แลกเปลี่ยนเรียนรู้:km tool

วิพากษ์บทความจากการวิจัยด้านไอที ปี 2554

March 8th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
reviewer

reviewer

8 มี.ค.54 มีหัวข้อต้องให้คะแนน 7 หัวข้อ 1) Overall Evaluation  2) Reviewer’s Confidence 3) Degree of Novelty and Innovation 4) Relevant to the conference 5) Level of language and presentation 6) Fitting the style instruction 7) Up-to-date literature
พบปัญหาในบทความที่ได้ให้ข้อเสนอแนะแก้ผู้เสนอบทความดังนี้
1. บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษมีเนื้อหาไม่ตรงกัน ควรปรับให้ตรงกัน
2. วิธีดำเนินงานควรมีคำบรรยายประกอบภาพให้เข้าใจ และมีรายละเอียดที่เหมาะกับวิธีการวิจัย
เช่น แสดงขั้นตอนในการออกแบบ การพัฒนา การทดลอง การหาประสิทธิภาพ เป็นต้น
3. ผลการดำเนินงานไม่มีรายละเอียดเท่าที่ควร ควรนำเสนอภาพพร้อมคำอธิบายประกอบให้เข้าใจ
ผลการทดสอบในขั้นตอนต่าง ๆ และผลการเปรียบเทียบ
4. ข้อเสนอแนะที่เขียนมา ควรขยายความให้สัมพันธ์กับผลการดำเนินงาน
เป็นต้น
สำหรับเนื้อหาแล้ว .. ผมไม่ค่อยกล้าก้าวล่วง เพราะเห็นเป็นงานของป.โท ที่ผ่านการคัดกรอง ดำเนินการมาจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งผู้นำเสนอใช้เวลาดำเนินการ ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจศึกษา พัฒนาระบบ แล้วนำประสบการณ์จากการศึกษามาเล่าสู่กันฟัง ผ่านบทความจากการวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

ที่พอให้ข้อเสนอแนะ .. การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการอธิบายแต่ละหัวข้อต้องชัด เพื่อให้มีความหมายตรงตามหัวข้อที่เวทีกำหนด ซึ่งบทความที่ผมได้รับมอบหมายส่วนใหญ่เป็นงานของนักศึกษาป.โท ที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วระดับหนึ่ง ก็เพียงช่วยดูให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งหัวข้อกำหนดในบทความมีดังนี้ บทคัดย่อ บทนำ วรรณกรรมหรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วิธีการหรือขั้นตอน ผลการดำเนินการวิจัย และสรุป


ใช้บล็อกเป็นโน๊ตย่อ หรือบันทึกช่วยจำ เรื่องการเขียน sql

March 8th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์

8 มี.ค.54 มีโอกาสจัดการข้อมูลประมาณมาก กับหลายตารางที่มีโครงสร้างต่างกัน
พบว่าคำสั่ง delete กับ truncate ให้ผลใกล้เดียงกันคือ clear ข้อมูลที่เคยทดสอบออกหมด แต่ truncate จะทำให้ auto_increment เริ่มต้นจาก 1 มิใช่ต่อจากเลขเดิมที่เคยมีในตารางนั้น
ส่วนคำสั่งเพิ่มข้อมูลหลายระเบียนเดิมใช้
insert into behavior (bid,bname) values (1,’tom’);
insert into behavior (bid,bname) values (2,’boy’);
แบบใหม่เขียนสั้นลงคือ
insert into behavior (bid,bname) values (1,’tom’), (2,’boy’);
ส่วนการแก้ไขข้อมูลหลายเขตข้อมูลจะใช้ , หลัก set แต่ใช้ and หลัง where
เช่น
update behavior set bsex=0, bname=’jack’ where bid=1 and bgroup=2

ตัวอย่างการ clear ข้อมูลก่อนเปิดใช้จริง
delete from administration;
truncate administration;
truncate behavior;
truncate favorite;
truncate president;
truncate rart;
truncate rart_d;
truncate rdevelop;
truncate rdevelop_d;
truncate reval;
truncate rexecutive;
truncate rexecutive_d;
truncate rother;
truncate rother_d;
truncate rpublish;
truncate rpublish_d;
truncate rresearch;
truncate rresearch_d;
truncate rservice;
truncate rservice_d;
truncate rteaching;
truncate rteaching_d;
truncate ryour;
truncate ryour_d;
truncate salary;


จังหวัดบึงกาฬ

March 7th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
จังหวัดบึงกาฬ

จังหวัดบึงกาฬ

จังหวัดบึงกาฬผ่านมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2553 ให้เป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย ซึ่งเริ่มมีการยื่นคำร้องขอให้จัดตั้งขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนนำทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป โดยจะต้องออกเป็นพระราชบัญญัติการจัดตั้งให้เรียบร้อย จึงเสร็จสิ้นสมบูรณ์

เหตุผลในการตั้งจังหวัดที่ 77 มีดังนี้
- จังหวัดบึงกาฬ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ในเรื่อง อำเภอ จำนวนประชากร และลักษณะพิเศษของจังหวัด อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อการให้บริการแก่ประชาชน
- เนื้อที่และสภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดหนองคาย ก่อนแยกออกมาเป็นจังหวัดบึงกาฬนั้น เป็นพื้นที่แนวยาวทอดตามลำน้ำโขง มีเส้นทางคมนาคมจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออกเป็นระยะทาง 350 กิโลเมตร จึงส่งผลต่อการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนได้ง่าย
- จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ตั้งขึ้นใหม่ ก็มีเนื้อที่น้อยกว่าหลักเกณฑ์มติคณะรัฐมนตรีเช่นกัน
- นอกจากนี้ จังหวัดบึงกาฬ ไม่ใช่หน่วยงานที่ดำเนินกิจการบริการสาธารณะ ซ้ำซ้อนกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงไม่กระทบต่อแนวทางการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่อย่าง ใด
- ส่วนเรื่องบุคลากร ที่มีอยู่จำนวน 439 อัตรา ก็สามารถกระจายกันภายในส่วนราชการได้ จึงไม่เป็นผลกระทบและภาระต่องบประมาณของประเทศมากนัก

ประวัติ อ.บึงกาฬ หรือ ว่าที่ จังหวัดบึงกาฬ
อำเภอบึงกาฬเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดหนองคาย อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 136 กิโลเมตร มีเขตพื้นที่ติดต่อกับแม่น้ำโขง และแขวงบริคำไชย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เดิมอำเภอบึงกาฬ มีชื่อเดิมว่า ไชยบุรีซึ่ง ขึ้นกับจังหวัดนครพนม จนกระทั่งปี พ.ศ. 2460 ได้ถูกโอนย้ายให้ขึ้นต่อจังหวัดหนองคาย และถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บึงกาฬ ในปี พ.ศ.2482
ต่อมา ในปี พ.ศ. 2537 ได้มีการร้องขอให้จัดตั้งเป็นจังหวัดบึงกาฬ ตามข้อเสนอของนายสุเมธ พรมพันห่าว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีธรรม จังหวัดหนองคาย โดยแยกพื้นที่อำเภอบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอโซ่พิสัย อำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล และอำเภอบุ่งคล้า ออกจากจังหวัดหนองคาย แต่กระทรวงมหาดไทย ยังไม่มีแผนที่จะยกฐานะอำเภอบึงกาฬขึ้นเป็นจังหวัด เพราะการจัดตั้งจังหวัดใหม่เป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังคนภาครัฐซึ่งขัดมติคณะรัฐมนตรี

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ส.ส.สัดส่วน พรรคกิจสังคมได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายกรัฐมนตรี เรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ และทางกระทรวงมหาดไทยเห็นด้วย กำลังอยู่ในกระบวนการนำเข้าเสนอต่อที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนส่งเรื่องเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอเป็นกฎหมายพ.ร.บ.จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ ต่อไป
ต่อมา ในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ

ที่ตั้งและอาณาเขต
* ทิศเหนือ ติดต่อกับแขวงบอลิคำไซ (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว)
* ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบุ่งคล้า
* ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเซกา อำเภอศรีวิไล อำเภอพรเจริญ และอำเภอโซ่พิสัย
* ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอปากคาด

เขตการปกครองแบ่งเป็น 12 ตำบล 131 หมู่บ้าน
1. บึงกาฬ (Bueng Kan) 11 หมู่บ้าน
2. โนนสมบูรณ์ (Non Sombun) 13 หมู่บ้าน
3. หนองเข็ง (Nong Kheng) 11 หมู่บ้าน
4. หอคำ (Ho Kham) 14 หมู่บ้าน
5. หนองเลิง (Nong Loeng) 13 หมู่บ้าน
6. โคกก่อง (Khok Kong) 9 หมู่บ้าน
7. นาสวรรค์ (Na Sawan) 9 หมู่บ้าน
8. ไคสี (Khai Si) 10 หมู่บ้าน
9. ชัยพร (Chaiyaphon) 13 หมู่บ้าน
10. วิศิษฐ์ (Wisit) 13 หมู่บ้าน
11. คำนาดี (Kham Na Di) 8 หมู่บ้าน
12. โป่งเปือย (Pong Pueai) 7 หมู่บ้าน
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AC
http://article.konmun.com/77-know509.htm


การเตรียมข้อมูลไปประมวลผลใน MySQL

March 6th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
การใช้ excel เตรียมข้อมูลสำหรับ mysql

การใช้ excel เตรียมข้อมูลสำหรับ mysql

6 มี.ค.54 ต.ย. การใช้ excel จัดการข้อมูลเป็น SQL Command ก่อนส่งไปประมวลผลในเครื่องบริการ
- เมื่อกรอกข้อมูลใน excel แล้ว เขียนสูตรสร้าง SQL Command แล้วคัดลอก SQL Command ไปประมวลผล
- ตัวอย่างนี้มีตารางชื่อ friends และในตารางมีเขตข้อมูล 3 ระเบียน

http://www.thaiall.com/mysql
http://www.thaiall.com/office


อัตราเงินเฟ้อกับการปรับค่าจ้าง 2553 และ 2554

March 5th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
inflation and salary

inflation and salary

5 มี.ค.54 การปรับค่าจ้างแรงงาน มีการนำอัตราเงินเฟ้อมาเป็นเงื่อนไขในการพิจารณา แสดงว่ามีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งข้อมูลและข่าวแสดงให้เห็นว่าถ้าอัตราเงินเฟ้อสูง การปรับค่าจ้างแรงงานก็ควรเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  ดังข่าว “ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเทียบเฟ้อย้อนหลัง10ปี” หรือจากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้วิเคราะห์และเขียนรายงานไว้อย่างละเอียดถึงที่มาของอัตราเงินเฟ้อในแต่ละไตรมาส โดยมีข้อมูลย้อนหลังมากกว่า 10 ปี ซึ่งสรุปได้ว่าอัตราเงินเฟ้อต.ค.53 และทำนายต.ค.54 อยู่ที่ประมาณ 3.5 ดังภาพ

เงินเฟ้อ (Inflation) หมายถึง สถานการณ์ที่ระดับราคาหรือดัชนีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าเกิดภาวะนี้แสดงว่า ไม่มีเสถียรภาพทางด้านราคา เป็นตัวแปรทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ใช้วัดภาวะค่าครองชีพของประชาชน กล่าวคือ ถ้าเกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้น แสดงว่า อำนาจซื้อของเงินจะลดลง หรือกล่าวอีกนัยคือ รายได้ของประชาชนเท่าเดิมจะซื้อสินค้าหรือบริการได้น้อยลง
อัตราเงินเฟ้อ (Inflation rate) หมายถึง อัตราการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาของปีปัจจุบันเปรียบเทียบกับดัชนีราคาของปีก่อน หรืออัตราการเปลี่ยนแปลงที่เปรียบเทียบระหว่างช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกัน การวัดอัตราเงินเฟ้ออาจวัดด้วยด้วยดัชนีราคาผู้ผลิต (producer price index: PPI หรือ ดัชนีราคาผู้บริโภค (consumer price index: CPI) หรือ GDP deflator แต่โดยทั่วไป รวมทั้งของประเทศไทยใช้ดัชนีราคาผู้บริโภค เป็นตัววัดภาวะเงินเฟ้อ
http://www.eco.ru.ac.th/tawin/education/edu2.htm

สรุปง่าย ๆ ได้ว่า ถ้าอัตราเงินเฟ้อเท่ากับ 10 หมายความว่าของชิ้นหนึ่ง เคยถูกซื้อด้วยเงิน 100 บาท แต่ถ้าเกิดเงินเฟ้อขึ้นก็ต้องใช้เงินถึง 110 บาท
ถ้าต้องการรักษาความสามารถในการซื้อของผู้บริโภคให้เท่าเดิม ก็ต้องเพิ่มเงินให้อีกร้อยละ 10 เพื่อให้เงินที่เขามีอยู่มีค่าเท่าเดิม

ตัวอย่างเช่น เมื่อ 30 ปีก่อน ผู้เขียนซื้อก๋วยเตี๋ยวถ้วยละ 3 บาท เมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อปีละเล็กละน้อย ปัจจุบันต้องใช้เงิน 30 บาทซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ปริมาณเท่ากับที่เคยซื้อเมื่อ 30 ปีก่อน .. ถ้าใช้เงิน 3 บาทที่มีเมื่อ 30 ปีก่อนและไม่มีการเพิ่มเงินตามอัตราเงินเฟ้อ นำเงิน 3 บาทมาซื้อก๋วยเตี๋ยวในปัจจุบัน อาจได้ลูกชิ้นเพียงครึ่งลูกเท่านั้น
http://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/Inflation/Pages/index.aspx

http://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/Inflation/Documents/0IR_281010.pdf


ความสำคัญของระบบอีดอคคิวเมนท์

March 5th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์

5 มี.ค.54 ความสำคัญของระบบอีดอคคิวเมนท์ที่มีต่อการประกันคุณภาพ สนับสนุนการสื่อสารแลกเปลี่ยน ใช้ปฏิบัติงาน และติดตามผลงานของบุคลากร หน่วยงาน คณะวิชา และมหาวิทยาลัย โดยสอดรับกับเกณฑ์คุณภาพการศึกษาภายใน ดังนี้
1. เกณฑ์ที่ 7.3.2 มีระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจตามพันธกิจของสถาบัน โดยอย่างน้อยต้องครอบคลุมการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริหารจัดการ และการเงิน และสามารถนำไปใช้ในการดำเนินงานประกันคุณภาพ
- ผู้บริหารมอบหมายหน่วยงานฯ พัฒนาระบบและส่งสารสนเทศเข้าสู่ระบบ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ
- ระบบอีดอคคิวเมนท์เป็นเครื่องมือส่งสารสนเทศจากแต่ละบุคคล และเชื่อมโยงกับพันธกิจด้านต่าง ๆ

2. เกณฑ์ที่ 9.1.6 มีระบบสารสนเทศที่ให้ข้อมูลสนับสนุนการประกันคุณภาพการศึกษาภายในครบทั้ง 9 องค์ประกอบคุณภาพ
- ระบบอีดอคคิวเมน์เปิดให้กำหนดเอกสารที่ต้องการถูกอ้างอิง เข้าระบบต่าง ๆ
- เจ้าของเอกสารพิจารณาเลือกเชื่อมโยงหลักฐานเข้ากับองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง
- งานประกันฯ คณะวิชา และมหาวิทยาลัย พิจารณาเอกสารไปจัดทำรายงานปลายปี

3. เกณฑ์ที่ 2.4.4 มีระบบการติดตามให้คณาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุนนำความรู้และทักษะที่ได้จากการพัฒนาใช้ในการจัดการเรียนการสอน และการวัดผลการเรียนรู้ของนักศึกษา ตลอดจนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
- การแบ่งปันไฟล์ให้นักศึกษาเข้าถึงแฟ้มประกอบการสอน หรือส่งงาน
- การส่งหลักฐานเข้าตามภาระงาน และเชื่อมโยงเข้ากับรายงานการปฏิบัติงาน
- การส่งหลักฐานถูกใช้โดยผู้บังคับบัญชาในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

4. เกณฑ์ที่ 7.3.3 มีการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบสารสนเทศ
- เริ่มจากการใช้งานระบบอินทราเน็ตที่เชื่อมโยงกับระบบอีดอคคิวเมนท์
- มีการดำเนินการโดยคณะกรรมการเพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบสารสนเทศ


หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด

March 5th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
หลวงตามหาบัว กับคำสั่งเสีย

หลวงตามหาบัว กับคำสั่งเสีย

5 มี.ค.54 หลวงตามหาบัวแห่งวัดป่าเกสรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด)
ละสังขารแล้วเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2554 เวลา 03.53 น. สิริรวมอายุ 98 ปี หลังอาพาธด้วยอาการปอดติดเชื้อมาเป็นเวลานาน ในเวลาต่อมาชาวพุทธเข้าสักการะสรีระสังขารหลวงตามหาบัว ณ วัดป่าบ้านตาด และร่วมพิธีพระราชทานเพลิงในวันที่ 5 มี.ค.2554 เริ่ม 13.00น.
คำสั่งเสีย “มือของครูอาจารย์ กับมือของลูกศิษย์ลูกหา ญาติมิตรเพื่อนฝูง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใช้แทนกันได้ ไว้ใจกันได้” และมีคำสั่งเสียอื่น อาทิ ใช้หีบไม้ และไม่สร้างเจดีย์ .. เป็นธรรมทานให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้สัจธรรม .. คล้ายกับพระพุทธทาส
http://www.atnnonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=26828:2011-03-03-15-26-35&catid=83:variety&Itemid=77

http://www.thairath.co.th/today/view/153594

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRJNU5qUXdNREV5TVE9PQ==


สูตรรวยเจ้าพ่อ คอม-ลิงค์ ศิริธัช โรจนพฤกษ์

March 5th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
nation university

nation university http://www.nation-u.com

ข่าวจาก bangkokbiznews.com สูตรรวยเจ้าพ่อ คอม-ลิงค์ ศิริธัช โรจนพฤกษ์

ศิริธัช โรจนพฤกษ์ เจ้าพ่อคอม-ลิงค์ สอนวิธี ‘รวย’ ฉบับมือใหม่ ‘ให้เงินทำงาน’ ด้วยการซื้อหุ้นปันผลสูงกว่าดอกเบี้ย และขายเมื่อขึ้นมา 2-3 เท่า

นานทีปีหนที่ ศิริธัช โรจนพฤกษ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอม-ลิงค์ จำกัด จะออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขามักถูกพูดถึงในทำนอง “มิสเตอร์ Shadow” เข้าไปเกี่ยวข้องกับหุ้น (ร้อน) หลายบริษัทโดยเฉพาะในยุคที่ บล.บีฟิท (BSEC) รุ่งเรืองซึ่งในอดีตโบรกเกอร์แห่งนี้ถือเป็นแหล่งชุมมังกรซ่อนพยัคฆ์ ปัจจุบันศิริธัชยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บง.กรุงเทพธนาทร (BFIT) บริษัทแม่ของ “บล.บีฟิท”

ต่อมาปี 2549 เจ้าพ่อคอม-ลิงค์ถูกมองว่าอยู่เบื้องหลัง วรเจตน์  อินทามระ และ สมโภชน์ อาหุนัย เข้าเทคโอเวอร์ บมจ.ซีฮอร์ส (SH) ก่อนจะเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจจากอาหารทะเลแช่แข็งมาทำธุรกิจพลังงานทดแทนใน ชื่อบริษัทใหม่ บมจ.อีเทอเนิล เอนเนอยี (EE) จากนั้นศิริธัชค่อย ๆ ก้าวออกมาอยู่เบื้องหน้าในฐานะ “เจ้าของตัวจริง” และลามือจาก “หุ้นร้อน” เกือบหมดสิ้น

ปัจจุบันเขาและกลุ่มคอม-ลิงค์ ยังถือหุ้นใหญ่อาคารไอทาวเวอร์ (อาคารฐานเศรษฐกิจเดิม) เป็นเจ้าของเว็บไซต์อีไฟแนนซ์ไทยดอทคอม และเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) ผ่านบริษัท ปรีดาปราโมทย์ จำกัด ก่อนจะมีการโอนขายหุ้นไปอยู่ในชื่อ มยุรี สุขศรีวงศ์ เมื่อปลายปี 2551

ในขณะที่กลุ่มคอม-ลิงค์ เป็นแหล่งรวมของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ของเมืองไทยมีผู้ถือหุ้นได้แก่ กลุ่มโรจนพฤกษ์ 18.62% กลุ่มสันติ ภิรมย์ภักดี 17.5% กลุ่มสุขศรีวงศ์ 14.45% ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล 8.34% ธนาคารกสิกรไทย 6.25% ตระกูลอดิเรกสาร 8.76% และตระกูลล่ำซำ 5.2% เป็นต้น

เมื่อ 2-3 ปีก่อนกลุ่มคอม-ลิงค์ มีเงินลงทุนในตลาดหุ้นสูงกว่า 4,000 ล้านบาท ช่วงนั้นศิริธัชเปิดตัวต่อสื่อมวลชนครั้งแรกมีนักข่าวถามเขาว่า พอร์ตการลงทุนของกลุ่มโรจนพฤกษ์ และกลุ่มคอม-ลิงค์ มีมูลค่าเท่าไร

ศิริธัช กล่าวว่า “ไม่ขอตอบ” เดี๋ยวจะหาว่า “ผมขี้โม้” (ฟังแล้วอาจไม่เชื่อ) แต่บอกได้คร่าวๆ ว่า มีการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยในต่างประเทศจะเน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม เนื่องจากสามารถเก็บกินผลประโยชน์ได้ในระยะยาว รวมทั้งได้ลงทุนในมหาวิทยาลัยโยนก จังหวัดลำปาง ซึ่งล่าสุดได้ขายใบอนุญาตประกอบกิจการให้กับเครือเนชั่น และกลุ่มเสริมสิน สะมะลาภา ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น “มหาวิทยาลัยเนชั่น”

หากคุณอยากร่ำรวยเหมือนผมจงให้เงินทำงาน อย่าให้มันนอนนิ่ง ๆ” ศิริธัชกล่าว ล่าสุดเขากำลังปลุกปั้น บมจ.อีเทอเนิล เอนเนอยี (EE) มีแผนผลิตเอทานอล 6.5 แสนลิตรต่อวัน มูลค่าเงินลงทุนสูงถึง 5,950 ล้านบาท

เจ้าพ่อคอม-ลิงค์ กล่าวว่า คุณรู้หรือไม่ทุกวันนี้ที่ผมร่ำรวยไม่ได้เป็นเพราะผมเก่ง แต่มันเกิดจาก “ความเฮง” ล้วนๆ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ “บุญวาสนา” ต่อให้เก่งมากขนาดไหนแต่ไม่มีวาสนาเลยชีวิตคุณก็คงไปไม่ถึงดวงดาว

คำแนะนำของเศรษฐีรุ่นใหญ่วัย 65 ปีรายนี้บอกเล่าถึงวิธี “รวยหุ้น” ให้กับมือใหม่ว่า หาก มีเงินเย็นๆ อยู่ในมือให้เอาไปซื้อหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงกว่าดอกเบี้ย หรือไปซื้อหุ้นที่มีสภาพคล่องรอให้ราคาปรับตัวลงมาแล้วค่อยเข้าไปซื้อ เขายกตัวอย่างหุ้นราคา 100 บาท ถ้าได้รับปันผลปีละ 5 บาท แค่นี้ก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว

“ซื้อแล้วไม่ใช่ปล่อยให้มันนอนแช่นิ่งๆ ต้องดูแลมันด้วย ถ้าราคาหุ้นขึ้นไป 2-3 เท่าจากต้นทุนก็ควร “ขายออก” แล้วกำเงินสดไว้เพื่อรอจังหวะนำไปลงทุนอย่างอื่นต่อไป…ผมเรียกมันว่า “เงินต่อเงิน” เงินมันต้องทำงานอย่าให้มันนั่งนอนอยู่เฉยๆ” เขาเผยเคล็ดลับ

ศิริธัชบอกว่าพนักงานในบริษัทของเขาส่วนใหญ่จะเคยฟังเขาปฐมนิเทศเกี่ยว กับเคล็ดลับความร่ำรวยเสมอๆ เจ้าตัวไม่ขอตอบคำถามการลงทุนในส่วนอื่นๆ และหลีกเลี่ยงที่จะแนะนำหุ้นรายตัว โดยบอกเพียงว่า “ไปหาซื้อหุ้นที่มีคุณลักษณะตามที่ผมบอก (จ่ายเงินปันผลสูงกว่าดอกเบี้ยและมีสภาพคล่อง) เดี๋ยวก็ได้พบเจอกับคำว่า “รวย” อีกอย่างถ้าพูดว่าหุ้นตัวไหนจะดี คนเขาก็หาว่าผมปั่นหุ้น พอบอกว่าตัวไหนไม่ดีก็หาว่าผมทุบหุ้น”

ที่ผ่านมามีหลายครั้งที่ชื่อของเขาหลุดเข้าไปเกี่ยวข้องกับหุ้นร้อนหลาย บริษัทแต่ศิริธัชก็ไม่เคยออกมาแก้ข่าวหรือโต้ตอบใดๆ เขากล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งจะบอกเสมออย่าพูดอะไรจะดีกว่า ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เองดูอย่างเรื่องที่ผมอยากทำโรงงานผลิตเอทา นอลตอนนั้นคนก็ไม่เชื่อนะ (คิดว่าปั่นหุ้น) แต่วันนี้เห็นแล้วว่าผมทำจริงและแสงสว่างปลายอุโมงค์ก็เกิดขึ้นแล้ว

เศรษฐีรายนี้เชื่อเรื่องบุญกรรมและชอบทำบุญเป็นประจำเขาเชื่อว่าที่ร่ำ รวยมาได้ทุกวันนี้เป็นเพราะ “พระท่านให้พร” บวกกับได้สะสมบุญบารมีมาตลอดชีวิต ทุกครั้งที่จะพูดหรือทำอะไรผมจะคิดเสมอว่าขอให้บุคคลเหล่านั้นเข้าใจในสิ่ง ที่เราพูด ในทุกๆ วันเขาจะนั่งสมาธิวันละ 2 เวลา ช่วงเช้าและก่อนนอนครั้งละ “ครึ่งชั่วโมง”

“ผมหัดนั่งสมาธิมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ผมเคยเดินสมาธิจากถนนสามเสนไปแถวสนามหลวง หายใจเข้าออกพุทโธ ฝึกจิตให้อยู่กับตัวเราตลอดเวลา นี่ตั้งใจว่าจะนั่งสมาธิวันละ 3 เวลา ครั้งละ 5 นาที ตามที่พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร (เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล วัย 91 ปี) สั่งสอน”

ศิริธัชเป็นหนึ่งในศิษย์เอกของหลวงพ่อวิริยังค์ เจ้าตัวบอกว่า เดี๋ยววันที่ 20 มีนาคม 2554 นี้ ท่านจะมาสอนฝึกพลังจิตพระอาจารย์บอกว่าหากเราทุกคนมีพลังจิตอยู่ในตัวมันจะ เหมือนฝากเงินไว้ในธนาคารเราสามารถจะถอนออกมาใช้ได้ พลังจิตจะทำให้ร่างกายสดชื่น…ผมเชื่อว่าหากเราทุกคนมีพลังจิตจะทำอะไรก็ ประสบความสำเร็จ

EE (Ethanol Energy) เริ่มมีกำไรสุทธิ ปี 2557

โครงการผลิตเอทานอลของ บมจ.อีเทอเนิล เอนเนอยี (EE) ก่อสร้างบนพื้นที่ 1,500 ไร่ ในอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี โรงงานจะแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2555

บริษัท แคปปิตอล พลัส แอดไวซอรี่ จำกัด ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ ได้ประมาณการรายได้และกำไรสุทธิของ EE บนสมมติฐานปี 2556 ใช้กำลังการผลิต 65% และช่วงปี 2557-2563 ใช้กำลังการผลิตที่ 70% โดยในปี 2554-2555 บริษัทจะมีรายได้จากการขายมันสำปะหลังปีละ 22 ล้านบาท โดยจะเริ่มมีรายได้จากการผลิตเอทานอลในปี 2556 จำนวน 1,988 ล้านบาท แต่ผลการดำเนินงานยัง “ขาดทุน” ในช่วง 3 ปีนี้ (2554-2556)

ในปี 2557 อีเทอเนิล เอนเนอยีจะ เริ่มมีกำไรสุทธิเป็นปีแรกประมาณ 300 ล้านบาท บนประมาณการรายได้ก้าวกระโดดเป็น 4,435 ล้านบาท บนสมมติฐานระยะเวลาในการคืนทุน 8.35 ปี อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี (IRR) ที่ 17.25% บนประมาณการราคาขายเอทานอลเฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ 28.52 บาท

ศิริธัช โรจนพฤกษ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อีเทอเนิล เอนเนอยี เชื่อว่าอนาคตบริษัทจะสดใส เผลอๆ จะทำได้ดีกว่าที่บริษัท แคปปิตอล พลัส แอดไวซอรี่ ประมาณการไว้ด้วย เพราะที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเขาประเมินผลประกอบการเพียงแค่ 70% ส่วนตัวคิดว่า 100% เราทำได้มันไม่ใช่เรื่องยากอะไร ตลาดในประเทศเราก็มีลูกค้าอยู่แล้ว ล่าสุดก็เซ็นสัญญาขายเอทานอลให้กับ ปตท. ขณะที่ตลาดต่างประเทศอย่างจีน ก็เล็งจะส่งไปขายด้วย

“เราใช้เวลาหลายปีในการศึกษาโครงการนี้ ผมจึงมั่นใจว่าดีแน่นอน ถามว่าที่ผ่านมาเหนื่อยมั้ย! ผมว่ามันกำลังจะเริ่มเหนื่อยมากกว่า ธุรกิจที่ทำมันมีความเสี่ยงก็จริงแต่มันเสี่ยงน้อยที่สุด และคุ้มค่ามากด้วย” ศิริธัช มั่นใจสุดๆ

เขาบอกว่า ผลการศึกษาของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระถ้าราคาขายเอทานอลเฉลี่ยอยู่ที่ลิตร ละ 27.09 บาท ผลตอบแทนจากการลงทุนจะอยู่ที่ 13.26% ต่อปี ระยะเวลาคืนทุน 10 ปี ถ้าราคาขายอยู่ที่ลิตรละ 28.52 บาท จะได้ผลตอบแทนปีละ 17.25% คืนทุนในเวลา 8.35 ปี แต่ถ้าราคาขายขึ้นไป 29.94 บาทต่อลิตร  ผลตอบแทนเฉลี่ยจะอยู่ที่ 20.83% ต่อปี คืนทุนใน 7.3 ปี

เจ้าพ่อคอม-ลิงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อีเทอเนิล เอนเนอยี (EE) กำลังจะดีขึ้นตามลำดับ เพราะผมตั้งใจกับมันมาก (ลากเสียงยาว) ถ้ารักแล้วรอหน่อยเถอะครับ!

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/bizweek/20110301/379604/%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A2-%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1-%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C-%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%8A-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C.html

http://www.toro.in.th/1299/%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B9%8D%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B5.html


การใช้สองจอภาพในการนำเสนอด้วย Projector

March 5th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์

dual monitor

dual monitor

5 ก.พ.54 การใช้ Dual monitor ในห้องประชุม เพื่อนำเสนองานโดยใช้ 2 จอภาพ
จอภาพแรกเป็น Primary monitor ของผู้นำเสนอ และอีกจอภาพถูกฉายขึ้น Projector
มีขั้นตอนดังนี้
1. ต่อสาย Projector เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วเข้า Display Properties, Settings
2. เลือกจอภาพที่ 2 ด้วยการ Click ที่เลข 2 ตามภาพ
3. Click : Extend my Windows desktop ..
4. กดปุ่ม Apply ผลคือจะมีจอภาพใหม่รถถูกใช้งาน
5. เลื่อนจอ Windows ของ IE หรือ PPT ไปทางขวา ก็จะใช้งานจอภาพทางขวาได้อิสระ


การทำให้โค้ดมีประสิทธิภาพ

March 4th, 2011 โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
optimization

optimization

Code Optimization คือ การทำให้โค้ดมีประสิทธิภาพ ทั้งลดเวลาในการประมวลผล (Time to Execute) การใช้ทรัพยากร (Resource Using) และการนำกลับมาแก้ไขได้ง่าย (Easy to Update) ซึ่งตัวอย่างต่อไปนี้เน้นที่การเปรียบเทียบการเขียนโค้ด (Source Code) แบบก่อนปรับกระบวนการ และหลังปรับกระบวนการของโค้ด

อาจใช้วิธีการเขียนแบบโมดูลหรือฟังก์ชัน ใช้สมการทางคณิตศาสตร์แทน การเลือกใช้คำสั่งที่สั้นกว่า หรือการใช้อัลกอริทึมที่เหมาะสม ซึ่งภาษาที่ใช้นำเสนอ คือ Javascript และเกี่ยวข้องกับ 2 เว็บเพจ ได้แก่ programming และ javascript

ในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์

คำว่า program optimization หรือ software optimization หมายถึง กระบวนการปรับปรุงแก้ไขระบบซอฟท์แวร์หนึ่ง ในบางแง่มุมของงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือใช้ทรัพยากรน้อยกว่าเดิม
ความหมายโดยทั่วไปของ Optimization : โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่อาจถูกทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อนำมาประมวลผล หรือสามารถดำเนินการ โดยใช้หน่วยความจำลดลง ใช้ทรัพยากรน้อยลง หรือลดการใช้พลังงาน

http://en.wikipedia.org/wiki/Program_optimization
http://www.thaiall.com/optimization/