จดหมายจากลูกถึงพ่อแม่ ฉบับที่ 8 จะเป็นโฮมซิกไหมนะ

สวัสดีค่ะ พ่อเก๋ แม่ขวัญ

อือ ๆ ๆ” หนูร้องไห้ด้วย
ตอนที่แม่กับน้องไปส่งที่ท่ารถ บขส.
อยากอยู่กับแม่ และน้อง ๆ จังเลย

ช่วงปิดภาคเรียนแรก ของปีหนึ่ง
หนูกลับบ้าน แล้วมีความสุขมากเลยค่ะ
พวกเราไปซื้อเตาอบขนมใหม่ ราคาไม่กี่พันบาท
แล้วก็ซื้ออุปกรณ์มาทำเค้ก ทำคุกกี้ ทำบราวนี่
ทานเอง ขาย และแจก สนุกจัง
พอดีกับที่น้องหยุดเรียน หลังสอบกลางภาค
และเป็นช่วงหยุดยาวปีใหม่

จำได้ว่า
หนูขึ้นสี่ล้อไปเยี่ยมคุณย่าที่เกาะคา
ไปเปลี่ยนกับพ่อเก๋ ที่มาธุระที่มหาวิทยาลัย
ได้สอยมะพร้าวในสวนไปวางขาย
ขายดีมาก ลูกละ 10 บาท แป๊ปเดียวหมดล่ะ
อีกไม่กี่วันต่อมา
หนูเอาขนม และมะละกอจากในตัวเมือง
ไปวางขายหน้าบ้าน แต่ขายไม่ค่อยดี
คนแถวนี้เค้าไม่ชอบขนมหวาน
สงสัยกลัวน้ำตาล ความดันกัน โรคฮิตด้วย
ช่วงนี้มะละกอเริ่มสุก บ้านไหนก็คงจะมี
มะละกอลูกเหลืองใหญ่ ๆ ก็เลยขายไม่ค่อยดี
แต่ก็ขายได้ค่ะ ขายได้ พอได้ทุนคืน
ส่วนกำไร คือ ลูกที่เหลือก็เอาไว้ทาน
แบ่งให้คุณย่าไว้ทาน 1 ลูกด้วย
หนูแบ่งกลับไปบ้านกล้วยไม้ 2 ลูก

วันขึ้นปีใหม่ ทำอาหารทานร่วมกัน
วันขึ้นปีใหม่ ทำอาหารทานร่วมกัน

เย็นนั้นหนู ต้องนั่งพรพิริยะทัวร์กลับกรุงเทพ
รถคันนี้ไม่แวะทานข้าวต้ม วิ่งรวดเดียวเลย
หนูก็หลับยาวเหมือนกัน หลับสนิทเลย
ตอนไปจอง คันอื่นเต็มหมด แต่คันนี้มีว่างหลายที่
จึงได้กลับก่อนเปิดเรียน กลับปุ๊ปก็เปิดเรียนเช้านั้นเลย
ก่อนขึ้นรถแอบร้องไห้ คิดถึงบ้าน อยากอยู่บ้านกับแม่
แต่หนูก็รู้ว่าเป็นหน้าที่ มีหน้าที่ต้องไปเรียนหนังสือ
ก็ต้องไป หนูจะตั้งใจเรียนให้จบค่ะ

เที่ยวนี้ หนูนั่งแถวที่สอง
พบลุงอนุชิตที่บ้านอยู่ใกล้กันด้วย
เค้านั่งแถวแรก หนูสวัสดีเค้าแล้วนะคะ
เมื่อไปถึงหมอชิต หนูไม่เข้าห้องน้ำ
รีบไปขึ้นรถตู้ รถเต็มพอดี แล้วออกเลย
ถ้าไปเข้าห้องน้ำก่อน คงรอรถคิวต่อไปอีกนาน

เช้าวันเปิดเรียนวันแรกขลุกขลักนิดหน่อย
หนูยังไม่ได้จ่ายตังค่าลงทะเบียนในส่วนที่เกิน
เค้าจะเปิดให้จ่ายวันจันทร์ถัดไป
เสียค่าปรับนิดนึง
ครั้งนี้หนูพลาดไป ขอโทษด้วยนะคะ
แต่เทอมต่อไปไม่พลาดล่ะ พ่อช่วยเตือนด้วยนะ

สรุปคิดถึงเยอะเลย
คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ คิดถึงน้อง คิดถึงคุณย่า คุณตา
คิดถึงมะพร้าว มะละกอ เค้ก คุกกี้ บราวนี่
คิดถึงปิ้งย่างที่บ้านย่าในวันปีใหม่ และอีกมากมาย
หนูจะสู้ จะตั้งใจเรียน เพราะเรามาเรียนนี่นะ

ขายมะละกอกับคุณย่า
ขายมะละกอกับคุณย่า

 

Bye Bye จ้า .. รักทุกคนนะ จุ๊บ จุ๊บ
จาก พี่เอของน้อง ๆ และลูกที่น่ารักของพ่อเก๋ แม่ขวัญ
มีอะไรทักแชทได้เหมือนเดิมน้า

FB Group : ผู้บริจาคโลหิต อวัยวะ และร่างกาย

โรงพยาบาลมีบริการรถเข็นสำหรับผู้ที่เดินไม่ได้ให้ยืมชั่วคราว

รถเข็น (wheelchair) เป็นพาหนะสำหรับผู้สูงอายุที่เดินไม่ได้
หรือ ผู้สูงอายุที่ไม่แข็งแรง หรือผู้พิการ หรือ ผู้ป่วยที่ยังเดินไม่ได้เอง
ถ้าไปซื้อที่ร้าน รุ่นธรรมดามีราคาประมาณ 3000 – 4000 บาท

ในครอบครัวส่วนใหญ่จะอยู่กันเป็นครอบครัว มีพ่อ แม่ ลูก
ปัจจุบันสถิติผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวมีมากขึ้น
ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยโดยไม่มีผู้พบเห็น
ดังนั้น ถ้ามีผู้เจ็บป่วยขึ้นมา จนเดินไม่ได้ ก็ต้องใช้รถเข็นในการเดินทาง
โรงพยาบาลขนาดใหญ่ก็จะมีบริการรถเข็นให้ยืมใช้ระยะหนึ่ง
เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ในยามวิกฤตที่ปัญหาสุขภาพถาโถมเข้าใส่
เช่น โรงพยาบาลเกาะคา ก็มีกลุ่มงานที่ดูแลผู้ป่วยตามบ้าน
ออกมาเยี่ยมบ้าน มีคุณหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ
และประสานให้ยืมรถเข็นสำหรับผู้ที่เดินเองไม่ได้ .. ขอบคุณครับ

ครอบครัวหลาย generation
ครอบครัวหลาย generation

ถ้าเจ็บป่วยจนถูกประเมินได้ว่าเป็นผู้พิการ ก็จะได้รับเบี้ยผู้พิการตามกฎหมาย
เมื่อผู้สูงอายุ หรือมีใครล้มหมอนนอนเสื่อ จนเป็นผู้ป่วยติดเตียง
ก็ต้องมีคนดูแล อาจมีลูกหลานลาออกงานมาดูแล
หรือจ้างคน หรือฝากไว้กับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
การดูแลผู้สูงอายุ หรือพ่อแม่ หรือลูกหลานด้วยความรัก
ทำให้นึกถึง “program ชีวิต

if (รักลูก = true) { do(ดูแลลูก) }
if (รักแฟน = true) { do(ดูแลแฟน) }
if (พ่อแม่รักเรา = true) { do(พ่อแม่ดูแลเรา) }
if (รักพ่อแม่ = true) { do(ดูแลพ่อแม่) }
if (รัก x = true) { do(ดูแล x ) }

ในชีวิตจริงเราทำทุกเรื่องพร้อมกันไม่ได้
บางเวลาเราเลือกทำได้เพียงอย่างเดียว

https://gist.github.com/thaiall/52786e306324beb5f46ce5bf1a2722f9#file-life_program

ร่างกายก็เหมือนหุ่นยนต์

เจ็บป่วยก็รับยา ถ้าหายก็ดำเนินชีวิตต่อไป
เจ็บป่วยก็รับยา ถ้าหายก็ดำเนินชีวิตต่อไป

บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าร่างกายก็เหมือนหุ่นยนต์
ยิ่งใช้นานไป ก็ยิ่งเสื่อมโทรม มีอายุของแต่ละตัวไป
ชำรุดก็เข้าโรงซ่อม ซ่อมไม่ได้ก็แทงจำหน่าย
หมดอายุ ต้องแทงจำหน่าย ร้านรับซื้อของเก่าก็ไม่รับ
พระท่านเรียกว่า “สังขาร”
ช่วงที่ผ่านมา ผ่านหนาวมาได้ โดยไม่ต้องเรียกร้องหายาเม็ดเหลืองแก้หวัดคัดจมูก
พอจะหมดหนาว มากันทุกอาการเลย
แต่อาการเสียงหาย พึ่งเกิดขึ้นในรอบหลายปี ต้องพึ่งยาลดบวมเม็ดเล็กสีเหลืองอ่อน
สำหรับอาการปวดหัวตัวร้อนนั่นก็พึ่ง paracetamol กันประจำอยู่แล้ว
วันนี้ไม่เจ็บปวด ไม่มีไข้ ก็ไม่ได้กิน เพราะยานี้กินตามอาการ

ส่วนยาปฏิชีวนะ เพื่อฆ่าเชื้อโรค
เพราะมีเชื้อโรคในคอเยอะเหลือเกิน
ดื่มน้ำมาก ๆ กับนอนมาก ๆ เชื้อก็ไม่ได้หายไปเอง
รอให้ร่างกายสู้กับเชื่อโรคคงไม่ไหว
ต้องพึ่งยาฝรั่งที่ชื่อ amoxicillin ซะแล้ว
หวังว่ากินครบเซตแล้ว อาการไม่พึงประสงค์จะหายไป

ยาแก้ไอก็ไม่เคยรับมาหลายปีแล้ว
เมื่อวานไอเยอะไปหน่อย รับทั้งยาน้ำ และยาเม็ด
ยาแก้ไอจะเม็ดสีชมพูใหญ่หน่อย
ส่วนยาน้ำก็เลือกชะเอม หอมหวาน ชุ่มคอดี

กินยาฆ่าเชื่อเยอะ ๆ ก็ไม่ดี เดี๋ยวจะดื้อยา (ภาษาชาวบ้าน)
นี่ก็ถูกเตือนมาแต่เล็กแต่น้อย
ถ้าไม่กินก็ไม่ได้ เพราะทรุดอย่างเดียวเลย

ถ้ามีร้อยละ 7 เป็นโรคซึมเศร้า ผมว่าตัวผมก็มีโอกาสเลยหละ โดยเฉพาะพฤติกรรมชอบตำหนิตนเอง

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ หรือคุณหมอเบิร์ท
พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ หรือคุณหมอเบิร์ท

http://picpost.postjung.com/m/108155.html

เห็นใครขาดความสนใจสิ่งรอบข้าง
แสดงว่าเข้าข่ายเป็นโรคซึมเศร้า ต้องเข้าไปพูดคุยด้วยบ่อย ๆ

สืบเนื่องมาจาก โรบิน แม็กลอริม วิลเลียมส์ (Robin McLaurim Williams)
นักแสดงชื่อก้องโลก อายุ 63 ปี ตัดสินใจปลิดชีพตนเอง พบเมื่อ 11 สิงหาคม ค.ศ.2014
เป็นชาวอเมริกันอีกคนหนึ่งที่ฆ่าตัวตายด้วยโรคซึมเศร้า ทำชาวโลกประหลาดใจ
http://en.wikipedia.org/wiki/Robin_Williams

แต่ที่เกาหลีใต้ ฆ่าตัวตายปีละกว่า 15000 คนต่อปี ติดต่อกัน 9 ปีแล้ว
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObWIzSXpNVEUwTURFMU5nPT0
เกาหลีใต้ฆ่าตัวตายมากกว่าประเทศไทยที่มีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 3,612 คนต่อปี
http://icare.kapook.com/suicide.php?ac=detail&s_id=65&id=116
ส่วนที่อเมริกามีประชากรเยอะ พบว่า มีสถิติฆ่าตัวตายมากกว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุซะอีก ปี 2010 มีผู้ฆ่าตัวตายสูงถึง 38,364 คน
http://www.manager.co.th/around/viewnews.aspx?NewsID=9560000053171
ญี่ปุ่น ฆ่าตัวตายกว่า 30000 ทุกปี สาวต่างจังหวัดที่ทำงานเรื่องเพศ
http://www.youtube.com/watch?v=ZOOo9gelonk
สารคดีแก้ปัญหาการฆ่าตัวตาย คลิ๊ปช่วยได้
http://www.youtube.com/watch?v=hJuE8Koiprc
http://www.youtube.com/watch?v=oo0SHLxc2d0

โรคซึมเศร้า” ชื่อโรคที่หลายคนเริ่มคุ้นหูจากคำเล่าลือว่า เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเครียดเศร้า และมีแนวโน้มทำให้คิดฆ่าตัวตาย! ที่สำคัญจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าในปัจจุบันก็มีมากถึง 5-7% ของจำนวนประชากรเลยทีเดียว
9 พฤติกรรมบ่งบอกคุณกำลังเป็น“โรคซึมเศร้า”โดยไม่รู้ตัว!
แม้จะเป็นอีกหนึ่งโรคฮิตที่ร้ายแรงถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยคิดสั้นปลิดชีพตัวเอง แต่หลายคนกลับไม่รู้ตัวว่ากำลังป่วยด้วยโรคซึมเศร้าอยู่
โอกาสนี้เราเลยขอพาคุณไปเจาะลึกถึงเรื่องราวของโรคซึมเศร้า ว่าแท้จริงแล้วเกิดจากสาเหตุใด เมื่อเป็นโรคแล้วผู้ป่วยจะมีอาการอย่างไร และเราจะสามารถป้องกันโรคนี้ได้อย่างไร กับ คุณหมอคนสวยอดีตนางสาวไทยปี 2542 พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ หรือคุณหมอเบิร์ท จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลศรีธัญญา สาเหตุการฆ่าตัวตายที่พบได้บ่อย และคนไม่ค่อยทราบกันคือ เรื่องของโรคซึมเศร้า เนื่องจากมีคนจำนวนมาก ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแต่ไม่รู้ว่าตัวเองป่วย ซึ่งหากป่วยแล้วปล่อยไว้นานๆ โดยไม่ได้รักษา ก็จะส่งผลให้คนไข้มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายได้” คุณหมออภิสมัยเกริ่นนำถึงภัยร้ายแรงของโรคซึมเศร้า
1. อารมณ์ซึมเศร้า หงุดหงิด ก้าวร้าว
2. ขาดความสนใจสิ่งรอบข้าง
3. สมาธิเสีย คือ ไม่ค่อยมีสมาธิเวลาทำสิ่งต่างๆ
4. รู้สึกอ่อนเพลีย
5. เชื่องช้า ทำอะไรก็เชื่องช้าไปหมด
6. รับประทานอาหารมากขึ้น หรือรับประทานน้อยลง
7. นอนมากขึ้น หรือนอนน้อยลง
8. ตำหนิตัวเอง อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่พบได้มากในคนเป็นโรคซึมเศร้า
9. ฆ่าตัวตาย หากมีการพยายามฆ่าตัวตาย ก็ตั้งข้อสันนิษฐานได้เช่นกันว่า คนนั้นอาจเป็นโรคซึมเศร้า
http://www.manager.co.th/CelebOnline/ViewNews.aspx?NewsID=9540000122753

สถานที่ที่ฆ่าตัวตายมากที่สุดในโลก
ที่ Golden gate อันดับหนึ่ง
http://www.jirunghealthvillage.com/th/top-ten-place-suicide.php

คลิ๊ปแก้ปัญหาการฆ่าตัวตาย
http://www.youtube.com/watch?v=ZOOo9gelonk

ทหารอเมริกา ฆ่าตัวตายมากกว่าตายในสนามรบ
เนื่องจากผลกระทบทางจิต
http://news.voicetv.co.th/global/43700.html

http://www.youtube.com/watch?v=2GxSDZc8etg

การใช้จิตของ Steve Jobs

steve jobs by walter isaacson
steve jobs by walter isaacson

จากหนังสือภาษาไทย  Steve Jobs by Walter Isaacson
ทั้งหมด 668 หน้าใน 41 บท สำหรับผมจำแนกได้ 3 ส่วนหลัก คือ ตัวเขา ครอบครัว และงาน ซึ่งเชื่อได้ว่าผู้อ่านส่วนใหญ่สนใจในความเป็นนักนวัตกรรมของเขา อันเป็นผลงานที่โดดเด่นมากมาย แต่หนังสือเล่มนี้สื่อเรื่องตัวเขาได้อย่างละเอียดเหลือเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องการต่อสู้กับมะเร็ง ในฐานะผู้ป่วย

หน้า 555 ตอนมะเร็งกลับมา
จากที่แคธรีน สมิธ เล่า ผมว่าจ็อบเป็นคนที่เข้าใจธรรมมะ เพราะเขาศึกษา ศาสนาพุทธนิกายเซน ค่อนข้างลึก ซึ่งการลดความเจ็บปวดด้วยจิตที่เขาทำ น่าสนใจ  เขาก็ใช้จิตคุมจิต แก้ปัญหาแบบไม่ใช้ยาในบางเวลา

แคธรีน สมิธ เล่าว่า
สตีฟบอกว่า เวลาที่เขารู้สึกแย่มาก ๆ
เขาจะทำสมาธิกำหนดจิตไปที่ความเจ็บปวด
เข้าไปให้ถึงมัน ซึ่งดูเหมือนะทำให้เขารู้สึกค่อยยังชั่วขึ้น

Kathryn Smith เล่าว่า
He told me that when he feels really bad,
he just concentrates on the pain, goes into the pain,
and that seems to dissipate it

ชีวิตของ steve jobs น่าสนใจ
เขา คือ นักนวัตกรรม ที่มีชีวิตหลายมุมให้เรียนรู้
ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งถึง 8 ปี และเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 56 ปีเท่านั้น

ร้องเพลง เป็นตะคริวที่กะบังลม

ทำท่าเล่นกีต้า
ทำท่าเล่นกีต้า

31 พ.ค.54 วันนี้ร้องเพลง ท่าฉลอม เป็นธรรมเนียมที่ต้องร่วมกิจกรรมร้องเพลงกับเพื่อน ๆ (เพื่อน ๆ คงคิดว่าผมมีความสุขเมื่อร้องเพลงเป็นแน่ แต่ยากที่จะอธิบายนะครับว่า ผมเป็นคนไม่ฟังเพลง ไม่ร้องเพลง และไม่สามารถสัมผัสสุนทรีย์จากดนตรี แม้จะพยายามฝึกให้ตนเองเห็นเพลงเป็นเรื่องสนุก)

พอใช้พลังเสียง และกล้ามเนื้อกะบังลมเกร็งตัวผิดจากปกติกระทันหัน (ที่นักกีฬาเรียกกันว่ายังไม่ได้วอร์มนั่นหละครับ) พอร้องเพลงใช้เสียงเข้าหน่อย ตะคริวกินกะบังลม ดีนะครับที่กร้ามเนื้อส่วนนี้มีไม่มาก อาการไม่รุนแรง .. แล้วทนร้องต่อได้จนจบเพลง

จากนั้นก็ขอร้องเพลงอีกหนึ่งเพลง คือ เพลงคำถาม ของแจ้ ซึ่งซ้อมมาท่อนหนึ่ง คิดว่าจะร้องได้ทั้งเพลง แต่พบเจอคาราโอเกะแบบ Nick เข้าไป เป็นอัมพาตไปเลยครับ  เพราะที่ฝึกมาเป็น VDO Karaoke .. นี่ถ้าผมยอมแพ้ แล้วไม่จับไมค์ไปชั่วชีวิต เหมือนมนุษย์หลายคน ก็คงไม่มีเรื่องมาเล่าแน่ แต่ผมไม่ยอมแพ้ครับ เพราะหวังไว้ว่าในอนาคต ประสาทสัมผัสด้านดนตรีของผม .. อาจดีขึ้น ก็จะรอให้วันนั้นมาถึง .. ดังโบราณว่า “น้ำหยดหินทุกวันหินมันยังกร่อน