แลกเปลี่ยนเรียนรู้:km tool

การแก้ไข e-doc เชื่อมโยง commitment และ sar

February 11th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
ระบบเอกสารออนไลน์

ระบบเอกสารออนไลน์

11 ก.พ.54 สืบเนื่องจากการอบรม

การเชื่อมโยงเอกสารตามข้อตกลงภาระงาน
และเอกสารประกันคุณภาพการศึกษา

ได้ดำเนินการแก้ไข e-doc ของมหาวิทยาลัย หลังวางแผนร่วมกับงานพัฒนาบุคลากร งานประกันคุณภาพ และดำเนินการจัดอบรมบุคลากร ได้รับข้อเสนอแนะ และดำเนินการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ มีโปรแกรมที่แยกเป็น static ทั้งหมด 189 folder ซึ่งมีรายการแก้ไขเร่งด่วนทั้งหมด 6 ประเด็น
1. บรรทัดที่ 6 แก้ไขรุ่นของโปรแกรม และ บรรทัดที่ 18 ปรับค่าปริยายจำนวนแฟ้มต่อหน้าจาก 25 เป็น 50 เพราะช่องที่เตรียมไว้ไม่พอสำหรับ 400 แฟ้ม
2. บรรทัดที่ 173 – 176 เปลี่ยนสัญลักษณ์ X เป็น + เพราะความหมายตรงกว่า
3. บรรทัดที่ 161 และ 166 ทำให้แสดงผลการเชื่อมโยงได้มากกว่า 1 แฟ้ม  ด้วยการใช้ . ต่อ string ตามข้อเสนอของอ.เบญ และ อ.อดิศักดิ์
4. บรรทัดที่ 76 เพิ่มการเชื่อมเข้าระบบอินทราเน็ต และระบบประกันคุณภาพ อัตโนมัติแบบไม่ต้อง sign in ใหม่ และสร้างลิงค์ที่สัมพันธ์กันสำหรับการวนไปมาได้
5. บรรทัดที่ 147 แก้การแสดงวันที่ให้เข้าใจง่าย และใช้ปีพ.ศ. อาทิ 28 Aug 2552 12:08:27
6. บรรทัดที่ 191 เพื่อการแสดง source code และภาพแนวการออกแบบระบบเชื่อมโยง ในกรณีที่มีนักพัฒนาต้องการไปพัฒนาต่อ

ในทั้ง 6 ประเด็นมีการดำเนินการแก้ไขระบบ intranet และ sar เพิ่มเติม ให้สอดรับกับประเด็นที่ต้องแก้ไขใน e-doc แต่ไม่กล่าวถึงในที่นี้

http://www.thaiall.com/yonok/edoc_v7_540211.txt


สุดยอด 20 ภาพถ่ายประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยโยนก ของปี 2554

February 9th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
top20 2554

top20 2554

อ.ปาริชาต สอนสมบูรณ์ เป็นแม่งานรวบรวมภาพถ่ายและนำเข้ากรอบสีทองสวยงามน่าประทับใจ ถูกใช้นำเสนอครั้งแรกในงานสภากาแฟ จังหวัดลำปาง ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2554 โดยมหาวิทยาลัยโยนกเป็นเจ้าภาพจัดงานสภากาแฟเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 .. ทั้ง 20 ภาพใช้พื้นที่มากกว่า 50 MB จึงเผยแพร่ผ่าน facebook.com หากต้องการภาพ HD สามารถคลิ๊กลิงค์ด้านล่างของแต่ละภาพใน fb ได้

http://www.facebook.com/album.php?aid=54399&id=119920918018135


ปัญหาคลิ๊ปนักศึกษา

February 8th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
8 ก.พ.54 ตรวจวิดีโอนักศึกษา 2 เรื่อง เห็นปัญหาใกล้เคียงกัน คือ เสียงเพลงที่ใช้มีลิขสิทธิ์อาจถูก youtube.com ลบออก ภาษาที่ใช้ทั้งเขียนและพูดไม่ใช่ภาษา ราชการ ขาดส่วนการให้ credit ตอนปิดเรื่อง

ประเด็น เมื่อดูวิดีโอสักเรื่อง มักพิจารณาเรื่องต่อไปนี้
1. คุณภาพแสง และฉาก
2. คุณภาพเสียง และเสียงประกอบ
3. effect และ transition
4. นักแสดง เสื้อผ้า หน้าผม
5. การแสดงออก และอารมณ์
6. เนื้อหาทั้งคุณภาพ ปริมาณ และข้อคิด
7. ก้มดูเอกสารให้น้อยที่สุด
8. นวัตกรรม และเทคโนโลยี
9. ผลต่อผู้ชมตามวัตถุประสงค์
10. ภาพรวม
http://www.youtube.com/watch?v=vXNZ7xAkTk0


หมูกะทะ หอยนางรม และปลาหมึก

February 5th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
oyster and squid

oyster and squid

5 ก.พ.54 ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด .. ไม่ว่าผมจะเรียนจนจบอะไร แต่ผมก็คงหนีอาหารที่มีสารปนเปื้อน อาหารปิ้งย่าง ผัด ทอด และต้มไปไม่พ้น เพราะความจริงในชาติกำเนิดเป็นตัวกำหนด ว่ามนุษย์จะอยู่ได้ก็ด้วยการเบียดเบียนสัตว์อื่นเป็นอาหารอย่างไม่มีความรู้สึกใด  วิธีการปรุงอาหาร หรือส่วนผสมที่ใช้ความรู้เดิม คำนึงความสะดวก และความเชื่อที่เชื่อมาได้ไม่กี่สิบปี .. และคงแก้ทัศนคติกินแมวของคนเวียดนาม กินหมาของคนจีน กินหนูของคนไทย และกินคนด้วยกันเองในอนาคตไม่ได้ .. แล่นใบ หัว 99 บาท


ตรวจสอบความเที่ยงตรง (Validity) ของงานวิจัย

February 4th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
validity step

validity step

4 ก.พ.54 สรุปย่อเกี่ยวกับความเที่ยงตรง (validity) จากการฟัง อ.ทันฉลอง รุ่งวิทู บรรยายเรื่อง งานวิจัย โดยนำเสนอผ่านกรณีศึกษาที่เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม
1. face Validity ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านประเด็น construct ด้วยการพบหน้าโดยตรง
2. convergent validity ตรวจว่าประเด็นคำถามใช้กับกลุ่มคำถามกลุ่มนั้น เพราะแบบสอบถามมีหลายกลุ่มคำถาม ไม่ใช่ถามนอกกลุ่ม หรือนอกเรื่อง
3. discriminant validity ตรวจว่าประเด็นคำถามถูกใช้นอกกลุ่มคำถามไม่ได้ ถ้าย้ายกลุ่มได้ หรือใช้มากกว่าหนึ่งกลุ่ม แสดงว่าเป็นคำถามที่ไม่ดี
4. content validity ตรวจว่ามีวรรณกรรมอ้างอิง อธิบายประเด็นรายละเอียดที่จะนำมาใช้ในแบบสอบถามอย่างชัดเจน
5. construct validity
ตรวจว่ามีวรรณกรรมอ้างอิง อธิบายประเด็นในวัตถุประสงค์ครบถ้วน
6. internal validity ตรวจว่ามีวรรณกรรมอ้างอิง อธิบายการเชื่อมโยงระหว่างประเด็น หรือความสัมพันธ์ที่ชัดเจน เช่น วัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษาความสัมพันธ์ ก็ต้องมีวรรณกรรมที่กล่าวถึงความสัมพันธ์นั้นอย่างชัดเจน
7. external validity ตรวจว่าสามารถใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างเฉพาะกลุ่ม นอกกลุ่ม หรือทั่วไป แล้วผลไม่เปลี่ยนแปลง เช่น ถามพฤติกรรมรักในวัยเรียนของนักเรียนในโรงเรียนกวดวิชากรุงเทพ ย่อมต่างกับนักเรียนในชนบท ถ้าใช้กลุ่มอื่นได้แสดงว่ามีความเชื่อมั่นแบบนี้

http://changingminds.org/explanations/research/design/types_validity.htm

http://linguistics.byu.edu/faculty/henrichsenl/researchmethods/RM_2_18.html

http://www.activecampaign.com/blog/validity-in-research-design/

http://www.socialresearchmethods.net/kb/introval.php


การเขียนรายงานการวิจัยขั้นเหนือมนุษย์

February 4th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
การเขียนรายงานการวิจัย

การเขียนรายงานการวิจัย

4 ก.พ.54 วันนี้เสียเวลาไป 2 ชม. หาเอกสารวิจัยจาก google.com ของคุณอรุณ ทำส่งสถาบันหนึ่ง ที่ อ.ทันฉลอง ใช้เป็น case ประกอบการสอนเกี่ยวกับเขียนรายงานการวิจัย 5 บท ซึ่งตัวอย่างรายงานนี้มีความสมบูรณ์ขั้นเหนือมาตรฐาน สรุปว่าผมก็หาไม่พบจากเน็ต .. แล้วไปดำเนินการนอกเน็ต จนสุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็มีแฟ้มนี้ และพบคำสำคัญ คือ เอกสารวิชาการส่วนบุคคล จึงเข้าใจว่าเอกสารนี้จะสืบค้นไม่พบใน google.com เมื่อผมได้มาจึงไม่เผยแพร่ต่อ .. สรุปว่าผมประทับใจรายงานการวิจัยนี้ เพราะรู้สึกว่ามนุษย์ทั่วไปไม่น่าเขียนได้
http://www.kpi.ac.th


ยายยิ้ม ยิ้มเย้ยยาก คนค้นคน

February 4th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์

อ.ดร.อติชาต หาญชาญชัย ส่งมาให้อ่าน .. เป็นบทเรียนชีวิต

ยายยิ้ม หญิงร่างเล็ก หลังงุ้ม ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสมชื่อ
อาศัยในบ้านไม้ที่เกือบเสร็จท่ามกลางป่าเขา
จ.พิษณุโลก อยู่ลำพังอย่างเดียวดาย ห่างไกลผู้คนและเงียบสงัด

เมื่อ 20 ปี ก่อน ยายมีบ้านอยู่ที่อำเภอพรหมพิราม พร้อมลูกหลาน
ตอนนั้นลูกชายคนเล็กตั้งใจจะมาบุกเบิกทำมาหากินบริเวณที่อยู่ปัจจุบัน
แต่ ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้ง ความไกล ไข้ป่า และความลำบาก
ส่งผลให้ลูกชาย ของยายเลือกที่จะไปขับรถแท๊กซี่ใน กทม.

และไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ และการไม่อยากเป็นภาระลูกหลานหรืออื่นๆ
ยายยิ้มจึงตัดสินครั้งสำคัญ อาศัยอยู่ที่บ้านในป่าผืนนั้น เป็นต้นมา

ลูก หลานขอร้องให้ยายกลับมาอยู่บ้านแต่ยายไม่กลับ
ลูกหลานจึงได้แต่มาเยี่ยม ยายเป็นระยะรวมถึงการนำเสื้อผ้าผ้าห่ม
ข้าวสารอาหารแห้งมาให้ยาย ลูกชายคนที่ยังอยู่ในอำเภอพรหมพิรามบอกว่า
“แม่เขาจะบอกว่าไม่ต้องเอามาให้มากนะ ในชีวิตเขา แม่เขาไม่เคยอยากได้อะไรเลย
เคยถามเขาก็บอกว่า เขาพอแล้ว สมัยยังเด็กบ้านเราจนกันมาก
พ่อก็ตาย ตอนที่เรายังเล็ก ๆ แต่แม่คนเดียวก็หา
เลี้ยงลูกได้ มานึกดูแกต้องทำงานหนักมาก แม่ถึงเน้นสอนให้เข้มแข็ง
หนัก เอาเบาสู้ไม่เลือกงาน”

ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาท่ามกลางขุนเขา ยายไม่มีนาฬิกา
แต่ทุกเวลาล้วนมีคุณค่า การมีชีวิตอยู่ของยายหมดไปกับการปลูกต้นไม้
ทำฝายเล็ก ๆ ที่ยายได้อาศัยในยามหน้าแล้งและยังเป็นสายธาร
หล่อเลี้ยงบรรดาสัตว์ และต้นไม้บนผืนแผ่นดินนี้
และตั้งใจถวายในหลวงและพระราชินี ยายรักในหลวงและพระราชินีมาก
กิจวัตร ประจำวัน ตื่นแต่เช้า จุดธูปไหว้พระ เก็บมุ้ง กระย่องกระแย่งมาจุดฟืนหุงข้าว
ตักข้าวสุกแรกเก็บไว้ ตักข้าวกินกับน้ำพริก หรือ ปลาแห้งที่เก็บไว้
ลงมากวาดลานบ้าน ซักผ้า หาบน้ำที่ลำห้วย ออกไปหาฟืนหาไม้ มาเก็บไว้

ก่อนจะคดข้าวใส่กล่อง น้ำพริก ใส่ย่าม สวมที่ขาดวิ่น ใช้พร้าแทนไม้เท้าเวลาเดิน
ข้ามห้วย ข้ามหนอง เข้าไปในป่าลึก ผ่านฝายเล็กๆ หรือคันนาที่ยายทำไว้ 11 ฝาย
เป็นคันดินที่ยายใช้ “จอบกับใจ” ค่อยๆขุดขึ้นมา กลายเป็นแอ่งน้ำเล็กๆกักเก็บน้ำ
พอให้สัตว์เล็กได้มาอาศัย ต้นไม้ชุ่ม ชื่น ระหว่างนั้นก็เอาข้าวมาโปรยให้สัตว์
ในแอ่งดินกันทำคันดินนี้เสร็จ ก็เข้าไปลึกเรื่อยๆ ที่ละฝาย ทีละฝาย
เวลาแต่ละวันผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ เหนื่อยก็พัก แล้วก็เดิน กลับบ้าน
ชีวิตยาย เป็นไปอย่างเรียบง่าย

ทุก ๆ วันพระ ยายจะเดินลงมาจากเขา ด้วยระยะทางเกือบ 8 กิโล
บวกกับ วัยชราของยาย จึงทำให้ยายใช้เวลาใน การเดินทางกว่า 3 ชั่วโมง
แต่ก็ไม่ ได้ทำให้ศรัทธาของยายเสื่อมถอยลง ลำพังคนหนุ่มสาว
จะให้เดินขึ้นลงเขา สัก 7-8 กิโลเมตร ยังเ ล่นเอาเหงื่อตก
แต่สำหรับยายยิ้มถือเป็นกิจวัตรสม่ำเสมอทุกวันโกน วันพระเพราะไม่ว่าฝนจะตก
ฟ้า จะร้อง ยายก็ต้องไปถึงวัดไม่เคยขาด

ระยะทางไกลที่เต็มไปด้วยหล่ม โคลน ถนนเป็นร่อง ขรุขระ ยายยิ้ม
จะออกเดินเท้าจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด เหนื่อยก็พัก ถึงวัดกี่โมงไม่รู้
รู้แต่เมื่อถึงวัดก็เปลี่ยนชุด ชาว สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ทำความสะอาดวัด
ทำบุญ เมื่อกลับจากวัด แกก็จะมานับวันหลังจากนั้นไปถึงวันโกนวันพระอีกที
ก่อนที่เดินกลับบ้าน ในป่า ยายเลือกใช้ชีวิตเพียงลำพัง
และใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอย่างมีความสุขอีกครั้ง

เราขาดในสิ่งที่ ยายยิ้มมี นั่นคือ ความพอเพียง ความศรัทธา ความไม่โลภ
เรามีในสิ่งที่ ยายขาด นั่นคือ ความทุกข์

พิธีกร : ข้าวสารอาหารแห้งเอามาจากไหน
ยาย ยิ้ม : ลูกหลานเข้าเอามาให้ เขาเอามาให้ก็ต้องกิน
เขาจะได้บุญและก็ต้องกินอย่างประหยัดๆ ไม่ฟุ่มเฟือย

พิธีกร : ฝนตกเปียกไหม
ยายยิ้ม : ก็หลบๆเอา ไม่ลำบาก อย่าคิดว่ามันลำบาก

พิธีกร : เสื้อผ้า ขาดแล้วยังใส่อยู่
ยายยิ้ม : ลูกหลานเข้าเอามาให้ ใส่ไว้เขาจะได้บุญ

พิธีกร : ลูกหลานอยากให้ไปอยู่ด้วยกัน
ยายยิ้ม : ไม่ใช่ว่าจะไม่พึ่ง แต่ให้หมดค่าก่อนค่อยพึ่ง ป่วยไม่สบายไม่มีแรงค่อยพึ่งเขา

พิธีกร : ทำฝายไปให้ใคร
ยายยิ้ม : ให้ในหลวงพระราชินี ท่านเป็นถึงเจ้าแผ่นดินยังทำงาน เราก็ต้องทำให้ท่านบ้าง
.. ส่วนสิ่งที่ทำในหลวงไม่เห็นผีสางเทวดาก็เห็น

พิธีกร : ได้ประโยชน์อะไรจากฝาย
ยายยิ้ม : ในหลวงบอกมีฝายมีน้ำ มีป่า มีปลาเล็กเป็นอาหารนกอีกทีรวมถึงได้ใช้ยามหน้าแล้ง

พิธีกร : กลัวล้มไหมเวลาเดินไปไหน
ยายยิ้ม : กลัวแต่ก็ต้องทำ ทำแล้วมีความสุข

พิธีกร : เหนื่อยไหมที่ทำมา
ยายยิ้ม : เหนื่อย แต่ทำแล้วมีความสุข

พิธีกร : เดินไปวัดลำบาก เหนื่อยไหม
ยายยิ้ม : เหนื่อยก็พัก แล้วเดินต่อ ทางไปสวรรค์มันรก ทางไปนรกมันเรียบ เห็นพระก็หายเหนื่อย

พิธีกร : สรุปว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ
ยายยิ้ม : คนอื่นว่าลำบากแต่ถ้าเราคิดว่ามันเป็นสวรรค์มันก็ไม่ลำบาก

พิธีกร : ยายมาทำบุญทุกวันพระไหม
ชาว บ้าน : ยายมาประจำแหละ ยายแกชอบทำบุญ ได้เบี้ยเดือน 500 แกยังทำบุญหมดเลย

พระ (กางมุ้งให้ยายนอนในศาลาวัด) : ไม่บาปหรอกยาย ช่วยๆกัน ดูแลกัน
ยาย (นั่งยิ้มด้วยความจำนน)
ยาย เอาเงินที่เก็บๆรวมถึงเงินที่ชาวบ้านให้ไว้มาทำบุญ
ยาย อวยพรให้และภาวนาให้คนที่ทำบุญด้วย
พิธีกร : ยายรู้จักเขาเหรอ
ยายยิ้ม : (ยิ้ม) ไม่รู้จักหรอก เห็นบอกว่าจะบวชก็เลยทำบุญ
ให้ยายทำ บุญนะ (สงสัยคงจะเป็นเงินที่ทางรายการให้)
พิธีกร : ทำเถอะยาย ไม่ว่าอะไรหรอก

พิธีกร : ยายมีของแค่นี้เหรอ (หยิบกระเป๋าใบเล็กที่บรรจุเสื้อผ้า หยูกยาที่จำเป็น บัตรประชาชน)
ยายยิ้ม : แค่นี้แหละเตรียมไว้ เวลาเจ็บป่วยขึ้นมา เอาไปใบเดียว คนอื่นจะได้ไม่ลำบากหา

พิธีกร : จะไม่เป็นการแช่งตัวเองหรือ
ยายยิ้ม : ยิ่งเจ็บ ยิ่งต้องพึ่งตัวเอง ยิ่งต้องเตรียมตัว

พิธีกร : เวลายายไปตัดไม้ไผ่ ทำฝายไม่เกินกำลังเหรอ เอาแรงมาจากไหน
ยายยิ้ม : หัวเราะเบาๆแล้วตอบว่า มันเกินกำลังอยู่แล้วล่ะ แต่ต้องมีความพยายามยายบอกวันนี้หมดแรง นอนพัก พรุ่งนี้แรงก็มาใหม่

พิธีกร : ยายยังขาดอะไรอีกในชีวิต
ยายยิ้ม : ยายยิ้มสมกับชื่อ แล้วตอบอย่างภาคภูมิใจว่า ขาดความ ทุกข์


เล่าปัญหาลืมรหัสผ่าน adsl router ของ tot

February 3rd, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
belkin wireless router

belkin wireless router

3 ก.พ.54 วันนี้ได้อุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อ ADSL ตัวใหม่มา เป็น Wireless Modem Router ของ Belkin N150 ราคา 990 บาท ซึ่งติดตั้งด้วย CD ไปตามขั้นตอน (just next) แต่ผมจำรหัสที่เชื่อมต่อกับ ADSL ของ TOT ผิด เมื่อเปิดเว็บพบแต่คำว่า http://adslutils.tot.co.th/ failAuth/ แสดงว่าถ้าใช้ user และ password เชื่อมต่อ TOT ผิดก็จะเข้าระบบไม่ได้ แต่ใช้ nslookup ตรวจ host name หรือ ip ได้นะครับ เมื่อผมกำหนด u:054223684@platinumcyber p:054223684 (bestcyber) ก็พบว่าเข้าระบบอินเทอร์เน็ตได้ปกติ จากนั้นก็เข้า http://192.168.2.1/index.htm เพื่อ config security mode ของ wireless เป็น WAP/WAP2-Personal (PSK) เป็น thaialldotcom และกำหนดรหัสเข้า router ป้องกันใครเข้าไป config โดยไม่ตั้งใจ เป็นอันเสร็จกิจครั้งนี้

.. ปัญหาอีกเรื่องคือ กำหนด Administrator Password แล้ว เข้า net ไม่ได้ .. พอป้อนรหัสกลับเก็บเป็นภาษาไทย .. สงสัย firm ware มีปัญหา .. พอเข้าไม่ได้ก็ reset แล้วไม่กำหนดรหัสครับ ถ้าอนาคตมีปัญหาก็จะ reset ผ่านปุ่มเล็ก ๆ บนตัวเครื่อง (เป็นแผนสอง)


การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ของ MCU

February 1st, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์

plan strategy

plan strategy


มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ ห้องเรียนวัดบุญวาทย์วิหาร จัดทำโครงการจัดสัมมนาทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (stakeholder) ร่วมวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก (SWOT) เพื่อให้ได้มาซึ่งแผนยุทธศาสตรืการพัฒนาของสถาบัน ระยะ 5 ปี ซึ่งสอดรับการพัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบ และกลไกเชิงบูรณาการ ในวันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554


แมวไม่น้อยหน้าหมาครับ .. เมนูแนะนำเช่นกัน

January 31st, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์

ในมุมของคนกินแมว
ในขณะที่คนไทยนิยมซื้อกระต่ายมาเลี้ยงต้อนรับปีเถาะ (2554) ด้วยความเชื่อที่ว่ากระต่ายเป็นสัตว์นำโชคที่จะนำพาสิ่งดี ๆ มาให้ผู้เลี้ยงตลอดปีนี้ ที่เวียดนามเองก็ไม่น้อยหน้า สำหรับปีนี้ที่เป็นปีแมวของเวียดนาม แมวก็กลายเป็นสัตว์ยอดนิยมของชาวเวียดนามที่ถือว่าจะนำโชคดีมาให้ตลอดปีเช่นกัน แต่แตกต่างกันที่ชาวเวียดนามเขาไม่ได้เอาแมวมาเลี้ยงเหมือนกับกระต่ายบ้าน ที่บอกว่าเป็นสัตว์ยอดนิยมนั้นหมายถึงนิยมนำมาทำอาหารรับประทานกันต่างหาก
โดยเฉพาะในจังหวัดถายบิ่ง ทางตอนเหนือของเวียดนาม ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ที่นิยมการนำแมวมาทำอาหารมากกว่าพื้นที่อื่น ๆ เมนูต้มซุปแมว เนื้อแมวทอด เนื้อแมวย่าง และลูกชิ้นแมว กลายเป็นอาหารเลิศรสที่เจ้าของร้านอาหารหลายร้านภูมิใจนำเสนอแก่แขกที่มารับประทานอาหารในร้าน แม้ว่าทางจังหวัดจะมีการประกาศสั่งห้ามขายและฆ่าแมวก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าของร้านหยุดเสิร์ฟเมนูแมวแต่อย่างไร เพียงแต่ตัดปัญหาง่าย ๆ ด้วยการไม่ติดป้ายโฆษณาเมนูแมวไว้หน้าร้านเท่านั้น
สำหรับ วิธีการนำแมวมาประกอบอาหารนั้น พ่อครัวจะเลือกฆ่าแมวด้วยวิธีการนำพวกมันไปถ่วงน้ำให้ขาดใจตาย แทนการตีหรือเชือดคอเหมือนกับฆ่าหมู เพราะจะทำให้แมวกลัวและเกร็ง จนถุงน้ำดีแตก และนั่นทำให้เนื้อแมวเสียรสชาติ จากนั้นพ่อครัวก็จะนำแมวมาผ่าท้องและแล่เนื้อ โดยส่วนที่นิยมนำมาประกอบอาหารมากที่สุด ได้แก่ กระเพาะ ลำไส้ และเนื้อส่วนสะโพกของแมว ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่อร่อยที่สุด และเป็นยาอายุวัฒนะ ให้พลังงานสูง ทำให้ร่างกายอบอุ่นในช่วงฤดูหนาวของเวียดนามที่กำลังหนาวติดลบอยู่ในขณะนี้ แต่หากเป็นเมนูแมวย่าง พ่อครัวจะควักเครื่องในออกทั้งหมด แล้วนำไปย่างบนไฟอ่อน ๆ ให้เนื้อแมวค่อย ๆ สุกกลายเป็นสีน้ำตาล จากนั้นก็เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ
ส่วนราคาเมนูแมวนี้ จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่า แมวนั้นเป็นแมวลักษณะแบบไหน และมาจากที่ไหน โดยเนื้อแมวดำจะมีราคาแพงที่สุด เพราะเชื่อว่ามีรสอร่อยที่สุด อาจมีราคาถึงตัวละ 15,000 บาทเลยทีเดียว ส่วนเนื้อแมวสดทั่วไปนั้น ขายกันในราคากิโลกรัมละ 100 บาท (แมวบ้าน 1 ตัว มีน้ำหนักประมาณ 4-5 กิโลกรัม) และหากเป็นแมวนำเข้าจากจีนก็จะมีราคาถูกลงไปอีก เนื่องจากไม่อร่อยเท่ากับเนื้อแมวสดจากเวียดนามเอง
ทั้งนี้โดยปกติแล้ว ชาวเวียดนามจะกินแมวกันเป็นปกติ ไม่ต่างกับชาวจีนที่มีความเชื่อว่าแมวเป็นเมนูนำโชค แต่ในปีนี้ซึ่งตรงกับปีแมวของเวียดนาม แมวกลายเป็นเมนูเลิศรสที่ใคร ๆ ก็ปรารถนาอยากจะกินมากกว่าปกติ เพราะเชื่อว่าหากได้กินแล้วก็จะช่วยปัดเป่าโชคร้ายออกไป ทำให้แมวกลายเป็นสัตว์ที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในตอนเหนือของเวียดนามในขณะนี้ และหากบ้านไหนเลี้ยงแมว แต่ไม่ดูแลแมวของตัวเองดี ๆ ก็จะเกิดกรณีแมวหายได้อย่างง่ายดาย เรียกได้ว่าถ้าหากแมวตัวไหนถูกปล่อยให้มาเดินเพ่นพ่านในที่สาธารณะ ก็จะถูกจับไปใส่กรงขังไว้ เพื่อรอวันแปรสภาพกลายเป็นเมนูแมวในที่สุด
ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณกลางปีที่แล้ว องค์กรพิทักษ์สัตว์ในประเทศจีนได้เคยแฉพฤติกรรมสุดโหดร้ายของนายหน้าค้าแมว ที่ขโมยแมวไปขายให้ภัตตาคารต่าง ๆ ในมณฑลกวางตุ้ง ที่แสดงให้เห็นว่าแมวกว่าร้อยตัวถูกขังไว้ในกรงแคบ ๆ และได้รับการปฏิบัติอย่างโหดร้าย ซึ่งทางองค์กรพิทักษ์สัตว์ในนครเซี่ยงไฮ้ก็สามารถช่วยชีวิตแมวเคราะห์ร้าย เหล่านั้นออกมาได้กว่า 300 ตัว และส่งพวกมันคืนเจ้าของได้ในที่สุด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้นายหน้าค้าแมวหยุดล่าแมวแต่อย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังคงมีเมนูแมวขายในภัตตาคารจีนกันตามปกติ อีกทั้งยังเป็นเมนูแนะนำอีกด้วย

http://vdowww.dek-d.com/board/view.php?id=2043319


ในมุมของความเชื่อเรื่องแมว
ลางร้าย ภัย อาถรรพณ์ ในคติความเชื่อโบราณ เปรียบดังเงาร้าย ที่เชื่อว่าหากเข้าใกล้ชีวิตเรา จะหาความสุขไม่ได้ มีทุกข์ภัยที่ประดังเข้ามาอย่างไม่คาดฝัน ในบรรดาลางร้ายที่แสดงออกมาในรูปแบบต่าง ๆ นั้น “แมวดำ” จัดเป็นหนึ่งในตัวแทนแห่งลางร้าย ความเชื่อเรื่องแมวดำ ไม่ได้มีระบุที่มาแน่ชัด หากเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ที่นักประวัติศาสตร์ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ เนื่องจากคติความเชื่อเรื่องแมวดำไม่ได้มีเฉพาะในไทยเท่านั้น หากมีในหลากชาติหลายภาษาโดยในตำนานเก่าแก่ของอินเดียโบราณ เชื่อว่า แมวดำเป็นสัตว์ผี เป็นพาหนะของพระษัษฐี เทวีแห่งความตายของทารก หรือ ผีแม่ซื้อประจำตัวเด็กในวันที่ 6 ซึ่งพระษัษฐีเป็นเทวีที่มีอิทธิฤทธิ์ หากใครเห็นแมวดำที่ไหน มักต้องเห็นพระษัษฐีปรากฏกายที่นั่น และจะมีเด็กหรือคนตายที่นั่นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในงานศพจะระมัดระวังไม่ให้แมวมาถูกต้องศพ ด้วยเชื่อว่าจะเกิดมนทินกับศพนั้น ๆ ไปตลอด
ในคติความเชื่อของจีนโบราณ ถือว่าหากแมวข้ามศพ ผีนั้นจะดุร้ายมาก ต้องเอาตะไกรหรือเหล็กวางไว้บนอกศพ จึงจะไม่เป็นไร เช่นเดียวกับในความเชื่อของแขกมาลายู ที่ต้องเอาตะไกรหนีบมาวางบนอกศพ เผื่อว่าแมวกล้ำกรายเข้ามาใกล้ศพหรือถูกศพ เหล็กตะไกรจะเป็นเครื่องบังคับไม่ให้ศพลุกขึ้นมา กลายเป็นผีร้าย เป็นที่หวาดเกรงของชาวบ้านได้ แมว จัดว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีมากกว่าความเป็นสัตว์เลี้ยงธรรมดา ในแง่ที่ว่ามันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อของคน เป็นตัวแทนความศักดิ์สิทธิ์ และเหนือจริง จนมีคำโบราณกล่าวไว้ว่า “หากฆ่าแมวสักตัวถือว่าบาปหนักหนา เท่ากับฆ่าเณรรูปหนึ่งเลยทีเดียว

http://learners.in.th/blog/sukanyanonmai/391609

http://board.postjung.com/412380.html