phone « แลกเปลี่ยนเรียนรู้:km tool

archive page

คำสำคัญ ‘phone’

วิวัฒนาการด้านการสื่อสาร (itinlife281)

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Sunday, February 20th, 2011
smart phone or mobile phone : statistic

http://www.marketingoops.com/reports/research/mobile_internet/

ปี 2510 คนในอดีตคงนั่งเหงาในสวนหอม เพราะไม่มีเทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสาร คนต่างจังหวัดยังไม่รู้ความหมายของคำว่าไฟ้ฟ้า เมื่อพระอาทิตย์ตกดินก็จะต้องพึ่งพาแสงสว่างจากเทียนไขหรือตะเกียงเจ้าพายุ ปี 2520 มีการพัฒนาถนนหนทาง การคมนาคมสะดวกขึ้น การอพยพย้ายถิ่น การสื่อสารระหว่างผู้คนทางจดหมาย หรือโทรเลขเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังเป็นบริการสำหรับคนในชุมชนเมืองเป็นส่วนใหญ่  ปี 2530 โทรศัพท์พื้นฐานทำให้แต่ละบ้านติดต่อกันได้สะดวก ตู้โทรศัพท์กลายเป็นอีกสัญลักษณ์ของความทันสมัย ที่ใดไม่มีตู้โทรศัพท์แสดงว่าความเจริญยังเข้าไม่ถึง วัยรุ่นยืนเข้าแถวใช้บริการตู้โทรศัพท์ หรือโต๊ะบริการโทรศัพท์เคยเป็นภาพที่พบเห็นได้ แม้แต่ซุปเปอร์แมนยังอาศัยตู้โทรศัพท์เป็นสถานที่แปลงกายก่อนออกไปพิทักษ์โลก

ปี 2540 โทรศัพท์เคลื่อนที่เริ่มได้รับความนิยมและวิถีในการสื่อสารของมนุษย์เริ่มเปลี่ยนแปลง มีอุปกรณ์ที่เรียกว่าเพจเจอร์ (Pager) สำหรับส่งข้อมูลสั้นถึงผู้ใช้ เพื่อให้ติดต่อกลับ ในช่วงนี้ตู้โทรศัพท์และบัตรโทรศัพท์ยังมีให้ใช้แล้วเสื่อมความนิยมอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้เริ่มทะยอยยกเลิกการใช้โทรศัพท์พื้นฐานแล้วหันไปใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพราะทุกคนในครอบครัวมีใช้คนละ 1 เครื่อง สำหรับสถิติในปี 2547 2548 และ 2549 พบว่ามีจำนวนผู้จดทะเบียนโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อจำนวนประชากรคิดเป็นร้อยละ 41.79 46.79 และ 61.69 ตามลำดับ

ปี 2550 โทรศัพท์เคลื่อนที่มิได้มีไว้รับสายและโทรออกเท่านั้น สามารถใช้สื่อสารกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร ดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายคลิปวิดิโอ บันทึกเสียง หรือดูทีวีได้ มีแป้นพิมพ์ qwerty ที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้รับส่งข้อความกับเครือข่ายสังคมอย่าง  facebook.com  หรือ twitter.com บางรุ่นใช้อ่านเขียนเอกสาร word หรือ excel ส่วนรูปทรงเล็กลง เบาขึ้น แหล่งให้พลังงานอยู่ได้นานกว่าเดิม ถ้าต้องทำนายว่าปี 2560 อุปกรณ์เพื่อการสื่อสารจะเป็นอย่างไรเมื่อพิจารณาจากสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็เชื่อได้ว่าในอนาคตอุปกรณ์จะคล้ายกับ bluetooth headset ที่เพิ่มแว่นตาเลนเดียวที่รับคำสั่งด้วยเสียง และเห็นภาพคู่สนทนา รวมทั้งเชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์รอบตัว สั่งงานอุปกรณ์ภายในบ้าน ที่ทำงาน หรือรถยนต์ส่วนบุคคลได้

+ http://www.marketingoops.com/reports/research/mobile_internet/
+ http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/4534
+ http://www.thaimobilecenter.com/home/mobile_news_detail.asp?nid=2566
+ http://www.imdb.com/title/tt0119925/ (the postman)


ความต่างของ iphone กับ bb

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Sunday, January 9th, 2011
blackberry & iphone

blackberry & iphone

โทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบันมีหลายรุ่น หลายความสามารถ และหลายราคา ซึ่งราคาเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าของมนุษย์ยุคเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าประเภทรับสายเข้ากับโทรออกจะมีราคาเครื่องละไม่เกินหนึ่งพันบาทก็หาซื้อได้ แต่โทรศัพท์ยุคอินเทอร์เน็ตจะมีราคาหนึ่งหมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ยี่ห้อที่เป็นที่นิยมในเมืองไทย อาทิ Nokia, Samsung , IPhone หรือ Black Berry ที่มักเรียกอย่างย่อว่า BB โดยสรุปแล้วมีโทรศัพท์สองค่ายที่จะกล่าวถึงในครั้งนี้ คือ IPhone กับ BB

โทรศัพท์ทั้ง IPhone จาก Apple กับ BB (Black Berry) ต่างก็สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ สำหรับ BB มีจุดเด่นคือ มีแป้นพิมพ์แบบ QWERTY ที่พิมพ์ตัวอักษรได้ง่าย สนทนาผ่านแป้นพิมพ์ระหว่างเพื่อนที่ใช้ BB แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพราะเป็นโปรโมชั่นของผู้ให้บริการในไทย ใช้บริการ Push mail ดึงอีเมลจาก hotmail.com หรือ yahoo.com ได้โดยสะดวก เชื่อมต่อกับ facebook.com ทำให้ส่ง message หรือ upload photo ได้ทันทีหลังถ่ายภาพ ส่วน IPhone มีจุดเด่นคือจอภาพกว้างกว่า ซึ่งช่วยให้เห็นข้อมูลในเว็บเพจได้อย่างชัดเจน รองรับงานมัลติมีเดียประเภทดูหนังฟังเพลงได้ดี มีเกมที่สามารถดาวน์โหลดมาเล่นได้อย่างหลากหลาย รองรับแอพพลิเคชั่นหรือแฟ้มประเภท word หรือ excel ได้ดีกว่า

คำถามที่มักถูกถามคือรุ่นใดดีกว่ากัน ก็จะได้รับคำตอบที่เหมือนกันคือ ทั้งสองรุ่นดีกันไปคนละแบบ ไม่มีใครดีกว่าใครในทุกคุณสมบัติ ถ้ามีเพื่อนร่วมแก็งใช้ BB กันหมดก็ต้องแนะนำว่าคุณต้องใช้ BB แล้ว แต่ถ้าชอบดูหนังฟังเพลง หรือดาวน์โหลดเกมมาเล่นอยู่เสมอก็แนะนำให้ใช้ IPhone ถ้าเป็นขาประจำของ Social Network อย่าง facebook.com ก็ต้องใช้ BB ถ้าดาวน์โหลดเอกสารประเภท .doc หรือ .xls ที่เป็นสารสนเทศมาใช้ประกอบการตัดสินใจในการทำงานก็ต้องเลือกใช้ IPhone แต่ถ้าไม่ใช้อะไรเลยนอกจากรับสายเข้า และโทรออกติดต่อลูกค้าก็แนะนำว่าโทรศัพท์รุ่นที่ไม่ถึงหนึ่งพันบาทมีจำหน่ายทั่วไปตามห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านท่าน จะซื้ออะไรก็แนะนำให้กำหนดวัตถุประสงค์ วิเคราะห์สภาพแวดล้อม และปรึกษาคนรอบกาย อาจได้คำแนะนำที่ทำให้การตัดสินใจของคุณเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและคุ้มค่า


ขโมยไฟฟ้าขององค์กรใช้ส่วนตัว

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Tuesday, April 27th, 2010

phone charger

27 เม.ย.53 มีเพื่อนตำหนิผู้เขียนว่า การทำชั่วนั้นลบล้างด้วยความดีไม่ได้ ครั้งหนึ่งผู้เขียนลืมชาร์จไฟฟ้าเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ จึงนำไปชาร์จต่อที่ทำงาน เพราะคิดว่านักศึกษาอาจโทรศัพท์เข้ามาติดต่อ แต่มีเสียงเข้าหูว่า “คุณกำลังขโมยไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยใช้ โทษขโมยมีผลเป็นความผิดทางวินัย” แต่ผมก็โต้กลับไปว่า “นิดหน่อยคงไม่เป็นไรมั้ง” .. แต่จะน้อยหรือจะมาก ก็เป็นความผิดทางวินัยเช่นกัน คำว่าขโมยนั้นมีความผิดระบุในทุกองค์กร มักมีโทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก แต่ผมก็แก้ตัวไปน้ำขุ่น ๆ ว่าก็มีโทรศัพท์เพื่อใช้ทำงานในองค์กรนั่นหละ แล้วเขาก็ย้อนกลับมาว่า “แล้วไหนล่ะหลักฐาน” ..
     แต่ผมยั้งคิดได้ว่าการโต้กลับไปเรื่องลายลักษณ์อักษรคงไม่ใช่ทางออกที่ดี .. เพราะความจริงก็คือความจริง ที่ผมแอบใช้ไฟฟ้าขององค์กรชาร์จโทรศัพท์มือถือ ไม่สำคัญว่าจะทำเพื่ออะไร จะมีฐานะในองค์กรเป็นใครก็คงไม่มีสิทธิขโมยของมาใช้ส่วนตัว ดังคำว่าขุนนางทำผิด มีโทษเท่าสามัญชน .. ต่อให้เป็นประธานาธิบดีทำผิด สำหรับผมแล้วก็คงไม่ต่างกับสามัญชน .. ตั้งแต่นั้น ผมก็จะไม่นำโทรศัพท์ไปชาร์จที่มหาวิทยาลัยอีก เพราะเป็นความผิดที่ต้องรู้จักการละอายแก่ใจ ดังคำว่ามีหิริโอตัปปะ .. ก็เรียนมาซะสูงแล้วไม่ใช้ความรู้ก็เสียสิครับ
+ ทำอะไรตามใจคือไทยแท้ .. ก็ผมคนไทยนี่ครับ
+ ขอให้รู้ว่าอย่างไร .. ผมก็เข้าข้างคนไทย