ไอทีในชีวิตประจำวัน # 154 จอแอลซีดี 32 นิ้ว
15 กันยายน – 21 กันยายน 2551
จอคอมพิวเตอร์ในยุคแรกเป็นแบบตัวอักษร (Text Mode) และเป็นจอสีเดียว (Monochrome Monitor) มักมีสีเขียว คนยุคก่อนจึงเรียกว่าจอเขียว ต่อมาพัฒนาเป็นจอสี (Color Monitor) หรือจอกราฟฟิก (Graphic Monitor) ที่ใช้เทคโนโลยีซีอาร์ที (CRT =Cathode Ray Tube) มีขนาด 15 นิ้วมานับทศวรรษ จนไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีด้านจอภาพพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จอรุ่นใหม่ที่มาเขย่าวงการจอคอมพิวเตอร์ก็คือจอแอลซีดี (LCD = Liquid Crystal Display) ในยุคแรกจอแบบนี้จะมีราคาสูงมาก แต่จากความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาต่ำลงจนสามารถทดแทนจอแบบซีอาร์ทีได้ในที่สุด ผู้คิดค้นจอแอลซีดีคือ Pierre-Gilles De Gennes เขาได้รับรางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์เมื่อปีพ.ศ.2534 และถึงแก่กรรมเมื่อปีพ.ศ.2550
ทีวีพลาสม่า (PLASMA TV) เคยได้รับความนิยมอย่างสูงจากคุณสมบัติโดดเด่นหลายประการ แต่ความนิยมในจอทีวีแอลซีดี (LCD TV) เริ่มเข้ามาแทนที่ด้วยความเป็นทีวีระบบดิจิทอลที่แสดงภาพความละเอียดสูงได้คมชัด ราคาต่ำ ใช้งานเป็นจอภาพสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ จนหลายองค์กรใช้จอแอลซีดีขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับนำเสนอข้อมูลหน้าสำนักงาน หรือหน้าห้องประชุมแทนป้ายไฟอักษรวิ่ง ผ่านโปรแกรมไมโครซอฟท์พาวเวอร์พอยท์ (Microsoft Power Point) เพื่อแสดงข้อมูลที่เลื่อนไหลไปมาตามที่ตั้งโปรแกรมไว้
จอแอลซีดีขนาด 32 นิ้วที่ราคาเคยสูงถึง 30,000 บาทถือเป็นราคาปกติ เมื่อไม่นานมานี้ราคาลดลงเหลือหมื่นกว่าบาท แต่วันนี้บางยี่ห้อมีราคาเหลือไม่เกิน 10,000 บาท ซื้อจอเดียวแต่ใช้ได้ทั้งดูทีวีและเป็นจอคอมพิวเตอร์ในเครื่องเดียวกันก็นับว่าคุ้มค่ามาก คุณสมบัติที่คาดว่าจะมีในทีวีจอแอลซีดียุคต่อไป คือ มีช่องรับสื่อเก็บข้อมูลภายนอก เพื่อเล่นแฟ้มมัลติมีเดียได้โดยไม่พึงอุปกรณ์เสริมอื่น สามารถรับข้อมูลผ่าน USB Port ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์เกือบทุกชนิดไปแล้ว ผู้ใช้ที่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ก็หวังว่าจะเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับโทรทัศน์ได้ เพื่อส่งข้อมูลไปแสดงผลในจอขนาดใหญ่หรือเล่นเพลงผ่านลำโพงที่มีในทีวีได้โดยสะดวก