Java Programming Language ( SL-275 )

ปรับปรุง : 2550-08-11 (เพิ่มภาพการไปอบรม)
โครงการจาวาภิวัฒน์ (Javapiwat) ( ส่งเสริมการสอบ Sun Certified Programmer for Java )
ตัวอย่างข้อสอบ (JAVA Programmer Quiz)
:: sun.com (Online Checking)
:: wbrogden.com (Applet + e-mail)
:: javaranch.com (Text 65 Questions)
:: javaranch.com (Online Checking 60 Questions)
:: jchq.net (Text 180 Questions)
:: danchisholm.net (Text 400 Questions)
:: 4tests.com (40 Questions ทำทีละข้อ แล้ว Download ข้อใหม่)
ข้อมูลเพิ่มเติม
:: เผยแพร่ Certified Java Programmer เพื่อขอบคุณ SIPA
:: หลักสูตร พื้นฐาน ภาษาการโปรแกรมจาวา (SL-110)
:: หลักสูตร ภาษาการโปรแกรมจาวา (SL-275)
:: ข้อมูลเรื่อง Java Certification FAQ
:: http://www.ert.co.th/Schedules/Sun%20outline/sl-275.htm
:: http://th.sun.com/education/catalog/sl275.html
:: http://www.sipa.or.th/main/index.php?option=com_content&task=view&id=25&Itemid=40
:: http://www.javapiwat.org/html/java_developer.html
ต.ย.ฝึกสอบ ที่ http://www.thaiall.com/scjp
    รายชื่ออาจารย์ที่ได้รับ Java Certified Trainer รุ่นที่ 1 (22 มิถุนายน -5 กรกฎาคม 2548)
  1. มหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่ อ.วิจิตร อรรถโกมล คอมพิวเตอร์ธุรกิจ
  2. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.วนัสนันท์ ทองทรงกฤษณ์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
  3. วิทยาลัยโยนก อ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  4. มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา อ.พรเทพ โรจนวสุ วิทยาการคอมพิวเตอร์
  5. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.โดม โพธิกานนท์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
  6. มหาวิทยาลัยพายัพ อ.ภูมินทร์ ดวงหาคลัง วิทยาการคอมพิวเตอร์
  7. มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา อ.อนันต์ ทับเกิด วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
  8. วิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น อ.เนรมิต ชุมสาย ณ อยุธยา สาขา IT คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  9. วิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น อ.พิเชษฐ์ ศิริรัตนไพศาลกุล คอมพิวเตอร์ธุรกิจ
  10. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.เสมอแข สมหอม ภาควิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์
    จาก http://www.sipachiangmai.org/java/

โครงการ "จาวาภิวัฒน์" (http://www.javapiwat.org/html/java_developer.html)
เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน อันประกอบ ด้วย สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) ภายใต้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และบริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ (Sun Microsystems) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาประสิทธิภาพของบุคลากรด้านไอที และสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆบนพื้นฐานเทคโนโลยีจาวา อันจะนำมาซึ่งการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในเมืองไทย และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นผู้ส่งออกทางเทคโนโลยีในอนาคตอันใกล้นี้ ในส่วนของแผนงาน โครงการ "จาวาภิวัฒน์" จะมุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนางานใน กลุ่มหลักๆ 4 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มสร้างนักพัฒนาจาวา หรือ Java Developer Cluster
- กลุ่มพัฒนาจาวาการ์ด หรือ Java Card Cluster
- กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีจาวาไร้สาย หรือ Java Wireless Cluster
- กลุ่มพัฒนาเครือข่ายบนระบบเปิดในประเทศไทย หรือ Thailand ONE Program

โครงการ Java Developer Cluster (JavaPiwat.Org)
เป็นโครงการที่จะสอดคล้องกับการพัฒนา นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และผู้ประกอบการด้านซอฟต์แวร์ ให้มีความรู้ ความสามารถ ตามมาตราฐานสากล โดยทางบริษัทซันไมโครซิสเต็ม (ประเทศไทย) จำกัด จะสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางด้านจาวา และพัฒนาศักยภาพนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยให้เป็น Certified Java Programmer ที่ได้รับการยอมรับตามมาตราฐานสากล ให้มีจำนวนที่เพียงพอต่อการรองรับงานซอฟต์แวร์ทางด้านจาวาที่จะนำเข้ามาสู่ประเทศต่อไปในอนาคต ซึ่งย่อมมีผลโดยตรงต่อการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างศักยภาพ เพิ่มมากขึ้นๆ ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศไทยโดยรวม

วันเกิดครบ 10 ปีของ JAVA .. ตัด Cake ด้วยนะ
25-26 มิถุนายน 48 และ 2-3 กรกฎาคม 48 ทาง SIPA ให้ทุนอาจารย์ภาคเหนืออบรม JAVA หลักสูตร SL-275 และสอบ Certified Java Programmer เรียนกันประมาณ 28 คน ต้องบอกว่าไปเรียนแต่เคล็ดวิชากันจริง ๆ เพราะเนื้อหาเยอะ และลึกมาก คนที่ไปคือคนที่มีความรู้เรื่อง Java มาก่อน ถ้าไม่มีก็ต้องบอกว่าไม่รู้เรื่องแน่ เขาไม่ได้ให้ทำ อธิบายแต่เคล็ดวิชา และทฤษฎีแต่ละเรื่องที่จะนำไปใช้ นี่ขนาดหลักสูตรเรียนเขียนโปรแกรม ยังมีแต่บรรยาย เพราะเป็นการอธิบายเงื่อนไขของความสามารถแต่ละอย่าง กฎ และข้อยกเว้นเยอะมาก ๆ ก่อนไปผมอ่านหนังสือไปหลายเล่ม พอไปเรียนเขาให้มาอีก 2 เล่ม ถ้าไม่อ่านก็ไม่เข้าใจแน่ ส่วนเวลาเตรียมสอบ Certified Java Programmer หลังเรียนน้อยมาก ท่านวิทยากรบอกว่าเรียนเสร็จต้องกลับไปเตรียมตัวสัก 3 เดือน ก็ควรเป็นตามนั้น แต่หลักสูตรมีข้อจำกัดเรื่องเวลาที่ต้องทราบผลการอบรมโดยเร็ว เราเรียนเสร็จก็สอบหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ก็ต้องลุ้นว่าจะผ่านกันกี่คน
หลักสูตรเป็นแผนการสอนของ SUN ซึ่งเป็นผู้สร้าง Compiler จึงมีความลึกในเรื่องราวต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับภาษานี้ ต้องขอชมคุณสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นวิทยากรที่มีความสามารถในการอธิบายอย่างมาก พูด 2 วัน 12 ชั่วโมงเสียงไม่ตกเลย และเป็นเรื่องยาก ๆ ทั้งนั้น ทาง SUN เลือกวิทยากรได้ดีจริง ๆ ส่วนข้างล่างนี้เป็นแผนการสอน ลองอ่านดูนะครับ เพราะมีรายละเอียดหลาย ๆ อย่างหาไม่ได้จากหนังสือภาษาไทยที่มีขายในท้องตลาดแน่นอน

สอบ CERT ใบประกาศสายอาชีพคนไอที ปรับปรุง 2007-06-02
โดย พณรังสี สู่ความดี
http://www.bynatureonline.com/cover_story/index_cover.php?coverID=9
สำหรับช่างเทคนิคที่ต้องการความก้าวหน้า และได้รับการยอมรับจากคนในวงการ ก็ควรจะเสาะหา CERT ติดตัวเอาไว้ อย่างน้อยๆ ก็เป็นการการันตีความสามารถที่เราทำได้จริง แถมในการสมัครงานยังได้เปรียบกว่าคนที่ไม่มี CERT อีกด้วย บริษัทชั้นนำจะมีการระบุเลยว่า คุณจะต้องมี CERT อะไรบ้าง ถึงจะรับเข้าทำงานในตำแหน่งที่ลงประกาศ เริ่มสนใจแล้วใช่ไหมครับ เราไปพบกับเรื่องราวของ CERT กันเลย
Certification (CERT) คือ ใบประกาศนียบัตรที่แสดงถึงความสามารถที่เรามี คล้ายกับใบปริญญา ที่ออกโดยบริษัทไอทีชั้นนำ อาทิ Cisco, Microsoft, SUN, Oracle, Redhat และ IBM เป็นต้น ซึ่งแต่ละบริษัทจะมีระดับความยากง่ายของ Certification แตกต่างกันออกไป และยังมีการแบ่งประเภทของ Certification ตามสายเทคโนโลยี เช่น สายแอดมิน, สายเน็ตเวิร์ก, สายซีเตียวริตี้ อีกด้วย
Certification ทั่วโลก จะแบ่งการสอบเป็น 2 ประเภท คือการสอบสำหรับบุคคลทั่วไป และการสอบสำหรับผู้สอน จะแตกต่างกันตรงที่ Cert สำหรับผู้สอนนั้น จะต้องสอบเพิ่มอีกหนึ่งวิชา และมีการทดสอบให้สอนจริงในเนื้อหาวิชาที่จะสอน ส่วนมือใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในวงการ ก็ควรจะสอบแบบปกติทั่วไปก่อน แต่ใครที่ต้องการรายได้เพิ่มเติม ก็แนะนำให้ไปสอบ Cert สำหรับผู้สอนนะครับ รายได้ค่อนข้างดีทีเดียว เผลอๆ จะได้มากกว่างานประจำที่คุณทำอยู่ก็ได้
Certification อาจจะหมายถึง ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ เกี่ยวกับความรู้และการแก้ปัญหา ตามที่ระบุไว้ในใบ Certified นั้นๆ เช่น CCNA หมายถึง ผู้ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กเบื้องต้น ของอุปกรณ์จากค่าย Cisco โดยมีความรู้และสามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ของ Cisco ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการคอนฟิกเราเตอร์ การคอนฟิกสวิตซ์ เป็นต้น
...ประโยชน์ของการมีใบ Certified
เป็นที่ทราบกันในวงการไอที ว่าถ้าใครมี CERT ไม่ว่าจะเป็นของค่ายใดก็ตาม จะมีการเพิ่มค่าตอบแทนให้พิเศษ นอกเหนือจากเงินเดือนประจำที่ได้รับ แต่จะมากหรือน้อย ขึ้นกับความยากง่ายของแต่ละ CERT บางคนอาจจะมี CERT ติดตัวมากมาย แต่อาจจะไมได้รับผลตอบแทนคุ้มค่านัก ทั้งนี้ก็ขึ้นกับสายงานและบริษัทที่สังกัดอยู่ แต่ส่วนใหญ่แล้ว ถึงแม้ว่าจะมี CERT ที่สอบผ่านง่ายที่สุดมา คุณก็จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
นอกจากที่จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นแล้ว การพิจารณาเข้าทำงาน คนที่มี CERT จะเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ฝ่าย HR จะพิจารณา เนื่องจากคนที่มี CERT อย่างน้อย ก็จะมีความรู้เกี่ยวกับงานที่จะทำมาบ้าง ไม่ต้องอบรม หรือสอนอะไรมากนัก แต่ไม่เพียงแค่มี CERT อย่างเดียวเท่านั้นที่จะได้รับการพิจารณาก่อน บางแห่งอาจจะต้องการคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานด้วย ใบ CERT อาจจะช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น นอกเสียจากคุณจะมี CERT ในระดับสูงของแต่ละค่ายเสียก่อน
ในส่วนของการทำงานระหว่างบริษัทต่างๆ บ่อยครั้งที่เราอาจจะยังไมได้รับการยอมรับจากบริษัทที่ใหญ่กว่า แต่หากเรามี CERT ที่เกี่ยวข้องกับสายงานอยู่ ไม่เพียงแต่การตกลงที่ง่ายขึ้น ยังอาจจะได้รับการไว้วางใจเพิ่มสำหรับโครงการต่อๆ ไปอีกด้วย โดยเฉพาะกับโครงการวางระบบเครือข่าย ที่หลายๆ แห่งมักจะเลือกใช้บริการของบริษัทที่มีพนักงานที่มี CERT มาดูแล เนื่องจากมีมาตรฐานในการทำงานเหมือนกัน ปัญหาต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น
ความแตกต่างของคนที่มี Certified กับคนที่ไม่มี
ขอแบ่งเป็น 2 กลุ่มนะครับ ระหว่าง คนที่ว่างงาน กับ คนที่ทำงาน
? คนว่างงาน
คนที่มี CERT ในกลุ่มนี้ มักจะเป็น CERT ในระดับเบื้องต้น และไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน ผลตอบแทนจะยังไม่สูงนัก ไม่ว่าจะเป็น นักศึกษาที่จบใหม่ หรือคนที่ออกจากงานมา คนที่มี CERT ย่อมมีโอกาสในการหางานได้ง่ายกว่า แม้จะเป็น CERT พื้นฐาน ถึงจะไม่มีประสบการณ์แต่ก็สามารถเข้าไปเรียนรู้งานได้ คนที่ไม่มี CERT อาจจะลำบากสักหน่อยในการสมัครงาน
? คนทำงาน
กลุ่มคนที่มี Cert นั้นอาจจะเป็นส่วนน้อย แต่ผลตอบแทนจะค่อนข้างสูงกว่าคนที่มีตำแหน่งเดียวกันที่ไม่มี Cert บางคนอาจจะยังเห็นไม่ชัดนัก หากเพิ่งได้ Cert ในระดับเบื้องต้นมา แต่หากเป็น Cert ในระดับสูงแล้ว ไม่เพียงฐานเงินเดือนที่เพิ่มสูงขึ้น ยังจะมีบริษัทมาแย่งตัวคุณไปทำงานอีกต่างหาก บางแห่งมีการให้เงินพิเศษสำหรับค่า Cert โดยเฉพาะ และบางแห่งจะมีการเลื่อนขั้นให้เมื่อผ่าน Cert ในระดับสูงขึ้นได้ คงไม่ต้องบอกนะครับ คนที่ไม่มี Cert โอกาสที่จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นนั้นยากเพียงไร
ความแตกต่างของคนที่มี Cert นั้น คงเห็นได้ชัดในเรื่องของการสมัครทำงาน และการได้รับค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้น ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ เช่น ความก้าวหน้าในการทำงาน โอกาสได้ร่วมงานกับบริษัทต่างชาติ เพิ่มโอกาสสำหรับการทำงานในต่างประเทศ คนที่ยังไม่มี Cert ลองไปขวนขวายหามาติดตัวสักใบ เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับตัวเองก็ยังไม่สายเกินไปนะครับ ในวงการไอที Certification มีความสำคัญเทียบกับใบปริญญานะครับ อย่าลืม
Exam Sample
http://www.javaranch.com/mock.jsp
http://www.geocities.com/SiliconValley/Orchard/9362/java/javacert/index.html
http://www.examulator.com/phezam/login.php
http://www.danchisholm.net/
http://www.jchq.net/mockexams/exam1.htm
http://www.jchq.net/mockexams/exam2.htm
http://www.jchq.net/mockexams/exam3.htm
http://www.javaranch.com/maha/_Mock_Exams/JohnJuntMockExam.htm
http://www.javacertificate.com
http://www.javaranch.com/maha/_Mock_Exams/MindQ_s_Sun_Certified_Java_Programmer_Practice_Test.htm
http://www.geocities.com/skmajji/Main.html
http://www.angelfire.com/or/abhilash/Main.html
http://www.tipsmart.com/javacert/ptp/basics.htm
http://www.geocities.com/online_java_certification/
http://www.4tests.com/exams/examdetail.asp?eid=61
http://www.geocities.com/sahirshah/applets/mocktest.html
http://www.certificacaojava.com.br/certificacaojava/
http://www.valoxo.ch/jr/mocks/mock01a.html
http://www.jdiscuss.com/
http://www.akgupta.com/Java/mock_exam.htm
http://www.tarcisiolopes.com/javacert/quest001.htm
http://javaquestion.tripod.com/id10.html
http://valiveru.tripod.com/java/jvaltest.html
http://www.ii.uib.no/~khalid/pgjc/jcbook/engine.html
http://www.ejavaguru.com/scjp5freemockexam.php 

แนะนำเว็บใหม่ : ผลการจัดอันดับ
รักลำปาง : thcity.com : korattown.com : topsiam.com : มหาวิทยาลัยโยนก
ศูนย์สอบ : รวมบทความ : ไอทีในชีวิตประจำวัน : ดาวน์โหลด : yourname@thaiall.com
ติดต่อ ทีมงาน ชาวลำปาง มีฝันเพื่อการศึกษา Tel.08-1992-7223