ไอทีในชีวิตประจำวัน # 220 กระจกผีสิงกับก๊อกน้ำเจ้าที่
21 ธันวาคม – 27 ธันวาคม 2552
ชื่อบทความนี้ออกจะน่าขนลุกขนพองอยู่ไม่น้อย เพราะนึกย้อนกลับไป 50 ปีก่อน สิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้ก็คงเป็นได้เพียงจินตนาการ พ่อหลวงแม่หลวงในชนบททุกวันนี้ก็คงตื่นตะลึงทุกครั้งที่เข้าไปในตัวเมือง เพราะมีนวัตกรรมใหม่ให้ชวนสงสัยว่านี่เด็กรุ่นใหม่เขาคิดค้นอะไรกันไปทำไมมากมาย อาทิ อุปกรณ์เปล่งเสียงเตือนเมื่อมีคนเดินผ่านประตู บัตรกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในโรงแรม โถส้วมที่มีระบบฉีดชำระขึ้นมา โถปัสสาวะที่ปล่อยน้ำอัตโนมัติ ก๊อกน้ำที่ไม่มีแกนเปิดปิด กับกระจกที่มีหน้าหญิงสาวผลุบผลุบโผล่โผล่
มีอุปกรณ์สองประเภทที่น่าสนใจ ซึ่งผู้เขียนไปพบที่จังหวัดเชียงใหม่ คือ กระจกที่จะเปลี่ยนไปเมื่อมีคนเดินเข้าไปในรัศมีที่ตรวจสอบก็จะเปลี่ยนเป็นกระจกเงา ถ้าเดินห่างออกมาก็กลับเป็นภาพโฆษณาสินค้าที่มักเป็นภาพผู้หญิงยืนยิ้มพร้อมสินค้าอยู่ในภาพนั้น ด้วยการใช้เทคนิคของแสงกับกระจกพิเศษร่วมกับระบบตรวจสอบวัตถุในระยะใกล้ ทำให้ได้สื่อโฆษณาสินค้าอีกรูปแบบหนึ่ง ส่วนก๊อกน้ำที่ไม่มีแกนหมุน ไม่มีแกนยกขึ้นลง แต่น้ำจะไหลอัตโนมัติเมื่อเลื่อนมือเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการล้างมือ แต่มีค่าใช้จ่ายเรื่องราคา ค่าดูแล และค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ข้อดีคือประหยัดน้ำ เพราะลูกค้าไม่สามารถเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้เหมือนแต่ก่อน เทคโนโลยีที่อุปกรณ์ข้างต้นใช้ในการตรวจสอบมักใช้ ระบบเซ็นเซอร์จากแสงอินฟราเรดที่ตรวจจับความร้อนจากมือ หรือร่างกายมนุษย์
ในยุคบริโภคนิยมที่มนุษย์หลงใหลกับความสะดวกสบายที่ผู้ให้บริการแข่งขันกันประเคนให้ผู้บริโภคด้วยกลวิธีที่หลากหลาย แล้วมนุษย์ก็ชื่นชมกับสิ่งเหล่านั้นโดยเมินปัญหาพลังงานที่น่าจะแก้ไขได้หลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าทุกคนมุ่งมั่นที่จะลดการใช้พลังงานโดยเริ่มจากตนเองแล้ว ปัญหาพลังงานก็จะได้รับการบรรเทา แต่ดูทีท่าว่ามนุษย์จะไม่สนใจปัญหาวิกฤตพลังงาน ไม่สนใจการลดค่านิยมในวัตถุ หลายเสียงบอกว่าเราจะมีพลังงานทดแทนเป็นอัศวินม้าขาวมาแก้ปัญหาพลังงานได้ แต่ก็สงสัยกันว่าถ้าพลังงานทดแทนมีไม่พอกับความต้องการ แล้วเราต้องเตรียมตัวกันอย่างไรสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในรุ่นลูกรุ่นหลานของเรา เพราะคนรุ่นต่อไปจะดำรงอยู่ได้ด้วยพลังงานที่จำกัดอันเกิดจากการบริโภคที่ไม่รู้จักพอประมาณในรุ่นของเรา ก็หวังเพียงแต่ว่าจำนวนมนุษย์ที่เข้าใจปัญหาวิกฤตพลังงานจะมีเพิ่มขึ้นจนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่วิถีพอเพียงในที่สุด