ไอทีในชีวิตประจำวัน # 132 ภาพการ์ตูนสองมิติและสามมิติ
14 เมษายน – 20 เมษายน 2551
ภาพวาดดิจิทอลโดยทั่วไปมี 2 แบบคือ 2 มิติ และ 3 มิติ คำว่าภาพ 2 มิติ คือภาพที่มีความกว้างและความสูง ส่วนภาพ 3 มิติจะมีความลึกเป็นคุณลักษณะที่เพิ่มขึ้นมาจากภาพ 2 มิติ เด็กนักเรียนในระดับอนุบาลมักถูกสอนให้วาดภาพ 2 มิติตั้งแต่เล็ก มักเป็นภาพที่บอกไม่ได้ถึงความใกล้ไกลของวัตถุแต่ละชิ้นให้ชัดเจนด้วยการใช้องค์ประกอบของแสงและเงา แต่นักเรียนตั้งแต่ระดับประถมจะเข้าใจการใช้แสงและเงาอธิบายระยะใกล้ไกลของวัตถุแต่ละชิ้น โรงเรียนในตัวเมืองจะสอนให้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์วาดภาพและโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้นที่นิยมถูกใช้เสมอคือ โปรแกรมเพนท์ (Paint) ของบริษัทไมโครซอฟท์ (Microsoft Corp.) เพราะโปรแกรมถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน และมีมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการวินโดว์ จึงเหมาะสำหรับมือใหม่หัดวาด
สำหรับโปรแกรมที่ผู้ใหญ่นิยมใช้ในการแต่งภาพคือโฟโต้ช๊อป (Photoshop) เพราะมีเครื่องมือให้ใช้มากมาย สามารถช่วยลบคนที่ไม่ต้องการออกจากภาพถ่าย ลบสิว ลบไฝ ใส่แสงสว่าง เปลี่ยนฉากหลัง หรือเปลี่ยนสีผิว นักเขียนการ์ตูนอาจนำมาช่วยสร้างภาพยนต์การ์ตูนแอนิเมชัน สร้างตัวละครขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วนำมาใช้ได้หลายครั้งด้วยอริยาบทที่มีอยู่จำกัด เช่น ยืน นั่ง นอน เดิน วิ่ง กระโดด แต่เปลี่ยนฉากหลังด้วยการเปลี่ยนแผ่นภาพ (Layer) ที่ซ้อนกันอยู่ ก็จะได้เรื่องราวที่เปลี่ยนไปตามฉาก ตามโครงเรื่องที่สร้างขึ้น
การ์ตูนในปัจจุบันถูกพัฒนาให้เป็นตัวละคร 3 มิติผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถเฉพาะด้าน ทำให้ตัวละครที่สร้างขึ้นถูกนำกลับมาใช้ได้หลายครั้ง ด้วยการขยับร่างกาย และเปลี่ยนเสื้อผ้าไปตามจินตนาการ มีการสร้างตัวละคร 3 มิติเป็นหญิงสาวชื่อ Terai Yuki หรือ Kyoko Date ซึ่งกลายเป็นนางแบบในโลกเสมือนจริงที่พบเห็นได้บ่อย โปรแกรมที่ใช้สร้างตัวละครเสมือนจริง (Virtual Model) เช่น 3DSMax, Blender, Maya, Lightwave, Cinema4D, Houdini, SHADE, Poser ปัญหาที่เคยมีกับการใช้โปรแกรมสร้างวัตถุสามมิติ คือ คุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องสูงทั้งความเร็ว และหน่วยความจำ แต่ปัญหาเหล่านั้นได้หมดจากการที่เครื่องคอมพิวเตอร์ราคาต่ำลง แต่มีคุณสมบัติสูงมากพอที่จะใช้งานโปรแกรมด้านกราฟิกหรือมัลติมีเดียได้แล้ว