล้มบางชั่วขณะได้

Friday, February 10th, 2012
facebook down

facebook down

10 ก.พ.55 เว็บไซต์ต่าง ๆ ก็มีโอกาสล้มในบางชั่วขณะ อย่างเช่น facebook.com ที่มีสมาชิกกว่า 600 ล้านคน มีคนไทยกว่า 7 ล้านคน การที่เครื่องบริการตอบสนอง 24 ชั่วโมงนั้นต้องอดทนมาก .. ในบางขณะเครื่องบริการอาจมีปัญหาและไม่ต้องสนองกับการร้องขอจากผู้ใช้ก็ย่อมเกิดขึ้นได้ .. อย่างเช่นเวลานี้ผมอยู่ที่บ้านใช้ adsl of tot ซึ่งบริการ plug-in บนเว็บไซต์ไม่พบปัญหา หน้าแรกก็ตอบสนองปกติ แต่ login ไม่ผ่าน (ทดสอบต่อเนื่องมา 2 ชั่วโมงแล้ว) .. มีข้อความจาก firefox ว่า เครื่องบริการตอบรับช้าเกินไป
สิ่งที่ทำได้คือ รอคอย

http://downrightnow.com/facebook

http://wiki.answers.com/Q/Is_the_Facebook_server_down_at_the_moment

http://archive.voicetv.co.th/content/8719

ข่าวจาก voicetv เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2553
เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้ใช้บริการ Facebook จากหลายๆ ประเทศบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่สามารถ log in เข้าไปใน facebook ได้ หรือเข้าไปได้แล้วก็ช้ามาก และหลายๆ บริการบน Facebook ก็ใช้การไม่ได้ ซึ่งสำนักข่าวเอพี ได้รายงานว่า มีการรายงานปัญหาดังกล่าวจากผู้ใช้บริการในหลายเมือง ทั้งจากลอนดอน เม็กซิโกซิตี้ หรือแม้แต่กรุงเทพมหานคร ซึ่งหลายคนแจ้งปัญหาดังกล่าวผ่านบริการ Twitter

แม็ต ฮิคส์ โฆษกของ Facebook ออกมาแถลงยอมรับว่ามีเซิร์ฟเวอร์ของ Facebook มีปัญหาบ้างเล็กน้อย แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบมีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้น ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้สมาชิก ไม่สามารถ log in เข้าไปได้ หรืออาจจะเข้าไปดู Profile ของเพื่อนไม่ได้ชั่วขณะ ซึ่งรายงานล่าสุดจากทาง Facebook ว่าทุกอย่างได้รับการแก้ไขแล้วเมื่อเวลา 6.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ปัจจุบัน Facebook มีผู้ใช้บริการกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก และพยายามอย่างเต็มที่ไม่ให้เกิดปัญหาเซิร์ฟเวอร์ล่ม ซึ่งที่ผ่านมา Facebook ยังไม่เคยล่มทั้งระบบ แตกต่างจาก Twitter ที่เคยถูกแฮ็คเกอร์โจมตีเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ทำให้ล่มทั้งระบบมาแล้ว

แค่หน้า 177 “เขี่ยเท้าเล่น” ก็รู้สึกคุ้มกับหนังสือเล่มนี้แล้ว

Friday, February 10th, 2012
จอห์น สคัลลีย์

จอห์น สคัลลีย์

9 ก.พ.55 อ่านหนังสือหน้า 177 steve jobs by walter isaacson ทำให้อาการเจ็บคอเจียนตายของผมทุเราลงในฉับพลัน จนคิดว่าน่าจะไปทำงานได้ (อาจเป็นเพราะร่างกายรักษาตนเอง หรือยาแก้ปวดสองเม็ดเมื่อคืนช่วยไว้) .. อ่านหน้านี้ในบทที่ 14 เรื่องจอห์น สคัลลีย์ (John Sculley อดีต CEO Pepsi) ทำให้ผมรู้สึกว่า แค่หน้านี้หน้าเดียวก็คุ้มแล้วที่จะซื้อหนังสือเล่มนี้ อ่านไปได้เพียงค่อนหน้าก็ทำให้ผมน้ำตาเล็ด อาจเป็น เพราะขำขำในใจ หรือผลข้างเคียงจากการเจ็บคอที่ตกค้างมาจากกลางคืน

เนื้อหาเป็นเรื่องการเข้าทำงานวันแรกของประธานกรรมการบริหาร แล้วพบความอลหม่านในการประชุม มีคนเคยบอกสคัลลีย์ว่า “ทายสิว่า Apple กับลูกเสือต่างกันตรงไหน คำตอบคือ ลูกเสือมีผู้ใหญ่คอยควบคุม” ผมไปจบการอ่านวันนี้ในประโยคที่สคัลย์บอกว่า “คำสั่งที่สับสน การไม่ตัดสินใจ และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในวันนั้น เป็นลางบอกเหตุว่าอะไรจะเกิดขึ้นตามมา

แล้วถ้าท่านผู้อ่านเป็นประธานการประชุม พบผู้ร่วมประชุมนั่งอยู่ที่พื้นหน้าห้องประชุมใจลอยเอามือเขี่ยเท้าเล่น .. ท่านจะทำอย่างไร (ลองไปนั่งในใจของสคัลลีย์แล้ว สุดบรรยายจริง ๆ)

คิดต่อว่า ถ้าเป็นคุณครูสอนภาษาไทย ระหว่างสอนนักเรียนป.1 นั่งเล่นเกมผ่าน tablet pc หรือ เจ้าของบริษัทกำลังแถลงนโยบาย แล้วพนักงานก็นั่ง ปลูกผัก .. ผมว่าบรรยากาศเหมือนการประชุมครั้งแรกใน apple ที่สคัลลีย์เป็นประธานเลย .. ผมว่าการศึกษาไม่ได้พัฒนาจิตใจของมนุษย์ไปสักเท่าไรเลย

http://kokoyadi.com/2012/01/06/stevejobsthaiedition/

กรณี Lisa กับ Mac ใน Apple

Wednesday, February 8th, 2012
lisa computer

lisa computer

8 ก.พ.55 อ่านหนังสือ Steve Jobs by Walter Isaacson ที่แปลโดยคุณณงลักษณ์ จารุวัฒน์ บทที่ 13 พบประเด็นเชื่อมโยงระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ 2 รุ่น ที่เปิดตัวในมกราคม ค.ศ.1983 และมกราคม ค.ศ.1984 ถูกผลิตโดยบริษัท Apple เป็นบทเรียนที่น่าสนใจ ทำให้ได้เราเรียนรู้ถึงวิธีคิดของมนุษย์ท่ามกลางการแข่งขันในอีกชุมชนหนึ่ง จากการฟังคุณสุทธิชัย หยุ่น ที่พูดคุยเกี่ยวกับสตีฟ จ็อบส์หลายครั้ง ทำให้ทราบว่าหนังสือเล่มนี้มิได้นำเสนอเฉพาะด้านบวก แต่ตีแผ่ชีวิตครบรสของมนุษย์ที่หาอ่านได้ยาก มีทั้งพฤติกรรมที่น่าชื่นชม และน่ารังเกียจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ผ่านการสัมภาษณ์ของผู้คนรอบกายสตีฟหลายสิบคนที่มีทั้งรักและไม่รักเขา

โครงการ Lisa (Local Integrated Systems Architecture) เคยเป็นของสตีฟ แต่เขาถูกถอดจากโครงการนี้ แล้วไปทำโครงการ Macintosh ที่เคยเป็นโปรเจ็กต์ง่อนแง่น การแข่งขันชิงเด่นระหว่างโครงการต่าง ๆ ในบริษัทเดียวกันสามารถพบได้ในบริษัทขนาดใหญ่ทั่วไป เพราะธรรมชาติของมนุษย์ย่อมต้องการเอาชนะ เหยียบคนอื่นขึ้นไปให้สูงขึ้น สตีฟเองก็เป็นเพียงปุถุชนธรรมดาคนหนึ่ง ผลการแข่งขันของ 2 โครงการ สรุปได้ว่าโครงการ Lisa ล้มเหลว แต่ต่อมาเป็นความสำเร็จของเครื่อง Mac ที่สตีฟดูแลอยู่ ที่มาของชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ Lisa นั้นถูกตั้งขึ้นตามชื่อลูกสาวที่สตีฟเคยปฏิเสธการเป็นพ่อ ถึงขั้นขึ้นศาลพิสูจน์ดีเอ็นเอมาแล้ว

เหตุผลหนึ่งที่น่าเชื่อว่าเครื่อง Lisa ต้องหยุดการผลิตหลังเปิดตัวได้ 2 ปี เพราะสตีฟในฐานะ CEO ของบริษัทให้สัมภาษณ์กับนิตยสารหลายฉบับในการเปิดตัวเครื่อง Lisa และผลจากการให้สัมภาษณ์ นิตยสาร Fortune ตีพิมพ์ว่า “ปลายปีนี้ Apple จะวางตลาดคอมพิวเตอร์อีกรุ่นหนึ่งที่มีสมรรถนะน้อยกว่า ราคาถูกกว่า Lisa ชื่อ Macintosh จ็อบส์เป็นผู้ควบคุมโปรเจ็กต์เองทั้งหมด” จากข้อความทำนองนี้ในนิตยสารหลายฉบับ ทำให้เชื่อได้ว่าผู้มีกำลังซื้อส่วนหนึ่งตัดสินในชะลอการซื้อคอมพิวเตอร์ออกไป  แล้วรอการมาของเครื่อง Mac ทำให้เชื่อว่าการที่ Lisa สูญเสียลูกค้าและหยุดการผลิตในเวลาเพียง 2 ปีนั้น กลับส่งผลดีต่อเครื่อง Mac จนกลายเป็นความสำเร็จก้าวใหญ่ของเทคโนโลยีที่น้อยคนจะไม่รู้จักเครื่อง Macintosh ของบริษัท Apple