อีอาร์โมเดล (Entity Relationship model)
เว็บเพจสำรอง (Backup Webpages) : thaiall.com
ปรับปรุง : 2552-11-29 (เพิ่ม ระบบโรงภาพยนต์)
ผู้สนับสนุน ยินดีรับ ผู้สนับสนุน เว็บไซต์ด้านการศึกษา
กลุ่มเว็บไซต์นี้ เริ่มพัฒนา พ.ศ.2542
โดยบุคลากรทางการศึกษาด้านคอมพิวเตอร์
โทร. 081-9927223 (ผมเป็นคนลำปางหนา)
ปล. ขอไม่รับ work at home / อาหารเสริม
ระบบฐานข้อมูล (Database System) คือ การรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันเข้าด้วยกัน (Integrate) มีการจัดกลุ่มข้อมูลเก็บอยู่ในรูปตาราง (Grouping) เชื่อมโยงตารางทั้งหมดเข้าด้วยกัน (Share) เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล (Non Redundancy)
ระบบ (System) ประกอบด้วย 1)วัตถุประสงค์ (Objective) 2)ปัจจัยนำเข้า (Input) 3)กระบวนการ (Process) และ 4)ผลผลิต (Output)
การออกแบบฐานข้อมูลด้วย E-R model เป็นเพียงวิธีหนึ่งที่ช่วยในการออกแบบฐานข้อมูล และได้รับความนิยมอย่างมาก นำเสนอโดย Peter ซึ่งวิธีการนี้อยู่ในระดับ Conceptual level และมีหลักการคล้ายกับ Relational model เพียงแต่ E-R model แสดงในรูปแบบกราฟฟิก บางระบบจะใช้ E-R model ได้เหมาะสมกว่า แต่บางระบบจะใช้ Relational model ได้เหมาะสมกว่าเป็นต้น ซึ่งแล้วแต่การพิจารณาของผู้ออกแบบว่าจะเลือกใช้แบบใด (Relational model คือตารางข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน)
    สารบัญ
  1. สถาปัตยกรรมฐานข้อมูล 3 ระดับ
  2. ขั้นตอนเกี่ยวกับการออกแบบฐานข้อมูล
  3. ER model (Entity-Relationship Model)
  4. ขั้นตอนการเขียน ER model
  5. ขั้นตอนการ Normalization
  6. การ denormalization
  7. แนะนำเว็บ (Web guides)
  8. เอกสาร และบุคคลอ้างอิง
  9. แบบฝึกหัด
ER ของระบบทะเบียนโดย ชาญนรงค์ (นักศึกษาโยนกรุ่นที่ 12) [Diagram]
ER ของระบบเก็บภาพถ่าย โดย Jeff Ullman [Diagram]
อาจารย์ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนา และร่วมสอน
อาจารย์เยาวลักษณ์ งามแสนโรจน์ yaowalak@yonok.ac.th
อาจารย์เกศริน อินเพลา ketsarin@yonok.ac.th
อาจารย์ถนอม คณิตปัญญาเจริญ thanom@yonok.ac.th
อาจารย์บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ burin@yonok.ac.th

    1. สถาปัตยกรรมฐานข้อมูล(Database architecture) 3 ระดับ(Three-level architecture) ::
    1.1 ระดับภายนอก (External level)
      มาจากแบบฟอร์มเอกสาร ว่ามีอะไรในเอกสารบ้าง หรือจากผู้ใช้ที่แต่ละคน
      เป็นการรวบรวมข้อมูลอย่างง่าย ๆ จากผู้ใช้ เพื่อให้กับนักวิเคราะห์นำไปศึกษา
      ผู้ใช้คนที่หนึ่ง : (รหัส, ชื่อ)
      ผู้ใช้คนที่สอง : (รหัส, ที่อยู่)
    1.2 ระดับความคิด (Conceptual level)
      ตีความออกมาเป็นตารางโดยนำแบบฟอร์มต่าง ๆ มารวมกัน เพื่อแสดงความต้องการของผู้ใช้ในรูปที่สมบูรณ์
      อาจมีการวิเคราะห์ และออกแบบโดยผ่านขั้นตอนมากมาย ทั้ง E-R หรือ Normalization จนเสร็จสิ้น
      พนักงาน (รหัส, ชื่อ, ที่อยู่) ในแบบสคีมา(Schema)
      หรือ
      person (id, name, address) ในแบบสคีมา(Schema)
    1.3 ระดับภายใน (Internal level)
      ตีความในระดับการจัดเก็บข้อมูลจริง เป็นหน้าที่ของผู้ออกแบบอย่างแท้จริง
      struct person{
        int id;
        char name[20];
        char address[20]
      } index id;

    ตัวอย่างของ Relation schema ของ Northwind
    1. Categories (CategoryID,CategoryName,Description,Picture)
    2. Customers (CustomerID,CompanyName,ContactName,ContactTitle,Address,City,Region,PostalCode,Country,Phone,Fax)
    3. Employees (EmployeeID,LastName,FirstName,Title,BirthDate,HireDate,Address,City,Region,PostalCode,Country,HomePhone,Extension,Photo,Notes,ReportsTo)
    4. Products (ProductID,ProductName,SupplierID,CategoryID,QuantityPerUnit,UnitPrice,UnitsInStock,UnitsOnOrder,ReorderLevel,Discontinued)
    5. Shippers (ShipperID,CompanyName,Phone)
    6. Suppliers (SupplierID,CompanyName,ContactName,ContactTitle,Address,City,Region,PostalCode,Country,Phone,Fax,Homepage)
    7. Orders (OrderID,CustomerID,EmployeeID,OrderDate,RequiredDate,ShippedDate,ShipVia,Freight,ShipName,ShipAddress,ShipCity,ShipRegion,ShipPostalCode,ShipCountry)
    8. Order Details (OrderID,ProductID,UnitPrice,Quantity,Discount)

      ตารางข้างล่างนี้คือ ตารางแสดงความสัมพันธ์ที่ใช้โปรแกรม Microsoft access สร้างขึ้น

    2. ขั้นตอนเกี่ยวกับการออกแบบฐานข้อมูล
    2.1 เปลี่ยนความต้องการของผู้ใช้เป็น ER model หรือ Relational model
       2.1.1 โมเดลแบบ ER model (Entity-Relationship Model)
       - เอ็นติตี้ (Entity)
       - แอททริบิวท์ (Attribute)
       - ความสัมพันธ์ระหว่างเอ็นติตี้ (Relationship)
       - ดีกรีของความสัมพันธ์ (Degree of a relation)
       2.1.2 โมเดลเชิงสัมพันธ์ (Relational model)
       - รีเลชัน (Relation) หรือ Table หรือ file
       - ทูเพิล (Tuple) หรือ Row หรือ Record
       - แอททริบิวท์ (Attribute) หรือ Column หรือ Field
    2.2 การทำนอร์มัลไลซ์ (Normalization)
    2.3 กำหนดคุณสมบัติของเขตข้อมูลแต่ละตัว

    3. ER model (Entity-Relationship Model)
      :: เสนอครั้งแรกโดย ปีเตอร์(Chen,1976 - 2519) เป็นเครื่องมือนำเสนอโครงสร้างของฐานข้อมูลใน ระดับความคิด(Conceptual level) ออกมาในลักษณะของแผนภาพ(Diagram) ที่ง่ายต่อความเข้าใจ เพื่อสื่อความหมายระหว่างนักออกแบบฐานข้อมูล และผู้ใช้ เกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ของเอนติตี้(Entity) กับเอนติตี้(Entity) และเอนติตี้(Entity) กับ แอททริบิวท์(Attibute)
      From: http://www.utexas.edu/cc/database/datamodeling/dm/erintro.html
      The Entity-Relationship (ER) model was originally proposed by Peter in 1976 [Chen76] as a way to unify the network and relational database views. Simply stated the ER model is a conceptual data model that views the real world as entities and relationships. A basic component of the model is the Entity-Relationship diagram which is used to visually represents data objects. Since Chen wrote his paper the model has been extended and today it is commonly used for database design For the database designer, the utility of the ER model is:
      - It maps well to the relational model. The constructs used in the ER model can easily be transformed into relational tables.
      - It is simple and easy to understand with a minimum of training. Therefore, the model can be used by the database designer to communicate the design to the end user.
      - In addition, the model can be used as a design plan by the database developer to implement a data model in a specific database management software.

      From: http://itprojmngt.8m.net/softdev/analysis/erd/erd.html
      The goal of Entity Relationship Modeling Technique is to discover and represent the relations between groups of information elements. The method will list the information which is essential for the application and/or organization, structure and describe this information. The results will serve to design the databases. The resulting drawing is never finished. It will evolve together with the information which is managed by the application or/and which serves the business purposes.

      ส่วนประกอบของ ER model
      - เอ็นติตี้ (Entity)
      - แอททริบิวท์ (Attribute)
      - ความสัมพันธ์ระหว่างเอ็นติตี้ (Relationship)
      - ดีกรีของความสัมพันธ์ (Degree of a relation)

      ขั้นตอนการเขียน ER model
      3.1 สร้าง entity ขึ้นมาจากความต้องการของผู้ใช้
      3.2 สร้างความสัมพันธ์(Relation) ระหว่าง entity
      3.3 พิจารณา key ของแต่ละ entity
      3.4 พิจารณาคุณสมบัติของ entity แต่ละตัว

    4. ขั้นตอนการเขียน ER model

      4.1 กำหนด Entity type โดยกำหนดมาจากความต้องการของผู้ใช้ระบบ ว่าจะให้มี Entity สำหรับเก็บข้อมูลอะไรบ้าง

        เอนติตี้(Entity) อาจเรียกว่า file หรือ table
        4.1.1 Strong entity คือเกิดขึ้นด้วยตนเองไม่ขึ้นกับ entity ใด เช่น นักศึกษา หรืออาจารย์ หรือสินค้า เป็นต้น
        4.1.2 Weak entity คือขึ้นโดยอาศัย entity อื่น เช่น เกรดเฉลี่ย ที่มาจากแฟ้มผลการเรียน หรือ แฟ้มลงทะเบียน หรือ แฟ้มสั่งซื้อ เป็นต้น
        :: สิ่งต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานฐานข้อมูลจะต้องยุ่งเกี่ยวด้วย เช่น คน แผนก ประเภท การสั่งซื้อ เป็นต้น
        Entities are the principal data object about which information is to be collected. Entities are usually recognizable concepts, either concrete or abstract, such as person, places, things, or events which have relevance to the database. Some specific examples of entities are EMPLOYEES, PROJECTS, INVOICES. An entity is analogous to a table in the relational model.

      4.2 กำหนดความสัมพันธ์ (Relationship type) ที่เกิดขึ้นระหว่าง entity ในลักษณะของกริยา
        ดีกรีของความสัมพันธ์(Degree of relation) มี 4 แบบ
        4.2.1 Unary relationship คือความสัมพันธ์ภายใน entity เดียวกัน เช่นแต่งงานของพนักงาน แต่ถ้ามีระดับแบบลูกน้อง หัวหน้าจะเรียก Recursive relationship(Unary)
        4.2.2 Binary relationship คือความสัมพันธ์แบบสอง entity
        4.2.3 Ternary relationship คือความสัมพันธ์แบบสาม entity
        4.2.4 Quaternary relationship คือความสัมพันธ์แบบสี่ entity

      4.3 กำหนดแอททริบิวท์ (Attribute) ของแต่ละเอนติตี้
        :: แอททริบิวท์(Attibute) อาจเรียก field หรือ column คือ สิ่งที่ใช้อธิบายคุณสมบัติของเอนติตี้ เช่นคุณสมบัติของคน ก็มี รหัส ชื่อ อายุ เพศ เป็นต้น
        Attributes describe the entity of which they are associated. A particular instance of an attribute is a value. For example, "Jane R. Hathaway" is one value of the attribute Name. The domainof an attribute is the collection of all possible values an attribute can have. The domain of Name is a character string.
        A key is the attribute or set of attributes which allow to identify each unique instance of an entity. So no two instances of an entity have or ever can have the same key value. These keys are called candidate keys. (รหัสนักศึกษา กับรหัสบัตรประชาชน)
        Often we have different attributes or combinations of attributes which can serve as key. One key will be choosen and indicated as main key. It is called the primary key. The other keys are the alternate keys. The primary key is often the shortest possible and is the most unlikely to change.
        The primary key is indicated by underlining the name of attributes which form the primary key. In this case the attribute 'Code' has beed underlined.
        The roof, body and trim of a same car can have different colors. The attribute 'color' is called a multivalued attribute. This type of attribute is represented with a double line. (นักศึกษา 1 คนลงได้หลายวิชา)
        The 'age' attribute, indicated with the slashed line, is a derived attribute. It can be computed from the year and the present date. (เกรดเฉลี่ยของนักศึกษา)

        คำต่าง ๆ ที่ควรทราบ
        - คีย์หลัก (Primary key) :: คีย์หลักประจำแฟ้ม
            คุณสมบัติของคีย์หลัก
          1. ข้อมูลของแอททริบิวท์มีความเป็นหนึ่งเดียว(Uniqueness) กล่าวคือทุก ๆ แถวของตารางจะต้องไม่มีข้อมูลของแอททริบิวท์ที่เป็นคีย์หลักซ้ำกันเลย
          2. ต้องประกอบด้วยจำนวนแอททริบิวท์ที่น้อยที่สุด(Minimality) ที่จะสามารถใช้เจาะจง หรืออ้างอิงถึงแถวใดแถวหนึ่งในรีเลชันได้
        - คีย์คู่แข่ง (Candidate key) :: คีย์ที่สามารถเป็น Primary key ได้ เช่น รหัสบัตรประชาชน หรือรหัสผู้เสียภาษี
        - คีย์สำรอง (Alternate key) :: คีย์ตัวอื่น ๆ ในตารางหลังจากเลือก primary key แล้ว
        - คีย์นอก (Foreign key) :: คีย์ตัวอื่น ๆ ในตารางหลังจากเลือก primary key แล้ว
        - คีย์ร่วม (Composite key) :: สามารถแยกออกไปได้อีก เช่น ที่อยู่
        - Composite attibute :: สามารถแยกออกไปได้อีก เช่น ที่อยู่
        - Atomic attibute :: ไม่สามารถแยกออกไปได้อีก เช่น นามสกุล
        - Multivalued attibute :: อาจมีหลายค่าได้ เช่น สีรถ
        - Derived attibute :: ไม่มีค่าแน่นอนของตน แต่ขึ้นกับค่าอื่น เช่นอายุ ขึ้นกับปีเกิด และปีปัจจุบัน
        - Entity type :: ชื่อของ entity เช่น course (courseno,coursename)
        - Entity instance :: ค่าภายในของ entity เช่น bcom101,Introduction to computer

      4.4 คาร์ดินัลลิตี้ และปาร์ติซิเปชั่นของความสัมพันธ์ (Cardinality and participation of relationship)
        4.4.1 คาร์ดินัลลิตี้ของความสัมพันธ์(Cardinality of Relationship)
          :: แต่ละเอนติตี้มีความสัมพันธ์ต่อกัน โดยมีคำกริยามาเชื่อมระหว่างแต่ละเอนติตี้
        1. One-to-one relationship ความสัมพันธ์แบบ 1 ต่อ 1
          เช่น คนขับกับรถ หรือครูใหญ่กับโรงเรียน เป็นต้น
        2. One-to-many relationship ความสัมพันธ์แบบ 1 ต่อหลายข้อมูล
          เช่น ลูกค้ากับหมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือ อาจารย์ที่ปรึกษากับนักเรียน
        3. Many-to-many relationship ความสัมพันธ์แบบหลายข้อมูล ต่อหลายข้อมูล
          เช่น นักเรียนกับวิชาที่ลงทะเบียน หรือ คนงานกับโครงการสร้างบ้าน

        4.4.2 ปาร์ติซิเปชั่นของความสัมพันธ์ (Participation of relationship)
        :: ความสัมพันธ์ระหว่าง entity
        1. Total หรือ Mandatory participation (ต้องมี จะใช้เส้นคู่)
        2. Partial หรือ Optional participation (เลือกได้ จะใช้เส้นเดียว)

    5. ขั้นตอนการ Normalization
      5.1 เปลี่ยนตารางที่ยังไม่เคย Normalization เป็น First Normal Form หรือ 1NF
      วิธีพิจารณา คือ แยกข้อมูลเป็นระเบียน โดยไม่มีการจัดกลุ่ม
      ตารางที่ไม่ผ่านการ normalization
      orderid
      305
      orderdate
      31/01/47
      productid
      432
      455
      467
      quan
      20
      2
      1
      ตารางที่ผ่านการ normalization ในระดับ 1NF
      orderid orderdate productid quan
      305 31/01/47 432 20
      305 31/01/47 455 2
      305 31/01/47 467 1


      5.2 เปลี่ยนจาก 1NF เป็น 2NF(Second Normal Form) คือการเปลี่ยนตารางที่มีปัญหา 4 ประการ
      วิธีพิจารณาเปลี่ยน 1NF เป็น 2NF คือ ไม่มี non key ตัวใด ไม่สัมพันธ์กับ primary key (ให้พิจารณาเฉพาะ non key และ primary key)
      สิ่งที่ได้จากตาราง 1 ตาราง จะแตกออกมาเป็นหลายตาราง
         5.2.1 แก้ไขข้อมูล ต้องแก้หลายระเบียน
         5.2.2 มีข้อมูลเดียวกันในหลายระเบียน อาจขัดแย้งกันได้
         5.2.3 การเพิ่มข้อมูลทำได้ยาก
         5.2.4 การลบข้อมูลทำได้ยาก
      ท่านลองพิจารณา Schema ของตารางนี้ว่าจะแยกได้กี่ตาราง
      จาก orderid,custid,custname,date,proid,proname,price,quantity,categoryid,categoryname
      เป็น orders (orderid,custid,custname,date,proid,proname,price,quantity)
      เป็น categories (categoryid,categoryname)
      เหตุที่แยก categories ออกมา เพราะ categoryid ไม่สัมพันธ์กับ orderid แต่สัมพันธ์กับ proid โดยตรง จึงต้องแยกออกมา

      5.3 เปลี่ยนจาก 2NF เป็น 3NF(Third Normal Form) คือแก้ปัญหายังไม่หมด อาจยังมีข้อมูลที่มีปัญหาอีก จึงต้องทำ 3NF
      วิธีพิจารณาเปลี่ยน 2NF เป็น 3NF คือ ไม่มี non key ตัวใด ขึ้นอยู่กับ non key ตัวอื่นใน entity เดียวกัน (ให้พิจารณาเฉพาะ non key และ non key)
      จาก orders (orderid,custid,custname,date,proid,proname,price,quantity)
      เป็น orders (orderid,custid,date)
      เป็น customers (custid,custname)
      เป็น order details (orderid,proid,price,quantity)
      เป็น products (proid,proname)

    ตัวอย่าง 5.1 ตารางที่ยังไม่ทำ normalization (จากเอกสารของผู้ใช้ที่ส่งให้นักวิเคราะห์)
    เป็นตารางการสั่งซื้อ ให้ท่านลองนำไปทำ normalization
    orderid
    301
    orderdate
    15/12/46
    productid
    401
    402
    quan
    2
    5
    302 16/12/46 402
    405
    406
    4
    4
    1
    ตัวอย่าง 5.2 ตารางที่ยังไม่ทำ normalization (จากเอกสารของผู้ใช้ที่ส่งให้นักวิเคราะห์)
    เป็นตารางเงินเดือน ให้ท่านลองนำไปทำ normalization
    saleid
    101




    salesalary
    2000
    saleposition
    sale
    custid
    201
    202
    203
    204
    custname
    tom
    dang
    boy
    girl
    ตัวอย่าง 5.3 ใบเสร็จ 2 ใบ เลขที่ A0001 และ A0002 (ให้ท่านลองนำไปทำ normalization)
    ตัวอย่างนี้ได้รับการเสนอแนะจาก sudomvon@minebea.co.th
                                  Invoice No.:      A0001
                                  Date:        24/10/2004
    Sold to: ABC company
    Item                    Quantity    UnitPrice   Amount
    Pen                       50        3           150
    Book                     100        5           500
    Ruler                     20        2            40
                                        Total       690
    
    Invoice No.: A0002 Date: 24/10/2004 Sold to: XYZ company Item Quantity UnitPrice Amount Pen 100 3 300 Book 120 5 600 Ruler 50 2 100 Total 1000
    การทำ Normalization ของตัวอย่าง 5.3 (ได้รับคำแนะนำจาก อ.อมรทิพย์ rung@yonok.ac.th)
      การเริ่มต้นทำ normalization ต้องนำข้อมูลมาสร้าง ตารางเริ่มต้น ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนการทำ 1NF
      โดยไม่เขียน amount และ total เพราะเป็นค่าที่เกิดจากการคำนวณเท่านั้น
      ตาราง temp
      A0001,24/10/2004,ABC  company,Pen,50,3
      A0001,24/10/2004,ABC  company,Book,100,5
      A0001,24/10/2004,ABC  company,Ruler,20,2
      A0002,24/10/2004,XYZ  company,Pen,100,3
      A0002,24/10/2004,XYZ  company,Book,120,5
      A0002,24/10/2004,XYZ  company,Ruler,50,2
      
      การทำ 1NF ของ ตัวอย่าง 5.3
      นำตารางเริ่มต้นมาจัดการเรื่อง multivalue เช่น คนชอบกินหลายอย่าง หรือการเพิ่ม key ประกอบข้อมูลที่อาจซ้ำ ตัวอย่างนี้เพิ่มรหัสลูกค้า และรหัสสินค้า เป็น key เพราะคิดว่า ชื่อลูกค้า และชื่อสินค้า อาจมีโอกาสซ้ำกันได้ และไม่เหมาะที่จะเป็น key ตาราง tempoforder A0001,24/10/2004,101,ABC company,201,Pen,50,3 A0001,24/10/2004,101,ABC company,202,Book,100,5 A0001,24/10/2004,101,ABC company,203,Ruler,20,2 A0002,24/10/2004,102,XYZ company,201,Pen,100,3 A0002,24/10/2004,102,XYZ company,202,Book,120,5 A0002,24/10/2004,102,XYZ company,203,Ruler,50,2
      การทำ 2NF ของ ตัวอย่าง 5.3
      แยกตาราง tempoforder เป็นหลายตาราง และทุกตารางมี primary key ที่มีการตรวจสอบการขึ้นตรงอย่างถูกต้อง primay key คือ รหัสใบสั่งซื้อ ตาราง invoid_1 A0001,24/10/2004,101,ABC company A0002,24/10/2004,102,XYZ company primay key คือ รหัสใบสั่งซื้อ และรหัสสินค้า ตาราง invoid_2 A0001,201,50,3 A0001,202,100,5 A0001,203,20,2 A0002,201,100,3 A0002,202,120,5 A0002,203,50,2 ตาราง product เพราะราคาขึ้นกับรหัสสินค้า primary key คือ รหัสสินค้า ตาราง product 201,Pen,3 202,Book,5 203,Ruler,2
      การทำ 3NF ของ ตัวอย่าง 5.3
      ตาราง invoid_1 เพราะชื่อลูกค้าไม่ขึ้นกับรหัสใบสั่งซื้อ จึงต้องแยกไปทำตาราง customer
      primay key คือ รหัสใบสั่งซื้อ
      ตาราง invoid_1
      A0001,24/10/2004,101
      A0002,24/10/2004,102
      ตาราง customer เพราะชื่อลูกค้าไม่ขึ้นกับ รหัสใบสั่งซื้อ แต่ขึ้นกับรหัสลูกค้า
      primay key คือ รหัสลูกค้า
      ตาราง customer
      101,ABC  company
      102,XYZ  company
      primay key คือ รหัสใบสั่งซื้อ และรหัสสินค้า เพราะ ปริมาณ และราคาต้องขึ้นกับ key 2 ตัวนี้
      ตาราง invoid_2
      A0001,201,50,3
      A0001,202,100,5
      A0001,203,20,2
      A0002,201,100,3
      A0002,202,120,5
      A0002,203,50,2
      ตาราง product เพราะราคาขึ้นกับรหัสสินค้า
      primary key คือ รหัสสินค้า
      ตาราง product
      201,Pen,3
      202,Book,5
      203,Ruler,2
      
      

ตารางความสัมพันธ์ (Relational Table)
Computer Hardware Information System Management ของ อ.ถนอม (thanom.net)


    6. การ Denormalization :
    Denormalization : The opposite of data normalization (almost). In a denormalized database, some duplicated data storage is allowed. The benefits are quicker data retrieval and/or a database structure that is easier for end-users.
    Denormalization the technique of placing normalized data in a physical location that optimizes the performance of the system
      เว็บไซต์เกี่ยวกับ denormalization
    1. http://www.oracledbaexpert.com/oracle/papers/Denormalization.htm ละเอียดมาก พร้อมภาพประกอบ
    2. http://www.olap.it/Articoli/THE%20DENORMALIZATION%20SURVIVAL%20GUIDE.htm or http://www.tdan.com/i021ht03.htm
    3. http://www.orafaq.net/glossary/faqglosd.htm Dictionary จาก oracle ละเอียดดีมาก Author: Frank Naud
    4. http://www.microsoft.com/resources/documentation/sql/2000/all/reskit/en-us/part5/c1761.mspx
      Data warehouses support business decisions by collecting, consolidating, and organizing data for reporting and analysis with tools such as online analytical processing (OLAP) and data mining. Although data warehouses are built on relational database technology, the design of a data warehouse database differs substantially from the design of an online transaction processing system (OLTP) database.



    7. แนะนำเว็บ (Web guides) :
  1. http://www-db.stanford.edu/~ullman/fcdb/hernandez/PDA1.htm
  2. http://www.umr.edu/~madrias/cs304-01.html
  3. http://www.cs.toronto.edu/~jm/340S/PDF6/ERModel.pdf
  4. http://www.umsl.edu/~sauter/analysis/analysis_links.html รวม link System analysis ที่ยอดเยี่ยม
  5. http://www.cs.sfu.ca/CC/354/zaiane/material/notes/contents.html เรื่อง database ละเอียดดีมาก
  6. http://www.umsl.edu/~sauter/analysis/er/er_intro.html
  7. http://www.cs.tcd.ie/courses/baict/baim/jf-im/6ERtoRel.pdf มีภาพและคำอธิบายนิดหน่อยเกี่ยวกับระบบเกรด
  8. http://www.utexas.edu/cc/database/datamodeling/index.html ให้รายละเอียดที่ดีมาก แต่ภาพ er ไม่เหมือนในหนังสือ
  9. http://itprojmngt.8m.net/softdev/analysis/erd/erd.html
  10. http://kogs-www.informatik.uni-hamburg.de/~haarslev/publications/avitvl96/node3.html
  11. http://sysdev.ucdavis.edu/WEBADM/document/td_entityrel-guidelines.htm
  12. http://www2.bus.orst.edu/faculty/brownc/lectures/db_tutor/relational_model.htm
  13. http://www.doc.mmu.ac.uk/online/SAD/T06/erd1.htm
  14. http://www.cis.drexel.edu/faculty/song/Dolap/paper/paper99/dolap'99_Lars.pdf
  15. http://webster.cs.uga.edu/~vuppula/index1.html

    8. เอกสาร และบุคคลอ้างอิง
  1. ระบบฐานข้อมูล (Database system) [ผศ.สมจิตร อาจอินทร์ และงามนิจ อาจอินทร์]
  2. เอกสารประกอบการสอน วิชาการวิเคราะห์ และออกแบบระบบ 4122502 [โปรแกรมวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันราชภัฏ สวนดุสิต]
  3. การวิเคราะห์ และออกแบบระบบคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ [รัชนี กัลยาวินัย และอัจฉรา ธารอุไรกุล]
  4. การออกแบบ และจัดการฐานข้อมูล [โอภาส เอี่ยมสิริวงศ์]
  5. ระบบฐานข้อมูล (Database systems) [ดร.ดวงแก้ว สวามิภักดิ์]
  6. ประสบการณ์ของ อาจารย์เยาวลักษณ์ งามแสนโรจน์ yaowalak@yonok.ac.th ผู้สอนวิชา MIS และ COBOL programming
  7. ประสบการณ์ของ อาจารย์เกศริน อินเพลา ketsarin@yonok.ac.th ที่ปรึกษาโครงานวิชาสัมมนาคอมพิวเตอร์
  8. ประสบการณ์ของ อาจารย์ถนอม คณิตปัญญาเจริญ thanom@yonok.ac.th ผู้สอนวิชา System analysis and design
  9. ประสบการณ์ของ อาจารย์อมรทิพย์ ประยูรวงค์ rung@yonok.ac.th ผู้สอนวิชา Database management

    9. แบบฝึกหัด
  1. ให้เขียน ER model ของ entity ต่อไปนี้ : นักเรียน, อาจารย์ที่ปรึกษา
  2. ให้เขียน ER model ของ entity ต่อไปนี้ : นักเรียน, วิชา
  3. ให้เขียน ER model ของ entity ต่อไปนี้ : ลูกค้า, รถยนต์
  4. ให้เขียน ER model ของ entity ต่อไปนี้ : หมอ, คนไข้
  5. ให้เขียน ER model ของ entity ต่อไปนี้ : ข้อมูลโครงการ, บัญชีโครงการ
  6. ให้เขียน ER model ของ entity ต่อไปนี้ : คนขับ, รถบัส, ผู้โดยสาร
  7. ให้เขียน ER model ของ entity ต่อไปนี้ : ลูกค้า, ขาย, สินค้า
  8. ให้เขียน ER model ของ entity ต่อไปนี้ : ลูกค้า, ชำระหนี้, ใบสั่ง, สินค้า
  9. นำผลการ normalization ไปทำ denormalization อีกครั้ง

แนะนำเว็บใหม่ : ผลการจัดอันดับ
รักลำปาง : thcity.com : korattown.com : topsiam.com : มหาวิทยาลัยเนชั่น
ศูนย์สอบ : รวมบทความ : ไอทีในชีวิตประจำวัน : ดาวน์โหลด : facebook.com
ติดต่อ ทีมงาน ชาวลำปาง มีฝันเพื่อการศึกษา Tel.08-1992-7223