ไอทีในชีวิตประจำวัน # 187 ทาสของเทคโนโลยีในยุควัตถุนิยม
4 พฤษภาคม – 10 พฤษภาคม 2552
หวนนึกถึงละครเรื่องนางทาส ซึ่งการเลิกทาสเริ่มชัดเจนตามพระราชบัญญัติทาส ร.ศ.124 หรือพ.ศ. 2448 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ การศึกษาเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ก็เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ครั้งหนึ่งได้ฟังผู้มีศีลเล่าว่าท่านใช้เทคโนโลยีหลายแบบเป็นเครื่องมือช่วยในการติดต่อสื่อสารกับผู้คนรอบตัว ทั้งผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับนำเสนอธรรมะ และเว็บไซต์เพื่อเผยแพร่หลักคำสอนทางศาสนา ในปัจจุบันเราจะพบเว็บไซต์ของวัด ศูนย์ปฏิบัติธรรม หรือสำนักสงฆ์หลายแห่งในประเทศ ซึ่งเชื่อได้ว่าผู้พัฒนาหวังว่าอินเทอร์เน็ตจะเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาจิตใจของผู้คนที่เข้าไปสืบค้นข้อมูล การสร้างสื่อเหล่านั้นย่อมต้องใช้เวลาในการสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตอย่างมาก แต่ทุกอย่างมักมีสองด้าน เช่น ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนที่มีแต่เครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเราก็มีบทเรียนว่าเยาวชนมากมายใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ใช้เพียงเพื่อความบันเทิง จนเกิดปัญหาในสังคมที่เรียกว่า ปัญหาเด็กติดเกม ปัญหาการถูกล่อลวงผ่านอินเทอร์เน็ต ก็หวังว่าผู้พัฒนาเว็บไซต์ทางศาสนาจะไม่ใช่ผู้ทรงศีลที่แสวงหาทางสงบ เพราะอินเทอร์เน็ตมีกับดักกิเลสที่ผู้เข้าถึงอาจหลงติดไปกับสิ่งล่อลวงแล้วความสงบในจิตใจก็จะเกิดขึ้นได้ยาก
มีเวทีที่เปิดให้แลกเปลี่ยนปัญหาเกี่ยวกับเทคโนโลยี แล้วปัญหาหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ เด็กติดเกม แต่บทบาทของผู้ร่วมเวทีก็ไม่อาจทำอะไรได้มากนัก ด้วยเหตุผลที่น่าฟัง เช่น ผู้ปกครองที่เดือดร้อนมักไม่เข้าใจปัญหา กฎหมายในปัจจุบันยังไม่เข้มงวด เจ้าหน้าที่ที่สามารถควบคุมร้านอินเทอร์เน็ตได้อย่างเข้าใจมีไม่เพียงพอ ปัญหาบางเรื่องต้องอาศัยศีลธรรมของเจ้าของร้านเป็นกลไกในการควบคุม ซึ่งประเด็นปัญหามักมุ่งเป้าไปที่ร้านอินเทอร์เน็ต แล้วประเด็นปัญหาอื่นก็ถูกหยิบยกตามขึ้นมา เช่น เจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอำนาจจำกัด ปัญหาจิตสำนึกของเจ้าของร้าน เกมใหม่มีผุดขึ้นอย่างดอกเห็ด ครอบครัวอ่อนแอ ระบบการศึกษาที่ไม่ส่งเสริมให้เยาวชนคิดเป็นทำเป็น คาดหวังต่อบทบาทของบ้าน วัด และโรงเรียน เป็นต้น
แม้เราชาวพุทธจะเข้าใจว่า ความสงบคือความสุข แต่ยุควัตถุนิยมส่งเสริมให้คนเป็นทาสของเทคโนโลยีจนความหอมหวานของเทคโนโลยี ทำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีมีข้ออ้างที่จะใช้ประโยชน์จากความสะดวกสบายที่ยากจะปฏิเสธ เช่น การนำเสนอสื่อผสมผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์จนผู้นำเสนอถูกเรียกว่าคนทันสมัยไม่ตกยุค การตกเป็นทาสของวัตถุนิยมทำให้มนุษย์บอกตนเองว่าการเสพข่าวสารข้อมูลนั้นมีประโยชน์จะขาดไม่ได้และยกระดับตนเองให้เป็นผู้รู้ไปหมดทุกเรื่องยกเว้นเรื่องของตนเอง ข่าวด้านลบของเทคโนโลยีมีออกมาบ่อยครั้ง เช่น ข่าวว่านักเรียนระดับประถมค้นหาคำว่านารุโตะเอ็ก หรือนารุโตะภาคพิสดาร แต่ผลที่ได้กลับเป็นวีดีโอคลิ๊ปของนารูโตะกับผองเพื่อน และผู้ปกครองสังเกตพบสิ่งผิดปกติ จึงออกมาร้องเรียน แล้วผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรมก็ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ สิ่งล่อลวงในอินเทอร์เน็ตมีมากมายเหลือเกินจะเป็นพระสงฆ์ ผู้รักษาศีล เด็ก หรือผู้ใหญ่ใจสะอาดก็เข้าถึงสิ่งเหล่านั้นได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่เป็นทาสของเทคโนโลยีก็ต้องหาหลักยึดที่ถูกต้อง เช่น หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือหลักธรรมทางศาสนา เพื่อลดโอกาสการหลงเข้าไปในด้านมืดของเทคโนโลยีในปัจจุบัน