ไอทีในชีวิตประจำวัน # 164 โทรศัพท์กับถ่านรุ่นใหม่
24 พฤศจิกายน – 30 พฤศจิกายน 2551
ปัจจุบันโทรศัพท์รุ่นดูทีวีได้มีราคาไม่ถึง 5,000 บาท พร้อมความสามารถมากมาย เช่น รับคำสั่งทางจอภาพแบบสัมผัส (Touch Screen) เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านไวร์ไฟร์ (wi-fi) เป็นเครื่องเล่นแฟ้มเสียงหรือแฟ้มวีดีโอ (Media Player) เป็นกล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวีดีโอ มีลำโพงหลายตัวพร้อมคุณภาพเสียงยอดเยี่ยม รับหน่วยความจำภายนอกจากไมโครเอสดีได้โดยสะดวก ในทัศนะของผู้เขียนคงไม่ซื้อโทรศัพท์มาดูทีวีเป็นแน่ เพราะจอเล็กกว่าจอทีวีหลายเท่า ดูซีดีภาพยนต์ที่เช่ามาก็ดูผ่านโทรศัพท์ได้อย่างยากลำบาก แหล่งพลังงานจากถ่านในโทรศัพท์ก็หมดเร็วมาก ส่วนทีวีเก่าที่บ้านก็ยังไม่เหลือบ่ากว่าแรงช่างอิเล็กทรอนิกส์ที่จะซ่อม ไม่เหมือนโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่เสียหลังหมดประกันแล้วช่างก็จะแนะนำว่าซื้อใหม่คุ้มกว่า
ผู้เขียนมีโอกาสซื้อโทรศัพท์ราคาสองพันกว่าบาทมาเครื่องหนึ่ง เพราะเครื่องเก่าชำรุดจะซ่อมก็ไม่คุ้ม ซื้อมาไม่กี่วันก็พบปัญหาเรื่องพลังงานที่ได้จากถ่านลิเธียมไออน (Li-Ion Battery) ใช้งานได้เพียง 2 วันก็หมดพลังงานไฟฟ้า ต่างกับรุ่นเดิมที่ชาร์จไฟครั้งเดียวใช้งานได้กว่าสัปดาห์ ปัญหาอาจเป็นที่รุ่นของโทรศัพท์ หรือมาตรฐานของถ่ายที่บริษัทนี้ผลิตก็ไม่ทราบ จึงหาวิธีแก้ไขไว้หลายวิธี คือ เปลี่ยนสายชาร์จเป็นตัวหนีบถ่านทำให้การชาร์จถ่านแยกจากตัวเครื่อง ซื้อถ่านเพิ่มเป็นถ่านสำรองกรณีไฟหมด ตั้งเวลาเปิดปิดในเวลาที่ไม่ใช้งาน ปิดบริการการเชื่อมต่อที่ไม่ใช้ ปิดเสียงกดปุ่ม และลดระดับเสียงลง
ถ่านแบบเก่าที่เคยนิยมใช้กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น นิเกิลแคดเมียม (ni-cd) หรือ นิเกิลเมทัลไฮไดรต์ (ni-mh) มีข้อจำกัดเรื่องอายุการใช้งาน การชาร์จถ่านรุ่นเก่าต้องมีการกระตุ้นก่อนใช้ และต้องชาร์จระหว่างใช้อย่างถูกวิธี แต่ถ่านที่นิยมนำมาใช้กับโทรศัพท์รุ่นใหม่เป็นถ่านแบบลิเธียมไอออนจะชาร์จเมื่อใดก็ได้ เพราะมีวงจรตัดไฟฟ้าป้องกันไฟเกินในตัวเอง มีระบบการป้องกันการระเบิด และมีอัตราการสูญเสียประจุต่ำกว่าถ่ายแบบเดิมมาก คงบอกไม่ได้ว่าโทรศัพท์รุ่นใดจะพบปัญหาแบบใด ทางที่ดีควรสอบถามเพื่อนผู้ใช้โทรศัพท์รอบตัวท่านว่าใช้รุ่นใดอยู่ ถ้าใช้รุ่นเดียวกันอาจยืมสายชาร์จในกรณีฉุกเฉิน หรือค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติมเพื่อความมั่นใจในการตัดสินใจ พอพบข้อมูลเรื่องถ่านมากขึ้นทำให้นึกไปเองว่าพกโทรศัพท์เครื่องที่รุ่นใหม่สมัยนี้เหมือนพกระเบิดเวลาติดตัวเลยนะครับ ไม่รู้จะถึงเลขศูนย์เมื่อใด