ลงแขกในทุ่งนากับครอบครัวที่ไหล่หิน

 

ในทุ่ง
ในทุ่ง

9 ส.ค.52 บทเรียนจากการทำงานวันหยุดสุดท้ายของสัปดาห์ 1)ไปพบพระครูวัดไหล่หินลุ่ม แจ้งเรื่องการเลือกพื้นที่บ้านกิ่ว และสนทนากับท่านอยู่พักใหญ่ก็ได้ข้อสรุปว่า ถ้ามีโอกาสจะชวนนักศึกษาไปช่วยเก็บข้อมูลในหมู่บ้านร่วมกับ อสม. หานักศึกษาไปเสริมทีมเพิ่มอีกส่วนหนึ่ง เพราะนักศึกษาจะได้โครงการวิจัย CBPUS 2 คนของ สกว. คือปางกับกร ถ้าชวนเพื่อนนักศึกษาไปเรียนรู้ชุมชนก็น่าจะเป็นไปได้ ที่นอนที่กินก็พร้อม เพราะพระครูบอกว่ามีที่พักให้ ข้าวก้นบาตรก็พอได้อยู่ (แต่ก่อนกลับต้องใช้หนี้วัดก่อน .. อันนี้ผมเติม) 2)ก่อนเที่ยงก็พาครอบครัวไปส่งกับข้าวในทุ่งนา เพราะวันนี้พ่อตาพาเพื่อนบ้านไปลงแขก ถอนกล้าหรือหลกกล้าประมาณ 15 คน ในที่นา 2 ไฮ่เมือง ส่วนการปลูกได้จ้างทีมปลูกที่รับจ้างตลอดฤดูกลางนี้ในระแวกบ้าน จอดรถห่างจากที่นากว่า 500 เมตร เดินไปตามคันนา กลับถึงบ้านดูเด็ก ๆ ไม่เหนื่อยล้าเหมือนที่ผมคาดไว้ ส่วนตัวผมก็ไม่มีไข้ติดกลับมาด้วย ภรรยาเล่าให้ฟังว่าโดยปกติคนถอนกล้าจะเป็นผู้ชาย คนมัดกล้าเป็นหญิง คนปลูกข้าวเป็นหญิง คนเกี่ยวข้าวมีทั้งหญิงและชาย ส่วนคนตีข้าวเป็นชาย มีเหตุผลว่าแยกกันเพราะเรื่องของกำลังที่ชายจะมากกว่าหญิง สำหรับที่ดินกว่า 2 ไฮ่เมืองของพ่อตา มีคนขอซื้อ 6หมื่นแล้ว แต่ตาบอกว่า 7.5หมื่นถึงจะปล่อย ส่วนเพื่อนบ้านบอกว่าน่าจะรีบปล่อยนะ เพราะได้ราคาแล้ว 3)ทดสอบใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมโทรศัพท์ Nokia 2330c ผ่าน Bluetooth และเปิดบริการ Audio Gateway เมื่อผมใช้ Sony Ericsson พบว่าคอมพิวเตอร์รับโทรศัพท์ได้อัตโนมัติ ภรรยาพูดผ่านคอมพิวเตอร์ ส่วนผมอยู่นอกถนน คุยกับภรรยาโดยภรรยาไม่แตะต้องโทรศัพท์ ที่แน่ ๆ คือผมเสียค่าโทรศัพท์ตามปกติ และหลักการนี้ทำให้ภรรยาสามารถเปิด โปรแกรมบันทึกเสียง เช่น sound recorder และบันทึกบทสนทนาไว้ในคอมพิวเตอร์ และเขียนลง CD เก็บไว้ฟังได้ทุกเวลา เคยเห็นสายลับทำในภาพยนต์ ผมจึงทดสอบทำบ้าง ก็ทำได้ดังที่เขาเคยทำกัน 4)ต่อ net ด้วย 1222 ผ่าน Phone Line จากบ้านไหล่หิน ตอนเช้าความเร็วพอทำงานได้ แต่ตอนบ่ายช้ามาก ยังไม่ได้ทดสอบ disconnect แล้ว connect ใหม่ ส่วน dial ผ่าน Nokia 2330c ก็ไม่ได้ เพราะ AIS ปฏิเสธโทรเข้า 1222 ถ้าจะให้ได้คงต้องไปซื้อชั่วโมง net มาทดสอบซะแล้วครับ

เข้าวัดถือศีล สวดมนต์ นั่งเจริญวิปัสสนากรรมฐาน

ปฏิบัติธรรม
ปฏิบัติธรรม

7-8 ก.ค.52 อาจารย์และเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยโยนก จังหวัดลำปาง นุ่งขาวห่มขาว รักษาศีล สวดมนต์ นั่งเจริญวิปัสสนากรรมฐาน เดินจงกลม รับประทานอาหารเจ ฟังเทศ สนทนาธรรมกับพระครูสังฆรักษ์วิชพงษ์ ร่วมกับคนในหมู่บ้านไหล่หิน ณ วัดชัยมงคลธรรมวราราม ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง ตามโครงการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในสัปดาห์วันอาสาฬหบูชา ในโอกาสนี้ได้ร่วมทำบุญบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ชมนิทรรศการแสดงพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุในวิหารหลวง พบว่าขณะปฏิบัติธรรมจิตสงบขึ้น เห็นหนทางสู่การพ้นทุกข์ ตามหลักอริยสัจ ๔ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
+ http://www.thaiall.com/dhamma/

กลุ่มออมทรัพย์วันละบาท

กองทุน
กองทุน

5 พ.ค.52  21.00น. – 22.00น. ได้ฟังบรรยายเรื่อง “กลุ่มออมทรัพย์วันละบาท” มีวิทยากรคือหัวหน้ากลุ่มออมทรัพย์วันละบาท ของต.ป่าตัน ได้รับเชิญจากพระครูสังฆรักษ์วิชพงษ์ให้บรรยายเรื่องการทำกองทุนสวัสดิการชุมชน โดยมาในชื่อ “การประชุมสัมมนา สร้างกระบวนการเรียนรู้การจัดสวัสดิการชุมชน” สนับสนุนโดย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงาน การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปาง (พมจ.)
     วิทยากรเล่าว่าออมกันวันละบาทต่อคนจ่ายทุกต้นเดือนก็เพียง 30 บาท  มีนโยบายจ่ายเพียง 10 ปี ก็ตกอยู่ที่ 3600 บาทเท่านั้น หลังจาก 10 ปีก็จะได้รับความคุ้มครองตลอดไป  ถ้าเสียชีวิตก็รับเงิน 3600 บาทคืนไปได้เลย แต่กองทุนนี้จะมีนโยบายอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการพูดคุยกันในชุมชน ในลำปางมีกองทุนที่เข้มแข็ง 3 พื้นที่ คือ อ.เถิน อ.แม่พริก และต.ป่าตัน เพราะเป็นพื้นที่นำร่องที่ภาครัฐ และอบต. จะจ่ายเงินสมทบให้ เช่นออมมา 10 ปีจ่ายไป  3600 บาท ก็จะได้อีก 3600 + 3600 บาท รวมเป็น 10800 บาทญาติก็จะรับไปเมื่อเจ้าตัวเสียชีวิต นอกจากนี้กลุ่มยังสามารถเขียนโครงการส่งเข้าไปรับการพิจารณาของบประมาณมาพัฒนาชุมชน ได้ทุกเดือนจาก พมจ. สำหรับตัวอย่างที่กองทุนจัดสวัสดิการให้คนชุมชน เช่น มีเงินวันละ 100 บาทถ้าต้องนอนโรงพยาบาลแต่ไม่เกิน 500 บาท และไม่เกิน 2 ครั้ง เป็นต้น ส่วนระบบฐานข้อมูลจะใช้คอมพิวเตอร์ ใช้สมุดแบบธนาคาร หรือใช้ระบบใดก็ได้ หากใช้ระบบคอมพิวเตอร์ก็จะมีวิทยากรจากเชียงใหม่ หรือสนใจไปดูงานทาง พมจ. ก็จะมีงบประมาณค่าเดินทางให้คนในหมู่บ้านไปดู เพื่อนำมาพัฒนากลุ่มต่อไป

โครงการจัดทำบัญชีครัวเรือนสู่แผนพัฒนาชุมชน

 

การทำบัญชีครัวเรือน
การทำบัญชีครัวเรือน

5 พ.ค.52  20.00น. – 21.00น. ได้ฟังบรรยายเรื่อง “การทำบัญชีครัวเรือน” มีวิทยากรคือหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อดูแลเขตอำเภอเกาะคา ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส. ท่านย้ายมาเมื่อวันที่ 16 เม.ย.52 อาศัยอยู่อ.ห้างฉัตร และได้รับเชิญจากพระครูสังฆรักษ์วิชพงษ์ให้มาร่วมกันทำ “โครงการจัดทำบัญชีครัวเรือนสู่แผนพัฒนาชุมชน” ที่จัดโดยวัดชัยมงคลธรรมวรารามร่วมกับ ธ.ก.ส. มีคนในบ้านไหล่หินหมู่ 6 เป็นส่วนใหญ่นำโดยพ่อกำนัน มาร่วมประมาณ 40 ถึง 50 คน เท่าที่สังเกตุจะเป็นกลุ่มแม่บ้าน เพราะมีการตั้งโต๊ะเก็บเงินสมาชิกกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ผมได้ความรู้วิธีการทำบัญชีครัว โดยใช้สมุดเล่มเขียวมีกิจกรรมให้บันทึกทุกวัน ประกอบด้วย 5 ช่องคือ วันที่ กิจกรรม รายรับ รายจ่าย และหมายเหตุ ยังมีเรื่องหม้อที่รับน้ำเข้า และจะอุดรอยรั่วอย่างไรไม่ให้น้ำไหลออกมากเกินไป เรื่องนี้ทาง ธ.ก.ส.สนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว เพราะเห็นว่าทั้งประเทศแจกไปหลายล้านเล่ม
     วิทยากรเล่าว่าการที่ธนาคารเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน เพราะธนาคารมิได้มีหน้าที่เพียงปล่อยกู้ แล้วตามทวงหนี้ แต่ต้องสนับสนุนให้คนในชุมชน หรือลูกหนี้ รู้จักทำอาชีพ รู้จักการใช้เงิน และออมเงินอย่างเป็นระบบ หากทุกคนเข้าใจการออมเงิน รู้ซึ้งคำว่าพอเพียงแล้ว ย่อมทำให้การพัฒนาชุมชนตามที่วางแผนไว้ในโอกาสต่อไป สามารถดำเนินการได้ง่าย จนทำให้การแก้ปัญหาความยากจน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างชุมชนน่าอยู่ และมีความสุขอยู่ไม่ไกล ในตอนท้ายพระครูแจ้งว่าทาง ธ.ก.ส.เคยประกวดและให้บ้านเป็นรางวัลราคา 5 แสนแก่ผู้ที่เขียนได้ดี สำหรับในหมู่บ้านไหล่หิน พระครู จะมีรางวัลให้แต่เป็นอะไรขออุบไว้ก่อน ก็คงมีรายละเอียดในการประชุมหมู่บ้านครั้งต่อไปของพ่อกำนัน
     ผมสังเกตุว่าพระครูท่านฉันท์ข้าวมื้อเดียว และสวมชุดสีเดียว หากคนไหล่หิน ลดจำนวนมื้ออาหารลงสักหนึ่งมื้อ และลดปัจจัยปรุงแต่งลงบ้าง ก็คงลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก เพื่อลดความต้องการ ลดความอยากลงนิดหนึ่ง ความสุขจากความรู้จักพอก็จะเพิ่มขึ้นตามมา

งานมุทิตาจิต ของ รศ.จินตนา สุนทรธรรม

อาจารย์จินต์
อาจารย์จินต์

เย็น 30 พ.ค.52 เวลา 19.00น.-22.00น. ได้ร่วมงานมุทิตาจิต (หนึ่งในพรหมวิหาร 4 คือยินดีเมื่อเห็นเขาเป็นสุข) ของ รศ.จินตนา สุนทรธรรม เป็นงานแสดงความยินดีในการเกษียณรอบที่สองของท่าน เพราะท่านเกษียณอายุราชการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปี 2537 และมาเริ่มทำงานที่ม.โยนกในปีเดียวกัน จนถึงปี 2552 ท่านทำงานไป 15 ปี มีอายุครบ 75 ปี รู้สึกว่าสังขารไม่ให้อีกต่อไป จึงขอเกษียณการทำงานอย่างแท้จริง ท่านตั้งปณิธานที่จะไปอยู่วัดใช้ชีวิตอย่างสงบตามวิถีของพุทธศาสนิกชน

     ในงานนี้มีอาจารย์ เจ้าหน้าที่ เพื่อนร่วมงาน เพื่อนเก่า ศิษย์เก่าไปร่วมงานทั้ง 15 รุ่น และรุ่นที่ไปกันมากที่สุดเห็นจะเป็น MBA รุ่นที่ 1 เป็นงานแสดงความยินดีที่เห็นท่านมีความสุขที่ออกไปพักผ่อน ไม่ต้องตื่นเช้าและกลับเย็น ไม่ต้องเดินตามตะวันอีกต่อไป ต่อไปท่านต้องเป็นนายตนเองแล้ว มีหน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือดูแลตนเองให้สังขารอยู่กับท่านให้นานที่สุด ผมอยู่งานมุทิตาจิตจนงานเลิกเวลา 22.00 น. เพราะซึ่งใจและชื่นชมที่สำคัญ 2 เรื่อง คือ 1)ท่านพ้นวัย 60 ไปมากโขและทำงานต่อได้อีกตั้ง 15 ปี ดีใจที่เห็นท่านมีวันนี้ที่สมบูรณ์ ก็ต้องย้อนกับมาดูตัวว่าจะทำอย่างไรจะให้มีอายุยืนยาวได้อย่างท่าน (มนุษย์กว่า 30% จากไปก่อนอายุ 60 ปี) และด้วยปัจจัยเรื่องอายุที่อาจไม่ได้เห็นงานมุทิตาจิตของตนเอง 2)แขกที่มาร่วมงานมีมากมายหลายกลุ่ม ทุกคนมาด้วยจิตกุศล ด้วยใจรักและชื่นชมในอาจารย์ของพวกเขา การจัดงานช่วงเช้ามีทั้งงานบุญเลี้ยงพระ และตีกอล์ฟของศิษย์เก่า ส่วนการจัดงานช่วงเย็นก็เป็นไปอย่างมีความสุข มีการมอบของขวัญแสดงความยินดี ทั้ง อ.ศศิวิมล แรงสิงห์ และอ.อติชาต หาญชาญชัย ก็เป็นตัวแทนหน่วยงานออกไปมอบของขวัญ มีการฉายวีดีทัศน์ที่ทีมงานของบัณฑิตจัดทำถึง 3 ชุด และใช้ใน 3 วาระตามแผนที่วางไว้ การแสดงศิลปวัฒนธรรมของศิษย์ปัจจุบัน ศิษย์เก่าออกมาร้องเพลง มีผู้ร่วมสนับสนุนการจัดงานมากมาย เช่น คุณอนุรักษ์ นภาวรรณ ผู้สนับสนุนรายใหญ่ อ.อัศนีย์ ณ น่าน ประสานจัดทำหนังสือที่ระลึกที่ปกมีภาพของท่านผมขาวตามสังขาร (เห็นท่านแซวตนเองบนเวที) ผศ.นำชัย เติมศิริเกียรติ นำหนังสือธรรมเรื่อง “คุณบิดามารดา” มาแจกภายในงาน บนเวทีมุทิตาจิตมีศิษย์เก่าแต่ละรุ่นออกไปแสดงความรู้สึก ก็มีศิษย์ท่านหนึ่งพูดว่า “หนูขอเบอร์ไว้ด้วยนะคะ เวลามีปัญหาจะโทรไปปรึกษา” ผมก็คิดอยู่ในใจว่าการจัดการความรู้นี่สำคัญจริงแท้ เพราะหัวหน้าผม อ.อติชาต หาญชาญชัย ก็ไปต่อเอกด้านนี้ และสมแล้วที่ในกฎหมายไทยเริ่มให้ความสำคัญ

     ในอดีตช่วงแรกที่ท่านมาที่ม.โยนก ผมพอจำได้ว่า 15 ปีก่อน เดือนเมษายน 2537 ม.โยนกจัดปฐมนิเทศอาจารย์ที่สวนป่าทุ่งเกวียน แล้วท่านก็เป็นหนึ่งในวิทยากร ที่จำได้เพราะมีประเด็นที่ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับท่านในมหาวิทยาลัยเริ่มมีการจัดการความรู้ (KM) ในโลกเรามีระบบที่เรียกว่า expert system มาหลายสิบปี ก็เกิดความรู้สึกเสียดายในองค์ความรู้ของท่านที่สั่งสมมากว่า 75 ปี

     ผมได้ถ่ายทอดสิ่งที่พบเห็นจากความทรงจำที่ร่วมงานมุทิตาจิต 1)ออกมาเป็นบันทึก และโพสท์ใน blog site เป็นการบันทึกสิ่งที่เราประทับใจในตัวท่าน และการมีส่วนร่วมของศิษย์เก่า 2)นำไปประยุกต์สำหรับเขียนบทความไอทีในชีวิตประจำวัน เล่าเรื่องงานมุทิตาจิต กับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะงานนี้ใช้ไอทีอยู่ไม่น้อย เป็นเพียงเทคนิคหนึ่ง ที่สามารถนำความรู้มาจัดการในบทบาทของคนร่วมงานคนหนึ่ง

งานศพบนวิถีการให้เกียรติ 360 องศา

ภาพประกอบจาก พิธีศพของท่านพุทธทาส
ภาพประกอบจาก พิธีศพของท่านพุทธทาส

      ได้รับเชิญไปร่วมพิธีประชุมเพลิง หรือพิธีฌาปนกิจศพ ของผู้สูงอายุในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ท่านเป็นครูเก่าบวชเรียนมาแต่เยาว์ และมีลูกหลานหลายคน ลูกแต่ละคนก็มีหน้าที่การงานที่ดี ในหมู่หลานนับสิบคน ก็มีหลานที่เรียนจบแล้วอยู่หลายคน
        ไปร่วมประมาณ 10.00 น. ทำพิธีและทานอาหารกันเสร็จก็ประมาณ 12.00 น. ผมไปรอที่วัด ส่วนผู้สูงอายุในหมู่บ้านก็ทะยอยกันกลับบ้าน ยกเว้นคนหนุ่มสาว กับเพื่อนบ้านใกล้ชิด ที่ไปร่วมพิธีประชุมเพลิง ช่วยกันลากล้อที่มีศาลาราคา 2 หมื่นกว่าบาทเป็นหนึ่งในเครื่องทาน ส่วนผู้มีเกียรติมากหน่อยก็จะไปรอที่ฌาปนสถาน เพื่อร่วมพิธีประชุมเพลิง ระหว่างลากรถไปฌาปนสถานจะโปรยทานไปด้วย ใครได้เบอร์ที่ห่อไว้ในเหรียญตรงกับอายุ ก็ให้ออกไปรับซองรางวัล เป็นการชิงโชค หรือความเอื้ออาทรของเจ้าภาพ
       กว่าจะลากศพไปถึงฌาปนสถาน ก็ประมาณ 13.00 น. เพราะรอแม่บ้านล้างจาน และเตรียมชื่อแขก เพราะมีผู้มีเกียรติในงานที่ต้องออกไปวางผ้า 99 ท่านพอดี ประกอบด้วยผ้าตามอายุ 85 ผืน และผ้าไตรบังสุกุลอีก 14 ผืน พระสงฆ์ใช้เวลาสวดไม่นาน ก็เริ่มเชิญแขกไปวางผ้าทั้ง 99 ผืน แล้วเจ้าภาพก็มอบซองเงินสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ เช่น โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก สถานีอนามัย และกลุ่ม รวม 12 ซอง จากนั้นก็ให้ตัวแทนเจ้าภาพอ่านประวัติผู้ล่วงลับในหนังสือที่แจกให้ สุดท้ายเสร็จพิธีด้วยการเปิดให้ผู้ร่วมงานนำดอกไม้จันทร์ไปวางหน้าศพบนเมรุ ในเวลาประมาณ 14.30 น.

ชวนเที่ยว 5 วัดกับชุมชนวิถีไทยพุทธตำบลไหล่หิน

ภาพไหล่หิน
ภาพไหล่หิน

เช้าวันเสาร์ ถึงสถานีรถไฟหรือรถทัวร์ อำเภอเมือง ลำปาง แล้วเดินทาง 30 กิโลเมตรไปตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง เข้าไหล่หินแวะกาดเช้าในบ้านไหล่หิน ซื้อกับข้าวท้องถิ่นเป็นอาหารมื้อเช้า เข้าพักบ้านพ่อหลวงแม่หลวงในหมู่บ้านในบ้านที่สะดวก ไปสักการะ วัดไหล่หินหลวงและพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง เดิมชมแนวต้นยางริมแม่น้ำยาวเก็บภาพประทับใจ  ทางก๋วยเตี๋ยวหรืออาหารตามสั่งในหมู่บ้านเป็นอาหารกลางวัน แล้วขับจักรยานชมทุ่งริมแม่น้ำยาวไปบ้านมะกอกนาบัว บ่ายแก่ ๆ ไปกาดแลงบ้านหนองหล่ายแล้วซื้ออาหารเย็นมาทำกิน กลับมาพักผ่อนทานข้าวเย็นในที่บ้านที่พัก ตกค่ำไปสวดมนต์ทำวัตรเย็นกับพระครูวัดชัยมงคลธรรมวราราม  เริ่มเช้าวันอาทิตย์หาอาหารเช้าในกาดเช้าไหล่หิน จากนั้นก็ออกเดินทางนำผู้ที่แข็งแรงไปขึ้นดอยฮางเป็นดอยหินปูนมี พระธาตุอยู่บนยอดดอย และมีถ้ำพระอยู่กลางดอยระหว่างทางขึ้นไปนมัสการพระธาตุ ลงจากดอยพาไปแช่น้ำพุร้อน ทานข้าวเที่ยงบนแพ ที่บ้านโป่งร้อน แล้วไปไหว้พระที่ วัดสันตินิคม (สันป่าสัก) เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดลำปาง  แห่งที่ 1 (สังกัดธรรมยุต) ออกจากตำบลไหล่หินแวะสักการะ วัดพระธาตุลำปางหลวง  ก่อนส่งที่สถานีขนส่งในอำเภอเมืองลำปาง  .. ก็เพียงแต่คิดจะชวนคนไทยมาเที่ยวที่ตำบลไหล่หิน มีค่าที่พักให้พ่อหลวงแม่หลวงเจ้าของบ้าน 500 บาท กับค่าเดินทางอีก 1000 บาท กับค่าจัดการประสานงานวันละ 1000 บาท และอื่นอีก 500 บาท ก็น่าจะ เหมาะกับคนในชุมชน

เกมคือปัญหา เมื่อเกิดปัญหา และถูกมองข้ามเมื่อเวลาผ่านไป (8)

ปัญหาเด็กติดเกม
ปัญหาเด็กติดเกม

โลกของเกมที่ใช้เครื่องเล่นเกม มีออกมาขายหลายรุ่น อาทิ DS | GBA | GameCube | PC | PS2 | PS3 | PSP | Wii | Xbox | Xbox 360 แม้สังคมจะบอกว่าเกมเป็นปัญหา แต่ก็เห็นความเจริญก้าวหน้าของการพัฒนาเกมมีอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับเสียงนกเสียงกาที่บ่นด่าว่าเด็กติดเกมเป็นปัญหา แต่ไม่ค่อยเห็นใครออกมาเสนอทางแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เห็นบอกแต่ว่าต้องทำครอบครัวให้อบอุ่นเด็กจะได้ไม่ไปเล่นเกม ชวนเด็กนั่งสมาธิ เข้าวัด ไปโรงเรียน เล่นกีฬา ขอวกเข้ากีฬาหน่อยครับ พระแถวบ้านบ่นให้ฟังว่าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้แข่งกีฬาต้านยาเสพติดตามโครงการขององค์กรหนึ่ง พอแข่งเสร็จก็พากันไปกินเหล้า ก็เป็นอีกมุมมองที่สะท้อนความจริงของชีวิตครับ กลับเข้าเรื่องเกม เครื่องเล่นเกมก็มีราคาไม่ใช่ถูกถูก ถ้าพ่อแม่ไม่ซื้อให้จะเด็กจะเอาที่ไหนมาเล่นอย่าง play station ออกมา ก็มี play station 2 เดี๋ยวนี้เป็น 3 แล้ว เด็กบางคนมีทั้ง 3 รุ่นเลย ส่วน xbox ที่ใครบอกว่าสุดยอด เดี๋ยวนี้ต้อง xbox 360 แต่สิ่งล่อลวงยังไม่หยุดแค่นี้ โลกของไอทีจะต้องพัฒนาอะไรมาล่อลวงเด็กอีกมาก วันนี้ตั้งใจพลัดหลงเข้าไปใน gamerankings.com พบรายชื่อเกมที่นิยมสูงสุด 8 อันดับแรก (23 เมษายน 52) แต่ผมไม่รู้จักซักตัว คือ 1) Fallout 3 2) World of Warcraft 3) Elven Legacy 4) Pokemon Platinum 5) Demigod 6) Dragon Ball: Evolution 7) Grand Theft Auto: San Andreas 8) Halo 3 ผมลองค้นหาเกมแปลก ๆ ที่แปลกตามข่าว แล้วก็พบจริง ๆ ครับ เป็นเกมที่ทำให้เด็กเสียคน ลองอ่านคำอธิบายของเกม เขาบอกว่าเก็บเด็กผู้หญิงตามชายหาด คนคิด คนพัฒนา เขาก็ทำได้นะครับ บางเกมก็พูดถึง Money, fame, power, and sex  ส่วนเกมจับคู่หญิงชายแบบเล่นที่บ้านก็มีเกลื่อนเมืองอยู่แล้ว ที่น่ากลัวคือ เกมจับคู่หญิงชายทางอินเทอร์เน็ตนี่สิครับ เพราะมีข่าวว่าเด็กบางคนเล่นเกมในคอมแล้วไม่พอ ขอเล่นเกมอย่างว่านอกคอมด้วย คุณอาของผมเล่าว่าลูกของเพื่อนเขาเล่นเกมอย่างว่า แล้วก็ดันไม่พอ ออกมาเล่นเกมกันนอกคอม ไม่รู้จะโทษใคร ไม่รู้จะบอกว่าใครผิด .. โทษน้ำมันดีไหมครับนี่ หรือโทษสังคมดี

เป็นตากล้องเก็บภาพประเพณีสงกรานต์ไหล่หิน (5)

ประเพณีสงกรานต์ตำบลไหลหิน
ประเพณีสงกรานต์ตำบลไหลหิน

มีโอกาสเข้าร่วมงาน “ประเพณีสงกรานต์ตำบลไหล่หิน และปีใหม่เมืองวัดไหล่หินหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ประจำปี 2552” เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2552 ได้เดินถ่ายภาพตั้งแต่ก่อนเริ่มขบวนจนเสร็จพิธีเกือบ 4 ชั่วโมง เลือกภาพมาได้ 96 ภาพ แล้วบีบให้เหลือขนาด 1024 * 768 pixels เพื่อเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต แต่ภาพขนาดเต็มได้คัดลอกลง CD-ROM จะมอบให้กับผู้นำในตำบลท่านละแผ่นรวม 7 แผ่น ภาพแบ่งเป็น 4 เหตุการณ์ คือ 1)ก่อนและหลังเดินขบวน 2) ในเวทีเปิดปิดงาน 3) ในวัดไหล่หินหลวง 4) งานวัดบริเวณรอบวัด งานนี้ได้รับเกียรติจากท่านพินิจ จันทรสุรินทร์ มาเป็นประธานเปิดงาน แล้วกล่าวต้อนรับโดยนายบดินทร์  เครือนพรัตน์ ปลัดอาวุโสอำเภอเกาะคา และรายงานโดย ด.ต.กิจชนะชัย ปะละ กำนันตำบลไหล่หิน ข้างวัดไหล่หินมีมหรสพ เช่น ซอคำเมือง ดนตรีสากล มวยไทย บ้านบอล และกิจกรรมอีกมากมาย ซึ่งงานครั้งนี้มีงบประมาณสนับสนุน 150,000 บาท จากองค์การบริหารส่วนตำบล ตำบลไหล่หิน มี นายนเรศ ดวงไชย นายก อบต. และ นายทรงศักดิ์ แก้วมูล ประธาน อบต. มาร่วมให้การต้อนรับผู้มีเกียรติ ภาพทั้งหมดได้เผยแพร่ภาพใน http://www.thaiall.com/lovelampang/nw/index.php?key=%BB%C3%D0%E0%BE%B3%D5%CA%A7%A1%C3%D2%B9%B5%EC

หวนนึกถึงคุณตาในวันพญาวัน (4)

รดน้ำดำหัว
รดน้ำดำหัว

วันที่ 15 เมษายนของทุกปีเป็นวันพญาวัน หรือสุดยอดวันขึ้นปีใหม่ของไทยในรอบปี วันนี้จะเป็นวันที่ผู้น้อย ผู้เยาว์ ไปรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ก็หวนนึกถึง 10 ปีที่ผ่านมาหลังผมแต่งงาน จะมีตาแสน(นายแสน ชำนาญการ)  ซึ่งเป็นคุณลุงของภรรยาอายุ 76 ปี เป็นผู้สูงอายุท่านหนึ่งในบ้านไหล่หิน  ทุกวันพญาวันจะมีผู้เยาว์ในหมู่บ้านถือขันมารดน้ำดำหัวท่านทุกปี แต่ปีนี้ไม่มีแล้ว เพราะท่านจากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยอุบัติเหตุวันลอยกระทงปี 2551 โดยทำพิธีเผาศพเมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2551 เรื่องราวในอดีตเป็นสิ่งที่เราแก้ไขไม่ได้ แต่การหวนกลับไปนึกถึงก็ทำให้เรามีรอยยิ้มเล็ก ๆ กับความสุขน้อย ๆ และยังเป็นบทเรียนสำหรับการดำเนินชีวิตต่อไป เพราะการที่เรายังมีลมหายใจ แสดงว่ายังมีพรุ่งนี้รอเราอยู่