ไอทีในชีวิตประจำวัน # 111 โรคภัยไข้เจ็บในโลกไอที
19 พฤศจิกายน 2550 – 25 พฤศจิกายน 2550
ช่วงนี้ผู้เขียนเฝ้าไข้ญาติที่โรงพยาบาล อาการที่ปรากฏในช่วงแรกคือเจ็บท้องเหมือนโรคกระเพาะ หมอที่โรงพยาบาลวินิจฉัยเช่นนั้นมาตลอดจนอาการชัดเจนว่าไม่น่าใช่ หมอจึงทำใบส่งตัวส่งไปตรวจละเอียดแล้วทำการเอ็กซเลย์คอมพิวเตอร์ก็พบว่ามีเนื้องอกจริงดังคาด ในโลกไอทีเครื่องคอมพิวเตอร์ก็เจ็บป่วยได้ไม่ต่างกับวัฎจักรสงสารของมนุษย์ที่ประกอบด้วย การเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย เพียงมนุษย์นิยมซื้ออุปกรณ์ไอทีใหม่มากกว่าการซ่อมเพราะของใหม่มักราคาถูกและดีกว่า แต่การเจ็บป่วยของมนุษย์ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากการรักษาให้ถึงที่สุด ตามศักยภาพของแต่ละครอบครัว
ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ที่มีอายุการใช้งานประมาณ 5 ปี บางองค์กรนำเครื่องคอมพิวเตอร์เก่าไปทิ้งแม้จะมีสภาพที่พอใช้งานได้ตามอัตภาพ แต่บางองค์กรเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ยกชุดเพราะมีงบประมาณและเครื่องรุ่นใหม่เข้ามาล่อตาล่อใจโดยไม่คำนึงถึงคำว่าพอประมาณ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ในบางองค์กรแค่ทำงานผิดปกติเล็กน้อยก็พิจารณาซื้อเครื่องใหม่แล้ว เพราะคิดว่าไม่คุ้มที่จะซ่อม เช่น ซ่อมราคา 1,500 บาท แต่ซื้อใหม่ราคา 5,000 บาทพร้อมแถมหมึกอีกหนึ่งตลับราคาประมาณ 2,000 บาท ก็เป็นเรื่องที่เลือกได้สำหรับหลายองค์กร แต่สำหรับบางองค์กรในชนบทที่ต้องการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ก็ไม่มีให้ใช้ และนี่คือความไม่เท่าเทียมกันในสังคมที่เราต้องยอมรับ
มนุษย์มีโอกาสเจ็บป่วยได้ทั้งทางกายและจิตใจ ผู้ป่วยทางใจนิยมเลือกศาสนาเป็นที่พึ่งช่วยเยียวยาจิตใจ มีเว็บไซต์และสื่อมัลติมีเดียมากมายที่หาดาวน์โหลดได้จากอินเทอร์เน็ต การมีศรัทธาย่อมทำให้เรามีความสุขโดยเฉพาะผู้สูงอายุจะเข้าวัดฟังธรรมกันมาก ผู้ที่เจ็บป่วยทางกายมักเลือกศาสนาเป็นที่อีกทางเลือกหนึ่งในการเยียวยาเพราะเชื่อว่าพลังจิตสามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง เว็บไซต์เกี่ยวกับธรรมมะในจังหวัดลำปางที่ได้รับความนิยมระดับประเทศคือ วัดเกาะดอทคอม (Watkoh.com) ทุกครั้งที่ผู้เขียนเข้าไปหาข้อมูลก็จะอึ้งทุกครั้งที่เห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
มนุษย์ที่เจ็บป่วยทางกายก็ย่อมต้องเข้าโรงพยาบาลรักษาทางยาหรือผ่าตัดไปตามกรณี บางคนก็เลือกยาต้ม เลือกไสยเวทย์ช่วยรักษาคู่ขนานกันไป ในทางคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน ถ้าคอมพิวเตอร์มีปัญหาก็ต้องส่งซ่อมโดยร้านค้าที่มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา เปลี่ยนอุปกรณ์ที่ชำรุด หรือติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่ สิ่งที่แตกต่างกันชัดเจนระหว่างคอมพิวเตอร์กับมนุษย์คือ มนุษย์ไม่สามารถหาอะไหล่หรือของเทียมมาเปลี่ยนแล้วใช้งานได้ดีกว่าของแท้ แต่การเปลี่ยนอุปกรณ์จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ดีกว่าเดิมเสมอ มนุษย์ไม่อยู่ยงคงกระพันฉันใดเครื่องคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน อาทิ เมื่อฝนตกไฟดับอาจทำให้คอมพิวเตอร์ชำรุด ส่วนเครื่องที่ให้บริการคนทั้งประเทศตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอาจบกพร่องตามอายุการใช้งาน อุปกรณ์ที่อยู่กลางแจ้งย่อมมีอายุการทำงานน้อยกว่าอุปกรณ์ในล่ม ถ้าเราเข้าใจและทำใจว่าโลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืน หลายอย่างควบคุมไม่ได้ ความทุกข์อยู่ที่ใจ ก็จะมีคำตอบให้กับหลายคำถาม แม้จะเป็นคำตอบที่เราไม่อยากยอมรับก็ตาม