นายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี ขอลาออกจากราชการ

ทุกเรื่องราวมีหลายมุมมอง
กรณีมีข่าว ผู้ว่าราชการ จังหวัดจันทบุรี ลาออก
ปรากฎในสื่อสังคม เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
ต่อการพิมพ์เอกสารผิด 1 ฉบับ
แล้วชื่นชมในประเด็นความรับผิดชอบกันมากนั้น

นายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี ขอลาออกจากราชการ
นายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี ขอลาออกจากราชการ

แต่
ความรับผิดชอบพัฒนาจังหวัด ในบทบาทของผู้ว่าราชการล่ะ
ตามความสามารถ ตามประสบการณ์ ตามทักษะที่หาได้ยาก
ต้องยุติลง เลิกไปในทันที เป็นเรื่องที่ชอบแล้ว
จริงหรือ .. ชวนคุยครับ

เห็นแห่ชื่นชมในความรับผิดชอบ
นี่นะ ถ้าถามแรงว่า
ทำไมผู้ว่าคิดอย่างนั้น” คงถูกด่าแน่
แต่คาดว่า ท่าน
ใช้กฎ ความรับผิดชอบ
ต่อความผิดพลาดที่ไม่ควร ที่ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม
อันเกิดจาก human error ที่อาจเป็นของคนอื่น แต่ท่านลงนาม
(ซึ่งรายละเอียดจริง ๆ ไม่รู้ ที่รู้ก็ออกมาตามสื่อเท่านั้น)

แต่มีข้อคิดน่าสนใจว่า
ยอมรับผิดชอบอย่างหนึ่ง 
ย่อมหมายถึง 
ปฎิเสธรับผิดชอบอีกอย่างหนึ่ง

เป็นกรณีศึกษาที่จะนำไปชวนนักศึกษาพูดคุยว่า
บางเรื่องผิดแล้วแก้ไขได้ พระท่านยังปลงอาบัติได้เลย

ปล. มีคำถาม เพิ่ม
ทำไมผู้คนชื่นชมการกระทำ ของผู้ว่าฯ ที่ลาออกจากคำผิด
แล้วถ้าเป็นตัวท่าน จะทำอย่างไร
ตามหลักใจเขา ใจเรา
https://www.prachachat.net/local-economy/news-114956

รู้ล่ะ ป่าเมืองน่านหายไปไหน ที่แท้มีไอ้ตัวร้ายทำลายป่าเมืองน่านอยู่นี่เอง

รู้ล่ะ ใครคือไอ้ตัวร้าย ทำลายป่าเมืองน่าน
รู้ล่ะ ใครคือไอ้ตัวร้าย ทำลายป่าเมืองน่าน

ดูสารคดี ThaiPBS รายการสามัญชนไทย ของ มาโนช พุฒตาล
เค้าชวนคิด เผื่อว่าจะทำให้เมืองไทยดีขึ้น กับปัญหาทำลายป่าต้นน้ำ
มีคำถามว่าป่าเมืองน่าน หายไปไหน
ขึ้นไปที่ความสูง 9500 ฟุต น่านฟ้า จังหวัดน่าน
นาทีที่ 2.23 เค้าบอกว่า “มีการลุกล้ำเปลี่ยนป่าต้นน้ำ เป็นภูเขาแห่งทุ่งข้าวโพด”
ซึ่งเป็นอาหารของไก่ แล้วเราก็ได้ปีกไก่บนมาเข้าไมโครเวฟในนาทีที่ 2.41
เค้าว่าคนไทยทุกคนกลายเป็นห่วงโซ่แห่งการทำลายล้าง
คุณมาโนช พุฒตาลบอกว่า “คนไทยกินป่าเป็นอาหาร”

การฟื้นฟูสภาพป่ามีหลายวิธี
คนกลุ่มหนึ่งใช้วิธีสร้างจิตสำนึก ตั้งวงดนตรี แต่งเพลง เล่นเพลง
ชื่อเพลง “รักป่านาน”
เห็นภาพภูเขาแล้ว เหมือนภูเขาหัวโล้นกำลังร้องไห้ ยามฝนตก
สิ่งที่เค้าต้องการจากการถางป่าคือข้าวโพด ปลูกได้ปีละ 4 เดือน
ตอนนี้เห็นหัวโล้น อีก 2 เดือนเค้ามาปลูกก็จะเขียว
ที่นี่คือป่าสงวนแห่งชาติ ไม่มีสิทธิตัดไม้ปลูกข้าวโพด
แต่พื้นที่นี้ยังบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ ชาวบ้านและชาวเขายังบุกรุกผืนป่ากันทุกปี
นาที 7.39 “ชาวบ้านก็บอกว่า อยากจับก็จับนายทุนสิ นายทุนจ้างเรามาทำ”
เราไม่สามารถสาวไปถึงนายทุน แต่ท่านปลัดรู้ และรู้กันทุกคน ทั้งประเทศ
นาที 8.44 “ข้าวโพดบุกรุกป่ารึเปล่านี่ ไม่ใช่นะ คนบุกรุก โทษข้าวโพดไม่ได้หรอก”
ข้าวโพดรุกคืบเข้ามาเรื่อย ๆ ด้วยเทคนิควางยาสลบต้นไม้
นาที 11.37 พื้นที่บุกรุกมีทั่วทั้งจังหวัด พื้นที่ป่าลดลง 7หมื่น – แสนไร่ต่อไป
นาที 12.55 ผืนป่าที่ลดลง สัมพันธ์กับ พื้นที่ปลูกข้าวโพด
ผลการศึกษา ทำวิจัยพบว่าพื้นที่ข้าวโพด 60% เคยเป็นพื้นที่ป่า
และเข้าไปทำไร่ข้าวโพดในพื้นที่ป่ามากขึ้น
นาที 14.05 พื้นที่ปลูกข้าวโพดของน่าน มาเป็นอันดับ 5 ของประเทศ
รวมข้าวโพดที่ได้กว่า 4 แสนตันต่อไป
นาที 14.13 พื้นที่ปลูกข้าวโพด
อันดับ 1 เพชรบูรณ์ 1,075,536 ไร่
อันดับ 2 นครราชสีมา 816,805 ไร่
อันดับ 3 จังหวัดเลย 825,735 ไร่
อันดับ 4 จังหวัดตาก 686,013 ไร่
อันดับ 5 น่าน
รวมพื้นที่ทั้งหมด 7,366,996 ไร่
ที่มา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2555
นาที 14.30 การวิจัยพบว่า 90% ของข้าวโพด นำไปทำเป็นอาหารสัตว์ทั้งนั้นเลย
ไปให้สัตว์ในฟาร์มกิน ทั้งไก่ ทั้งไข่ ก็เลี้ยงไว้ให้พวกคนไทยนั่นหละครับกิน
นาที 14.50 มาดูความคุ้มค่า ความยั่งยืน ถ้าเราเอาข้าวโพด ไปแลกกับผืนป่า
แสดงว่ากำลังเอาอาหารและความมั่นคงของมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ
ไปแลกกับการปลูกข้าวโพดเท่านั้น
นาที 15.44 ผลสำรวจ คนไทยกินไก่ เฉลี่ย 15 กิโลกรัมต่อปี
คิดเป็นไก่ประมาณ 10 ตัว คนไทย 70 ล้านก็กินไก่ประมาณ 700 ล้านตัว
จำเป็นต้องมีอาหารมาป้อนไก่ ใช้ข้าวโพดประมาณ 53% เป็นวัตถุดิบ
ทำให้เราต้องผลิตข้าวโพดถึง 6.2 ล้านตัน ก็ต้องปลูกบนผืนดิน
นาที 16.43 คนไทยกินไก่ ไก่กินข้าวโพด ไปกระทบผืนป่าภาคเหนือ
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเมืองไทย เช่น อเมริกา เขาไปจ้างบราซิลถางป่าอเมซอล
เพื่อปลูกข้าวโพดมาให้วัวอเมริกากิน
นาที 17.31 พูดถึงเพลง “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” ของวงเฉลียง
เค้าว่า กินแฮมเบอเกอร์ 1 ชิ้น สะเทือนถึงผืนป่าอเมซอลในบราซิล
เช่นเดียวกับการกินไส้กรอก 1 ชิ้น สะเทือนถึงผืนป่าจังหวัดน่าน
นาที 18.30 อยากจะกินไก่ กลายเป็นทำร้ายป่า
นาที 30.40 ชาวบ้านยิ่งทำงานหนัก ยิ่งรายได้น้อย ยิ่งขาดทุน ชีวิตลำบากกว่าเดิม
นายทุนที่เอาข้าวโพดไปทำอาหารสัตว์ กลับรวยขึ้น
นาที 35.01 มี 5 พลังร่วมแห่งการทำลาย
1. กลุ่มชาวบ้าน
2. กลุ่มนายทุน/แปรรูป
3. กลุ่มเงินกู้/กองทุนทุกประเภท
4. กระบวนการส่งเสริม/นักส่งเสริมการเกษตร/นักวิจัย
5. นโยบายส่งเสริมจำนำ/ประกันราคา
นาที 38.43 นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย บอกว่า ส่งเสริมให้ปลูกข้าวโพด
แต่ไม่ส่งเสริมให้ทำลายป่า ไม่มีใครทำอย่างนั้น
เราต้องไปแก้ที่การจัดการ มีมูลค่าทั้งระบบอย่างน้อย 1 ล้านล้าน
นาที 40.01 พูดอีกล่ะ คนไทยกินป่าน่านเป็นอาหาร
นาที 40.45 โรงเรียนมีแนวคิดอนุรักษ์ป่าด้วยการทำโครงการ 1 คน 1 ต้น 1 ปี รวมครูด้วย
นาที 41.58 ถ้าอยากได้ป่าตรงที่โล้นคืน ชาวบ้านก็ยอมคืน แล้วคุณต้องมีที่นาคืนให้เขาทำกิน
มีคนยอมร่วมโครงการป่าแลกนา คือได้นา 1 ไร่ แลกพื้นที่ป่า 3 ไร่
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากใครคนใดคนหนึ่ง เกิดจากทุกภาพส่วน
โดยเฉพาะ “ตัวเรา สามัญชนคนไทย ที่ต้องกินต้องอยู่”
นาที 45.30 เซ็งเป็ด หรือเซ็งไก่ดี จะไปซื้อไก่กิน เราเป็นไอ้ตัวร้ายทำลายป่าเมืองน่าน
เราต้องกิน ต้องใช้ ต้องบริโภค แต่ไม่มีวิธีกินให้ยั่งยืนหรือ ต้องรู้ต้นกำเนิด ไม่กินทิ้งกินขว้าง

คนขี้อาย กับคนไม่ขี้อาย

คนขี้อาย กับคนไม่ขี้อาย
คนขี้อาย กับคนไม่ขี้อาย

วันศุกร์ที่ 27 มี.ค.58 (วันที่ในภาพผิดครับ)
คุยให้ใครคนหนึ่งฟ้ง ผู้ฟัง .. หัวเราะหึหึ
ผมบอกว่า พบคนขี้อาย และคนไม่ขี้อาย
สำหรับคนที่ไม่ขี้อายก็เห็นมีแต่พระสงฆ์
ท่านมีวิถีสมถะ ปล่อยวาง สงบเย็น น่าชื่นชม
สมัยนี้คนเราอายกันง่าย .. มี ต.ย. ที่น่าสนใจ
– ใช้โทรศัพท์เก่า ก็อาย ไม่กล้ารับโทรศัพท์ต่อหน้าใคร
– สวมเสื้อผ้าสีไม่เข้ากัน สีไม่สดใส ก็อาย ไม่อยากไปไหน
– หน้าตาไม่ได้ทาแป้ง ก็อาย ไม่กล้าให้ใครเห็นหน้าสด
– ผมหงอก ก็อาย กลัวเขาว่าแก่เฒ่า เห็นเส้นหนึ่งก็ต้องถอน
– ทานเตี๋ยว ก็อาย ไม่กล้าอัพรูป จะอัพอาหารฝรั่ง กับญี่ปุ่น
– ขับรถเก่า ก็อาย ไม่อยากให้ใครเห็น ไปซื้อรถใหม่
ผมว่าเป็นธรรมชาติของคนขี้อายครับ
แต่ทั้งหมดนั่น พระท่านที่ปล่อยวาง พูดว่า “มันเป็นเช่นนั้นแล”

เป้าหมายของปลาทู

เป้าหมายของปลาทู
เป้าหมายของปลาทู

เป้าหมายของผม คือ ขออิ่มท้องไปอีกมื้อ
เป้าหมายของปลาทู คือ ขออยู่ในทะเลไปชั่วชีวิต
เป้าหมายของผม กับเป้าหมายของปลาทู ไม่ตรงกัน
รู้สึกว่าเป้าหมายของผมสำคัญกว่าเป้าหมายของปลาทู
แต่ถ้าถามปลาทูว่าเป้าหมายใครสำคัญกว่า
.. ก็คงได้คำตอบที่ต่างมุมมอง

ที่สำคัญคือเราใช้มุมมองของมนุษย์ หรือมุมมองของปลาทู

ทุนมนุษย์

human resource hub
human resource hub

23 มี.ค.54 ได้รับเอกสารประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ http://www.thaihrhub.com ที่ นร.1012/203 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2554 เรื่อง ส่งแผ่นพับประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ และให้ข้อมูลว่าจะเปลี่ยนโดเมนเป็น thaihrhub.ocsc.go.th ข้อมูลในเว็บไซต์เกี่ยวกับการติดตามข่าวสาร แลกเปลี่ยนความรู้ ด้านการจัดการทุนมนุษย์ หัวข้อหรือบริการประกอบด้วย วิกิทุนมนุษย์ สัมนา บล็อก ฟอรั่ม สื่อความรู้ เทคนิคเครื่องมือใหม่ ข่าวสารโครงการ คลังข้อมูล ระบบสมาชิก เป็นต้น เท่าที่ดู Source code เป็นเว็บไซต์ที่ไม่ได้ใช้ระบบ CMS เพราะ code สะอาด ถูกพัฒนาตั้งแต่ 2008
.. ประชาสัมพันธ์ และเล่าสู่กันฟัง

รายงานจำนวนวันลาสะสมคงเหลือ

วันลาสะสม
วันลาสะสม

8 ก.ค.53 วันนี้คุณธรณินทร์ ผู้รับผิดชอบระบบฐานข้อมูลบุคลากรได้พัฒนาระบบ ให้สามารถเพิ่มภาระงานตามพันธกิจ สี่ด้านได้แล้ว เป็นผลให้คุณนุช และพี่ปุ๊ก จัดทำรายงานสรุปข้อมูลจำนวนวันลาสะสมคงเหลือตามนโยบายด้านบุคลากรที่มี อ.ภาณี รองฝ่ายบริหาร กำกับในระดับนโยบาย และสนับสนุนให้มีการรายงานผลที่เชื่อมโยงเข้ากับระบบอินทราเน็ต ดังนั้นวันนี้จึงเปิดตัวรายงานจำนวนวันลาสะสมคงเหลือ เพื่อให้บุคลากร และหัวหน้าของบุคลากรได้พิจารณาใช้เป็นข้อมูลประกอบการทำงานแบบ realtime ต่อไป

มนุษย์ผู้ไม่ใช้สารสนเทศ

7 ก.พ.53 แล้วผมก็ได้ตระหนักว่า มนุษย์บางคนขาดความสามารถในการใช้ประโยชน์จากสารสนเทศ เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่ใช้ความเชื่อ และความรู้สึกเป็นฐานคิด แม้แต่ผมเองก็ยังใช้ความเชื่อและความรู้สึกเช่นกัน ทำให้ทราบว่าเผ่าพันธุ์เดียวกับผมมีคิดไปแนวใด ตัวอย่างแรกที่เห็นชัด คือ สุรา แม้ในทีวีจะออกมาบอกว่าดื่มสุราขณะขับรถนั้นอันตราย ก็ยังมีคนตายกันหลายร้อยคนปีละ 2 เทศกาล แสดงว่าพวกเขาขาดความตระหนักในโทษของสุรา ไม่เชื่อฟังในคำสอนทางศาสนา และไม่รักชีวิตเหนือสิ่งอื่นใด ตัวอย่างที่สอง คือ เรารู้ว่าอาหารมัน กินไหม้ กินดิบ กินรสจัด กินอาหารขยะ กินไม่เป็นเวล่ำเวลา กินเกินกว่าที่ร่างกายต้องการนั้นเป็นภัยต่อสุขภาพ เคยได้ยินหลายคนบอกว่าก็ชอบนี่ .. แล้วสารสนเทศที่เรารับมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยไม่ซึมเข้าไปในสายเลือดเลยหรือว่ากินอย่างไรให้คุ้มค่า
     ตัวอย่างที่สาม คือ การพนัน (การที่รัฐบาลจำหน่ายฉลากกินแบ่งนั้นผมถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูดถึง ) เรารู้กันดีว่า หวยใต้ดินเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ตำรวจจับถ้าไปซื้อก็คือผิดกฎหมายและไม่ใช่สิ่งจำเป็น ถึงซื้อถูกก็ได้ไม่กี่บาท ก็รู้กันอยู่ว่าได้ไม่คุ้มเสีย มีสารสนเทศว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม และส่งเสริมกิเลสในใจเรา ทำให้ใจไม่สงบ แล้วเมื่อไรจะลดกิเลสให้เบาบางลงได้ ตัวอย่างที่สี่ คือ ใส่เกียร์ว่างในการทำงาน คอรัปชั่น ทุจริต ปล่อยให้องค์กรหรือท้องถิ่นของตนเสียหาย ก็จะทำให้ที่พึ่งพิงของตนบกพร่อง มีสารสนเทศมากมายว่า การไม่วางระบบเป็นขั้นตอนย่อมไม่มีแนวปฏิบัติให้ดำเนินการ การคอรัปชั่นย่อมเสี่ยงต่อการถูกจับ แต่ก็ต้องทำใจเพราะมนุษย์มีความมักง่าย ไม่รู้จักวางแผน เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า และมีความโลภเป็นที่ตั้ง เหมือนมีคนถามว่าเมื่อใดเมืองไทยจะไม่ซื้อเสียง  สรุปได้ว่ามนุษย์ไม่ตระหนักในผลข้างเคียงของกิจกรรมที่ทำในวันนี้ ไม่พะวงถึงสิ่งที่ทำวันนี้ว่าจะมีผลต่อวันพรุ่งนี้ เพราะไม่เชื่อในอนาคต แล้วคุณล่ะเชื่อในอนาคตหรือไม่ .. ผมพูดกับเพื่อนหลายท่านว่ามนุษย์บางคน “กินบนเรือนขี้บนหลังคา”  ซึ่งผมดีใจที่คิดคำเปรียบเปรยนี้ออก เพราะเป็นคำพูดที่ให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ของผม มากกว่าคำอื่นที่ผมคิดก่อนหน้านี้
+ http://www.thaiall.com/mis/mis02.htm