สังคมต้องการคนดี (We want the good man)

เก็บขยะที่คนอื่นทิ้ง เป็นคนดี
เก็บขยะที่คนอื่นทิ้ง เป็นคนดี

คำว่า “สังคมต้องการคนดี
เป็นวลีที่เข้าใจง่าย และเข้าใจได้
พบว่า สื่อมักแชร์ข่าวสารว่าผู้คนในโลกโซเชียล
พากัน แห่ ลุม ระดม ฮือ อึ้ง เพียบ มึน สุด
เพราะ ผมเอง หรือผู้คนในโลกโซเชียลต้องการคนดี
ในสถานการณ์ปกติแล้ว ทุกคน คือ คนธรรมดา
ทั้งในโลกแห่งความเป็นจริง หรือในโลกโซเชียล
จึงมักมีความคาดหวัง ความต้องการว่าจะมี “คนดี” เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
โดยเฉพาะดารา นักแสดง ราชการ นักการเมือง
คนรวย คนดัง หรือบุตรหลานคนเหล่านั้น
ก็เป็นที่คาดหวังมากกว่าปกติ ว่าพวกเขาจะเป็น “คนดี”

อาทิ
ตำรวจ ต้องไม่เป็นผู้ร้าย
ดารา ต้องไม่ใช้กำลังทำร้ายใคร
นักแสดง ต้องไม่เห็นค่าของวัตถุมากกว่าค่าของคน
นักการเมือง ต้องรักสัตว์
ครู ต้องไม่ลอกข้อสอบ
นักเรียน ต้องไม่โดดเรียน
พระ ต้องไม่คิดเรื่องผู้หญิงยิงเรือ

 

ล่าสุด
มีหนุ่มทำคลิ๊ป นำเสนอว่าเห็นคนทิ้งขยะต่อหน้า
แล้วมีใครบ้างเก็บขยะจากคนที่พึ่งทิ้งไปหยก ๆ
ถ้าเก็บก็แสดงว่ามีจิตสำนึก เป็น “คนดี”
และ มีอีกคลิ๊ปที่ฮือฮาเช่นกัน
คลิ๊ปถามคำถามเป็นภาษาอังกฤษ
แล้วเด็กเยาวชนไทยตอบไม่ได้
ก็นำมาออกรายการ เค้าชี้ปัญหาระบบการศึกษา
แล้วมีคนในโซเชียลถามว่า “จะใช่หรือ”

 

น.ศ.สาวเนชั่น อยู่แม่ฮ่องสอนมาเรียนลำปาง ต้องเปิดร้านขายน้ำส้มคั้นส่งตัวเองเรียน

น้องแอน โชติชนิต สนธิ นักศึกษาปี 3 คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ
น้องแอน โชติชนิต สนธิ นักศึกษาปี 3
คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ในกลุ่ม Lampang City มีการวิจารณ์กันมาก ว่าน้ำส้มอร่อย
ที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเนชั่น ไปทำงานขายน้ำส้มคั้นหาเงินเรียนหนังสือ
มีการกดไลค์ภาพน้องแอน โชติชนิต สนธิ นักศึกษาปี 3
คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง
ใน 12 ชั่วโมงไปพันกว่าครั้ง วิพากษ์กันไป 30 กว่าเม้นท์
https://www.facebook.com/groups/243126115797740/permalink/943272402449771/

พบข้อความประกอบภาพว่า
พบเด็กเรียนดี ขยันทำกิน ต้องส่งเสริม
เป็นกำลังใจให้น้องแอน นักศึกษาสาวปี 3 กำลังเรียนด้านสุขภาพ
เด็กเรียนดีจากแม่ฮ่องสอน มาเรียนที่ลำปาง
ทำงานพิเศษส่งตัวเองเรียน ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียน
ด้วยการเปิดร้านขายน้ำส้มคั้นสด มีแพกเกจสวยงาม
อยู่ข้าง 7-11 ตรงข้ามประตูเข้าอาคารบุญชูตรีทอง ลำปาง
อีก 1 ปีก็จะสำเร็จการศึกษาแล้ว สู่ต่อไป สาวแม่ฮ่องสอน

การต่อสู้ภายใน – หมาป่าสองตัวในตัวเราทุกคน

มนุษย์เราไม่มีใครดีเปอร์เฟค 100% หรอก
มาดูกันว่าหัวหน้าของคุณแสดงบทบาทของ เจ้านาย และ ผู้นำอย่างละกี่เปอร์เซ็น
ถ้ามอง หัวหน้า เป็น เจ้านาย แสดงว่าบทบาทของ ผู้นำ ก็ต้องน้อยกว่า
นั่นก็เท่ากับมีหมาป่าตัวใดตัวหนึ่งในเรื่องนี้เป็นฝ่ายครอบงำ หัวหน้า
http://www.thaiall.com/blog/burin/7398/

ปู่เฒ่าเผ่าเชอโรกี เล่าเรื่องหมาป่าสองตัว
ปู่เฒ่าเผ่าเชอโรกี เล่าเรื่องหมาป่าสองตัว
หัวหน้าเล่าเรื่อง หมาป่าสองตัวในตัวเราทุกคน ได้อย่างน่าสนใจ
ในการประชุมเรื่องแผนกลยุทธ์ปี 2558 วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 ห้อง Auditorium
มีหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจ คือ “การต่อสู้ภายใน
ปู่เฒ่าเผ่าเชอโรกีพูดกับหลานชายของเขา
มีสงครามระหว่างหมาป่าสองตัวภายในตัวเราทุกคน
ตัวหนึ่ง คือ อีวิ่ว (Evil) ตัวเมีย
มัน คือ โกรธ (anger) อิจฉา (jealousy) โลภ (greed) ไม่พอใจ (resentment) ความด้อย (inferiority) โกหก (lie) และยึดมั่นในตน (ego)
อีกตัวหนึ่ง คือ กูด (Good) ตัวผู้
มัน คือ สนุก (joy) สงบ (peace) รัก (love) หวัง (hope) นอบน้อม (humility) เมตตา (kindness) เอาใจใส่ (empathy) และซื่อสัตย์ (truth)
แล้วหลานชายก็ถามปู่เฒ่าของเขาว่า “ตัวไหนชนะ
ปู่เฒ่าตอบว่า “ก็ตัวที่เอ็งเลี้ยงไว้นั่นหละ

เจ้านาย กับ ผู้นำ
เจ้านาย กับ ผู้นำ

ปัญหาของ #เจ้านายกับผู้นำ
เลือกที่จะเป็น และเลือกที่จะชอบได้
https://www.facebook.com/aom.chayakorn/posts/1337340889615241

คำพูดสร้างพลัง สร้างได้ ทำลายได้ ถ้าพูดด้วยรักจะเป็นการสร้าง

love mom
love mom

ใจคน .. เปราะบางยิ่งกว่าไข่ไก่
เพราะไข่ไก่ต้องเคาะหนึ่งที่ถึงจะแตก
แต่ใจคนเปราะบางยิ่งกว่า
ด้วยคำพูดเพียงคำเดียวของผู้อื่น ซึ่งมองไม่เห็น
อาจทำให้หัวใจแหลกสลายลงไปได้

ครั้งแรก..ที่เข้าร่วมการประชุมผู้ปกครอง คุณครูชั้นอนุบาลพูดว่า…

“ลูกชายของคุณเป็นโรคอยู่ไม่สุข
ไม่สามารถนั่งสงบนิ่งบนเก้าอี้ แม้เพียงสามนาที
ให้ดีแล้ว คุณควรพาเขาไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาล”

ตอนเดินทางกลับบ้าน ลูกชายถามเธอว่า
คุณครูพูดอะไรบ้าง เธอเจ็บปวดหัวใจ
น้ำตาแทบจะไหลรินออกมา

เพราะว่า .. เด็กน้อยทั้งห้องสามสิบคน
มีเพียงการปฏิบัติตัวของลูกน้อยที่แย่ที่สุด
คุณครูแสดงออกถึงความดูแคลน

ทว่า .. เธอยังคงบอกกับลูกชายว่า
“คุณครูชื่นชมเธอ บอกว่า เดิมทีเธอไม่สามารถนั่งสงบนิ่งบนเก้าอี้
แม้แต่นาทีเดียว ตอนนี้สามารถนั่งได้สามนาทีแล้ว
ส่วนคุณแม่คนอื่น ๆ ต่างก็อิจฉาแม่ เพราะว่า ทั้งห้องมีลูกเพียงคนเดียว
ที่มีการพัฒนาที่ดีขึ้น”

ค่ำวันนั้น ลูกชายของเธอ กินข้าวหมดสองถ้วย
ซึ่งเป็นประวัติการณ์ อีกทั้งไม่ต้องให้เธอป้อน

ลูกชาย .. ขึ้นชั้นประถมแล้ว การประชุมผู้ปกครอง
คุณครูพูดว่า ..
“นักเรียนทั้งชั้นห้าสิบคน ผลการสอบคณิตศาสตร์ครั้งนั้น
ลูกชายของคุณได้อันดับที่สี่สิบ
พวกเราสงสัยว่า สติปัญญาของเขา อาจจะมีปัญหา
ให้ดีแล้ว คุณควรพาเขาไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาล ”

ระหว่างเดินทางกลับบ้าน น้ำตาเธอไหลรินออกมา
ทว่า เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว กลับพูดกับลูกชายว่า….

“คุณครูเชื่อมั่นในตัวเธอมาก เขาบอกว่า
เธอไม่ใช่เด็กที่โง่เขลา ขอเพียงแต่เพิ่มความละเอียดรอบคอบมากขึ้น
ก็จะเหนือกว่าคนที่นั่งโต๊ะเดียวกันกับเธอ
ครั้งนี้ .. คนที่นั่งโต๊ะตัวเดียวกันกับเธอ
เขาสอบได้อันดับที่ยี่สิบเอ็ด”
ตอนที่เธอพูดคำ พูดเหล่านี้ เธอพบเห็นว่า ..
ดวงตาของลูกชาย ค่อย ๆ เปล่งประกายแสงยิ่ง ๆ ขึ้น
ใบหน้าที่เศร้าสร้อยเมื่อครู่ก็ร่าเริงขึ้นมาทันที

อีกทั้ง .. เธอพบเห็นว่า ลูกชายอ่อนโยนจนทำให้เธอตกใจ
คล้ายดั่งเขาได้เติบใหญ่ขึ้นมากในทันที
วันรุ่งขึ้นไปโรงเรียน ก็ไปเช้ากว่าปกติ

ลูกชาย .. ขึ้นชั้นมัธยมต้น
เป็นอีกครั้งของการประชุมผู้ปกครอง
เธอนั่งอยู่ในที่นั่งเรียนของลูกชาย
รอคอยคุณครูขานชื่อของลูกชายเธอ

เพราะว่า .. การประชุมผู้ปกครองทุกครั้งที่ผ่านมา
รายชื่อของนักเรียน ที่มีผลการเรียนย่ำแย่
จะมีรายชื่อของลูกชายเธอทุกครั้ง

ทว่า .. ครั้งนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเธอ
จวบจนสิ้นสุดก็ไม่ได้ยินชื่อของลูกชายเธอ
เธอเกิดความไม่เคยชิน ก่อนกลับจึงไปถามคุณครู
คุณครูบอกกับเธอว่า……

“ดูจากผลการเรียนของลูกคุณในปัจจุบันแล้ว
หากไปสอบเข้าเรียนโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียง
ยังมีความเสี่ยงที่สูงอยู่”
เธอเดินออกจากโรงเรียนด้วยความดีใจ

ยามนี้ เธอเห็นลูกชายยืนรอคอยเธออยู่
ระหว่างทาง เธอจับไหล่ของลูกชาย
ภายในจิตใจรู้สึกหวานชื่นยิ่ง
เธอบอกกับลูกชายว่า…..

“คุณครูประจำชั้น พอใจในตัวเธอมาก
เขาบอกแล้วว่า ขอเพียงลูกมีความพยายาม
ก็จะมีหวังยิ่งขึ้น ที่จะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียง ”

จบมัธยมปลายแล้ว
รายชื่อนักเรียนชุดแรก ที่ทางมหาวิทยาลัย
ได้แจ้งผลการสอบผู้คัดเลือกได้

ยามนั้น .. ทางโรงเรียนได้โทรศัพท์มา ให้ลูกชายเธอไปที่โรงเรียน
เธอมีลางสังหรณ์
ว่า ลูกชายของเธอจะต้องสอบเข้า มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแน่

เพราะว่า .. ตอนที่ไปสมัครสอบ เธอได้พูดกับลูกชายว่า
เธอเชื่อและมั่นใจว่า
เขาต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้แน่นอน

ลูกชายกลับมาจากโรงเรียน นำจดหมายที่มีตราประทับ
จากสำนักงานของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังยื่นให้เธอ

จากนั้น .. หันหลังแล้ววิ่งไปที่ห้อง ร่ำร้องไห้ด้วยเสียงอันดัง
ร้องไปก็พูดไปว่า “แม่ .. ผมรู้ว่าผมไม่ใช่เด็กที่เฉลียวฉลาด
แต่ว่า .. บนโลกนี้ มีเพียงท่านที่ชื่นชมผม ..”

ยามนี้ .. เธอสุดแสนจะดีใจ ไม่สามารถกลั้นน้ำตา
ที่อัดอั้นมาสิบกว่าปีอีกต่อไปแล้ว
จึงปล่อยให้ไหลริน ร่วงลงบนซองจดหมายที่อยู่ในมือ

คำพูด .. ที่ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน สามารถแปรเปลี่ยนแนวคิด
และพฤติกรรมของคนคนหนึ่ง
แม้กระทั่งแปรเปลี่ยนโชคชะตาของคนคนหนึ่ง

คำพูด .. เชิงลบ บั่นทอนกำลังใจ
จะทิ่มแทงหัวใจและร่างกาย ของคนคนหนึ่ง
จนบาดเจ็บชอกช้ำ จวบจนกระทั่งทำลายอนาคต ของคนคนหนึ่ง

http://blog.nation.ac.th/?p=3287
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1506075673000416&set=a.1410094345931883.1073741828


หัวหน้าเคยแชร์เรื่อง บะหมี่น้ำหนึ่งชาม
http://www.thaiall.com/blog/burin/4066/
ซึ้ง ๆ เหมือนกันเลย
เป็นการเล่าถึงเรื่องทัศนคติของคน
แต่เรื่องนี้มีสองด้านที่แตกต่างกัน
เรียกว่าด้านคิดบวก กับด้านคิดลบ