ผลวิจัยบอกสิงห์อมควันไม่กลัวบุหรี่ แม้จะใช้ภาพขู่บนซองบุหรี่แล้วก็ตาม

ข่าวหนึ่งบอกว่าภาพบนซองบุหรี่ทำให้สิงห์อมควันกลัว ทำให้ยอดซื้อบุหรี่ลดลงอย่างชัดเจน
Australia smoking rates tumble after plain packaging shift
http://www.ft.com/cms/s/0/c4016952-0d4a-11e4-bcb2-00144feabdc0.html

แต่อีกข่าวสื่อสารมาว่าไม่มีผลกระทบหรอก ยอดซื้อยังเหมือน ๆ เดิม
‘Plain’ packaging not a boost to illegal tobacco use, study suggests
http://www.bbc.com/news/health-28966048
http://www.theguardian.com/business/2014/aug/28/cigarette-plain-packaging-fear-campaign-unfounded-victoria-study-finds

cigarettes
cigarettes

ซองบุหรี่สีเรียบ ไม่กระทบสิงห์อมควัน ที่ออสเตรเลีย
ผลวิจัยล่าสุดจากออสเตรเลียพบว่า รูปคำเตือนบนซองบุหรี่ ไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือลดจำนวนนักสูบลงแต่อย่างใด
ไม่นานมานี้ ศาลปกครองสูงสุดของไทยยกเลิกคำสั่งระงับการขยายภาพบนซองบุหรี่จากร้อยละ 55 เป็นร้อยละ 85 ตามประกาศกระทรวงสาธารณะสุข พ.ศ. 2556 ส่งผลให้รูปภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ในปัจจุบันมีขนาดใหญ่กว่าเดิมจนเกือบเต็มซอง แต่น้อยกว่าออสเตรเลียที่กำหนดให้ซองบุหรี่มีสีเรียบ ไม่มีสัญลักษณ์ยี่ห้อ และภาพคำเตือนที่มีขนาดประมาณร้อยละ 87.5 ของซองบุหรี่มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว
ล่าสุด ศูนย์วิจัยด้านพฤติกรรมในโรคมะเร็งแห่งนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ออกมาระบุว่า ไม่มีหลักฐานใดยืนยันอย่างชัดเจนว่า ซองบุหรี่สีเรียบ มีรูปคำเตือนขนาดใหญ่ ไม่มีสัญลักษณ์ยี่ห้อ จะสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของสิงห์อมควันได้ หลังทำการสำรวจประชากรตัวอย่างทั่วออสเตรเลียกว่า 2,000 คน ด้วยการโทรศัพท์สัมภาษณ์สิงห์อมควันระหว่างปี 2554-2556 เกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อบุหรี่ ทั้งก่อนและหลังที่กฎหมายซองบุหรี่จะมีผลบังคับใช้ในปลายปี 2555
จากการสำรวจพบว่า 3 เดือนหลังจากกฎหมายซองบุหรี่ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ สิงห์อมควันเพียงร้อยละ 2.6 เท่านั้นพยายามหาซื้อบุหรี่แบบเก่า อย่างมากก็หาซื้อได้เพียงแค่ซองเดียว ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ซื้อบุหรี่เถื่อนที่ไม่มีรูปภาพคำเตือนหรือซองสีเรียบมีจำนวนเพียง 2-3 รายเท่านั้น ตรงกับอัตราการบริโภคอัตราการสูบบุหรี่เถื่อนมวลรวมของประเทศที่มีเพียงร้อยละ 5 ในอัตราคงที่ระหว่างปี 2554-2556 ซึ่งหมายความว่า ซองบุหรี่ชนิดใหม่ที่มีรูปคำเตือนขนาดใหญ่แทบไม่ส่งผลอะไรต่อนักสูบเลย
ก่อนหน้านี้ ผลวิจัยจากสถาบัน KPMG ของประเทศอังกฤษ ซึ่งถูกว่าจ้างโดยบริษัทบริติชอเมริกันโทแบคโคและฟิลิปมอริส ผู้ผลิตบุหรี่รายใหญ่ของโลก ชี้ให้เห็นว่า ภายหลังที่กฎหมายซองบุหรี่ของออสเตรเลียฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ จำนวนผู้ดูดบุหรี่ลดลงอย่างมาก ประกอบกับรัฐจัดเก็บภาษีบุหรี่ได้น้อยลง ขณะที่ บุหรี่เถื่อนกลับได้รับความนิยมในหมู่นักสูบที่ต้องการสองบุหรี่แบบปกติ ซึ่งตรงข้ามกับ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการเพิ่มรูปคำเตือนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือทำซองสีเรียบ มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางว่าสามารถลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ได้หรือไม่ แต่ในทางตรงกันข้าม จำนวนผู้สูบบุหรี่กลับมีแน้วโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยในแต่ละปี
http://shows.voicetv.co.th/voice-news/115954.html