8 วิธีเยียวยาอาการปวดศีรษะแบบไม่ต้องพึ่งยา

คุณไม่ต้องกินยาแก้ปวดขนานใหญ่ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ อย่างปวดศีรษะหรอกค่ะ…แค่อ่านแล้วทำตาม อาการปวดหัวของคุณก็จะดีขึ้นค่ะ

1. เอาโทรศัพท์ไปไว้ห่างๆ ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน The Abstract of Optometry & Vision Science บ่งชี้ว่า “ใครที่เล่นโทรศัพท์ใกล้ใบหน้ามากเกินไปขณะแชท แชร์รูป หรือแม้แต่เล่นเฮเดย์…ดวงตามักทำงานหนักขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดหัวได้” อาการนี้รวมถึงการจดจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยเหมือนกัน

2. ดื่มน้ำ ร่างกายคนเราขาดน้ำเพียงเล็กน้อยก็ปวดหัวรุนแรงได้ ข้อนี้อ้างอิงจากการศึกษาชิ้นล่าสุดในวารสาร The Journal of Nutrition ลองดื่มน้ำอย่างน้อย 250 มิลลิลิตร หรือจิบชาสมุนไพรอุ่นๆ อย่างชาคาร์โมมายด์แล้วอาการปวดหัวจะทุเลาลงได้

3. พักสักแป๊บ คิ้วผูกโบเป็นชั่วโมงแบบนี้ อย่าแปลกใจเลยว่าทำไมถึงรู้สึกปวดหัวตุบๆ ที่ขมับ ดร.เครี่ ปีเตอร์สัน อายุรแพทย์ แนะนำให้คุณ ‘ลุกจากโต๊ะ หามุมเงียบๆ ใช้นิ้วคลึงหน้าผากในทิศทางตามเข็มนาฬิกา ขณะนวดให้สูดหายใจลึกๆ 5 ครั้ง โดยหายใจเข้าทางจมูกช้าๆ แล้วปล่อยออกทางปากดู แล้วจะดีขึ้น’ (การนวดที่หว่างคิ้ว หรือใต้หัวคิ้วทั้งสองก็ให้ผลดีเหมือนกัน)

4. กินเชอร์รี ถ้าไม่อยากพึ่งยาแก้ปวด คุณก็ควรจะกินเชอร์รีแทน เพราะสมาคมประสาทวิทยาอเมริกา ชี้ว่าเมลาโทนินในเชอร์รีช่วยยับยั้งอาการปวดศีรษะแบบไมเกรนได้…ถ้าคุณปวดหัวบ่อยๆ คงต้องหาเชอร์รี หรือน้ำเชอร์รีมาไว้ติดไว้บ้างแล้วล่ะ!

5. ประคบน้ำแข็ง ดร.โรเบิร์ต คานีคกี จากมหาวิทยาลัยพิตต์เบิร์กชี้ว่า…แค่ประคบน้ำแข็งที่ขมับ 10-15 นาที ก็ช่วยยับยั้งอาการปวดเบ้าตาและทำให้อาการปวดศีรษะดีขึ้นแล้วค่ะ

6. นวดหลังต้นคอ การใช้เทคนิคนวดคลายกล้ามเนื้อที่หลังและคอจะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะจากความเครียดได้ (Journal of Bodywork and Movement Therapies) ถ้านวดเองไม่สะดวก ลองหาคนมาช่วยนวด หรือแวะเข้าร้านนวดสักครึ่งชั่วโมงก็ได้

7. เล่นโยคะ ดร.คานีคกี เจ้าเดิมยังแนะนำอีกว่า ‘การเล่นโยคะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้ถึง 71 %’ เพราะการได้ยืดเส้นยืดสายจะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้หายปวดหัว ถ้าอยู่นอกบ้านลองนึกถึงท่าโยคะง่ายๆ ที่คุณสามารถเล่นได้บ่อยๆ แบบไม่อายใครดู

8. มีเซ็กซ์ เซ็กซ์ช่วยบรรเทาไมเกรนได้…นับประสาอะไรกับอาการปวดหัวเล็กๆน้อยๆ ล่ะ เซ็กซ์ดีๆ ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้เช่นเดียวกับยาพาราเซตามอลเลยทีเดียว

——————-ขอขอบคุณข้อมูลจากhttp://womenshealththailand.com/health/8-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A8%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B2/1371.html

Leave a Reply