ไอทีในชีวิตประจำวัน # 221 หากไม่เข้าถ้ำเสือ ย่อมไม่ได้ลูกเสือ
28 ธันวาคม – 3 มกราคม 2553
การดำเนินงานทุกงานต้องเริ่มจากการกำหนดวัตถุประสงค์ ทั้งการสอนหนังสือของอาจารย์ ข้าราชการจัดงาน นักเรียนไปโรงเรียน นักศึกษาทำโครงงาน ดาราแสดงภาพยนต์ ล้วนมีกิจกรรม มีการสื่อสาร มีการอ่านเขียน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่เสมอ มีหลายเวทีได้นำเสนอความสามารถของเอ็มเอสเอ็นแมสเซนเจอร์ (MSN Messenger) ว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้กิจการงานเหล่านั้นสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ด้วยความเรียบร้อย อาทิ ช่วยในการสื่อสาร รับส่งภาพถ่าย วีดีโอ แฟ้มข้อมูล หรือช่วยมองเห็นคู่สนทนาผ่านเว็บแคม มีน้องสาวคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าทุกวันนี้ใช้เว็บแคมผ่านเอ็มเอสเอ็นเป็นเครื่องมือให้เธอได้พูดคุยกับคุณแม่ที่ต่างจังหวัด นักศึกษาหลายคนก็บอกว่าใช้สำหรับขอคำปรึกษาจากผู้รู้หรืออาจารย์ที่ปรึกษาหลังเลิกงานได้ง่าย
ถ้าลูกค้าใช้งานเอ็มเอสเอ็นก็จำเป็นที่ผู้ขายสินค้าจะต้องใช้งานเช่นกัน เพื่อให้ปิดการขายทำได้ง่ายขึ้น ถ้านักเรียนใช้เอ็มเอสเอ็นก็เป็นโอกาสที่ครูจะใช้เป็นช่องทางให้ความรู้เพิ่มเติมแก่ศิษย์ ติดตามงานที่ศิษย์ยังคั่งค้าง หรือแนะนำผู้ประกอบการแก่ศิษย์ตามควร ถ้าศิษย์เก่าใช้งาน Hi5.com หรือ Twitter.com ก็ควรที่ครูจะเข้าไปขอเป็นเพื่อน เพื่อส่งข้อมูลข่าวสารให้ศิษย์เก่าได้ทราบและสร้างเครือข่ายที่ทรงพลังในการทำกิจกรรมสนับสนุนซึ่งกันและกันต่อไป
ยุคของการที่ครูเป็นศูนย์กลาง หรือร้านโชว์ห่วยลำพองใจในซอยเปลี่ยวเริ่มเปลี่ยนรูปไป ปัจจุบัน 7-11 ถูกเปิดในทุกมุมเมืองของประเทศด้วยมาตรฐานและบริการเหมือนกันทั่วประเทศ ร้านโชว์ห่วยจำเป็นต้องปรับปรุงให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอด ต้องวิจัยตลาด และตอบความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างเท่าทัน ยุคที่ครูจะทำตัวเป็นเทพให้ลูกศิษย์คลานเข้าไปกราบไหว้ขอความรู้เริ่มเสื่อมลง ปัจจุบันครูต้องเข้าหาศิษย์และสนับสนุนให้ศิษย์คิดอย่างสร้างสรรค์ (Creative Thinking) มิใช่ท่องหนังสือตามที่ครูจดให้อ่านบนกระดาน ครูต้องมีระบบและเป็นกลไกจัดหาเครื่องมือ และสถานการณ์ที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ตามศักยภาพของแต่ละคน แม้เป็นงานที่ยาก แต่ก็ท้ายทายสำหรับการได้ชื่อว่าเป็นครูสร้างสรรค์ (Creative Teacher) ในยุคนี้