เกณฑ์ประเมินวารสารวิชาการทั้ง 9 ข้อ

tci - Thai-Journal Citation Index Centre
tci - Thai-Journal Citation Index Centre

เกณฑ์ประเมินวารสารวิชาการ ผลคือมีถึง 1 ใน 4 ที่หลุดวงโคจรคุณภาพ

มีโอกาสได้อ่านเกณฑ์ประเมินวารสารวิชาการ
ของ TCI (Thai-Journal Citation Index Centre) รอบที่ 2 พ.ศ.2555
จึงได้รู้ว่าคะแนนเต็ม 18 ถ้าเฉลี่ยเป็นร้อยละแล้วไม่ถึง 40% จัดอยู่ในกลุ่ม 3 ที่ถือว่าตก
ถ้าถึง 40-79% ให้อยู่ในกลุ่ม 2 ถ้า 80% ขึ้นไปอยู่ในกลุ่ม 1

วารสารต่าง ๆ ทั้ง 541 ฉบับ ที่เคยเข้าไปอยู่ใน TCI คงตกใจไม่น้อยที่ถูกประเมินด้วยเกณฑ์เข้ม
เพราะ มีเพียง 144 วารสาร (27%) ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 1
และ มี 260 วารสาร (48%) ที่ไปอยู่ในกลุ่ม 2
แต่มีถึง 137 วารสาร (25%) ที่ไปอยู่ในกลุ่ม 3
และเป็นความผิดปกติที่ 126 วารสารไม่ได้ส่งข้อมูลเพื่อรับการประเมิน
เมื่อเข้าไปดูใน 126 วารสาร พบว่ามีหลายฉบับหยุดตีพิมพ์ไป ได้แก่
กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1.1685-2044     KMITL Science Journal     Faculty of Science, King Monkuts Institute of Technology Ladkrabang
2.0858-0405     วารสารการศึกษาพยาบาล     สถาบันพระบรมราชชนก
3.0125-3794     วารสารกีฏและสัตววิทยา     กองกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร
4.1905-8837     วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช     มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
5.0858-8430     วารสารพระจอมเกล้าลาดกระบัง     สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
6.0859-0818     วารสารพลังงาน     สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
7.0859-2586     วารสารมหิดล     มหาวิทยาลัยมหิดล
8.0858-2688     วารสารร่มไทรทอง     มหาวิทยาลัยเอเซียอาคเนย์
9.1513-4865     วารสารสหเวชศาสตร์     คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
10.0857-0965     วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม     สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย
กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
1.0125-8427     บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ มข.     ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศ ศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศมสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น
2.1906-2591     วารสารการสื่อสารมวลชน     คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
3.0125-0906     วารสารข้าราชการ     สวัสดิการสำนักงาน ก.พ.
4.0858-7396     วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร     คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
5.xxxx-xxxx     วารสารสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์     สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์
6.1685-2494     วารสารสหวิทยาการ     โครงการปริญญาเอก สหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เกณฑ์เชิงคุณภาพในการประเมินคุณภาพวารสารในฐานข้อมูล TCI
รอบที่ 2 พ.ศ.2555 สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

เกณฑณ์การพิจารณา (ข้อละ 2 คะแนนรวม 18 คะแนน ถ้าประเมินแล้วไม่ถึง 10 ถือว่าไม่ผ่าน)
1. บทความทุกบทความต้องมีการควบคุมคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review)
2. วารสารมีกำหนดออกตรงเวลา
3. วารสารมีอายุการตีพิมพ์บทความวิชาการไม่น้อยกว่า 3 ปี
4. วารสารมี citation ที่ตรวจสอบได้จากฐานข้อมูล TCI
5. วารสารมีการกำหนดกติกาและรูปแบบการตีพิมพ์อย่างชัดเจน
6. วารสารมีกองบรรณาธิการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมาจากหลากหลายหน่วยงาน
7. วารสารตีพิมพ์บทความที่มีผู้นิพนธ์มาจากหลากหลายหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก
8. วารสารมีการตีพิมพ์บทความที่มีรูปแบบการตีพิมพ์และรูปเล่มที่ได้มาตรฐาน
9. วารสารควรมีเว็บไซต์ของวารสารหรือมีระบบการส่งบทความแบบออนไลน์ และมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิงจาก http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html/Evaluation/Evaluation_56.html

เล่าสู่กันฟัง เหตุที่ต้องลง artisteer รุ่น 4 สำหรับนักเรียน

artisteer
artisteer
1 กรกฎาคม 2557 .. วันนี้เด็ก ม.3 โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย
บอกว่า
ต้องการเขียนเว็บเพจแบบที่โรงเรียนสอน เพราะปีนี้ครูสอนรุ่น 4
ปีที่แล้วผมลงรุ่น 3 ให้พี่เขา แต่น้องเขาบอกว่าปีนี้เป็นรุ่น 4
และรุ่น 4 ย่อมดีกว่ารุ่น 3
สรุปว่าก็ต้องไปหามาลงใน windows ให้ได้
แต่พบว่าเครื่องไม่มี framework 3.5 ซึ่งมีขนาดหลายใหญ่ถึง 197 MB
ผมเลือกแบบตัวเต็ม ไม่ได้เลือกตัว setup
เพราะเครื่องที่ download ไม่ใช่เครื่องที่ติดตั้งโปรแกรม
จึงต้อง download และติดตั้งคนละรอบเวลากัน
โปรแกรม artisteer ใช้เขียนเว็บเพจได้ดีมาก
ทั้งรุ่น standard : trail หรือ home and academic : trail
ต่างก็ปิด function save ไว้
สรุปได้ว่า ทำงานเสร็จแล้ว save ไว้แก้ทีหลังไม่ได้
แต่ export ผลงานแบบ html ไปใช้ได้
ผลงาน artisteer.net รุ่น 3 เรื่อง 9 รัชกาล
แนะนำโปรแกรม Artisteer 4.1.0 ใน Thaiseoboard.com
แต่ที่ 4shared มีไวรัสแถมมาด้วยที่ http://www.4shared.com/rar/3WiTjOM6/net_framework_35.htm
ส่วนการลง framework 3.5 ใน win 8
มีคำแนะนำที่ http://support.microsoft.com/kb/2785188/th โดยเข้า windows features
แล้วคลิ๊กเพิ่ม .NET Framework 3.5 ได้เลย แต่ต้อง online เข้า windows update ของ microsoft
มีขั้นตอนดังนี้
1. เข้า start metro โดยกดปุ่ม windows
2. พิมพ์ control panel ในช่อง search จะพบ control panel
3. หาคำว่า Program หรือ Program and Features แล้วคลิ๊ก
4. หาคำว่า Turn Windows features on or off แล้วคลิ๊ก
5. ไปทำ check box หน้า .NET Framework 3.5 (includes .NET 2.0 and 3.0)
จากนั้นก็เลือก Windows Update  แล้วรอนานมาก
โปรแกรม Artisteer 4.1.0 จำเป็นต้องใช้ Framework 3.5
แม้ในเครื่องที่ลง Windows 8 จะมี Framework 4.5 ก็ใช้ไม่ได้
เพราะโปรแกรมไม่รู้จัก จำเป็นต้องลง Framework 3.5
.NET framework 3.5
.NET framework 3.5
ตอนทำ p a t c h กับ g e n e r a t e ก็ได้ทำหลายรอบ ฟ้องเรื่อง admin
แล้วก็ลองในหลายวิธี รวมถึงการเปิดโปรแกรม Artisteer ขึ้นมา แล้วปิดไป
เพราะไม่พบปัญหาตอนที่ p a t c h  แต่พบตอน g e n e r a t e พบว่าไม่ผ่าน
สุดท้ายก็ผ่าน เพราะคำว่าหลายรอบนั่นหละครับ

บันทึกหมวกหกใบ ของนักศึกษา MGMT 500

mgmt500 6 hats
mgmt500 6 hats

มีโอกาสชวนนักศึกษา MBA #3 nation
ทำกิจกรรมหมวก 6 ใบ
ตามประเด็นที่สนใจเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2557
บันทึกสาระหรือที่เรียกว่าจับประเด็นจากการนำเสนอด้วยวาจา
ของนักศึกษาทั้ง 51 คน ลองมาดูกันครับว่าแต่ละคนคิดเห็นอย่างไร

https://www.facebook.com/media/set/?set=oa.330275773789914
กลุ่ม 1 ศัลยกรรม
017 ขาว จัดแล้วกล้ามากขึ้น ดีขึ้น
002 ดำ ทำแล้วต้องทำอีก เสพติดศัลยกรรม
ทำไม่ดีเน่าได้ ถึงตายเลยนะ ต้องไปกู้ถ้าไม่รวย
036 เหลือง หวังจะสวย สวยเพื่อเป็นดารา หน้าที่ดีขึ้น
047 แดง ทำให้รู้สึกดี จะได้สวยขึ้น หน้าอกโต
เป็นแรงดึงดูดให้เพศตรงข้าม แต่งตัวจะได้สวยขึ้น
แก้ปมด้อยโดนล้อตอนเด็ก แก้แค้นคนที่ล้อเรา
ทำให้มีโอกาสหลาย ๆ อย่างกว่าคนอื่น
013 เขียว ฉีด ร้อยไหม เจ็บน้อยลง รื้อกระดูกหน้า
ในเกาหลีมีฉีดเปร่งออร่า คนไทยทำตายิ้มแล้ว
002 น้ำเงิน ลบปมด้อย รักษาโรค ทำให้บุคลิกดี
ทำให้ดีก็จะดี มั่นใจได้

กลุ่ม 2 ซีรีย์ เกาหลี
030 ขาว สร้างแห่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม การสื่อสาร
เศรษฐกิจเกาหลีดี ใช้ซีรีย์ภาพยนตร์ส่งออก
030 แดง สร้างแต่ละเรื่องจะเน้นสะท้อนความรู้สึก
ไม่รวยก็จนไปเลย ถ่ายทอดความรู้สึก ให้เราอินไปด้วย
021 ดำ น้ำเน่ามาก พี่ชาย พระเอกรวยมากหรือจนมาก
ทำให้เราเพ้อฟันจะได้เจอผู้ชายแบบนั้น ไม่สร้างสรรค์
วัน ๆ กินแต่ coffee, cake บางคนไปเรียนเกาหลีเลย
อาหารเกาหลีก็ขายดิบขายดี เสียเงินไปเที่ยวเกาหลี
วัฒนธรรมถูกกลืน ครีมหอยทากก็แพง ทำให้เป็นสิว
ต้องใช้ดินสอพองแทน มีเยอะต้องดูทั้งวันทั้งคืนเสียเวลาทำงาน
011 เหลือง รู้สึกเป็นนางเอก มีพระเอกรวยให้ใฝ่ฝัน
ผู้ชายเกาหลีให้เกียรติ วัฒนธรรมการกินการอยู่
เค้าโครงเรื่องดูเข้าใจง่าย เข้าถึงตัวละครได้ง่าย
014 เขียว ไปตามรอยละครเกาหลี อาหารเขาจืด
007 น้ำเงิน ซีรีย์เป็นอุตสาหกรรม ทำรายได้
นำวัฒนธรรม วิถีชีวิต ดึงคนดูไปเที่ยว
บ้านเราน่าจะชวนมาเที่ยวหลักกิโลบ้านเรา ประยุกต์
นำเสนอเรื่อง พบรักที่หลักกิโล
หยิบข้อดีของเขามาปรับใช้ได้ แต่ต้องให้คำแนะนำเขา
จนไม่คำนึงฐานะของตนเอง

กลุ่ม 3 เด็กขายของตอนกลางคืน
010 ขาว ขายดอกไม้ พวงมาลัย ขนมตอนกลางคืน
เด็กจะหารายได้ให้ครอบครัว เป็นอาชีพสุจริต จุนเจือครอบครัว
010 แดง เด็กก็จะพบผู้คน ชอบพูดคุยรักการขาย
เด็กที่ไม่ชอบก็จะน้อยเนื้อต่ำใจ ตอนกลางคืนควรทำการบ้านอยู่บ้าน
003 ดำ เด็กที่มาอาจไม่เต็มใจ ตอนเย็นควรพักผ่อนอยู่ที่บ้าน
เขาอาจถูกบังคับให้มาขาย ถ้าไม่ซื้อเป็นการไม่ส่งเสริมอีกหน่อยก็เลิกขาย
003 เหลือง เด็กฐานะไม่ดี ไปขายก็จะส่วนให้มีรายได้เข้าบ้าน
รายการคนค้นค้นตี 5 เจ็ทซี่ พ่อเป็นเยอรมัน ให้เด็กไปช่วยขายของชายทะเล
ในรายการบอกว่ารักแม่ อยากให้แม่มีความสุข
027 เขียว ขายกลางคืนได้เรียนรู้การเจรจาต่อรองกับลูกค้า
มีมนุษยสัมพันธ์ รู้เทคนิคการขาย ฝึกความรับผิดชอบให้งานลุล่วงด้วยดี
027 น้ำเงิน อาชีพสุจริต ไม่ควรไปดูถูก ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร

กลุ่ม 4 แท็บเล็ต ป.1
053 เหลือง ทำให้เข้าถึงเทคโนโลยี พ่อแม่จนก็จะได้ใช้ ได้รู้โลกภายนอก
ได้ทำกิจกรรมกับโลกภายนอก
053 ดำ ทำไมต้องแจกให้เด็กป.1 จะใช้ได้ทุกวิชาไหม ใช้ได้มากน้อยแค่ไหน
โรงเรียนดัง ๆ ก็จะได้ก่อน 50-60% ที่ใช้ก็จะเป็นเกม
การต่อเน็ตก็มีปัญหา ยังไม่สำเร็จ
054 ขาว เป็นนโยบายรัฐบาล หนุนเด็กป.1 ได้ใช้ tablet ทำให้เรียนรู้
ด้วยตนเองไปต่อยอดความรู้
054 แดง เด็กเป็นวัยที่ความได้เรียนรู้จากของจริง
เด็กบ้านนอก ไม่มีไฟฟ้าก็จะนำไปใช้ไม่ได้ เด็กก็จะกลายเป็นเด็กสังคมก้มหน้า
052 เขียว เปิดโอกาสให้เด็กไทย ลอกชาวบ้านมาทำที่ไทย
เด็กอยากรู้อยากเห็น ดูแล้วก็ตื่นเต้น มีความสุขหลั่งสารเอ็นดอฟิน
เสริมสร้างจินตนาการต่อยอดจินตนาการ
ลูกดูข่าวสรยุทธ ขอทำไข่เจียวให้แม่ ถ้าแม่เป็นอัมพาต
052 น้ำเงิน ทุกอย่างต้องไม่มีข้อดีข้อเสียทั้งหมด จะมีคู่กันไป
เด็กวัยนี้ควรใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
เป็นการเปิดโลกทัศน์เขา จะดีแค่ไหนขึ้นกับครูผู้สอนที่จะพัฒนาเด็ก
ผู้ปกครองก็ต้องเอาใจ

กลุ่ม 5 – 11 การใช้บัตรเครดิต
043 ขาว บัตรใช้แทนเงินสด เป็นการร่วมมือของธนาคารทั่วโลก
มีการกำหนดรอบบิล มีกรอบดอกเบี้ยหลายแบบตามโปรโมชั่น
004 แดง บัตรเครดิตคงมีคนละ 1 ใบ จะได้ไม่ต้องพกเงินสด
มีเครดิตที่ดี แต่เป็นหนี้ถึงเวลาก็ต้องหาเงินมาใช้หนี้
026 ดำ ซื้อของง่ายขึ้น ยับยั้งชั่งใจ จะได้ไม่ช็อคตอนเจอบิล
032 เหลือง ใช้ตอนฉุกเฉิน อุ่นใจ ไม่ต้องพกเงินสด
032 เขียว มีโปรโมชั่นหลายแบบให้เลือก สะสมแต้มได้ด้วย
043 น้ำเงิน มีรายการส่งเสริมเยอะ ต้องขึ้นกับการควบคุมของแต่ละคน
มีวินัยก็จะหมดปัญหารายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย
ขึ้นกับการวางแผนจัดการ แต่งกมาก ไม่ยอมจ่ายดอกเบี้ย จะชำระตรง
บางรายการมี 0% ก็จะลดค่าใช้จ่ายได้

กลุ่ม 6 จัดงานปาร์ตี้งานวันเกิดชมพู่
019 ขาว ชมพู่แต่งตัวสวย ชวนเพื่อน งานยิ่งใหญ่ คนติดตามน่าสนใจ
จูงใจให้ชอบชมพู่มากขึ้น
048 แดง จัดใน concept disney แบบเอลซ่าจัสมิน ขบวนใหญ่มาก
แล้วชมพู่ต้องจ่ายเยอะ เพราะเขาเป็นเจ้าแม่แฟชั่น คงเล็กน้อย
เพื่อน ๆ จะได้คิดถึงตอนเด็ก ๆ มาแล้วมีความสุข ทำอะไรสุขก็จะทำ
046 ดำ สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เพิ่มความดังให้กับตนเอง
ฟุ่มเฟือย ทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าเหรอ ขออภัยแฟนชมพู่ด้วย
046 เหลือง สนุกสนาน ปีละครั้ง ให้รางวัลกับตนเอง
015 เขียว ปาร์ตี้แหวกแนว ใช้จินตนาการ อลังการมาก
เป็น disney princess เชิญเพื่อนให้แต่งตัว
015 น้ำเงิน ยุค social network อัพภาพใน ig เป็นการ pr ตนเอง
ปีหนึ่งก็จะอลังการใหญ่ประจำปี

กลุ่ม 7 ล็อตเตอรี่
008 ขาว โชว์ล็อตเตอรี่ มีชื่อจีน โพยหวย เข้ามา 2417
หวยมีทั้งบนดินและใต้ดิน แล้วก็มีฉลากกินแบ่งรัฐบาลบอกความรู้
ออกทุกวันที่ 1 และ 16 ยกเว้น 1มกราคม กับ 1พฤษภาคม ที่เลื่อนไป
020 แดง อยากรวยก็ซื้อหวย
041 ดำ ทำไมต้องซื้อนะ ไม่ถูกก็ต้องทิ้ง ไปซื้อออมสินสิได้ดอกด้วย
ทำไมไม่ประหยัดไปซื้ออาหารให้ลูกดีกว่า เสียดายเงิน
020 เหลือง ช่วยรัฐบาล กับคนขายหวย ไปลดหวยใต้ดิน
038 เขียว ซื้อหวยเป็นการลงทุน นำมาพับเป็นนก เป็นช่อดอกไม้
มอบให้ใครก็ได้
008 น้ำเงิน เป็นพนัน แต่เราก็ยังเล่นอยู่ แง่ดีคือช่วยเหลือรัฐบาล
เป็น CSR ของรัฐบาล หวังนิดนึง ถึงมีอาชีพการงาน ก็เผื่อฟลุ๊ก
000 ช่วย

กลุ่ม 8 จำนำข้าว
001 ขาว โครงการของรัฐให้ชาวนามีรายได้เพิ่ม ช่วยชาวนา
034 แดง ทำไปเพื่ออะไร ทำไมไม่ซื้อไปเลย ลองคิดชาวนาอาจไม่ได้

ประโยชน์ที่สุด
042 ดำ เป็นนโยบาย จะทำจริงรึเปล่า จะเอาเงินที่ไหนมา
โกงกันรึเปล่า
024 เหลือง หาเสียง แล้วก็ทำตามที่หาเสียงไว้ ประโยชน์ตกที่ชาวนา
มีที่เยอะ ๆ ก็จะรายได้เยอะ ส่งเสริมให้ทำนา ไม่ต้องไปทำอย่างอื่น
012 เขียว สืบทอดอาชีพให้ลูกหลาน เป็นวิถีชีวิตในอดีต
หลังเก็บเกี่ยวก็จะมีการนั่งกินข้าวพูดคุยกัน
042 น้ำเงิน มีทั้งข้อดีข้อเสีย ทำได้ตามที่พูดไว้ ชาวนาได้ผลประโยชน์
แต่ทหารมาแก้ปัญหา เกิดการทุจริตไม่สามารถจ่ายเงินได้
จ่ายเงินไม่ได้ต้องเปลี่ยนเป็นทหารมาดูแล

กลุ่ม 9 สุนารี ราชสีมา
018 ขาว เปิดตัวรักครั้งใหม่ของเขา อายุห่าง 20 ปีกับรักใหม่
เจอกันแลกเบอร์ คุยกัน ไปต่างประเทศแล้วก็ได้พบกันกับครอบครัว
045 แดง ทั้งสองอายุห่างกันเกิน ชายก็เด็ก สร้างกระแสรึเปล่า
051 ดำ เธอชอบเด็ก
033 เหลือง เพราะพรหมลิขิต รักกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
033 เขียว กินเด็กแล้วเป็นอมตะ ทำให้เราเด็กไปด้วยถ้าคบเด็ก
025 น้ำเงิน ปกติถ้าไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ถ้าไม่เกิดปัญหาก็ดีทุกฝ่าย
ต้นไม้จะโตก็ต้องมีปุ๋ย ชีวิตจะดำรงได้ด้วยความรัก

กลุ่ม 10 คุกกี้รัน
031 ขาว เล่นฟรี แต่มี google play ตามข่าวที่เสียตัว
ในเกมซื้อไอเทมตัดเงินผ่านบัตรเดบิต และเครดิต
ระบบใหม่จะคิดค่าบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ
เด็ก ๆ เล่นเยอะ กดซื้อเยอะ ก็จะออกบิลสิ้นเดือน
029 แดง ฝ่ายโทรศัพท์ควรจำกัดวงเงิน แจ้งเตือนผู้ใช้
พ่อแม่ก็ควรรู้และสอนลูก และดูข่าวสารให้เข้าใจ
เกิดปํญหาร้องเรียนว่าไม่รู้ไม่ทราบ ควรช่วยกัน
เป็นบทเรียนสำหรับสังคม
040 ดำ ทำไมบริษัทไม่รู้จักควบคุม ทำไมพ่อแม่ปล่อยลูกเล่นทั้งวัน
ทำไมบริษัทมุ่งหวังแต่ประโยชน์ ไม่ดูแลผู้บริโภค
039 เหลือง บริษัทเกมก็ทำธุรกิจหวังกำไร
มีกลยุทธ์ให้ได้ตัง เด็กก็ควรตระหนักว่าจะเสียตัง
ธุรกิจคงไม่ปล่อยให้เล่นฟรี
031 เขียว เวลาซื้อของ จะส่งเมล์อย่างเดียว ควรมีแจ้งเตือนทันที
จะได้รู้ว่าจะเสียตังแล้วนะ แจ้งว่าซื้อเท่าไหร่แล้วนะจะดี
032 น้ำเงิน ถามใครผิด ผู้ปกครองหรือบริษัท เกมดีไหม
มีคำถามหลายคำถามในสังคม
คนในโลกนี้เล่นเกม 31 ล้านคน ไทยเล่น 12 ล้านคน
บอกว่าไม่ดีก็ไม่น่าจะใช่
เกมนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย มีมาตรการ
1. กำหนดจำนวนเงินในการเล่น เช่นไม่เกิน 1000 บาท
2. บริษัทต้องแจ้งเตือน ใช้ไปกับอะไรบ้าง
3. ผู้ปกครองควรกำกับดูแลลูกมากขึ้น ให้ใช้ smartphone ระบบเติมเงิน
จะได้รู้ว่าเงินหมดแล้ว การใช้ line ก็ควรมี 1 line ต่อเครื่อง

แหล่งนำเสนอผลงานทางวิชาการ

2 dean from 2 university : national and international conference
2 dean from 2 university : national and international conference

นิยามศัพท์ ที่เกี่ยวข้องกับ การประชุมวิชาการระดับชาติ และ การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ

การเผยแพร่ผลงานวิจัยในที่ประชุมวิชาการระดับชาติ หมายถึง การนำเสนอบทความวิจัยในที่ประชุมวิชาการและบทความฉบับสมบูรณ์(Fullpaper)ได้รับการตีพิมพ์ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุม (Proceedings) โดยมี กองบรรณาธิการจัดทำรายงานการประชุม หรือคณะกรรมการจัดประชุม ประกอบด้วย ศาสตราจารย์หรือผู้ทรงคุณวุฒิระดับปริญญาเอก หรือผู้ทรงคุณวุฒิที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับในสาขาวิชานั้นๆ จากนอกสถาบันเจ้าภาพ อย่างน้อยร้อยละ 25 โดยต้องมีผู้ประเมินบทความที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นด้วย และมีบทความที่มาจากหน่วยงานภายนอกสถาบันอย่างน้อย 3 หน่วยงาน และรวมกันแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 25

การเผยแพร่ผลงานวิจัยในที่ประชุมวิชาการระดับนานาชาติ หมายถึง การนำเสนอบทความวิจัยในที่ประชุมวิชาการ และบทความฉบับสมบูรณ์ (Full paper) ได้รับการตีพิมพ์ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุม(Proceedings) โดยมีกองบรรณาธิการจัดทำรายงานฯ หรือคณะกรรมการจัดประชุม ประกอบด้วยศาสตราจารย์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิระดับปริญญาเอกหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับในสาขาวิชานั้นๆ จากต่างประเทศอย่างน้อยร้อยละ 25 และมีผู้ประเมินบทความที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้น และบทความที่มาจากต่างประเทศอย่างน้อย 3 ประเทศ และรวมกันแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 25

** บทความในการประชุมวิชาการทั้งระดับชาติและนานาชาติ ที่นำเสนอให้กองบรรณาธิการหรือคณะกรรมการจัดประชุมพิจารณาคัดเลือก ต้องเป็นฉบับสมบูรณ์ (Full paper) และได้รับการตีพิมพ์ ซึ่งสามารถอยู่ในรูปแบบเอกสารหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้

อ้างอิง คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษภายใน ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2557 หน้า 35 – 36


Proceedings คือ เอกสารหรือหนังสือที่รวบรวมบทความวิจัย บทคัดย่อ หรือเอกสารนำเสนอในการประชุมวิชาการหรือวิชาชีพ ที่จัดขึ้นทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ โดยสมาคม หน่วยงาน หรือองค์กร จัดให้มีการประชุม เพื่อเป็นการพบปะระหว่างนักวิทยาศาสตร์ นักวิชาชีพ ในสาขาวิชาเดียวกันอย่างต่อเนื่อง วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และความร่วมมือกัน มีการนำเสนอผลการค้นคว้าวิจัยใหม่ในที่ประชุม

รายงานการประชุมที่เผยแพร่เป็นรูปเล่ม (Proceedings) ดำเนินการตีพิมพ์ผลงานฉบับสมบูรณ์เผยแพร่หลังการประชุม แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ (International Conference)
2. การประชุมวิชาการระดับชาติ (National Conference)
เช่น http://202.44.34.144/nccitedoc/
หรือ  http://www.techno.edu.nu.ac.th/proceedingsEdtech.pdf
http://thaiglossary.org/node/10552

การประชุมระดับนานาชาติ (International Conferences) คือ การประชุมระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการระหว่าง ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็มจากหลาย ๆ ประเทศ เพื่อพิจารณาหาทางระงับปัญหาระหว่างประเทศ การประชุมเช่นนี้บางทีเรียกว่า คองเกรสระหว่างประเทศ แม้จะเรียกต่างกัน แต่ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันที่สำคัญระหว่างสองคำนี้ บ้างมีความเห็นว่า ใช้คำคองเกรส ดูจะมีความสำคัญและมีลักษณะเป็นทางการมากกว่าใช้คำ คอนเฟอเรนซ์ผู้แทนจากประเทศที่ร่วมการประชุมในบางโอกาส ได้แก่บุคคลในระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือเอกอัครราชทูต แล้วแต่ว่าการประชุมนั้น ๆ มีความสำคัญระดับใดในการประชุมระหว่างประเทศ แต่เดิมใช้ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสกันมากทั้งสองภาษา มาในภายหลังมักนิยมใช้ภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมด ส่วนการประชุมระหว่างประเทศที่องค์การสหประชาชาติเป็นผู้จัด จะใช้ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน รัสเซีย และจีน รวม 5 ภาษาตามปกติ มักจะเลือกหัวหน้าคณะผู้แทนของประเทศเจ้าภาพให้ทำหน้าที่ประธานการประชุม ส่วนเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของการประชุม ได้แก่ รองประธาน เลขานุการของการประชุม ประธานกรรมการ และผู้บันทึกรายงานสำหรับรายงานการประชุม ข้อมติของที่ประชุมและข้อเสนอแนะนั้น จะรวมเข้าไว้ในเอกสารที่เรียกว่า กรรมสารสุดท้าย (Final Act) ซึ่งผู้แทนประเทศผู้มีอำนาจเต็มจะเป็นผู้ลงนามในเอกสารนั้นในการประชุมครั้งสุดท้าย

http://thaiglossary.org/node/36943


กระบวนการพิจารณา (Review Procedures)
KST = Knowledge and Smart Technology
http://kst.buu.ac.th/2017/submit_paper.html

review procedures
review procedures

เกณฑ์มาตรฐานวารสารวิชาการกลุ่มสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้ร่วมมือกันในการที่จะยกมาตรฐานการเผยแพร่งานวิชาการในประเทศให้มีคุณภาพและเพื่อผลักดันให้เกิดมาตรฐานที่ใกล้เคียง หรือเทียบได้กับนานาชาติ มาตรการหนึ่งในบรรดามาตรการทั้งหลายคือการสนับสนุนให้เกิดวารสารทางวิชาการกลางอันจะเป็นที่รวมและเผยแพร่ความรู้ของประชาคมวิชาการในประเทศไทยโดยไม่เพียงแต่สนองความต้องการของสถาบันใดสถาบันหนึ่ง

เพื่อให้วารสารวิชาการของสถาบันการศึกษาในประเทศไทยได้ทำหน้าที่เป็นแหล่งกลางในการเผยแพร่งานวิชาการของประชาคมอุดมศึกษาให้มีมาตรฐานเทียบเคียงกับระดับนานาชาติ ดังนั้นสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงกำหนดเกณฑ์คุณภาพวารสารวิชาการที่สมควรได้รับการสนับสนุนไว้ ดังนี้

๑. กองบรรณาธิการของวารสารวิชาการในประเทศต้องมีศาสตราจารย์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิระดับปริญญาเอกจากภายนอกสถาบันที่จัดพิมพ์วารสารนั้น หรือผู้ทรงคุณวุฒิที่มีผลงานโดดเด่นอย่างต่อเนื่องเป็นที่ยอมรับในสาขาวิชานั้นๆ

๒. ผู้ประเมินบทความต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้น ทำ งานวิจัยและมีผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง

๓. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ต้องมีบทความที่ผู้เขียนมาจากสถาบันอื่นที่มิใช่สถาบันที่จัดทำวารสารนั้นไม่น้อยกว่า ๑๐% ของจำนวนบทความทั้งหมด ในอนาคตควรมีการเพิ่มจำนวนบทความประเภทดังกล่าวให้ถึง ๒๕% ของบทความทั้งหมดเพื่อเป็นการพัฒนา คุณภาพวิชาการของประเทศ

๔. บทความที่เขียนโดยนักวิชาการในสถาบันที่จัดทำวารสารนั้นต้องมีผู้ประเมินจากสถาบันภายนอกไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ประเมินทั้งหมด

๕. กำหนดให้มีการประเมินคุณภาพวารสารทุกๆ ๒ ปี ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

๖. บทความแต่ละบทความต้องมีบทคัดย่อภาษาอังกฤษ ในกรณีที่ตีพิมพ์เป็นภาษาต่างประเทศต้องมีบทคัดย่อเป็นภาษาไทยด้วย

๗. วารสารต้องออกตรงตามเวลาอย่างต่อเนื่อง

๘. วารสารต้องมีบทวิจารณ์หนังสือ (book review)

๙. วารสารควรมีการตีพิมพ์บทความปริทรรศน์ (review article) เป็นครั้งคราว

http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html/document/gain.pdf

เกณฑ์คุณภาพวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html/document/gain%20vit-techno.pdf

สารในการสื่อสาร ที่ต้องพิจารณาก่อนรับเข้ามาเป็นความรู้

bock at google
bock at google

19 มิถุนายน 2557 ช่วงนี้ .. มีเพื่อนชื่อวิ อนุ ยะ และทรง
แชร์เรื่องการแสดงทัศนะของผู้คน
ผมเชื่อกันว่า ทุกคนแสดงทัศนะ ตามความเชื่อ และประสบการณ์ของตน
ในการสื่อสารจะมีสารที่ปรากฎขึ้น อันมีผลจากเงื่อนไขหลายอย่าง
อาทิ ความเชื่อ ประสบการณ์ ช่วงเวลา และกลุ่มผู้ฟัง
ซึ่งจริงบ้าง เท็จบ้าง ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เห็นด้วย ขัดแย้ง เบรอ ๆ บ้างก็มี
ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ มาจากความเชื่อของผู้ส่งสาร
ซึ่งผมเองก็แชร์บ่อย ๆ .. ครั้งนี้สนใจทัศนะของ
Laszlo Bock – Chariman & Head of Hiring at Google.com
หัวข้อ Why Google doesn’t care about college degrees, in 5 quotes
ทั้ง 5 หัวข้อ ซึ่งแปลโดย Nuttaputch Wongrenthong มีดังนี้
1. You don’t need a college degree to be talented
คุณไม่ต้องการใบปริญญาเพื่อจะมีพรสวรรค์
2. Demonstrate a skill, not an expertise
คุณต้องมีทักษะความสามารถในการทำงาน ไม่ใช่การเป็นแค่ผู้รู้ในเรื่องนั้นๆ
3. Logic is learned, and stats are superimportant
คุณควรเรียนรู้การคิดวิเคราะห์และใช้ตรรกะให้ดีเยี่ยม
4. Prove grit (ความมุ่งมั่นทุ่มเท)
คุณต้องอดทนและมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายของคุณ
5. If you go to college, focus on skills
ถ้าคุณจะไปเรียนในมหาวิทยาลัย คุณต้องสนใจเรื่องการพัฒนาทักษะของคุณเป็นสำคัญ

TED : Technology, Entertainment, Design
แนะนำคลิ๊ปใน blog โดย Nuttaputch Wongrenthong

Angela Lee Duckworth: The key to success? Grit

Bock แชร์ quote แรกคือ
“You don’t need a college degree to be talented”

แปลตรงตัวเลย คือ
“ท่านไม่จำเป็นต้องใช้วุฒิจากมหาวิทยาลัยเพื่อแสดงถึงความสามารถพิเศษ”

ก็เห็นด้วยกับประเด็นของ Bock ว่า
.. [ความสามารถพิเศษ ไม่ได้ถูกเขียนไว้ในปริญญา ]

สรุปว่า ผมเชียร์ให้ทุกคนตั้งใจเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย และพัฒนา talent ให้โดดเด่น
เพราะเชื่อว่าเราทุกคนยอมรับว่า ในประกาศหางาน จะพบเงื่อนไขการรับคนเข้าทำงาน
เช่น
1. มีวุฒิ และจบมหาวิทยาลัย ป.ตรี
2. อายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี
3. มีประสบการณ์ในงาน 5 ปี

เมื่อมีผู้มาสมัครเป็น 100 คน แต่รับคนเดียว
ผู้รับสมัครคงต้องหาคำถามที่จะได้คนดีที่สุดมาทำงาน
เช่น “คุณมีความชำนาญพิเศษอะไร ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน

http://www.nuttaputch.com/5-quotes-google-do-not-care-about-degree/
http://venturebeat.com/2014/04/25/why-google-doesnt-care-about-college-degrees-in-5-quotes/
https://www.facebook.com/322023247856832/photos/a.322407071151783.75659.322023247856832/651731971552623/

บันทึกเสียง ด้วย audition และลบเสียงรบกวน

reduce noise
reduce noise

18 มิถุนายน 2557 เสียบหัวต่อตัวผู้ TSR Stereo ขนาด 3.5mm (1/8inch) ตัวผู้
แจ็คสีเขียว (headphone)  กับสีชมพู (mic) เข้ากับรูหน้าเครื่อง (font)
พบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์รู้จักอุปกรณ์ในทันที
แล้วทดสอบด้วย sound recorder กับ window media player พบว่าเข้า และออกปกติ
แต่เสียงเข้าตอนใช้ sound recorder จะเบามาก
ต้องปรับเพิ่มทั้ง mic และ boost เพราะเพิ่มเฉพาะ mic เสียงก็ยังเบาอยู่

เมื่อเปิด audition แล้วสั่ง record
มีค่า default เป็น sample rate 44100, stereo, 32bits
เครื่องฟ้องว่า
“The sample rates of the audio input and output devices do not match.
Audio cannot be recorded until this is corrected.
Use the appropriate operating system or audio device control panel
to adjust the sample rates of the input and output devices to use the same settings.”

ต้องแก้ไขโดย right click บน speaker icon in taskbar on win7
เลือก recording devices & playback devices
เข้าไปที่ properties ของอุปกรณ์ เลือก advanced
แล้วเปลี่ยนเป็น 44100, stereo,  16bits ให้ 2 อุปกรณ์ตรงกัน
ก็เปลี่ยนทั้ง input และ output device
วิธีนี้น้องหญิง ศัลณ์ษิกา แนะนำมา

ก่อนจะทำการลด noise ผมได้เพิ่มระดับเสียงอีกนิดหน่อย
เวลาลด noise จะได้รับรู้การหายไปของเสียงรบกวนได้ชัดเจน

วิธีที่ 1
ในระหว่างทดสอบพบว่า เสียงเข้าใช้ได้ แต่มี noise
จึงใช้ Effects Rack ชื่อ Clean Up and Level Voice Over
ปรับ Adaptive Noise Reduction, Reduce Noise by : 15 เป็น 40
ปรับ Noisiness : 20 เป็น 80
เสียงรบกวนหายไปเกือบหมด
แล้ว fade in ช่วยแก้ปัญหาการเริ่มต้นของเสียงได้ดี

วิธีที่ 2
เข้าผ่าน menu bar, effect
เข้า Noise Reduction/Restoration, Adaptive Noise Reduction
แล้วทำเหมือนขั้นตอนที่ 1

วิธีที่ 3
เข้าผ่าน menu bar, effect
เข้า Noise Reduction/Restoration, Hiss Reduction (Process)
ปรับเส้นให้นูนขึ้นเหมือนระฆังคว่ำ
เสียงรบกวนจะหายไป

ลดเสียงรบกวน
ลดเสียงรบกวน

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10152464061997272.1073741864.350024507271

ไม่เป็นธรรมถ้าถูกไล่ออกเพราะใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่

ผู้หญิงกับอีเมล
ผู้หญิงกับอีเมล

เรื่อง คุณผู้หญิงถูกไล่ออกจากงานเพราะใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่
Woman Fired for Using Capital Letters

ท่านจะโกรธไหม ถ้าได้รับอีเมลที่ใช้อักษรพิมพ์ใหญ่
WOULD YOU GET ANGRY IF YOU GOT E-MAILS WITH LOTS OF CAPITAL LETTERS?

หัวหน้าเห็นตัวอักษรสีแดงและพิมพ์ใหญ่ในอีเมลที่ลูกน้องคนหนึ่งเขียนถึงเพื่อนร่วมงาน
A New Zealand boss saw red after one of his employees used block capitals in e-mails to colleagues.

วิกกี้ เป็นนักบัญชีที่ถูกไล่ออก หลังเพื่อนร่วมงานฟ้องเจ้านายเรื่องที่เธอใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่
Vicki Walker, an accountant in Auckland, was fired after her co-workers complained about her use of caps.

ในทีมงานหลายคนไม่พอใจกับอีเมลที่ได้รับประจำ ที่เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวหนา และสีแดง
Members of staff at ProCare Health were angry with Ms.Walker for constantly filling her mails with sentences in capital letters, bold and red text.

พบเขาพูดว่าพวกเขาพบกับอีเมลที่ทำให้รู้สึกเผชิญหน้า
They said they found the e-mails “confrontational”.

หัวหน้าไล่วอร์คเกอร์สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิด “ความไม่สามัคคี” ในที่ทำงาน
Bosses at ProCare dismissed Ms.Walker for causing “disharmony” in the workplace.

วอร์คเกอร์เอาเรื่องไปฟ้องศาลว่าถูกไล่ออกอย่างไม่ยุติธรรม
Walker took the company to court and sued for unfair dismissal.

เธอชนะ และได้รับเงินหมี่นกว่าเหรียญชดเชยที่ทำให้เธอเสียหายและเสียรายได้
She won the case and ProCare had to pay her US$11,500 in damages and lost pay.

ตามที่กล่าวไว้ในหนังสือพิมพ์ ว่า คุณวอร์คเกอร์ยังไม่ค่อยมีความสุขนัก
According to the New Zealand Herald newspaper, Ms.Walker is still not happy.

เธอจะอุทธรณ์ของค่าชดเชยเพิ่ม
She plans to appeal for further compensation.

เธอยังเรียกร้องการปกป้องสิทธิแรงงานให้ดีกว่าเดิม เมื่อพนักงานมีข้อพิพาทกับบริษัทขนาดใหญ่
She also wants to speak out for greater protection for office workers when they are in disputes with big companies.

วอร์คเกอร์กล่าวว่าพนักงานจำนวนมากที่ทำงานในสำนักงานได้รับการช่วยเหลือน้อย เมื่อต้องถูกไล่ออกจากงาน
Walker said too many white-collar workers feel helpless when large employers fire them.

เธอบอกว่าผู้คนมากมายไม่ได้เตรียมสู้กับหัวหน้าของพวกเขา เพราะถูกกดดันทางการเงินและความเครียด
She says many people are not prepared to fight their bosses because of the financial and mental stresses involved.

เธอใช้ประสบการณ์ของตัวเองเป็นตัวอย่าง แล้วพูดว่า
ฉันเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวที่ติดจำนอง ต้องจำนองบ้าน และไปหายืมเงินมาทำให้เรื่องนี้ผ่านพ้นไป
พวกเขาเกือบทำลายชีวิตฉัน
She used her own experience as an example, saying: “I am a single woman with a mortgage, and I had to re-mortgage my home and borrow money…to make it through. They nearly ruined my life.

กรณีของวอร์คเกอร์ถูกหยิบยกมาพูดในวงกว้างเกี่ยวกับ มารยาทในการใช้อินเทอร์เน็ต และอีเมล
Walker’s case highlights a widespread uncertainty regarding “netiquette” and e-mails.


http://www.breakingnewsenglish.com/0909/090904-capital_letters.mp3
http://www.breakingnewsenglish.com/0909/090904-capital_letters.html

capital letters
capital letters

อีกประเด็นที่น่าสนใจ .. มีความเชื่อว่า ..
มนุษย์เราต้องเกรงใจคนอื่น
เพื่อหลีกเลี่ยงจากผลกระทบที่เราไม่เกรงใจ
แต่ปัจจุบันคนเรามักไปหาเหตุผลมาหนุน ว่าทำถูกแล้ว
เน้นที่ชอบ เน้นถูกต่อตัวเอง เน้นตนเองพอใจ
ทำให้ความเกรงใจต่อผู้อื่นถูกลดลง
เช่น การสบถในที่สาธารณะ
หากทำกันบ่อยครั้ง ก็จะกลายเป็นความเคยชิน
แล้วจะสบถกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่สนใจผล
เป็นตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อยใน facebook

: 1 : 2 : 3 : 4 : 5 : 6 : 7 : 8 : 9 : 10 : 11 : 12 : 13 : 14 : 15 : 16 :

นักเล่นเกมเกาหลีตายหลังเล่นต่อเนื่องยาวนานกว่า 50 ชั่วโมง

starcraft
starcraft

ที่มา
ตอนเรียนปริญญาโทได้อ่านหนังสือที่ชี้แนะว่า
ข่าวประจำวันเป็นประเด็นที่น่าสนใจ และเรียนรู้ได้ทุกวัน
ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็จะเชื่้อมโยงให้เกิดการเรียนรู้ได้ง่าย
http://www.breakingnewsenglish.com/about.html

เรื่อง นักเล่นเกมเกาหลีตายหลังเล่นต่อเนื่องยาวนานกว่า 50 ชั่วโมง [2.07]
Korean gamer dies after 50 hours online

หนุ่มเกาหลีใต้อายุ 28 ปี ตายหลังเล่นเกมคอมพิวเตอณ์ออนไลน์แบบไม่หยุดนานกว่า 50 ชั่วโมง
A 28-year-old South Korean man has died after playing an online computer game for almost 50 hours non-stop.

หนุ่มที่คนในครอบครัวเรียกว่า ลี เริ่มเล่นเกมจำลองการต่อสู้ยอดนิยม สตาร์คราฟ
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2005 แล้วก็ไม่ลุกจากที่นั่ง เป็นเวลาถึง 2 วัน
The man, known only by his family name of Lee, started playing the popular battle simulation game
Starcraft on August 3 and became fixed to his seat for over two days.

การเล่นเกมที่มาราทอนของเขา จะหยุดเฉพาะตอนเข้าห้องน้ำ หรืองีบ 5 นาที
His marathon gaming session was apparently broken only with the occasional toilet break or five-minute nap.

ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์รายงานว่าแหล่งข่าวจากตำรวจบอกว่าเขาตายเพราะหัวใจหยุดเต้น อันเกิดจากความเหนื่อยล้า
Reuters News Agency reports police sources saying the man died from cardiac arrest “stemming from exhaustion”.

ลีมีหน้าที่ยกระดับตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเกม
Lee was on a mission to become a professional gamer.

เป็นการเพิ่มเสน่ห์ และได้รับเงินดีหากเป็นผู้เชี่ยวชาญในเกาหลีใต้
This is an increasingly attractive and well-paid profession in South Korea.

ผู้เล่นระดับสูงจะได้รับเงินที่มากพอจะเลี้ยงตัวเองได้เลยทุกปี
Top players can earn substantial amounts of money each year.

ลีถูกไล่ออกจากงาน เพราะหยุดงานบ่อยจากการที่ถูกครอบงำด้วยเกม
Lee had recently been fired from his job because of absences due to his obsession with gaming.

อันตรายจากการติดเกมแนวแฟนตาซีเป็นปัญหาที่พบได้ในหลายสังคม
The dangers of being addicted to fantasy games are resulting in many social problems.

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมแนว MMORPGS จะรวมคนหลายพันให้นั่งติดกับจอเป็นเวลาหลายชั่วโมง
In particular, MMORPGs, or massively multiplayer online role playing games,
keep thousands of players glued to their screens for many hours.

http://www.breakingnewsenglish.com/0508/050811-gaming-e.mp3
http://www.breakingnewsenglish.com/0508/050811-gaming-e.html

Woman Fired for Using Capital Letters

http://www.breakingnewsenglish.com/0909/090904-capital_letters.html

: 1 : 2 : 3 : 4 : 5 : 6 : 7 : 8 : 9 : 10 : 11 : 12 : 13 : 14 : 15 : 16 :

พบปัญหา ส่งอีเมลไม่ออกจาก mail server

maillog
maillog

บันทึกการเข้าไปตรวจสอบ postfix บน redhat5 ดังนี้
1. เริ่มต้นด้วยการเข้าดูข้อมูลใน log
ว่าส่งแล้วมีผลเป็นอย่างไร
#tail -n 50000 maillog |grep delivery
พบว่า ไม่พบรายการที่ส่งได้ในช่วงเวลาไม่นานก่อนหน้านี้

2. ใช้ nslookup ตรวจสอบ domain name
พบว่าตัวแรกไม่ตอบ ตอบแต่ตัวที่สอง
ตัวที่ work อยู่คือ xxx.xxx.199.32
และตัวที่ไม่ work คือ xxx.xxx.55.55
สามารถใช้ http://cqcounter.com/whois/
ตรวจสอบได้ว่าอยู่ที่ใด และใครดูแลอยู่

3. เข้าไปแก้ไข resolv.conf ให้เหลือเฉพาะที่ใช้งานได้
แล้ว restart เครือข่ายใหม่
ด้วย #/etc/init.d/network restart

4. ทดสอบส่งอีเมลด้วย #mail xxx@xxx.com
เมื่อค้น delivery ด้วยคำสั่งที่ 1 ก็พบว่ามาปกติ
และที่มาก็มากันหลายฉบับ เพราะคั้งค้างระหว่างการทดสอบก่อนหน้านี้

5. สรุปว่า dns ที่เราใช้อาจตื่นบ้าง หลับบ้าง ต้องหมั่นตรวจสอบ

การพัฒนาระบบตรวจเยี่ยมสำหรับการประเมินตนเอง โดยใช้โมเดลเซกิ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง

การพัฒนาระบบตรวจเยี่ยมสำหรับการประเมินตนเอง
โดยใช้โมเดลเซกิ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง

peer visit with seci model
peer visit with seci model

มีโอกาสนำเสนอบทความจากการวิจัยเรื่อง
การพัฒนาระบบตรวจเยี่ยมสำหรับการประเมินตนเอง
โดยใช้โมเดลเซกิ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง
A Development of Peer Visit System for Self Assessment
by SECI Model : A Case Study of Nation University
ในงาน NCCIT 2014 เมื่อวันที่ 8-9 พฤษภาคม 2557
http://www.slideshare.net/thaiall/nccit2014-11
และ proceeding ฉบับเต็มที่
http://www.scribd.com/doc/223300399/Proceedings-of-NCCIT2014
แล้วได้อ่านวารสารเทคโนโลยีสารสนเทศ
ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ
ซึ่งเราสามารถ download บทความได้
ที่  http://202.44.34.134/journal/index2.htm
ซึ่งเป็นอีกเวทีที่แตกต่างจากเวทีประชุมวิชาการระดับชาติ .. ผมว่าน่าสนใจ

สำหรับบทความที่ไปนำเสนอใน NCCIT 2014  มีเนื้อหาในบทความดังนี้

บทคัดย่อ
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาระบบบันทึกผลการตรวจเยี่ยมคุณภาพการศึกษา ตามเกณฑ์ประกันคุณภาพการศึกษาของ สกอ. และสมศ. เพื่อพัฒนาระบบรายงานผลการตรวจเยี่ยมของกรรมการตรวจเยี่ยมในระดับคณะวิชา เป็นกรณีศึกษามหาวิทยาลัยเนชั่น มีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้วิธีเลือกแบบเฉพาะเจาะจงจำนวน 5 กลุ่ม ประกอบด้วยผู้บริหาร และหน่วยงานที่รับผิดชอบการประกันคุณภาพการศึกษา ผู้รับผิดชอบองค์ประกอบคุณภาพระดับมหาวิทยาลัย บุคลากรในคณะวิชาที่รับผิดชอบองค์ประกอบ หน่วยงานที่รับผิดชอบตัวบ่งชี้ และผู้ประเมินภายใน เครื่องมือที่ใช้พัฒนาระบบคือ เครื่องบริการอาปาเช่ ตัวแปลภาษาพีเอชพี  เอแจ็กซ์ และระบบฐานข้อมูลมายเอสคิวแอล แล้วดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลโดยใช้การจัดการความรู้ตามโมเดลเซกิ (SECI Model) ประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Socialization) การสกัดความรู้ออกจากตัวคน (Externalization) การควบรวมความรู้ (Combination) และ การผนึกฝังความรู้ (Internalization) แล้วใช้แบบประเมินความพึงพอใจต่อการอบรมการใช้งานโปรแกรมต้นแบบ และภายหลังการใช้งานระบบโดยผู้ตรวจเยี่ยม งานที่พัฒนาขึ้นใช้กับการตรวจเยี่ยมระดับคณะวิชาตามร่างรายงานการประกันคุณภาพการศึกษาปีการศึกษา 2555 โดยลักษณะคำตอบเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ พบว่า ผลประเมินความพึงพอใจต่ออบรมการใช้งานระบบฐานข้อมูลการตรวจเยี่ยมโดยรวมอยู่ระดับมาก (xˉ =3.94, S.D.=0.46) และผลการประเมินความพึงพอใจต่อการใช้งานระบบ อยู่ระดับมาก (xˉ =3.65, S.D.=0.64) ซึ่งสรุปได้ว่าระบบที่พัฒนาขึ้นตอบสนองความพึงพอใจของผู้ตรวจเยี่ยมได้
คำสำคัญ: การตรวจเยี่ยม ผู้ตรวจเยี่ยม การประกันคุณภาพ เกณฑ์ประเมินคุณภาพการศึกษา

Abstract
The objective of this operational research is to develop the peer visit system for the quality assessment system that is supported the internal and external indicators. It will help the inspector to generate the suggestion report. The system will be used as the case study of Nation University.  The data sampling is divided into 5 groups, consisting of administrator, assessors, faculties, key performance indicator owner and peer visit committee. The system development tools are Apache Server, PHP Interpreter, AJAX and MySQL Database. Another tool for knowledge management process is SECI model that consist 4 sub-processes of socialization, externalization, combination and internalization. 5-scale rating questionnaire is collected to evaluate system performance in 2 times. This system was served for peer visit inspector in all faculties in 2012. The evaluation result of training’s satisfaction is high with a mean of 3.94 and standard deviation of 0.46. The evaluation result of system’s satisfaction is high with a mean of 3.65 and standard deviation of 0.64. It is concluded that the system performance can satisfy the peer visit inspectors.
Keyword: Peer visit, Inspector, Quality Assurance, Quality Indicator

1. บทนำ
สถาบันการศึกษาในประเทศไทยต้องจัดการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อตอบสนองต่อเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542  เป็นไปตาม
ตัวบ่งชี้ที่จัดทำขึ้นโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยผลการประเมินสะท้อนถึงคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดขึ้น
มหาวิทยาลัยเนชั่นได้จัดทำรายงานการประเมินตนเองเพื่อรับการประเมินคุณภาพภายนอกประจำปีการศึกษา 2549 จากรายงานการประเมินคุณภาพภายนอก [1] ได้มีข้อเสนอแนะและทิศทางการพัฒนาเร่งด่วนของสถาบัน ว่ามหาวิทยาลัยควรพัฒนาฐานข้อมูล เกณฑ์ และเป้าหมาย เพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาตามตัวบ่งชี้
ผลการประเมินในปีต่อมาถึงปัจจุบันยังต้องมีการพัฒนาให้สูงขึ้น การเพิ่มระบบและกลไกในการควบคุมคุณภาพจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกระดับเชิงบูรณาการ การเพิ่มระบบตรวจเยี่ยมก่อนที่คณะวิชาจะจัดทำรายงานการประเมินตนเองฉบับสมบูรณ์ เป็นกลไกที่ทำให้เกิดการพัฒนาและมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่จะทำให้การไหลวนเป็นวงจรของข้อเสนอแนะและสารสนเทศมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
จึงเป็นที่มาของการพัฒนาระบบตรวจเยี่ยมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบบันทึกผลการตรวจเยี่ยมคุณภาพการศึกษา ตามเกณฑ์ประกันคุณภาพการศึกษาของ สกอ. และสมศ. เพื่อพัฒนาระบบรายงานผลการตรวจเยี่ยมของกรรมการตรวจเยี่ยมในระดับคณะวิชา ซึ่งจะได้ระบบตรวจเยี่ยมที่สนับสนุนการจัดทำรายงานการประเมินตนเองฉบับสมบูรณ์อย่างเป็นระบบ

2. วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
2.1 การประกันคุณภาพ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ได้กำหนดจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นคุณภาพและมาตรฐาน โดยกำหนดรายละเอียดไว้ในหมวด 6 มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา  ซึ่งประกอบด้วย “ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน” และ “ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายนอก”  เพื่อใช้เป็นกลไกในการผดุงรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสถาบันอุดมศึกษา [2]
การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน  เป็นการสร้างระบบและกลไกในการควบคุม  ตรวจสอบและประเมินการดำเนินงานของสถานศึกษาให้เป็นไปตามนโยบาย  เป้าหมายและระดับคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด โดยหน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษากำหนดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  มีการจัดทำรายงานประจำปีที่เป็นรายงานการประเมินคุณภาพภายในเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด และเปิดเผยต่อสาธารณชนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและรองรับการประกันคุณภาพการศึกษาภายนอก
การประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน หมายถึง การดำเนินการตามระบบประเมินคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดโดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งเกณฑ์มุ่งเน้นการสะท้อนคุณภาพด้านระบบและกลไก และกระบวนการจัดการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย 9 องค์ประกอบคุณภาพ
การประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก [3] หมายถึง การดำเนินการตามระบบประเมินคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดโดย สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(สมศ.) ซึ่งเกณฑ์ต่าง ๆ มุ่งเน้นการสะท้อนคุณภาพด้านผลลัพธ์จากระบบการจัดการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย 18 มาตรฐาน และในปีการศึกษา 2555 ได้ถูกปรับให้มีการรายงานร่วมกับเกณฑ์ของ สกอ. ภายใต้กระบวนการที่ต้องดำเนินการประจำปี
2.2 โมเดล และเครื่องมือ
โมเดลเซกิ (SECI Model) [4] คือ แผนภาพแสดงความสัมพันธ์การหลอมรวมความรู้ในองค์กรระหว่างความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) กับความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ใน 4 กระบวนการ เพื่อยกระดับความรู้ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นวัฎจักร เริ่มจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Socialization) การสกัดความรู้ออกจากตัวคน (Externalization) การควบรวมความรู้ (Combination) และการผนึกฝังความรู้ (Internalization) และวนกลับมาเริ่มต้นทำซ้ำที่กระบวนการแรก เพื่อพัฒนาการจัดการความรู้ให้เป็นงานประจำที่ยั่งยืน
ภาษาพีเอชพี (PHP Language) [5] คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ประเภทโอเพนท์ซอร์ท (Open Source Computer Language) สำหรับพัฒนาเว็บเพจแบบไดนามิก (Dynamic Webpage) เมื่อเครื่องบริการได้รับคำร้องจากผู้ใช้ก็จะส่งให้กับตัวแปลภาษาทำหน้าที่ประมวลผลและส่งข้อมูลกลับไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ที่ร้องขอ ในรูปของภาษาเอชทีเอ็มแอล ภาพ หรือแฟ้มอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ลักษณะของภาษามีรากฐานมาจากภาษาซีเป็นภาษาที่สามารถพัฒนาให้ใช้งานแบบโต้ตอบกับผู้ใช้ได้
2.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
อัจฉรา แก้วละเอียด และผุสดี บุญรอด [6] ทำการศึกษาวิจัย เรื่อง การจัดการองค์ความรู้เชิงความหมายโดยใช้โมเดลเอสอีซีไอสำหรับตรวจสอบบัญชีคอมพิวเตอร์ เพื่อพัฒนาระบบการจัดการความรู้สำหรับตรวจสอบบัญชีคอมพิวเตอร์ กรณีศึกษา กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยสร้างฐานความรู้ออนโทโลยีในรูปแบบโดเมนออนโทโลยี แล้วแปลงไปเป็นภาษาเอ็กซ์เอ็มแอลรองรับการค้นคืนเชิงความหมาย ใช้เครื่องมือคือ โปรแกรมโฮโซ ออนโทโลยี อีดิเตอร์ (Hozo-Ontology editor) มีวิธีการดำเนินงานวิจัย 3 ขั้นตอนคือ 1) การวิเคราะห์และออกแบบระบบจัดการองค์ความรู้โดยใช้โมเดลเอสอีซีไอ 2) การพัฒนาฐานความรู้และระบบการจัดการองค์ความรู้
3) การทดสอบระบบ โดยประเมินคุณภาพด้วยวิธีการแบบแบล็คบ็อกซ์ (Black box testing) มีผลประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญในระดับดี ค่าเฉลี่ย 4.16 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.63 มี
ผลประเมินโดยผู้ใช้ในระดับดี ค่าเฉลี่ย 4.12 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.64 ซึ่งสรุปได้ว่าฐานความรู้ออนโทโลยีและระบบสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นสามารถจัดการองค์ความรู้ได้อย่างเหมาะสม
ณัฐพล สมบูรณ์ และนลินภัสร์ ปรวัฒน์ปรียกร [7] ทำการศึกษาวิจัย เรื่อง ระบบการจัดการความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ กรณีศึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อพัฒนาระบบถามตอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศผ่านเว็บแอพพลิเคชั่น โดยใช้เทคนิคการจัดการความรู้ด้วยโมเดลปลาทู (Tuna Model) ที่มี 3 ส่วนคือ 1) การรวบรวมและจัดเก็บความรู้ แยกหมวดหมู่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (KV=Knowledge Vision) 2) การกระจายความรู้ (KS=Knowledge Sharing)
3) การเก็บเข้าคลังความรู้ (KA=Knowledge Assets) มีวิธีการดำเนินงานวิจัย 2 ขั้นตอนคือ 1) การวิเคราะห์และออกแบบระบบ 2) การพัฒนาระบบ มีผลประเมินความพึงพอใจโดยผู้เชี่ยวชาญในระดับดี ค่าเฉลี่ย 4.46 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.23 มีผลประเมินโดยผู้ใช้ในระดับดี ค่าเฉลี่ย 3.89 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.86 ซึ่งสรุปได้ว่าระบบสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริงและช่วยในการถ่ายทอดความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กิตติยา สีอ่อน [8] ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโมเดลเชิงสาเหตุประสิทธิผลการประกันคุณภาพภายในสำหรับกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยสังเคราะห์งานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการประกันคุณภาพการศึกษา ได้แก่ คุณลักษณะของบุคลากรด้านความตระหนักถึงความสำคัญและการมีทัศนคติที่ดีต่อการประกันคุณภาพภายใน การทำงานเป็นทีม การฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร ความพร้อมด้านทรัพยากรทั้งด้านจำนวนบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โครงสร้างองค์กรและการกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานประกันคุณภาพ วัฒนธรรมคุณภาพ ภาวะผู้นำของผู้บริหาร และขนาดขององค์กร ส่วนประสิทธิผลการประกันคุณภาพการศึกษามี 2 ส่วนคือ ประสิทธิผลระหว่างทาง ได้แก่ การบริหารจัดการแบบกระจายอำนาจ การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การปฏิบัติงานแบบวงจรคุณภาพ และความพึงพอใจในงานของบุคลากร สำหรับประสิทธิผลสุดท้าย  ได้แก่ การบรรลุพันธกิจของสถาบัน
เมื่อศึกษาจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จึงได้เพิ่มกลไกการตรวจเยี่ยมและใช้โมเดลเซกิขับเคลื่อนกระบวนการในการพัฒนาระบบ เพื่อให้เกิดการจัดการความรู้ไปสนับสนุนการจัดทำรายงานการประเมินตนเองที่สมบูรณ์

3. วิธีการดำเนินการวิจัย
3.1 ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น
3.1.1 รวบรวมข้อมูลจากเอกสาร และสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องทั้งทีมวิจัยและผู้มีบทบาทสำคัญต่องานประกันคุณภาพการศึกษา ทำความเข้าใจต่อกิจกรรม ข้อมูลและประเด็นปัญหา โดยมีเอกสารสำคัญคือ คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษา และรายงานการประเมินตนเองที่ผ่านมา [1]
3.1.2 ประชากร คือ อาจารย์และเจ้าหน้าที่จำนวน 88 คน มีกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้บริหาร และหน่วยงานที่รับผิดชอบการประกันคุณภาพการศึกษาจำนวน 7 คน ผู้รับผิดชอบองค์ประกอบคุณภาพระดับมหาวิทยาลัยจำนวน 8 คน บุคลากรในคณะวิชาที่รับผิดชอบองค์ประกอบจำนวน 10 คน หน่วยงานที่รับผิดชอบตัวบ่งชี้จำนวน 5 คน และผู้ประเมินภายใน 5 คน
3.2 กระบวนการจัดการความรู้
การพัฒนาระบบใช้กระบวนการจัดการความรู้ตามโมเดลเซกิ (SECI Model) ครอบคลุมวงจรการพัฒนาระบบ (SDLC) โดยเริ่มจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่นำไปสู่การสร้างโปรแกรมต้นแบบ (Prototype) แล้วจัดเวทีอบรมให้ทดลองใช้ นำผลการใช้และข้อเสนอแนะไปปรับปรุงระบบ หลังมีการใช้งานระบบแล้ว คณะวิชาก็จะนำข้อมูลในระบบไปพัฒนาความรู้ภายในคณะวิชา และรับการประเมินจากผู้ประเมิน แล้วนำข้อเสนอแนะกลับไปจัดเวทีเรียนรู้ภายในคณะวิชาต่อไป
3.3 วิเคราะห์และออกแบบระบบงานใหม่
การวิเคราะห์ระบบใช้วิธีศึกษาจากคู่มือการประกันคุณภาพภายในและภายนอก โดยออกแบบตามทฤษฎีระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ เก็บข้อมูลในมายเอสคิวแอล พัฒนาโปรแกรมด้วยภาษาพีเอชพี และเทคนิคเอแจ็กซ์ ทำการพัฒนาโปรแกรม นำเสนอต่อผู้ตรวจเยี่ยม คณะวิชา และผู้เกี่ยวข้อง
3.4 เก็บข้อมูลความพึงพอใจต่อการใช้งานโปรแกรม
เข้าเก็บข้อมูลจากคณะวิชา และผู้ประเมิน หลังผ่านช่วงเวลาของการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับคณะวิชา และระดับมหาวิทยาลัย มีจำนวน 8 คน
3.4.1 ใช้ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานแสดงระดับความพึงพอใจ โดยแบบสอบถามใช้มาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) แบบวัดเจตคติตามเทคนิคของลิเคิร์ท [9] 5 ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ น้อย และน้อยมาก
3.4.2 การแปลผลคะแนนสามารถสรุปเป็นระดับของความพึงพอใจ โดยนำระดับสูงสุดลบระดับต่ำสุดแล้วหารด้วยจำนวนช่วงที่ตั้งไว้ จึงได้เกณฑ์การแปลผลคะแนนดังนี้ มากที่สุดมีคะแนนเฉลี่ย 4.21–5.00   มากมีคะแนนเฉลี่ย 3.41–4.20
ปานกลางมีคะแนนเฉลี่ย 2.61–3.40  น้อยมีคะแนนเฉลี่ย 1.81–2.60 และน้อยที่สุดมีคะแนนเฉลี่ย 1.00–1.80

4. ผลการดำเนินงาน
4.1  การวิเคราะห์สถานการณ์ระบบฐานข้อมูล พบว่า มหาวิทยาลัยควรมีระบบที่จะประกันได้ว่าเมื่อเข้ากระบวนการประเมินตนเองจะมีผลประเมินอยู่ในระดับที่สูงขึ้น จึงจัดให้มีการตรวจเยี่ยมก่อนจัดทำรายงานที่สมบูรณ์ เพื่อให้มีกลไกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และปรับปรุงก่อนรับการประเมินจริงอย่างเป็นระบบ จึงได้มีการพัฒนาระบบบันทึกผลการตรวจเยี่ยมคุณภาพการศึกษา ตามเกณฑ์ประกันคุณภาพการศึกษาของ สกอ. และสมศ. และพัฒนาระบบรายงานผลการตรวจเยี่ยมของกรรมการตรวจเยี่ยมระดับคณะวิชา โดยดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่บูรณาการกับการจัดการความรู้โดยใช้โมเดลเซกิ
4.2  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Socialization) เป็นการจัดเวทีระหว่างผู้รู้ที่มีความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) ที่เป็นผู้บริหารและผู้ทำงานด้านประกันคุณภาพมาร่วมแลกเปลี่ยนถึงบทเรียนจากการประเมินตนเองที่ผ่านมาและกำหนดประเด็นปัญหาที่ต้องการแก้ไข ได้ข้อสรุปเป็นการพัฒนาระบบตรวจเยี่ยม (Peer Visit) ที่จะยกระดับความสมบูรณ์ในการประเมินตนเอง

4.3 การสกัดความรู้ออกจากตัวคน (Externalization) เป็นการกำหนดบทบาท กลุ่มเป้าหมาย ทำความเข้าใจกิจกรรมกับผู้รู้ที่มีความรู้ฝังลึกที่อยู่กับข้อมูลโดยตรง เพื่อให้สามารถสกัด และผ่องถ่ายออกเป็นความรู้ชัดแจ้ง โดยมีกิจกรรมอบรม เพื่อศึกษาความต้องการเพิ่มเติม กำหนดรูปแบบการพัฒนา ผ่านโปรแกรมต้นแบบที่นำเสนอในการอบรม พบว่า มีผลประเมินความพึงพอใจในระดับมาก (xˉ=3.94, S.D.=0.40)

4.4 การควบรวมความรู้ (Combination) เป็นการระบุความรู้ชัดแจ้งที่เกิดจากการเข้าตรวจเยี่ยมของผู้รู้ และส่งข้อเสนอแนะเข้าไปในระบบให้คณะวิชาได้เข้าถึง แล้วนำผลในรูปความรู้ใหม่ไปแบ่งปัน วิพากษ์ แลกเปลี่ยนภายในคณะวิชาและผู้ตรวจเยี่ยมภายใน เกิดเป็นความเข้าใจร่วมเป็นความรู้ชัดแจ้งใหม่ นำไปสู่การจัดทำรายงานการประเมินตนเองที่สมบูรณ์ พบว่า มีผลประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานระบบตรวจเยี่ยมอยู่ในระดับมาก (xˉ=3.65, S.D.=0.64)

4.5 การผนึกฝังความรู้ (Internalization) เป็นการเลือกนำเสนอสารสนเทศในรูปของรายงานสมบูรณ์แก่ผู้ประเมินคุณภาพภายนอกในบทบาทของผู้รู้ที่ตรวจประเมินความรู้ชัดแจ้ง ผ่านระบบฐานข้อมูลภายนอก (CheQA) ที่มีการเผยแพร่สู่สาธารณะ แล้วให้ข้อเสนอแนะกลับแก่ผู้ถูกประเมิน ทำให้เกิดการพัฒนาเป็นความรู้ฝังลึกทั้งในคณะวิชา และมหาวิทยาลัย ส่งผลให้นำความรู้ไปพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเป็นวัฎจักร

5. สรุป
การใช้โมเดลเซกิเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาระบบตรวจเยี่ยมการประเมินตนเองสามารถใช้งานได้จริง ผลประเมินความพึงพอใจทั้งสองครั้งพบว่าอยู่ระดับมาก โดยครั้งแรกเป็นการฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนระหว่างผู้รู้ด้านการประกันคุณภาพ และผู้รู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่สองเป็นการประเมินความพึงพอใจของผู้ตรวจเยี่ยมหลังสรุปผลการตรวจเยี่ยม ด้วยแบบสอบถาม
แต่ผลประเมินความพึงพอใจครั้งแรกสูงกว่าครั้งที่สอง ซึ่งเกิดจากความไม่พร้อมของคณะวิชาในการรับการตรวจเยี่ยมตามร่างรายงานการประเมินตนเอง เมื่อผู้ประเมินเข้าตรวจเยี่ยมและได้รับข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้ความพึงพอใจต่อระบบตรวจเยี่ยมลดลง เนื่องจากผู้ใช้มีความต้องการที่หลากหลาย และคาดหวังความสมบูรณ์ต่อข้อมูลที่คณะวิชาส่งเข้าไปในระบบ อนึ่งระบบนี้เป็นระบบที่ใช้งานจริงและมีนโยบายที่จะใช้งานอย่างต่อเนื่อง จึงสามารถนำข้อเสนอแนะหลังการใช้งาน มาปรับปรุงระบบให้พร้อมใช้งานสำหรับปีการศึกษาต่อไป เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษา
ข้อเสนอแนะ คือ ควรเพิ่มกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากต่างคณะวิชา และภายในคณะวิชาเดียวกัน โดยบริการระบบฐานข้อมูลตรวจเยี่ยมที่เชื่อมกับข้อเสนอแนะต่าง ๆ และเร่งการจัดทำร่างรายงานการประเมินตนเองให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ก่อนจัดให้มีการตรวจเยี่ยมอย่างเป็นระบบ และมีนโยบายกำกับให้คณะวิชาดำเนินการตามแผนที่สามารถปฏิบัติได้จริง

เอกสารอ้างอิง
[1]     บุญรักษา สุนทรธรรม,  รายงานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยโยนก, สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา, กรุงเทพฯ, 2550.
[2]     สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา, คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา, กระทรวงศึกษาธิการ, กรุงเทพฯ, 2553.
[3]    สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน), คู่มือการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม ระดับอุดมศึกษา, สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน), กรุงเทพฯ, 2555.
[4]    Nonaka, I. and H. Takeuchi, The Knowledge Creating Company, Oxford University Press, New York, 1995.
[5]     พร้อมเลิศ หล่อวิจิตร,  คู่มือเรียน PHP และ MYSQL สำหรับผู้เริ่มต้น,  บริษัทโปรวิชัน จำกัด., กรุงเทพฯ, 2549.
[6]    อัจฉรา แก้วละเอียด และผุสดี บุญรอด, “การจัดการองค์ความรู้เชิงความหมายโดยใช้โมเดลเอสอีซีไอสำหรับตรวจสอบบัญชีคอมพิวเตอร์,” the 9th National Conference on Computing and Information Technology (NCIT2013), กรุงเทพ, ประเทศไทย, 9-10 พ.ค.2556 หน้า 873-878.
[7]    ณัฐพล สมบูรณ์ และนลินภัสร์ ปรวัฒน์ปรียกร, “ระบบการจัดการความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ กรณีศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง,” the 9th National Conference on Computing and Information Technology (NCIT2013), กรุงเทพ, ประเทศไทย, 9-10 พ.ค.2556 หน้า 234-239.
[8]    กิตติยา สีอ่อน, โมเดลเชิงสาเหตุประสิทธิผลการประกันคุณภาพภายในสำหรับกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ, 2547.
[9]    L.W. Anderson,   Likert  Scales,  Education  Research  Methodology  and  Measurement : An  International  Handbook,  John,  D.  Keeves,  eds,  Victoria : Pergamon pp.427-428, 1988.