ไอทีในชีวิตประจำวัน #462 ตามกฎว่ามีอุปสงค์จึงจะมีอุปทาน ()
คำว่าอุปสงค์ (Demand) คือ ความต้องการซื้อสินค้าหรือบริการของลูกค้า ซึ่งนักการตลาดบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือความต้องการของลูกค้า และลูกค้าถูกต้องเสมอ ส่วนคำว่าอุปทาน (Supply) คือ ความต้องการขายสินค้าหรือบริการ ระหว่างสองคำนี้สำหรับธนาคารที่ต้องพิจารณาการขอสินเชื่อของผู้ประกอบการจะขอดูแผนธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการกู้ไปทำธุรกิจ หรือขยายธุรกิจ จะให้ความสำคัญกับคำว่าอุปสงค์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้มาจากการวิจัยตลาด หรือประเมินความต้องการซื้อของลูกค้า อีกตัวอย่างคือร้านสะดวกซื้อจะพิจารณาการตั้งร้านในทำเลที่มีความต้องการซื้อสูงโดยพิจารณาจากจำนวนผู้คนที่เดินผ่านบริเวณนั้น ถ้ามีความต้องการซื้อมากพอที่คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนตามแผนได้จริง ก็จะพบจุดตัดกันของอุปสงค์และอุปทาน
กฎที่อุปสงค์ต้องมาก่อนเป็นกฎที่มีมาช้านาน แต่นักนวัตกรรมบางท่านบอกว่าบางเรื่องที่เป็นนวัตกรรม หรือไม่เคยมีมาก่อนจะไปหาข้อมูลอุปสงค์มาจากไหน ถ้าทำวิจัยตลาดจะเชื่อในผลวิจัยได้หรือไม่ เพราะกลุ่มเป้าหมายก็ยังไม่เคยรู้เคยเห็นสินค้าใหม่มาก่อน เช่น สตีฟ จ็อบส์ พัฒนา ipod หรือ iphone หรือ ipad ต่างก็เป็นสินค้าที่ต่างไปจากเดิม คำว่า one thousand songs in your pocket ก็เป็นคำใหม่เกินจินตนาการของลูกค้าทั่วไป แต่อยู่ในจินตนาการของนักนวัตกรรม แล้วที่ iphone ขายดีอย่างทุกวันนี้ก็ไม่ได้เกิดจากอุปสงค์ของผู้บริโภค แต่เป็นนวัตกรรมของผู้ผลิตที่เชื่อว่าอุปทานต้องมาก่อน แล้วผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินใจ
ปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคสื่อเปลี่ยนไป จากที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะก็เปลี่ยนเป็นคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่หรือสมาร์ทโฟนที่สามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้จากทุกที่ทุกเวลา เมื่อมีอุปสงค์แบบนี้ก็ส่งผลถึงอุปทานโดยตรง ทำให้ยอดจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คก็มีแนวโน้มลดลง อย่างกรณีนี้ก็จะเห็นได้ว่าอุปสงค์เป็นตัวนำหรือตัวแปรต้น แล้วอุปทานเป็นตัวแปรตาม เมื่อความต้องการซื้อไปทางใด ความต้องการขายก็ต้องขยับไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ เริ่มปรับตัว ที่ปรับตัวไม่ทันก็ต้องปิดกิจการไปจำนวนไม่น้อย ที่ปรับตัวตามกระแสก็มักจะเป็นสมาร์ทโฟนท้องถิ่นที่มีราคาต่ำกว่าสมาร์ทโฟนของบริษัทชั้นนำ