วันหยุด วันหยุดประจำปี และวันสำคัญ แยกธนาคาร และราชการ 2553

ปรับปรุง : 2553-03-07 (ประกาศวันหยุดเพิ่ม 2553)
    สารบัญ
  1. wikipedia.org รายการวันสำคัญ
  2. ปฎิทินวันพระ และวันหยุด ของ กรมการศาสนา
  3. ปฏิทินปี 2553 ที่ timeanddate.com
  4. วันหยุด ธนาคารแห่งประเทศไทย
  5. วันหยุด travexnet.com (english)
  6. วันสำคัญ au.ac.th
  7. วันสำคัญ thaigoodview.com
  8. วันสำคัญ pattaya.com
  9. วันสำคัญ ธรรมะไทย (ความหมาย)
  10. วันสำคัญ พืชมงคลคืออะไร #
  11. ความหมายปฏิทิน และกำเนิด
  12. ปฏิทินจาก Excel : 1
  13. เว็บเพจเดิม 44, 45, 49, 50, 51, 52, 53, 54
แหล่งอ้างอิงของผม [earthcalendar.net]
1. วันสำคัญปี 2553 wikipedia.org
2. วันหยุดธนาคาร จาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ปี 2553 มี 16 วัน
3. วันสำคัญทางศาสนา จาก กรมการศาสนา Tel.0-2422-8804 ปี 2553
4. วันตรุษจีน จาก infoplease.com (2011 Feb.3 and 2012 Jan.23)
5. วันพืชมงคล จาก สำนักพระราชวัง Tel.0-2623-5500 ext.1124 กำหนดเป็นปี ๆ ไป
6. วันสารทจีน (Ghost or Spirit Festival) จาก wikipedia.org
ถ้าพบข้อผิดพลาด แจ้งผมด้วยนะครับ
Tel.08-1992-7223 (ผู้อาสารวบรวม)

ข้างขึ้น ข้างแรม โดย กรมการศาสนา
ตอบข้อสงสัย
+ มีข้อสงสัยว่า วันพืชมงคล ปี 2553 คือ วันที่เท่าไรระหว่าง 13 พ.ค.53 กับ 10 พ.ค.53 จนมีหลายท่านสอบถามเข้ามามากกว่าทุกปี ผมขอตอบเป็นข้อไว้ดังนี้
1. วันพืชมงคลถูกกำหนดโดยสำนักพระราชวัง และจะประกาศเป็นปี ๆ ไป และปีนี้ผมก็โทรไปถาม 2 ครั้งแล้ว พบว่าเป็นวันที่ 13 พ.ค.53 Tel.0-2623-5500 ext.1124
2. หลายท่านอ้างอิงว่ามีส่วนราชการบางแห่งประกาศเป็นวันที่ 10 พ.ค.53 ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าทำไมเขาประกาศไปเช่นนั้น ถ้าท่านมีเหตุผลอื่นที่เห็นว่าควรเป็นวันที่ 10 ซึ่งต่างไปจากข้อแรก .. ช่วยโทรบอกผมด้วย
+ ครม.ประกาศวันหยุด ปี 2553 เพิ่ม 2 วัน รวมเป็น 122 วัน (สงกรานต์+วันแม่)
ส่วนรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และภาคเอกชนให้พิจารณาตามความเหมาะสม
ปฏิทินในอดีต 2544 :: 2545 :: 2549 :: 2550 :: 2551 :: 2552 :: 2553 :: 2554 :: 2555 :: 2556 :: 2557 :: 2558

วันหยุด (ธนาคาร และ ราชการ) ปี 2553
วันในสัปดาห์วันที่เหตุการณ์ธนาคารราชการ
ศุกร์1 มกราคมวันขึ้นปีใหม่ (New Year's Days)วันหยุดวันหยุด
อาทิตย์28 กุมภาพันธ์วันมาฆบูชา (Makha Bucha Day)
จันทร์1 มีนาคมชดเชย วันมาฆบูชา (Makha Bucha Day)วันหยุดวันหยุด
อังคาร6 เมษายนวันจักรี (Chakri Memorial Day)วันหยุดวันหยุด
อังคาร13 เมษายนวันสงกรานต์ (Songkran Festival Day)วันหยุดวันหยุด
พุธ14 เมษายนวันสงกรานต์ (Songkran Festival Day)วันหยุดวันหยุด
พฤหัสบดี15 เมษายนวันสงกรานต์ (Songkran Festival Day)วันหยุดวันหยุด
ศุกร์16 เมษายนครม. ประกาศวันหยุดเพิ่ม วันสงกรานต์ (Songkran Festival Day) วันหยุด
เสาร์1 พฤษภาคมวันแรงงานแห่งชาติ (National Labour Day)
จันทร์3 พฤษภาคมชดเชย วันแรงงานแห่งชาติ (National Labour Day)วันหยุด
พุธ5 พฤษภาคมวันฉัตรมงคล (Coronation Day)วันหยุดวันหยุด
พฤหัสบดี13 พฤษภาคมวันพืชมงคล (Royal Ploughing Ceremony Day)วันหยุด
ศุกร์28 พฤษภาคมวันวิสาขบูชา (Visakha Bucha Day)วันหยุดวันหยุด
พฤหัสบดี1 กรกฎาคมวันหยุดภาคครึ่งปี ธนาคารวันหยุด
จันทร์26 กรกฎาคมวันอาสาฬหบูชา (Asarnha Bucha Day) (ธปท.)วันหยุดวันหยุด
อังคาร27 กรกฎาคมวันเข้าพรรษา (Buddhist Lent Day) วันหยุด
พฤหัสบดี12 สิงหาคมวันแม่ (H.M. The Queen's BirthDay)วันหยุดวันหยุด
ศุกร์13 สิงหาคมครม. ประกาศวันหยุดเพิ่ม วันแม่ (H.M. The Queen's BirthDay)วันหยุดวันหยุด
เสาร์23 ตุลาคมวันปิยมหาราช (Chulalongkorn Memorial Day)
จันทร์25 ตุลาคมชดเชย วันปิยมหาราช (Chulalongkorn Memorial Day)วันหยุดวันหยุด
อาทิตย์5 ธันวาคมวันพ่อ (H.M. The King's BirthDay)
จันทร์6 ธันวาคมชดเชย วันพ่อ (H.M. The King's BirthDay)วันหยุด วันหยุด
ศุกร์10 ธันวาคมวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ (Constitution Day)วันหยุดวันหยุด
ศุกร์31 ธันวาคมวันสิ้นปี (New Year's Eve)วันหยุดวันหยุด

วันสำคัญ ปี 2553
วันในสัปดาห์วันที่เหตุการณ์
เสาร์9 มกราคมวันเด็กแห่งชาติ (Children Day)
เสาร์16 มกราคมวันครู (Teacher Day)
จันทร์18 มกราคมวันยุทธหัตถี
อาทิตย์14 กุมภาพันธ์วันตรุษจีน (Chinese New Year's Day) #
อาทิตย์14 กุมภาพันธ์วันแห่งความรัก (Valentine's Day)
อาทิตย์25 เมษายนวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวร
เสาร์26 มิถุนายนวันสุนทรภู่
อังคาร24 สิงหาคมวันสารทจีน (Sart Chin Day or Ghost Festival or Spirit Festival) #
เสาร์23 ตุลาคมวันปวารณาออกพรรษา (End of Buddhist Lent Day) #
อาทิตย์14 พฤศจิกายนวันพระบิดาแห่งฝนหลวง
อาทิตย์21 พฤศจิกายนวันลอยกระทง (Loykatong Day)
ปฏิทินปี 2553

กำเนิดปฏิทิน ข้อมูลจาก http://www.lib.ru.ac.th
ปฏิทิน ในภาษาอังกฤษ คือ คาเลนดาร์ (Calendar) มาจากคำพูดของชาวกรีกโบราณ ว่า “Kalend” มีความหมายว่า “I cry” หรือ “ฉันร้อง” มีที่มาว่า สมัยโบราณจะมีคนคอยร้องบอกชาวเมือง เพื่อบอกกล่าวเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า รวมถึงประกาศวันขึ้นเดือนใหม่ เพื่อให้ลูกหนี้จ่ายเงินที่คั่งค้าง ครั้นต่อมาสังคมเริ่มสลับซับซ้อนมากขึ้น ปฏิทินจึงได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแทนคนร้องบอก ปฏิทินจึงเป็นสิ่งบอกเวลา และกลายเป็นสิ่งสำคัญในวิถีชีวิตประจำวันไปในที่สุด ต่อมามนุษย์จึงได้ริเริ่มบันทึก วัน เวลา ขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร หรือที่เรียกกันว่า “ปฏิทิน”
ปัจจุบัน “ปฏิทิน” ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย นักธุรกิจติดต่อนัดหมายกันผ่าน วัน เวลา ในปฏิทิน นอกจากนี้ปฏิทินยังคอยย้ำเตือนถึง วัน เวลาที่สำคัญต่าง ๆ เช่น วันเกิด วันหยุด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปฏิทินที่กำหนดวันสำคัญทางศาสนา ซึงจะต้องอาศัยการประกาศอย่างเป็นทางการ เช่น วันจาริกแสวงบุญของอิสลามิกชน เป็นต้น
ปฏิทินไทย
ปฏิทิน แปลว่า แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี สามารถเขียนได้เป็น ประติทิน (ภาษาสันสกฤต) หรือ ประฏิทิน (บาลีแผลง) ประดิทิน หรือ ประนินทิน ก็ได้ คำหลังนี้พบในหนังสือที่เขียนโดย หมอ บรัดเลย์ ในหนังสือ อักขราภิธานศรับท์ หน้า 412 และหนังสือ สยามไสมย หน้าโษณา ของ หมอ สมิท เป็นต้น แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี มีทั้งที่จารึกบนก้อนหิน หรือ ขีด เขียน และพิมพ์บนกระดาษ ซึ่งมีทั้งชนิดเป็นแผ่น ตั้งแต่ 1 – 12 แผ่น และชนิดพิมพ์เป็นเล่มแบบหนังสือปฏิทินชนิดเล่ม
การพิมพ์ปฏิทินมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อ วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2385 (ปลายสมัย รัชกาล ที่ 3) ซึ่งสามารถตรวจสอบและค้นคว้าหาหลักฐานได้จาก ไมโครฟิล์ม หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ปี ค.ศ. 1870 ( พ.ศ. 2413 ) หน้า 5 ในหอสมุดแห่งชาติ หรือค้นคว้าได้จากหนังสือต้นฉบับ ที่หอสมุดดำรงราชานุภาพ ซึ่งหมอ บรัดเลย์ ได้เขียนไว้ว่า “ 14 First Calendar print in B. 1842 ” (ไม่บอกว่าใครเป็นผู้พิมพ์ แต่คาดหมายว่า คือ หมอ บรัดเลย์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ ผู้มีผลงานทางหนังสือมากมาย)
รัชกาลที่ 4 ทรง ฯ โปรดให้พิมพ์ปฏิทินภาษาไทย (ภายหลังจากที่ หมอบรัดเลย์ พิมพ์ปฏิทินชิ้นแรกในสยาม เมื่อ พ.ศ. 2385) เมื่อ วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2404 ดังปรากฏหลักฐานใน หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ฉบับ ปี ค.ศ. 1862 ( พ.ศ. 2405) หน้า 108
ในสมัย รัชกาลที่ 5 ปฏิทินที่พิมพ์ในเมืองไทยได้แก่ “ ประนินทิน ” ซึ่งลงโฆษณาใน หนังสือสยามไสมย ของ หมอสมิท เขียนคำโฆษณาไว้ตอนหนึ่ง ว่า “ ประนินทินนี้ แจ้งให้รู้ถึงการอื่นเป็นอันมากอันควรคนทั้งปวงจะรู้ ถ้าไม่รู้เขาจะนินทาว่าคนโง่ ” แจ้งราคาขายไว้เล่มละ 4 บาท (ราคาในสมัยนั้น) ปัจจุบันยังหาประนินทินของหมอสมิทไม่พบ
ปฏิทินในสมัย รัชกาลที่ 6 ที่น่าสนใจได้แก่ปฏิทินพกเล่มเล็กๆ ที่พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์เป็นของชำร่วย สำหรับแจกพระราชทาน แก่ขุนนางที่ลงนามถวายพระพร ในวันขึ้นปีใหม่ ปฏิทินพกแบบนี้ยังมีแจกต่อมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งบุคคลธรรมดาก็สามารถไปลงนามถวายพระพรและรับปฏิทินหลวงได้
การพิมพ์ปฏิทินเล่มยังมีการจัดทำต่อมา จนกระทั่งถึงรัชกาลปัจจุบัน ปฏิทินเล่มยังมีรายละเอียดในเรื่องของ สภาพภูมิอากาศ เวลาน้ำขึ้น – น้ำลง การเดินทางของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ และมีช่องว่างให้บันทึกเล็กน้อย ยังมีสมุดบันทึกอีกแบบหนึ่ง ซึ่งบอกรายละเอียดของ วัน เดือน ปี เรียงไปตามลำดับ และมีหน้าสำหรับจดบันทึกหมายเหตุรายวัน รวมถึงวันสำคัญ และวัน เวลา นัดหมาย ฯลฯ ที่เรียกว่า “ ไดอารี่ ” (Diary) หรือ ” สมุดบันทึกประจำวัน ” ก็สามารถอนุโลมให้เป็นปฏิทินได้
ปฏิทินไดอารี่ เริ่มมีใช้ในเมืองไทยเมื่อใดยังไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน แต่ไดอารี่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างสูง คือ ไดอารี่ของรัชกาลที่ 5 ซึ่งเมื่อตีพิมพ์เผยแพร่มีชื่อเรียกว่า “ จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ”
อ้างอิง
- มณฑา สุขบูรณ์ “ เวลา … พันธนาการแห่งมนุษย์ ” THE EARTH 2000 2,22 ( 2539 ) หน้า 76 –88
- อเนก นาวิกมูล. สิ่งพิมพ์คลาสสิค วิคตอรี่เพาเวอร์พอยท์,กรุงเทพฯ2533

วันตรุษจีน ข้อมูลจาก http://www.infoplease.com
โดยปกติวันตรุษจีน จะมีวันที่เกี่ยวข้อง และติดกัน 3 วัน คือ
1. วันจ่าย คือ วันสำหรับออกไปจับจ่ายอาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่น มาเตรียมไว้
2. วันไหว้ คือ วันที่ทำพิธีไหว้เจ้า เป็นวันสิ้นปีของจีน
3. วันตรุษจีน หรือ วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันเที่ยว หรือ วันถือ คือ วันตรุษจีน
+ thaiall blog
+ facebook photo

การถวายผ้าจำนำพรรษา เป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตของชาวพุทธอีกรูปแบบหนึ่ง
ผ้าจำนำพรรษา คือ ผ้าที่ชาวพุทธนำไปถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ผู้อยู่จำพรรษาครบสามเดือนแล้ว เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้ใช้ผลัดเปลี่ยน เป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล และปรากฎว่ามีเป็นแบบแผนขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งปรากฎในพระราชพิธีสิบสองเดือนที่เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้ปัจจุบันจะงดราชพิธีนี้ไปแล้ว แต่ชาวพุทธก็ยังปฏิบัติเป็นประเพณีกันโดยทั่วไป การถวายผ้าจะมีพิธีสวดมนต์เลี้ยงพระ และถวายปัจจัยไทยทาน ในช่วงเวลาระหว่างแรม ๑ ค่ำเดือนสิบเอ็ด (ประมาณต้นตุลาคม) ถึงขึ้น ๑๕ ค่ำเดือนสิบสอง (ประมาณต้นพฤศจิกายน) เท่านั้น ถ้าถวายผ้านอกกาลนี้ไม่นับเป็นผ้าจำนำพรรษา สำหรับปี 2553 สามารถทำได้ระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม 2553 ถึง 21 พฤศจิกายน 2553

ประวัติวันวาเลนไทน์ (Valentine’s History)
เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปีถูกจัดให้เป็นวันหยุด เพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโนผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศและการแต่งงาน
จักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่งกรุงโรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีใจคอโหดร้าย นิยมการทำสงคราม ทรงตระหนักว่าชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วมกองทัพ เนื่องจากไม่อยากพรากจากคู่รักและครอบครัวไป จึงมีพระราชโองการห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นหรือแต่งงานในโรม ทำให้ประชาชนทุกข์ใจยิ่งและขณะนั้นมีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์หรือวาเลนตินัส ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับชาวคริสต์หลายคู่ ทำให้วาเลนไทน์ถูกจับ ระหว่างเป็นนักโทษเชื่อกันว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักหญิงสาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะถูกตัดศีรษะ เขาส่งจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลียโดยลงท้ายว่า “From Your Valentine” และวาเลนไทน์ก็ถูกประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270
หลังจากนั้นศพของเขาถูกเก็บไว้ที่โบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพูไว้ใกล้หลุมศพของวาเลนตินัส โดยต้นอามันต์สีชมพูเป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดร์และมิตรภาพอันสวยงาม ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกเลือกให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรักและดูเหมือนว่ายังคงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ตนพอใจในวันวาเลนไทน์จนถึงทุกวันนี้
คติเตือนใจวันแห่งความรัก
+ ไม่โหดร้าย ไม่มือไว ไม่ใจเร็ว ไม่พูดปด ไม่หมดสติ
+ วัยพึ่ง วัยพบ วัยเพียร วัยพัก วัยพราก

ความหมายของสีดอกกุหลาบ
+ กุหลาบแดง (Red Rose)
: แทนประโยคว่า “ฉันรักเธอ”
+ กุหลาบขาว (White Rose)
: แทนความหมายแห่งความรักอันบริสุทธิ์
+ กุหลาบชมพู (Pink Rose)
: แทนความรักแบบโรแมนติก
+ กุหลาบเหลือง (Yellow Rose)
: แทนความรักแบบเพื่อน เป็นสีแห่งความสดใส

ความเชื่อเรื่อง “วันห้ามต่าง ๆ ของไทย”
ข้อมูลจาก oknation.net
ความเชื่อ คือ ความคิดหรือทิศทางความเห็นที่กลุ่มชนพึงมีไปในทางเดียวกัน สอดคล้องสัมพันธ์กัน หรือประมาณเข้าใจว่าน่าที่จะเป็นเฉกเช่นนั้น เป็นต้น ความเชื่อของคนเราไทยนั้นดังที่พอทราบได้ว่ามีมากมายหลายอย่างโดยเฉพาะรูปแบบของความเชื่อที่ถูกถ่ายเทมาแต่ครั้งอดีต ตกทอดมายังคนรุ่นต่อ ๆ มา
ความเชื่อเรื่องวันห้าม
- ห้ามขึ้นบ้านใหม่วันเสาร์ เพราะเชื่อกันว่าวันเสาร์เป็นวันแรง ถ้าขึ้นบ้านใหม่ในวันนี้แล้วจะทำให้ชีวิตครอบครัวอยู่กันอย่างไม่เป็นปกติสุข
- ห้ามเผาผีวันศุกร์ เพราะเชื่อว่าวันศุกร์เป็นวันแห่งโชคลาภ และความรื่นเริง หากเกิดการเผาผีขึ้นในวันนี้แล้วจะก่อให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นดังคำกล่าวที่ว่า “เผาผีวันศุกร์ ให้ทุกข์แก่คนยัง”
- ห้ามโกนจุกวันอังคาร เพราะเชื่อว่าวันอังคารเป็นวันแข็ง หากโกนจุกในวันนี้แล้วอาจเกิดเรื่องร้ายแรง อาทิ อุบัติเหตุขึ้นกับผู้ถูกโกนจุกได้
- ห้ามแต่งงานวันพุธ เพราะเชื่อกันว่าวันพุธเป็นวันที่ไม่มีความมั่นคง หากแต่งงานในวันพุธแล้วจะทำให้ชีวิตแต่งงานพบแต่อุปสรรค
- วันพุธห้ามตัด เพราะเชื่อกันว่าวันพุธเป็นวันแห่งความเจริญงอกงาม จึงห้ามตัดสิ่งต่างๆในวันพุธ อาทิ การตัดต้นไม้ต่างๆ รวมทั้งร้านตัดผมก็ยังนิยมหยุดให้บริการในวันพุธ เป็นต้น
- วันพฤหัสห้ามถอน เพราะเชื่อกันว่าวันพฤหัสเป็นวันแห่งความมั่งคั่ง ดังนั้นการถอดถอนต้นไม้ เสาเรือน หรือถอดถอนสิ่งสำคัญต่างๆจึงพึงงดในวันดังกล่าว
ครั้งแรก หรือ การเริ่มต้น
+เหตุการณ์ช่วงเวลาแหล่งอ้างอิง
+ หลักฐานเกี่ยวกับปฏิทิน ครั้งแรกในเมืองไทย (ปลายสมัยรัชกาลที่ 3)
คาดว่าโรงพิมพ์หมอบรัดเลย์เป็นผู้จัดพิมพ์
14 ม.ค. 2385 http://www.lib.ru.ac.th
+ รัชกาลที่ 4 โปรดให้พิมพ์ปฏิทินภาษาไทย
ปรากฏหลักฐานใน หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ หน้า 108
12 มี.ค. 2404
+ มีการพิมพ์ปฏิทินขาย ชื่อ "ประนินทิน" เป็นของโรงพิมพ์หมอสมิท
ราคาเล่มละ 4 บาท
รัชกาลที่ 5
2411 – 2453
+ ธนบัตร หรือ อัฐกระดาษ ถูกนำมาใช้แต่ไม่เป็นที่นิยม
ออกธนบัตรอีกครั้ง ในชนิด 5, 10, 20, 100, 1000 บาท
2435
2445
http://www.tv5.co.th
http://www.heritage.thaigov.net/
+ พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2486
ให้ประชาชนในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรก
2486 http://www.nurnia.com
http://www.seedang.com
+ พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2505 ขนาด 6*9 ซม.
เป็นการจัดทำบัตรจากส่วนกลาง โดยออกบัตรเหลืองจนกว่าส่วนกลางจะส่งกลับมา
2505
+ บัตรประชาชนเปลี่ยนจากสีขาวดำเป็นสีธรรมชาติ
เริ่มใช้บัตรแถบแม่เหล็ก ผลิตบัตรแบบรอรับได้
เริ่าใช้บัตรอเนกประสงค์ หรือสมาร์ทการ์ด
2531
2539
2547
+ โฉนดที่ดินฉบับแรกเป็นของพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ต.บ้านแป้ง อ.พระราชวัง จ.กรุงเก่า (พระนครศรีอยุธยา) 89-1-52 ไร่
1 ต.ค.2444 http://www.dol.go.th
http://www.thaihomeonline.com
+ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497
ใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
2497
+ อารามเล็ก ๆ เป็นวัดไหล่หินหลวง หรือ วัดเสลารัตนปัพพตาราม อ.เกาะคา จ.ลำปาง
วิหาร ร่วมสร้างโดย พระมหาป่าเกสร ปัญโญ และเจ้าฟ้าเมืองเชียงตุง
2181 (370 ปี)
2226 (325 ปี)
http://www.chiangmainews.co.th
http://www.laihin.org
http://www.onab.go.th
ผู้สนับสนุน + ผู้สนับสนุน
+ รับผู้สนับสนุน
"Imagination is more important than knowledge" - Albert Einstein
Home
Thaiabc.com
Thainame.net
Lampang.net
Nation university
PHP
MySQL
Visual basic.NET
TabletPC
Linux
Online quiz
Download
Search engine
Web ranking
Add website
Blog : Education
Blog : ACLA
Blog : Lampang
Facebook.com
Twitter.com
About us
My dream
Site map
Sponsor