การวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนโอกาสและภัยคุกคาม (SWOT)

ปรับปรุง : 2555-05-02 (เพิ่ม strategy map)
การวิเคราะห์ (Analysis)
จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค
ปัจจัยภายใน :จุดแข็ง (Strength) + จุดอ่อน (Weakness)
ปัจจัยภายนอก :โอกาส (Opportunities) + ภัยคุกคาม (Threat)
การวิเคราะห์สถานการณ
มีประเด็นที่ประกอบด้วย จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภัยคุกคาม (SWOT = Strength, Weakness, Opportunity และ Threat) คือ การสำรวจตรวจสอบสภาพภายในองค์การและสภาพแวดล้อมภายนอก เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวางแผน เพื่อให้แผนนั้นได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่และแก้ปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ โดยอาศัยทั้งปัจจัยจากภายในและภายนอกมาเป็นฐานคิดสำหรับกำหนดแผนงานโครงการ
ปัจจัยภายใน ประกอบด้วย จุดแข็ง (Strength) และจุดอ่อน (Weakness)
จุดแข็ง หมายถึง สิ่งที่มีอยู่เองแล้วโดยพิจารณาจากความสำเร็จในมิติต่าง ๆ เช่น ทำเลที่ตั้ง ฐานะทางการเงิน ความสามารถของบุคลากร ความเป็นทีม คุณภาพบริการ ประเพณีวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น
จุดอ่อน หมายถึง สิ่งที่มีอยู่เองแล้วโดยพิจารณาจากปัญหาหรืออุปสรรคในมิติต่าง ๆ เช่น ระเบียบกฎเกณฑ์ ขั้นตอนที่ซับซ้อน การเริ่มต้นใหม่ ความหลากหลายของคน เป็นต้น
ปัจจัยภายนอก ประกอบด้วย โอกาส (Opportunity) และภัยคุกคาม (Threat)
โอกาส หมายถึง สิ่งที่อยู่ภายนอกโดยพิจารณาถึงความเป็นประโยชน์หรือสนับสนุนเป้าหมายของชุมชน เช่น การเมือง การรวมการปกครอง กฎหมาย ราคาน้ำมัน ค่าเงินบาท คู่แข่ง เป็นต้น
ภัยคุกคาม หมายถึง สิ่งที่อยู่ภายนอกโดยพิจารณาว่าเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายของชุมชน เช่น การเมือง การรวมการปกครอง กฎหมาย ราคาน้ำมัน ค่าเงินบาท คู่แข่ง เป็นต้น
เป้าประสงค์ (GOAL) ขององค์กรคือการกำหนด วิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กรที่ชัดเจน แล้วจึงวางแผนกลยุทธ์ระยะยาว และวางแผนปฏิบัติการรายปีที่ประกอบด้วยกิจกรรม/โครงการที่ชัดเจน ซึ่งการวางแผนกลยุทธ์ที่สมเหตุสมผลควรมาจากการวิเคราะห์สวอต
ลำดับการเขียนแผน
1. เป้าประสงค์ (GOAL)
2. วิเคราะห์สวอท (SWOT Analysis)
3. เลือกกลยุทธ์และตัวชี้วัด (Select Strategy & KPI)
4. เขียนแผนปฏิบัติการ (Action Plan with PI)
5. วงจรเดมมิ่ง (PDCA with CQI)
การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
(CQI = Continuous Quality Improvement)

ตัวอย่างโดย ศาสตราจารย์นายแพทย์วุฒิชัย ธนาพงศธร เป็นกรณีศึกษา มหาวิทยาลัยแพทย์ฯ
ปัจจัยภายใน
จุดแข็ง - ทำเลที่ตั้งไปมาสะดวก - อาจารย์ที่มีความรู้สูงมีจำนวนมาก - เครื่องมือ อุปกรณ์มีความพร้อม - บุคลากรมีมนุษยสัมพันธ์ดี
ปัจจัยภายนอก
โอกาส - รัฐบาลสนับสนุนการศึกษา - ความต้องการบัณฑิต - การเจริญเติมโตของอาเซียน - เอกชนคิดค่าเล่าเรียนสูง - การโทรคมนาคมทันสมัย
จุดอ่อน
- การวิจัยยังมีน้อย
- ระบบสารสนเทศไม่มีประสิทธิภาพ
- บุคลากรขาดความรักองค์กร
- ขาดการบำรุงรักษาสินทรัพย์
- ขาดสิ่งอำนวยความสะดวก
ภัยคุกคาม
- การเข้มงวดด้านกฎระเบียบ
- ทิศทาง โครงการ 30 บาท ไม่ชัดเจน
- นโยบายการจำกัดอัตรากำลัง
- สถาบันการศึกษาต่างชาติเข้ามาจัดการศึกษาในประเทศไทย
แนะนำเว็บไซต์
+ ความหมายของ SWOT
+ SWOT Example
+ การบริหารเชิงยุทธฯ
+ Balance Score Card

โปรแกรมวิเคราะห์สวอร์ท (SWOT Analysis Program)
น้ำหนักคือความชัดเจนที่สัมพันธ์กับปัจจัย คะแนนคือระดับของความสำคัญ
ที่ปัจจัยภายใน จุดแข็งน้ำหนัก (รวม=1)คะแนน (5 ระดับ)
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
ที่ปัจจัยภายใน จุดอ่อนน้ำหนัก (รวม=1)คะแนน (5 ระดับ)
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
ที่ปัจจัยภายนอก โอกาสน้ำหนัก (รวม=1)คะแนน (5 ระดับ)
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
ที่ปัจจัยภายนอก อุปสรรคน้ำหนัก (รวม=1)คะแนน (5 ระดับ)
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
ตัวอย่างผลลัพธ์

Strategy Map โดย อ.ทันฉลอง รุ่งวิทู
[ strategymap1.doc ]
ร่าง แผนที่ยุทธศาสตร์ ปีการศึกษา 2553

5 เม.ย.53 แผนที่ยุทธศาสตร์ (Strategy Map ) คือ แผนภาพที่จะใช้แสดงทิศทาง การเชื่อมโยงแต่ละเป้าหมายขององค์กรและการพัฒนาในแต่ละด้านอย่างเป็นรูปธรรม เป็นเครื่องมือสื่อสาร และถ่ายทอดกลยุทธ์ไปสู่คนในองค์กรให้มีเข้าใจชัดเจน ตรงกัน และเป็นรูปธรรม
ร่าง Strategy map ของมหาวิทยาลัยโยนกแบ่งยุทธศาสตร์เป็น 2 กรอบคือ กรอบยุทธศาสตร์ตามพันธกิจ และกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์การ โดยเชื่อมโยงกับมิติ 4 ด้านคือ 1) การพัฒนาบุคลากร 2) การบริหารจัดการ 3) คุณภาพการให้บริการ 4) ประสิทธิผลตามพันธกิจ
ซึ่งสอดรับกับที่ไปอ่านพบว่า Professor Robert Kaplan และ Dr.David Norton ได้เสนอในวารสาร Harvard Business Review ปี 1992 ว่าการประเมินองค์กรควรมี 4 ด้านคือ 1) มิติด้านการเงิน (Financial Perspective) 2) มิติด้านลูกค้า (Customer Perspective) 3) มิติด้านกระบวนการภายใน (Internal Process Perspective) 4) มิติด้านการเรียนรู้และการพัฒนา (Learning and Growth Perspective)

การทำแผนของวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง
itinlife278
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2554 มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่นำไปสู่การทำแผนปฏิบัติ แล้วดำเนินการตามแผนงาน/โครงการ เมื่อโครงการแล้วเสร็จก็จะประเมินผล และนำผลมาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องสอดรับกับการประกันคุณภาพการศึกษาทั้งภายในและภายนอก โดยการจัดทำแผนครั้งนี้อยู่ในขั้นตอนของการจัดตั้งวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ซึ่งปัจจุบันสถาบันมีฐานะเป็นห้องเรียนบุญวาทย์วิหาร ขึ้นตรงต่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ มีปรัชญาของสถาบันคือ จัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสังคม
การระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholder) ของมหาวิทยาลัยทั้งบุคลากรภายใน คณาจารย์ อาจารย์พิเศษ เจ้าหน้าที่ พระนิสิต และคนในชุมชน ซึ่งข้อมูลที่ต้องการจากเวทีนี้ คือ ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก (SWOT : Strength Weakness Opportunity Threat) เพื่อนำไปสังเคราะห์อย่างเป็นระบบจนกระทั่งได้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ระยะ 5 ปี ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีการบรรยายพิเศษให้ความรู้เรื่องเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษาตามองค์ประกอบที่เกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และมีการบรรยายในหัวข้อหลักการ แนวคิด และวิธีการจัดทำแผน โดย ดร.วันชาติ นภาศรี อาจารย์มหาวิทยาลัยโยนก ซึ่งองค์ประกอบหลักของการวางแผนกลยุทธ์มี 4 ขั้นตอน คือ 1) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก 2) กำหนดทิศทางพัฒนาองค์กรด้านวิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์หลัก 3) กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา 4) กำหนดยุทธวิธีการดำเนินงาน
ประเด็นสำคัญที่ถูกกล่าวถึงเพื่อนำไปสู่การพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์มีหลากหลาย อาธิ วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ e-library database information hardware software ผู้ทำหน้าที่ให้ความรู้ คนในท้องถิ่น การระดมทุน ความเสี่ยง การจัดการความรู้ ตัวบ่งชี้คุณภาพ และเป้าหมาย ซึ่งการจัดทำแผนยุทธศาสตร์หรือแผนกลยุทธ์จำเป็นต้องใช้เวลาในแต่ละขั้นตอนเพื่อกลั่นกรองให้ได้มาซึ่งแผนยุทธศาสตร์ที่สมบูรณ์ เมื่อดำเนินการไปแล้วก็ทบทวนความทันสมัยของแผนยุทธศาสตร์ทุกปี เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ และสภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม และองค์กรอย่างต่อเนื่องต่อไป

รศ.เศกสิน ศรีวัฒนานุกูลกิจ จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาสอนหนังสือเพื่อนคนหนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยเนชั่น แล้วเขาก็มาเล่าให้ฟังว่าอาจารย์ให้อ่านหนังสือชื่อ โศกนาฏกรรมองค์กรหลงทิศ (Tragedy of Lost) เขียนหนังสือโดย สุธี ปิงสุทธิวงศ์ สุรีพันธุ์ เสนานุช และยิ่งศักดิ์ นันทิวรรณกุล หนังสือเล่มนี้เขียนในลักษณะเรื่องเล่า เร้าพลัง หรือ Story Telling เหมาะกับนักศึกษาทางบริหารธุรกิจอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการ หรือผู้บริหารทุกระดับ ผมว่าเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวก็อ่านดีครับ ที่สำคัญอ่านแล้ว อาจช่วยให้ขายดิบขายดีได้
ในหนังสือมีกรณีศึกษาที่ใช้แนวการเขียนแบบเล่าเรื่อง (Story Telling) แบ่งเป็น 9 บท ได้แก่ 1) บริหารจัดการโดยไม่ใช้ข้อมูลจริง 2) ใช้ Management Tools โดยไม่เข้าใจ 3) กำหนดกลยุทธ์โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง 4) ไม่รู้ว่าลูกค้าคือใคร 5) ตอบสนองลูกค้าไม่ได้ 6) การปฏิบัติการล้มเหลว (Ban Operation) 7) พัฒนาบุคลากรโดยไร้ทิศทาง รักษาบุคลากรที่ดีไว้ไม่ได้ 9) ภาวะผู้นำล้มเหลว
ทีแรกก็ไม่สนใจ เพราะผมเป็นคนอ่านหนังสือยาก .. แต่พออ่านไม่กี่หน้า ผมว่าหนังสือเล่มนี้สุดยอดจริง ๆ เหมือนเป็นตัวละครในหนังสือเลย .. อ่านแค่ชื่อบททั้ง 9 บท ผมก็ว่ายอดเยี่ยมแล้ว .. ชอบคำหนึ่งคือคำว่า “พูดเอง เออเอง” หน้า 71 ที่เล่าว่าเครื่องมือทางบริหารที่เรียกว่า inside-out กับ outside-in จะเลือกอย่างไร หรือการอธิบายความต่างของ SWOT กับ Balanced Scorecard (BSC) หน้า 44 ว่า Swot นั้นเกิดจากสำนักคิดทางกลยุทธ์ที่เน้นสร้างกลยุทธ์จากความลงตัว แต่ BSC เน้นสร้างกลยุทธ์ให้เกิดความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันด้วยการวางตำแหน่ง (Positioning)
สำหรับเรื่องที่น่าสนใจที่สุดอีกเรื่อง อยู่หน้า 149 เป็นกราฟ “ความสัมพันธ์ของสาเหตุแห่งความล้มเหลวขององค์กร” ว่าอะไรที่วินิจฉัยง่าย กับอะไรที่กระทบต่อความอยู่รอดขององค์กร .. อ่านแล้วนึกถึง Steve Jobs ครับ

แนะนำเว็บใหม่ : ผลการจัดอันดับ
รักลำปาง : thcity.com : korattown.com : topsiam.com : มหาวิทยาลัยโยนก
ศูนย์สอบ : รวมบทความ : ไอทีในชีวิตประจำวัน : ดาวน์โหลด : yourname@thaiall.com
ติดต่อ ทีมงาน ชาวลำปาง มีฝันเพื่อการศึกษา Tel.08-1992-7223