วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่กันแน่คือตัวปัญหา กับคำว่า ลามก (Pornographic, filthy, lewd) หน้าสอง
เว็บเพจสำรอง (Backup Webpages) : thaiall.com | thaiabc.com
ปรับปรุง : 2555-02-11 (แยกหน้า)
กลับหน้าแรกของ สื่อลามก :: หน้าที่สอง :: หน้าที่สาม :: หน้าที่สี่ ::
วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่กันแน่คือตัวปัญหา + http://www.midnightthailand.com/ บทความของ MT เป็นคนเขียน
กี่ปีกี่ชาติที่เวลาบ้านนี้เมืองนี้มีปัญหาก็โยนให้ "วัยรุ่น" มันซะอย่างนั้น โดย "ผู้ใหญ่" ไม่ตักน้ำใส่กระโหลกชะโงกดูความผิดพลาดของตัวเอง เอะอะอะไรก็ "เด็กสมัยนี้มันแย่" "เด็กสมัยนี้เป็นงั้น เด็กสมัยนี้เป็นงี๊" ถามหน่อยเถอะว่าไอ้พฤติกรรมเลวทรามต่ำช้าทั้งหลายไม่ว่าจะพวกใช้บริการ "โสเภณีเด็ก" ใครเป็นผู้ต้องหา ก็ "ผู้ใหญ่" ทั้งนั้น แม้กระทั่งอดีต สว. ผู้มีเกียรติ ก็เข้าข่ายพฤติกรรมบัดสีนี้ด้วย หรือพฤติกรรมทางเพศที่ว่าเลียนแบบมาจาก DVD VCD โป๊ ใครครับคือผู้ผลิต "ผู้ใหญ่" อีกแล้วที่เป็นผู้ผลิตออกมาให้เด็กดู เด็กมันคงไม่มีปัญญาลงทุนทำหนังออกมาขายเองเป็นแน่
ปัญหาของเด็ก จริงอยู่ครับว่าบ้านเมืองมันย่อมต้องมีเด็กเหลือขอ แต่ไม่ควรเหมาว่าเป็นพฤติกรรมของเด็กโดยรวม เด็กที่ตั้งใจดี เป็นเด็กดีเริ่มจะรู้สึกว่าอะไรๆ ก็โยนมาที่เด็ก แม้กระทั่งเวลามีเด็กทารกโดนทิ้งขว้าง ยังไม่ทันสืบสาวราวเรื่อง "ตร.ไทยผู้ทรงปัญญา" ก็เดาได้แล้วว่าแม่ของทารกคือ "วันรุ่นใจแตก" แต่โดยแท้จริงนั้น หากลองแหกตาดูกันดีๆ ปัญหาส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยกลุ่มคนที่อายุเกิน 20 ปีไปแล้วทั้งนั้น คำว่า "วัยรุ่น" ไม่ควรจะถูกใช้กับคนที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปี
"หนังสือพิมพ์โง่ๆ" หลายฉบับ ก็ชอบลงข่าว "โจ๋ใจแตกทิ้งลูก" "โจ๋ไทยใจถึงนิยมเล่นสวิงกิ้ง" "โจ๋" ที่พวกคุณต้องการสื่อให้คนอ่านเข้าใจก็คือ "วัยรุ่น" อีกนั่นแหละที่ต้องตกเป็น "ผู้ต้องหา" ความมักง่ายในการนำเสนอข่าว ความมักง่ายในการสืบสาวราวเรื่อง ทั้งๆที่พอเข้าไปอ่านดู หลายครั้งพบว่า "โจ๋" ที่พาดหัวข่าวนั้นบางทีก็อายุเฉียดจะ 30 ปีแล้วก็มี เพียงแค่บางคนยังอยู่ในสภาพนักศึกษาแก่ๆ เท่านั้นเอง
พฤติกรรม NIGHT STAND เช่นกัน ผมที่อยู่แวดวงกลางคืนมานานนับ 10 ปี ก็พบเห็นพฤติกรรมเช่นนี้มานานมากแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิด สมัย "The palace" เมื่อเกือบ 20 ที่แล้ว ที่สมัยนี้เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ก็เกิดขึ้น เพียงแต่พวกท่าน "ดัดจริต" ลืมคิดไปเองว่ามันเกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นมาก มากมายกว่าเด็กวัยรุ่นมากนักก็คือพฤติกรรมของ "หนุ่มสาวในวัยทำงาน" แล้วนั่นเองครับ เวลาแก้ปัญหาขอให้มองให้ถูกที่ แก้ให้ถูกจุด "คันที่หัวเกาที่ก้น" เกากันก้นเปื่อยก็คงไม่หายคันครับท่าน "ผู้ใหญ่ผู้ชาญฉลาดทั้งหลาย"
- ทีมงาน MT - เป็นคนเขียน
ผมชอบที่เขาเขียน เพราะคิดเหมือนกัน แต่ผมคิดแรงกว่านั้นอีกนิด เรื่องชาติกำเนิดของมนุษย์ทุกคน
คำสารภาพ “นักข่มขืนต่อเนื่อง” ทำทีรถเสีย ลวงนศ.สาวข่มขืน หนังสือพิมพ์คมชัดลึก http://www.komchadluek.net/column/scoop/2005/10/05.php
http://www.msnth.com/msn/news/generalspecial/article18.asp
http://www.mthai.com/webboard/5/150867.html
“พี่... ไม่รู้ว่าผมเป็นโรคจิตหรือเปล่า ถ้าดื่มเบียร์เข้าไป และเห็นนักศึกษาสาวๆ นุ่งกระโปรงสั้น ใส่เสื้อรัดรูปผ่านมา เป็นต้องเกิดอารมณ์ทางเพศจนไม่สามารถ ระงับเอาไว้ได้จนต้อง ลงมือข่มขืนเพื่อ ระบาย อารมณ์ทางเพศที่รุนแรง” นี่ถ้าไม่ถูกจับกุมเสียก่อน คำรับสารภาพของ นายสัญชัย จินดาภรณ์เลิศ วัย 25 ปี ผู้ต้องหาคดีข่มขืนต่อเนื่องคงทำให้บรรดานักศึกษาสาวนุ่งสั้นขวัญผวาไปตามกัน
พฤติกรรมครั้งล่าสุดของผู้ต้องหารายนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ขณะที่นายสัญชัยจอดรถอยู่หน้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง โดยทำทีเป็นรถเสีย ก่อนจะโบกมือขอความช่วยเหลือจาก น.ส.เอ (นามสมมติ) นักศึกษาสาวที่เขาหมายตาเอาไว้ ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาประสบเหตุพอดี
นักศึกษาสาวที่ยังอ่อนต่อโลก และยังมีความปรารถนาดีต่อผู้เดือดร้อนไม่ได้ระแวงสงสัยเลยว่า "ภัย" กำลังจะคืบคลานมาถึงตัวแล้ว ประกอบกับนายสัญชัยแต่งกายภูมิฐาน แถมยังใช้คารมอันอ่อนหวานหลอกล่อให้ตายใจ จนกระทั่ง น.ส.เอ ยอมขึ้นไปนั่งบน รถจักรยานยนต์ที่อ้างว่าเสีย ส่วนผู้ต้องหา ขี่รถจักรยานยนต์ของเหยื่อไป โดยใช้เท้าดันรถของตัวเองไปตามถนนลูกรังเลียบริมแม่น้ำน่าน
เมื่อรถแล่นไปถึงป่าละเมาะข้างทาง ซึ่งเป็นจุดที่เตรียมไว้ "เชือด" เหยื่อสาว บริเวณหมู่ 1 ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายสัญชัยจอดรถจักรยานยนต์ไว้ข้างทาง ก่อนจะตรงเข้าฉุดเหยื่อเข้าไปในป่า และชกเข้าที่ท้องของเธอจนสิ้นแรงที่จะขัดขืน จากนั้นจึงลงมือข่มขืน น.ส.เอ ทั้งที่ยังสวมเครื่องแบบ นักศึกษาอยู่จนสำเร็จความใคร่ไปหนึ่งครั้ง โดย "ไม่ได้สวมถุงยางอนามัย"
นายสัญชัย ยอมรับหลังถูกจับกุมว่า "ได้ข่มขืนนักศึกษาในเครื่องแบบในป่าละเมาะกลางวันแสกๆ ทำให้ได้อารมณ์ทางเพศที่ดีมาก และที่ไม่สวมถุงยางเพราะทำให้เสียอารมณ์ แต่รับรองว่าผมไม่ได้เป็นโรคติดต่อหรือเป็นเอดส์ เพราะมีภรรยาอยู่แล้ว และไม่เคยเที่ยวสำส่อน”
หลังลงมือเสร็จ นายสัญชัยได้ปลดทรัพย์สินของเหยื่อสาว ทั้งทองรูปพรรณ โทรศัพท์มือถือ และเงินสด ก่อนจะหลบหนีไป จากนั้น น.ส.เอ จึงได้พาร่างและจิตใจอันบอบช้ำ เข้าแจ้งความ
โดยเหยื่อสาวยืนยันว่า จำหน้าคนร้ายได้แม่น เพราะเหตุเกิดตอนกลางวัน แถมบริเวณโคนขาด้านขวาของคนร้ายยังมีรอยสักอีกด้วย!
ต่อมา ตำรวจ สภ.อ.เมืองพิษณุโลก ก็สามารถ จับกุมคนร้ายได้ และจากคำรับสารภาพ ของเขาก็ทำให้อึ้งได้ไม่น้อย เมื่อผู้ต้องหารับสารภาพว่า เคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวกับนักศึกษาสาวของมหาวิทยาลัยต่างๆ มาแล้วอย่างน้อยสี่ราย เพราะเมื่อดื่มเบียร์จะเกิดอารมณ์ทางเพศอย่างรุนแรง และยิ่งไปเห็นนักศึกษาที่ชอบแต่งเครื่องแบบกระโปรงสั้น เสื้อรัดรูป ยิ่งทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศชนิด "ยั้งไม่อยู่"
ส่วนสเปคของเหยื่อนั้นจะเลือกเฉพาะหญิงสาวที่เป็นนักศึกษาหน้าตาดี ผิวขาว ที่สำคัญต้องแต่งเครื่องแบบนักศึกษาแบบเสื้อรัดรูป-กระโปรงสั้น
นายสัญชัย เผยว่า หลังข่มขืนเหยื่อรายแรกไปแล้วก็คอยติดตามอ่านข่าวจากสื่อต่างๆ แต่ก็เห็นว่าเรื่องเงียบไป จึงเชื่อว่า เหยื่อเกิดความอายไม่กล้าเข้าแจ้งความ ยิ่งทำให้เกิดความย่ามใจ ดื่มเบียร์และไปดักรอหาเหยื่อนักศึกษาโดยใช้วิธีเดิมๆ ที่ได้ผลมาตลอด เท่าที่พอจำได้ลงมือข่มขืนเหยื่อสาวไปแล้ว 4-5 ราย
ล่าสุด ก็กำลังเตรียมหาเหยื่อสาวลงมืออีก แต่ก็มาถูกตำรวจจับกุมเสียก่อน!
สำหรับประวัติของนายสัญชัย ถือว่า "ไม่เบา" เช่นกัน โดยในช่วงวัยรุ่นเคยถูกจับกุม และถูกส่งตัวไปอยู่สถานพินิจและ คุ้มครองเด็กและ เยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ โดยมีรอยสักที่ต้นขาขวาเป็นสัญลักษณ์ว่า ได้ผ่านประสบการณ์จากสถานพินิจฯ มาแล้ว และขณะที่อยู่ในสถานพินิจฯ ยังได้ "ฝังมุก” ไว้โดยรอบอวัยวะเพศอีกด้วย ก่อนจะพ้นโทษออกมาทำงานที่ จ.พิษณุโลก และก่อคดีข่มขืนนักศึกษา ส่วนทรัพย์สินของเหยื่อที่ได้ไปนั้นไม่ใช่เป้าหมายแรก แต่ถือว่าเป็นของติดไม้ติดมือกลับไปด้วยเท่านั้น
ด้าน พ.ต.อ.เฉลิม สุวรรณรัตน์โอสถ ผกก.สภ.อ.เมือง ระบุว่า ได้สอบปากคำผู้ต้องหาแล้ว และยังเชื่อว่าน่าจะมีผู้หญิงที่ถูกข่มขืนอีกหลายรายที่ไม่กล้าเข้าแจ้งความ สำหรับผู้ต้องหาเชื่อว่ามีอาการ เก็บกดทางเพศ และไม่ถึงกับมีอาการป่วยทางจิต เนื่องจากแต่งงานอยู่กินกับภรรยา และยังมีบุตรด้วยกันอีกหนึ่งคน
"การที่ผู้ต้องหาไม่สามารถระงับอารมณ์ทางเพศได้ ถือว่าเป็นบุคคลที่อันตรายคนหนึ่ง เพราะหากไม่สามารถจับกุมตัวได้ คาดว่าจะยังคงลงมือก่อเหตุ “ข่มขืนต่อเนื่อง” และอาจทำให้นักศึกษาสาวต้องเป็นเหยื่อความใคร่ไปอีกหลายคน” พ.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ผกก.สภ.อ.เมืองพิษณุโลก ยังกล่าวเตือนบรรดานักศึกษาสาวทั้งหลายด้วยว่า อยากให้แต่งกายให้มิดชิดยิ่งขึ้น ทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะช่วงเวลาที่นายสัญชัยก่อเหตุเป็นเวลากลางวันทั้งหมด
"ที่สำคัญ อย่าได้ให้ความไว้วางใจคนแปลกหน้า ทั้งที่เรามีเจตนาดีเพียงใดก็ตาม และหากต้องการช่วยเหลือบุคคลที่เดือดร้อนก็ควรที่จะต้องมีเพื่อนๆ อยู่ด้วย เพราะความปรารถนาดีของเรา อาจนำภัยมาสู่ตัวเองได้ด้วยเช่นกัน" ผกก.สภ.อ.เมืองพิษณุโลก กล่าวสอนหญิง
น้องๆ นักศึกษารายใดที่ไม่อยากตกเป็นเหยื่อข่มขืน ฟังไว้ก็ช่วยเพลาๆ การแต่งตัวแบบนุ่งสั้น-รัดติ้วลงบ้างก็ดี เพราะบางครั้งอิสระเสรีก็ "มีพิษ" เช่นกัน!
สื่อลามก Online http://www.thaicleannet.com/modules.php?name=tcn_stories_view&sid=124
ภาพลามก อนาจาร ปัญหาที่ไม่จบไปจากโลกมนุษย์ ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด ๆ รณรงค์ต่อต้าน ไม่ให้เผยแพร่ภาพ ก็ยังมีการกระทำกันอย่างไม่หยุดนิ่ง
เป็นเพราะผู้กระทำความผิดใช้จุดอ่อน ความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มีความอยากรู้อยากเห็น กระตุ้นจิตใต้สำนึกของแต่ละบุคคลด้วยภาพ และกิจกรรมยั่วยวน ทำให้ชายหญิงต้องตอบสนองกับสิ่งเหล่านี้ไม่มากก็น้อย และความอยากรู้อยากเห็นอยากลองจึงทำให้เกิดผลประโยชน์นานาประการ
ช่องทางการเผยแพร่ ภาพลามก กิจกรรม และพฤติกรรมต่าง ๆ สามารถมาถึงตัวเยาวชนได้อย่างไร
1.มาจากการแสดงออกของผู้ปกครอง หรือญาติพี่น้องใกล้ตัว
2.มาจากสื่อในรูปแบบต่าง ๆ เช่น หนังสือ วีดีโอ ซีดี อินเทอร์เน็ต
3.มาจากการบอกเล่าประสบการณ์ของเพื่อน ๆ ที่อยู่ในสังคมเดียวกันในเวลานั้น
ภาพและกิจกรรมต่าง ๆ สามารถเข้าถึงเยาวชนได้ทุกทาง หากไม่ระมัดระวังหรือป้องกัน โดยเฉพาะสื่อต่าง ๆ นับเป็นช่องทางที่เข้าถึงตัวเยาวชนได้อย่างรวดเร็วมาก สื่อมีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากนำไปเผยแพร่สิ่งดีก็จะเกิดประโยชน์แต่ถ้านำไปเผยแพร่เพื่อก่อประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงผลเสียของสังคมก็จะเป็นปัญหาที่ต้องตามแก้ไขกันอย่างไม่จบสิ้น
อินเทอร์เน็ต เป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงข้อมูล ภาพลามกอนาจารเหล่านี้ได้ง่ายมากกว่าสื่ออื่น ไม่ต้องหาซื้อ มีความหลากหลาย มีกิจกรรมสมาชิกโต้ตอบข่าวสาร ทำให้เกิดการติดตาม รวมไปถึงอันตรายที่บางเวบไซต์มีข้อมูลชักนำให้ทำในสิ่งที่ทำลายวัฒนธรรมโดยไม่รู้ตัว หรือปลูกฝังค่านิยมเรื่องเพศอย่างหมกมุ่น มาตรการป้องกันบุตรหลานและเยาวชนจึงต้องไล่ตามกันอย่างห้ามลดละ สิ่งที่พึ่งตนเองได้ดีที่สุดคือการให้คำแนะนำ และขั้นต่อไปคือการรวมตัวกันเพื่อผลักดันให้ออกข้อบังคับ หรือกฎระเบียบเพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันไม่ให้ผู้กระทำความผิดลอยนวลอยู่ได้
ภาพโป๊ไม่ดีอย่างไร
ภาพลามกคือสิ่งยั่วยุ กระตุ้นทำให้อยากรู้อยากเห็น อยากลอง เมื่อได้ย่างก้าวเข้าไปแล้วจะเกิดความต้องการตอบสนองทางอารมณ์ หากมีความเข้าใจ มีวิจารณญาณ สมควรแก่เวลา และมีความพร้อม สามารถรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ปัญหาก็จะควบคุมได้
ความเป็นจริงแล้วเรื่องเพศเป็นเรื่องของธรรมชาติ ซึ่งถึงว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนมีสิทธิได้สัมผัส แต่ถ้าขาดความรู้ ความเข้าใจ หรือยังไม่สมควรแก่เวลาที่จะรับรู้ ก็จะทำให้เกิดผลเสียที่ไม่พึงประสงค์ได้
ดังนั้นเยาวชนควรทำความเข้าใจเรื่องเพศศึกษาให้เกิดความเข้าใจ และศึกษาผลของการกระทำที่จะเกิดขึ้นว่าจะมีผลดีผลเสียอย่างไรบ้าง
1.สูญเสียทางด้านจิตใจ หากเกิดความผิดหวัง
2.คุณค่าความเป็นตัวเองลดลง เกิดความทรงจำที่ไม่ดี
3.ปัญหาความไม่พร้อม เกิดข้อผิดพลาดไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น (ตั้งครรภ์)
4.โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือนำไปสู่ยาเสพติด
5.หมกมุ่นกับค่านิยมเรื่อง Sex ที่ได้รับการซึมซับ ลืมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม
6.สร้างปัญหาความเดือนร้อนให้กับผู้อื่นเพื่อตอบสนองเรื่อง Sex ให้กับตนเอง
7.เกิดปัญหาอาชญากรรมในกรณีไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ (ข่มขืน)
ก่อนที่เยาวชนจะก้าวดิ่งลงไปสู่ปัญหา ผู้ปกครอง ครู รุ่นพี่ และผู้มีหน้าที่ดูแลเยาวชนควรให้เหตุผล ให้คำปรึกษา ให้คำชี้นำกับเยาวชนอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างความเข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่สมควรเข้าชมเวบลามก หากยังไม่ถึงเวลา
สื่อลามก 1 http://www.healthnet.in.th/text/forum1/sex_life/sex%5B41%5D_v2.htm
ในยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดน สื่อทางเพศก็ได้รับการพัฒนาอย่างไร้ขอบเขตเช่นกัน จากตัวอักษรและรูปภาพในอดีตมาเป็นภาพยนตร์ วิดีทัศน์ และคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน ก่อให้เกิดความกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบุคคล โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ต่อศีลธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ตลอดจนความสงบเรียบร้อยของสังคม
เป็นการยากที่จะวินิจฉัยว่าสิ่งใดเป็นสื่อลามก
การจะวินิจฉัยว่าสิ่งใดเป็นสื่อลามก จำเป็นต้องทราบความหมายของคำบางคำที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อีโรติก (erotic) ลามกอนาจาร (obscenity) หนังสือหรือสิ่งที่กระตุ้นอารมณ์เพศ (pornography or erotica)
อีโรติก มาจากคำภาษากรีกว่า อีรอส (eros) หมายถึง ความรักอย่างดูดดื่มหรือความปรารถนาทางเพศ ส่วนลามกอนาจารตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานแปลว่า ความประพฤตินอกรีตนอกรอย น่าอับอาย หรือเป็นที่รังเกียจแก่ผู้อื่นในด้านความดีงาม
ดังนั้น อีโรติกจึงเป็นความรักความปรารถนาตามธรรมชาติ อันเป็นปกติวิสัยของมนุษย์ แต่ลามกอนาจารเป็นอารมณ์หรือการกระทำที่ผิดวิสัย ผิดธรรมชาติ หรือหยาบช้าต่ำทรามทางด้านศีลธรรม
ส่วนพอร์โนกราฟี (pronography) มาจากภาษากรีก แปลว่า เรื่องราวของโสเภณี ดังนั้นจึงมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เกิดอารมณ์เพศ ในระยะแรกการสื่อสารยังไม่พัฒนาเช่นปัจจุบัน วิธีการจึงอาศัยตัวหนังสือและรูปภาพเป็นสื่อ เรียกว่าหนังสือปลุกอารมณ์ ทำให้บางคนเข้าใจว่าพอร์โนกราฟีคือหนังสือปลุกอารมณ์เท่านั้น ความจริงพอร์โนกราฟีอาจเป็นตัวหนังสือ รูปภาพ เสียง ดนตรี วีดิทัศน์ หรือสื่ออื่น ๆ ก็ได้ ที่กระทำหรือออกแบบเพื่อกระตุ้นอารมณ์เพศ
การกระตุ้นอารมณ์เพศโดยสื่อต่าง ๆ มีหลายระดับ ขึ้นกับการออกแบบของผู้ผลิต ตั้งแต่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์เพศตามปกติวิสัย เกิดอารมณ์เพศอย่างเร่าร้อน จนกระทั่งเกิดความหื่นกระหายและต้องการระบายอารมณ์เพศอย่างรุนแรงโดยไม่สามารถยับยั้งควบคุม ซึ่งมักจะเป็นอันตรายแก่คู่ร่วมเพศ หรือก่อให้เกิดความเสื่อมทางศีลธรรม ดังนั้นพอร์โนกราฟีจึงอาจจะมีความหมายทั้งในทางบวกและทางลบ ถ้าเป็นไปในทางลบก็จัดว่าเป็นสิ่งลามกอนาจาร
อย่างไรก็ดี นักวิชาการบางคนเชื่อว่าพอร์โนกราฟีแสดงให้เห็นถึงความไม่สมดุลระหว่างอำนาจของชายและหญิง หรือเป็นการใช้กิจกรรมทางเพศเพื่อระบายความก้าวร้าว ดังนั้นพอร์โนกราฟีจึงน่าจะมีความหมายในเชิงลบมากกว่า ในขณะเดียวกันก็มีผู้เสนอคำว่าอีโรติกา (erotica) ซึ่งหมายถึง อุปกรณ์หรือสิ่งใด ๆ ก็ตามที่ก่อให้เกิดความรักและความปรารถนาตามธรรมชาติ อันเป็นความหมายในเชิงบวก
สรุปว่าอุปกรณ์หรือสื่อที่ก่อให้เกิดอารมณ์เพศอาจจัดอยู่ในลักษณะอีโรติกา พอร์โนกราฟี หรือลามกอนาจาร
ด้วยเหตุที่ยังมีข้อถกเถียงในแง่ความหมายของคำและหลักเกณฑ์ในการจำแนกประเภทของสื่อตามวัตถุประสงค์และผลที่เกิดขึ้นดังกล่าว จึงเป็นการยากที่จะออกกฎหมายควบคุมหรือบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สื่อลามกมีหลายประเภท
สื่อลามกที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มสิ่งพิมพ์ กลุ่มภาพยนตร์หรือวิดีทัศน์ และกลุ่มคอมพิวเตอร์
สำหรับกลุ่มสิ่งพิมพ์นั้นมีหลายรูปแบบ เช่น เป็นหนังสือปลุกอารมณ์ การ์ตูนลามก ปฏิทินโป๊ หรือไพ่โป๊ โดยแต่ละประเภทดังกล่าวจะมีความลามกอนาจารในระดับต่าง ๆ กัน ทั้งรูปภาพและเนื้อหา สำหรับภาพก็มีตั้งแต่เห็นแค่เรือนร่าง ไม่เห็นหน้าอกและอวัยวะเพศ เห็นหน้าอกอย่างเดียว เห็นหน้าอกและอวัยวะเพศด้วย หรือเป็นภาพร่วมเพศระหว่างชายหญิง ส่วนเนื้อหาก็อาจเป็นการบรรยายสัดส่วนและท่วงท่าของสตรีที่เร้าอารมณ์บุรุษ การเล้าโลมต่าง ๆ และการแสดงอารมณ์ตอบสนองต่อการเล้าโลมนั้น จนถึงลีลาการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง ซึ่งส่วนใหญ่จะผูกเป็นเรื่องหรือสร้างเป็นเหตุการณ์เพื่อให้เกิดความเร้าใจมากขึ้น
สิ่งพิมพ์ดังกล่าวมีทั้งที่ผลิตในประเทศและต่างประเทศ และทำขึ้นอย่างหลากหลายตามรสนิยมของผู้บริโภค โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือวัยรุ่นและผู้ใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มจะนิยมสื่อลามกมากขึ้น สำหรับผู้จัดจำหน่ายแม้จะไม่สามารถขายได้อย่างเปิดเผย แต่ก็มีการพยายามโดยอาจติดสินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจ และวางขายตอนกลางคืน แหล่งที่มีการจำหน่ายกันมากจะอยู่บริเวณจตุจักร สะพานเหล็ก คลองถมสะพานพุทธ และสะพานควาย เป็นต้น
ส่วนกลุ่มภาพยนตร์และวิดีทัศน์เกิดขึ้นภายหลังสื่อสิ่งพิมพ์ นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 เป็นต้นมา ผู้สร้างภาพยนตร์ไทยได้นำกามารมณ์มาดึงดูดความสนใจของผู้ชม จึงเกิดภาพยนตร์ที่แสดงอารมณ์รักอย่างเปิดเผยมากขึ้น ตัวอย่างของภาพยนตร์ดังกล่าวที่ปรากฏในช่วงแรก ๆ คือ “ตลาดพรหมจารี” และ “กลกามแห่งความรัก” ส่วนเรื่องที่ฮือฮากันมากเมื่อเร็ว ๆ นี้ คือ “จัน ดารา”
สำหรับภาพยนตร์ที่ถ่ายทำเพื่อกระตุ้นอารมณ์เพศโดยเฉพาะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย จึงต้องมีการแอบฉายตามโรงภาพยนตร์ชั้นสอง ซึ่งผู้นิยมบริโภคจะรู้กัน ภาพยนตร์เหล่านี้มีทั้งผู้แสดงที่เป็นคนไทยและชาวต่างชาติ
สื่อลามกประเภทวิดีทัศน์เกิดขึ้นเมื่อใด ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่ามีการพัฒนามาจากภาพยนตร์ลามกที่ฉายกันอย่างลับ ๆ ในระยะแรกวิดีทัศน์เหล่านี้ผลิตจากต่างประเทศ เช่น จากประเทศในทวีปยุโรปและอเมริกา และลักลอบนำเข้ามาขายในประเทศ แต่ต่อมามีการอัดสำเนาหรือผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและการส่งออก
สื่อวิดีทัศน์แพร่หลายกว่าสื่อสิ่งพิมพ์มาก เพราะสามารถหาเช่าได้จากร้านวิดีโอทั่วไปซึ่งมีอยู่มากมาย และถ้าจะสะสมไว้เป็นสมบัติส่วนตัวก็สามารถหาซื้อได้แถวสีลมและย่านอื่นที่จำหน่ายสื่อสิ่งพิมพ์ลามกดังที่กล่าวแล้ว
กลุ่มสุดท้ายคือสื่อลามกผ่านทางคอมพิวเตอร์ ลูกค้าที่บริโภคสื่อประเภทนี้มักจะมีฐานะตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไปและมีการศึกษาดี ส่วนผู้ประกอบการเองก็ต้องมีความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์ และมีทุนในการผลิตสูงกว่าสื่ออื่น ๆ วิธีการสื่อสารทางคอมพิวเตอร์อาจมาในรูปของแผ่นซีดีและดีวีดี หรือผ่านทางอินเตอร์เน็ต
สำหรับอินเตอร์เน็ต ปัจจุบันมีผู้ให้ความนิยมอย่างมาก ทำให้เกิดธุรกิจมากมายที่อาศัยสื่อชนิดนี้ รวมทั้งธุรกิจทางเพศด้วย ผู้บริโภคสามารถเลือกได้หลายลักษณะ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง ผู้ประกอบการที่สนใจอาจตั้งเว็บไซต์ของตนหรือทำร่วมกับผู้อื่นเป็นเครือข่าย ส่วนผู้บริโภคที่ต้องการใช้สื่อดังกล่าวก็สามารถจ่ายค่าบริการผ่านธนาคารหรือบัตรเครดิต แล้วเปิดเข้าไปดูได้
ที่น่าเป็นห่วงคือการควบคุมสื่อลามกประเภทอินเตอร์เน็ตทำได้ยาก จึงเป็นการง่ายที่เด็กจะเข้าไปดูสิ่งที่อยู่ในนั้น และแม้จะมีการกำหนดอายุไว้ แต่พวกเขาก็สามารถปกปิดความจริงได้ จึงนับเป็นสื่อที่อันตรายที่สุดสำหรับเด็กและเยาวชน
สื่อที่กล่าวข้างต้นทั้งหมด นอกจากจะออกแบบเพื่อกระตุ้นอารมณ์เพศสำหรับชายหญิงที่เป็นรักต่างเพศแล้ว ยังผลิตเพื่อบุคคลที่เป็นรักร่วมเพศและบุคคลที่มีความวิปริตทางเพศแบบต่าง ๆ อีกด้วย
จึงเป็นสื่อที่ไร้พรมแดนจริง ๆ!
สื่อลามก 2 http://www.healthnet.in.th/text/forum1/sex_life/sex%5B42%5D_v2.htm
เป็นที่ยอมรับกันว่าสื่อมีอิทธิพลต่อสังคมในปัจจุบันมาก การดำเนินชีวิตตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนกระทั่งเข้านอนตอนกลางคืน จะมีสื่อแบบต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเกือบตลอดเวลา ดังนั้นสื่อจึงมีส่วนชักจูง ชี้นำ หรือเปลี่ยนแปลงสังคม ถ้าสื่อดี มีความสร้างสรรค์และมีจรรยาบรรณ ก็จะนำประโยชน์มาสู่สังคม แต่ถ้าสื่อขาดคุณธรรมก็ย่อมนำมาซึ่งความเสื่อมและความหายนะของสังคมได้
ดังนั้นจึงมีคำถามว่า สื่อลามกมีผลกระทบต่อสังคมอย่างไร และเหตุไฉนคนจึงนิยมบริโภคสื่อดังกล่าว
มีความเห็นที่แตกแยกเกี่ยวกับผลกระทบของสื่อลามกต่อสังคม
มีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับผลกระทบของสื่อทางเพศต่อพฤติกรรมของคนในสังคม และปัจจุบันก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าความเห็นใดถูกต้อง
ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ.1968 ประธานาธิบดีลินดอน บี. จอห์นสัน ได้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบของสื่อทางเพศ พบว่า เมื่อบุคคลบริโภคสื่อทางเพศ บางคนสำเร็จความใคร่หรือมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น บางคนน้อยลง แต่ส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลง และการเพิ่มกิจกรรมทางเพศจะเกิดเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากบริโภคสื่อเท่านั้น
ในประเทศเดนมาร์ก หลังจากสื่อทางเพศสามารถแสดงความลามกได้อย่างเต็มที่ (hard-core pornography) และถูกกฎหมาย ปรากฏว่าอาชญากรรมทางเพศหลายอย่างลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในสหรัฐอเมริกา การศึกษาหลายชิ้นพบว่า ชายที่ข่มขืนผู้หญิง ลวนลามเด็ก และกระทำความผิดทางเพศแบบอื่น ๆ กลับบริโภคสื่อทางเพศน้อยกว่าคนทั่วไปในช่วงวัยรุ่น และการบริโภคสื่อทางเพศบ่อย ๆ กลับทำให้เบื่อหน่ายเรื่องเพศ
จึงสรุปว่า บริโภคสื่อลามก ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือภาพยนตร์ ไม่ทำให้คนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางเพศ
ยิ่งกว่านั้น การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ยังพบว่า หนังสือปลุกอารมณ์ประเภทที่ไม่แสดงความรุนแรงทางเพศ ไม่ทำให้เจตคติต่อผู้หญิงเสียไป
อย่างไรก็ดี มีการศึกษาที่ได้ผลแตกต่างจากที่กล่าว คือ พบว่าผู้ที่ข่มขืน ลวนลามเด็ก หรือกระทำความผิดทางเพศ บริโภคสื่อลามกในช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่มากกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
อีกประการหนึ่ง มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ในระยะยี่สิบปีที่ผ่านมาสื่อทางเพศมักจะแสดงความรุนแรง การศึกษาของสถาบันใหญ่ของสหรัฐฯ คือ คณะกรรมาธิการของประธานาธิบดีในปี ค.ศ.1968-1970 และสถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติ (NIMH) เมื่อไม่นานมานี้ พบความเกี่ยวข้องระหว่างความรุนแรงทางเพศที่ปรากฏในสื่อกับพฤติกรรมก้าวร้าวทางเพศของผู้บริโภคสื่อเหล่านั้น จึงทำให้เชื่อว่าความรุนแรงที่ปรากฏในสื่อทางเพศต่างจากที่เกิดผลต่อพฤติกรรมในทางลบ ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่ปรากฏในสื่อยังแสดงถึงการกดขี่ผู้หญิง หรือเห็นผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุทางเพศ การบริโภคสื่อที่มีลักษณะเช่นนี้บ่อย ๆ อาจเกิดการซึมซับเจตคติที่ไม่ดีต่อผู้หญิง และแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวต่อผู้หญิงได้ในที่สุด
ยังมีข้อถกเถียงอีกมากมายเกี่ยวกับผลกระทบของสื่อทางเพศ เช่น มีการศึกษายืนยันว่าสื่อเหล่านี้ช่วยลดความเก็บกดทางเพศและช่วยแก้ปัญหาทางเพศบางอย่างได้ แต่ขณะเดียวกันก็พบว่า สื่ออาจกระตุ้นให้เกิดความวิตกกังวล โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคเอาตัวเข้าไปเปรียบเทียบกับนักแสดงในสื่อ เพราะตัวแสดงดังกล่าวมีทั้งรูปร่างและหน้าตาที่เร้าอารมณ์ และมีบทบาท ตลอดจนความสามารถทางเพศที่น่ามหัศจรรย์ยิ่ง ทำให้ผู้บริโภคอาจรู้สึกเป็นปมด้อย หรือขาดความมั่นใจในตนเอง และเกิดปัญหาเพศได้เช่นกัน
ทำไมคนจึงนิยมบริโภคสื่อทางเพศ
ในอดีต ผู้ที่บริโภคสื่อทางเพศจะเป็นผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีประสบการณ์ทางเพศแล้ว และมักเป็นผู้ชาย แต่ปัจจุบันเด็กและเยาวชนทั้งชายและหญิงส่วนใหญ่เคยบริโภคสื่อเหล่านี้ไม่มากก็น้อย ในสหรัฐอเมริกาเด็กนักเรียนมัธยมปลายแทบไม่มีใครเลยที่ไม่เคยบริโภคสื่อทางเพศอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งนี้เพราะสื่อมีหลากหลายชนิด และบางชนิดเด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย
คนที่นิยมบริโภคสื่อทางเพศอาจกระทำเพื่อความบันเทิง เพื่อระบายอารมณ์เพศ และเป็นการหาความรู้เรื่องเพศ ซึ่งหาได้ยากจากแหล่งอื่น นอกจากนั้นคนบางคนยังเชื่อว่าสื่อดังกล่าวช่วยให้คู่สมรสสามารถสื่อสารเรื่องเพศกันได้ดีขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ทางเพศราบรื่น รวมทั้งยังเป็นการปลดปล่อยความต้องการซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามโดยผ่านทางจินตนาการหรือทางภาพที่ได้เห็น
สำหรับแต่ละบุคคล วิธีกระตุ้นให้เกิดอารมณ์เพศอาจแตกต่างกัน บางคนถูกกระตุ้นโดยจินตนาการตามข้อความที่บรรยาย หรือสร้างจินตนาการเพิ่มเติมจากภาพที่เห็น แต่บางคนอาจต้องกระตุ้นด้วยภาพที่ชัดเจนเหมือนได้เห็นของจริงจากวิดีทัศน์หรือภาพยนตร์
นักวิจัยหลายคนพบว่า เมื่อผู้บริโภคสื่อทางเพศเกิดอารมณ์เพศจะมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของร่างกาย คือ ผู้ชายอวัยวะเพศจะแข็งตัว และผู้หญิงก็จะเกิดน้ำหล่อลื่นในช่องคลอด ในอดีตเชื่อว่าผู้ชายจะตอบสนองต่อการกระตุ้นด้วยสื่อดังกล่าวบ่อยและรุนแรงกว่าผู้หญิง แต่ปัจจุบันมีหลักฐานจากการวิจัยสนับสนุนว่าทั้งสองเพศตอบสนองต่อสื่อทางเพศคล้าย ๆ กัน
นอกจากนั้นในอดีตยังเชื่อว่า ผู้ชายจะตอบสนองต่อการกระทำที่หยาบและโจ๋งครึ่ม ขณะที่ผู้หญิงจะพอใจกับความสุนทรีย์และอารมณ์โรแมนติกมากกว่า แต่จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่าหญิงและชายถูกกระตุ้นอารมณ์เพศด้วยสิ่งกระตุ้นที่คล้าย ๆ กัน
สังคมไทยยังไม่เปิดรับสื่อลามก
จากการสำรวจทัศนคติต่อสื่อลามกของชายและหญิงกลุ่มละ 200 คน โดยนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชาเพศศึกษาภาคฤดูร้อน พบว่า กลุ่มผู้ชายมีเจตคติทั้งในเชิงบวกและเชิงลบพอ ๆ กัน แต่กลุ่มผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีเจตคติในทางลบ กลุ่มที่เห็นด้วยกับการบริโภคสื่อเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ และเป็นวิธีระบายอารมณ์เพศอย่างหนึ่ง และทำให้คลายเครียด บางคนมองว่าเป็นศิลปะและเป็นวิธีเรียนรู้เรื่องเพศ ส่วนกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้ทำลายขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย รวมทั้งทำให้คุณค่าทางจิตใจของมนุษย์ตกต่ำลง จึงอาจนำไปสู่ปัญหาทางสังคมและอาชญากรรมทางเพศได้
สำหรับประเทศไทย แม้จะไม่มีการศึกษาที่ยืนยันชัดเจนว่าสื่อเหล่านี้มีผลทำให้ผู้บริโภคประพฤติผิดทางเพศ แต่ก็น่าเป็นห่วงว่าเด็กและเยาวชนที่บริโภคสื่อโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องเพศมาก่อน อาจเกิดเจตคติในทางลบต่อเรื่องเพศ ต่อสตรีเพศ หรืออยากทดลองกระทำ และผลที่จะเกิดตามมาคือความรุนแรงทางเพศ การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงปรารถนา และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ปัจจุบัน แม้รัฐบาลไทยจะพยายามออกกฎหมายเพื่อควบคุมสื่อลามกประเภทต่าง ๆ แต่ผลก็คือ สื่อดังกล่าวยังเจริญงอกงามและแทรกซึมอยู่ทั่วไปในรูปแบบที่เอื้อต่อการบริโภคของคนทุกระดับและทุกวัย
มันจึงเป็นภัยอย่างร้ายแรงกว่าสงครามที่กำลังฟาดฟันกันอยู่ เพราะแม้แต่ผู้ถูกรุกรานก็ยังขาดความรู้เท่าทันต่อภัยดังกล่าว และขาดชั้นเชิงการต่อสู้ที่ทัดเทียมกับฝ่ายศัตรู
สื่อลามก...แพร่ทางอื่นมากกว่าเน็ต ? จาก ผู้จัดการออนไลน์ ๑๑ มีนาคม ๒๕๔๘ + http://www.thaiparents.net/articles/title.php?t=225
... เวทีคณะกรรมาธิการสตรีเยาวชนฯ วุฒิสภา ชี้ไร้ประโยชน์ที่รัฐคอยตามปิดเว็บไซต์ลามก ระบุโลกไอทีไปไกลขนาดแชร์ไฟล์โป๊ระหว่างยูสเซอร์โดยไม่ต้องผ่านอินเทอร์เน็ ...
เวทีคณะกรรมาธิการสตรีเยาวชนฯ วุฒิสภา ชี้ไร้ประโยชน์ที่รัฐคอยตามปิดเว็บไซต์ลามก ระบุโลกไอทีไปไกลขนาดแชร์ไฟล์โป๊ระหว่างยูสเซอร์ โดยไม่ต้องผ่านอินเทอร์เน็ต ติงรัฐบาลมัวหนุนให้ทุกบ้านมีอินเทอร์เน็ต แต่ไม่หาทางป้องกันเปิดเว็บลามก อัดสื่อหนังสือพิมพ์ลงภาพดารา แต่งโป๊ รวมไปถึงงานมอเตอร์โชว์ เชียร์ลีดเดอร์ ล้วนยั่วยุเยาวชน เตือนหญิงสาวถ่ายเว็บแคมให้แฟนดูจะถูกโหลดไปขายตามพันธุ์ทิพย์ เผยธุรกิจใหม่ขายชุดชั้นในเก่าให้คนโรคจิตซื้อไปดม
คณะกรรมาธิการกิจการสตรี เยาวชน และผู้สูงอายุ วุฒิสภา ได้จัดสัมมนาปัญหาสื่อลามก ทางออกในมุมมองเยาวชน โดยมีนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เข้าร่วมสัมมนากว่า 100 คน โดยนายสมา โกมลสิงห์ บรรณาธิการรายการ “ถอดรหัส” และ “ย้อนรอย” ไอทีวี นำเสนอปัญหา และสื่อลามกว่าสื่อที่จะเข้าถึงเด็ก และเยาวชนได้มากที่สุดคือวีซีดี และอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะยูสเซอร์ของอินเทอร์เน็ตในมหาวิทยาลัยจะเร็วกว่าตามบ้านทั่วไป
โอกาสที่นักศึกษาจะโหลดไฟล์ลามกจากเว็บไซต์ทำได้สูงกว่าชาวบ้าน และปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไปอีกขั้นมีบิทออร์เลนจ์ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถแชร์ไฟล์ระหว่างกันได้ ยูสเซอร์เข้าถึงยูสเซอร์ได้ โดยไม่ต้องผ่านเว็บไซต์ ดังนั้น หน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่กลั่นกรองเว็บไซต์ลามกจะไล่ตามปิดเว็บไซต์ลามกต่าง ๆ ถือว่าเปล่าประโยชน์ไปแล้ว
“ดังนั้น เมื่อโลกออนไลน์กันได้ก็ยากที่จะบล็อก และยิ่งรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ แต่ละบ้านมีคอมพิวเตอร์ แต่มาตรการปกป้องเยาวชนจากเว็บไซต์ลามกยังไม่มี นอกจากนี้ สื่อลามกจะแอบแฝงมาในรูปแบบสื่อหนังสือพิมพ์ที่มีภาพดารา แต่งตัวโป๊ขึ้นหน้าปกทุกวันอาทิตย์ และข่าวการข่มขืนที่บรรยายเหตุการณ์เหมือนจริงอย่างละเอียดเป็น sex story และผู้หญิงที่นุ่งน้อยห่มน้อยที่เต้นอะโกโก้ตามงานมอเตอร์โชว์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า การเดินแบบแฟชั่นโชว์ที่ใส่กางเกงในจีสตริง หรือการ แต่งตัวของเชียร์ลีดเดอร์ตามสถาบันการศึกษาที่หาโหลดได้ตามอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ” นายสมา กล่าว
นายสมา กล่าวต่อว่า นอกจากอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะราคาถูกลง กล้องวิดีโอก็ราคาถูกลงด้วย เวลานี้ กล้องที่ถ่ายตัวเองผ่านอินเทอร์เน็ต หรือเล่นเว็บแคมนิยมกันมาก โดยเฉพาะผู้หญิงจะถ่ายให้แฟนดูสรีระของตัวเอง หรือสำเร็จความใคร่กัน แต่ปรากฏว่าผู้หญิงไม่รู้ว่ามีการบักทึก แล้วดาวน์โหลดให้คนอื่นดูด้วย ต่อมาภาพนั้นรวมเป็นวีซีดี ถูกวางขายแถวพันธุ์ทิพย์ จึงถือเป็นข้อเตือนใจผู้หญิงไว้เลย และขณะนี้ มีเว็บไซต์ที่ขายชุดชั้นในผู้หญิงเก่า ๆ เพื่อให้คนที่เป็นโรคจิตซื้อไปสูดดม ซึ่งเคยพูดเตือนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ที่พบในญี่ปุ่น เวลานี้ ในประเทศไทยก็มีแล้ว และมีคนบ้าพอที่จะซื้อด้วย
จากนั้นเปิดเวทีเสวนา “ทางออกของปัญหาสื่อลามกในมุมมองของเยาวชน” โดยเปิดให้เยาวชนที่เข้าร่วมสัมมนาแสดงความคิดเห็น ซึ่งนายวัลลภ จิตตรง นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า หนังสือพิมพ์เป็นสื่อประเภทหนึ่งที่โฆษณาประชาสัมพันธ์สื่อลามกได้ โดยอัตโนมัติ อย่างกรณีของวีซีดีนางเอกชื่อ น. ที่ได้นำเสนอข่าวนี้ อย่างครึกโครม และให้ความสำคัญมากกว่าข่าวอื่น ๆ ส่งผลให้เยาวชนที่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ต้องการที่จะหาวีซีดีดังกล่าวมาดู ซึ่งหาได้ไม่ยาก เพียงแค่ไปที่ห้างดังกลางเมืองที่เป็นศูนย์ไอทีก็ได้วีซีดีดังกล่าวมาแล้วในราคาที่ไม่แพง
ตะลึงสื่อลามกรุกหนักเริ่มดูตั้งแต่เด็กอนุบาล 26 มีนาคม 2547 + http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=11/Oct/2548&news_id=85824&cat_id=200100
เปิดโผสำรวจสื่อลามกกับเยาวชนไทย พบเด็กเคยดูตั้งแต่ชั้นอนุบาล เพื่อนเป็นตัวการสำคัญ แต่วีซีดีจัดเป็นสื่อยอดนิยมของวัยรุ่นชาย ที่แสดงให้เห็นทั้งภาพและเสียง ส่วนโทรศัพท์มือถือเทคโนโลยีใหม่กลายเป็นดาบสองคม
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดเสวนาเรื่อง "สื่อลามกกับอนาคตเด็กไทย" พร้อมเผยถึงงานวิจัยเกี่ยวกับสื่อลามก โดยมีเครือข่ายการวิจัยระดับปริญญาตรี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดำเนินการวิจัย พร้อมกับมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาสภาพจริงของการเสพสื่อลามกของเยาวชน ศึกษาผลกระทบที่มีต่อเยาวชนและเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จากกลุ่มตัวอย่างในระดับประถมศึกษาตอนปลาย จนถึงระดับอุดมศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 834 คน พบว่า ครั้งแรกที่เยาวชนรู้จักและสัมผัสกับสื่อลามกเป็นครั้งแรกอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คิดเป็น 18.30% เฉพาะเพศชาย นอกจากนั้นยังพบว่ามีเยาวชนที่เจอกับสื่อลามกเป็นครั้งแรก ตั้งแต่อยู่ในชั้นอนุบาล 0.32%
ทั้งนี้ การสำรวจยังทำให้ทราบว่า เยาวชนเริ่มต้นดูและรับสื่อลามกเพราะใคร อันดับ 1 คือ เพื่อน มีเปอร์เซ็นต์สูงถึง 62.46% ของเยาวชนชาย และ 68.37% สำหรับเยาวชนหญิง ซึ่งจากการสำรวจเยาวชนบางรายบอกว่า ถ้าเพื่อนมีดูก็จะมีการเวียนดูกันทั้งห้อง หรือไปดูกับเพื่อนที่บ้าน รองลงมาคือการเรียนรู้และสนใจด้วยตัวเอง พี่น้อง ญาติ และแฟน ตามลำดับ สำหรับคำถามต่อไปในการสำรวจ คือ สื่อลามกประเภทแรกที่ดูเป็นสื่อประเภทใด พบว่าเยาวชนชายรับสื่อเหล่านี้มาจากการดูวีซีดี คิดเป็น 36.28% ส่วนเยาวชนหญิง 30.61% รับมาจากการอ่านหนังสือการ์ตูน และ 35.96% สำหรับเยาวชนชาย ที่บอกว่าสื่อลามกประเภทวีซีดีนั้นหาง่ายมากที่สุด ส่วนเยาวชนหญิง 29.08% คิดว่าสื่อลามกหาดูง่ายจากทางอินเทอร์เน็ต นอกจากนั้น ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเปอร์เซ็นต์สูงสุด ในการดูสื่อลามกเหล่านี้พบว่าอยู่ภายในห้องส่วนตัว รองลงมาคือบ้านเพื่อน และที่โรงเรียน
นอกจากนั้น โทรศัพท์มือถือยังเป็นดาบสองคมที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่กลายเป็นสื่อลามกที่กำลังเป็นที่นิยมมากอีกประเภทหนึ่ง เพราะมีการดาวน์โหลดภาพลามก รวมทั้งมีการสอดใส่กล้องดิจิตอลที่ติดอยู่กับตัวโทรศัพท์ เพื่อแอบถ่ายอวัยวะต่างๆ จากนั้นเอาลงไปในอินเทอร์เน็ต หรืออี-เมล์ เพื่อให้คนอื่นได้ดู พร้อมทั้งยังมีบรรดาเกมต่างๆ จากอินเทอร์เน็ตที่ให้ดาวน์โหลดลงในโทรศัพท์มือถือที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร อาทิ เกมเอ็กซ์โอ หากใครชนะก็มีการถอดผ้าทีละชิ้น เกมเล้าโลมผู้หญิง เป็นต้น
ด้าน นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่เข้าร่วมในการเสวนาและรับฟังผลสำรวจครั้งนี้ ได้กล่าวว่า สื่อลามกประเภทต่างๆ นั้น ทางรัฐบาลได้มีการปราบปรามมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ถ้าให้รัฐดำเนินการอยู่ฝ่ายเดียวก็เป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง หากไม่มีการร่วมมือกันอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อสื่อลามกมีการพัฒนาขึ้นไปในรูปแบบต่างๆ ซึ่งถือว่ามีการพัฒนาและขยายตัวได้เร็วมาก ซึ่งกฎหมายก็ต้องดำเนินการในเรื่องนี้ให้เร็วด้วยเช่นกัน อีกทั้งสถาบันครอบครัวยังเป็นสถาบันขั้นพื้นฐานในการอบรมเลี้ยงดู และสอนในวิชาเพศศึกษาอย่างถูกต้อง ไม่ควรปกปิด หรือสร้างความกดดัน จนบุตรไปเรียนรู้ด้วยตัวเองในทางที่ผิด.
ภัยคุกคามของสื่อลามก 22 พฤษภาคม 2548 + http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=11/Oct/2548&news_id=107385&cat_id=220400
สื่อเรื่องเพศมีปรากฏในสังคมมาเนิ่นนาน แต่เดิมมักถูกจำกัดให้เผยแพร่ในหมู่ผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ มีความคิดกลั่นกรองในการบริโภคสื่อเหล่านั้นอย่างมีวิจารณญาณ แต่ในปัจจุบัน
กลับกลายเป็นว่าสื่อลามกแพร่กระจายไปทั่วทุกหัวระแหง เด็กๆ สามารถเข้าถึงสื่อลามกได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเทอร์เน็ต ขณะที่การควบคุมเป็นไปอย่างเชื่องช้า ไม่ทันกับการเติบโตของธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายสื่อลามก ซ้ำร้ายธุรกิจเหล่านี้ยังตักตวงผลประโยชน์จากเด็กๆ เห็นเด็กเป็นลูกค้ารายใหญ่ จนมีเด็กถูกล่อลวงให้ปรากฏอยู่ในสื่อลามก รวมไปถึงการชักชวนให้เข้าสู่การค้าประเวณี
ทั้งนี้ กฎหมายที่มีบทลงโทษผู้ประกอบการสื่อลามกที่มีอยู่ เช่น ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287 โทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 พันบาท ก็ดูเหมือนไม่สามารถจัดการกับธุรกิจสื่อลามกซึ่งมีเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล ปัญหาทางเพศของเด็กยิ่งทวีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เช่น เพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ตั้งครรภ์ในวัยเรียน ค่านิยมของเด็กวัยรุ่นเรื่องกิ๊ก หรือแข่งขันสะสมคู่นอน ตามด้วยปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และสถิติผู้ป่วยโรคเอดส์ในกลุ่มเด็กวัยรุ่นเพิ่มมากขึ้นทุกปี
สำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อสื่อลามกในสังคมไทย จำนวน 1,044 คนของสวนดุสิตโพลล์ พบว่า สื่อลามกที่ประชาชนคิดว่ามีเนื้อหาร้ายแรงที่สุดคือ นำเสนอเรื่องเซ็กส์ของคนในครอบครัวเดียวกัน ร้อยละ 23 ภาพการข่มขืนรุมโทรม ร้อยละ 22 หนังลามกที่แอบถ่าย ร้อยละ 20 หนังลามกเกี่ยวกับเด็ก ร้อยละ 19 และการเสนอขายสินค้าทางเพศ ร้อยละ 16 ทั้งนี้ เมื่อถามถึงการกำจัดสื่อลามกในสังคมไทย ร้อยละ 65 คิดว่ากำจัดไม่ได้ เพราะไม่มีบทลงโทษที่จริงจัง อีกทั้งสื่อลามกมีปริมาณมากแพร่หลายได้หลายทาง และเห็นว่าเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมชาติ มีเพียงร้อยละ 13 เท่านั้นที่เห็นว่ากำจัดได้
นอกจากนี้จากการศึกษาเรื่อง "สื่อมวลชนที่มีอิทธิพลต่อเด็กวัย 7-12 ปี กรณีศึกษาวิดีโอโป๊ และหนังสือโป๊" ของ น.ส.บัณฑิกา จารุมา จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเด็กอายุ 7-12 ปี จำนวน 16 คนในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ประสบการณ์เดิมของเด็กกลุ่มนี้พบว่า เคยดูหนังวิดีโอโป๊มาก่อน ทั้งจากในบ้าน (เป็นห้องห้องเดียว พ่อแม่เปิดดู ลูกก็ดูไปด้วย) ร้านค้าในชุมชน หรือเคยแอบดูจากกลุ่มเด็กที่โตกว่า อีกทั้งพบว่า เด็กสามารถบอกชื่อหนัง อาทิ อีโล้นซ่าส์ พระอภัยมณี แม่เบี้ย ฯลฯ
ร่วมมือปกป้องเด็กจาก "สื่อลามก"
• พ่อแม่ ผู้ปกครอง สร้างความไว้วางใจและกล้าพูดคุยกับลูกเรื่องเพศ หากพบว่าลูกดูสื่อลามกอย่าตกใจ ต้องตระหนักว่าถึงเวลาที่ต้องพูดคุยเรื่องเพศแล้ว นอกจากนี้ ยังจัดหากิจกรรมยามว่างให้ลูก ไม่ควรปล่อยให้เด็กใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตตามลำพัง โดยจัดวางคอมพิวเตอร์ไว้ในบริเวณพื้นที่ส่วนรวมของบ้าน
• ครู/สถาบันการศึกษา จัดการเรียนการสอนที่สอดแทรกเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศที่เหมาะสมและจำเป็นกับวัยของเด็กในทุกระดับชั้น ดูแลสอดส่องสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน สื่อลามกมักถูกพบใกล้บริเวณโรงเรียน เพราะมีเด็กเป็นกลุ่มลูกค้า
• สังคม อย่ามองว่าสื่อลามกเป็นเครื่องมือใช้เรียนรู้เรื่องเพศของเด็ก รณรงค์ให้มีการเผยแพร่สื่อทางเพศที่สร้างสรรค์ให้กับเด็ก ควบคุมและกำจัดสื่อที่ยั่วยุกระตุ้นและล่อลวงออกจากเด็ก และร่วมกันแจ้งข่าวเมื่อพบเห็นสื่อลามกไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ
• เด็ก เมื่อพบเห็นสื่อลามกควรบอกพ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ที่เราไว้วางใจ เรียนรู้ที่จะเลือกบริโภคเฉพาะสื่อที่สร้างสรรค์และให้ประโยชน์.
นร. - นศ. 4 แสนคน มีเซ็กซ์ในวัยเรียน 20 ตุลาคม 2544 + http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=11/Oct/2548&news_id=41842&cat_id=501
นักเรียนนักศึกษาเกือบ 4 แสนคนทั่วประเทศยอมรับมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน ส่วนใหญ่อ้างความใกล้ชิด อยากลอง และถูกปลุกด้วยสื่อลามก เผยเด็กหอเสี่ยงสูงที่จะเสียอนาคต ทั้งจากปัญหาเซ็กซ์ ยาเสพติด
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แถลงเมื่อวัน ที่ 19 ตุลาคมนี้ว่า นักเรียนนักศึกษาจำนวน 382,348 คน หรือร้อยละ 6.3 จากจำนวนนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศ 6,092,472 คน ออกมายอมรับว่ามี เพศสัมพันธ์ในวัยเรียน ทั้งนี้นักเรียนชั้นต่ำสุดที่อยู่ในขอบข่ายการสำรวจคือ ระดับชั้น ป.6
ในจำนวน 382,348 คนที่ยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน ร้อยละ 67.3 ระบุว่ามีเพศสัมพันธ์กับคนรัก ร้อยละ 11.3 มีกับเพื่อนร่วม โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ร้อยละ 10.6 มีกับเพื่อนต่างโรงเรียนหรือต่าง มหาวิทยาลัย ร้อยละ 4.0 มีกับเพื่อนใหม่ที่พบตามสถานบันเทิง และร้อย ละ 5.7 มีกับหญิงบริการ นักร้อง
เมื่อถามถึงสถานการณ์หรือแรงผลักดันให้มีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 67.5 ตอบว่าเพราะความใกล้ชิด ร้อยละ 51.0 อยากลอง ร้อยละ 14.3 บอกว่าถูกกระตุ้นจากการดื่มเหล้า และร้อยละ 27.1 อ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์หรือวิดีโอโป๊
ผลสำรวจยังพบความแตกต่างชัดเจนในพฤติกรรมการเข้าไป เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่อยู่หอพัก มีสัดส่วนเกี่ยว ข้องกับยาเสพติดถึงร้อยละ 13.2 ขณะที่นักเรียนนักศึกษาที่อยู่กับบิดามารดา หรือญาติพี่น้อง มีเพียงร้อยละ 5.4 นอกจากนี้นักเรียนนักศึกษาที่มีเพศ สัมพันธ์ในวัยเรียน ร้อยละ 35.4 เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดด้วย
ประเด็นที่น่าสนใจคือ นักเรียนนักศึกษาที่มีเพศสัมพันธ์ในวัย เรียน เกือบร้อยละ 80 หรือประมาณ 300,000 คน เสี่ยงต่อการติดโรคทาง เพศสัมพันธ์ เช่น โรคเอดส์ เนื่องจากมีถึงร้อยละ 32.4 บอกว่าไม่เคยใช้ถุง ยางอนามัย
เอแบคโพลล์ได้ออกสำรวจพฤติกรรมในวัยเรียนของกลุ่มนัก เรียนนักศึกษา ระหว่างวันที่ 1 ก.ค.-18 ต.ค.ศกนี้ กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียน ตั้งแต่ ป.6 ไปจนถึงปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาทุกสังกัดทั่วประเทศ จำนวน 46,936 คน
โทรมเด็ก 2 กันยายน 2544 + http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=11/Oct/2548&news_id=38890&cat_id=220400
ปัจจุบันนี้สื่อลามก นั้นมีแพร่หลาย หาซื้อได้ทั่วไปในท้องตลาด ทั้งวิดีโอ วิดีโอซีดี และหนังสือรวม ตลอดถึงอินเทอร์เน็ต ทำให้เด็กรู้เห็นเข้า
เกิดความอยากตามธรรมชาติ และเอาแบบอย่างตามหนัง ที่ได้เห็น จึงเกิดมีคดีรุมข่มขืน เพื่อนนักเรียนด้วยกัน เสียอนาคตทั้งเด็กหญิง ที่ถูกข่มขืน และเด็กผู้ชายที่ข่มขืน สร้างความเสียใจ แก่พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งสองฝ่าย
การที่ชายหลายคนรุมกันกระทำชำเราหญิง ซึ่งมิใช่ภรรยา ของตน เรียกว่า การโทรมหญิง ซึ่งผู้ที่ร่วมกระทำผิดนั้นต้องมีจำนวนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ต้องช่วยกันข่มขืนอาจทำโดยผลัดกันข่มขืน มึงมั่งกูมั่ง จุดเทียน เวียนวนรอบแล้วรอบเล่า หรือคนหนึ่งหรือหลายคนช่วยกันจับแขนจับขาหญิง มิให้ดิ้น เพื่อให้อีกคนหนึ่งปฏิบัติการอันไม่สุนทร
ผู้ที่ช่วยเหลือเหล่านี้อาจไม่ต้องเป็นชายก็ได้ เช่น หญิงที่เจ็บ แค้นหญิงด้วยกัน จึงพาชายมารุมสกรัม โดยตนเองช่วยจับด้วยดูด้วยความ สะใจมันส์ในอารมณ์ หญิงคนนั้นก็มีความผิดฐานร่วมกันโทรมหญิงด้วย แต่ผู้ที่ปฏิบัติการนั้นต้องเป็นชาย หากหญิงสองพวก พวกนึงรุมสกรัมอีกพวก นึงด้วยสิ่งอื่นที่มิใช่มังกรยักษ์ ถือเป็นการร่วมกันอนาจารผู้อื่นเท่านั้น ไม่มีความผิดฐานร่วมกันโทรมหญิง
ผู้ที่ถูกโทรมนั้นต้องเป็นหญิงเท่านั้น หากเป็นหญิงเทียม ประเภทชายไทยร่างใหญ่ แต่หั่นมังกรยักษ์ทิ้ง ผ่าตัดแปลงเพศเหมือนหญิง รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นสวยกว่าหญิงจริงเสียอีก ถ้าชายใดหน้ามืดไปปฏิบัติการ อันไม่สุนทรกับคุณเธอผู้ที่ทำการเช่นนั้น แม้จะเสร็จกิจเหมือนกัน แต่ไม่มีความผิดฐานข่มขืน คงมีความผิดฐานอนาจารเท่านั้น
ส่วนชายหนุ่มรูปหล่อถูกสาวแก่ยัดเยียดความเป็นภรรยาให้ หรือสาวห้าวโกรธแค้นชายหนุ่มที่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้แก่ตน จึงรุมกัน จับชายหนุ่มนั้นเอาใบข่อยรูดมังกรยักษ์จนบาดเจ็บแทบพิการใช้การไม่ได้ เป็นการทำโดยเจตนาจะทำร้ายร่างกาย มิใช่ทำด้วยความใคร่ จึงเป็นความ ผิดฐานทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ หากทำให้มังกรยักษ์พิการใช้การไม่ ได้ มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส
หากสาวห้าวหลายคนรุมกันชำเราชายหนุ่มรูปหล่อจนบักโกรก สาวห้าวเหล่านั้นไม่มีความผิดฐานโทรมชายคงมีความผิดฐานอนาจารเท่านั้น
โทษของการโทรมหญิงนั้นมีหลายระดับ แตกต่างกันตามอายุ ของหญิง ผลการโทรมทำให้หญิงบาดเจ็บมากน้อย หากทำหนักมือจนหญิง ตายโทษหนักถึงประหารชีวิต ถ้าโทรมหญิงผู้ใหญ่อายุกว่า 15 ปี โทษจำคุก ตั้งแต่ 15-20 ปี และปรับตั้งแต่ 30,000-40,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต หากโทรมเด็กหรือเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปีลงมา โทษจำคุกตลอดชีวิต
ถ้าโทรมหญิงหรือเด็กหญิงจนตายโทษประหารชีวิต หรือจำคุก ตลอดชีวิต
ผู้กระทำผิดหากเป็นเด็กอายุไม่เกิน 14 ปี ศาลอาจให้มอบเด็ก แก่บิดามารดา หรือผู้ปกครองดูแล หรือส่งตัวไปยังโรงเรียนหรือสถานฝึกและ อบรม ถ้าผู้กระทำผิดอายุกว่า 14 ปี แต่ไม่เกิน 17 ปี ศาลอาจลดมาตรา ส่วนโทษลงกึ่งหนึ่ง ถ้าผู้กระทำผิดอายุกว่า 17 ปีขึ้นไป แต่ยังไม่เกิน 20 ปี ศาลอาจลดมาตราส่วนโทษลงหนึ่งในสามหรือกึ่งหนึ่งก็ได้
กรณีเด็กชายข่มขืนเด็กหญิงไม่ถึงบาดเจ็บ ฝ่ายชายตกลงสมรส กับหญิงโดยหญิงนั้นยังยินยอม ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับผิดโทษ เปลี่ยนฐานะ จากนักโทษออกจากกรงขังเหล็กมาอยู่กรงขังใจแทน
วางกฎเหล็กปิดกั้นสื่อลามกเข้าร.ร. 8 กันยายน 2547 + http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=11/Oct/2548&news_id=94512&cat_id=200600
นายสุริยา นุตทะบัติ ผอ.โรงเรียนเพชรพิทยาคม อ.เมืองเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากสื่อลามกหลายรูปแบบ รวมทั้งหนังแผ่นของ "น้องแนท" ระบาดลงสู่รากหญ้า
ทางโรงเรียนได้มีการกำชับครูผู้สอน และอาจารย์ประจำแต่ละชั้นให้ตรวจสอบและเฝ้าระวัง พร้อมให้ความรู้กับนักเรียน เพราะหวั่นเกรงว่าสื่อลามกดังกล่าวจะเข้ามามีบทบาทกับนักเรียนชายหญิง ทำให้มอมเมาและเด็กอาจเสียอนาคต ยากต่อการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเพศที่สูงขึ้นตามไปด้วย
นายสุริยากล่าวว่า การป้องกันสื่อลามกที่จะเข้ามาในโรงเรียนนั้น ได้วางมาตรการไว้ คือเวลาที่นักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติ จะมีอาจารย์อบรมและให้ความรู้ด้านผิดศีลธรรมประเพณีอันดีงามของไทย และเน้นย้ำว่าหากมีการรับรู้และนำมาศึกษาเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดี หากนักเรียนรายใดนำพาสื่อลามกเข้ามาในโรงเรียนแล้วครูจับได้จะมีโทษ และจะแจ้งให้ผู้ปกครองทราบถึงพฤติกรรมด้วย
ส่วนการปราบปรามและห้ามสื่อลามกนั้น นายสุริยากล่าวว่า ผู้ปกครองต้องร่วมมือคอยสอดส่องด้วย เพราะหลังจากเลิกเรียนแล้วจะต้องเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่จะต้องคอยดูแล ซึ่งการอบรมหน้าเสาธงนอกจากจะเน้นเรื่องสื่อลามกแล้ว ยังได้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับโรคเอดส์ควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากในโรงเรียนมีเด็กเป็นจำนวนมาก โดยเป็นชั้นตั้งแต่ ม.1-6 ถึง 2,746 คน เป็นนักเรียนหญิง 640 คน นอกนั้นเป็นนักเรียนชายหมด.
ไอซีทีบล็อกเว็บโป๊ หวั่นทำลายเยาวชน 30 มีนาคม 2547 + http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=11/Oct/2548&news_id=86012&cat_id=200100
ตัวแทนเยาวชนร่วมถกปัญหาสื่อลามก ชี้ให้รับผิดชอบร่วมกัน พร้อมเสนอเปิดร้านขายสินค้าประเภทนี้โดยเฉพาะ ด้านกระทรวงไอซีทีร่วมมือกับอาสาสมัครเร่งบล็อกเว็บโป๊ บ่อนทำลายเยาวชน
จากปัญหาสื่อลามกที่กำลังแพร่ขยายวงกว้างออกไปสู่เยาวชนในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น และมีวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ จากหนังสือเติบโตจนกลายมาเป็นวีซีดีที่หาซื้อได้ง่าย จนทำให้เกิดงานวิจัยในระดับอุดมศึกษาของนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้น พบว่าเด็กไทยบางคนได้เจอและสัมผัสกับสื่อลามกตั้งแต่อนุบาล ส่วนวีซีดีโป๊นั้นเป็นสื่อลามกที่หาได้ง่ายที่สุดในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา คือ โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตที่เข้ามาสร้างแหล่งสื่อลามกเพิ่มให้กับเยาวชนมากขึ้น จากงานวิจัยชิ้นดังกล่าว ทำให้บรรดาหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนออกมาแสดงความวิตกกังวลและเป็นห่วงเยาวชน ทั้งนี้ กลุ่มเยาวชนก็ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวเช่นกัน
น.ต.ดร.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า "เทคโนโลยีนั้นมีประโยชน์ถ้าใช้ให้ถูกทาง จากปัญหาดังกล่าวทางกระทรวงฯ ได้หาทางป้องกัน โดยวิธีการบล็อกเว็บโป๊ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเว็บฟรีที่เป็นที่นิยมมาก เหล่านี้จะมีโฆษณาแฝงที่สามารถลิงค์ไปยังเว็บโป๊ได้ ซึ่งถือว่ามันเป็นเรื่องที่รุนแรง และถือว่าเป็นภัยกับเยาวชนเป็นอย่างมาก"
ทั้งนี้ได้จัดให้มีอาสาสมัคร ซึ่งเป็นนักเรียน นักศึกษา กว่า 60 คน ได้ให้ความร่วมมือเพื่อพิจารณาดูเว็บไซต์ และคอยบล็อกเว็บไซต์ที่ลามกอนาจาร แต่ปัญหาก็คือ ในโรงเรียนและตามสถาบันการศึกษายังมีนักเรียนสามารถเปิดเว็บโป๊ได้โดยไม่มีการบล็อก เมื่อสอบถามไปกลับบอกว่าไม่มีงบประมาณตรงนี้ ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสื่อสารตรงนี้นั้นยังไม่ออก ขณะนี้อยู่ในกฤษฎีกาที่ทำงานค่อนข้างช้า ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีไปเร็ว กฎหมายก็ควรจะเร็วด้วยเหมือนกัน
ตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กล่าวว่า การใช้นักเรียนเป็นผู้สอดส่องดูแล และป้องกันเว็บไซต์ลามกเป็นเรื่องที่ดี เพราะทุกคนมีความกระตือรือร้นที่จะช่วยกำจัดสิ่งไม่ดีเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตาม ควรจะเป็นการประสานความร่วมมือ ซึ่งไม่ใช่ความรับผิดชอบของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อีกทั้งน่าจะมีการอบรมและพัฒนาควบคู่ไปกับเทคโนโลยี อาทิ สร้างห้องที่เป็นแหล่งความรู้ โดยให้อาจารย์เป็นผู้เสนอแนะ ไม่ควรให้เยาวชนศึกษาเอง แล้วนำไปเสพในทางที่ผิดๆ
ด้านนักศึกษาชายจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ยอมรับว่าเป็นผู้หนึ่งที่เสพสื่อลามก บอกว่า "กว่าครึ่งหนึ่งของซีดีโป๊เป็นเรื่องกามวิตถารเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ตัวเองดูอย่างมีวิจารณญาณ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันน่าตกใจ กลัวเด็กที่ดูแล้วจะนำไปเลียนแบบผิดๆ เพราะห้ามดูทั้งหมดคงไม่ได้ ยิ่งห้ามยิ่งซุก ยิ่งซ่อน แต่ผู้ใหญ่ควรจะเปิดเผยเมื่อถึงเวลาอันสมควร และเป็นที่น่าสังเกตว่าของเหล่านี้หาซื้อง่ายมาก แล้วเด็กๆ นั้นหาซื้อมาจากไหน ควรจะมีการควบคุมร้านขายของเหล่านี้ หรือไม่ก็เปิดร้านขายของประเภทนี้โดยเฉพาะ"
ส่วนดาราหนุ่ม อี้-แทนคุณ บูรณผานิต เสนอเอาการศึกษาไปรวมกับศาสนา เพราะโรงเรียนมีโอกาสสอนวิชาที่จะเสริมสร้างปัญญา แต่ไม่ได้สอนชีวิต ปัญหาของการมีสื่อลามกออกมามอมเมาเยาวชน ปัญหาเกิดที่คน ฉะนั้น ต้นเหตุจึงอยู่ที่คน จึงอยากให้นำศาสนามารวมกับการศึกษา เพราะอย่างน้อยจิตใจคนเราจะได้บริสุทธิ์ขึ้น.
ร่วมกำจัด..สื่อลามก 25/12/2547 + http://www.chiangmainews.co.th/site/news/column1/showdetail.asp?id=130
สื่อลามกนับว่าเป็นปัญหาพอกพูนมากขึ้นทุกวัน เด็กวัยรุ่นก่อคดีข่มขืนขืนใจโดยมีสื่อที่ยั่วยุมากมายเกลื่อน กลาดหาซื้อได้ง่าย ถูกนำไปเผยแพร่ทำให้เด็กชายเกิดพฤติกรรมทาง เพศขึ้นมาทั้งที่วัยยังไม่ควร ในแต่ละวันเราจะพบข่าวการฆ่าข่มขืน ฉุดไปข่มขืนเรียงคิวเกิดขึ้นแทบทุกวัน และส่วนหนึ่งก็คือการที่ได้เห็นสิ่งยั่วยุมาจากสื่อลามกทั้งหลายที่มีการเผยแพร่อย่างโจ๋งครึ่มหาซื้อง่าย สิ่งเหล่านี้หากสังคมไม่ร่วมกันแก้ไขแล้วนับว่าคดีเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ยากที่จะแก้ไข
จากที่ผ่านมาในเรื่องของสื่อลามกนั้น ทางกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งมีหน้าที่ในเรื่องนี้โดยตรงได้ใช้ความพยายามในการที่จะไม่ฝืนกระแสโลกาภิวัตน์ เพียงแต่ต้องการที่จะทำให้ทุกคนอยู่ได้อย่าง มีจุดยืนและมีสติท่ามกลางความเคลื่อนไหวของข้อมูลข่าวสาร ซึ่งการ ดำเนินการนั้นทางกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดแบ่งออกเป็นเรื่องของการกำจัดและจำกัดเอาไว้เพื่อดำเนินการในเรื่องสื่อลามกเหล่านี้
การจำกัดและกำจัดกับสื่อลามกของกระทรวงวัฒนธรรมได้วางเอาไว้ก็คือ หนังเอ็กซ์ที่มีฉากข่มขืน หนังเอ็กซ์ที่นำเอาเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปีไปแสดง หนังเอ็กซ์ที่มีเซ็กส์กันในครอบครัว ยาปลุกเซ็กส์และการ์ตูนลามก พร้อมกันนี้ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้กำหนดเป้าหมายเอาไว้อย่างชัดเจนว่าจะมุ่งกำจัดในกลุ่ม นายทุนที่อยู่เบื้องหลังหรือผู้ว่าจ้างนักแสดง แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นจะไม่ได้เน้นไปถึงนักแสดงในส่วนของเรื่องการจำกัดก็คือ การจัดระดับของภาพยนตร์ตามความเหมาะสม ซึ่งหากทำได้แล้วในอนาคตอันใกล้นี้ก็จะนำไปสู่การจัดระดับเกม การจัดระดับของโฆษณาหรือแม้แต่สื่อทางวิทยุกระจายเสียงจนกระทั่งเรื่องของโทรศัพท์หรือ เซ็กส์โฟน 1900 ด้วย เพราะสื่อเหล่านี้ก็ต้องถูกควบคุมให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมเช่นกัน
นอกจากการกำจัดและจำกัดกับสื่อลามกทั้งหลายที่แพร่หลายอยู่ในขณะนี้แล้ว ทางกระทรวงวัฒนธรรมยังได้เตรียมการในการที่จะยกร่างกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติ ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 เพื่อส่งเสริมให้บรรดาร้านอินเทอร์เน็ตเข้าไปมีบทบาทในการเป็นศูนย์เยาวชนของชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นพลังอย่างหนึ่งไม่ใช่เป็นภาระของสังคม รวมทั้งยังจะมีการเชิญบรรดาอาสาสมัครโดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญในด้านคอมพิวเตอร์เข้าไปช่วยในการพัฒนาโปรแกรมเพื่อสกัดเว็บไซต์ลามกที่เผยแพร่มาจากต่างประเทศ โดยโปรแกรมดังกล่าวจะเข้าไปทำลายข้อมูลในเว็บไซต์เพื่อทำลายไม่ให้สามารถใช้การได้ ซึ่งในขณะนี้ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้ลงมือดำเนินการเพื่อกำจัดสื่อลามกเหล่านี้ให้หมดไป พร้อมกันนี้ยังได้หาทางสกัดกั้นอีกหลายวิธีเพื่อไม่ให้สังคมเมืองไทยโดยเฉพาะวัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่กำลังอยากรู้อยากเห็นต้องเสียผู้เสียคน เสียอนาคตกับสื่อลามกที่กำลังแพร่หลายระบาดอยู่ในขณะนี้และจากการที่สื่อลามกเข้ามาเผยแพร่นั้นทางกระทรวงวัฒนธรรมน่าที่จะดำเนินการแต่เนิ่นๆ
การแก้ไขในเรื่องของสื่อลามกที่ผ่านมาของกระทรวงวัฒนธรรมนั้น ยังไม่พอใจนักกับผลงาน เพียงแค่สามารถทำให้ประชาชนมีความรื้อฟื้นและปลุกกระแสขึ้นมาว่า คนไทยคือเจ้าของวัฒนธรรมและมีหนทางในการที่จะร่วมกันต่อสู้เพื่อป้องกันตนเองและเกิดการรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างกำลังใจที่จะเดินหน้ารักษาสิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรมที่ดีให้คงอยู่ต่อไป
สื่อลามก โลกในหลุมดำของวัยโจ๋ ผู้จัดการออนไลน์ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2548 + http://www.thaihealth.or.th/content.php?SystemModuleKey=a6&id=3985
http://www.plawan.com/content_plawan.php?id=235
วีซีดีโป๊ หนังสือการ์ตูน เกมลามก เซ็กซ์ทอย เซ็กซ์หวิวโชว์หวิวฯลฯ สื่อลามกมากมายเกลื่อนเมือง หยิบจับหาง่าย ราคาถูก เรียกว่า ซื้อหาได้ง่ายยิ่งกว่าเดินซื้อขนมหวานในตลาดเสียอีก เครื่องกระตุ้นอารมณ์ทางเพศในรูปแบบต่างๆ เหล่านี้กำลังมีชีวิตอยู่อย่างมีชัย กลมกลืนไปกับชีวิตวัยรุ่นหนุ่มสาวในปัจจุบัน
วัยรุ่น เป็นวัยที่อยากรู้ อยากลอง อยากเห็น จึงพยายามสรรหา “สื่อลามก” มาเสพและทดลอง บางรายตกอยู่ในหลุมพรางหมกมุ่น ลุ่มหลง บางรายถือโอกาสทำกำไร แอบถ่าย แอบโชว์ ทั้งขายทั้งซื้อและนับวันจะขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ดี การแก้ปัญหาโดยการสร้างจิตสำนึกที่ดี คงต้องค่อยเป็นค่อยไป ครอบครัว สถาบันการศึกษา สังคมจะต้องร่วมกันแก้ไข มิใช่ภาระของผู้ใดผู้หนึ่ง เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) กระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมกันจัดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “วัยใสสานสายใย นำวัฒนธรรมไทยต้านภัยสื่อลามก” ขึ้นเพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายเพื่อนช่วยเพื่อน โดยชักชวนหนุ่มสาวแกนนำมหาวิทยาลัยต่างๆ ในทุกภาคของประเทศ ร่วมไม้ร่วมมือช่วยกันอีกทางหนึ่ง
โครงการนี้..สามารถสะท้อนภาพความเป็นจริงของสังคมได้อย่างไรบ้าง ต้องติดตาม เมื่อถามว่า “คุณเคยดูหนังโป๊ หรือไม่?” นิสิตนักศึกษาทั้งห้องนิ่งเงียบ นั่นเพราะทุกคนผ่านประสบการณ์ดูหนังโป๊เรตเอ็กซ์-เรตอาร์กันมาแล้วทั้งนั้น
อย่าง นายณัฐพล หิรัญวงษ์ หรือ ตั้ม นักศึกษาชั้น ปีที่ 2 เอกการท่องเที่ยว คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศ รองประธานสภานิสิต ม.นเรศวร กับท่าทางเรียบร้อยๆ นั้น บอกว่า เราคงไปห้ามไม่ให้ทุกคนเสพสื่อลามกได้ โดยเฉพาะนักศึกษา เพราะแต่ละคนต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเอง บางคนถือว่าโตเป็นผู้ใหญ่มีวุฒิภาวะ สามารถตัดสินใจได้ อีกทั้งวัยรุ่นชายบางส่วนก็ผ่านประสบการณ์ทางเพศมาบ้างแล้ว จึงเห็นเซ็กซ์เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นชีวิตประจำวันซึ่งใกล้ตัวมาก ยิ่งในกลุ่มผู้ชายยิ่งคุยกันเป็นเรื่องปกติ
“เคยดูหนังโป๊กันเป็นกลุ่มๆ เลยนะ มีทั้งผู้หญิงผู้ชาย แต่แบบดูเป็นเรื่องตลก มีการพากย์เสียงให้ขำขำ วิจารณ์นู้นนี่ ก็ไม่มีอะไร ไม่ได้มีอารมณ์อะไรแบบนั้นเลย คือ หัดดูให้รู้ไว้ไม่ใช่ไปทำจริง หรือ ดูแล้วเลียนแบบมันก็ไม่ดี เราคอยสอนบอกเพื่อนผู้หญิงให้ระวังตัวด้วย ป้องกันผู้ชายมาหลอก ชวนไปห้องก็ไม่ต้องไป จริงๆ จะมีหรือไม่มีสื่อลามกก็พลั้งเผลอกันได้เพราะ 90% อารมณ์พาไปสู่การมีเพศสัมพันธ์”
ตั้ม เล่าว่า เมื่อปีที่แล้วก็มีการจัดอบรมแบบนี้ แต่ก็หยุดไปไม่ได้ดำเนินการต่อ เพราะนักศึกษาไม่ค่อยสนใจเห็นว่าการเสพสื่อลามกเป็นเรื่องปกติ จริงๆ โครงการนี้น่าสนใจ แต่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ควรจะมีไกด์ไลน์มาให้บ้าง เพราะบางครั้งเรารู้สึกว่า เราไม่รู้จะทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการต่อต้านสื่อลามกรูปแบบไหน เพราะอย่างกีฬา ศิลปะเราก็ทำเป็นปกติอยู่แล้ว
ดังนั้น ปีนี้จึงต้องช่วยกันคิดโครงการ สร้างกระแสหารูปแบบ เน้นการรณรงค์ เพราะเราห้ามเขาไม่ได้แต่ให้เขามีลิมิต ขอบเขตที่จำกัด ที่สำคัญจะต้องหาแนวร่วมที่เขาสมัครใจไม่ใช่บังคับ ส่วนเพื่อนๆ คงจะเตือนกันยาก คงทำได้กับรุ่นน้องจูงใจให้เขาเข้าร่วมกิจกรรม เอานักร้อง ดารามาดึงดูด ฟังเรื่องสื่อ หากหลายๆ คนช่วยกันคิดน่าจะมีอะไรดีๆออกมา
ขณะที่โอปอ หรือ ชงฆฎิษด์ ชินชัย นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะการจัดการทรัพยากรมนุษย์ หลักสูตรนานาชาติ ม.นเรศวร เห็นว่า คงจะเสนอโครงการนี้ให้กับชมรมโครงการทู บี นับเบอร์วัน สานต่อเพราะสามารถทำงานได้ง่ายกว่า การเปิดตัวชมรมใหม่ๆ ส่วนมุมมองต่อสื่อลามก โอปอมองว่า วัยรุ่นจะเสพสื่อลามกใน 2 แง่ คือ ดูเพื่อศึกษาและเพื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ จริงๆ แล้วเรื่องลามกเป็นเรื่องของจิตใต้สำนึกแต่พวกโชว์หวิวนี่เป็นพวกโรคจิตมากกว่า
“ผมเคยเดินไปแถวสีลมนะ แบบมีดึงข้อมือถามโป๊มั้ยๆ พี่ มีทุกแอบ แอบนักศึกษาม.ชื่อดัง แอบใต้กระโปรง แอบในห้องน้ำ...ฯลฯ สารพัดจะแอบที่ให้เลือกซื้อหามาดู บางทีซื้อมาแผ่นเดียวไรท์แจกกันทั่ว ส่วนที่ซื้อ-ขายก็สั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต ง่ายสะดวก แล้วจัดส่งทางไปรษณีย์ แค่ 50 บาท 3 วันได้ ถ้าอีเอ็มเอสจะยิ่งเร็ว บางเจ้าก็สั่งผ่านเอ็มเอสเอ็นได้เลย แล้วพวกนี้ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซึ่งก็ไม่เสียลูกค้าแต่อย่างใด เพราะเป็นระบบบอกผ่านสมาชิก วัยรุ่นชอบนะ รู้สึกตื่นเต้นดี โดยเฉพาะกับสิ่งใหม่ๆ”
โอปอ บอกอีกว่า แล้วส่วนมากเด็กจะไม่ได้ดูเว็บโป๊กันที่มหาวิทยาลัยเพราะเขาบล็อกเว็บลามก ไว้ แต่จะกลับไปดูที่หอเพราะเดี๋ยวนี้มีคอมฯ กันหมดแล้ว
“พวกผมเป็นเด็กต่างจังหวัดไม่เท่าไหร่หรอก กรุงเทพฯที่ความเจริญเข้าถึงตัวดี ยิ่งใช้ชีวิตคนเดียวในหอพักยิ่งแล้วใหญ่ บางครั้งเหงา กับการใช้ชีวิตคนเดียวแล้วมีปัญหาได้ แล้วเด็กมัธยมฯนี่ยิ่งน่าเป็นห่วงเพราะเป็นวัยอยากรู้ อยากเห็นมากๆ” เด็กๆ ที่เข้าร่วมกับสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
ในมุมมองของผู้หญิง อนงนาฎ อุ่นเรือน หรือ น้องอุ๊ อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ บอกว่า ส่วนตัวอุ๊เองไม่เคยเข้าไปดูภาพลามกพวกนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ชอบ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งช่วงที่มีข่าวเป็นกระแสอย่างช่วงน้องแนทดังก็ฮือฮาพยายามหามาดูกัน บางครั้งก็เข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจ บางครั้ง search เจอโดยที่ไม่ได้ใช่คำลามกๆ แต่ถูกแอบซ่อนอยู่ บางครั้งก็เป็นเว็บป๊อบอัพขึ้นมากะพริบๆ ชักชวน บางรายก็ตกเป็นเหยื่อคลิกเข้าไปดู มันเข้าถึงง่ายมากเลย แต่ในมหาวิทยาลัยไม่มีปัญหาเพราะจะมีการบล็อกเว็บพวกนี้ และจัดให้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลา มีอาจารย์ประจำห้องคอมพิวเตอร์คุมตลอด
“ที่คิดไว้อาจทำกิจกรรมรวมกับชมรมเพื่อเด็กอาสา เอาความรู้เรื่องนี้ไปสอดแทรกเป็นส่วนหนึ่งในการทำกิจกรรมต่างๆ เกมออนไลน์ที่เด็กติดกันงอมแงม โดยเฉพาะเกมลามกที่ตกเป็นข่าว เข้าไปให้ความรู้ ว่ามีกิจกรรมทางอื่นอีกมากมาย ที่สำคัญควรใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ปลูกฝังให้กับรุ่นน้อง ต้องเข้มแข็ง ไม่ให้น้องๆ หลงเข้ามาในหลุมพรางนี้ วัยรุ่นหากไม่รู้จักเลือกเสพ ขาดความยับยั้งชั่งใจ ก็กลายเป็นเหยื่อที่ตกหลุมพราง บางคนมัวเมาฝักใฝ่ ลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว”
ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าเรื่อง “เซ็กซ์” เปิดกว้างขึ้นและกลายเป็นเรื่องธรรมดาในหมู่วัยรุ่นไปแล้ว ผู้ใหญ่ควรจะเข้ามาดูแลและจัดการอย่างไรนั้น ปริศนา พงศ์ทัดสิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) บอกว่า ไม่ได้ห้ามแต่ขอให้มีขอบเขต รู้จักยับยั้งชั่งใจ ส่วนตัวแล้วไม่เคยเข้าไปเปิดดูเว็บลามกมาก่อน ซึ่งบางครั้งทำให้ตามเด็กๆ ไม่ทัน
อย่างไรก็ดีในโลกวัฒนธรรมไร้พรมแดน ซึ่งไม่มีขอบรั้วปิดกั้น สิ่งที่จำเป็นคือ เด็กจะต้องรู้เท่าทันเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง 3 ด้าน คือ ภาษา สื่อ และวัฒนธรรม เข้าใจวิธีคิด และรู้ให้จริง จึงจะไม่ถูกหลอกลวงให้ตกอยู่ในหลุมดำของสื่อลามก
"บางครั้งผู้ใหญ่ก็แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ดังนั้น เราจึงต้องดึงเด็กเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของเขาเอง ครั้งนี้จึงเป็นการมากระตุ้นเพื่อให้เกิดเครือข่ายขึ้น ขณะที่ปัจจุบันปัญหาความรุนแรง และปัญหาเรื่องเพศน่าเป็นห่วงมาก ไม่อยากให้เด็กหมกมุ่นอยู่กับตัวเองมากเกินไป แต่ควรจัดกิจกรรม ออกกำลังกาย ดนตรี หรือสิ่งที่เขาชอบ "
เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ทิ้งท้ายว่า โดยส่วนตัวมั่นใจว่าวัยรุ่นด้วยกันน่าจะรู้ว่าปัญหามันคืออะไร จุดไหน และแก้ยังไง เพราะวัยใกล้เคียงกันมีประสบการณที่คล้ายคลึงกัน บางทีผู้ใหญ่ก็ต้องเป็นคนเข้าไปสนับสนุนมากกว่าไปยัดเยียดความคิดให้...
รู้ทัน สื่อลามก มติชน 14 ก.ย.2548 หน้า 27 + http://www.whitemedia.org/index.php?option=com_content&task=view&id=200&Itemid=38
"สังคมปัจจุบันเสื่อมโทรมถึงขั้นวิกฤต ดังจะเห็นจากเด็กอายุ 6- 13 ขวบถูกจับไปถ่ายภาพลามก มีการร่วมเพศระหว่างคนกับสัตว์ ชายกับชาย คนท้อง และการ์ตูนที่แสดงท่าร่วมเพศแบบพิสดาร อาชญากรรมทางเพศส่วนใหญ่เกิดจากสื่อลามก 70 เปอร์เซ็นต์ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ซีดี วีซีดี สื่อลามกที่แรงสุดคือวีดีและวีซีดี เพราะเป็นสื่อที่เคลื่อนไหวได้ "พลตำรวจเอก(พ.ต.อ.)วิสุทธิ์ วานิชบุตร รองผู้บัญชาการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชนและตรี (ปดส.) กล่าวแสดงความห่วงใยอนาคตของชาติระหว่างการประชุมเยาวชนเรื่อง "วัยใสสานสายใยนำวัฒนธรรมไทยต้านภัยสื่อลามก" จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ที่ศูนย์ส่งเสริมและฝึกอบรมการเกษตรแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพง จังหวัดนครปฐม โดยมีตัวแทนเยาวชนจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วภาคกลาง 40 สถาบันเข้าร่วมกว่า 80 คน
การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย หลังจากจัดการประชุมผ่านไปแล้ว 3 ภาค ที่เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและเฝ้าระวังมิให้นักศึกษาบริโภคสื่อโดยขาดวิจารณญาณ
นายสมศักดิ์ ทองงอก ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์อุดมศึกษาต่างประเทศ สกอ. เล่าว่า "จุดอ่อนของสื่อปัจจุบันเป็นการยัดเยียดเนื้อหาให้ผู้รับโดยไม่รู้ตัว เช่น หนังสือพิมพ์ที่ลงภาพยั่วยุ ยิ่งฉบับไหนมีภาพยั่วยุมากยิ่งขายดี ที่สำคัญไม่ว่าผู้รับระดับไหนก็สามารถเข้าถึงสื่อเหล่านั้นได้ ผู้ที่ไม่มีวุฒิภาวะทางความคิดมากพอไปรับสื่อ จึงเกิดปัญหาตามมา อย่างต่างประเทศสื่อมีความรับผิดชอบ สื่อลามกก็มีวางขาย แต่เขามีวิธีหลีกเลี่ยงให้ผู้เยาว์ไม่สามารถไปหยิบอ่านได้ โดยมีการจัดระดับว่าสื่อประเภทไหนเหมาะกับผู้รับกลุ่มไหน ฉะนั้นนักศึกษา ซึ่งเป็นความหวังของประเทศชาติต้องพัฒนาตนให้เท่าทันสื่อโดยการรักษาตัวเองรู้จักคิด วิเคราะห์ก่อนเปิดรับสื่อ อย่าใจอ่อนเมื่อโดนเพื่อชักชวนไปในทางผิด อย่าขวัญอ่อนเมื่อโดนขู่ให้ทำความผิด"
ด้านสมชาย เสียงหลาย รองเลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ บอกว่า เมื่อก่อนเกิดสงครามลัทธิ ปัจจุบันกลายเป็นสงครามสื่อ พัฒนาการเรื่องการบริโภครุ่นแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไร้ขีดจำกัดผ่านระบบสื่อ ดังจะเห็นจากค่าลิขสิทธิ์เพลง แผ่นเสียงปีที่แล้วมูลค่า 400,000 ล้านบาท มากกว่างบกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รับ ประมาณ 1 ใน 4 ของงบประงานประเทศ การประชุมครั้งนี้จะทำให้เด็ก โดยนิสิตเสียงต่อการประพฤติไม่เหมาะสมต่อคุณค่าความเป็นคนไทย มีวัคซีนป้องกันตัวเอง เมื่อไปเจอภาพลามกแล้วมีความกล้าปฏิเสธ มีทางเลือกที่จะทำอย่างอื่นมากกว่าอยู่ในห้องเรียน เพราะสื่อลามกที่ล้อมตัวเขาไม่เฉพาะเรื่อเพศ แต่ยังมีเรื่องยาเสพติด เรื่องการพนัน โดยเฉพาะการพนันฟุตบอล จะเห็นว่ามีนักศึกษาเล่นการพนัน 25 เปอน์เซ็นต์ ประมาณ 400,000 คนทั่วประเทศ จึงต้องร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก ให้รู้จักยั้งคิด รู้จักยับยั้งชั่งใจแล้วเขาจะเลือกรับรู้จักการปฏิเสธ ต้องลดความอยาก สร้างความเข้มแข็ง และต้องส่งเสริมต่อไป เช่น การยกย่องเชิดชูเกียรติ ให้ทุนการศึกษา ให้กำลังใจให้เขาเป็นตัวอย่างที่ดีต่อไป
ด้านวันวิสาข์ กำลังงาม หรือโบว์ คณะบริหารธุรกิจ สาขาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ปี 3 เล่าให้ฟังว่า สื่อลามกปัจจุบันสามารถเปิดรับได้ง่าย จนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว อย่างในกลุ่มเพื่อนๆ จะพุดคุยกันเรื่องเพศบ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงกระแสที่สื่อนำเสนอ เช่น ซีดีน้องแนท หรือเณรแอ ก็ยืมเพื่อนที่ดูแล้วมาดูด้วย มิเช่นนั้นจะคุยกับเพื่อนไม่ได้ จากนั้นก็ยืมกันไปดูเรื่อยๆ โดยส่วนตัวจะใหญ่รับสื่อประเภทนี้จากอินเตอร์เน็ต เพราะที่บ้านและมหาวิทยาลัยเชื่อมระบบอินเตอร์เน็ต
"ดิฉันเห็นว่าพ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ดีในการปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องสื่อลามก หากพ่อดูซีดีโป๊ เที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้าแล้วบอกลูกไม่ให้ทำตาม น้อยนักที่ลูกจะเชื่อแล้วปฏิบัติ มาวันนี้ได้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วรู้สึกเป็นห่วงรุ่นน้องที่ต้องเผชิญกับสื่อประเภทนี้มากขึ้นตราบใดที่ยังไม่กวาดล้างสื่อลามกอย่างจริงจัง และดิฉันจะกลับไปบอกเล่าให้เพื่อนเปิดรับสื่อลามกน้อยลง"
ส่วนนายจตุรงค์ แซ่ลิ้ม หรือนิค นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระนคร วิทยาเขตโชติเวช ปี 2 บอกว่า ดูสื่อลามกครั้งแรกตอนไปเที่ยวบ้านเพื่อน เพื่อนชวนดู เห็นว่าสื่อเหล่านี้มีทั้งประโยชน์และโทษ หากใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ก็เหมือนการศึกษาชีวิตเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ แต่ถ้าหมกมุ่นมากไปอาจก่อให้เกิดปัญหาสังคม โดยส่วนตัวจะรับสื่อลามกเพื่อคลายเครียดทางอินเตอร์เน็ตมากกว่าสื่ออื่น เพราะไม่ต้องเสียเงิน และยังมีภาพแปลกๆ ให้ดูด้วย ยิ่งดูกับเพื่อนๆ แล้ววิพากษ์วิจารณ์จะสนุกสนาน เฮฮามาก ผมมองว่าแม้ไม่มีสื่อลามกมากระตุ้นอารมณ์ทางเพศก็เกิดได้ เพราะทุกคนย่อมมีความต้องการ การแก้ปัญหาต้องเริ่มปลูกฝังภูมิคุ้มกันตั้งแต่เด็ก เชื่อว่าถ้าพ่อแม่สอนดีแล้วไม่ว่าลูกจะเผชิญกับสื่อลามก ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วเขาจะสามารถตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องได้"
แม้การประชุมสิ้นสุดลง แต่ผู้แทนเยาวชนเหล่านี้ยังต้องทำหน้าที่เป็นแนวร่วมในการแก้ไขปัญหาสื่อลามกอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการนำองค์ความรู้ไปสร้างภูมิคุ้มกันภัยจากสื่อลามกในท้องถิ่นของตนเองต่อไป
สื่อลามก การล่อลวง และค้าประเวณีเด็ก พฤศจิกายน ๒๕๔๔ + http://thaiparents.net/articles/title.php?t=44
แปล และเรียบเรียงจาก Protecting Children Online: An ECPAT Guide
... อินเทอร์เน็ตถูกใช้เป็นเครื่องมือในการหาประโยชน์จากเด็ก โดยเฉพาะการเผยแพร่และค้าสื่อลามกเด็ก เราช่วยกันต่อต้านได้โดยการไม่ซื้อ ขาย จำหน่าย หรือส่งต่อ รวมถึงการแจ้งฮอตไลน์ ...
ด้วยลักษณะเด่นของอินเทอร์เน็ต คือ รวดเร็ว ค่าใช้จ่ายต่ำ คุณภาพดี และเข้าถึงทั่วโลก ทำให้อะไรก็ตามที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต แพร่กระจายอย่างกว้างขวาง และรวดเร็วจนหยุดยั้งแทบไม่ทัน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยี เพื่อหาประโยชน์จากเด็ก อันได้แก่ การค้าสื่อลามกเด็ก การล่อลวงเด็ก โดยอาศัยห้องสนทนา การค้าประเวณีเด็ก รวมถึงการจัดเซ็กซ์ทัวร์เด็ก
ด้วยลักษณะเด่นดังกล่าวของอินเทอร์เน็ต ความร่วมมือระหว่างทุกคน และทุกหน่วยงานทั่วโลกเท่านั้น จึงสามารถหยุดยั้งอันตรายที่จะเกิดกับเด็ก และเยาวชนได้ หลายๆ องค์กรในหลายประเทศ ที่มีความห่วงใยในเรื่องนี้ ได้มีการดำเนินการไปบ้าง แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งสายด่วนแจ้งเหตุ (hotlines) การรวมกลุ่มของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เพื่อกำหนดแนวทางการคุ้มครองเยาวชนที่ออนไลน์ การออกกฎหมายคุ้มครองผู้เยาว์ ฯลฯ
สายด่วนแจ้งเหตุ หรือ ฮอตไลน์ มีไว้ เพื่อรับแจ้งเว็บไซต์ กลุ่มข่าว หรือบุคคลใดก็ตามที่ต้องการหาประโยชน์จากเด็ก ไม่ว่าจะเป็นทางอีเมล์ โทรศัพท์ แฟกซ์ ฯลฯ เท่าที่ผ่านมาฮอตไลน์ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในการต่อต้านการหาประโยชน์จากเด็ก ตัวอย่างเช่น ฮอตไลน์ของ Internet Watch Foundation ที่ดำเนินงานระหว่างปลายปี 1996 ถึงปลายปี 1999 มีการแจ้งเบาะแสมากกว่า 20,000 รายการ ที่ควรถอดถอนออกจากไอเอสพีในประเทศอังกฤษ
ฮอตไลน์ นอกจากมีไว้แจ้งเหตุ ยังมีไว้ให้คำแนะนำแก่สาธารณชน ในการต่อต้านการหาประโยชน์จากเด็ก เช่น วิธีการติดตามจับตาดูเว็บไซต์หรือบุคคลต้องสงสัย วิธีการแจ้งไอเอสพีให้เอาเว็บไซต์ลามกเด็กออก การปิดบัญชีอินเทอร์เน็ตของผู้ต้องสงสัย บางครั้งฮอตไลน์อาจแนะนำองค์กรทางกฎหมายที่จำเป็น อาจชี้ไปยังฮอตไลน์หรือองค์กรเกี่ยวข้องในประเทศอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานงาน และดำเนินการต่ออย่างเหมาะสม ฮอตไลน์ยังส่งเสริม และประชาสัมพันธ์ให้มีการพัฒนาระบบจัดอันดับเว็บไซต์ (rating system) เผยแพร่บริการฮอตไลน์อื่นให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรับทราบ โดยทั่วกัน
The Internet Hotline Providers Europe (INHOPE Association) ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดตั้งฮอตไลน์ใหม่ๆ โดยมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดการทำงานประสานกันอย่างมีคุณภาพระหว่างฮอตไลน์ด้วยกัน อย่างน้อยก็เครือข่ายฮอตไลน์ในยุโรป
สำหรับเครือข่ายฮอตไลน์นานาชาติ เพื่อให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นจะต้องมีข้อตกลงการทำงาน เพื่อเป็นมาตรฐานในการจัดการกับกรณีต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เป็นต้น ว่า ฮอตไลน์ในประเทศที่ผลิต และตั้งเครื่องเผยแพร่ภาพลามกเด็ก ต้องเป็นผู้ตรวจสอบ และดำเนินการ กลไกนี้ ก็ เพื่อให้แน่ใจว่ามีการสืบสวนเอาผิดกับผู้ดำเนินกิจการในพื้นที่ๆ สื่อลามกเด็กผิดกฎหมายจริงๆ
สำหรับในประเทศไทย ยังไม่มีหน่วยงานดูแลเอาผิด การหาประโยชน์จากเด็กบนอินเทอร์เน็ต ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานเฉพาะด้านอย่างชัดเจน แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ และมีบริการรับแจ้งเหตุอาชญากรรมบนอินเทอร์เน็ตด้วยที่ http://www.police.go.th
ในด้านของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ไอเอสพี สามารถหยุดยั้งการหาประโยชน์จากเด็ก โดยอาศัยอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือได้เช่นกัน โดยร่างแนวทางการบริการ กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของตนเอง และลูกค้าอย่างชัดเจน ที่เรียกว่า ISP Codes of Conduct ซึ่งจะนำเสนอในโอกาสต่อไป
สื่อลามก อัตราเติบโตที่สวนทางศีลธรรม 1 กุมภาพันธ์ 2548 + http://www.bangkokbiznews.com/2005/02/01/jud/index.php?news=column_16242278.html
โดย อ.นุชฤดี รุ่ยใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมไทยปัจจุบัน 'สื่อลามก' เต็มเมือง เป็นสินค้าที่หาได้ซื้อง่าย แม้กระทั่งตามสะพานลอยคนข้ามถนน ตลาดสื่อลามกหรือสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศ เป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงขึ้นทุกวัน นักการตลาดประมาณการว่า ในแต่ละปี สินค้าประเภทนี้มีมูลค่าทางการตลาดไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท
ประเภทของสินค้า มีทั้งที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น หนังสือนู้ด หนัง วิดีโอ วีซีดีเรทอาร์ที่ผ่านการเซนเซอร์ สินค้าประเภทสีเทาหรือหมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมาย เช่น สถานอาบอบนวด โรงหนังชั้นสองที่ฉายหนังเรทอาร์ หนังโป๊ และสินค้าประเภทผิดกฎหมาย ซึ่งต้องซื้อขายแบบหลบๆ ซ่อนๆ เช่น วิดีโอเรทเอ็กซ์ หนังสือเรทเอ็กซ์ อุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยบำบัดทางเพศ เป็นต้น
ที่ผ่านมา ตลาดสื่อลามกให้ผลกำไรดี ทำให้มีการแข่งขันดุเดือด เจ้าของสินค้าต่างต้องงัดกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า โดยเฉพาะการใช้ตลาดทางตรง ส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคโดยตรง และหลบเลี่ยงการถูกจับกุม เช่น การโฆษณาทางสื่อสิ่งพิมพ์เฉพาะกลุ่ม การส่งสินค้าทางไปรษณีย์ และสื่อที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ก็คือสื่ออินเทอร์เน็ตนั่นเอง
หนังเรทเอ็กซ์ตลาดใหญ่อีกตลาด คือตลาดนัด ตลาดกลางคืน หรือห้างสรรพสินค้าที่ขายสินค้าประเภทอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ วีซีดีที่ขายดีเป็นพิเศษก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่โด่งดัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของ "น้องแน็ท" ที่เป็นประเด็นหลักของทุกสื่ออยู่ช่วงหนึ่ง กรณีไฮโซตกเป็นข่าว การแอบถ่ายนักเรียน ภาพลับใต้ชายกระโปรงจากการแอบถ่ายด้วยกล้องมือถือ ปาร์ตี้ฉาวนักร้องดัง หรือกรณีหลอกลวงเด็กผู้หญิงไปถ่าย และแม่มาพบ ฯลฯ
การตกเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการของตลาดสนองความอยากรู้อยากเห็นของคนมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่ ทั้งมืออาชีพและมือเฉพาะกิจ ต่างเร่งผลิต เร่งปั๊ม วีซีดีชุดที่โด่งดัง หรือเป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มาขายในราคาสูงลิ่ว ทำกำไรให้ผู้ประกอบการจนกลายเป็นเศรษฐีกันไปหลายราย
สำหรับหนังสือประเภทปลุกใจเสือป่า ถ้าเป็นเรทอาร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถวางแผงได้อย่างเต็มภาคภูมิ ผู้นำในตลาดนี้ก็คงจะเป็นเพนท์เฮ้าส์ ที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน รองลงมา คือฟอร์เมน และอีกหลายเล่ม จุดขายของหนังสือเรทอาร์ชั้นนำเหล่านี้ คือความใหม่ของนางแบบ รวมทั้งการโพสท่า การจัดแสง ฉากที่ลงตัวของตากล้องมืออาชีพ
แต่สำหรับหนังสือเรทเอ็กซ์ที่ไม่เน้นความสวยงามของการโพสท่า แต่เน้นภาพการแสดงออกทางเพศอย่างโจ่งแจ้งนั้น จำเป็นต้องขายแบบใต้ดิน ตามแหล่งที่เป็นศูนย์รวมของสินค้าประเภทนี้โดยเฉพาะ หรืออาจมีตามแผงหนังสือ หรือร้านทั่วไป แต่ผู้ขายจะขายให้ลูกค้าประจำเท่านั้น และบางเล่มก็ขายรวมกับสินค้าทางเพศอื่นๆ บนอินเทอร์เน็ตด้วยเช่นกัน
ถึงแม้จะมีการใช้กฎหมายบังคับ การจับกุมและลงโทษ แต่ก็ยังมีผู้ละเมิดกฎหมาย และสินค้าก็ราคาแพงขึ้นมูลค่าทางตลาดของสินค้าประเภทนี้ ยิ่งสูงขึ้นสวนทางกับสภาพของสังคม วัฒนธรรมและศีลธรรมของคนในสังคมที่เลวลง สภาพครอบครัวเปลี่ยนไป พ่อแม่ไม่มีเวลาดูแลลูก วัยรุ่นรับสื่อและวัฒนธรรมต่างชาติ โดยขาดการยั้งคิดและไตร่ตรอง ศีลธรรมของคนในสังคมเสื่อมลงทุกวัน การฆ่า ข่มขืน รุมโทรมผู้หญิง เด็กชายเลียนแบบหนังโป๊ จึงเป็นข่าวถี่ขึ้น
ฉะนั้นน่าจะถึงเวลาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ต้องมีการจัดระเบียบธุรกิจในตลาด 'สื่อลามก' นี้ ในสังคมไทยอย่างจริงจังเสียที
กิ๊กเหมาจ่าย จ๊อบใหม่นศ. ขอเดือนละ3พัน บริการไม่จำกัด คมชัดลึก + http://talk.sanook.com/hot/hot_03059.php
+ http://www.komchadluek.net/news/2005/09-16/p1-18618594.html
แฉ นศ.สาวหาเงินเรียน-เที่ยว ลงประกาศทางอินเทอร์เน็ต หาเสี่ยรับเลี้ยงรายเดือนถูกแค่ 3 พันบาท เรียกใช้บริการได้ไม่จำกัด โจ๋วัย 20 มีกิ๊กทีเดียวพร้อมกันสี่คน สร้างรายได้ตกเดือนละ 1.7 หมื่น ชี้ นศ.ยุคใหม่หลายคนหันหาเงินแนวนี้เพียบ
เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในสังคมมากขึ้น สังคมนิยมวัตถุจึงเข้ามาแทนที่วัฒนธรรมดีงาม ล่าสุดมีนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่งที่หารายได้พิเศษด้วยการโพสข้อความตามอินเทอร์เน็ต ประกาศหาเสี่ยรับเลี้ยงรายเดือน เดือนละ 3,000 บาท ซึ่งจากการตรวจสอบเวบไซต์ยอดนิยมของเมืองไทยเวบหนึ่งพบว่า ในแต่ละวันจะมีผู้หญิงเข้ามาโพสข้อความ พร้อมกับรูปภาพไม่ต่ำกว่า 300 ข้อความ ในจำนวนนี้มีมากกว่า 40 ข้อความ ที่มีเนื้อหาเสนอขายบริการทางเพศ ตลอดจนหาเสี่ยรับเลี้ยงรายเดือน โดยทิ้งอีเมลแอดเดรสไว้ให้ติดต่อ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกลับไปยังอีเมลแอดเดรสในจำนวน 40 ข้อความข้างต้น ส่วนใหญ่เป็นการกลั่นแกล้งกันเอง แต่ในจำนวนนี้มีถึง 12 ข้อความ ที่เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงและเป็นคนลงข้อความไว้ด้วยตัวเอง "น้องเหมียว" วัย 20 ปี นักศึกษาปีสาม คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านรังสิต หนึ่งในผู้โพสข้อความหาเสี่ยรับเลี้ยงติดต่อกลับมายังผู้สื่อข่าวผ่านทางช่องสนทนา "เอ็มเอสเอ็น" ว่า เดือดร้อนเรื่องเงินมาก จึงต้องหารายได้พิเศษลักษณะนี้ จากนั้นได้ส่งรูปถ่ายครึ่งตัวใส่เสื้อสายเดี่ยวสีเขียวรัดรูปมาให้พิจารณา โดยยืนยันว่าหากมาพบตัวจริงแล้วหน้าตาไม่ตรงกับรูปสามารถปฏิเสธได้
ผู้สื่อข่าวได้นัดเจอ "น้องเหมียว" ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งพบว่ารูปร่างหน้าตาเหมือนกับในรูปที่ส่งมาให้ โดยประโยคแรกที่พูดเกี่ยวกับรายละเอียดส่วนตัว สถานที่ทำงาน เพื่อพิจารณาว่าจะมีเงินจ่ายเป็นรายเดือนหรือไม่ ผู้สื่อข่าวจึงเปิดเผยความจริงและบอกให้รู้ถึงวัตถุประสงค์ของการนำเสนอความเปลี่ยนแปลงในสังคม โดยเฉพาะประเด็นพฤติกรรมวัยรุ่นที่เปลี่ยนไป ทำให้นักศึกษาสาววัย 20 ปี ถึงกับตกใจ แต่ไม่นานก็ยอมเปิดเผยเรื่องราวต่างๆ ของตัวเอง
"น้องเหมียว" เปิดเผยว่า เป็นเด็กต่างจังหวัดพ่อแม่ส่งมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่ โดยเช่าหออยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยจะได้ไปมาสะดวก ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นประสบการณ์ใหม่ เพื่อนใหม่ และการใช้ชีวิตแบบคนเมืองสมัยใหม่ ทั้งเรื่องเสื้อผ้าการแต่งตัว รองเท้า โทรศัพท์มือถือ ทำให้เงินที่พ่อแม่ส่งมาให้ไม่พอใช้จ่าย ประกอบกับช่วงนั้นมีคนเข้ามาจีบเยอะ และเริ่มมีแฟนจึงย้ายเข้ามาอยู่หอพักเดียวกันลดค่าใช้จ่ายลง แต่พออยู่ไปอยู่มาก็เกิดปัญหาขึ้น ต่างคนต่างเที่ยวสี่เดือนต่อมาจึงเลิกรากันไป
นักศึกษาสาวผู้นี้ กล่าวต่อว่า หลังจากเลิกกับแฟนทำให้มีอิสระมากขึ้น เที่ยวเตร่มากกว่าเดิม เมื่อเงินที่พ่อแม่ส่งมาให้หมดก็หยิบยืมจากเพื่อนรอบข้าง หมุนเงินลงทะเบียนเรียนเทอมสองมาใช้จ่ายก่อน พอถึงเวลาลงเรียนก็ต้องวิ่งหาเงินมาใช้ ทั้งเงินกู้นอกระบบและเงินกู้ยืมเรียนของภาครัฐ แต่ชีวิตก็ยังเหมือนเดิม จึงปรึกษาเพื่อนคนหนึ่งซึ่งแนะนำวิธีหาเงินด้วยการลงประกาศข้อความหาผู้ส่งเสียเลี้ยงดูทางอินเทอร์เน็ต
"เพื่อนคนที่ให้คำปรึกษาก็ทำอยู่บอกว่ารายได้ดี แรกๆ ก็กล้าๆ กลัวๆ ขอเงินไปเดือนละ 15,000 บาท แต่พอเจอกันจริงๆ เขาไม่มีเงินให้มากขนาดนั้น เลยพาไปเที่ยวสุดท้ายก็ขอมีเพศสัมพันธ์ครั้งเดียว โดยจ่ายค่าตัวให้ 5,000 บาท ตอนนั้นเมามากเลยรับงานนั้นมา" น้องเหมียว กล่าว
ปัจจุบัน "น้องเหมียว" ปรับเปลี่ยนวิธีด้วยการขอเงินเดือนละ 3,000-5,000 บาท แทนเดือนละหมื่นกว่า เนื่องจากเข้าใจว่าในยุคที่เศรษฐกิจเป็นเช่นนี้คงมีผู้ชายน้อยคนที่จะยินดีจ่ายเงินมากมายขนาดนั้น จึงยอมมีอะไรกับผู้ชายหลายคน เพื่อให้ได้เงินตามจำนวนที่ต้องการ ดีกว่าไม่มีคนติดต่อเข้ามาเลย ทุกวันนี้มีรายได้ประจำตกเดือนละ 17,000 บาท จากผู้ชายสี่คน ไม่รวมค่าทิปที่บางคนให้ตอนนัดเจอเพื่อมีอะไรกัน ซึ่งไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อเดือน หากอยากเจอเมื่อไร หรือมีเวลาว่างตรงกันวันไหนก็มาพบกัน โดยมีข้อแม้ว่าห้ามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ และทุกครั้งก่อนจะรับค่าเลี้ยงดูจากคนใหม่ก็จะบอกกติกานี้ให้ทราบก่อนทุกครั้ง
"ฉันเลือกคนที่จะไปด้วยนะ ไม่ใช่ใครมีเงินเยอะก็พาไปได้ บางคนอ้วนก็ปฏิเสธไป หลังเรียนจบมีงานทำก็คงเลิกหากินด้วยวิธีนี้ เท่าที่รู้มาเพื่อนๆ ในกลุ่มทำกันเกือบทุกคน เรื่องแบบนี้เขาไม่เปิดเผยกันหรอกนะ แต่สังเกตไม่ยากดูที่การแต่งตัว ข้าวของเครื่องใช้มีราคา หากเป็นนักศึกษาทั่วไปที่ครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยคงหาซื้อไม่ได้" น้องเหมียว สรุปส่งท้าย
เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ "น้องเหมียว" ไม่ได้แตกต่างจาก "น้องแพรว" วัย 21 ปี นักศึกษาปีสี่ มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่งใน กทม. ซึ่งโพสข้อความเชิญชวนหาผู้เลี้ยงดูด้วย โดยให้เหตุผลความจำเป็นของครอบครัวที่มีภาระรับผิดชอบเยอะ จึงไม่มีเงินพอส่งเสียให้เล่าเรียน ต้องไปกู้ยืมเงินมาให้ แต่ก็ยังชักหน้าไม่ถึงหลังเลยตัดสินใจหาเงินด้วยวิธีดังกล่าว เป็นการลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวลง
"ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนๆ ในกลุ่มให้ทำแบบนี้ ที่ผ่านมาเปลี่ยนคนเลี้ยงดูมาแล้วสามคน แต่มีคนเลี้ยงดูครั้งละคนเท่านั้น ไม่ได้รับหลายทางเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ เรียกเงินค่าเลี้ยงดูรายเดือน เดือนละ 1 หมื่นบาท บางคนก็จ่ายครบบ้างขาดบ้าง พอมีคนใหม่เข้ามาก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตอนที่ทำก็มีแฟนอยู่แล้ว แต่ก็ต้องปกปิดไม่ให้เขารู้ เป็นใครก็คงทนไม่ได้หากรู้ว่าแฟนตัวเองมีพฤติกรรมอย่างนี้" น้องแพรว ระบุ
ด้าน พ.ต.อ.สุรัศมิ์ อุดมรัตน์ ผู้กำกับการศูนย์สวัสดิภาพเด็กและเยาวชน (ผกก.ศดส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาวัยรุ่นค้าประเวณีบนอินเทอร์เน็ตทวีความรุนแรงมาก ตรงกันข้ามกลับจับกุมได้ยากเพราะลงประกาศเป็นข้อความไว้แล้วไปติดต่อกันเองทีหลัง และเป็นความพึงพอใจกันทั้งสองฝ่าย ตำรวจเข้าไปตรวจสอบและดูแลได้ไม่ทั่วถึง เรื่องนี้เกิดขึ้นในสังคมไทยมานานแล้ว แต่ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง แต่ปัจจุบันมันรุนแรงขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีและการสื่อสารมันทันสมัย สามารถสื่อสารกันได้อย่างไม่มีขีดจำกัด การจะแก้ไขปัญหาจะต้องมุ่งเน้นไปที่จิตใต้สำนึกของวัยรุ่น ซึ่งเป็นเรื่องยากและทุกหน่วยงานต้องเข้ามาร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขอย่างจริงจัง
กิ๊ก พฤติกรรมสอนวัยวุ่นริมี ชู้ สู่ชีวิตครอบครัวล่ม คม ชัด ลึก + http://203.150.224.131/hilight/main/259.html
ช่วงเทศกาลความรักที่อบอวลไปด้วยสีชมพูเช่นนี้ แม้จะเพิ่งผ่านพ้นไปไม่กี่วันดี ก็ยังมีกลิ่นอายจางๆ ของความสุขเหลือไว้ให้ชื่นใจ บรรดาองค์กรเอกชนและภาครัฐบาล ต่างใช้โอกาสนี้ออกมารณรงค์พูดถึงเรื่องความรัก โดยเฉพาะรักในวัยเรียนที่อาจทำให้วัยวุ่นบางคนหน้ามืดตาบอดจนทำ อะไรเกินขอบเขตกว่าคำว่า "เหมาะสม"
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข จึงได้จับมือกับเหล่าดารา ดีเจ และอาจารย์ชื่อดัง จัดงานเสวนา "มหกรรมรักอย่างไรให้ถูกทาง" ภายใต้หัวข้อ "รักบริสุทธิ์หยุดเซ็กส์...รอไว้เมื่อถึงเวลาอันควร" มุ่งเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรให้กับนักเรียน นักศึกษาที่มีความสนใจเข้าร่วมเสวนา โดยมี สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สาธารณสุข มาเป็นประธานในพิธี ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์ พลาซา
น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน จิตแพทย์ นายแพทย์ใหญ่กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สิ่งที่น่ากลัวคือ ตัวเลขการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนเพิ่มสูงขึ้น แต่ทุกผลการสำรวจผู้หญิงยังคงรักนวลสงวนตัว แต่ผู้ชายกลับมองการมีเพศสัมพันธ์วัยเรียนเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้น ผู้ชายต้องแก้ไขปรับทัศนคติของตัวเอง เช่นเดียวกับผู้หญิงที่ต้องรู้จักปฏิเสธมากขึ้น
"เพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ทุกคน ไม่ต่างจากกินข้าว แต่ใช่ว่าเกิดมาแล้วก็จะเกิดข้าวได้เลย มันต้องผ่านการกินนมมาก่อน เรื่องเพศก็เช่นเดียวกัน ถ้าเพียงแต่มีความต้องการแต่เรารู้จักรอได้ อดเปรี้ยวไว้กินหวาน ปัญหาต่างๆ ก็ไม่เกิดขึ้น" จิตแพทย์หนุ่มกล่าว
นอกจากนี้จิตแพทย์ใหญ่ ให้ทัศนะถึงการมี "กิ๊ก" ในวัยเรียนที่กำลังนิยมในหมู่วัยรุ่นว่า ถ้าการมีกิ๊กในที่นี้ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ และหมายถึงการมีแฟนหลายคนพร้อมๆ กัน สามารถมองได้ 2 แง่ หากแง่ดีถือเป็นพฤติกรรมเรียนรู้พัฒนาความรักของวัยรุ่น เพราะบุคคลผู้เป็นที่รักของหลายๆ คน แสดงให้เห็นว่าบุคคลนั้นมีบางสิ่งบางอย่างดีๆ อยู่ในตัวที่สามารถทำให้เป็นที่รักได้ จะเป็นความภาคภูมิใจของคนๆ นั้น แต่ถ้านำเอาความพิเศษนั้นมาใช้ดึงให้ใครต่อใครรัก กลายเป็นว่าเป็นโรคไม่รู้จักพอ โรคหิวรัก และกลายปัญหาสุขภาพจิตตามมา
มองในทางกลับกัน ถ้าพฤติกรรมเช่นนี้ฝังรากเข้าไปในจิตใจ เมื่อเข้าสู่ชีวิตคู่การมีครอบครัว พฤติกรรมนี้จะติดไปใช้ จะนำพาไปสู่ปัญหาชีวิตครอบครัวได้
"การมีแฟนทีละคน ค่อยๆ ดูใจกันไปนี่ล่ะดีที่สุด ผมว่าเหนื่อยนะการมีแฟนหลายๆ คนพร้อมกัน ต้องปิดปังกัน โกหกกัน ซึ่งมันเป็นบ่อเกิดของสุขภาพจิตเสียด้วย เพราะไม่รู้ว่าเราโกหกอะไรไปบ้าง แต่ถ้ามีเพศสัมพันธ์กันในวัยเรียนเมื่อยังไม่พร้อม นั้นคือผิดทันที"
ด้าน "ครูลิลลี่" กิจมาโนชญ์ โรจนทรัพย์ อาจารย์ภาษาไทยชื่อดัง ให้มุมมองประเด็นเดียวกันนี้ว่า แม้ว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่จะเป็นบ่อเกิดนิสัยไม่ได้ให้กับเด็กเมื่อถึงวัยมีครอบครัว พฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นแฟชั่น สมัยนิยม ซึ่งวันหนึ่งเมื่อเด็กคิดได้จะรู้เองว่าพฤติกรรมนี้ไม่ใช่สิ่งดี ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าไทยเป็นสังคมเปิด เยาวชนอยู่ท่ามกลางกระแสสังคม การทำให้วัยรุ่นเปลี่ยนความคิดต้องมีเทคนิค
"การมีกิ๊ก ก็ไม่ต่างจากการมีชู้ เป็นธรรมดาที่เด็กๆ จะต้องกระชุ่มกระชวย แต่ถ้ามันมีมากเกินไป เกินขอบเขตมากไป มันก็จะกลายเป็นคิก (kick : เตะ) ถ้าจะให้เขาเปลี่ยนความคิด คือเราอย่าสอนเขาว่าต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ เพียงแต่แนะว่าถ้าทำอย่างนี้จะเป็นอย่างไร แล้วให้เขาเลือกเอง มันยากที่จะเปลี่ยนแต่ถ้าทำได้ ผลที่ตามมาก็จะดี" คุณครูอารมณ์ดีเล่า
ตามภาษาวัยรุ่นไม่ใช่สิ่งผิด "กิ๊ก" ถ้ารู้จักวางตัวให้สมกับคำว่า "สุภาพสตรี" และ "สุภาพบุรุษ" ตามที่เคยมีมา ปัญหาต่างๆ ย่อมไม่เกิด หากคำว่า "กิ๊ก" เป็นเพียงพฤติกรรมแฟชั่นที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่จะถูกพัฒนาเป็นอย่างไรต่อไป ผู้ใหญ่อย่างเราๆ คงต้องตามกันให้ทัน
ดาราคิดยังไง .. โชว์อึ๋ม..แจ้งเกิดได้จริงหรือ เดลินิวส์ + http://star.sanook.com/interview/interview_10491.php
โอ้พระเจ้าจอร์จ...มันยอดมาก...เด็กยุคนี้ สมัยนี้ทำไมถึงได้ใจกล้ากันขนาดนั้น เล่นแต่งตัวออกงานโชว์อึ๋มประชันโฉมกันเพื่อหวังแจ้งเกิด โชว์กันไปโชว์กันมาเลยกลายเป็นกระแสให้ดาราใหม่ ๆ แข่งกันเซ็กซี่มากยิ่งขึ้น เมื่อเห็นว่ากำลังกลายเป็นประเด็นฮอตสุดร้อนอยู่ในขณะนี้ บันเทิงเดลินิวส์จึงหยิบมาถามคนในวงการว่า คิดยังไง? เมื่อดารา ”โชว์อึ๋ม” หวังแจ้งเกิด
เมษ์-บัณฑิตา ฐานวิเศษ
เรื่องการแต่งตัวโชว์อึ๋มเมษ์มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทุกวันนี้ แต่เราต้องรู้ขอบเขตในการแต่งตัวของตัวเอง และต้องรู้ด้วยว่าเราไปงานไหน ทุกวันนี้มันเป็นเรื่องของกระแสมากกว่า ซึ่งถ้าถามเมษ์ว่าแต่งตัวโชว์อึ๋มเพื่อหวังแจ้งเกิดนั้น จริง ๆ ไม่ใช่หรอก แต่แน่นอนว่าทำให้หลายคนจับตามอง ส่วนตัวเมษ์เองก็ค่อนข้างที่จะแต่งตัวเซ็กซี่บ้าง แต่ก็ดูงานที่เราไป เรื่องการแจ้งเกิด มันต้องขึ้นอยู่กับการแสดงของเรา ถ้าเรามีฝีมือ เชื่อว่าเราจะต้องอยู่ในวงการได้อีกนาน ไม่จำเป็นต้องโชว์อึ๋ม
อาร์ต-สัจจากาจ จิตรพึงธรรม
อาร์ตว่าจริง ๆ แล้วน้อง ๆ บางคนอาจจะไม่ได้ตั้งใจที่จะแต่งโชว์เซ็กซี่ขนาดนั้นก็ได้ แต่ทางทีมงานเขาจัดมาให้ก็ต้องใส่ ในความรู้สึกผมมันเป็นเรื่องธรรมดา เพียงแต่ว่าเราต้องดูที่ความเหมาะสมด้วย อย่างบางงานเราจะแต่งเซ็กซี่มากก็ไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าแต่งเซ็กซี่แล้วจะเกิดทุกคน มันเพียงแต่สร้างความฮือฮา หวือหวา และกลายเป็นกระแสเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องของสังคมที่จะรับได้หรือไม่ได้นั้น ผมมองว่าสังคมไทยบ้านเราคงจะรับเรื่องนี้ไม่ค่อยได้ แต่โชคดีที่ว่าตอนนี้ไม่ได้แรงมากเท่านั้นเอง
ออม-นวดี โมกขะเวส
ออมว่าเรื่องการแต่งเซ็กซี่เป็นเรื่องของความพอใจส่วนตัวมากกว่า เขาคงดูแล้วว่าเหมาะกับตัวเองหรือเปล่า ส่วนเรื่องที่คนมองว่าแต่งโชว์ความเซ็กซี่เพื่อหวังจะแจ้งเกิดนั้น แล้วแต่คนจะคิดอีกเหมือนกัน บางคนก็ตั้งใจโชว์ แต่บางคนทีมงานเขาก็จัดชุดมาให้ไม่มีโอกาสได้เลือก ถ้าถามว่าสังคมบ้านเรารับเรื่องเหล่านี้ได้มั้ย ออมว่าคงจะต้องใช้เวลา แต่โดยส่วนตัวแล้วมองว่าไม่จำเป็นสำหรับการแต่งโชว์เซ็กซี่เพื่อแจ้งเกิด อยู่ที่ผลงานมากกว่า ถ้าเกิดคุณมีฝีมือในกาทำงาน อีกไม่นานก็คงจะเกิดได้
เขตต์ ฐานทัพ
ผมเฉย ๆ นะ กับเรื่องการที่ต้องแต่งตัวเซ็กซี่ อีกอย่างหนึ่งผมเองก็เป็นผู้ชายด้วย ไม่รู้ว่าผู้หญิงเขาคิดกันยังไง ส่วนเรื่องการแต่งเซ็กซี่เพื่อแจ้งเกิดนั้นมันอาจจะเป็นเรื่องของกระแสมากกว่า แต่ถ้ามาถามผมโดยส่วนตัว ผมมองว่ามันไม่จำเป็น แน่นอนว่าสังคมไทยยังรับเรื่องเหล่านี้ไม่ค่อยได้ แต่ที่ดาราหันมาแต่งตัวแนวนี้กันเยอะ เพื่อสร้างความน่าสนใจมากกว่า แต่เรื่องการที่จะเกิดหรือไม่เกิดนั้น มันต้องดูจากผลงานด้วย
เก๋-ชลลดา เมฆราตรี
จริง ๆ เก๋เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของกระแสมากกว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ดาราลุกขึ้นมาถ่ายชุดว่ายน้ำเยอะมาก การแต่งตัวแนวเซ็กซี่ก็เป็นอย่างนั้น เก๋ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยโดน อย่างวันที่เก๋แต่งตัวไปงานแต่งโบ-เล็กก็โดนเม้าท์ แต่เรื่องแบบนี้มันเป็นสิทธิส่วนบุคคล ช่วงนี้ก็สร้างความฮือฮาหวือหวาได้พอสมควร และแน่นอนว่ามันต้องขึ้นอยู่กับเสื้อผ้าที่ใส่ในวันนั้น ๆ ด้วย เก๋มองว่าไม่เกี่ยวหรอกว่าโชว์อึ๋มแล้วจะต้องแจ้งเกิด แต่ที่เป็นกระแสตอนนี้ เพราะว่าดาราบางคนเขาไม่เคยแต่งตัวแนวนี้ พอลุกขึ้นมาแต่งก็สร้างความสนใจเท่านั้นเอง อย่างปีนี้เท่าที่รู้ซัมเมอร์ที่จะมาถึงนี้มีดาราถ่ายชุดว่ายน้ำเยอะมาก ซึ่งมันก็เป็นเรื่องของกระแสเหมือนกัน
แฮ็คส์-รุ่งเรือง อนันตยะ
ส่วนตัวผมมองว่าเรื่องการแต่งตัวเซ็กซี่โชว์อึ๋มทุกวันนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่เราจะทำยังไงไม่ให้มันดูน่าเกลียด ตรงนี้ต่างหากที่น่าคิด แน่นอนว่าการแต่งตัวแนวเซ็กซี่ย่อมสร้างความฮือฮาและหวือหวา แต่นั่นไม่ใช่การแจ้งเกิด เพียงแต่ว่าคุณอาจจะได้ความรับสนใจมากขึ้นเท่านั้นเอง ส่วนการจะแจ้งเกิดหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับการแสดงและการวางตัวของคุณด้วย ผมเองไม่ได้รู้สึกอะไร เฉย ๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเราเป็นผู้ชายด้วย เรื่องนี้จึงมองเป็นเรื่องธรรมดาไม่พิเศษอะไร
เรื่องของเสื้อขาวบาง & กระโปรงสั้น ผู้จัดการ 17 สิงหาคม 2546 + http://203.150.224.131/hilight/main/2814.html
+ http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=8085394722818
เสื้อขาวบางเข้ารูปเน้นทรวดทรงของบรรดานักศึกษาสาว เผยช่องว่างระหว่างกระดุมยั่วยวนสายตาซุกซนของชายหนุ่ม ส่วนกระโปรงนั้นเล่าช่างสั้นเน้นเรียวขาขาว
ที่บรรยายมานี้ไม่ใช่แคทวอล์กโชว์ดีไซน์เสื้อผ้าแบบใหม่ๆ ของห้องเสื้อที่ไหน แล้วก็ไม่ใช่ในเธค ไม่ใช่ในผับ ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า แต่เป็นสิ่งที่เราสามารถพบเห็นได้ในรั้วมหาวิทยาลัย ที่บรรดานักศึกษาสาวมักจะใส่กันมาเพื่ออวดเรือนร่างให้เป็นอาหารตาต่อเพศตรงข้าม โดยที่ไม่แคร์ว่าเพศตรงข้ามจะคิดไปถึงไหน?
ดูเหมือนเสื้อกระโปรงลักษณะเน้นโชว์สัดส่วนจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว เพราะ ใครไม่สวมเสื้อกระโปรงสไตล์ดังกล่าวจะกลายเป็นคนตกรุ่นเชยไป
ไม่ชัดเจนว่าแฟชั่นเสื้อสีขาวบางเข้ารูปแบบนี้เริ่มได้รับความนิยมตั้งแต่เมื่อไหร่ รวมทั้งมาจากสาเหตุใด แต่เท่าที่ ลองเดินดูตามร้านที่ขายเสื้อกระโปรงสำหรับนักศึกษาไม่ว่าจะเป็นที่บางลำพู มาบุญครอง หรือสยามสแควร์ เราจะเห็นเสื้อผ้าลักษณะดังกล่าววางขาย แขวนโชว์
บางร้านถึงขนาดติดป้ายบอก “ร้านนี้มีเสื้อ 5 เอส” เสื้อไซร้ 5 เอสนี่มันเล็ก – รัดจนปริขนาดไหน? กันนะ เราได้พูดคุยกับน้องๆ นักศึกษาหลายคนปรากฎพวกเธอบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นเรื่องของ “แฟชั่น” เพราะ ยิ่งใส่เสื้อตัวเล็กยิ่งแสดงว่าเธอหุ่นดีรูปร่างดีไม่อ้วน!
นอกจากเสื้อต้องรัดโชว์เรือนร่างแล้วที่ดูจะเป็นแฟชั่นอีกอย่างหนึ่งก็คือชายเสื้อต้องสั้นและปล่อยชายเสื้อไว้นอกกระโปรง เราเจอ “เอ” นักศึกษาสาวจากมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งสวมเสื้อลักษณะดังกล่าวที่มาเดินช๊อปปิ้งที่สยามสแควร์ ที่เป็นแหล่งชุมนุมแฟชั่นของวัยรุ่นนักศึกษามาหลายยุค หลายสมัย
เราถามเอว่าจำเป็นด้วยหรือที่จะต้องใส่เสื้อที่มีลักษณะเน้นทรวดทรง เอตอบกลับมาด้วยความมั่นใจว่าถ้าไม่ใส่สิเชย “เอไม่ได้ใส่คนเดียวนี่คะ คนอื่นๆ ก็ใส่แล้วถ้าคนอื่นใส่เราไม่ใส่ก็เชยสิ เสื้อแบบนี้ยิ่งใส่ตัวเล็กๆ แสดงว่าเป็นคนรูปร่างดี”...
“เอแต่งตัวตามสมัยนะแต่ไม่หวือหวามากนัก อย่างเสื้อนศ.ก็ต้องพอดีตัวหน่อย เมื่อก่อนนี่เสื้อต้องไซร้แอลแต่เดี๋ยวนี้ถ้าไม่เข้ารูปรัดรูปนี่ไม่ได้เลยนะ ตกยุค! เราก็ชอบนะที่เห็นคนอื่นใส่ เอว่าเขาใส่แล้วสวยดี”
“เอรู้ พวกผู้ชายเองก็ชอบมอง เพราะ เพื่อนเอยังแซวเอเลยว่าชอบมอง เพราะ ว่าเอตัวเล็กมากไง เพื่อนก็ถามนะว่าทำไมถึงต้องใส่แบบนี้ แต่คำตอบของเอก็คือ.... เหมือนกับปรับจุดด้อยตัวเองให้เป็นจุดเด่นขึ้นมา อย่างเอเอง...ตัวเล็กนะ ก็เอาอย่างนี้แล้วกันเอาแบบเน้นๆ ทรวดทรงไปเลย”
การใส่เสื้อเน้นทรวดทรงก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกเธอต้องพยายามรักษาทรวดทรงของเธอไม่ให้เพิ่มขึ้นด้วยการควบคุมอาหาร แทนที่จะใช้การออกกำลังกาย “โบว์ล” นักศึกษาสาวจากสถาบันราชภัฎแห่งหนึ่งย่านสี่แยกบ้านแขกยอมรับว่าการใส่เสื้อพอดีตัวของเธอก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เธอต้องคอยควบคุมอาหารไม่ให้อ้วน โบวล์บอว่าตอนนี้รอบเอวเธอ 24 นิ้ว เธอกลัวว่าเอวใหญ่กว่านี้และถ้าเป็นไปได้เธออยากจะลดเอวเหลือแค่ 23 นิ้ว
“วันนึงโบว์ลจะทานแค่สองมื้อเองค่ะ อย่างถ้าทานมื้อเช้ากับมื้อกลางวันไปแล้ว พอมื้อเย็นจะไม่ทานเลย แต่ไม่ได้ถึงกับเป็นตารางว่าไม่ทานมื้อเย็นตลอดเลยนะ มีบางวันก็ทานมื้อกลางวันกับมื้อเย็น เพราะ มื้อเช้าไม่ได้ทานอะไรอย่างนี้ แต่เพื่อนบางคนเขาเคร่งครัดมากจะทานเฉพาะมื้อเช้ากับมื้อเที่ยง ส่วนมื้อเย็นนี่ไม่แตะเลย”
“ใส่เสื้อตัวเล็กๆ ก็ต้องคุมน้ำหนักด้วย เพราะ อ้วนขึ้นเสื้อก็จะคับกระดุมปริ อย่างตอนนี้พวกเรา (เอกับเพื่อนๆ) ก็จะคุมน้ำหนักกันอยู่ค่ะไม่ให้อ้วนหรอกเดี๋ยวสวมเสื้อแล้วไม่สวย (หนักเท่าไหร่?) ตอนนี้โบว์ลหนัก 45 ค่ะ แล้วแฟชั่นการแต่งตัวของนักศึกษาก็ตัวเล็กลงเรื่อยๆ แต่ก็เป็นแค่บางกลุ่มนะไม่ใช่ทั้งหมด อย่างกลุ่มของโบว์ลจะไม่ใช่แบบนั้น จะสวมเป็นแบบพอดีตัวจะไม่เล็กมาก แต่ถ้าเป็นพวกแต่งตัวเก่งๆ จะเป็นแบบตัวเล็กๆ เน้นๆ หน่อย”
“มันเป็นแฟชั่นอย่างนึงค่ะ เราไม่ได้ใส่ไปแข่งกันนะคะ แต่ว่าใส่แบบนี้แล้วรู้สึกดูดีกว่าใส่เสื้อตัวใหญ่ๆ น่ะค่ะก็แล้วแต่คนนะคะ เพราะ บางคนเขาบอกว่าต้องฟิตนิดนึงแต่สำหรับโบว์ลแล้วไม่ล่ะค่ะ ไม่กล้าเอาแค่พอดีตัวก็พอแล้ว เสื้อนี่ถ้าใส่ตัวเล็กมากก็อึดอัดนะทำอะไรก็ไม่สะดวก”
โบว์ลบอกเสื้อเข้ารูปพวกนี้ราคาไม่แพงเธอเคยไปซื้อที่บางลำพูเธอบอกตัวนึงไม่ถึงร้อย “สมัยนี้ตัวผอมๆ จะซื้อได้ถูก ถ้าเป็นไซด์เอ็ม ไซส์แองก็จะแพงขึ้นแต่ไซส์แอลนี่เอรู้สึกว่าจะหายากนะ“ ส่วนกระโปรงเธอขอสั้นที่สุดแค่เข่า ถ้าสั้นกว่านั้นเธอบอกไม่กล้า “ถ้าใส่สั้นกว่านี้ก็โป๊สิพี่”
เรื่องความกล้าจากที่ “โบว์ล” บอกนั้นซึ่งสอดคล้องกับ “อี๊ฟ” นักศึกษาสาวจากมหาวิทยาลัยเอกชนย่านรามคำแหง เธอยอมรับว่าเป็นอีกคนหนึ่งที่นิยมสวมเสื้อเข้ารูปและเน้นทรวดทรง เธอคิดว่าการสวมเสื้อ ใส่กระโปรงแบบนี้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล และเป็นสิทธิส่วนตัว “อี๊ฟก็ใส่นะคะแต่ไม่ฟิตมากนัก เอาแค่เซ๊กซี่นิดๆ ก็พอ ”
ในขณะที่นักศึกษาสาวร่างท้วม “เปิ้ล” เองก็บอกเช่นเดียวกันกับสามสาวว่าการสวมเสื้อเข้ารูป แล้วดูสวยดี “ถ้าเปิ้ลหุ่นดี รูปร่างดี เปิ้ลก็คงจะใส่เหมือนกัน ไม่เห็นแปลกที่เค้าจะใส่โชว์หุ่น ก็หุ่นเค้าดีใส่แล้วก็สวยดี ไม่เห็นว่ามันจะแปลกหรือน่าเกลียดตรงไหนกระโปรงก็เหมือนกันถ้าเปิ้ลผอมนะก็จะใส่กระโปรงสั้นเหมือนกันค่ะ แต่อย่างมากแค่เข่าก็พอ สั้นมากก็เขินค่ะ”
“ ใส่อย่างนี้มันต้องอาศัยความกล้าด้วยนะ ถ้าไม่กล้าแล้วจะใส่ได้เหรอพี่แต่ใครๆ เค้าก็ใส่กันทั้งนั้น และใครๆ ก็อยากดูดีกันทั้งนั้น”
ส่วน “เบนซ์” นักศึกษาชายที่ควงแฟนมาเดินช๊อปปิ้งที่สยามบอกตัวเองรู้สึกเฉยๆ “แฟนของผมเขาก็ใส่แบบนี้นะ ผมชอบด้วยล่ะ ก็เขาใส่แล้วสวยดีไม่โป๊หรอกฮะ” ถึงปากจะบอกอย่างนั้นก็เถอะ เมื่อเราลองถามว่าแล้วไม่กลัวคนอื่นเขาจะมองหรือ เบนซ์บอกถ้ามองเฉยๆ ก็ไม่ว่าอะไร เพราะ ตัวเองก็ชอบแอบมองคนอื่นเหมือนกัน
“แต่อย่าสวมแบบฟิตมากนัก ถ้าสวมเสื้อฟิตเปรี๊ยะจนปรินี่ก็ไม่ไหวนะฮะ พอดีตัวก็พอ กระโปรงก็เหมือนกันฮะ บางคนใส่สั้นแล้วผ่าสูง เราเป็นผู้ชายก็ชอบมองสิ ใครจะไม่ชอบแต่ผมไม่ให้แฟนผมใส่กระโปรงสั้นแล้วผ่านะ ผมหวง (หัวเราะ)”
นายโอ๊ด นักศึกษาชายจากมหาวิทยาลัยแถบชลบุรีบอกรู้สึกไม่ดีกับนักศึกษาที่ใส่เสื้อเข้ารูป “ไม่รู้ทำไมเดี๋ยวนี้เขาถึงนิยมใส่เสื้อรัดๆ กันนัก เมื่อก่อนเข้ารูปอย่างเดียว ผมก็เออ...สวยดีนะแต่เดี๋ยวนี้ใส่เล็กจนปริน่ะมองแล้วมันไม่สวยเลยนะ ผมว่าเสื้อไม่คับจนเกินไปจะสวยกว่า”
“ส่วนกระโปรงสั้นๆ รัดรูป บางทีสั้นแล้วก็ผ่าสูงจนเวลานั่งเห็นไปถึงไหนๆ เนี่ย ผมว่ามันมากเกินไปมันไม่จำเป็นต้องใส่กันสั้นถึงขนาดนั้น บางคนหุ่นก็ไม่ดีขาก็ไม่สวยยังจะใส่สั้นอีก ผมว่าเขาไม่เจียมตัวเลยแบบนี้เวลาเดินผ่านแยกปากหมา (น) โดนแซวแน่ๆ “
“ แต่บางคนใส่แล้วดูดี ใส่แล้วอาจจะไม่มีใครว่า แต่ก็จะถูกมองแบบลวนลามทางสายตาไปเลยก็มี ซึ่งผมว่าใส่ให้มันพอดีก็สามารถดูดีได้ ไม่จำเป็นสร้างจุดเด่นให้กับตัวเองหรอก ถ้าคุณสวย ดูดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่สั้นๆ คุณก็สวยได้ แบบไม่เสี่ยง”
“อย่าง…ผมนั่งกินข้าวอยู่ที่โรงอาหารที่มหา’ลัย นะ เวลามีผู้หญิงมานั่งฝั่งตรงกันข้าม เวลานั่งเขาไม่ระวังตัวผมเห็นหมดเลย ซึ่งเราก็ไม่อยากจะมองหรอก แต่มันเห็นเองน่ะ เป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชายอยู่แล้ว เมื่อมันล่อแหลมเราก็อยากมอง"
....เรายังคงเห็นแต่เสื้อผ้าลักษณะดังกล่าวปรากฎอยู่บนเรือนร่างของนักศึกษาสาวกันเกือบจะทุกคนที่เดินผ่าน….
ชุดนศ.แบบแฟชั่นของมรภ.สวนดุสิต ผู้จัดการ 1 กรกฎาคม 2548 (บทความที่ดี ชักจูงให้แต่งกายถูกระเบียบ) + http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9480000087534
ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสำหรับนิสิตนักศึกษาในยุคนี้คือเรื่องชุดนักศึกษา เพราะ การแต่งกายของนิสิตนักศึกษาในปัจจุบันกลายเป็นแฟชั่นไปแล้วไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาชายหรือหญิงที่ต้องเป็นชุดที่เข้ารูปเน้นส่วนสัดให้เห็นอย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเข้ารูปคอลึก กระโปรงสั้นไม่เกิน 16 นิ้ว ผ่าสูง เอวต่ำ
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตทราบถึงความต้องการนี้และเพื่อดึงดูดให้นักศึกษาหันกลับมาใส่ชุดที่ถูกระเบียบ จึงได้ออกแบบชุดนักศึกษาให้มีเอกลักษณ์และมีความแตกต่างจากชุดนักศึกษาทั่วไปแต่คงไว้ซึ่งความถูกระเบียบข้อบังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547
จุดเด่นของชุดแบบถูกระเบียบนี้ก็คือที่แขนเสื้อด้านซ้ายมีแถบสีดำขนาดกว้างครึ่งนิ้วยาวตลอดแขนปักชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิตบนแถบ เพื่อให้เห็นชื่อของมหาวิทยาลัยเด่นชัดมากขึ้น และที่ขาดไม่ได้ก็คือขนาดเสื้อ ซึ่งทางมรภ.สวนดุสิตได้ออกแบบให้เหมาะสมกับรูปร่างที่ต่างกันไปทั้งชายและหญิงมีให้เลือกทั้งขนาด SS, S, M, L, XL, XXL
ผศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตผู้ริเริ่มแนวคิดในการออกแบบชุดนักศึกษาเปิดเผยว่า การปรับเปลี่ยนชุดนักศึกษาให้ทันสมัยได้ประโยชน์สองทาง อย่างแรกคือช่วยทำให้นักศึกษาสนใจกลับมาใส่ชุดที่ถูกต้องตามระเบียบของมหาวิทยาลัย
อย่างที่สองคือเป็นเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความภาคภูมิใจในสถาบันการศึกษาให้แก่ผู้สวมใส่ ซึ่งเท่าที่ผ่านมาก็ได้รับการตอบรับจากนักศึกษาและผู้ปกครองเป็นอย่างดี
“ในอนาคตมีแผนที่จะปรับปรุงให้ทันสมัยและดูดีมากยิ่งขึ้นโดยเปลี่ยนมาใช้เป็นเสื้อสีแทนสีขาว เช่น สีเขียวอ่อน สีชมพูอ่อน ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มนำมาใช้แล้วที่ศูนย์หัวหิน”
ด้านความคิดเห็นของนักศึกษา ที่สวมใส่ชุดนักศึกษาที่ออกแบบมาโดยเฉพาะนี้ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกพอใจกับแบบของชุดนักศึกษา เพราะ รู้สึกแตกต่างจากชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัยอื่น
“กรรณิกา แซ่เล้า” หรือ น้อง นักศึกษาชั้นปีที่ 1 โปรแกรมภาษาไทย กล่าวถึงชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตว่า มีความแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น และหลาย ๆ คนที่พบเห็นต่างพากันชื่นชมว่าสวย เนื้อผ้าไม่บางคุณภาพดี และมีราคาที่เหมาะสม
“อังลณา พุทธผล” หรือ นุ้ย นักศึกษาชั้นปีที่ 1 โปรแกรมวิชาภาษาไทย ให้ความเห็นว่า รู้สึกดีกับเครื่องแบบที่ได้สวมใส่ เนื่องจากมีขนาดที่เหมาะสมพอดีตัว ดูเรียบร้อย และทันสมัย นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงออกถึงความเคารพต่ออาจารย์และสถานที่ซึ่งเป็นสถานศึกษา รวมทั้งได้แสดงออกถึงภาพลักษณ์ที่ดีของการเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยได้ และทำให้ไม่กล้าทำในสิ่งที่เสื่อมเสีย เนื่องจากผู้พบเห็นทั่วไปจะทราบได้ทันทีว่าเป็นนักศึกษาของมหาลัยราชภัฏสวนดุสิต
“ชูพงษ์ สุริยฉัตรกุล” หรือ ชู้ด นักศึกษาชั้นปีที่ 1 โปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร ให้ความเห็นว่า ชุดนักศึกษาที่ออกแบบมานี้มีความสวยแปลก และมีเฉพาะที่สวนดุสิตเท่านั้น ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจว่าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังมีเพื่อน ๆ และผู้ปกครองให้ความสนใจเกี่ยวกับเสื้อว่าเป็นของสถาบันการศึกษาใด ซึ่งก็ตอบได้อย่างภาคภูมิว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
สุดท้ายเจ้าหน้าที่จากฝ่ายกิจการนักศึกษากล่าวว่าเป็นเรื่องยากที่ทางมหาวิทยาลัยตามจับ ตามจี้ ตามบังคับให้นักศึกษาทุกคนแต่งกายตามระเบียบได้ แต่อยากให้สิ่งนี้อยู่ในจิตสำนึกของนักศึกษาว่าการแต่งกายถูกระเบียบนั้น เป็นสิ่งที่ดีงาม รู้สึกภูมิใจเมื่อแต่งกายถูกต้อง และอายเมื่อแต่งกายผิดระเบียบ
อีกทั้งนโยบายของมหาวิทยาลัยฯ นั้น นอกเหนือจากความเป็นเลิศทางวิชาการแล้ว ก็ยังมีนโยบายให้นักศึกษาทุกคน เป็นผู้มีบุคลิกภาพที่ดี เป็นที่ยอมรับในสังคม ฝ่ายกิจการนักศึกษาจะเป็นผู้ดำเนินการหลัก โดยจัดกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งช่วยกันรณรงค์ให้นักศึกษาแต่งกายถูกระเบียบ และได้รับความร่วมมือจากนักศึกษารุ่นพี่คอยเป็นแบบอย่างและให้คำแนะนำน้องใหม่ในเรื่องการแต่งกาย ตลอดจนมีการจัดทำป้ายรณรงค์ให้นักศึกษาสวมเครื่องแบบนักศึกษาที่ถูกระเบียบติดตั้ง ณ จุดต่าง ๆ ทั่วทั้งมหาวิทยาลัย
แฟชั่นโคตรฮิต '46 ผู้จัดการ 31 ธันวาคม 2546 + http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=8060117928385
ในปี 2546 นี้แฟชั่นที่ยังคงยึดครองหัวใจทั้งวัยรุ่นและวัยทำงานอย่างเหนียวแน่นเห็นจะหนีไม่พ้นเสื้อสายเดี่ยวที่ยังคงอินเทรนด์มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 2 ปี และคาดว่ายังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องไปอีกหลายปี ทั้งๆ ที่จุดเริ่มต้นของแฟชั่นเสื้อสายเดี่ยวนั้นไม่แน่ชัดว่าเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่
เจ้าเสื้อสายเดี่ยว พวกฝรั่งเรียกกันว่า “Spaghetti Strap” เป็นแฟชั่นการแต่งตัวของสาวๆ ตะวันตก ในช่วงระยะแรกๆ ที่เริ่มเข้ามาแพร่หลายในเมืองไทยเรานั้นมีแต่คนบอก “โป๊” เพราะ ในช่วงนั้นแฟชั่นเสื้อสายเดี่ยวเป็นที่นิยมของ “นักเที่ยวยามราตรี” แต่ในปี พ.ศ.นี้เราไมได้เห็นเฉพาะนักเที่ยวยามราตรีอีกต่อไป เพราะ ในช่วงระยะเวลากลางวัน เจ้าเสื้อสายเดี่ยวก็ถูกหญิงสาวสวมใส่เพื่อเผยผิวสวยกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเดินไปในที่ใดเป็นต้องได้เห็นสาวๆ สวมใส่กันอย่างแน่นอน นอกจากนั้นแฟชั่นเสื้อสายเดี่ยวยังแปรสภาพเป็นเสื้อเกาะอก ซีทรู คล้องคอ เปิดไหล่ ฯลฯ
ล่าสุดเมื่ออวดผิวสวยกันมามากแล้วทั้งสายเดี่ยว เกาะอก บรรดาสาวๆ จึงเริ่มนำผ้าคลุมมาปกปิดผิวสวยกัน แต่ผ้าคลุมที่บรรดาสาวๆ นำมาคลุมนั้นก็เป็นลักษณะผ้าคลุมแบบตาข่ายโดยภายในยังคงใส่เจ้าสปาร์เก็ตตี้สูทอยู่ เมื่อมีผ้าคลุมแบบตาข่ายมีชายหนุ่มหลายคนบอกทำให้ดูเซ็กซี่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
ในปีนี้นอกจากสาวๆ จะมีเสื้อสายเดี่ยวสารพัดแบบไว้สวมใส่แล้วยังมี “กางเกงเอวต่ำ” (แฟชั่นหลุดตูด) ไว้สวมใส่คู่กันเพื่อให้อินเทรนด์แบบสุดๆ มีทั้งเอวต่ำธรรมดา เอวต่ำมาก เอวต่ำมากที่สุด เหตุผลที่พวกเธอเลือกใส่กางเกงเอวต่ำกันนั้นหลายคนบอก เพราะ ไปทางไหนก็มีแต่คนใส่แบบนี้กันทั้งนั้น “เวลาไปหาซื้อก็มีแต่แบบกางเกงเอวต่ำ มีทั้งกางเกงยีนส์ กางเกงผ้าล่ะค่ะ” เมย์นักศึกษาจากม.เอกชนย่านรามคำแหงบอก
หลังจากกางเกงเอวต่ำมาแรง ก็เริ่มๆ จะมีแฟชั่น “มินิสเกิร์ต” กลับมาอีกครั้งหลังจากเคยฮิตเมื่อยุคซิกส์ตี้ สาวๆ เริ่มๆ ที่จะไปเสาะหามาสวมใส่เพื่ออวดเรียวขาสวยกันเป็นแถว แต่ทั้งนี้ด้วยความบังเอิญที่แฟชั่นดังกล่าวเริ่มเข้ามาลมหนาวแห่งเหมันต์ฤดูเริ่มพัดพาเข้ามา แฟชั่นดังกล่าวจึงมีพอให้เห็นบ้างประปรายและคาดว่าถ้าลมหนาวสงบลงเมื่อใด และลมร้อนเข้ามาแทนที่ “มินิสเกิร์ต” ต้องมาแรงเป็นแน่ส่วนรองเท้าหัวแหลมแฟชั่นสุดฮิตในยุคซิกตี้ส์ก็หวนกลับมาอีกครั้งพร้อมๆ กับมินิสเกิร์ต ก็ไม่รู้ว่ากลับมาครั้งนี้จะยืนยาวได้ถึงเมื่อไหร่ เพราะ บีบเท้ามากขนาดนั้น
ส่วนฮิตแบบสุดๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยก็คือเสื้อติ้วกับกระโปรงสั้นเต่อ ยังคงได้รับความนิยมจากนักศึกษาในทุกๆ สถาบันอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่เจ้าเสื้อติ้วนั้นเน้นทรวดทรงของบรรดานักศึกษาสาว ส่วนช่องว่างระหว่างกระดุมยั่วยวนสายตาซุกซนของชายหนุ่ม ส่วนกระโปรงนั้นเล่าช่างสั้นเน้นเรียวขาขาวเสียเหลือเกิน
แฟชั่นดังกล่าวเราสามารถพบเห็นได้ในรั้วมหาวิทยาลัย ที่บรรดานักศึกษาสาวมักจะใส่กันมาเพื่ออวดเรือนร่างให้เป็นอาหารตาต่อเพศตรงข้าม โดยที่ไม่แคร์ว่าเพศตรงข้ามจะคิดไปถึงไหน? อีกทั้งดูเหมือนเสื้อกระโปรงลักษณะเน้นโชว์สัดส่วนจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว ประกอบกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งครู อาจารย์เองก็ยินยอมให้สวมใส่เข้าเรียนได้อย่างเป็นปกติ ดังนั้นบรรดานักศึกษาสาวหากไม่สวมเสื้อกระโปรงสไตล์ดังกล่าวจะกลายเป็นคนตกรุ่นเชยไป
ในขณะที่แฟชั่นรองเท้าส้นตึกเอาท์ออกไปแล้ว รองเท้าส้นเตี้ยก็กลับมาอีกครั้งนึงไม่ว่าจะเป็นรองเท้าหนัง รองเท้าผ้าก็มีแบบเก๋ไก๋ไม่แพ้กัน แน่นอนหนึ่งในนั้นต้องมีหัวแหลมปะปนอยู่ด้วย
ส่วนในไตรมาสแรกของปี 2547 แฟชั่นแบบไหนจะมา ต้องรอดูกัน
ฤา “เสื้อติ้ว – เอวต่ำ” จะไม่มีทางแก้ ผู้จัดการ 27 กุมภาพันธ์ 2548 + http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9480000028926
ถูกจับตามองเป็นอย่างมากกับแฟชั่นชุดนิสิตนักศึกษาสมัยนี้ที่ดึงเอาแฟชั่นเสื้อเอวลอย กางเกงเอวต่ำมาผสมผสานกับเครื่องแบบชุดนิสิตนักศึกษาอันทรงคุณค่าแบบเดิมๆ จนออกมาเป็นชุดนักศึกษาแบบเสื้อเข้ารูป กระโปรงเอวต่ำ และได้รับความนิยมจากบรรดานิสิตนักศึกษาสาวทั้งหลายเลือกซื้อหามาสวมใส่กัน
จนกระทั่งมีข่าวว่าที่รัฐเวอร์จิเนียในดินแดนแห่งเสรีภาพอย่างประเทศสหรัฐอเมริกาพยายามออกกฎหมายลงโทษผู้ที่สวมใส่กางเกงเอวต่ำจนเผยให้เห็นกางเกงใน
ทว่าร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่สามารถคลอดออกมาได้ โดยวุฒิสภารัฐเวอร์จิเนียลงมติด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ไม่อนุมัติการผ่านร่างกฎหมายในการสั่งปรับเงิน 50 ดอลลาร์ หรือเกือบ 2,000 บาท กับคนที่ใส่กางเกงเอวต่ำจนเห็นขอบกางเกงชั้นใน เนื่องจากเห็นว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพ
ถึงแม้ร่างกฎหมายที่ว่าจะไม่สามารถออกมาบังคับได้แค่จากข่าวดังกล่าวได้ทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในเมืองไทยหันมาให้ความสนใจกับแฟชั่นชุดนิสิตนักศึกษามากขึ้น พร้อมๆ กับพยายามหาทางแก้ไขแฟชั่นชุดนิสิตนักศึกษาที่ดูไม่เหมาะสม ด้วยวิธีการเรียกมาตักเตือน ชี้ให้เห็นถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากชุดนิสิตนักศึกษาที่ล่อแหลม รวมทั้งการรณรงค์ด้วยวิธีการต่างๆ....
“หนูว่าเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะที่คนรุ่นหนูจะเชื่อตามที่มีการรณรงค์ เพราะ คนรุ่นหนูสมัยนี้ถ้าอยากจะใส่ก็ใส่เลย ต่อให้รณรงค์อย่างไรก็ไม่สนใจหรอกค่ะการรณรงค์ช่วยได้เพียงแค่ทำให้รับรู้รับทราบถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นเท่านั้นเอง แต่ถามว่ามันจะช่วยทำให้คนที่เขาใส่หันมาใส่ชุดที่ดูสุภาพได้ไหม หนูว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะ ถึงอย่างไรเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยก็ใส่แบบนี้กัน”
เป็นเสียงจาก “ฝ้าย วิจิตรา ทักษิณะมณี” นักศึกษาวัย 19 ปีจากมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิตให้ทัศนะ พร้อมทั้งแนะนำว่าการแก้ไขเรื่องชุดนิสิตนักศึกษาที่มองแล้วไม่เหมาะสมนั้นน่าจะไปแก้ที่ผู้ผลิตมากกว่าที่จะมาจัดการรณรงค์ เพราะ เวลาไปหาซื้อเจอแต่ที่เป็นกระโปรงเอวต่ำ
เช่นเดียวกันกับฝ้ายสำหรับสาวร่างบาง “นิ - วรรณวิภา ชื่นสงวน” นิสิตจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒบอกนอกจากจะหาซื้อกระโปรงต่ำได้ง่ายแล้ว เรื่องของราคายังเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง
“กระโปรงแบบนี้ราคาไม่แพง ยิ่งถ้าเวลาไปซื้อหลายๆ ตัวก็ได้ลดราคาลงมาอีกแค่ร้อยกว่าบาทเท่านั้นเอง บางทีก็ฝากเพื่อนนี่ล่ะไปซื้อก็เพื่อนที่พักอยู่หอเดียวกันเนี่ยล่ะค่ะ ใครจะไปแถวนั้นถ้าไม่ไปด้วยก็ฝากกันซื้อได้ค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะใส่ไม่ได้ด้วย คือกระโปรงแบบนี้จะเหมือนๆ กันทั้งหมด”
“เมื่อก่อนยังมีเอวเดี๋ยวนี้ร้านขายเขาตัดเอวออกก็คือเป็นกระโปรงแบบเอวต่ำเลย ก็จะเผื่อไว้อีกประมาณ 1 นิ้วครึ่งถึง 2 นิ้วก็จะไม่ต่ำมากเกินไป อย่างปกติหนูยาว 23 นิ้วเวลาซื้อก็จะซื้อแบบ 24 นิ้วครึ่งไม่ก็ 25 นิ้วเผื่อถึงสะโพกน่ะค่ะมันจะได้ไม่สั้นเกินไปน่ะค่ะ ถ้ามียาวกว่านี้หนูก็จะซื้อใส่ค่ะ แต่มันไม่มีขาย ยาวสุดก็ นี่ล่ะประมาณ นี้ล่ะแต่ไม่ค่อยจะมีหรอก”
“สมมติถ้าหนูใส่พอดีเอวไม่ให้เป็นเอวต่ำนะ กระโปรงก็จะสั้นขึ้นมาอีกใช่ไหม? ก็ใส่แบบที่ไม่สั้นแบบน่าเกลียด แล้วก็ต้องไม่เอวต่ำมากเกินไปด้วย”
ในขณะที่ "กิ๊ฟซี่ วนิดา เติมธนาภรณ์" นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลลี่ เบอร์รี่ ซึ่งมีคอนเซปต์การแต่งตัวด้วยกางเกงเอวต่ำขาสั้น กระโปรงสั้นกล่าวว่าการแต่งกายบนเวทีเป็นเรื่องของการแสดงบนเวที แต่ถ้าเป็นชุดนักศึกษาแล้วเธอบอกขอแบบไม่เป็นแฟชั่นเกินไปนัก
“โดยปกติแล้วกางเกงเอวต่ำที่ใส่บนเวทีเวลาแสดงจะไม่ต่ำมากถึงขนาดใต้สะดือจนเห็นร่องก้นอะไรอย่างนั้น คือมันอาจจะมีบ้างบางภาพที่อาจหลุดเพราะเป็นการโพสต์ถ่ายภาพแล้วดึงขอบกางเกงมันเลยดูต่ำ หรือเป็นตอนที่เผลอๆ แต่พอมาเรียนก็จะไม่ใส่แบบนั้น"
อย่างไรก็ตามผู้คนในสังคมมองว่าการที่นิสิตนักศึกษาสามารถสวมเสื้อตัวเล็กคับติ้วจนเห็นทรวดทรงได้อย่างชัดเจนรวมทั้งนุ่งกระโปรงสั้น – เอวต่ำ เข้าเรียนได้ ทั้งๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยสามารถที่จะไม่อนุญาตให้นิสิตนักศึกษาที่แต่งกายไม่เหมาะสมเข้าเรียนได้ สะท้อนให้เห็นว่าทางมหาวิทยาลัยให้นิสิตนักศึกษามีอิสระมากจนเกินขอบเขต
รศ.ดร.สุมาลี เหลืองสกุล รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาศักยภาพนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ยอมรับว่ามีนิสิตนิยมแต่งกายไม่เคารพสถาบันจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการสวมเสื้อตัวเล็ก กระโปรงสั้น - เอวต่ำ และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้คนในสังคมมองว่าสถาบันการศึกษาไม่ได้เอาใจใส่ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง
“ตอนนี้มหาวิทยาลัยไม่อยากใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อสั่งห้ามนิสิต เพราะ เราอยากเห็นนิสิตแต่งกายในชุดที่ถูกต้องด้วยความเต็มใจ ดังนั้นกิจกรรมของฝ่ายพัฒนาศักยภาพนิสิตจึงใช้วิธีการกระตุ้นให้นิสิตแต่งกายถูกต้องโดยนำนิสิตที่แต่งกายถูกต้องถ่ายโปสเตอร์และติดทั่วทั้งมหาวิทยาลัย และต้องยกย่องเชิดชูผู้ที่แต่งกายถูกต้องเหมาะสม”
นอกจากนี้รศ.ดร.สุมาลี ได้เสนอแนวทางในการแก้ไขเรื่องชุดนิสิตนักศึกษาที่ไม่เหมาะสมด้วยการให้อาจารย์ผู้สอนในวิชาต่างๆ เข้มงวดดูแลนิสิตนักศึกษาของตัวเองให้ดีที่สุด
“อย่างที่ของเราตอนนี้ได้ประชุมอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ที่สอนประจำวิชาในคณะต่างๆ แล้วอาจารย์บางคนอาจใช้วิธีตักเตือน ถ้าเตือนนิสิตไปหลายครั้งแล้วยังไม่เชื่อหรือไม่ยอมปรับปรุงตัวอาจสั่งห้ามไม่ให้เข้าชั้นเรียนหรือไม่ให้เข้าห้องสอบ”
“การออกกฎระเบียบไม่ให้เข้าห้องสอบถือว่าเป็นกฎระเบียบที่ได้ผลอย่างมาก จะเห็นว่าในวันสอบนิสิตทุกคนจะแต่งกายถูกระเบียบ แต่ได้ผลเพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ดังนั้นการปลูกฝังให้นิสิตคิดได้ด้วยตัวเองจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการแต่งกายที่ยั่งยืนกว่าการออกกฎระเบียบมาบังคับ”
สอดคล้องกับสาววัยทำงาน “เจี๊ยบ มนฤดี ชยากรวิกรม” พนักงานประชาสัมพันธ์บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งแถวเพลินจิตได้ให้ทัศนะเรื่องดังกล่าวว่า การแต่งกายของนิสิตนักศึกษาไม่น่าจะเกี่ยวกับทางมหาวิทยาลัย
“เรียนถึงมหาวิทยาลัยแล้วก็โตพอที่จะคิดเองได้แล้ว จะไปโทษทางมหาวิทยาลัยก็คงไม่ได้ เจี๊ยบคิดว่าเรื่องแบบนี้อยู่ที่วิจารณญาณของตัวน้องเขาเป็นหลักเลย คือเท่าที่เห็นเด็กสมัยนี้เอาชุดนักศึกษามารวมกับแฟชั่นนี่ดูไม่ดีเลย การที่เราจะสวมชุดอะไรก็ต้องดูด้วยว่ามันเป็นอย่างไร ชุดนิสิตนักศึกษาเป็นชุดสำหรับสวมใส่ไปเรียนก็ควรที่จะเลือกแบบที่ดูเหมาะสำหรับไปเรียน ก็เข้าใจล่ะว่ามันเป็นแฟชั่น แต่ต้องดูด้วยว่าเหมาะสมไหม ที่จะสวมเสื้อฟิตๆ กระโปรงเอวต่ำเข้าเรียน น้องเขาต้องคิดได้เอง”....
เสื่อมหนักนักศึกษาเป็นนางแบบโป๊ แฟชั่นถ่ายหวิววิดีโอคลิปอวดเพื่อนระบาด ผู้จัดการ 13 ตุลาคม 2548 + http://tnews.teenee.com/tnews/2038.html (มีภาพชัดเจนเกินไป)
เยาวชนไทยใช้กล้องถ่ายภาพโป๊เปลือยของตัวเองเป็นคลิปวิดีโอ หลุดกระจายไปทั่ว จนเป็นดาราโป๊เปลือยโดยไม่ตั้งใจ
ไปกันใหญ่แล้วเยาวชนไทยในปัจจุบัน !! กรณีข่าวคราวนักเรียนนักศึกษาไทยในปัจจุบัน จากที่เคยเกิดปัญหาสังคมเสื่อมวัยรุ่นไทยฮิตเป็นเมียเก็บเมียน้อย ขายตัวชั่วครั้งชั่วคราวให้กับเสี่ยมีเงินทั้งหลาย กลับกลายเป็นว่าเยาวชนเหล่านี้ใช้เทคโนโลยีในโทรศัพท์มือถือแบบมี กล้องถ่ายภาพทั้งภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหว ถ่ายภาพโป๊เปลือยของตัวเองเป็นคลิปวิดีโอ แล้วหลุดกระจายทั่วไปหมด กลายเป็นดาราโป๊เปลือยโดยไม่ตั้งใจ
คลิปลามกมีตั้งแต่นักศึกษาหน้าตาดี ค่อยๆเต้นยั่วค่อยๆถอด จนถึงแสดงท่าร่วมเพศ
ดาราสมัครเล่นที่ถ่ายวาบหวิวเป็นนักเรียน นักศึกษาและเยาวชน
บางรายเป็นนักศึกษาสถาบันมีชื่อเสียงในจังหวัด
จากที่ได้พบเห็นและสำรวจวิดีโอคลิปอนาจารเหล่านี้ พบว่าเป็นการถ่ายด้วยกล้องในโทรศัพท์มือถือ เป็นภาพเคลื่อนไหวความยาวประมาณ 1-5 นาที ในภาพเป็นการถ่ายในห้องพัก มีนักศึกษาผิวขาว รูปร่างดี กำลังเต้นยั่วยวน แล้วค่อย ๆ ถอดชุดนักศึกษาออกจนร่างเปลือยเหลือแต่ชุดชั้นใน แต่ไม่ถ่ายให้เห็นหน้า
บางเรื่องมีหญิงสาววัยรุ่น 3-4 คน ไม่สวมเสื้อผ้ามีแต่เนื้อตัวตัวล่อนจ้อนเปลือยเปล่า เห็นหน้าอย่างชัดเจน เต้นตามเสียงเพลงและแสดงท่าร่วมรักกับเพื่อนหญิงสาวด้วยกัน
กลายเป็นกระแสนิยมที่คนมีมือถือรุ่นใหม่ ๆ กลายเป็นแฟชั่นของวัยรุ่น แก้ผ้าถ่ายเล่นกันเป็นที่สนุกสนาน ไม่มีอาการเขินอาย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจและน่ากลัวมาก เพราะทำให้เกิดคำถามในใจว่า “วัยรุ่นเหล่านี้ไม่อายหรือ ?”
กลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้เลียนแบบใคร หากไม่ดูหนังลามกแล้วนำมาทดลองถ่ายทำเองแล้วเอาไปอวดเพื่อน เมื่อทำแบบนี้ได้ ต่อไปก็ อาจจะขายตัวหรือหาเงินด้วยเรือนร่างได้โดยไม่ต้องกลัวใครว่า
น.ส.ส้ม (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี นักศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งหนึ่งกล่าวว่า หากไปถามในกลุ่มวัยรุ่นจะทราบดีว่าเป็นนักศึกษาของสถาบันใดแสดงโชว์ในวิดีโอคลิปดังกล่าว ที่ทราบมาขณะนี้กลุ่มบรรดานักเรียน นักศึกษา ชอบแสดงเป็นนางแบบในวิดีโอคลิปกันมาก เป็นการแข่งกันว่าใครแสดงออกได้ดีกว่ากัน
ด้าน น.ส.ก้อย (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี นักศึกษาน่าตาน่ารัก หุ่นดี สถาบันอาชีวะเอกชนแห่งหนึ่ง บอกว่า ถ่ายตัวเองเปลื้องเสื้อผ้าแต่ไม่ให้เห็นใบหน้ามาครั้งหนึ่ง เพราะเพื่อน ๆ ถ่ายเล่นแล้วเอามาอวดให้ดู แล้วบอกว่าลองถ่ายเล่นกัน
“เพื่อนเขาถ่ายกันยังไม่อายเลย แต่ภาพก็หลุดไปอยู่กับคนอื่นจนกระจายไปทั่ว ถ่ายไม่ให้เห็นหน้าใครจะรู้ว่าเป็นหนูให้ดูอย่างเดียว ใครก็เอาไปไม่ได้” ก้อย บอกอย่างนั้น
เจ้าหน้าที่เผย ร้านมือถือหลายร้านมีคลิปลามกขาย กำลังตามปราบปราม
ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสำรวจข้อมูลแล้วว่า มีร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือบางแห่งแถมวิดีโอคลิปลามกอนาจารให้แก่ลูกค้าที่ซื้อโทรศัพท์มือถือ ส่วนการผลิตนั้นมีการถ่ายทำกันเองในกลุ่มวัยรุ่น
เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด เนื่องจากการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมาย นักเรียน นักศึกษาหรือเยาวชนที่บันทึกและถ่ายทำก็จะมีความผิดในข้อหาผลิตและจัดจำหน่ายสื่อลามกอนาจาร มีโทษสูงทั้งจำคุกและปรับ
ส่วนร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่ทำการโหลดวิดีโอคลิปลามกก็มีความผิดในข้อหาจำหน่ายและเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร เป็นการยากในการจับกุม แต่เนื่องจากไฟล์ที่อยู่ในโทรศัพท์สามารถลบทิ้งได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้การตรวจค้น เป็นไปได้ยาก
หากปล่อยปะละเลยให้วัยรุ่นไทยรับวัฒนธรรมผิดๆ ในไม่ช้าอาจยากเกินเยียวยา
นี่คือผลิตผลของนโยบายเน้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมาตลอด 4 ปี
โดยปล่อยปะละเลยวัฒนธรรมและจิตใจ ปล่อยให้วัยรุ่นไทยรับวัฒนธรรมผิด ๆ ของตะวันตกมาเลียนแบบ ต้องยอมรับว่าวัยรุ่นไทยมีความรู้ในการใช้เทคโนโลยีดีมาก แต่กลับใช้ไปในทางที่ผิด ขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย
โชว์เรือนร่างตัวเองให้คนอื่นดูโดยไม่เหนียมอาย เรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรีบจัดการปัญหา เพราะหากปล่อยไว้ก็จะกลายเป็นปัญหาสังคม
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง อย่างกระทรวงวัฒนธรรมหรือกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมไปถึงกระทรวงศึกษาธิการจะร่วมกันวางแผนป้องกันแก้ไข ไม่เช่นนั้นต่อไปคุณภาพชีวิตคนไทยจะตกต่ำลงจนยากจะเยียวยา.
อับอายต่อภาพโป๊ ๆ เปลือย ๆ โดย อารีย์ นักดนตรี + http://www.yingthai-mag.com/detail.asp?ytcolumnid=2845&ytissueid=711&ytcolcatid=6&ytauthorid=243
บ้านเมืองของเรานี้ดีนะ ยิ่งเป็นระยะที่ผ่านมาเกือบ 50 ปี ของโลกโทรทัศน์ที่กำลังจะมาเยือนเราในวันที่ 24 มิถุนายนนี้
ที่ว่าดีนั้นดีอย่างไร ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ที่ยังคงมีชีวิตหลงเหลืออยู่บ้าง ในยุคละครร้องละครเวทีอันเป็นยุคที่ผู้คนชอบดูละคร ...แต่ไม่ชอบที่จะยกย่องและให้เกียรติตัวแสดง ยังจำได้ว่าดาราละครสมัยนั้น เมื่อเด็ก ๆ เคยได้ยินผู้ใหญ่เรียกผู้แสดงหญิงว่า “นางละคร” เรียกว่ามิได้รับการยกย่องเลย
ต้องกล่าวย้อนหลังไป เมื่อจะเริ่มเปิดสถานีโทรทัศน์ ซึ่งเป็นการบริหารงานของหน่วยราชการกรมประชาสัมพันธ์ การคัดเลือกผู้เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะนักแสดงหญิงชาย ต้องดูประวัติและความประพฤติด้วย เพื่อที่จะสร้างสายเลือดนักแสดงรุ่นใหญ่ ที่มีคุณภาพและปราศจากคำครหา และปกครองกันอย่างมีกฎระเบียบเคร่งครัดมาก โดยเฉพาะการแต่งกายที่มีให้ล่อแหลม
ผลที่ได้คือ สายเลือดใหม่จากช่อง 4 บางขุนพรหม ซึ่งทำให้ได้รับการยอมรับในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นพิธีกร นักแสดง นักพากย์ทั้งหญิงชาย ในระยะแรกๆอาจมองกันด้วยสายตาแปลกๆบ้าง...และแล้วในที่สุดก็ต้องยอมรับว่า การจะเหมาให้เป็นบุคคลไร้ค่าและไม่ได้รับการยกย่องดังเช่นแต่ก่อนมิได้แล้ว และยังได้รับคำชมเชยมาจนบัดนี้
ที่ได้เขียนอารัมภบทเสียยืดยาว ก็เพราะเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ นางเอกละครโทรทัศน์ของเกาหลีคนหนึ่งชื่อ ลี อุน จู ฆ่าตัวตายด้วยการกรีดข้อมือ และแขวนคอตาย...
สาเหตุเพราะการเป็นนักแสดงของดาราเกาหลีที่โด่งดังบางคน โดยเฉพาะคนที่แสดงบทวาบหวาม และบทเลิฟซีนบนเตียง สังคมเกาหลีจะเพ่งเล็งและดูถูกเหยียดหยาม ทำให้ ลี อุน จู อับอายกับฉากที่แสดง เลยคิดมากถึงกับต้องเข้าไปรักษาตัวกับจิตแพทย์ อยู่ระยะหนึ่งก่อนฆ่าตัวตาย 1 เดือน ดาราหนังและดาราละครของพวกเขา ยังเป็นที่เพ่งเล็งโดยเหยียดหยามและดูถูก อะไรก็ไม่ร้ายเท่ามองการแสดงว่า ...เป็นอาชีพชั้นต่ำ
คนเกาหลีจะฆ่าตัวตายกันมากโดยเฉพาะดารา สำหรับ ลี อุน จู นั้นเข้าตำรา ถ้าไม่ได้ทำในสิ่งที่ตนภูมิใจ คือชอบบทเรียบ ๆ ตามต้องการก็ ...ขอตายเสียดีกว่า มีศักดิ์ศรีมากกว่ากัน มันเป็นวัฒนธรรม เป็นวิธีการคิดของคนในชาติเกาหลีที่ถือว่า ...ความตายเป็นความใหญ่...น่าเศร้า
กรณีของนักแสดงเกาหลีนั้น คงจะไม่มีการบริหารงานด้วยการเอานักแสดงมาเข้าสังกัด เป็นพนักงานประจำดังช่อง 4 บางขุนพรหม ที่ควบคุมและสร้างกฎระเบียบไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีการแสดงบทร้ายแรงบนเตียง แม้ว่าจะเอาตัวแสดงเป็นดาวยั่ว (อย่างที่หนังสือพิมพ์เรียกขานกัน) หรือดาวโป๊มาแสดง เพราะจำเป็นต้องมีฉากนั้น ๆ ก็จะให้แสดงอย่างมีขอบเขต ...แต่คนในช่อง 4 จะต้องไม่แสดงบทนี้เด็ดขาด คนดูก็จะไม่ได้เห็นภาพระคายตาที่ทนนั่งดูไม่ได้
เพราะหัวหน้า จำนง รังสิกุล ของพวกช่อง 4 บอกว่า ...ที่มีข้อห้ามเช่นนั้น เพราะต้องการสร้างภาพลักษณ์ของคนโทรทัศน์ ให้สวยหรูเป็นการสร้างคนให้ออกมาดูดี คนดูจะได้ติดตามสถานีเรา อยากให้เป็นตัวอย่างว่า ...โทรทัศน์เป็นธุรกิจที่สามารถทำงานแล้วมีชื่อเสียงมีเกียรติ มีเงิน เพราะฉะนั้นต้องวางตัวให้สูงให้อยู่ในระดับที่ดี
การแสดงละครโทรทัศน์ของเมืองไทย บางเรื่องที่ออกจะมีบทล่อแหลม ออกมาให้เห็นกันอยู่เนือง ๆ ในบางครั้งก็ไม่เคยคิดว่าเด็กอายุน้อย ๆ หน้าใหม่ ๆ จะกล้าแสดง สาเหตุเพราะดาราทุกคน และทุกช่องขณะนี้เป็นนักแสดงอิสระ มิได้เข้าเป็นพนักงานประจำ ...จึงไม่มีการเข้มงวดกันในเรื่องเหล่านี้สาเหตุเพราะ ...ไม่ใช่คนในสถานีจะเล่นอย่างไรก็ได้ หรือว่าเล่นให้ถึงอกถึงใจถึงบท ได้เท่าไหร่ก็เป็นการดีแก่ละครของช่อง
ดาราละครเกาหลีก็คงจะทำนองเดียวกันกับดาราละครไทยในขณะนี้ แม้ไตเติ้ลจะบอกที่มาว่าบริษัทใหญ่ในเกาหลีผลิต แต่ก็คงจะเป็นเพียงคนในสังกัด ที่ทางบริษัทผู้ผลิตว่าจ้างเป็นระยะเวลา 3-5 ปี เหมือนการเซ็นสัญญาในแต่ละช่องของละครไทยนั่นแหละ
ไม่ว่าจะเป็นดาราเกาหลี หรือดาราไทย ต่างก็เดินเข้ามาด้วยเจตนาเดียวกันคือ ทำงานหาเงินหาเกียรติยศและชื่อเสียง น่าสงสารว่าเด็กบางคนอ่อนหัด และไม่มีจุดยืนของตัวเอง ว่าพอใจจะเล่นบทอะไร แค่ไหน และไม่ศึกษาบทก่อนแสดง ว่าจะมีฉากวาบหวามที่น่าอับอายให้เล่นมากน้อยแค่ไหน? คิดแต่ตัวเลขที่วิ่งมาหาเพียงอย่างเดียว และเชื่อว่าดาราละครไทยก็คงจะมีอีกหลาย ๆ คนที่ไม่ต้องการแสดงบทเหล่านี้ แต่บางครั้งการค้ากับ การตัดต่อภาพที่ไม่รัดกุมที่ควรตัดทิ้งก็ไม่ตัด
น่าสงสารดาราเกาหลีที่ชื่อ ลี อุน จู ถ้าเจ้าหล่อนเกิดมาเป็นดาราเมืองไทยก็คงจะไม่คิดฆ่าตัวตาย เพราะคนไทยเราเดี๋ยวนี้ไม่ดูถูกอาชีพนักแสดงกันแล้ว แม้ลูกหลานในตระกูลใหญ่ ๆ ก็ยังออกมาเล่นละครกันเยอะแยะ ...และดูเหมือนจะได้รับการยกย่องและยกเว้นเสียด้วยซ้ำ ถ้าทำอะไรเกินเลยไป และคนไทยเราเรื่องอะไรใหญ่โตแค่ไหน เดี๋ยวเดียวก็ลืมแล้วแม้จะมีดูถูกดูแคลนกันบ้างก็นิด ๆ หน่อย ๆ ก็เม้าท์กันพอหอมปากหอมคอ เช่น
“อะไร ละครไทยนะ เดี๋ยวนี้ทำไมเล่นบทตบตี และบนเตียงนอนกันถึงพริกถึงขิงของแบบนี้”
“เออ...จริงด้วย ยายนางเอกคนนี้เองชอบมาก ๆ ทีนี้จะเลิกดูแล้ว”
ก็แค่นี้แหละคนไทยเรา รักง่ายลืมง่ายไม่ดูถูกเหยียดหยาม แต่กระนั้นดิฉันก็ดูละครหมดสนุกไปเยอะ เพราะละครยุคก่อน ทุกช่องก็ไม่ได้เล่นกันแบบนี้
ไหน ๆ ก็เขียนคอลัมน์ “ผู้หญิงงามสรรพ” แล้วก็จะขอเม้าท์สักหน่อยว่า ดาราไทยสมัยนี้หลาย ๆ คนทำไมจึงใจถึง ถ่ายแบบเซ็กซี่กันได้ถึงขนาดหนัก บางคนเป็นนางเอกแนวหน้าอ้าว ...ถ่ายปกยกแข้งยกขากระโปรงถลกไปถึงไหน ๆ สวมเสื้อก็คอลึกเห็นหน้าอกหน้าใจเกือบหมด โพสท่าเซ็กซี่ จนเกิดอาการเสียดายความสามารถของเขา ที่เราเคยลุ่มหลง การถ่ายแบบของเหล่าดารา ชนิดวาบหวิวมีให้เห็นบ่อยมาก
เคยถามผู้อยู่ในวงการว่า ...มันเกิดอะไรขึ้น? คำตอบที่ได้รับก็คือ
“เงินไงคะ เขาถ่ายแบบอย่างว่าทีรายหนึ่ง ๆ ก็เลขหลัก 5-6 ตัว แล้วเขาไม่เอาเรอะพี่?” ดิฉันครางอย่างอ่อนใจว่า...
“เกียรติยศและศักดิ์ศรีของความเป็นดาราล่ะ!” เสียงตอบมาอีกว่า...
“โฮ้ย...สมัยนี้เขาไม่คิดกันแล้ว เรื่องถูกต้องหรือไม่ เงินสำคัญกว่า ไหนจะซื้อบ้าน ไหนจะผ่อนรถ
เรื่องที่ได้ยินได้ฟังมาบ่อย ๆ แบบนี้ทำให้ต้องถามตัวเองว่า เมื่อไหร่จะทำให้คนไทยเราที่เห็นดีเห็นงาม โดยเอาวัฒนธรรมของฝรั่ง ที่เป็นคนละเรื่องของเราชาวพุทธ มาลบล้างความดีงามของวัฒนธรรมไทย
โชคดีเท่าไหร่แล้ว ที่อาชีพนักแสดงในเมืองไทยไม่ได้รับการดูถูก และเหยียดหยามเช่นดาราเกาหลี
ดิฉันคิดว่านางแบบถ่ายภาพศิลปะเขาก็มีวิถีทางของเขา ส่วนดาราภาพยนตร์และดาราละคร ก็ควรจะเลือกทางเดินที่เหมาะแก่อาชีพ และความศรัทธาของคนดูที่จะมอบให้มากกว่า!
แชท ชวนลุ้น โชว์อึ๋ม โชว์เอ็กซ์ มันมากับเน็ต โดย ผู้จัดการออนไลน์ 14 ตุลาคม 2548 + http://tnews.teenee.com/tnews/2055.html
ปัจจุบันประเทศไทยก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ มีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน สมสมัยยุคไอทีเฉกเช่นอารยประเทศต่างๆในโลก โดยเฉพาะในช่วงเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมาสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งในแง่ของความเจริญทางกายภาพโดยเห็นได้จากตึกรามบ้านช่อง ถนนหนทาง ตลอดจนสาธารณูปโภคต่างๆ มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกันความเสื่อมโทรมทางจิตใจของคนในสังคมก็เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น การก่ออาชญากรรมที่เกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ การกระทำชำเราโทรมหญิงและเด็กมีเป็นข่าวเกือบทุกวัน รวมถึงการค้ามนุษย์ในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น ปัญหาสังคมที่เป็นอยู่ได้สะท้อนให้เห็นว่าภัยมากมายที่เกิดขึ้นได้ส่งผลเสียหายกับสังคมและประเทศชาติโดยรวม ส่วนใหญ่เป็นผลพวงอันเนื่องมาจากการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีอย่างขาดความตระหนักรู้ ขาดความเหมาะสมและขาดความรับผิดชอบต่อสังคมและเยาวชน
ถึงแม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในสังคม จนถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นและส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของคนสมัยนี้ไปแล้ว เพราะนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกรวดเร็วในชีวิตประจำวัน เป็นแหล่งความรู้ขนาดใหญ่แล้ว ยังสามารถสร้างสรรค์ความบันเทิงและความสุขได้อย่างหลากหลายและอย่างไร้ขอบเขตจำกัดจนกลายเป็นทุกข์ของสังคมในทุกวันนี้
พ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อย ที่ไม่กล้าและกลัวที่ทำตัวให้คุ้นเคยกับเทคโนโลยี เพราะเกิดก่อนยุคเทคโนโลยีนั่นเอง ช่องว่างระหว่างเด็กสมัยนี้กับพ่อแม่ซึ่งเป็นเด็กในสมัยโน้นจึงเกิดเป็นปัญหาในการดำเนินชีวิตร่วมกันในโลกไร้พรมแดนอย่างเห็นได้ชัด
การที่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือตามไม่ทันกับสาระในอินเทอร์เน็ต จึงไม่ชี้แนะหรือให้คำปรึกษาใดๆ กับเด็ก กลับปล่อยให้เด็กเรียนรู้เองโดยลำพังอย่างไร้ทิศทาง เมื่อเด็กต้องเรียนรู้เองโดยลำพังอย่างอิสรเสรีโดยขาดความรู้พื้นฐานและประสบการณ์
แทนที่จะเสพความรู้ที่เป็นสาระและเป็นประโยชน์กับชีวิตจึงกลับกลายเป็นเรื่องที่ตรงกันข้าม จึงไม่มีวิจารณญาณในการเลือกรับความรู้ที่เหมาะสมไม่สามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจนระหว่างความดีและความไม่ดี ประกอบกับพฤติกรรมของการบริโภคในสังคมสมัยนี้ก็ดูเหมือนจะสนับสนุนและตอกย้ำให้เด็กๆเหล่านี้ประพฤติตาม เช่น การติดเกม ติดห้องแชท ดูภาพลามกที่ไม่เหมาะสมกับวัย ดูเว็บโป๊ และเล่นการพนัน เป็นต้น
เกมออนไลน์ นับว่าเป็นยอดแห่งความปรารถนาของเด็กสมัยนี้ ซึ่งนอกจากจะทำให้เด็กสนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจ และหลงใหลจนเสียการเรียนแล้ว ยังครอบงำเด็กๆให้มีพฤติกรรม และค่านิยมไม่ต่างไปจากตัวละครในเกม โดยทุกครั้งที่เด็กๆ เล่นเกมและตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเกม
สิ่งที่เด็กลุ้นและจดจ่อคือต้องเป็นผู้ชนะเท่านั้น ซึ่งในเงื่อนไขของผู้ชนะเกมก็คือการทำลายหรือสังหารคู่ต่อสู้นั่นเอง เมื่อเด็กเล่นเกมบ่อยมากขึ้นก็จะเกิดการซึมซับพฤติกรรมการทำลายล้างผู้อื่นขึ้นมาโดยลำดับ ปัญหาเด็กติดเกมจึงเป็นสัญญาณอันตรายต่ออนาคตของชาติเหล่านี้ โดยอาจทำลาย ความใสซื่อ ความมีน้ำใจไมตรี ความเมตตา ซึ่งเป็นบุคลิกที่เด็กไทยควรได้รับการอบรมขัดเกลามา กลายมาเป็นพฤติกรรม ก้าวร้าว รุ่มร้อน รุนแรง ซึ่งมีให้เห็นในสังคมปัจจุบันแล้ว
ห้องแช็ต หรือห้องสนทนา ภัยอีกประเภทหนึ่งในอินเทอร์เน็ตที่เด็กๆโปรดปรานกันมากโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ที่ขาดความรัก ความอบอุ่นจากพ่อแม่ผู้ปกครองต้องตกอยู่ในสภาพเหงาและว้าเหว่ จะหาทางออกโดยเข้าไปที่ห้องสนทนาซึ่งมีเพื่อนให้เลือกมากมายตามความต้องการและปรารถนาที่จะพูดคุยด้วย สุดแล้วแต่ว่าจะเลือกประเภทไหน อะไร อย่างไร ทั้งคู่สนทนาในประเทศและต่างประเทศที่เลือกได้ตามอัธยาศัย โดยที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้จักกัน บางคนอ่อนหัดขาดประสบการณ์และขาดภูมิคุ้มกัน ลุ่มหลงเพื่อนคู่สนทนาจนถูกหลอกไปข่มขืนขายตัวและในบางครั้งก็ถูกหลอกลวงเอาทรัพย์สินจนเกิดความเสียหายกับตนเองก็มีเป็นข่าวไปแล้ว
โชว์อึ๋ม ค่านิยมที่เบี่ยงเบนและขัดต่อวัฒนธรรมไทยมีให้เห็นมากมายในอินเทอร์เน็ตทั้งเว็บไทยเว็บเทศมีให้เลือกเสพตามความต้องการ โดยผู้ที่ชอบโชว์อึ๋มบางรายก็ไม่ต้องการอะไรนอกจากต้องการอวดรูปโฉมและสัดส่วนตนเองให้ชาวบ้านดูเล่นสนุกๆเท่านั้น (พวกโรคจิต) แต่ก็มีนักโชว์อึ๋มบางรายที่โชว์เพื่อต้องการหารายได้ซึ่งไม่ต่างอะไรกับโสเภณีหรือผู้ขายเรือนร่างเป็นอาชีพ สำหรับค่านิยมโชว์อึ๋มในอินเทอร์เน็ตนับวันก็ยิ่งจะมีให้เห็นอย่างแพร่หลายเพิ่มขึ้นจนก่อให้เกิดปัญหาและคดีข่มขืนขึ้นในสังคมทุกวันนี้
โชว์เอ็กซ์ ภัยอีกประเภทที่บ่อนทำลายความสงบสุขและความมั่นคงของสังคม ที่กำลังแพร่ระบาดทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งนับวันการโชว์ประเภทนี้มีการเพิ่มปริมาณ ความพิสดารและวิตถารมากขึ้นจนเป็นที่น่าตกใจ ส่งผลให้ผู้เข้าชมทั้งวัยโจ๋และวัยดึกจำนวนมากเสพโชว์เหล่านี้จนติด ถูกครอบงำซึมซับในสิ่งที่ไม่ดีจนเกิดการปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมที่เห็นผิดเป็นชอบ กล้าที่จะกระทำในเรื่องที่เกินตัวไม่เหมาะสมและขัดต่อจารีตประเพณี อาทิ ปฏิบัติการโชว์เซ็กซ์ออนไลน์เผยแพร่ มีค่านิยมเสพเซ็กซ์และแลกเปลี่ยนคู่นอนก่อนวัยอันควร รวมถึงการหลอกลวงทรัพย์สินผู้อื่น เป็นต้น
ถึงแม้ว่า จะมีสารวัตรอวกาศหรือสารวัตรอินเทอร์เน็ตผู้ทำหน้าที่ปิดและสกัดกั้นสื่อที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวข้างต้นทางอินเทอร์เน็ตก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในสังคม ยังพบว่าภัยทางอินเทอร์เน็ตมีมากมายและเพิ่มขึ้นทุกๆนาทีจนน่าห่วงใยสังคมไทยโดยเฉพาะเยาวชนของชาติเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีถึงกับมีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเอาจริงเอาจังกับการจัดระเบียบเกมออนไลน์และสื่อที่มอมเมาเยาวชนอนาคตของชาติให้ได้รับความเสียหายอย่างเป็นรูปธรรมและเร่งด่วนภายใน ๓ เดือน
ในระหว่างที่รอคอยให้หน่วยงานภาครัฐจัดระเบียบกับอินเทอร์เน็ตและเกมออนไลน์เพื่อพิทักษ์คุ้มครองเยาวชนบุตรหลานของท่าน คงจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมและดีอย่างมากหากพ่อแม่และผู้ปกครองจะร่วมมือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเริ่มต้นที่ตัวท่านด้วยการเรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยีอย่างไม่เกรงกลัว เพื่อจะได้เป็นที่ปรึกษาให้กับเด็กๆ รวมทั้งสร้างเสริมความรัก ความอบอุ่นและความเข้าใจให้กับบุตรหลานของท่านอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้
ผู้สนับสนุน + ผู้สนับสนุน
+ รับผู้สนับสนุน

แนะนำเว็บใหม่ : ผลการจัดอันดับ
รักลำปาง : thcity.com : korattown.com : topsiam.com : มหาวิทยาลัยเนชั่น
ศูนย์สอบ : รวมบทความ : ไอทีในชีวิตประจำวัน : ดาวน์โหลด : yourname@thaiall.com
ติดต่อ ทีมงาน ชาวลำปาง มีฝันเพื่อการศึกษา Tel.08-1992-7223