กฎหมาย ระเบียบ จริยธรรม ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
การคิดต่างของมนุษย์เป็นเรื่องธรรมดา
. คิดต่างได้ เพราะ คิดต่างสร้างปัญญา แต่ต้องอยู่ในเกณฑ์
    ทั้งเรื่องคุณธรรม และจริยธรรม มีเกณฑ์การพิจารณาแตกต่างกันไปตามข้อมูล ความเชื่อ ทัศนคติ มุมมอง การเลือกข้าง หรือผลสรุป เรื่องเดียวกันในอีกวัฒนธรรมอาจถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ผิด หรือถูกก็ได้ ตัวอย่างการคิดต่างที่ชัดเจน คือ พฤติกรรมการทักทายที่แตกต่างกันของแต่ละชาติ เช่น ประเทศฝรั่งเศส จะแนบแก้มกับแก้มของอีกฝ่ายและทำเสียงจุ๊บ ประเทศอาร์เจนตินา จะหอมแก้มกันและทำเสียงจุ๊บ ประเทศนิวซีแลนด์ ชนเผ่าเมารี เอาจมูกแตะกันและคลึงเล็กน้อย วิธีนี้เรียกว่า “คีโอร่า” ประเทศไทย และประเทศอินเดีย จะยกมือไหว้ ประเทศสหรัฐอเมริกา จะพูดว่าไฮ และจับมือ ถ้าหนุ่มไทยมาขอแก้มชนแก้มกับสาวไทย คงเป็นเรื่องเป็นราวแน่ เพราะไม่ใช่จริยธรรมของคนไทย
   สรุปว่า ทุกคนเห็นต่างกันได้ เพราะมีภูมิหลังที่แตกต่างกัน และกลุ่มคนที่มีภูมิหลังแบบเดียวกันก็มักจะคิดเหมือนกัน และถ้าเป็นมนุษย์เหมือนกัน ก็มักจะคิดเหมือน ๆ กัน เช่น การเบียดเบียนสัตว์อื่นเป็นอาหาร หากถามมนุษย์ก็คงบอกว่าไม่ผิด ส่วนการตกปลาเป็นกีฬา ถ้าไปถามปลาก็เชื่อว่าพวกปลาของบอกว่าเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้ ประหารสถานเดียว ไม่ต้องรอลงอาญา
หมวกหกใบ : เป็นกิจกรรมที่ฝึกให้คิดต่างกันได้
เห็นการเอารัดเอาเปรียบ แล้วมองเป็นเรื่องตลก .. ขาดคุณธรรมไปชั่วอึดใจ

http://www.manythings.org/jokes/
เรื่องนี้ .. ฝรั่งตลกจริง ๆ หรือ
+ แสดงว่ามนุษย์บางคนมีความสุข
เมื่อตนเองได้ประโยชน์ แม้คนอื่นเดือดร้อน
+ แสดงว่ามนุษย์บางคนมีความสุข
เมื่อเห็นบางคน เอารัดเอาเปรียบอีกคน
.. (ที่บอกว่าฝรั่ง เพราะเป็นภาษาอังกฤษ)
เคยมีผลสำรวเอแบคโพลว่าไทย ok 
ถ้ามีการคอร์รัปชั่นแล้ว ตนเองได้ประโยชน์
ซึ่งโพลบอกว่าไม่ถูกต้อง .. จริงในมุมเขา
เพราะเหตุนี้ จงควรส่งเสริมคุณธรรมเยอะๆ
จะได้สมเป็นเมืองพุทธ ที่ยึดในเมตตาธรรม
+ http://hilight.kapook.com
ความหมาย
จริยธรรม (Moral Philosophy) # หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติ ศีลธรรมอันดี ตามธรรมเนียม
จริยธรรม มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต 2 คำคือ จริย กับ ธรรม
จริย แปลว่า ความประพฤติ การปฏิบัติ กิริยาที่ควรประพฤติ
ธรรม แปลว่า คุณความดี คำสั่งสอนในศาสนา หลักปฏิบัติในทางศาสนา ความจริง ความยุติธรรม ความถูกต้อง กฎเกณฑ์
เมื่อนำ จริยะ มาต่อกับ ธรรม เป็น จริยธรรม ได้ความหมายว่า
1) กฎเกณฑ์แห่งความประพฤติ หรือ
2) หลักความจริงที่เป็นแนวทางแห่งความประพฤติปฏิบัติ
หรือ การแสดงออกทางการประพฤติปฏิบัติของบุคคลที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง
+ อ้างอิงจาก ไสว มาลาทอง ป.ธ. 5 น.ธ .เอก ศน.บ. M.A. คู่มือ การศึกษาจริยธรรม กรมการศาสนา พ.ศ. 2542 หน้า 6
ความหมายของ ธรรมชาติ สัจธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรม
พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตโต) กล่าวไว้ว่า ธรรมชาติ คือ "สภาพที่ทรงไว้, ธรรมดา, ธรรมชาติ สภาวะธรรม, สัจธรรม, ความจริง, เหดุ, ต้นเหตุ, สิ่ง, ปรากฏการณ์ ฯลฯ"
+ อ้างอิงจาก พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตโต ) มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หน้า 105
จริยศาสตร์ คือ ปรัชญาสาขาหนึ่งว่าด้วยความประพฤติและการครองชีวิตว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรผิด อะไรถูก หรืออะไรควรอะไรไม่ควร ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน (2525 : 217)
ศีลธรรม คือ ความประพฤติดีที่ชอบ ธรรมในระดับศีล ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน (2525 : 771)
จรรยาบรรณ คือ ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างที่กำหนดขั้น เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และฐานะของสมาชิก อาจเกิดเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้ ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน (2525 : 771)
สัจธรรม คือ ความจริงที่มีอยู่ตามธรรมดา เป็นภาวะของธรรมชาติ
จริยธรรม คือ ข้อผูกพันที่โยงสัจธรรมนั้นเข้ากับชีวิตและสังคมมนุษย์
วัฒนธรรม คือ รูปแบบการปฏิบัติตามจริยธรรมที่ปรากฏในวิถีชีวิตของสังคมมนุษย์ (วัฒนธรรมไทย สู่ยุคเป็นผู้นำและเป็นผู้ให้ พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตโต) สำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ โรงพิมพ์การศาสนา พ.ศ. 2538 หน้า 10)
คุณธรรม (Moral) #
A moral is a message conveyed (สื่อ) or a lesson to be learned from a story or event. The moral may be left (เหลือไว้) to the hearer, reader or viewer to determine for themselves, or may be explicitly encapsulated in a maxim (คติพจน์).
คุณธรรมเป็นสารที่สื่อออกมา หรือบทเรียนที่เรียนรู้จากเรื่องราวหรือเหตุการณ์ ซึ่งคุณธรรมอาจติดไปกับผู้ฟัง ผู้อ่าน ผู้ชมที่จะอยู่ในพวกเขา หรือถูกสังเคราะห์เป็นชุดความคิดในรูปของคติพจน์ เช่น ทำดีย่อมได้ดี น้ำขึ้นให้รีบตัก
จริยธรรม (Ethics) #
Ethics, also known as moral philosophy, is a branch of philosophy that involves systematizing (ประมวล), defending (การปกป้อง), and recommending (ชี้แนะ) concepts of right and wrong behavior.
จริยธรรม หรือปรัชญาคุณธรรม ที่เกี่ยวกับการประมวล การปกป้อง ชี้แนะแนวทาง หรือพฤติกรรมว่าอะไรถูกอะไรผิด
ประเด็นกตัญญู
เห็นข่าวเรื่อง .. ความกตัญญู
ที่พระท่านมีเมตตาต่อฆราวาส
ฆราวาสที่ได้เมตตาจากท่านก็รู้สึกดี
เป็นความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดจากความรู้สึกกตัญญู
คำสอน = ทำดี ย่อมได้ดี + เมตตาธรรม ค้ำจุนโลกา
+ http://bit.ly/1j5eDgp
+ facebook.com/buddha.isara
ปล. พบบทความเชิงข่าวในเว็บไซต์
ของกรุงเทพธุรกิจ กลุ่มข่าวการเมือง
ประเด็นประชดด้วยการทำร้ายตนเอง
ชอบที่ อ.tipaya เขียนครับ
แสดงว่าการประชดพ่อแม่มีมานายหลายสิบปีแล้ว
บางคนก็บอกว่ามีมาหลายร้อยหลายพันปีแล้ว
อันที่จริง .. การประชดนั้นไม่ได้มีเฉพาะในครอบครัว
ระหว่างลูกกับพ่อแม่เท่านั้น .. นะครับ
น่าจะเป็นเพราะขาดคุณธรรมจริยธรรม
1. เห็นคนงาน walmart ที่อเมริกานู้น
หยุดงานให้บริษัทเจ้งไปเลย ถ้าไม่เพิ่มผลตอบแทน
ภาษานักข่าวเขาเรียกว่า "ผละงานประท้วง"
ค้นคำนี้ใน google พบไป 4 แสนลิงค์ครับ
2. อยากให้แฟนรัก แล้วแฟนไม่รัก ยังไม่มีอารมณ์รักตอนนั้น
ประชดด้วยการทำร้ายตัวเอง บางคน "ฆ่าตัวตายประชดแฟน"
ค้นคำนี้ใน google พบไป 2 แสนลิงค์ครับ


เอกสารนำเสนอ
คุณธรรม จริยธรรม
อาชญากรรมคอมพิวเตอร์

ประเด็นที่น่าสนใจ
+ สื่อลามก
+ แฮกเกอร์ (Hacker) คือใคร
+ ความปลอดภัย
+ พรบ.คอมพิวเตอร์ ๒๕๕๐
+ การป้องกัน และรักษาความปลอดภัย

+ เอกสารโครงการ บัณฑิตไทยไม่โกง #
+ ขึ้นบัญชีดำบัณฑิตเบี้ยวหนี้กยศ. 50%
โครงการบัณฑิตไทยไม่โกง
จริยธรรมคอมพิวเตอร์
จริยธรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Ethics)
จริยธรรมคอมพิวเตอร์ คือ หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ตัวอย่างการกระทำผิดจริยธรรมคอมพิวเตอร์ 1. การใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายผู้อื่นให้เกิดความเสียหายหรือก่อความรำคาญ 2. การใช้คอมพิวเตอร์ในการขโมยข้อมูล 3. การเข้าถึงข้อมูลหรือคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต 4. การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ขอบเขตของจริยธรรมคอมพิวเตอร์ มีดังนี้ Ethics of information technology using = PAPA [7]p.358 1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) เช่น แอบดูเมล เก็บบันทึกจราจร ข้อมูลลูกค้า หรือ Single Sign On 2. ความถูกต้อง (Information Accuracy) เช่น Bank, Grade, Wiki, Blog 3. ความเป็นเจ้าของ (Intellectual Property) เช่น ทรัพย์ที่จับต้องและจับต้องไม่ได้ การคุ้มครองสิทธิ 4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) เช่น DoS, Security, Bandwidth, Priority, Method Four Ethical Issues of the Information Age by Richard O. Mason in MIS Quarterly [O'Brien 1996:599] + Mar86, Vol. 10 Issue 1, p5 + http://www.gdrc.org/info-design/4-ethics.html + http://misq.org/misq/downloads/download/editorial/336/ กฎหมาย หรือร่างกฎหมาย มีดังนี้ 1. พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.๒๕๔๔ (ใช้ 3 เม.ย.45) 2. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ 3. กฏหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ 4. กฏหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ 5. กฏหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 6. กฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียม
ประเด็นพูดคุยเรื่องจริยธรรมคอมพิวเตอร์
ความรู้เปรียบเสมือนดาบสองคม
เวลามีแฟ้ม pdf ที่ตนเองเผลอ lock
ก็มีวิธี unlock ที่ p d f u n l o c k . c o m
แต่ถ้าไม่ใช่แฟ้มของเรา ไม่ควร unlock นะครับ
เพราะตามหลักคุณธรรมจริยธรรม ไม่ควรกระทำเช่นนั้น
ควรปรึกษาเจ้าของแฟ้มว่าจะนำไปทำอะไร
และอนุญาตให้เรียบร้อย จะได้สบายใจทุกฝ่าย
+ http://www.thaiall.com/blog/burin/5417/
ตัวอย่างการส่งเสริมเยาวชน
เทศบาลนครลำปาง ขอมอบเกียรติบัตรนี้ไว้เพื่อแสดงว่า นายธนาวัฒน์ พุทธวงค์ เป็นผู้มีความประพฤติดี มีคุณธรรม สมควรยกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชน เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2556 ให้ไว้ ณ วันที่ 20 ก.ย.2556
เปรียบเทียบกับ [หนังสองพัน]
จริยธรรมไทย
รวบรวมจาก "การประชุมทางวิชาการเกี่ยวกับจริยธรรมไทย"
ในส่วนนโยบายและการพัฒนาเด็กระยะยาวด้านคุณธรรมจริยธรรม ตามแนวคิดของ ศ.ดร.สาโรช บัวศรี และพระราชวรมุนี มีหัวข้อดังนี้
๑. ความมีเหตุผล (Rationality) 
๒. ความซื่อสัตย์สุจริต (Honesty) 
๓. ความอุตสาหะ หรือการมีความตั้งใจแน่วแน่ (Resolution) 
๔. ความเมตตากรุณา (Compassion) 
๕. ความเสียสละ (Devotion)
๖. ความสามัคคี (Cooperation) 
๗. ความรับผิดชอบ (Responsibility) 
๘. ความกตัญญูกตเวที (Gratitude) 
๙. ความประหยัด (Moderation) 
๑๐. ความรู้จักพอ (Satisfaction) 
๑๑. ความมีสติสัมปชัญญะ (Awareness) 
๑๒. ความมีระเบียบวินัย (Discipline) 
๑๓. ความยุติธรรม (Fairness) 
๑๔. ความอดทนอดกลั้น (Endurance) 
๑๕. ความเคารพนับถือผู้อื่น (Consideration) 
๑๖. ความไม่เห็นแก่ตัว (Selflessness)
๑๗. ความถ่อมตัว (Modesty) 
๑๘. ความกล้าทางคุณธรรม (Courage) 
๑๙. ความเคารพตนเอง (Self-respect) 
เดิมมี 29 ข้อ ได้ลดความซ้ำซ้อนเหลือ 19 ข้อ
+ http://www.trueplookpanya.com

ภาพนี้มีความสอดคล้องกับหลายหัวข้อในเรื่องของจริยธรรม
http://www.slideshare.net/dcjsink/ss-44023847
http://beenoi341.blogspot.com/2012_05_01_archive.html
The biggest received all the praise while the smallest being blamed
จริยธรรมที่คนไทยเราขาดมี 19 เรื่อง
ยุติธรรมเป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องแก้ไข 
ภาพนี้น่าสนใจครับ จะนำไปเล่าให้นักศึกษาฟัง
เผื่อว่าความเท่าเทียม/ยุติธรรมในสังคมจะเพิ่มขึ้น ต่อไป
- เวลาได้รับสิ่งดีมา ก็นำมาแบ่งกัน
- เวลาได้รับปัญหามา ก็นำมาแบ่งกัน
ปล. เคยมีการถกกันเรื่องความเท่าเทียม กับความยุติธรรม 
ว่าไม่ใช่เรื่องเดียวกัน .. แต่ก็ขึ้นกับมุมมองผู้พิจารณาครับ
+ http://lolzbook.com/2013/08/this-is-how-it-works/
+ https://www.pinterest.com/pin/447545281690966106/
ปล. เพื่อนผม คุณ ต. แชร์มาในเครือข่ายสังคม จึงหยิบมาแบ่งปัน
คุณลักษณะของจริยธรรม [5]p.7 คุณลักษณะของจริยธรรม (The characteristics of ethics) มี 12 ข้อ คือ ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ ความมีเหตุผล ความกตัญญูกตเวที ความอุตสาหะ ความสามัคคี ความมีระเบียบวินัย ความเสียสละ ความประหยัด ความยุติธรรม ความเมตตา ความกรุณา โดยมีความหมายดังนี้
1. ความรับผิดชอบ (Responsibilities) หมายถึง การปฏิบัติหน้าที่อย่างตั้งใจ มีความละเอียดรอบคอบ มีความพากเพียรพยายาม เพื่อให้งานหรือภาระที่รับผิดชอบอยู่บรรลุสำเร็จตรงตามเป้าหมาย
2. ความซื่อสัตย์ (Honesty) หมายถึง การประพฤติปฏิบัติตนอย่างตรงไปตรงมา ตรงต่อความเป็นจริง ทั้งกาย วาจา ใจ ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
3. ความมีเหตุผล (Rationality) หมายถึง การรู้จักใช้สติปัญญา ไตร่ตรอง คิดใคร่ครวญ หรือพิสูจน์สิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ประจักษ์ โดยไม่ผูกพันกับอารมณ์ และความยึดมั่นในความคิดของตนเอง
4. ความกตัญญูกตเวที (Gratitude) หมายถึง ความรู้สึกสำนึกในบุญคุณของบุคคลผู้มีอุปการะคุณ หรือสิ่งอันมีคุณต่อมนุษย์เรา และแสดงออกถึงความสำนึกในบุญคุณนั้นด้วยการตอบแทนคุณอาจกระทำด้วยสิ่งของหรือการกระทำอย่างนอบน้อม
5. ความอุตสาหะ (Perseverance) หมายถึง ความพยายามอย่างยิ่งยวด เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จในการงานหรือกิจกรรมที่ทำ ด้วยความขยันขันแข็งกระตือรือร้น อดทนอดกลั้น ถึงแม้จะประสบปัญหาหรืออุปสรรคขัดขวางก็ไม่ยอมแพ้และไม่ย่อท้อ
6. ความสามัคคี (Unity) หมายถึง ความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว การให้ความร่วมมือในการกระทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว รวมทั้งมีความรักในหมู่คณะของตน
7. ความมีระเบียบวินัย (Discipline) หมายถึง การควบคุมความประพฤติของตนเองให้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม กับจรรยามารยาททางสังคม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมายและศีลธรรม
8. ความเสียสละ (Sacrifice) หมายถึง การลดละความเห็นแก่ตัว การแบ่งปันแก่คนที่ควรให้ด้วยทรัพย์สิน กำลังกาย และกำลังปัญญาของตนเอง
9. ความประหยัด (Economy) หมายถึง การใช้สิ่งของหรือใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและพอเหมาะ พอควร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยจนเกินฐานะของตน
10. ความยุติธรรม (Justice) หมายถึง การปฏิบัติตนด้วยความเที่ยงตรง การพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่มีความลำเอียงหรือเข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
11. ความเมตตา (Mercy) หมายถึง ความรักใคร่ปรารถนาจะให้ผู้อื่นมีความสุข
12. ความกรุณา (Kindness) หมายถึง ความสงสารอยากจะช่วยให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์
คุณฮัทแชร์ข่าวเรื่อง มนุษย์ที่ไม่มีจริยธรรม
ตามข่าวว่า คนในประเทศอื่น (ขอไม่เอ่ยชื่อประเทศ)
อยากให้ไทยรับผู้อพยพ จากอีกประเทศหนึ่ง
เข้าไปเป็นผู้อาศัยในประเทศ
เมื่อไทยปฏิเสธ ก็จะถูกประนามจากประเทศเหล่านั้น
แต่เมื่อคนประเทศหนึ่งขอเข้าประเทศเหล่านั้นบ้าง
กลับปฏิเสธจากประเทศเหล่านั้น
เป็นการพิจารณาแบบสองมาตรฐาน
น่าจะเข้าข่ายผิดจริยธรรมหัวข้อ "เห็นแก่ตัว"
[อะไรที่ดีกับตัวเองจะทำ อะไรที่ไม่ดีกับตัวเองก็ให้คนอื่นทำ]
.. จะไปเล่าให้นักศึกษาฟังว่า อย่าทำตัวแบบคนประเทศนั้น
+ http://www.dailynews.co.th/foreign/338505
+ โรฮิงญาถูกอังกฤษพามาช่วยยึดพม่า
+ สหรัฐก็แถลง ชี้ขัดพันธกรณี กรณีชาวอุยกูร์
ความกรุณา เป็นคุณลักษณะของจริยธรรม (The characteristics of ethics) [5]p.7 ในเครือข่ายสังคม พบเพื่อน ๆ เปลี่ยนภาพ profile ร่วมกิจกรรม Pray for Paris จาก เหตุการณ์โจมตีกรุงปารีส 6 จุดพร้อมกัน และทำให้มียอดผู้เสียชีวิตล่าสุดไม่ต่ำกว่า 153 คน เกิดขึ้นในคืนวันศุกร์ (13 พ.ย.58) แล้ว FB จัดทำบริการเปลี่ยนภาพ Profile ที่มีธงชาติบนภาพ แบบกำหนดเวลา ซึ่งแสดงว่าผู้ที่เปลี่ยนภาพโปรไฟร์ต้องการแสดงออกถึงการให้กำลังใจ และตีความได้ว่าเป็นจริยธรรมหนึ่ง คือ "ความกรุณา" ที่ปรารถนาให้ความทุกข์ของคนฝรั่งเศสได้คลี่คลาย ดังคำว่า "Change your profile picture to support France and the people of Paris." ที่อยู่ติดกับคำว่า Try it
+ https://www.facebook.com/facebook/
เล่าสู่กันฟัง .. พนักงานดีเด่น ก็ต้องมีจริยธรรมดีเป็นเลิศ
12 ก.ย.57 ไปธนาคารโอนเงินค่าสินค้าให้กับญาติ ระยะหลังท่านฝากมาบ่อยครับ ได้พบพนักงานที่ธนาคารบริการรวดเร็ว ไปถึงก็ไม่ต้องเขียนอะไร ยื่นชื่อกับเลขบัญชีที่ญาติฝากมา น้องสาวที่บริการสามารถก็ทำให้ได้เลย เพราะผมสายตายาวแล้ว จะไปยืนเขียนก็ลำบาก จะก้ม ๆ เงย ๆ ชักแว่นเข้าแว่นออก เหมือนนั่งที่ทำงานก็ดูไม่ดี เมื่อเสร็จธุระแล้วจะออกปากชมก็เกรงใจลูกค้าในธนาคาร พอเดินมาดูป้ายด้านข้าง เห็นว่าธนาคารนี้มีการประกาศเกียรติคุณ แก่พนักงานที่บริการดี ผมว่าเป็น incentive อย่างหนึ่ง เป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ที่จะทำให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข บางครั้งความสุขก็ไม่ต้องเป็นเงินเป็นทอง เป็นแค่ป้ายบอกว่าเราทำดีประจำเดือนก็พอ .. เหมือนเคยเห็นแบบนี้ที่ BigC ซึ่งเป็น good practice ในการรักษาพนักงานที่ใช้งบประมาณน้อย แต่ได้ผลชัดเจน เพียงแต่มีระบบและกลไกที่ชัดเจน เท่านั้นก็พอ
สอนศีล 5
กิจกรรมศีล 5 .. สอนเด็ก ๆ ให้ตระหนักในศีล 5
สอนให้เด็ก ๆ ได้ตระหนักในศีล 5 และหวังว่าพวกเขาจะรักษาไว้
22 ตุลาคม 2556 ได้นำนักศึกษามหาวิทยาลัยเนชั่น ออกทำกิจกรรมบริการวิชาการ กับเยาวชนที่ศูนย์อินเตอร์เน็ตตำบลบ้านดง ประเด็น ศีล 5 ให้เยาวชนพิมพ์ศีลทั้งหมด 5 ข้อ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ อันที่จริงแล้วศีล 5 ประกอบด้วยข้อพึงละเว้น แต่การสื่อสารกับเยาวชน มักใช้คำง่าย ๆ คือคำว่า ห้าม ซึ่งฟังง่ายกว่าข้อพึงละเว้น หรือข้อพึงงดเว้น ซึ่งศีล 5 ประกอบด้วยข้อพึงละเว้นดังนี้ ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามลักทรัพย์ ห้ามประพฤติผิดในกาม ห้ามพูดปด ห้ามดื่มสุรา โดยขั้นตอนการทำกิจกรรม ประกอบด้วย การให้ความรู้ ให้ลงมือปฏิบัติ พี่เข้าช่วยเหลือให้งานลุล่วง แล้วคัดเลือกเพื่อให้รางวัลแก่นักเรียนที่ปฏิบัติได้รวดเร็วถูกต้อง จากนั้นทบทวนด้วยการนำเสนอหน้าห้อง เป็นกิจกรรมหนึ่งส่งเสริมความมีคุณธรรมจริยธรรมของเยาวชน

หลักธรรมาภิบาล
หลักธรรมาภิบาล เป็นแนวทางในการบริหารจัดการที่ดี
ผู้บริหารสถาบัน/คณะวิชา/หน่วยงานยึดเป็นแนวปฏิบัติก็เชื่อได้ว่าจะมีการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการบริหารจัดการการศึกษาที่ดี ซึ่งเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านคุณภาพทางวิชาการและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมอย่างเสมอภาค
หลักธรรมาภิบาล หมายถึง การปกครอง การบริหาร การจัดการ การควบคุม ดูแลกิจการต่างๆ ให้เป็นไปในครรลองธรรม นอกจากนี้ ยังหมายถึงการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งภาครัฐและเอกชน ธรรมที่ใช้ในการบริหารงานนี้มีความหมายอย่างกว้างขวาง กล่าวคือ หาได้มีความหมายเพียงหลักธรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่รวมถึงศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมและความถูกต้อง ชอบธรรมทั้งปวง ซึ่งวิญญูชนพึงมีและพึงประพฤติปฏิบัติ อาทิ ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ การปราศจากการแทรกแซงจากองค์การภายนอก เป็นต้น
หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) ที่เหมาะสมมี 10 องค์ประกอบ ดังนี้
1. หลักประสิทธิผล (Effectiveness) คือ ผลการปฏิบัติราชการที่บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของแผนการปฏิบัติราชการตามที่ได้รับงบประมาณมาดำเนินการรวมถึงสามารถเทียบเคียงกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีภารกิจคล้ายคลึงกันและมีผลการปฏิบัติงานในระดับชั้นนำของประเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชน โดยการปฏิบัติราชการจะต้องมีทิศทางยุทธศาสตร์ และเป้าประสงค์ที่ชัดเจน มีกระบวนการปฏิบัติงานและระบบงานที่เป็นมาตรฐาน รวมถึงมีการติดตามประเมินผลและพัฒนา ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
2. หลักประสิทธิภาพ (Efficiency) คือ การบริหารราชการตามแนวทางการกำกับดูแลที่ดีที่มีการออกแบบกระบวนการปฏิบัติงานโดยใช้เทคนิคและเครื่องมือการบริหารจัดการที่เหมาะสมให้องค์การสามารถใช้ทรัพยากรทั้งด้านต้นทุน แรงงานและระยะเวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติราชการตามภารกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม
3. หลักการตอบสนอง (Responsiveness) คือ การให้บริการที่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด และสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ รวมถึงตอบสนองความคาดหวังหรือ ความต้องการของประชาชนผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความหลากหลายและมีความแตกต่าง
4. หลักภาระรับผิดชอบ (Accountability) คือ การแสดงความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่และผลงานต่อเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยความรับผิดชอบนั้นควรอยู่ในระดับที่สนองต่อความคาดหวังของสาธารณะ รวมทั้งการแสดงถึงความสำนึกในการรับผิดชอบต่อปัญหาสาธารณะ
5. หลักความโปร่งใส (Transparency) คือ กระบวนการเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ชี้แจงได้เมื่อมีข้อสงสัยและสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอันไม่ต้องห้ามตามกฎหมายได้อย่างเสรี โดยประชาชนสามารถรู้ทุกขั้นตอนในการดำเนินกิจกรรมหรือกระบวนการต่างๆ และสามารถตรวจสอบได้
6. หลักการมีส่วนร่วม (Participation) คือ กระบวนการที่ข้าราชการ ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มมีโอกาสได้เข้าร่วมในการรับรู้ เรียนรู้ ทำความเข้าใจ ร่วมแสดงทัศนะ ร่วมเสนอปัญหาหรือประเด็นที่สำคัญที่เกี่ยวข้อง ร่วมคิดแนวทาง ร่วมการแก้ไขปัญหา ร่วมในกระบวนการตัดสินใจ และร่วมกระบวนการพัฒนาในฐานะหุ้นส่วนการพัฒนา
7. หลักการกระจายอำนาจ (Decentralization) คือ การถ่ายโอนอำนาจ การตัดสินใจ ทรัพยากร และภารกิจจากส่วนราชการส่วนกลางให้แก่หน่วยการปกครองอื่นๆ (ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น) และภาคประชาชนดำเนินการแทนโดยมีอิสระตามสมควร รวมถึงการมอบอำนาจและความรับผิดชอบในการตัดสินใจและการดำเนินการให้แก่บุคลากร โดยมุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจใน การให้บริการต่อผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การปรับปรุงกระบวนการ และเพิ่มผลิตภาพเพื่อผลการดำเนินงานที่ดีของส่วนราชการ
8. หลักนิติธรรม (Rule of Law) คือ การใช้อำนาจของกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารราชการด้วยความเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
9. หลักความเสมอภาค (Equity) คือ การได้รับการปฏิบัติและได้รับบริการอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีการแบ่งแยกด้าน ชายหรือหญิง ถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษา การฝึกอบรม และอื่นๆ
10. หลักมุ่งเน้นฉันทามติ (Consensus Oriented) คือ การหาข้อตกลงทั่วไปภายในกลุ่ม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นข้อตกลงที่เกิดจากการใช้กระบวนการเพื่อหาข้อคิดเห็นจากกลุ่มบุคคลที่ได้รับประโยชน์และเสียประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงซึ่งต้องไม่มีข้อคัดค้านที่ยุติไม่ได้ในประเด็นที่สำคัญ โดยฉันทามติไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเป็นความเห็นพ้องโดยเอกฉันท์
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (2554). คู่มือการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัดภาพพิมพ์.
+ http://www.opdc.go.th/content.php?menu_id=5&content_id=2442
+ http://share.psu.ac.th/blog/mali-km/21131
+ http://qa.bu.ac.th/buqa/index.php/kmqa/51-good-governance
เคยอ่านเรื่อง "7 โรคร้าย ที่ระรานการจัดการองค์กร"
ที่คุณ vimonmass แปลจาก หนังสือ OUT OF THE CRISIS (1986)
ที่เขียนโดย W. Edwards Deming โพสต์เป็นไทยเมื่อ September 8, 2014
ผมสนใจข้อ 4 : Mobility of TOP Management อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่า
"เมื่อเปลี่ยนผู้บริหาร แล้วจะมีการเปลี่ยนนโยบาย" .. เป็นเรื่องธรรมดาจริงหรือ
ก็ทำไมไม่เหมือนเดิมล่ะ มีเหตุผลอะไรดี ๆ ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลง
ผมรู้สึกอีกว่าผิดไปจาก "หลักธรรมาภิบาล เป็นแนวทางในการบริหารจัดการที่ดี"
จำนวน 2 ข้อคือ หลักประสิทธิผล (Effectiveness)และ หลักประสิทธิภาพ (Efficiency)
เพราะการเปลี่ยนแปลง กับการไม่เปลี่ยนแปลง ย่อมต้องแตกต่างกันอย่างมีเหตุมีผล
ถ้าเปลี่ยนก็ต้องมีสารสนเทศมาสนับสนุน วิเคราะห์สภาพแวดล้อม และประเมินความเป็นไปได้
.. ผมคิดว่างั้นนะ ไม่ใช่เอะอะก็เปลี่ยน และเปลี่ยนแบบไม้อ้างอิงข้อมูล ดูขัดกับหลักธรรมาภิบาล
สอดคล้องกับที่กล่าวในหนังสือโศกนาฏกรรมองค์กรหลงทิศ
บทที่ 1 บริหารจัดการโดยไม่ใช้ข้อมูลจริง .. แล้วใช้อะไรเป็นฐานคิดกันล่ะ
+

หน้าที่เด็กดี
เพลง เด็กเอ๋ยเด็กดี

น้ำใจนักกีฬา อย่างน้อยก็ต้องมี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย

เพลงหน้าที่เด็ก (เด็กเอ๋ยเด็กดี) 
เป็นเพลงวันเด็กแห่งชาติ
เด็กเอ๋ยเด็กดี
ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน
เด็กเอ๋ยเด็กดี
ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน
หนึ่ง นับถือศาสนา
สอง รักษาธรรมเนียมมั่น
สาม เชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์ 
สี่ วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน
ห้า ยึดมั่นกตัญญู
หก เป็นผู้รู้รักการงาน
เจ็ด ต้องศึกษาให้เชี่ยวชาญ
ต้องมานะบากบั่น ไม่เกียจไม่คร้าน
แปด รู้จักออมประหยัด
เก้า ต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล
น้ำใจนักกีฬากล้าหาญ
ให้เหมาะกับกาลสมัยชาติพัฒนา
สิบ ทำตนให้เป็นประโยชน์
รู้บาปบุญคุณโทษ สมบัติชาติต้องรักษา
เด็กสมัยชาติพัฒนา
จะเป็นเด็กที่พาชาติไทยเจริญ
กรณีความขัดแย้งของน้องก้อยกับโค้ชเช
ติดตามข่าวที่ชาวไทยให้ความสนใจ ความขัดแย้งในกีฬาเทควันโด
เพราะเห็นข่าวมาเป็นตอน แต่ละตอนก็จะมีมุมมองต่างกันไป
ดูตอนเดียวแล้วสรุปไม่ได้ครับ 
แต่ละตอนก็เป็นแต่ละมุมของแต่ละคน
เหมือนการตอบโต้ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในไทยช่วงต้นปี 2557
ก่อนความสงบจะเข้ามาแทนที่ความขัดแย้งโดยสิ้นเชิง
---
คำว่า จริยธรรม = จริย + ธรรม = ความประพฤติ + คุณความดี 
ผมว่าเรื่องนี้โยงเป็นกรณีศึกษา จริยธรรม ของ ศิษย์ กับ ครูฝึกได้นะ
---
ข่าวนี้เกิดในกีฬาเทควันโด (Taekwondo)
ระหว่างลูกศิษย์ น้องก้อย รุ่งระวี ขุระสะ กับครูฝึก โค้ชเช ชเว ยองซอก 
เป็นข้อพิพาทว่าครูฝึกสั่งสอนลูกศิษย์เกินกว่าเหตุ
ลองมาตามข่าวกันครับ ก่อนจะแสดงความคิดเห็นก็ต้องมีข้อมูลกันก่อน
1. น้องก้อยถูกกระทำ ตัดสินใจประกาศอำลาทีมชาติ
น้อยก้อยเรียกร้องให้โค้ชเชมารับผิดชอบ 
ด้วยการขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชน เพราะไม่ใช่ความผิดของก้อย
เช้า 16 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=tTtfUDhl6yk
เช้า 17 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=iGATqqmX9zk

2. โค้ชแม็กซ์ ชัชวาล อัดคลิปยัน น้องก้อย รุ่งระวี ไม่เตรียมตัวก่อนแข่ง
ระบุผู้เข้าแข่งต้องเตรียมความพร้อม และวอล์มร่างกายก่อนแข่ง
เช้า 17 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=8SR4mscMtFI

3. น้องวิว แสดงความเห็นว่า โค้ชน่าจะทำเพราะต้องการกระตุ้น
ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ถ้าแข่งแพ้หมายถึงไม่ได้แพ้คนเดียว แต่ประเทศไทยแพ้
เช้า 17 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=HY0ZE2f0qFY

4. นายพิมล ยืนยัน โค้ชเช บอกผ่าน แม็กซ์ ไม่กลับประเทศไทยแล้ว
บอกว่าไม่เอาไอดีการ์ด ไม่เอาถุงมือมา และคำแก้ตัวไม่เป็นความจริง
เช้า 17 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=iL4NqTFYxp8

5. โค้ชทักษ์ ปัดอยู่เบื้องหลังชักใย ก้อย รุ่งระวี แฉ โค้ชเช
http://hilight.kapook.com/view/105194
เช้า 17 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=EooMpdbJA8s

6. เปิดใจ 'วิว เยาวภา - เล็ก ชนาธิป' ฮีโร่เหรียญโอลิมปิก
เย็น 17 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=rnkuVi3Ajpo

7. โค้ชเช แจงไม่ได้ต่อยน้องก้อย
"ในขณะที่นักกีฬาฝ่ายตรงข้ามรอที่คอร์ดแล้ว แต่รุ่งระวี
ยังไม่รู้เลยว่า การแข่งขันได้เริ่มขึ้นแล้ว จนเกือบถูกจับตัดสิทธิ์"
ผมได้สั่งสอนต่อหน้านักกีฬาคนอื่น ๆ จริง 
แต่จะเรียกว่าต่อยคงไม่ได้
เช้า 18 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=HvriW0jEUXo
พัฒนาการทางจริยธรรม
เห็นข่าวเด่นทางทีวีที่เล่าถึงการกระทำผิดของผู้คน เห็นได้ชัดว่าผู้กระทำความผิดไม่น้อย ขาดจริยธรรมตั้งแต่ขั้นที่ 1 ที่มักพบในเด็กอายุ 2 - 10 ขวบ ตามทฤษฎีของ Kohlberg ที่ ผศ.ดร.ดุจเดือน ได้ไปสังเคราะห์มา ก็ไม่อยากจะยกตัวอย่าง เพราะตัวอย่างมีให้เห็นแทบทุกวันในข่าวเช้าเกือบทุกช่อง วันไหนไม่มี ถือว่าผิดปกติมากมาย
คุณธรรม จริยธรรม จากงานวิจัย
จากรายงานการสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรมในประเทศไทยและต่างประเทศ ของ ผศ.ดร.ดุจเดือน พันธุนาวิน (2550) [1] ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์กรมหาชน)
โดยเล่าเรื่องของ พัฒนาการทางจริยธรรม (Moral Development) ตามทฤษฎีของ Kohlberg (1969) ในหน้า 9 ว่า ระดับจริยธรรม และอายุมี 3 ระดับ แต่ละระดับมี 2 ขั้นของการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม ดังนี้
    ระดับที่ 1 ก่อนกฎเกณฑ์ อายุ 2 – 10 ขวบ
      - ขั้นที่ 1 หลักการหลบหลีกการถูกลงโทษ (คล้ายกับคำว่า หิริโอตัปปะ) สมัยเด็ก แค่เด็กไม่ร้องไห้เอาแต่ใจ เพราะกลัวถูกตีก็เรียกว่ามีจริยธรรมได้ - ขั้นที่ 2 หลักการแสวงหารางวัล สมัยเด็ก เด็กคนไหนเชื่อฟัง อาบน้ำกินข้าว เพราะหวังขนม เรียกว่ามีจริยธรรมได้
    ระดับที่ 2 ตามกฎเกณฑ์ อายุ 10 – 16 ปี
      - ขั้นที่ 3 หลักการทําตามความเห็นชอบของผู้อื่น สมัยแรกรุ่น ใครว่าสิ่งไหนดี แล้วทำตาม เรียกว่ามีจริยธรรมได้ - ขั้นที่ 4 หลักการทําตามหน้าที่และกฎข้อบังคับในสังคม สมัยแรกรุ่น แต่ชุดนักเรียน ไม่ไว้ผมยาว ไม่เข้าเรียนสาย เรียกว่ามีจริยธรรมได้
    ระดับที่ 3 เหนือกฎเกณฑ์ อายุ 16 ปี ขึ้นไป
      - ขั้นที่ 5 หลักการทําตามคํามั่นสัญญา สมัยผู้ใหญ่ ไม่โกหก ไม่นอกใจ ไม่หักหลัง เรียกว่ามีจริยธรรมได้ - ขั้นที่ 6 หลักการยึดอุดมคติสากล สมัยผู้ใหญ่ คิดดี พูดดี ทำดี อย่างที่สังคมต้องการ เรียกว่ามีจริยธรรมได้
ต่อมา Lawrence Kohlberg ได้เขียนบทความถึงขั้นที่สูงกว่าไว้หลายบทความ แล้วนักวิชาการได้ให้ความสําคัญกับขั้นที่ 7 มากขึ้น (Lapsley, 1996) โดยเรียกเหตุผลเชิงจริยธรรมในขั้นนี้ว่า “Ultimate faith” หรือ ขั้น “ความเชื่อศรัทธาขั้นปรมัตถ์ในความเกี่ยวเนื่องของชีวิต” เป็นการที่บุคคลกระทําหรือไม่กระทําสิ่งใด โดยคํานึงถึงความเกี่ยวเนื่องของผลการกระทํา ทั้งในเชิงของสถานที่ และ/หรือ เวลา ซึ่งใกล้เคียงกับหลักทางพุทธศาสนาเกี่ยวกับ การเวียนว่ายตายเกิด (อเนกชาติ) --- คนมีจริยธรรมถึงขั้น 7 นี่ต้องดีโดยสมบูรณ์พร้อมเผื่อชาติหน้า ถึงจะเรียกว่ามีจริยธรรมในขั้นนี้ http://www.moralcenter.or.th/oldweb/web/moral/newweb/th/research/
จริยธรรมทางเทคโนโลยีของบุคคลและองค์กร
จริยธรรมทางเทคโนโลยีของบุคคลและองค์กร
The Ten Commandments of Computer Ethics
รศ.ยืน ภู่วรวรรณ ได้กล่าวถึงบัญญัติ 10 ประการ
ที่นำเสนอโดย Computer Ethics Institute in 1992 (2535)
ซึ่งเป็นจรรยาบรรณ หรือจริยธรรมที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตควรยึดถือไว้ ดังนี้

1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้าย หรือละเมิดผู้อื่น
(Thou shalt not use a computer in ways that may harm people)
2. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์รบกวนการทำงานของผู้อื่น
(Thou shalt not interfere with other people's computer work)
3. ต้องไม่สอดเเนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่นก่อนได้รับอนุญาต
(Thou shalt not snoop around in other people's computer files)
4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
(Thou shalt not use a computer to steal)
5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
(Thou shalt not use a computer to bear false witness)
6. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์คัดลอกหรือใช้โปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
(Thou shalt not copy or use proprietary software for which you have not paid)
7. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
(Thou shalt not use other people's computer resources without authorization or proper compensation)
8. ต้องไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน
(Thou shalt not appropriate other people's intellectual output)
9. ต้องคำนึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมอันเป็นผลมาจากการกระทำของตน
(Thou shalt think about the social consequences of the program you are writing or the system you are designing)
10. ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฏ ระเบียบ กติกา และมีมารยาทของหน่วยงาน สถาบันหรือสังคมนั้น ๆ
(Thou shalt always use a computer in ways that ensure consideration and respect for your fellow humans)
ที่มา : หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
+ http://en.wikipedia.org/wiki/Ten_Commandments_of_Computer_Ethics
+ http://www.slideshare.net/maejocs100/slide-7144518
+ http://chaiwan2.igetweb.com/index.php?mo=59&action=page&id=499722
คำว่า Thou shalt เป็นคำโบราณ แปลว่า ตัวเจ้า-จงทำ (you should/ought to)
สำหรับจริยธรรมพื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป 
อ้างอิงจาก คุณศิวัช กาญจนชุม (2545 : 156) นำมาปรับใหม่เป็นดังนี้ [5]p.172
1. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายผู้อื่น หรือละเมินผู้อื่น
2. ไม่ทำการรบกวนการทำงานของผู้อื่น
3. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
4. ไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
5. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อสร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
6. ไม่คัดลอกโปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์
7. ไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต
8. ไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
9. ไม่กระทำสิ่งที่จะก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคม
10. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์อย่างไม่มีมารยาท โดยไม่เคารพต่อกฎและกติกา
จริยธรรมทางวิชาชีพคอมพิวเตอร์ [5]p.171
จริยธรรมทางวิชาชีพคอมพิวเตอร์ ของสมาคม ACM (The Association for Computing Machinery)
กำหนดไว้ 7 ประการ ดังนี้ (ปทีป เมธาคุณวุฒิ, 2544 : 42-44)
1. ทำเพื่อสังคมและบุคคล
2. ไม่ทำร้ายผู้อื่น
3. ยุติธรรม และไม่ทำการใด ๆ ที่เป็นการกีดกัน
4. ซื่อสัตย์และเป็นที่ไว้วางใจ
5. ให้การยอมรับสิทธิอื่นในทรัพย์สินทางปัญญา
6. ให้การยอมรับในสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น
7. การเก็บรักษาความลับ
จริยธรรมของหนังสือพิมพ์ # โดย สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2510
และในหนังสือ "จริยธรรมสื่อมวลชน" ของ รศ.นงนุช ศิริโรจน์ (MC 463)
1. ความรับผิดชอบ (Responsibility) ได้แก่ ความรับผิดชอบต่อผลประโยชน์อันชอบธรรมของปัจเจกชน สถาบัน ประเทศชาติ ศาสนา และราชบัลลังก์ (ตรงกับหลักพุทธศาสนาคือ กิจญาณ)
2. ความมีเสรีภาพ (Freedom) ได้แก่ เสรีภาพที่มีความรับผิดชอบกำกับ (ตรงกับหลักธรรมในพุทธสาสนาคือ ปวารณา หรือ ธรรมาธิปไตย)
3. ความเป็นไท (Independence) ได้แก่ ความไม่ตกเป็นทาสของใครทั้งกายและจิตใจ โดยอามิสสินจ้างอื่นใด(ตรงกับหลักธรรมในพุทธศาสนาคือ ความไม่ตกเป็นทาสของอกุศลมูล)
4. ความจริงใจ (Sincerity) ได้แก่ ความไม่มีเจตนาบิดเบือน ผิดพลาดต้องรีบแก้ไข (ตรงกับหลักธรรมในพุทธศาสนา คือ สัจจะ)
5. ความเที่ยงธรรม (Impartiality) ได้แก่ ความไม่ลำเอียง หรือความไม่เข้าใครออกใคร (ตรงกับหลักธรรมในพุทธศาสนา คือ ความไม่มีอคติ 4 ประการ หมายถึง “ฉันทาคติ” ลำเอียงเพราะรัก “โทสาคติ” ลำเอียงเพราะชัง “ภยาคติ” ลำเอียงเพราะกลัว “โมหาคติ” ลำเอียงเพราะหลง)
6. ความมีน้ำใจนักกีฬา (Fair Play) ได้แก่ การปฏิบัติดีงาม ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เว้นแต่จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ (ตรงกับหลักธรรมในพุทธศาสนา คือ สุปฏิบัติ)
7. ความมีมารยาท (Decency) ได้แก่ การใช้ภาษาและภาพที่ไม่หยาบโลนและลามกอนาจาร หรือส่อไปในทางดังกล่าว (ตรงกับหลักพุทธศาสนาคือ โสเจยยะ หรืออาจารย์สมบัติ)
ลักษณะของบุคคล ตามทฤษฎีแรงจูงใจทางจริยธรรม [6]p.82
แบ่งลักษณะบุคคลออกได้ 5 กลุ่ม ของ Peck and Havighurst 
(1960=2503, อ้างถึงใน ดวงเดือน พันธุมนาวิน , 2523)
1. กลุ่มปราศจากจริยธรรม (Amoral person)
2. กลุ่มเอาแต่ได้ (Expedient person)
3. กลุ่มคล้อยตาม (Conforming person)
4. กลุ่มตั้งใจจริงแต่ขาดเหตุผล (Irrational conscientious person)
5. กลุ่มเห็นแต่ผู้อื่นอย่างมีเหตุผล (Rational altruistic person)
จรรยาบรรณของอาจารย์ที่ปรึกษา
จรรยาบรรณของอาจารย์ที่ปรึกษา ในคู่มืออาจารย์ที่ปรึกษา
(Advisor handbook of yonok university) ของมหาวิทยาลัยโยนก มีดังนี้
1. อาจารย์ที่ปรึกษาต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพและสิทธิประโยชน์ของนักศึกษา โดยจะต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลเสียหายแก่นักศึกษาอย่างไม่เป็นธรรม
2. อาจารย์ที่ปรึกษาต้องรักษาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของนักศึกษาในความดูแลให้เป็นความลับ
3. อาจารย์ที่ปรึกษาต้องพยายามช่วยเหลือนักศึกษาจนสุดความสามารถ หากมีปัญหาใดที่เกินความสามารถ ที่จะช่วยเหลือได้ก็ควรดำเนินการส่งนักศึกษาไปรับบริการจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
4. อาจารย์ที่ปรึกษาไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์บุคคลหรือมหาวิทยาลัยให้นักศึกษาฟังในทางที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บุคคลหรือมหาวิทยาลัย
5. อาจารย์ที่ปรึกษาต้องเป็นผู้มีความประพฤติที่เหมาะสมตามจรรยาแห่งวิชาชีพ และมีศีลธรรมจรรยาที่ดีงาม เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักศึกษา
6. อาจารย์ที่ปรึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ในการให้คำปรึกษาวิชาการแก่นักศึกษาในความดูแลทุกคนด้วยความเสมอภาค
7. อาจารย์ที่ปรึกษาต้องปฏิบัติตนด้วยความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น สังคม และประเทศชาติ
http://www.thaiall.com/blog/burin/6207/
จรรณยาบรรณครู พ.ศ.2539 [หมู่บ้านครู] 1. ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือส่งเสริม ให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า
2. ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัย ที่ถูกต้องดีงาม ให้เกิดแก่ศิษย์ อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
3. ครูต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ
4. ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์
5. ครูต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไม่ใช้ให้ศิษย์ กระทำการใด ๆ อันเป็นการหาผลประโยชน์ ให้แก่ตนโดยมิชอบ
6. ครูย่อมพัฒนาตนเองทั้งทางด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์ให้ทันต่อการพัฒนาทาง วิทยาการ เศรษฐกิจสังคม และการเมืองอยู่เสมอ
7. ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครูและเป็นสมาชิกที่ดีต่อองค์กรวิชาชีพครู
8. ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์
9. ครูพึงประพฤติ ปฏิบัติตน เป็นผู้นำในการอนุรักษ์ และพัฒนาภูมิปัญญา และวัฒนธรรมไทย
http://www.thaiall.com/learn/toremember.htm
แนวปฏิบัติตามหลักวิชาชีพแต่ละสาขาอาชีพ [5]p.70
จริยธรรมของนักธุรกิจ
1. มีสัจจะ ความจริงใจในอาชีพของตน
2. รับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมงานทุกคนด้วยความเมตตา
3. เสียภาษีอากรถูกต้องตรงตามความเป็นจริง
4. ปฏิบัติตนเป็นกัลยาณมิตรกับทุกคน
5. มีน้ำใจไมตรีต่อลูกค้าทุกคนเสมอภาคกัน
6. คำนึงถึงหน้าที่ที่รับผิดชอบด้วยความยุติธรรม

จริยธรรมของข้าราชการ
1. ปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย
2. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม
3. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต
4. ต้องรักษาความลับของทางราชการ
5. ต้องมีความอดทน ไม่โกรธง่าย ไม่ฉุนเฉียว
6. มีความสุภาพ อ่อนน้อม มีสัมมาคารวะ
7. ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ

จริยธรรมของนักสื่อสารมวลชน
1. มีความสุจริตต่อวิชาชีพ ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง
2. เสนอข่าวหรือข้อมูลตามหลักฐานและความเป็นจริง
3. ยกย่องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
4. คำนึงถึงประโยชน์ของสังคมส่วนรวมมากกว่าของตนเองและพวกพ้อง
5. มีความรับผิดชอบต่อข้อมูลหรือข่าวที่เสนอออกไป
6. วางตัวเป็นกลางไม่เป็นเครื่องมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

จริยธรรมของแพทย์
1. ไม่กระทำต่อผู้ป่วยเสมือนกับกำลังทำการเพื่อทดลอง
2. รักษาความลับของผู้ป่วยในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ต้องการให้เปิดเผย
3. ร่วมมือกับคณะแพทย์และผู้เกี่ยวข้องให้การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ
4. ขวนขวายหาความรู้ในภารกิจของตนให้ทันสมัยอยู่เสมอ
5. ไม่หลอกผู้ป่วยให้หลงเข้าใจผิดเพื่อประโยชน์ของตน
6. ไม่กระทำการใด ๆ ในการรักษาพยาบาล อันเป็นการละเมิดต่อกฎหมายและศีลธรรม

จริยธรรมของนักกฎหมาย
1. รักเกียรติและศักดิ์ศรีของนักกฎหมาย
2. มีความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง
3. ปฏิบัติตามกฎระเบียบ และจรรยาบรรณของนักกฎหมาย
4. ไม่ใช้วิชาความรู้เพื่อเป็นการเอารัดเอาเปรียบบุคคลอื่น
5. ต้องซื่อสัตย์ สุจริตต่อตนเองและวิชาชีพ
6. ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม

จริยธรรมของครู-อาจารย์
1. เคารพเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา
2. ศรัทธาในหน้าที่และอาชีพครู
3. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมงานและศิษย์
4. มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างเคร่งครัด
5. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
6. สร้างความสามัคคีให้เกิดมีในหมู่คณะ
7. ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์
8. ปฏิบัติตนอยู่ในกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และจรรยาบรรณครูอย่างเคร่งครัด
9. มีจิตใจเมตตากรุณาต่อศิษย์
10. งดเว้นอบายมุขทุกประการ

จริยธรรมในกลุ่มอาชีพสารสนเทศ
1. มีความรับผิดชอบต่อสังคม
2. ไม่กระทำการอันเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย
3. ไม่ใช้ความรู้ทางวิชาชีพสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น
4. ไม่กระทำการอันเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
5. ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างหรือนำความรู้ไปใช้ในทางที่ผิด
6. สร้างสรรค์ผลงานอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
7. ไม่นำเสนอในสิ่งที่ขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีและศีลธรรมอันดี
ความดีพื้นฐานสากล 5 ประการ
พระภาวนาวิริยคุณ (2555) ได้กล่าวว่า GM5 (Global Merit 5) หรือ ความดีพื้นฐานสากล 
มี 5 ประการ มีดังนี้
1. ความสะอาด หมายถึง ปราศจากสิ่งแปลกปลอม อันจะทำให้เสียคุณภาพ
มี 3 ระดับคือ สะอาดกาย สะอาดวาจา และสะอาดใจ
2. ความมีระเบียบ หมายถึง เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถูกลำดับ เป็นแถว 
เป็นแนว ไม่ขัดขวาง ไม่สับสน
มี 3 ทาง คือ ระเบียบทางร่างกาย ระเบียบทางความคิด ระเบียบทางคำพูด
3. ความสุภาพนุ่มนวล หมายถึง การมีกิริยา วาจา การแสดงออกอย่างสุภาพนุ่มนวล 
ไม่รุนแรง หยาบคาย ไม่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกในทางที่ไม่ดี
4. การตรงต่อเวลา หมายถึง การทำงาน การทำกิจวัตร และกิจกรรมตรงตามเวลาอย่างเหมาะสม
5. การมีสมาธิ หมายถึง การที่จิตใจจดจ่อ มีสติ สามารถควบคุมจิตใจ อารมณ์ให้ตั้งมั่นเป็นหนึ่ง
เอกสารอ้างอิง
+ http://dmc.tv/a16620
+ http://www.vstarproject.com/ .. /4_gm5_detail.pdf
+ http://www.udesa2.go.th/jai/Improving/ .. /download_0048.pdf
+ http://reo06.mnre.go.th/newweb/images/file/report2557/pranom57.pdf
+ http://www2.eduzones.com/dakthay/130593

ขอเชิญส่งผลงานเข้าประกวด โครงการประกวดสื่อฟื้นฟูศีลธรรมโลก
หัวข้อ ดูดีด้วยความดีสากล (Universal goodness for good-looking)
ระดับอุดมศึกษา ประกวดสื่อ Animation ประกวดภาพวาด ประกวดงานเขียนเรื่องสั้น
+ http://www.vstarproject.com/vstarproject/apps/ .. /news.php?nId=197
รายงานการวิจัย เรื่องการศึกษาเปรียบเทียบเรื่องความดี : ศึกษาเฉพาะนิทานธรรมและนิทานชาวบ้าน
A Comparative Study of goodness : Cases of dhamma tales and folktales
โดย จริยา สมประสงค์ Chariya Somprasong
+ http://rc.nida.ac.th/%B9%D4%B4%E9%D2%A4%C7%D2%C1%B4%D5new.pdf
---
หนังสือ บ้าน-วัด-โรงเรียน ต้นแบบฟื้นฟูศิลธรรมโลก จำนวน 137 หน้า
พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ.2553 โดย พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทตตชีโว)
+ http://www.kalyanamitra.org
---
ลีลาวดี วัชโรบล ได้นำเสนอผลการวิจัยเกี่ยวกับองค์ประกอบและขั้นตอนของรูปแบบการเรียนการสอนทางไกล วิชาพระพุทธศาสนา
โดยบูรณาการกิจกรรมการเรียนรู้ 4 MAT และทฤษฎีปลูกฝังนิสัย เพื่อพัฒนาเหตุผลเชิงจริยธรรมของนักเรียน ม.3 ในเขตกทม.
+ http://www.thaiedresearch.org
+ http://thaiall.blogspot.com/2014/07/5.html
ทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property) หมายถึง สิทธิทางกฎหมายที่ให้เจ้าของสิทธิ หรือ "ผู้ทรงสิทธิ" มีอยู่เหนือสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ทางปัญญาของมนุษย์ โดยอาจแบ่งทรัพย์สินทางปัญญาออกได้ 2 ประเภทหลัก คือ (1) ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม (Industrial Property) หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่เกี่ยวกับสินค้าอุตสาหกรรมต่าง ๆ ความคิดสร้างสรรค์นี้อาจเป็นความคิดในการประดิษฐ์คิดค้น ซึ่งอาจจะเป็นกระบวนการหรือเทคนิคในการผลิตที่ได้ปรับปรุงหรือคิดค้นขึ้นใหม่ หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรมที่เป็นองค์ประกอบ และรูปร่างของตัวผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังรวมถึงเครื่องหมายการค้าหรือยี่ห้อ ชื่อและถิ่นที่อยู่ทางการค้า รวมถึงแหล่งกำเนิดและการป้องกันการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และ (2) ลิขสิทธิ์ (Copyright) หมายถึง สิทธิแต่เพียงผู้เดียวของผู้สร้างสรรค์ที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้นตามประเภทลิขสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ งานวรรณกรรม นาฎกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ไม่ว่างานลักษณะดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด
สำหรับทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมยังแบ่งออกได้อีกหลายประเภท ได้แก่ (1) สิทธิบัตร (Patent) (2) อนุสิทธิบัตร (Petty Patent) (3) เครื่องหมายการค้า (Trademark) (4) ความลับทางการค้า (Trade Secret) (5) สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications) (6) แบบผังภูมิของวงจรรวม (Layout - Design of Integrated Circuit) (7) คุ้มครองพันธุ์พืช (Plant Variety Protection) [พรบ.] (8) ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) (9) ชื่อทางการค้า (Trade Name)
สิทธิบัตร (Patent) คือ หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ (Invention) หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Industrial Design) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ และอนุสิทธิบัตร โดยผู้ทรางสิทธิบัตร หรือนุสิทธิบัตรมีสิทธิเด็ดขาดหรือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการแสวงหาผลประโยชน์จากการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรนั้น ภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด
ความลับทางการค้า คือ ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไปหรือยังเข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคล ซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ประโยชน์ในทางการค้าเนื่องจากการเป็นความลับและเป็น ข้อมูลที่เจ้าของหรือผู้มีหน้าที่ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้วิธีการที่ เหมาะสมรักษาไว้เป็นความลับ ตามปกติแล้วความลับทางการค้าจะได้รับความคุ้มครองอยู่ตราบเท่าที่ยังเป็น ความลับอยู่ เพราะฉะนั้นสิทธิของเจ้าของความลับทางการค้าจึงมีอยู่ตลอดไป หากความลับทางการค้านั้นยังไม่มีการเปิดเผย และความลับทางการค้าจะได้รับความคุ้มครองโดยไม่ต้องมีการจดทะเบียนแต่อย่าง ใด เจ้าของความลับทางการค้าสามารถเลือกที่จะแจ้งข้อมูลความลับทางการค้า คือ เจ้าของความลับทางการค้าอาจนำความลับทางการค้าของตนมาเป็นหลักประกันในการ กู้ยืมเงินกับธนาคารได้ #
+ http://th.wikipedia.org/wiki/ทรัพย์สินทางปัญญา
+ http://www.dt.mahidol.ac.th/division/offresearch/research/data/basic.pdf #
บุคลากรด้านคอมพิวเตอร์ หรือ ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของบุคคลและองค์กร [5]
บุคลากรทางด้านคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่
1. ผู้บริหารระดับสูงในการพัฒนาระบบสารสนเทศหรือผู้จัดการศูนย์คอมพิวเตอร์
2. หัวหน้าฝ่ายหรือผู้ดูแลเกี่ยวข้องกับระบบและโปรแกรม
3. เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการและผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์
1. ผู้บริหารระดับสูงในการพัฒนาระบบสารสนเทศหรือผู้จัดการศูนย์คอมพิวเตอร์
อาจมีชื่ออื่น เช่น
ผู้บริหารด้านระบบสารสนเทศขององค์กร (Chief Information Officer : CIO)
หรือ IRM Manager (Information Resource Management Manager)
หรือ ผู้จัดการศูนย์คอมพิวเตอร์ (Electronics Data Processing Manager)
มีหน้าที่กำหนดนโยบาย วัตถุประสงค์ วางแผน จัดการงบประมาณ เตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และบุคลากร
ส่งเสริมสนับสนุน พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้เท่าทัน

2. หัวหน้าฝ่ายหรือผู้ดูแลเกี่ยวข้องกับระบบและโปรแกรม
มีอยู่หลายส่วน ประกอบด้วย
- นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) และออกแบบระบบ (System Designers) เน้นด้านพัฒนาระบบขึ้นมา
- วิศวกรระบบ (System Engineer) เน้นการใช้งานฮาร์ดแวร์ และระบบปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ
- วิศวกรซอฟท์แวร์ (Software Engineer) ดูแล และวิเคราะห์ ประเมินผลการใช้งานซอฟท์แวร์ คุมโครงการ
- ผู้บริหาระบบเครือข่าย (Network Administrator) ดูแลเครือข่าย
- นักโปรแกรมระบบ (System Programmer) เข้าใจฮาร์ดแวร์ในระบบ และใช้ระบบปฏิบัติการได้เป็นอย่างดี
- นักพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (Application Programmer) ดูแลและพัฒนาระบบในความรับผิดชอบ
- ผู้บริหารระบบฐานข้อมูล (Database Administrator : DBA) ดูแลด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมฐานข้อมูล
- นักพัฒนาโปรแกรม หรือผู้เขียนโปรแกรม (Programmer) พัฒนาโปรแกรมภายใต้ข้อกำหนด เพื่อนำไปใช้งาน
3. เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการและผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์
- ผู้ปฏิบัติงานคอมพิวเตอร์ (Computer operator) เป็นผู้ดูแล บำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์
- ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ (Computer User) เป็นผู้ให้ข้อมูล หรือบันทึกข้อมูลแก่คอมพิวเตอร์
ตัวอย่างปัญหาที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมทางเทคโนโลยี หรือปัญหาทางจริยธรรมในอาชีพคอมพิวเตอร์ [5]
ปัญหานั้น มีแหล่งกำเนิดได้ 3 แหล่ง
1. ปัญหาการขาดจริยธรรมของนักคอมพิวเตอร์
เช่น การนำข้อมูลลับไปเผยแพร่ต่อ
2. ปัญหาการขาดจริยธรรมของผู้ใช้ระบบเครือข่าย
เช่น การส่งสแปม
3. ปัญหาการก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์
เช่น แ ฮ ก เ ก อ ร์ หรือ แ ค ร ก เ ก อ ร์
ซึ่ง ปัญหาการก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในระบบคอมพิวเตอร์
โดยเรียกคนกลุ่มนี้ว่า "แ ฮ ก เ ก อ ร์" 
เป็นกลุ่มคนที่มีความเชี่ยวชาญในการถอดรหัสที่ป้องกัน และเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องเป้าหมายได้
การกระทำของพวกเขามักผิดทั้งจริยธรรม และกฎหมาย
โรคซึมเศร้า ก็เป็นอีกกรณีที่ไม่อาจคาดหวังคุณธรรมจริยธรรม
พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ หรือคุณหมอเบิร์ท 
เล่าว่ามีส่งบ่งชี้ว่าอาจเป็นโรคซึมเศร้า จนปลิดชีพตนเอง 
อย่าง Robin William อย่างน้อย 9 ข้อ
1. อารมณ์ซึมเศร้า หงุดหงิด ก้าวร้าว
2. ขาดความสนใจสิ่งรอบข้าง
3. สมาธิเสีย คือ ไม่ค่อยมีสมาธิเวลาทำสิ่งต่างๆ
4. รู้สึกอ่อนเพลีย
5. เชื่องช้า ทำอะไรก็เชื่องช้าไปหมด
6. รับประทานอาหารมากขึ้น หรือรับประทานน้อยลง
7. นอนมากขึ้น หรือนอนน้อยลง
8. ตำหนิตัวเอง อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่พบได้มากในคนเป็นโรคซึมเศร้า
9. ฆ่าตัวตาย หากมีความพยายามฆ่าตัวตาย ก็อาจเป็นโรคซึมเศร้า       
+ http://www.manager.co.th/CelebOnline/ViewNews.aspx?NewsID=9540000122753
+ http://www.thaiall.com/blogacla/burin/4071/
Leaving Las Vegas (1995) : http://www.youtube.com/watch?v=UMlYWZgCIgo
การป้องกันอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ การป้องกันอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ (Preventing computer crime) จากการเรียนรู้เทคนิคการเจาะข้อมูลของนักก่อกวนคอมพิวเตอร์ (Hacker) ทั้งหลาย องค์กรต่างๆ สามารถหาวิธีที่เหมาะสมเป็นการป้องกันอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ได้
1. การว่าจ้างอย่างรอบคอบและระมัดระวัง (Hirecarefully) ดังที่ได้เคยกล่าวไว้แล้วว่าปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มาจากพนักงานภายในองค์กร ดังนั้นในกระบวนการจ้างคนเข้าทำงานต้องดูคนที่ซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ เป็นการยากที่จะสรรหาคนดังกล่าว แต่เราสามารถสอบถามดูข้อมูลอ้างอิงเก่าๆ ของเขาได้ หรือดูนิสัยส่วนตัวว่าดื่มสุรา สูบบุหรี่ และเล่นการพนันหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ประกอบกันเข้าจะเป็นสิ่งบ่งชี้นิสัยของคนได้
2. ระวังพวกที่ไม่พอใจ (Beware of malcontents) ปัญหาหลักในการป้องกันอาชญากรคอมพิวเตอร์ก็คือพนักงานในองค์กรนั้นเอง พนักงานเหล่านั้นมีความรู้และความเชียวชาญในระบบคอมพิวเตอร์แต่ไม่พอใจการบริหารงานของผู้บังคับบัญชาเนื่องจากไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งหน้าที่ บางครั้งถูกให้ออกจากงาน และเกิดความแค้นเคือง ทำให้มีการขโมย การทำลาย หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่สำคัญภายในองค์กร
3. การแยกหน้าที่รับผิดชอบของพนักงาน (Separate employee function) ในกลุ่มคนที่ทำงานร่วมกันเรากำหนดและบ่งบอกว่าใครคนใดคนหนึ่งเป็นอาชญากรทางคอมพิวเตอร์นั้นคงยาก มีวิธีการใดบ้างที่จะแก้ปัญหาถ้าหากมีคนไม่ดีซึ่งประสงค์ร้ายต่อข้อมูลขององค์กร ได้มีหลายบริษัททีเดียวที่พยายามจัดรูปแบบการทำงานของพนักงานที่คาดว่าน่าจะล่อแหล่มต่อการก่ออาชญากรรมข้อมูล เป็นต้นว่า คนที่มีหน้าที่จ่ายเช็ค (Check) ในองค์กรก็ไม่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ปรับข้อมูลเกี่ยวกับอัตราเงินเดือน หรือแม้แต่ในบางธนาคารก็จะกันพื้นที่จำเพาะบางส่วนในเช็คไว้ให้เป็นพื้นที่สำหรับเจ้าของเช็คได้ทำการเซ็นชื่อ
4. การจำกัดการใช้งานในระบบ (Restrict system use) คนในองค์กรน่าที่จะมีสิทธิในการใช้ทรัพยากรข้อมูลเท่าที่เหมาะสมกับหน้าที่งานของเขาเท่านั้น แต่ก็ยากที่จะบ่งชี้ชัดแบบนี้ องค์กรเองต้องหาขั้นตอนวิธีใหม่ในการควบคุมข้อมูลที่สำคัญขององค์การ เราอาจจะไม่อนุญาตให้พนักงานมีการดึงหรือเรียกใช้ข้อมูลเกินลักษณะงานที่เขาควรจะเรียนรู้ โดยซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สามารถควบคุมการใช้ข้อมูลดังกล่าวได้ ยิ่งกว่านั้นเราควรกำหนดขั้นตอนการทำงานและลักษณะการใช้งานของข้อมูลไว้ด้วย ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับชนิดของข้อมูล และลักษณะเฉพาะขององค์กรนั้นๆ เองด้วย
5. การป้องกันทรัพยากรข้อมูลด้วยรหัสผ่านหรือการตรวจสอบการมีสิทธิใช้งานของผู้ใช้ (Protect resources with passwords or other user authorization cheeks a password) รหัสผ่าน (Password) เป็นกลุ่มข้อมูลที่ประกอบไปด้วยตัวอักษร ตัวเลข หรือสัญลักษณ์อื่นๆ ที่ประกอบกันเข้า และใช้สำหรับป้อยเข้าในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเราสามารถที่จะใช้งานซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ได้อย่างถูกต้อง และจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มคนที่มีรหัสผ่านเท่านั้น เช่น การใช้งานคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ (Mainframe) และการใช้งานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์นั้นจำเป็นต้องใช้รหัสผ่าน เพราะระบบดังกล่าวออกแบบมาสำหรับผู้ใช้หลายๆ คน และใช้ในเวลาเดียวกันได้ด้วยอย่างไรก็ตามรหัสผ่านต้องได้รับการเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ ในช่วงเวลากำหนด ทั้งนี้เพื่อป้องกันและลดการล่วงรู้ไปถึงผู้อื่นให้น้อยที่สุด
6. การเข้ารหัสข้อมูลโปรแกรม (Encrypt data and programs) การเข้ารหัสข้อมูลเป้นกระบวนในการซ้อนหรือเปลี่ยนรูปข้อมูลและโปรแกรมให้อยู่ในรูปของรหัสชนิดใดชนิดหนึ่ง เพื่อไม่ให้คนอื่นทราบว่าข้อมูลจริงคืออะไร ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญขององค์กรจำเป็นต้องเข้ารหัสก่อนการส่งไปยังผู้รับซึ่งอาจจะจัดหาโปรแกรมการเข้ารหัสที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือจะพัฒนาขึ้นมาใหม่เองก็ได้ ในปี ค.ศ 1988 วิธีการเข้ารหัสข้อมูลได้รับการพัฒนาขึ้นจากสำนักกำหนดมาตรฐานในสหรัฐอเมริกา และธนาคารก็ได้ใช้ในการทำธุรกิจของตนเอง และการติดต่อกับกรมธนารักษ์ด้วย
7. การเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของระบบข้อมูล (Monitor system transactions) ในการเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของระบบข้อมูลเคลื่อนไหว หรือระบบจัดทำรายการต่างๆ นั้นจะมีโปรแกรมช่วยงานด้านนี้โดยเฉพาะโดยโปรแกรมจะคอยบันทึกว่ามีใครเข้ามาใช้ระบบบ้าง เวลาเท่าใด ณ ที่แห่งใดของข้อมูล และวกลับออกไปเวลาใดแฟ้มข้อมูลใดที่ดึงไปใช้ปรับปรุงข้อมูล เป็นต้นว่า ลบ เพิ่ม เปลี่ยนแปลงอื่นๆ นั้นทำที่ข้อมูลชุดใด
8. การตรวจสอบระบบอย่างสม่ำเสมอ (Conduct frequent audit) อาชญากรคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะถูกเปิดเผยและถูกจับได้โดยความบังเอิญ บางครั้งก็ใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะจับได้ ในกรณีตัวอย่างของนาย M. Buss และ Lynn salerno ได้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในการลักลอบดึงข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิตจากสำนักงานเครดิตและใช้บัตรดังกล่าวซื้อสินค้าคิดเป็นค่าใช้จ่ายจำนวน 50,000 เหรียญสหรัฐฯ และในที่สุดถูกจับได้เมื่อบุรุษไปรษณีย์ เกิดความสงสัยว่าทำไมถึงมีจดหมายและพัสดุต่างๆ
9. การให้ความรู้ผู้ร่วมงานในเรื่องระบบความปลอดภัยของข้อมูล (Educate people in security measures) พนักงานทุกคนควรต้องรู้ระบบความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กรเป็นอย่างดี ในกรณีตัวอย่างของพนักงานไม่พอใจผู้บริหารอาจเนื่องมาจากการที่ไม่ได้รับเลื่อนตำแหน่งหน้าที่ หรือเรื่องอื่นๆ พนักงานในลักษณะนี้มีแนวโน้มที่จะคุกคามระบบความปลอดภัยข้อมูลขององค์กร โดยพยายามที่เข้าไปดูข้อมูลที่สำคัญขององค์กร และสอบถามข้อมูลที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยซึ่งไม่ใช่ภารกิจหรือหน้าที่ของพนักงานคนดังกล่าวที่จะต้องทำเช่นนั้น
+ ข้อมูลจาก http://bcom-technology.blogspot.com/2012/02/blog-post_238.html
การลักลอบดักข้อมูล (Data Interception) การลักลอบดักข้อมูล หมายถึง การลักลอบดักข้อมูลโดยวิธีการทางเทคนิค (Technical Means) เพื่อลักลอบดักฟัง ตรวจสอบหรือติดตามเนื้อหาสาระของข่าวสารที่สื่อสารถึงกันระหว่างบุคคล หรือกรณีเป็นการกระทำอันเป็นการล่อลวง หรือจัดหาข้อมูลดังกล่าวให้กับบุคคลอื่น รวมทั้งการแอบบันทึกข้อมูลที่สื่อสารถึงกันด้วย ทั้งนี้วิธีการทางเทคนิคยังหมายถึง อุปกรณ์ที่มีสายเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย และหมายรวมถึงอุปกรณ์ประเภทไร้สาย เช่น การติดต่อผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
+ http://www.kmitl.ac.th/agritech/nutthakorn/04093009_2204/isweb/Lesson%2028.htm
การเข้ารหัส (Cryptography หรือ Encryption) การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) หมายถึง วิธีการที่ทำเปลี่ยนแปลงข้อมูลเพื่อไม่ให้สามารถแปลความได้จากบุคคลที่เราไม่ต้องการให้เขาเข้าใจข้อมูล ส่วนการถอดรหัสข้อมูล นั้นจะมีวิธีการที่ตรงกันข้ามกับการเข้ารหัสข้อมูล กล่าวคือการถอดรหัส (Decryption) หมายถึง วิธีการที่ทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ได้จากการเข้ารหัสข้อมูล เป็นข้อมูลก่อนที่จะถูกทำการเข้ารหัส การที่จะทำให้ข้อมูลเป็นความลับ จุดหลักคือ ต้องไม่ให้ข้อมูลความลับนี้ถูกอ่านโดยบุคคลอื่น แต่ให้ถูกอ่านได้โดยบุคคลที่เราต้องการให้อ่านได้เท่านั้น โดยการนำเอาข้อความเดิมที่สามารถอ่านได้ (Plain text,Clear Text) มาทำการเข้ารหัสก่อน เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อความเดิมให้ไปเป็นข้อความที่เราเข้ารหัส (Ciphertext) ก่อนที่จะส่งต่อไปให้บุคคลที่เราต้องการที่จะติดต่อด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นสามารถที่จะแอบอ่านข้อความที่ส่งมาโดยที่ข้อความที่เราเข้ารหัสแล้ว
+ http://www.nextproject.net/contents/?00044
ถูกใส่ร้ายว่าติดกล้องแอบถ่าย
24 ธ.ค.57 หนุ่มคนหนึ่ง ชีวิตพังเพราะโดนใส่ร้ายจากมนุษย์กล้อง ว่าเขาเป็นโรคจิต ติดกล้องแอบถ่ายไว้ในรองเท้า เป็นตัวอย่างหนึ่งของการละเมิดความเป็นส่วนตัว (Violation of Privacy) และผิดกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 393 ผู้ใดดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 397 ผู้ใดในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการรังแกหรือข่มเหงผู้อื่น หรือกระทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
#เช็คก่อนแชร์ https://www.youtube.com/watch?v=4YPyJHG8sqs http://news.ch7.com/detail/185345
P
A
P
A
ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy)
สิทธิในความเป็นส่วนตัวหรือ สิทธิส่วนบุคคล หมายถึง สิทธิของบุคคลที่ประกอบไปด้วยสิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือความเป็นอยู่ส่วนตัว ในเรื่องดังกล่าวน่าจะจัดอยู่ในเรื่องของความเป็นอยู่ส่วนตัวซึ่งหมายความว่า สถานะที่บุคคลจะรอดพ้นจากการสังเกต การรู้เห็น การสืบความลับ การรบกวนต่างๆ และความมีสันโดษ ไม่ติดต่อสัมพันธ์กับสังคม โดยทั้งนี้ ขอบเขตที่บุคคลควรได้รับการคุ้มครองและการเคารพในสิทธิส่วนบุคคลก็คือการดำรงชีวิตอย่างเป็นอิสระ มีการพัฒนาบุคลิกลักษณะตามที่ต้องการ สิทธิที่จะแสวงหาความสุขในชีวิตตามวิถีทางที่อาจเป็นไปได้และเป็นความพอใจตราบเท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนและไม่เป็นการล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น
อีกความหมายคือ สิทธิที่มีเพียงลำพังที่จะควบคุมข้อมูลที่จะให้เปิดเผยเพียงใด ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กร เช่น facebook สามารถกำหนดได้ว่าจะให้เห็นคนเดียว เพื่อน หรือสาธารณะ เมื่อมีการโพสต์ข้อมูลในแต่ละครั้ง และนั่นคือสิทธิความเป็นส่วนตัว
+ http://www.pub-law.net/publaw/view.aspx?ID=609
ซึ่งสิทธิในความเป็นส่วนตัวหรือสิทธิส่วนบุคคล นี้เป็น สิทธิขันพื้นฐาน มีบัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 35
มาตรา 35 สิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง ตลอดจนความเป็นอยู่ ส่วนตัว ย่อมได้รับความคุ้มครอง การกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความหรือภาพไม่ว่าด้วยวิธีใดไปยังสาธารณชน อันเป็นการละเมิดหรือกระทบถึงสิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือความเป็นอยู่ ส่วนตัว จะกระทำมิได้ เว้นแต่กรณีที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากการแสวงประโยชน์โดยมิชอบจากข้อมูล ส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ เป็นต้น
+ http://th.wikipedia.org

บุคคลมีสิทธิที่จะอยู่โดยลำพัง
พรบ. จะคุ้มครองสิทธิที่จะอยู่โดยลำพัง ไม่ให้ถูกละเมิด

News of the world
หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ชื่อดังของอังกฤษ
? เด็กหญิง Milly Dowler ชาวอังกฤษวัย 13 ปี
? นักข่าวจ่ายเงินติดสินบนผิดกฎหมายให้ตำรวจ
? Mulcaire และ Clive Goodman ติดคุกในความผิด
ฐานล้วงข้อมูล voicemail สมาชิกราชวงศ์อังกฤษ
ความถูกต้อง (Information Accuracy) ความถูกต้อง หมายถึง ความที่ข้อมูลคงสภาพเดิมจากแหล่งที่มา ไม่เปลี่ยนแปลงระหว่างการประมวลผล ย่อมมีความน่าเชื่อถือ แล้วนำข้อมูลที่ถูกต้องเข้าไปจัดเก็บ ก็จะทำให้สิ่งที่จัดเก็บนั้นมีความถูกต้อง หากเป็นข้อมูลที่บิดเบือน หรือข้อมูลขยะเข้าไป ก็จะเก็บขยะ เรียกใช้ก็จะได้ขยะ ดังคำว่า Garbage in, Gargage out แล้วข้อมูลที่ถูกต้องจะต้องมีการตรวจสอบอย่างเหมาะสม เช่น ข้อมูลผลการเรียน ข้อมูลเงินฝาก ข้อมูลยอดขาย หากข้อมูลไม่ถูกต้องก็จะทำให้องค์กรไม่น่าเชื่อถือ ดังที่ ประธานและผู้บริหารระดับสูงอีก 7 คนของ “โตชิบา” ยื่นใบลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีอื้อฉาวแต่งบัญชีบริษัท
ความเป็นเจ้าของ (Information Property) สิทธิความเป็นเจ้าของ หมายถึง กรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สิน อาจเป็นทรัพย์สินจับต้องได้ เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องบิน รถไฟ รถยนต์ หรือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่จับต้องไม่ได้ เช่น เพลง ซอฟท์แวร์ แต่สามารถถ่ายทอด และบันทึกไว้ได้
คำสำคัญ ref.
- Copyright หรือ software license จ่ายเงินซื้อ เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการนำมาใช้
- Shareware ได้สิทธิ์ในการทดลองใช้ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ
- Freeware ได้สิทธิ์ใช้งานได้ฟรี คัดลอก และเผยแพร่ได้
ความเป็นเจ้าของบทความใน wikipedia.org
ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาวิกิพีเดียบางคนอาจรู้สึกเป็นเจ้าของสิ่งที่ตนได้ร่วมสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นบทความ แม่แบบ หมวดหมู่ ไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง หรือแม้แต่สถานีย่อย ผลจากความรู้สึกนี้ทำให้เขากีดกันการแก้ไขบทความนั้นจากผู้ใช้อื่น ซึ่งโดยแท้จริงแล้วการเอาใจใส่ต่อบทความที่คุณสนใจในหน้ารายการเฝ้าดูนั้นอาจสื่อถึงความที่คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ หรือบทความนั้นเป็นสิ่งที่คุณสนใจ แต่หากการเอาใจใส่ถึงหน้านั้น ๆ เริ่มทำให้คุณถือว่าบทความนั้นเป็นของตนเอง การกระทำเช่นนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ความเชื่อที่ว่าบทความใด ๆ ก็ตามนั้นมีเจ้าของเป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดทั่วไปที่เกิดขึ้นได้ง่ายในวิกิพีเดีย
เมื่อคุณเลือกเขียนบทความในวิกิพีเดียแล้ว คุณไม่สามารถกันไม่ให้ผู้อื่นมาแก้ไขบทความ "ของคุณ" ได้ ตามที่ระบุไว้เมื่อมีการแก้ไขหรือสร้างหน้าใหม่ว่า ถ้าไม่ต้องการให้งานของคุณถูกแก้ไขอย่างเสรี กรุณาอย่าส่งผลงานนั้นเข้ามาในวิกิพีเดีย เช่นเดียวกัน หากคุณเห็นว่าการจัดหมวดหมู่ รูปแบบ ลักษณะการเขียนแบบใดน่าจะเหมาะสมกับวิกิพีเดีย แต่ไม่อยากให้มีการแก้ไขหรือปรับปรุงอีกระหว่างนั้น อย่าบันทึกการปรับปรุงนั้น
กรณีที่คุณแก้ไขท่ามกลางสงครามการแก้ไข[2] คุณอาจหาเวลาหยุดพักจากบทความนั้นก่อนชั่วคราว แล้วค่อยกลับมาดูใหม่ทีหลังก็ยังได้ กรณีที่มีผู้ใช้อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของบทความ ลองคุยกับผู้เขียนคนอื่น ๆ ในหน้านั้น พูดคุยในหน้าพูดคุยและหาทางลดการโต้เถียงลง อย่างไรก็ดี แม้ไม่มีใครเป็นเจ้าของบทความของวิกิพีเดียก็ตาม การเคารพนับถือในการแก้ไขและแนวความคิดของผู้ใช้คนอื่นก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นหากต้องการนำเนื้อหาใด ๆ ออกหรือเรียบเรียงเนื้อหาใหม่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อเนื้อหานั้นเขียนโดยผู้เขียนคนใดคนหนึ่ง การพูดคุยปรึกษาเพื่อพัฒนาบทความคู่กับผู้เขียนที่เขียนเนื้อหานั้น ๆ แทนที่จะต่อต้าน จะทำให้การเขียนบทความมีประสิทธิภาพมากกว่า
+ wiki: ความเป็นเจ้าของบทความ
การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) การเข้าถึงข้อมูล หมายถึง การกำหนดให้มีการเข้าตามระดับ หรือสิทธิที่ระบบมอบให้กับผู้ใช้แต่ละคน เพื่อรักษาความลับของข้อมูลในแต่ละหน่วยงาน ในหน่วยงานเดียวกันก็จะมีสิทธิไม่เหมือนกันต่อข้อมูลแต่ละรายการ ที่จะ read, insert, update หรือ delete
หัวหน้าทีมผู้สื่อข่าวญี่ปุ่น "อาซาฮี" พลาด โพสต์อวัยวะเพศในกลุ่มไลน์ 27 ก.ค.58 นักข่าวพลาดโพสต์ของลับเข้ากลุ่มนักข่าวที่ใช้อย่างเป็นทางการของไทย โฆษกสถานีวิทยุโทรทัศน์ 'อาซาฮี' สื่อใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นออกแถลงการณ์ขอโทษ แล้วนักข่าวผู้ไม่มีการเปิดเผยชื่อรายนี้ถูกให้ออกจากงาน เนื่องจากพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมอย่างยิ่งของเขา ซึ่งผิดหลักจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะความเป็นส่วนตัวก็ต้องเป็นส่วนตัวจริง ที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ แต่พฤติกรรมถ่ายของลับแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะถ้าพลาดเหมือนที่พลาดนี้ ก็จะทำลายอนาคตได้ทันที จึงเป็นบทเรียนว่า ไม่ควรถ่ายรูป อวัยวะเพศ หรือการร่วมเพศของตน เพราะอาจหลุดไปที่ไหน ๆ ได้ เช่น แอนนาที่คลิ๊ปหลุดกับแฟนเก่า หรือ แนนนี่ เกิร์ลลี่ เบอร์รี่ กับ โจ หรือ แตงโม ภัทรธิดา กับ ด็อจ บีมิกซ์
Ethics of information technology using = PAPA [2]p.358
(Richard Mason อ้างอิงใน O'Brien 1996:599)
ผลกระทบของคอมพิวเตอร์ต่อการจ้างงานและพนักงาน ปัจจุบัน เด็ก คนทำงาน และคนชราต่างก็เข้าถึงเครือข่ายสังคม จากมีผลการศึกษาที่อังกฤษ พบว่า "It found that six-year-olds understand how to use technology at the same level as 45-year-olds." นั่นหมายถึง ความเข้าใจเรื่อง "how to use technology" หรือการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสังคม สำหรับผู้ใหญ่อังกฤษไม่ต่างจากเด็ก หรือใช้งานเพื่อประโยชน์ต่องานยังไม่เต็มที่ เท่าที่ควร เมื่อติดตามข่าว หรือได้เห็นพฤติกรรมของผู้ใช้ในปัจจุบันก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่า จะเห็นเป็นปัญหามากกว่าประโยชน์ต่อตนเอง มีตัวอย่างปัญหา 3 กรณีที่เป็นข่าว คือ ครู Chadwin Reynolds จีบนักเรียนในชั้นเรียนเป็นให้ถูกไล่ออก หรือ สาวบ่นว่าเบื่องาน และเจ้านาย ทาง fb แล้วเจ้านายก็ไล่ออกทาง fb พนักงานโรงหนังด่าลูกค้าออก fb แล้วเจ้าของโรงหนังไล่ออกแล้วขอโทษลูกค้า
แล้วยังมี ผลการสำรวจ พบว่า 89% ของบริษัทจัดหางาน รวมถึงบริษัททั่วไปใช้หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้สมัครโดยดูจากพฤติกรรมและการแสดงออกบนโซเชียลมีเดียช่องทางต่างๆ ซึ่งพฤติกรรมในการใช้งานโซเชียลมีเดียที่อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้สมัครอาจพลาดโอกาสในการทำงานโดยไม่รู้ตัว ก็คือ การโพสต์ภาพหรือข้อความต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติด (78%) มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ (66%) มีการใช้ไวยกรณ์หรือสะกดคำผิด (54%) และบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (47%)
+ ข้อมูลจาก http://www.thaiall.com/facebook/
+ http://thumbsup.in.th/2013/07/job-recruitment-socialmedia-reed/
+ http://www.thaiall.com/job
ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อสังคม
ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อสังคม
จาก หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วงชั้นที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 ของ สสวท.
      การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศจนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย นับได้ว่าเป็นยุคของเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือยุคข้อมูลข่าวสาร ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์อย่างมหาศาล ยังผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม ย่อมมีผลกระทบต่อบุคคล องค์กร หรือสังคม เราสามารถจำแนกผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศออกเป็นสองด้าน คือ ผลกระทบด้านบวก และผลกระทบด้านลบ
      การกำเนิดของคอมพิวเตอร์เมื่อประมาณห้าสิบกว่าปีที่แล้ว เป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่ยุคสารสนเทศ ในช่วงแรกมีการนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นเครื่องคำนวณ แต่ต่อมาได้มีความพยายามพัฒนาให้คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการจัดการข้อมูล เมื่อเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ได้ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้สามารถสร้างคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กลง แต่ประสิทธิภาพสูงขึ้น สภาพการใช้งานจึงใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อชีวิตความเป็นอยู่และสังคมจึงมีมาก มีการเรียนรู้และใช้สารสนเทศกันอย่างกว้างขวาง
ผลกระทบด้านบวก
1. การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สภาพความเป็นอยู่ของสังคมเมือง มีการพัฒนาใช้ระบบสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อติดต่อสื่อสารให้สะดวกขึ้น มีการประยุกต์มาใช้กับเครื่องอำนวยความสะดวกภายในบ้าน เช่น ใช้ควบคุมเครื่องปรับอากาศ ใช้ควมคุมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เป็นต้น
2. เสริมสร้างความเท่าเทียมในสังคมและการกระจายโอกาส เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดการกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง แม้แต่ถิ่นทุรกันดาร ทำให้มีการกระจายโอกาสการเรียนรู้ มีการใช้ระบบการเรียนการสอนทางไกล การกระจายการเรียนรู้ไปยังถิ่นห่างไกล นอกจากนี้ในปัจจุบันมีความพยายามที่จะใช้ระบบการรักษาพยาบาลผ่านเครือข่ายสื่อสาร
3. สารสนเทศกับการเรียนการสอนในโรงเรียน การเรียนการสอนในโรงเรียนมีการนำคอมพิวเตอร์และเครื่องมือประกอบช่วยในการเรียนรู้ เช่น วีดิทัศน์ เครื่องฉายภาพ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการศึกษา จัดตารางสอน คำนวณระดับคะแนน จัดชั้นเรียน ทำรายงานเพื่อให้ผู้บริหารได้ทราบถึงปัญหาและการแก้ปัญหาในโรงเรียน ปัจจุบันมีการเรียนการสอนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศใน โรงเรียนมากขึ้น
4. เทคโนโลยีสารสนเทศกับสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติหลายอย่างจำเป็นต้องใช้สารสนเทศ เช่น การดูแลรักษาป่า จำเป็นต้องใช้ข้อมูล มีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม การติดตามข้อมูลสภาพอากาศ การพยากรณ์อากาศ การจำลองรูปแบบสภาวะสิ่งแวดล้อม เพื่อปรับปรุงแก้ไข การเก็บรวมรวมข้อมูลคุณภาพน้ำในแม่น้ำต่าง ๆ การตรวจวัดมลภาวะ ตลอดจนการใช้ระบบการตรวจวัดระยะไกลมาช่วย ที่เรียกว่า โทรมาตร เป็นต้น
5. เทคโนโลยีสารสนเทศกับการป้องกันประเทศ กิจการทางด้านการทหารมีการใช้เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และระบบควบคุม มีการใช้ระบบป้องกันภัย ระบบเฝ้าระวังที่มีคอมพิวเตอร์ ควบคุมการทำงาน
6. การผลิตในอุตสาหกรรม และการพาณิชยกรรม การแข่งขันทางด้านการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมจำเป็น ต้องหาวิธีการ ในการผลิตให้ได้มาก ราคาถูกลง เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทมาก มีการใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการบริหารและการจัดการ การดำเนินการและยังรวมไปถึงการให้บริการกับลูกค้า เพื่อให้ซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น
7. เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สำคัญมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เยาวชนคนรุ่นใหม่จึงควรเรียนรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ก้าวหน้าและเกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป

ผลกระทบด้านลบ
1. ก่อให้เกิดความเครียดในสังคมมากขึ้น เนื่องจากมนุษย์ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เคยทำอะไรแบบใด มักจะชอบทำแบบนั้น ไม่ชอบการ เปลี่ยนแปลง แต่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปเปลี่ยนแปลง บุคคลที่รับการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงเกิดความวิตกกังวล จนกลาย เป็นความเครียด กลัวว่าคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศจะทำให้คนตกงาน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเข้ามาทดแทนมนุษย์
2. ก่อให้เกิดการรับวัฒนธรรม หรือการแลกเปลี่ยนวัฒนรรมของคนในสังคมโลก ทำให้พฤติกรรมที่แสดงออกด้านการแต่งกาย และการบริโภคเปลี่ยนแปลงไป การมอมเมาเยาวชนในรูปของเกมส์อิเล็คทรอนิคส์ ส่งผลกระทบ ต่อการพัฒนาอารมณ์และจิตใจของเยาวชน เกิดการกลืนวัฒนธรรมดั้งเดิมซึ่งแสดงถึงเอกลักษณ์ของสังคมนั้น
3. ก่อให้เกิดผลด้านศีลธรรม บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สำคัญมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เยาวชนคนรุ่นใหม่จึงควรเรียนรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ก้าวหน้า และเกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป
4. การมีส่วนร่วมของคนในสังคมลดน้อยลง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว ในการสื่อสารและการทำงาน แต่ในอีกด้านหนึ่งการมีส่วนร่วมของกิจกรรมทางสังคมที่มีการพบปะสังสรรค์กันจะน้อยลง ผู้คนมักอยู่แต่ที่บ้านหรือที่ทำงานของตนเองมากขึ้น
5. การละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล โดยการเพยแพร่ข้อมูลหรือรูปภาพต่อสาธารณชน ซึ่งข้อมูลบางอย่างอาจไม่เป็นความจริงหรือยังไม่ได้พิสูจน์ความถูกต้องออกสู่สาธารณะชน ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคลโดยไม่สามารถป้องกันตนเองได้ การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเช่นนี้ ต้องมีกฎหมายออกมาคุ้มครองเพื่อให้นำข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ในทางที่ถูกต้อง
6. เกิดช่องว่างทางสังคม การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจะเกี่ยวข้องกับการลงทุน ผู้ใช้จึงเป็นชนชั้นในอีกระดับหนึ่งของสังคม ในขณะที่ชนชั้นระดับรองลงมามีจำนวนมากกลับไม่มีโอกาสใช้และผู้ยากจนก็ไม่มีโอกาสรู้จักกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
7. อาชญากรรมบนเครือข่าย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้น เช่น ปัญหาอาชญากรรม ตัวอย่างเช่น อาชญากรรมในรูปของการขโมยความลับ การขโมยข้อมูลสารสนเทศ การให้บริการสารสนเทศที่มีการหลอกลวง รวมถึงการบ่อนทำลายข้อมูลและไวรัส
8. ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ นับตั้งแต่คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในการทำงาน การศึกษา บันเทิง ฯลฯ การจ้องมอง คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีผลเสียต่อสายตา ซึ่งทำให้สายตาผิดปกติ มีอาการแสบตา เวียนศรีษะ นอกจากนั้นยังมีผลต่อสุขภาพจิต เกิดโรคทางจิตประสาท
+ http://botanikajr.blogspot.com/2008/03/blog-post.html ***
+ http://www.zoneza.com/view3833.htm
+ http://neung.kaengkhoi.ac.th/information1/techno_3_2.html
อาชญากรรมคอมพิวเตอร์
อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Crime หรือ Cyber Crime)
อาชญากรรมหลายรูปแบบ ดังนี้
1. ลักลอบขโมย (Thief) หรือดักดูข้อมูล (Sniffer) ทำให้ข้อมูลที่ถูกปกปิดไว้รั่วไหล
2. ละเมิดสิทธิ (Pirate) ทำให้ผู้มีสิทธิถูกต้องตามกฎหมายเสียผลประโยชน์
3. แพร่ภาพ เสียง ลามก อนาจาร และข้อมูลที่ไม่เหมาะสม (Illegal media) ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถูกเผยแพร่
4. ก่อกวน หรือทำลายระบบสาธารณูปโภค (Disturb) ทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน
5. หลอกลวงให้ร่วมค้าขาย หรือลงทุนปลอม (Fraudulent) ทำให้เสียเงินลงทุนค้าขายที่ไม่เกิดขึ้นจริง
6. โอนเงินจากบัญชีผู้อื่นเข้าบัญชีของตน (Bank transfer) ทำให้เสียเงินที่สะสมไว้ ด้วยการโอนเงินให้คนที่ไม่รู้จัก
หมายเหตุ ย้ายการฟอกเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ออก เพราะน่าจะเกิดขึ้นในทางธุรกิจมากกว่าคอมพิวเตอร์
+ http://www.bua-yai.ac.th/buayai/buayai_web/html_web/unit_5/ethies_back.html *
+ http://www.microsoft.com/thailand/piracy/cybercrime.aspx
+ http://www.thaiall.com/pptx/crime.pptx
+ http://www.no-poor.com/inttotocomandcomapp/et.htm
+ http://www.thaiall.com/blog/burin/6534/ (เตือนภัย call center)
+ 20 พ.ย.57 ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้เชียงใหม่โทรตุ๋นเหยื่อจีน สูญกว่า 50 ล.

อาชญากรคอมพิวเตอร์ 
คือ ผู้กระทำผิดกฎหมายโดยใช้คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนสำคัญ มีดังนี้
1. Novices คือ พวกมือสมัครเล่น
2. Queer คือ พวกจิตไม่ปกติ
3. Dreamer คือ พวกบ้าลัทธิ 
4. Hacker คือ พวกเจาะระบบคอมพิวเตอร์
5. Cracker คือ พวกชอบก่อความเสียหาย
6. Organized Criminal คือ พวกกลุ่มอาชญากรที่ร่วมมือกัน  
7. Career Criminal คือ พวกอาชญากรมืออาชีพ 

Fraud [#]
N. การโกง การหลอกลวง การฉ้อฉล เล่ห์ ผู้หลอกลวง นักต้ม ของปลอม 
คนหลอกลวง
syn:(cheat)(deception)(trick)
ต.ย. 10 กลโกง

การป้องกันการเข้าถึงข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ 
1. ใช้รหัสผู้ใช้ (Username) และ รหัสผ่าน (Password)
2. ใช้อุปกรณ์ทางกายภาพ (Physical Device) เช่น บัตรแม่เหล็ก หรือกุญแจ 
3. ใช้อุปกรณ์ทางชีวภาพ (Biometric Device) เช่น ลายนิ้วมือ หรือเสียง
4. ระบบเรียกกลับ (Callback System) เช่น ระบบยืนยันตัวตนด้วยอีเมล
อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ประเภทต่างๆ (จากเว็บ microsoft)

อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Cyber-Crime) เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อโจมตีระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลที่อยู่บนระบบดังกล่าว ส่วนในมุมมองที่กว้างขึ้น “อาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับคอมพิวเตอร์” หมายถึงการกระทำที่ผิดกฎหมายใดๆ ซึ่งอาศัยหรือมีความเกี่ยวเนื่องกับระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย อย่างไรก็ตาม อาชญากรรมประเภทนี้ไม่ถือเป็นอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์โดยตรง
ในการประชุมสหประชาชาติครั้งที่ 10 ว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด (The Tenth United Nations Congress on the Prevention of Crime and the Treatment of Offenders) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเวียนนา เมื่อวันที่ 10-17 เมษายน 2543 ได้มีการจำแนกประเภทของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ โดยแบ่งเป็น 5 ประเภท คือ การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต, การสร้างความเสียหายแก่ข้อมูลหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์, การก่อกวนการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย, การยับยั้งข้อมูลที่ส่งถึง/จากและภายในระบบหรือเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และการจารกรรมข้อมูลบนคอมพิวเตอร์
โครงการอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์และการโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (Cyber-Crime and Intellectual Property Theft) พยายามที่จะเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล และค้นคว้าเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ 6 ประเภท ที่ได้รับความนิยม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและผู้บริโภค นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับขอบเขตและความซับซ้อนของปัญหา รวมถึงนโยบายปัจจุบันและความพยายามในการปัญหานี้
อาชญากรรม 6 ประเภทดังกล่าวได้แก่
1. การเงิน – อาชญากรรมที่ขัดขวางความสามารถขององค์กรธุรกิจในการทำธุรกรรม อี-คอมเมิร์ซ(หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์)
2. การละเมิดลิขสิทธิ์ – การคัดลอกผลงานที่มีลิขสิทธิ์ ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอินเทอร์เน็ตถูกใช้เป็นสื่อในการก่ออาชญากรรม แบบเก่า โดยการโจรกรรมทางออนไลน์หมายรวมถึง การละเมิดลิขสิทธิ์ ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อจำหน่ายหรือเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์
3. การเจาะระบบ – การให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และในบางกรณีอาจหมายถึงการใช้สิทธิการเข้าถึงนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้การเจาะระบบยังอาจรองรับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ในรูปแบบอื่นๆ (เช่น การปลอมแปลง การก่อการร้าย ฯลฯ)
4. การก่อการร้ายทางคอมพิวเตอร์ – ผลสืบเนื่องจากการเจาะระบบ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความหวาดกลัว เช่นเดียวกับการก่อการร้ายทั่วไป โดยการกระทำที่เข้าข่าย การก่อการร้ายทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-terrorism) จะเกี่ยวข้องกับการเจาระบบคอมพิวเตอร์เพื่อก่อเหตุรุนแรงต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน หรืออย่างน้อยก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความหวาดกลัว
5. ภาพอนาจารทางออนไลน์ – ตามข้อกำหนด 18 USC 2252 และ 18 USC 2252A การประมวลผลหรือการเผยแพร่ภาพอนาจารเด็กถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และตามข้อกำหนด 47 USC 223 การเผยแพร่ภาพลามกอนาจารในรูปแบบใดๆ แก่เยาวชนถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย อินเทอร์เน็ตเป็นเพียงช่องทางใหม่สำหรับอาชญากรรม แบบเก่า อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่องวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการควบคุมช่องทางการสื่อสารที่ครอบคลุมทั่วโลกและเข้าถึงทุกกลุ่มอายุนี้ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงและการโต้แย้งอย่างกว้างขวาง
6. ภายในโรงเรียน – ถึงแม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะเป็นแหล่งทรัพยากรสำหรับการศึกษาและสันทนาการ แต่เยาวชนจำเป็นต้องได้รับทราบเกี่ยวกับวิธีการใช้งานเครื่องมืออันทรงพลังนี้อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ โดยเป้าหมายหลักของโครงการนี้คือ เพื่อกระตุ้นให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดทางกฎหมาย สิทธิของตนเอง และวิธีที่เหมาะสมในการป้องกันการใช้อินเทอร์เน็ตในทางที่ผิด
บทความโดย : กลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์
ข้อมูลจาก http://www.microsoft.com/thailand/piracy/cybercrime.aspx
รายวิชา
กฎหมาย ระเบียบ และจริยธรรมเชิงเทคโนโลยี (CPSC 415)
นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐ แผนหลักและแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ทรัพย์สินทางปัญญา จริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและสังคม ความรับผิดชอบของผู้นำองค์กรหรือผู้บริหารด้านเทคโนโลยีที่มีต่อเทคโนโลยีสารสนเทศ การนำทฤษฎีด้านจริยธรรมมาประยุกต์ในการใช้ข้อมูลข่าวสารด้านเทคโนโลยี จริยธรรม ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงและความเป็นเจ้าของข้อมูล เนื้อหาส่วนใหญ่นำเสนอโดยการใช้กรณีศึกษารวมไปถึงการศึกษาโดยส่วนตัว การมีจิตใจเที่ยงตรงยุติธรรม มีความยืดหยุ่น การสื่อสารทั่วโลกและการใช้อินเตอร์เน็ต การล้วงความลับข้อมูล
ประเด็นที่น่าสนใจ
1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจริยธรรมทางเทคโนโลยี 
(Introduction to Ethics of Information Technology)
    - คอมพิวเตอร์กับสังคมชุมชน
    - ปัญหาสังคมจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
    - ความหมาย ความสำคัญ และลักษณะของจริยธรรม
    - ความหมายของจริยธรรมทางเทคโนโลยี
    - ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและปัญหาด้านจริยธรรม
    - ตัวอย่างปัญหาที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมทางเทคโนโลยี
    + http://www4.thaihealth.or.th/healthcontent/special_report/15967
    + http://www.oknation.net/blog/print.php?id=832346
    + http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9490000112765 
2. จริยธรรมของบุคคลและองค์กร (Individual and Organizational Ethics)
    - ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของบุคคลและองค์กร
    - จริยธรรมทางเทคโนโลยีของบุคคลและองค์กร
3. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy)
    - สิทธิในความเป็นส่วนตัว
    - ผลกระทบของเทคโนโลยีกับความเป็นส่วนตัว
    - ปัญหาและการป้องกันความเป็นส่วนตัว
4. ความเป็นเจ้าของ (Information Property)
    - สิทธิในความเป็นเจ้าของ
    - ทรัพย์สินทางปัญญา
    - ความลับทางการค้า ลิขสิทธิ์ และ สิทธิบัตร
    - ฟรีแวร์ และซอฟท์แวร์แบบโอเพนท์ซอร์ท (Open source)
5. การเข้ารหัสข้อมูลและการลักลอบดักข้อมูล 
(Encryption and Interception of Communication)
    - การลักลอบดักข้อมูล และการดักฟัง (Data Interception)
    - การใช้วิธีการเข้ารหัส (Cryptography)
    - นโยบายการเข้ารหัสข้อมูล
6. ความเป็นอิสระของการสื่อสารในโลกไซเบอร์ (Freedom of Speech in Cyberspace)
    - รูปแบบการสื่อสารในโลกยุคไซเบอร์
    - การตรวจตราคำพูดที่ไม่เหมาะสมในโลกยุคไซเบอร์
    - ชื่อลับในยุคไซเบอร์และการป้องกัน (นักเลงคีย์บอร์ด)
    - ปัญหาและการป้องกัน Spam
7. อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Computer Crime)
    - การใช้คอมพิวเตอร์ในทางผิดกฎหมาย
    - ชนิดของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
    - การป้องกันอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
    + ซอฟท์แวร์ยึดโทรศัพท์มือถือ (Cyber911)
8. คอมพิวเตอร์ในสถานที่ทำงาน (Computers in the Workplace)
    - สภาพแวดล้องของการทำงานยุคไอที (IT Working Environment)
    - ผลกระทบของคอมพิวเตอร์ต่อการจ้างงานและพนักงาน
9. จริยธรรมและความรับผิดชอบของผู้เชี่ยวชาญ 
(Professional Ethics and Responsibilities)
    - มุมมองทางด้านจริยธรรมของผู้เชี่ยวชาญ
    - แนวทางด้านจริยธรรมของผู้เชี่ยวชาญ (cyber911)
     + การเลือกผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ใช่กรรมการจริยธรรมการวิจัย
     + จริยธรรมในแต่ละอาชีพ
10. ประเด็นของกฎหมายที่เกี่ยวกับจริยธรรมทางเทคโนโลยี 
(Laws and Legal Aspects in Cyber Ethics)
- นโยบาย แผนหลักและแผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐ [4]
+ http://www.thaiall.com/ethics/egovernment.htm
+ แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2545-2549
+ แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2552-2556
+ แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2557-2561
+ แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กองทัพไทยฯ พ.ศ.2557-2561
- พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของข้าราชการ พ.ศ.2540
+ http://www2.diw.go.th/infomation/center/act2540.pdf
+ http://www.oic.go.th/content/act.htm
- พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544
+ http://www.etcommission.go.th/files/law/Electronic_Trans.pdf
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
+ หมวด 1 มาตรา 5-17 และหมวด 2 มาตรา 18-30
+ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับข้อมูล และเทคโนโลยีสารสนเทศ
+ ประกาศกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ผู้เชี่ยวชาญ (expert or technician) ผู้เชี่ยวชาญ (expert) คือ ผู้ชำนาญ หรือผู้มีประสบการณ์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ หรือ ผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นในสาขาใดสาขาหนึ่ง โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอาจแบ่งได้ 2 แบบ คือ ภายนอกองค์กร กับภายในองค์กร ถ้าเป็นภายในองค์กร หมายถึง ผู้ดูแลรับผิดชอบงานด้านไอที เช่น ผู้ดูแลเครื่องบริการ ผู้ดูแลเครือข่าย ผู้ดูแลห้องปฏิบัติการ ผู้ให้การสนับสนุนด้านซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ เป็นต้น
ตัวอย่างผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
+ จอห์น รัตนเวโรจน์ (นูโว) นายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2552 (ie show)
+ หนุ่ย - พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้จัดรายการ แบไต๋ไฮเทค
+ สุภาภรณ์ มารมย์ (it update)
+ ปานระพี รพีพันธุ์ (it 24 Hrs)
+ กิตติพล อัจฉริยากรชัย (ie metapolis)
+ ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ (daily it)
+ ปริญญา หอมเอนก (cyber911) [selfsolve]
+ จริยธรรมสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 
ACM (Association for Computing Machinery) = สมาคมผู้ใช้เครื่องจักรคำนวณ
1. ACM ได้กำหนด GENERAL MORAL IMPERATIVES
1.1 ช่วยเหลือมนุษย์และสังคม (Contribute to society and human well-being)
1.2 หลีกเลี่ยงการทำอันตรายต่อผู้อื่น (Avoid harm to others)
1.3 ซื่อสัตย์และประพฤติตนให้น่าไว้วางใจ (Be honest and trustworthy)
1.4 ยุติธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ (Be fair and take action not to discriminate)
1.5 เคารพในสิทธิความเป็นเจ้าของรวมทั้งลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรของผู้อื่น 
(Honor property rights including copyrights and patent)
1.6 ให้เครดิตแก่เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา (Give proper credit for intellectual property)
1.7 เคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น (Respect the privacy of others)
1.8 รักษาความลับของข้อมูล (Honor confidentiality)

2. ACM ได้กำหนด MORE SPECIFIC PROFESSIONAL RESPONSIBILITIES
As an ACM computing professional I will ....
2.1 มุ่งมั่นทำงานให้สำเร็จ มีคุณภาพสูงสุด มีประสิทธิผล และมีศักดิ์ศรีอย่างมืออาชีพ ทั้งในกระบวนการและผลิตภัณฑ์
(Strive to achieve the highest quality, effectiveness and dignity in both the process 
and products of professional work)
2.2 ทั้งการจัดหาและการบำรุงรักษา ทำเต็มความสามารถอย่างมืออาชีพ
(Acquire and maintain professional competence)
2.3 รู้และเคารพกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทำให้ทำงานอย่างมืออาชีพ
(Know and respect existing laws pertaining to professional work)
2.4 ยอมรับและให้มีการตรวจสอบความเป็นมืออาชีพอย่างเหมาะสม
(Accept and provide appropriate professional review)
2.5 สร้างความเข้าใจ และมีการประเมินครอบคลุมระบบคอมพิวเตอร์ที่ส่งผลกระทบทั้งหมด รวมถึงการวิเคราะห์ความเสี่ยง
(Give comprehensive and thorough evaluations of computer systems 
and their impacts, including analysis of possible risks)
2.6 รับผิดชอบต่อสัญญาเกียรติยศ ข้อตกลง และการได้รับมอบหมาย
(Honor contracts, agreements, and assigned responsibilities)
2.7 พัฒนาให้สาธารณชนมีความเข้าใจ และรู้ผลกระทบเกี่ยวกับการประมวผล
(Improve public understanding of computing and its consequences)
2.8 การเข้าถึงการประมวลผล และทรัพยากรต้องได้รับอนุญาตเท่านั้น
(Access computing and communication resources only when authorized to do so)

3. ACM ได้กำหนด ORGANIZATIONAL LEADERSHIP IMPERATIVES
As an ACM member and an organizational leader, I will ....
3.1 ประสานองค์กร ชุมชน สมาชิก เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และส่งเสริมให้มีการยอมรับอย่างเต็มกำลัง
(Articulate social responsibilities of members of an organizational unit and
encourage full acceptance of those responsibilities)
3.2 จัดการบุคลากร และทรัพยากร เพื่อสร้างระบบสารสนเทศ ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตการทำงาน
(Manage personnel and resources to design and build information systems 
that enhance the quality of working life)
3.3 รับทราบ สนับสนุน และให้สิทธิ์การใช้ทรัพยากร เพื่อการประมวลผล และการสื่อสารในองค์กร
(Acknowledge and support proper and authorized uses of an organization's computing 
and communication resources)
3.4 ทำให้แน่ใจว่าผู้ใช้และผู้เกี่ยวข้องจะใช้ระบบที่ถูกตรวจสอบผลกระทบจากการประเมินและออกแบบว่าตรงกับความต้องการได้ชัดเจน
(Ensure that users and those who will be affected by a system have their needs clearly 
articulated during the assessment and design of requirements; 
later the system must be validated to meet requirements.)
3.5 ประสานและสนับสนุนนโยบายป้องกันสิทธิส่วนบุคคลของผู้ใช้ และที่จะกระทบระบบประมวลผลอื่น ๆ
(Articulate and support policies that protect the dignity 
of users and others affected by a computing system)
3.6 เปิดโอกาสให้สมาชิกขององค์กรได้เรียนรู้หลักการทำงาน และข้อจำกัดของระบบคอมพิวเตอร์
(Create opportunities for members of the organization 
to learn the principles and limitations of computer systems.)
ค่านิยม
รศ.สุพัตรา สุภาพ ค่านิยม คือ ความเชื่อ หรือความรู้สึกนึกคิดของบุคคล มีช่วงระยะเวลาในการสร้างขึ้นมา แล้วดำเนินอยู่จนกลายเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และกลายเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของบุคคล ตัวอย่างของค่านิยม เช่น ความรักในอิสรภาพ ความซื่อสัตย์ หรือความเชื่อฟัง ซึ่งจะแสดงออกเป็นพฤติกรรม

อิทธิพลของค่านิยมที่มีต่อพฤติกรรมของบุคคล
รองศาสตราจารย์สุพัตรา สุภาพ ได้แบ่งค่านิยมสังคมเมืองและค่านิยมสังคมชนบทของสังคมไทย ไว้ดังนี้
ค่านิยมสังคมเมือง
1. เชื่อในเรื่องเหตุและผล 2. ขึ้นอยู่กับเวลา 3. แข่งขันมาก 4. นิยมตะวันตก 5. ชอบจัดงานพิธี 6. ฟุ่มเฟือยหรูหรา 7. นิยมวัตถุ 8. ชอบทำอะไรเป็นทางการ 9. ยกย่องผู้มีอำนาจผู้มีตำแหน่ง 10.วินัย 11. ไม่รักของส่วนรวม 12. พูดมากกว่าทำ 13. ไม่ชอบเห็นใครเหนือกว่า 14. เห็นแก่ตัวไม่เชื่อใจใคร
ค่านิยมสังคมชนบท
1. ยอมรับบุญรับกรรมไม่โต้แย้ง 2. ขึ้นอยู่กับธรรมชาติ 3. เชื่อถือโชคลาง 4. ชอบเสี่ยงโชค 5. นิยมเครื่องประดับ 6. นิยมคุณความดี 7. นิยมพิธีการและการทำบุญเกินกำลัง 8. ชอบเป็นฝ่ายรับมากกว่าฝ่ายรุก 9. ทำงานเป็นเล่น ทำเล่นเป็นงาน 10. พึ่งพาอาศัยกัน 11. มีความเป็นส่วนตัวมากเกินไป 12. รักญาติพี่น้อง 13. มีความสันโดษ 14. หวังความสุขชั่วหน้า
เอกสารอ้างอิง
+ สุพัตรา สุภาพ. (2540). สังคมวิทยา. กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช จำกัด.
+ สุพัตรา สุภาพและคณะ. (2533). หนังสือเรียนสังคมศึกษา ส401. กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช จำกัด.
+ http://joommyjang.blogspot.com/2012/02/blog-post.html
+ http://www.novabizz.com/NovaAce/Behavior/
+ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=891925

29 ก.ค.57 ตร. เผยผลการศึกษาวิจัยว่าปี 2551-2556 มีตำรวจฆ่าตัวตายถึง 172 คน เฉลี่ยปีละ 29 นาย และเมื่อเปรียบเทียบแล้วจะมีอัตราสูงกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า เนื่องจากเครียดงาน ส่วนตัว หนี้สิน ครบองค์ประกอบก็มักจะก่อเหตุเศร้าสลด เพราะมีอาวุธอยู่ใกล้ตัว
+ http://www2.thairath.co.th/content/440802
+ http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9570000086013
ค่านิยมไทย 12 ประการ

ข้อมูลจาก .. เดลินิวส์
ฉบับวันที่ 17 ก.ค. 2557 (กรอบบ่าย)
http://www.moe.go.th
สพฐ.รับลูก คสช.สร้างค่านิยมคนไทยใหม่
ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)
เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูง
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า...
ที่ประชุมได้หารือถึงการสร้างค่านิยมหลักของคนไทย
ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 
เพื่อสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เข้มแข็ง โดยต้องสร้างคนในชาติ
ให้มีค่านิยมไทย 12 ประการ ได้แก่ 
1. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน 
3. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 
4. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 
5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทย 
6. มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ 
7. เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย
8. มีระเบียบ วินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่
9. มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ 
10. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
11. มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ 
12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง 
ข่าว : แฟนทางเน็ตให้โอนภาษีค่าสินสอด ค่าสิ่งของ

โอนเงินค่าภาษีและค่าประกันสิ่งของ
ก่อนไปรับของ จากวิศวกรชาวต่างชาติที่รู้จักผ่านเว็บหาคู่
หนุ่มที่คบหากันผ่าน Facebook
ขอแต่งงานกับสาวไทย
แจ้งว่าจะมอบเงินสินสอด 15 ล้านบาท แต่มีภาษีสี่หมื่นกว่าบาท
ถือเป็นการลงทุนเรื่อง "ความรัก" จ่ายภาษีไปให้กับแฟนหนุ่ม
โอนไปให้ เดี๋ยวเค้าก็โอนส่งเงินก้อนใหญ่ใส่เป็นพัสดุกลับมาให้
ติดปัญหา คือ โอนไปแล้ว หนุ่มไม่เอาเงินใส่กล่องส่งพัสดุกลับมา
ถือว่าผิดจริยธรรมระหว่างคนที่รักกันอย่างแรง
http://www.khaosod.co.th/ .. ?newsid=1454493054
ในข่าวเรียกหนุ่ม ๆ กลุ่มนี้ว่า "กลุ่มมิจฉาชีพ"
บางกรณีพูดคุยกันทั้ง Line และโทรศัพท์ แล้วส่งเงินมาให้
แต่มีค่าใช้จ่าย ต้องหลายครั้ง 
ครั้งแรก 12,800 ครั้งที่สอง 58,000 ครั้งที่สาม 35,000 ครั้งที่สี่ 120,000
นิทานธรรม : ทั้งปู่ ทั้งเข่ง ครอบครัวหนึ่ง .. มีผู้อาศัยอยู่ด้วยกัน 3 วัย คือ ปู่ พ่อ และลูกชาย ปู่ มีอายุ 83 ปี ป่วยเป็นอัมพาตมาหลายปีแล้ว ไม่มีรายได้ นอกจากเงินที่รัฐบาลจ่ายไห้เดือนละ 500 บาท เท่านั้น พ่ออายุ 40 ปี มีอาชีพรับจ้าง ภรรยาตายด้วยอุบัติเหตุ แต่ยังครองตัวเป็นโสด เพราะเป็นห่วงลูกชายวัย 10 ขวบ พ่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายรับ จึงมีปัญหาในการใช้ชีวิตอย่างมาก
จึงวางแผนกับลูกชายว่า ปู่อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะสร้างปัญหาให้ครอบครัว รายได้มีน้อยอยู่แล้ว ยังต้องเสียค่ายาค่าอาหารดูแลปู่อีก "เอาอย่างนี้ดีกว่า เราพาปู่ไปทิ้งน้ำเสีย จะได้หมดภาระเสียที"
พ่อมอบหมายให้ลูกชายไปหาเข่งมาใบหนึ่ง สำหรับใส่ปู่ลงเรือไปทิ้งปากน้ำ พอได้เวลาประมาณ 2 นาฬิกา ขณะที่ปู่กำลังหลับ สองคนพ่อลูกช่วยกันหามปู่ใส่เข่งลงเรือ แล้วพายเรือไปยังปากน้ำทันที เมื่อถึงที่หมายพ่อบอกลูกชายว่า
"มาช่วยกันยกทั้งปู่ทั้งเข่งโยนลงน้ำเลย"
"เอาแต่ปู่โยนลงน้ำ เข่งไม่ต้อง" ลูกชายแย้ง
"เอาน่า ทิ้งทั้งปู่ทั้งเข่งนั่นแหละ" พ่อยืนยัน
"เอาเข่งไว้ โยนแต่ปู่ลงน้ำ" ลูกชายว่า
"เอ็งจะเอาเข่งไว้ทำไมอีกวะ" พ่อชักฉุน
"เอาไว้ใส่พ่อตอนแก่ไง" ลูกชายตอบ
ท่านอาจจะเป็น "คุณปู่" ในนิทานเรื่องนี้ไปอีกคนก็ได้ ถ้าไม่ได้ดูแลผู้สูงวัยให้ดี หรือไม่เตรียมตัวให้ถูกวิธีเสียบัดนี้
+ https://www.gotoknow.org/posts/475641 *
+ http://www.thammasatu.net/forum/index.php?topic=13174.0
+ http://www.sri.cmu.ac.th/~elanna/lannachild/scripts/tale/folktale/nitan_folk_haitukkeatan.html
+ http://lessons-in-my-life.exteen.com/20100319/entry
เกียรติ ศักดิ์ศรีนั้น มีแต่พอดีก็น่าจะพอ มีมาก ๆ แล้วเป็นทุกข์
ค้นสาเหตุการจากไปของดอกเตอร์ 
แล้วไปพบการเขียนบันทึกของผู้ก่อเหตุจาก google.com 
ในบันทึกก่อนสิ้นชีพ พบหลายหน้า
ท่านบอกว่ากระทำไปเพราะถูกหยามหมิ่น เบียดเบียน หมิ่นเกียรติศักดิ์ศรี
ทิ้งท้ายด้วยคำว่า "คนเรา ฆ่าได้ หยามไม่ได้"
รายละเอียดเป็นการให้การฝ่ายเดียว 
เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย การเผยแพร่เอกสารจึงไม่ควรเกิดขึ้น
+ http://news.mthai.com
---
เรื่องของเกียรติศักดิ์ศรี ทำให้นึกถึงเพลง "กูเป็นนักศึกษา"
เนื้อเพลง
ทุกวันทุกวัน เห็นเขารีบออกไป แต่งตัวทันสมัย ขับรถซิ่ง
อื้อหืออ้าหา เทวดาฟ้าดิน กุ๊กกิ๊กดุ๊กดิ๊ก สะดิ้งมาเต็มคัน
ชาวบ้านยืนมอง แล้วอดใจไม่ไหว เอ่ยถามขึ้นทันใด ว่าไอ้หนุ่มเอ๋ย
* ( มึงเป็นใคร ) กูเป็นนักศึกษา นักล่าปริญญา ใฝ่ฝันขึ้นไปเป็นใหญ่
( แล้วยังไง ) กูจะรวยน่ะสิวะ ความรู้กูแน่นหนา กูจะมาเป็นนายมึง
รำพึงรำพัน น้อยใจวาสนา ไม่มีการศึกษา อนาคตสั่นไหว
จับกังคนงาน ยังฝันหวานเกินไป น้อยอกน้อยใจ ไม่ได้เป็นนักศึกษา
เข้าเธคเข้าบาร์ ดึ๊บดั๊บกันเข้าไป ชาติจะเป็นยังไง ไม่ใช่เรื่องนักศึกษา
( * )
ชาวบ้านถามว่า คุณจะทิ้งผมไปไหน ยากจนเข็ญใจ รอให้คุณนำพา
คุณขึ้นสวรรค์ ผมไม่เคยคิดอิจฉา ขอเถอะคุณจ๋า อย่าทิ้งผมไปไหน
( * )
( มึงเป็นใคร ) กูเป็นนักศึกษา นักล่าปริญญา ใฝ่ฝันขึ้นไปเป็นใหญ่
( แล้วยังไง ) กูจะรวยนะสิวะ ความรู้กูเหนือกว่า กูจะมาเป็นนายมึง
ชาวบ้านของมีคำถามในใจ "เป็นนักศึกษาแล้วไง"
เพลง "กูเป็นนักศึกษา"
พ่อซื้อ iphone เพื่อให้ลูกนำไปโรงเรียน .. ไม่งั้น ก็ไม่ไป

อ่านข่าวของอินโดนีเซียใน stomp.com รายงานเรื่องน่าสะเทือนใจในครอบครัว ว่าพ่อวัยชรา ซึ่งมีอาชีพขายชาอยู่ริมถนน (street tea seller) ยอมควักเงินที่เก็บออมหลายหมื่น เพื่อซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ไอโฟน 6 พลัสให้ลูกสาว เพราะลูกสาวอับอายไม่ยอมไปโรงเรียน หากไม่มีมือถือรุ่นใหม่แบบเพื่อนๆ

อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงคำว่า กตัญญูกตเวที (Gratitude) นี่ถ้าลูกสาวเค้ามีคำนี้อยู่ในใจ แล้วมองความเป็นจริงของครอบครัว เรื่องแบบนี้คงไม่ปรากฎออกมาเป็นข่าว บางทีน้องเขาอาจมีอัตตา คือ ยืดมั่นถือมั่นในตัวเองน้อยไป แต่ไปยึดมั่นถือมั่นในคนอื่น ในสังคม ในค่านิยมของชาวบ้าน จนไปเบียดเบียนอัตตา หรือความมีตัวตนที่แท้จริงของตนให้ลดลงก็ได้ แล้วเคยอ่านข่าวว่า หนุ่มจีน ยอมขายไต เพื่อนำเงินไปซื้อไอโฟน อันที่จริงมีตัวอย่างทำนองนี้อีกมากในยุควัตถุนิยม ที่สื่อสังคมครอบงำชีวิตผู้คน [ข่าวสด]

เห็นรถเห็ดเผาะของพ่อค้าขนไปขายคว่ำ ชาวบ้านช่วยกันเก็บใหญ่เลย คำถาม : นักศึกษาอ่านข่าวเรื่องนี้เพิ่มเติม แล้วสะท้อนคิด ให้ฟังหน่อย
หลักข้อที่ 1 ความโลภ เคยเห็นพระท่านบอกว่าหนึ่งในกิเลส ความโลภ คือ อยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตน ภาพนี้เหมือนที่พระท่านว่าเลย แสดงว่าในบริเวณนั้นมีคนโลภ
หลักข้อที่ 2 เหมารวม อ่านอีกที คนลำปางนี่ ผมก็คนลำปางด้วย ญาติติโก โหติกาของผมมีเยอะด้วย ถ้าคนมีกิเลส เป็นคนไม่น่าคบ และพูดเหมารวมถึงคนทั้งจังหวัด นี่จะต้องเลิกคบตัวเองด้วยไหมนี่ เพราะไม่ชอบคบคนมีกิเลส ไม่ได้การล่ะ คงต้องคบตัวเองต่อไป ยังย้ายจิตสำนึกแบบ x-men ไม่ได้ สรุปว่าหลักข้อที่ 1 ไม่เป็นธรรมต่อผมเอง ขอคบตนเองต่อไปล่ะกัน
หลักข้อที่ 3 แบ่งแยก อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อเราเก็บไว้ อะไรไม่เป็นประโยชน์ก็ leap frog ซะ คิดแบบหัวหน้าเลย และเหมือนที่ พุทธทาสพูดถึงคนส่วนมาก เลย
เห็ดเผาะ มักเป็นเห็ดที่ได้จากการเผาป่า หลังเผาป่าในภาคเหนือก็จะมีเห็ดออกบนดิน เห็ดตกดิน ก็เก็บมาขายได้ เจ้าของไม่ทิ้งหรอกครับ ใหม่ ๆ ลิตรละหลายร้อย ตอนนี้เหลือร้อยกว่า ๆ เก็บเห็ดเผาะตกข้างถนน ถุงนึงก็ 2 - 3 ร้อยแล้ว
สมัยนี้ "ผมสั้น สวยไม่จริงตัดไม่ได้นะ ดูความแตกต่าง" ถูกเอาเรื่องถึงที่สุด

สมัยนี้ทำอะไรดีงานมา ก็คิดว่าจะโชว์ผลงาน ตัวอย่างนี้มีการทบทวนวรรณกรรม เปรียบเทียบกับคนอื่นในสังคม แล้วถ่ายภาพเปรียบเทียบว่า "ตนเองสวยกว่า หลังตัดผมสั้นมา" แล้วโพสต์ข้อความประกอบภาพว่า "ผมสั้น สวยไม่จริงตัดไม่ได้นะ ดูความแตกต่าง" กรณีนี้ขาดจริยธรรม 2 ข้อในเบื้องต้น คือ 1) ความเคารพนับถือผู้อื่น (Consideration) 2) ความถ่อมตัว (Modesty) [blog]

บางคนสนใจคำว่า มากกว่า สวยกว่า จัดตงจัดเต็มอะไรเงี้ย หลังไปทำอะไรมา แล้วอยากให้ใคร ๆ ได้รู้ ได้เห็น มีความรู้สึกต่อตนเองในเชิงบวก ซึ่งการถูกเปรียบเทียบแบบนี้ ผู้ถูกเปรียบเทียบไม่ชอบ แล้วประเด็นนี้สังคมตัดสินว่า "ไม่ถูกต้อง" เพราะไม่มีใครชอบถูกพูดในทำนอง พอใจ น้อยกว่า ด้อยกว่า ต้องปรับปรุง หรือต้องปรับปรุงเร่งด่วน จนผู้เสียหายทางจิตใจ "รู้สึกรับไม่ได้" กับคำเปรียบเทียบเช่นนั้น เป็นเหตุให้คุณแม่ของผู้เสียหาย ไปแจ้งความดำเนินคดี "เอาเรื่องถึงที่สุด" คำว่า ขอโทษ ไม่เพียงพอ อยากให้เป็นตัวอย่างของผู้คนในสังคม ส่วนผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ 2550 มาตราใด ต้องไปอ่านดูกันครับ .. ชวนคิด

http://www.thaiall.com/article/law.htm
http://www.dailynews.co.th/regional/528806
https://www.youtube.com/watch?v=zFNOwf2Ou5o
https://www.youtube.com/watch?v=1BGrkTdY-tI
ชวนคิดเรื่อง แห่แชร์ อ.เศรษฐศาสตร์ สอนลูก “ลูกอย่าเผลอคิดว่า ตัวเองเป็นคนดีเป็นอันขาด”
ข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับ การุณยฆาต
เห็นสุนัขนอนเจ็บ ถูกรถชน ตัดใจใช้ท่อนเหล็กทำการุณยฆาตในแบบของเขา
+ http://www.thaiall.com/blog/burin/8243/
+ http://www.posttoday.com/local/south/469769

สัตวแพทย์ฆ่าตัวตาย หลังกลุ่มคนรักสัตว์ประณาม การุณยฆาตสุนัขจรจัดล้นศูนย์พักพิง
http://www.manager.co.th/China/viewnews.aspx?NewsID=9590000054017

ที่สวิตเซอร์แลนด์ พูดถึงสิทธิที่จะตาย (Right to Die) และการุณยฆาต (Mercy Killing) 
กลุ่มเอ็กซิท เอ.ดี.เอ็ม.ดี. ช่วยการจบชีวิตตนเองได้ตายอย่างสงบหลายร้อยรายในแต่ละปี
+ http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/584910

ในไทยมีมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 
ได้บัญญัติให้บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุข
เพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้ โดยการดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาดังกล่าว 
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด
ในกฎกระทรวงสาธารณสุขลงวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553 
+ http://www.gogood.in.th/upload/article/F_51_2.%E0%B8%A3
มองเห็นความแตกต่างทางความคิด

เก็บเป็น กรณีศึกษา .. เมื่อเห็นการแสดงความคิดเห็นของผู้คน รวมถึงตนเอง ทำให้รู้ว่ากำลังคิด คิดเหมือนบ้าง คิดต่างบ้าง ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง มีความแตกต่างทางความคิดเยอะ ล่าสุด พม่าขอให้หยุดฉายละคร .. เห็นคนไทยเม้นแล้ว สนใจขึ้นมาเลย บอกได้เลยว่า บางคนชอบ และบางคนไม่ชอบ
ปกติแล้ว มนุษย์เรามักเลือกที่จะชอบ
เมื่อเล่าเรื่องของคนอื่น = ชอบ
เมื่อคนอื่นเล่าเรื่องเรา = ไม่ชอบ
---
โน๊ตพูดไว้ "คิดต่างเชิญทางอื่น" ในเดี่ยว 9
---
คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ก็พูดไว้ว่า
"ฟังเรื่องคนอื่นกำลังมีปัญหา ก็สงสารนะ
แต่ถ้าเป็นเรื่องตัวเอง จะทุกข์จนทนอยู่ไม่ได้เลย"
---
มีภาพยนตร์หลายเรื่องถูกห้ามฉาย
เพราะอาจมีเหตุผลว่าบิดเบือน
ไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น
1. พม่า ขอให้หยุดฉาย เพลิงพระนาง
2. ไทย ห้ามฉาย Anna and the King
3. อาบัติ ที่ต้องปรับเนื้อหายกใหญ่ ด้วยเหตุผลเรื่องศรัทธา
ทีมคนเก่ง กับทีมคนดี .. ใครชนะ
หัวหน้าแชร์คลิ๊ปนี้มา มีนัยว่า "ให้ดูนะ"
ชอบหลายคำ .. หักมุมตลอด
เรื่อง คนเก่ง กับ คนดี แข่งกันไปเอาเงิน 
.. ผลคือ คนดีตายเรียบ
.. เพราะ บริษัทมักเลือกคนเก่ง มากกว่าคนดี
.. มีการทักด้วย "ว่าหัวหน้าพายช้าว่ะ"
.. ใช้คุณธรรมนำความสามารถ
.. เงินแคบเกินกว่าจะเป็นกติกาทั้งหมดของชีวิต
ศึกษาเพิ่มเติม "www.สานต่อที่พ่อทำ.com"
https://www.youtube.com/watch?v=dWhqKpkQgwM
เว็บเพจที่น่าสนใจ
+ Journal: การใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม กับการรับรู้เกี่ยวกับสังคมอยู่เย็นเป็นสุข : มีความสัมพันธ์กันในทางบวก #
+ รายงานวิจัยการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของโรงเรียน : ถามหลายด้านว่าโรงเรียนมีหรือไม่ #
+ รายงานวิจัยจริยธรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของนักเรียนมัธยม #
+ รายงานวิจัยของครู ป.5 ประเมินจริยธรรมการใช้คอมฯ ของนักเรียน #
+ รายงานวิจัยว่าพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมที่ต้องพัฒนา : ถามผู้ใช้บัณฑิต และบัณฑิต เพื่อพัฒนาหลักสูตร #
+ โครงการ และสรุปผลกิจกรรม : พบว่าตาราง 2.5 มีหัวข้อที่ถามน.ศ.ว่ามีพฤติกรรมอย่างไร #
+ แบบสอบถามเกี่ยวกับคุณธรรม : ถามถึงสภาพคุณธรรมในสังคมไทย และปัจจัยส่งเสริมคุณธรรม #
+ แบบสอบถามราชการ : พฤติกรรมใดสำคัญต่อจริยธรรมข้าราชการ #
+ แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะบัณฑิต : ตามลักษณะ 5 ด้าน #
+ เพลงที่แรง สังคมก้มหน้า : เป็นเพลงที่ไม่ถูกใจคนฟัง และมักไม่แชร์ต่อ #
เอกสารอ้างอิง #

[1] ดุจเดือน พันธุนาวิน, "รายงานการสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรมในประเทศไทยและต่างประเทศ", ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม, 2550.
[2] พนิดา พานิชกุล, "จริยธรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ", บริษัทเคทีพี คอมพ์ แอนด์ คอนซัลท์ จำกัด, กรุงเทพฯ, 2553.
[3] สิทธิชัย ประสานวงศ์, "คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ", สำนักพิมพ์ซอฟท์เพรส, กรุงเทพฯ, 2556.
[4] สมชัย อักษรารักษ์ และอศินา พรวศิน, "Being e-Citizen by e-Government โฉมหน้าบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐเพื่อคนไทย", บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน), 2547.
[5] บุญสืบ โพธิ์ศรี และอุทัยวรรณ ฉัตรสุวรรณ, "@จริยธรรมในอาชีพคอมพิวเตอร์", สำนักพิมพ์ ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, 2547.
[6] ศิริพร เสริตานนท์, "ทักษะการคิดกับการแก้ปัญหาชีวิตประจำวัน", คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น, 2556.
[7] ศรีไพร ศักดิ์รุ่งพงศากุล, "ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีการจัดการความรู้", บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด., กรุงเทพฯ, 2549.

http://goo.gl/72BPC