ปิดกิจการมหาวิทยาลัยอาเชียน (Asian University)

flipped classrooms
flipped classrooms

พบว่า ราชกิจจาเผยแพร่คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ
ปิดกิจการ มหาวิทยาลัยอาเชียน
(ชื่อเดิม  มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเอเชีย
Asian University of Science and Technology)
https://en.wikipedia.org/wiki/Asian_University

มีการแชร์ข้อมูลอย่างแพร่หลายในกลุ่มที่สนใจ
ด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษา
พบข้อมูลดังนี้
– ข่าวออกเมื่อ 24 ตุลาคม 2560
– ประกาศคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สกอ 1433/2560
เรื่อง ให้เลิกกิจการมหาวิทยาลัยเอเชียน
ระบุว่า ด้วย ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเอเชียน
ตามใบอนุญาตเลขที่ 3/2540 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2540
โดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยเอเชียน
ได้แจ้งความประสงค์ต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ขอเลิกดำเนินกิจการมหาวิทยาลัยเอเชียน
และคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)
ในการประชุมครั้งที่ 8/2560 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560
พิจารณาแล้วเห็นชอบ
ให้คำแนะนำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
มีคำสั่งให้เลิกกิจการมหาวิทยาลัยเอเชียน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 100
แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
จึงมีคำสั่งให้เลิกกิจการมหาวิทยาลัยเอเชียน
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560
สั่ง ณ วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2560
ลงนามโดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

– มหาวิทยาลัยเอเชียน (Asian University) ชลบุรี
– เป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติเต็มรูปแบบในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
– การเรียนการสอนทุกหลักสูตรเป็นภาษาอังกฤษ
– โดยคณาจารย์ไทยและต่างชาติวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า
– จากประเทศอังกฤษ แคนาดา เยอรมนี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา เป็นต้น
– มีนักศึกษาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
– ก่อตั้งในเดือนธันวาคม 2536
โดยการลงนามในเอกสารความร่วมมือระหว่างเซอร์ โรนัลด์ ออกซเบิร์ก
อธิการบดีแห่งอิมพีเรียลคอลเลจ
แห่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และแพทยศาสตร์
และพณฯ อานันท์ ปัณยารชุน นายกสภามหาวิทยาลัยคนแรก
และดร.วิพรรธ์ เริงพิทยา อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอเชียน
และได้เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2541 เป็นต้นมา

กีฬาใน มหาวิทยาลัยอาเชียน
กีฬาใน มหาวิทยาลัยอาเชียน

The undergraduate programme that will start in August 2015 is as follows:
1. Bachelor of Arts in Digital Content (B.A., Digital Content). This programme has three concentration areas:
Digital communication
Digital content and animation
Digital content, game design

2. Bachelor of Business Administration in Business Services (B.B.A., Business Services). Its five concentration areas:
Culinary arts and restaurant management
Finance
Hospitality and hotel management
International business
Marketing

3. Bachelor of Science in Technology and Engineering Management (B.Sc., Technology and Engineering Management). Four concentration areas:
Facilities management
Project management
Technology management
Telecommunications and network management

ข่าวในประชาชาติ
https://www.prachachat.net/education/news-59314

ข่าวในมติชนออนไลน์
https://www.matichon.co.th/news/706299

asian university is private university in thailand
asian university is private university in thailand
https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_universities_and_colleges_in_Thailand

39 private university in thailand

https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_universities_and_colleges_in_Thailand

แผนภาพบอกสัดส่วนชัดเลย มีหญิงไทยมากกว่าชายในไทย ดังนั้นชายเลือกได้มากกว่าหญิง .. จริงหรา

หญิงมีมากกว่าชาย
หญิงมีมากกว่าชาย

ที่เว็บไซต์ คนไทย.com มี Thailand Gateway มีข้อมูลทำให้เรารู้ว่าประเทศไทย มีคนไทยกี่คน วันนี้สนใจเรื่องการนำเสนอข้อมูลตัวเลข (Number) โดยใช้แผนภาพ (Diagram หรือ Chart) จะใช้ Google chart ทำ Pie chart เทียบหญิงกับชาย ว่ามีจำนวนเพศละกี่คน จากข้อมูลใน khonthai.com
พบว่า ประกาศสำนักทะเบียนกลาง
เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558

คนที่มีสัญชาติไทย
มีชาย (Male) 31,865,175 คน
มีหญิง (Female) 33,064,910 คน
รวม 64,930,085 คน

http://www.thaiall.com/php/google_ajax_api_pie.htm

คนไทย.com มี Thailand Gateway มีข้อมูลทำให้เรารู้ว่าประเทศไทย มีคนไทยกี่คน
คนไทย.com มี Thailand Gateway มีข้อมูลทำให้เรารู้ว่าประเทศไทย มีคนไทยกี่คน

แล้วเมื่อเที่ยงของวันที่ 17 มกราคม 2560 นอกจากข้อมูลข้างต้น
ยังพบว่าเครื่องบริการข้อมูลของที่นี่ น่าจะใช้ Mysql
และใช้ภาษา PHP ที่รู้เพราะขณะโหลดข้อมูล
มีข้อความ Warning แจ้งให้ทราบ ว่าระบบฐานข้อมูลไม่ตอบตามปกติ
ก็เป็นกรณีศึกษาที่สามารถนำไปแบ่งปันในห้องเรียนได้
http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat58.htm

2 ตัวล่างของงวด 1 ธันวาคม 2559 ตรงกับอะไร

amphoe 4303
amphoe 4303

ประเทศไทยเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญหลายเรื่อง
เรียกว่า critical change ของประเทศก็ว่าได้

จังหวัดบึงกาฬ คือจังหวัดที่ 77
จังหวัดบึงกาฬ คือจังหวัดที่ 77

หากมองลึกเข้าไปที่ประเทศไทย จะพบเลขสำคัญเลขหนึ่ง
ที่เป็นเอกลักษณ์
นั่นคือจำนวนจังหวัดในประเทศไทย
เพื่อน ๆ ซื้อกันรึเปล่า
ประเทศไทยมี 77 จังหวัด โดยจังหวัดบึงกาฬ คือจังหวัดสุดท้าย
แยกจากจังหวัดหนองคาย ในปี พ.ศ. 2554

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2

ตู้อาหารหยอดเหรียญ สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

foodied ตู้อาหารหยอดเหรียญ สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย
foodied ตู้อาหารหยอดเหรียญ สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย

ตู้อาหารหยอดเหรียญ มาสนองความต้องการของมนุษย์เหมือนตู้อื่นอีกมากมาย
อยากทานอะไรก็ไปเลือกตามรายการที่ตู้
ใส่เงินเข้าไป กดปุ่ม แล้วอาหารก็ออกมาให้เราทานจนอิ่ม
สนองความต้องการที่เป็นปัจจัย 4 ของมนุษย์
หลักก็คล้ายกับตู้เอทีเอ็ม ตู้จำหน่ายตั๋วรถ ตู้น้ำอัดลม ตู้น้ำดื่ม ตู้จ่ายค่าสาธารณูปโภค
มีตู้หยอดเหรียญจำหน่ายอื่น ๆ ที่ http://www.lionvending.com/

พบคลิ๊ปประชาสัมพันธ์มิติใหม่ของอาหารกล่องแช่แข็ง CP ผ่านตู้หยอดเหรียญ Foodie:D
เริ่มจำหน่ายในอาคารสำนักงาน และในมหาวิทยาลัย เพราะมีความต้องการสูง
http://hilight.kapook.com/view/141555

ในยุคดิจิทัล ตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่เห็นชอบเมื่อ 5 เม.ย.59
http://www.thaiall.com/digitalcommunity

ที่เป็นปัจจัยสำคัญนำพาประเทศไปสู่ Thailand 4.0 ได้อย่างรวดเร็ว
ที่ผ่านมา ประเทศไทย 1.0 เน้นภาคการเกษตร
ประเทศไทย 2.0 เน้นอุตสาหกรรมเบา
ประเทศไทย 3.0 เน้นอุตสาหกรรมหนัก
แล้ว ประเทศไทย 4.0 เราจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ
ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
https://www.facebook.com/DigitalNativeLive/posts/578087365695391

สำหรับผมแล้ว
คิดว่าเราจะได้เห็นการพัฒนามากมายที่มี 2 หัวหอกทะลวงฟัน
เปิดทางให้เศรษฐกิจใหม่ 4.0 เข้าไปแทนที่เศรษฐกิจแบบดั่งเดิมทั้งหมด
คือ Startup และ IoT (Internet of Things)
http://www.thaiall.com/mis/startup.htm
http://www.thaiall.com/iot/

สตาร์ทอัพไทยแลนด์ (itinlife564)

startup thailand guideline
startup thailand guideline

มีเพื่อนในแวดวงธุรกิจ แชร์เรื่องราวเกี่ยวกับสตาร์ทอัพ (Startup) มาให้อ่าน ซึ่งประเทศไทยจัดงาน Startup Thailand 2016 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่าง 28 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2559 เพื่อแสดงจุดยืนและความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นประเทศเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ด้วยการส่งเสริม สนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ประกอบการธุรกิจสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ และเปิดโอกาสให้นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ กลุ่มนักลงทุน และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจได้มาพบกัน คำว่า สตาร์ทอัพ มีความหมายเน้นไปที่การเติบโต (Growth)  อาจสรุปได้ว่าธุรกิจสตาร์ทอัพ คือ ธุรกิจที่อาศัยนวัตกรรมเป็นฐาน และถูกออกแบบให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านทีมงาน การลงทุน การผลิต การตลาด กลุ่มลูกค้า และผลตอบแทน

เปรียบเทียบกับประเภทธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน คือ ธุรกิจเอสเอ็มอี (SME = Small Medium Enterprises) มีสิ่งที่แตกต่างกันคือการเติบโต ธุรกิจสตาร์ทอัพต้องเติมโตเร็ว แต่ธุรกิจเอสเอ็มอีจะเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น ร้ายขายของชำ ร้านเสริมสวย จะมีแนวโน้มเติบโตช้ากว่า โดยธุรกิจสตาร์ทอัพอาจไม่เกี่ยวกับด้านเทคโนโลยี แต่สนใจเฉพาะโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็วที่อาจโตไปถึงปีละ 1000% ธุรกิจออนไลน์มักเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพ เพราะไม่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ จำนวนลูกค้า จำนวนสินค้า ตลาด หรือเวลา สตาร์ทอัพจะมีโอกาสรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าได้มาก ผลิตสินค้าได้มาก ส่งของจำนวนมากได้ และขยายฐานได้อย่างรวดเร็ว

สตาร์ทอัพสามารถขอรับการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนสตาร์ทอัพ เพราะนักพัฒนาอาจมีความคิดใหม่ที่เป็นไปได้ แต่ขาดเงินทุนในการพัฒนาก็สามารถเสนอขอรับทุนได้จากการระดมทุนจากมวลชน (Crowdfunding) เช่น KickStarter หรือแบบธุรกิจร่วมลงทุน (Venture Capital) เช่น กองทุน 500 Tuktuks หรือ Y combinator หรือ TechStars แต่ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีความเสี่ยงสูงจะไม่สามารถได้เงินกู้จากธนาคารตามขั้นตอนปกติอย่างแน่นอน เพราะสตาร์ทอัพส่วนใหญ่จะเริ่มจากการสร้างผู้ใช้ให้มากพอก่อนเริ่มต้นหารายได้ ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในไทย เช่น Wongnai, Priceza, Ookbee, StockRadars, Builk, Kaidee, Eko, Jitta และ aCommerce แล้วมีคำแนะนำว่าการทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสตาร์ทอัพเสมอไป หากธุรกิจมีความชัดเจนก็สามารถดำเนินธุรกิจในรูปแบบปกติได้เลย

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง (Website guides)

http://marketeer.co.th/2015/11/startup-5oo-tuktuks/

https://www.blognone.com/node/45235

http://pantip.com/topic/35098937

http://www.thailandexhibition.com/TradeShow-2016/8835

http://www.thailandstartup.org

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1133798910026043.1073742010.225300417542568

https://www.blognone.com/node/80579

http://techsauce.co/news/why-startup-fail-90-percent/

http://www.maruey.com/article/contentinjournal0009.html

https://www.facebook.com/Stock2morrowPublishing/posts/355977491252556:0

http://tech.mthai.com/tips-technic/51936.html

http://www.designil.com/what-is-startup-business.html

http://lertad.com/startup-markup/startup-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/

http://www.gmlive.com/startup%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD-startup

https://advice.co.th/it-news/176

http://www.smartsme.tv/content/20023

http://www.most.go.th/main/index.php/organization-news/6162.html

http://news.thaiza.com/

http://thumbsup.in.th/2014/07/top-most-valued-companies-in-asia-13-make-top-50-world/

http://www.thailandonlinefocus.com/focus/news/165/

http://www.ptp.or.th/news/163

http://www.thairath.co.th/content/611178

http://techsauce.co/news/7-trends-thai-tech-startup-2015-by-techsauce/

https://www.marketingoops.com/news/tech-update/5-star-startup/

http://www.theceoblogger.com/ceo-1506001/

http://money.kapook.com/view130073.html

ข้อมูลโรงเรียนทั่วประเทศที่ได้จาก Open Government Data ของรัฐบาลไทย

ข้อมูลโรงเรียนในประเทศไทยมีอีเมลไม่ถึงครึ่ง
ข้อมูลโรงเรียนในประเทศไทยมีอีเมลไม่ถึงครึ่ง

อ่านพบจาก techtalkthai.com ว่าเว็บไซต์ Data.go.th
ที่เป็นเว็บไซต์ให้บริการข้อมูล Open Government Data ของรัฐบาลไทย
มีข้อมูลมากมายที่มีการเผยแพร่
ทำให้เราได้อันดับที่ 42 ในปี 2015 Opden Data Index
จากที่เคยอยู่ในอันดับที่ 59 ในปี 2014
หนึ่งในข้อมูลที่เผยแพร่ พบว่ามีข้อมูลของโรงเรียนทั่วประเทศไทย
กว่า 46,259 แห่งโดยกระทรวงศึกษาธิการ
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ภาคธุรกิจได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้สร้างสรรค์ให้เกิดการพัฒนา
ลองอ่านข้อมูลจาก excel พบ field น่าสนใจเยอะเลย
14 fields ได้แก่

1. SchoolID
2. SchoolName
3. SubDistrict
4. District
5. Province
6. PostCode
7. SchoolType
8. Department
9. Telephone
10. Fax
11. Website
12. Email
เห็น อ.ทรงเกียรติ นำ excel มาประมวลผล ในส่วนของ email
พบว่าโรงเรียนมากกว่า 10000 โรงเรียนใช้บริการของ hotmail.com
แต่มีเพียง 22223 จาก 46259 เท่านั้นที่มีอีเมลติดต่อโรงเรียน
หรือคิดเป็นร้อยละ 48.04 เท่านั้นที่มีอีเมล
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1192138350810557&set=a.111585805532489.13446.100000432096291
13. Latitude
14. Longitude

ในแฟ้ม excel ชื่อ ExportSchoolClickEdu_2.xlsx
ไม่มีการอธิบายข้อมูลมากนัก แต่คำอธิบายไปอยู่ใน json ที่ให้ download
เมื่อดาวน์โหลดออกมาผ่าน json_decode พบว่ามีข้อมูล 23 รายการดังภาพ
รอบต่อไปก็จะได้ใช้ข้อมูลจาก json ได้เลย รายละเอียดใน json มีดังนี้

AccessLevel = Public
AverageScore = 0
Category = การศึกษา
ContactEmail = in@ega.or.th
ContactName = สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)
CreateDate = 2559-05-23T00:00:00.000+07:00
DataDictionary =
DataSetItems = Array
Description = ข้อมูลพื้นฐานสถานศึกษา ปีการศึกษา 2558
Frequency = Quarterly
GeoCoverage = Thailand
Id = 8548e3ab-00bf-4eae-b29a-156a4aa52c0d
IsNationalStat =
Name = ข้อมูลพื้นฐานสถานศึกษา ปี 2558
OpennessScore = 2
PublishedDate = 2559-05-23T00:00:00.000+07:00
PublisherOrg = กระทรวงศึกษาธิการ
Status = Published
TempEndDate = 2558-12-31T00:00:00.000+07:00
TempStartDate = 2558-01-01T00:00:00.000+07:00
URL = https://data.go.th/DatasetDetail.aspx?id=8548e3ab-00bf-4eae-b29a-156a4aa52c0d
UpdateDate = 2559-05-23T13:52:15.297+07:00
VoteCount = 0

แข่ง Thailand CTF

ผู้ชนะแข่ง Thailand CTF 2015
ผู้ชนะแข่ง Thailand CTF 2015

http://pantip.com/topic/34453949
อ่านสนุกดีกับประสบการณ์แข่งเก็บธง (Capture The Flag)
ใน Thailand CTF
และต้องรักษาธงของตนเองไม่ให้ถูกเก็บไป
โดยโจทย์กำหนดให้ผู้แข่งมีหน้าที่แก้ปัญหา หรือแกะข้อมูลออกมา
แบ่งเป็นทีม ๆ ละไม่เกิน 3 คน มีสองรอบ คือ รอบออนไลน์ คัดให้เหลือ 8 ทีมสุดท้าย
แนวโจทย์คือ Reverse Engineering การถอดรหัส และเว็บไซต์
http://blog.cloudian.in.th/2015/10/12/thailand-ctf-story/
จัดโดย สพธอ. (สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์)
(ETDA : Electronic Tranactions Development Agency (Public Organization))

Thailand CTF 2015
แข่งทางเว็บไซต์ http://www.thailand-ctf.org
รอบคัดเลือก 5 – 6 กันยายน 2558
เพื่อคัดเลือกทีมผู้เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย
แข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ 5 – 6 ตุลาคม 2558
เพื่อหาทีมผู้ชนะเลิศ และเป็นตัวแทนประเทศไทย
ไปร่วมการแข่งขัน CTF บนเวทีระดับอาเซียน และระดับโลกต่อไป
http://www.it24hrs.com/2015/thailand-ctf-competition-2015/

8 ทีมสุดท้ายที่เข้ารอบ
1. ทีม Pwnladin
2. ทีม asdfghjkl
3. ทีม wizard_of_skn
4. ทีม Take_off_your_shoes
5. ทีม J0hnTh3Ripp3r
6. ทีม null
7. ทีม NyanHack
8. ทีม qwerty
https://www.techtalkthai.com/etda-announce-eight-final-team-thailand-ctf-competition-2015/

ยังไม่ได้เช็คชื่อ ไปขี้มา

child
child

+ http://www.gotoknow.org/posts/328479
+ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=560780

4 กันยายน 2556 เป็นวันที่ได้รับข้อมูลเรื่องจัดอันดับด้านการศึกษา ก็นึกถึงพฤติกรรม “เล่นเกมใน smart phone ขณะครูสอน” หรือ “พูดโทรศัพท์กับแฟนขณะเรียน” หรือคำพูดของเด็กที่คิดเป็นว่า “ยังไม่ได้เช็คชื่อ ไปขี้มา” ที่อาจเป็นเหตุการณ์ ช่วงปิดชั้นเรียนวิชาหนึ่ง แล้วมีนักเรียนเดินเข้ามาบอกคุณครูว่าขอเช็คชื่อ เพราะยังไม่ได้เช็คชื่อเลย เหตุการณ์แบบนี้แสดงถึงเสรีภาพในการใช้ภาษาอย่างสุดโต่งของนักเรียน เป็นเสรีภาพที่ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเด็กสมัยกล้าคิด กล้าทำ อย่างที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในสังคมไทยยุคการศึกษารั้งบ้วย

นึกย้อนไปในอดีตว่าสมัยก่อน ที่โรงเรียนเอกชนประจำจังหวัด ใครสอบตกก็จะถูกเรียกไปบนเวที แล้วโบยด้วยไม้ท่อนใหญ่ ๆ เพื่อให้สัญญาณนี่คือโทษของความไม่ตั้งใจเรียน และโปรดจำไว้ด้วยว่าความไม่ตั้งใจเรียนจะมีผลเป็นอย่างไร ผมว่าหลาย ๆ คนได้ดิบได้ดีมาทุกวันนี้ก็ เพราะเกรงว่าไม่ตั้งใจเรียนจะถูกจับโบยอีก แต่นั้นก็หลายสิบปีแล้ว จะเดินสวนคุณครูก็ต้องให้เกียรติ และยกมือไหว้อย่างไทยเป็นความเคยชินเลยหละ ไม่ทำก็จะเป็นแกะดำของโรงเรียน

วันนี้ จากข่าวช่อง 3 โดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้อ้างอิงว่านายภาวิช ทองโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลการประชุมของ World Economic Forum (WEF) – The Global Competitiveness Report 2012-2013 ซึ่งเป็นการประชุม “เวทีเศรษฐกิจโลก” ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ได้มีการจัดอันดับคุณภาพการศึกษาของประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งปรากฏว่า ประเทศไทย อยู่ในอันดับรั้งท้าย ซึ่งไม่รวมประเทศลาวกับประเทศพม่า

ranking
ranking

http://www3.weforum.org/docs/WEF_GlobalCompetitivenessReport_2012-13.pdf

มีผลการจัดอันดับ ดังนี้
อันดับ 1 ประเทศสิงคโปร์
อันดับ 2 ประเทศมาเลเซีย
อันดับ 3 ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม
อันดับ 4 ประเทศฟิลิปปินส์
อันดับ 5 ประเทศอินโดนีเซีย
อันดับ 6 ประเทศกัมพูชา
อันดับ 7 ประเทศเวียดนาม
อันดับ 8 ประเทศไทย

แต่ผู้นำด้านการศึกษา ให้ข้อสังเกตว่าเราน่าจะอยู่ราวอันดับ 5 เพราะระดับโลกเราก็อยู่ระดับกลาง ไม่น่ารั้งท้าย คงต้องดูวิธีการจัดว่าใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM09ESTNNRGd4TVE9PQ==

แล้ว นายภาวิช กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อมูลนี้ถือว่าน่าตกใจ เพราะอันดับของเราต่ำมาก แต่เมื่อเทียบในอันดับโลกเรายังอยู่ในระดับกลาง ๆ ดังนั้นจึงต้องไปวิเคราะห์ให้ชัดเจนอีกทีว่า เกิดจากสาเหตุใด แต่คงต้องมีการปรับการศึกษาไทยขนานใหญ่ทั้งระบบ โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ที่สำคัญ คือ ต้องดูการจัดการศึกษาไทยในภาพรวมว่า ได้มาตรฐานโลกหรือไม่ และถ้าดูจากผลการวิเคราะห์คะแนน PISA ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า เด็กไทยคิดไม่เป็น หากเป็นเช่นนี้ สิ่งที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ การปฏิรูปวิธีการเรียนการสอน และปฏิรูปครู ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบการศึกษา

http://www.nationchannel.com/main/news/social/20130904/378383282/

http://www.komchadluek.net/detail/20130903/167328/%E0%B8%AD%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87!%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99.html

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33978&Key=hotnews

ผลจัดอันดับ 100 เว็บไซต์ที่ชาวไทยเข้ามากที่สุด

thailand ranking in alexa.com
thailand ranking in alexa.com

7 เม.ย.56 ผลจัดอันดับ 100 เว็บไซต์ที่ชาวไทยเข้ามากที่สุด

http://www.alexa.com/topsites/countries;3/TH

The top 100 sites in thailand on the web by alexa.com
1 facebook.com
2 google.co.th
3 google.com
4 youtube.com
5 blogspot.com
6 yahoo.com
7 live.com
8 sanook.com
9 wikipedia.org
10 pantip.com
11 amazon.com
12 kapook.com
13 wordpress.com
14 mthai.com
15 manager.co.th
16 thaiseoboard.com
17 linkedin.com
18 msn.com
19 thaivisa.com
20 twitter.com
21 googleusercontent.com
22 weloveshopping.com
23 webgame.in.th
24 paypal.com
25 yengo.com
26 dek-d.com
27 microsoft.com
28 dealfish.co.th
29 ebay.com
30 pinterest.com
31 blogger.com
32 bing.com
33 ohozaa.com
34 hao123.com
35 google.co.uk
36 kasikornbank.com
37 bbc.co.uk
38 adf.ly
39 tumblr.com
40 bloggang.com
41 bangkokbank.com
42 4shared.com
43 settrade.com
44 instagram.com
45 thairath.co.th
46 thepiratebay.se
47 soccersuck.com
48 pantipmarket.com
49 siamsport.co.th
50 vk.com
51 imdb.com
52 truelife.com
53 mediafire.com
54 godaddy.com
55 scbeasy.com
56 apple.com
57 agoda.com
58 alibaba.com
59 bangkokpost.com
60 tarad.com
61 stackoverflow.com
62 avg.com
63 yandex.ru
64 xhamster.com *
65 statcounter.com
66 teenee.com
67 wordpress.org
68 flickr.com
69 tripadvisor.com
70 lazada.co.th
71ddproperty.com
72 kasikornbankgroup.com
73 xvideos.com *
74 google.de
75 postjung.com
76 bp.blogspot.com
77 trueinternet.co.th
78 set.or.th
79 airasia.com
80 ask.com
81 google.fr
82 matichon.co.th
83 postto.me
84 conduit.com
85 dailymotion.com
86 overclockzone.com
87 babylon.com
88 rd.go.th
89 exteen.com
90 ihere.org
91 booking.com
92 truehits.net
93 imgur.com
94 thailandpost.com
95 thailandtorrent.com
96 siambit.org
97 histats.com
98 oknation.net
99 xnxx.com
100 t.co

อุดมศึกษากับการพัฒนาประเทศไทย ที่เชียงใหม่

นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย (70 ปี)
นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย (70 ปี)

23 มี.ค.55 ไปร่วมงานประชุมสัมมนา “อุดมศึกษากับการพัฒนาประเทศไทย
ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ เชียงใหม่ แกรนด์วิว โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จ.เชียงใหม่
โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย กล่าวเปิดงาน และบรรยายหัวข้อ บทบาทสถาบันอุดมศึกษากับการพัฒนาชาติ
แล้วท่านฝากให้ระวังปีศาจ 2 ตัวคือ 1. วัตถุนิยม 2. บริโภคนิยม
แล้ว ศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บรรยายพิเศษเรื่อง เป้าหมายของการศึกษาคือการสร้างอุปนิสัย
แล้ว อาจารย์จุฑารัตน์ บวรสิน โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ บรรยายพิเศษเรื่อง เทคนิคการสอนสอดแทรกเพื่อพัฒนาบัณฑิตที่พึงประสงค์

ช่วงบ่ายก็แยกกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มแรก : เทคนิควิธีการจัดการเรียนการสอนในหมวดวิชาศึกษาทั่วไป
ดำเนินรายการโดย อาจารย์ นายแพทย์ ศิวัฒม์ ภู่ริยะพันธ์
กลุ่มสอง : กลยุทธ์การจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมความสำคัญของทุกหลักสูตร
ดำเนินรายการโดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ รณภพ เอื้อพันธเศรษฐ

กลุ่มที่สองมีอาจารย์นำเสนอ 3 ท่านคือ
1. อ.อุบล พิรุณสาร ภาควิชากายภาพบำกัด คณะเทคนิคการแพทย์ ม.เชียงใหม่
เล่าถึงโครงการ ส่งเสริมเมล็ดพันธุ์แห่งความดี และการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีของนักศึกษากายภาพบำบัดเชียงใหม่
2. ผศ.อัศวินีย์ หวานจริง คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่
เล่าถึงกระบวนวิชา การเรียนรู้ผ่านกิจกรรม
3. ดร.วิติยา ปิดตังนาโพธิ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.นเรศวร
เล่าเรื่อง กลยุทธ์การจัดกระบวนการเรียนรู้ ผ่าน 5 รูปแบบกิจกรรม 5 กรณีศึกษา
1) play 2) Post it together 3) Role Plays 4) Community classroom 5) Fieldwork study

แล้วกลับมารวมกันที่ห้องรวม ฟังผลงานวิจัย 4 เรื่อง

1. ผศ.ดร.วีระพันธ์ รังสีวิจิตรประภา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผลงานเรื่อง บทบาทของการศึกษาทั่วไปในการพัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2. ผศ.กิตติภูมิ มีประดิษฐ์ ม.ศรีปทุม
ผลงานเรื่อง การบูรณาการแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงผ่านรายวิชาศึกษาทั่วไป
กรณีศึกษารายวิชา “เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”
3. อ.อาพัทธ์ เตียวตระกูล ม.นเรศวร
ผลของการใช้การจัดการเรียนการสอนแนวจิตตปัญญาศึกษา ในรายวิชา 001161 บาสเกตบอล ที่มีผลสัมฤทธิ์ในเชิงจิตตปัญญา
4. ผศ.ดร.อัญชลี วงศ์หล้า อ.เมทินี ทนงกิจ ม.นอร์ท-เชียงใหม่
ผลงานเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนวิชาการศึกษาในระดับอุดมศึกษา กับ อัตราการออกกลางคันของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
http://www.eqd.cmu.ac.th/HETDSeminar/default.asp
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150678325012272.411159.350024507271