บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ « แลกเปลี่ยนเรียนรู้:km tool

author page

บันทึกของผู้เขียน

โลภ โกรธ หลงใน fb

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Friday, October 22nd, 2010

คำว่า fb ย่อมาจาก facebook.com เป็นคำย่อที่นิยมใช้ในการเขียนข้อความเพื่อการสื่อสารในเว็บไซต์ หรือเว็บบอร์ดทั่วไป เว็บไซต์ facebook.com เป็นเว็บไซต์เครือข่ายสังคมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในขณะนี้ ส่วนกิเลสที่มักใช้อธิบายพฤติกรรมของมนุษย์ คือ โลภ โกรธ และหลง ก็ถูกพบเห็นได้ในเว็บไซต์เครือข่ายสังคมเช่นกัน ถ้าท่านเป็นสมาชิกของ fb ที่เข้าเครือข่ายเป็นประจำ และมีเพื่อนระดับหลักร้อยขึ้นไป จะเข้าใจในพฤติกรรมที่กำลังจะนำเสนอต่อไปนี้

ความโลภเป็นเครื่องชี้นำพฤติกรรมของมนุษย์ และพบเห็นได้จากการคืบคลานเข้าเว็บไซต์เครือข่ายสังคม โดยผู้มีความโลภจะหาภาพสวย หรือภาพการไปท่องเที่ยวต่างประเทศมานำเสนอ และเลือก tag ภาพดังกล่าวไปกับเพื่อนที่เคยขอเป็นเพื่อน หลายครั้งที่ผู้เขียนรู้สึกเห็นใจผู้มีความโลภเหล่านี้ เพราะพวกเขาคงคาดหวังว่าการกระทำดังกล่าวจะได้ผลลัพธ์เชิงบวก แต่ผลที่ได้อาจไม่เป็นไปตามที่หวัง เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายอาจไม่สนใจ และใช้เวลาดำเนินการมากกว่าเทคนิคการทำธุรกิจลักษณะนี้ด้วยเครื่องมืออื่น อาทิ เว็บบอร์ด อีเมล หรือโฆษณาตรงกับสื่อทั่วไป นอกจากระดับบุคคลที่เข้ามาใช้ fb เป็นเครื่องมือทำธุรกิจแล้ว ยังพบผู้ใช้ระดับองค์กรมากมายเข้ามาใช้ fb เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ fb มีเพื่อการสื่อสารระหว่างเพื่อนนั้นเป็นอุปสรรคที่อาจทำให้ไม่บรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้

โกรธ และหลงอาจเกิดขึ้นกับหลายคนโดยไม่ทันตั้งตัว ปัจจุบันมีการใช้ fb เป็นเครื่องมือในการสื่อสารระหว่างคนที่รู้จักทั้งคนที่รักและไม่รัก บางครั้งได้เห็นการปะทะคารมเชิงลบของเพื่อน ถกเถียง ด่าทอ หรือถ่มน้ำลายขึ้นฟ้า ซึ่งมีเหตุมาจากความเครียด ความไม่พอใจ ความหลง บนความคิดเห็นที่แตกต่าง เช่น การเมือง การปกครอง ความเชื่อ กีฬา ดารา การทำงาน ความรัก แต่เท่าที่เห็นจะมีการปะทะที่ไม่รุนแรง ด้วยช่องว่างของเวลาทำให้อารมณ์ร้อนที่มีอยู่เย็นลงจนสามารถใช้เหตุผลเข้า ควบคุมอารมณ์ได้ทัน นั่นแสดงว่า fb คืออีกทางออกหนึ่งของมนุษย์ที่ต้องการระบายออก มีเพื่อนที่พร้อมรับฟัง และแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อกันอย่างคนที่รู้ใจ

ผลประเมินจากเวทีวิจัยในชั้นเรียน

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Wednesday, October 20th, 2010
เวทีวิจัยในชั้นเรียน

เวทีวิจัยในชั้นเรียน

20 ต.ค.53 ผลประเมินความพึงพอใจต่อเวทีวิจัยในชั้นเรียน 2553 (แบบกัลยาณมิตร) ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีจำนวน 5 ใน 6 หัวข้อ ซึ่งข้อที่แตกต่างหนึ่งข้อนั้นมีระดับความพึงพอใจในระดับมากที่สุด คือ ประโยชน์ที่ได้รับ .. ทีแรกคิดว่า 1) ห้องสัมมนาจะมีความพึงพอใจต่ำสุด เพราะมีเพื่อนหลายคนนิยมนั่งหลังเพื่อปฏิบัติภารกิจบางประการ แต่ผมจัดเวทีในรูปเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เปิดให้ทุกคนมีบทบาทเสมอกัน (อาจมีบางท่านคิดว่าเสมอภาคย่อมไม่ยุติธรรม) ส่วนประเด็นที่อยากกล่าวถึงมี 4 ประเด็น คือ 1) ระยะเวลา พอใจต่ำสุด น่าจะเกิดจากเปิดให้มีการแลกเปลี่ยนกัน แต่จำกัดเพียง 2 ชม. หลายคนจึงไม่มีโอกาสได้แสดงทัศนะของตนเอง 2) ผู้้นำเสนอผลงาน ต่ำรองลงมา เพราะในจำนวน 4 ชิ้นงานมีผู้สะดวกมานำเสนอเพียง 2 ชิ้นงาน อีกปัญหาต่อผู้นำเสนอคือ จำกัดเวลาด้วยวิธีการนำเสนอ ซึ่งต้องแลกกับรูปแบบการจัดเวทีแบบเปิด 3) เอกสาร ที่แจกให้ทุกคนมีเพียงบทคัดย่อ ไม่แจกล่วงหน้า ไม่มีรูปแบบมาตรฐาน และไม่มีความสมบูรณ์ในการเป็นบทคัดย่อของงานวิจัย 4) ประโยชน์ที่ได้รับ ผู้ร่วมเวทีได้ทราบนโยบายที่มีความชัดเจน อาจารย์หลายท่านกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ประทับใจนโยบายชัดเจน นักวิชาการจากภายนอกมีความชำนาญขั้นพระอินทร์ในการจัดเวทีเสวนาแบบนี้ได้ชวนคนในวงให้พูดคุยและก็ชวนได้สำเร็จ (ตอนแรกผมนึกว่าจะปิดประชุมในชั่วโมงแรกซะแล้ว เพราะมีน้ำแข็งเกาะใจผมอยู่) อ.แม็ค เป็นผู้จุดประเด็นให้เวทีมีรสชาติ เกิดการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย สุดท้ายท่านอธิการนำเวทีกลับเข้าสู่การวิพากษ์บทคัดย่อได้สำเร็จ แล้วนำไปสู่การพัฒนาในอนาคตต่อไป .. ที่เขียนนี้เป็นรุ่นเผยแพร่ทั่วไปสำหรับ google.com และไว้อ่านหลังเกษียณ ถ้าเขียนเป็นรายงานในมหาวิทยาลัยจะเขียนอีกแบบครับ

ปรับระบบช่วยนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษา วางแผนการเรียน

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Tuesday, October 19th, 2010
grade 2010

grade 2010

19 ต.ค.53 มีการปรับ code ให้งานทะเบียนสามารถ update ข้อมูลในระบบรายงานผลการเรียนได้โดยง่าย ทำให้อาจารย์ส่งผลการเรียนมายังงานทะเบียน และตรวจสอบแล้ว สามารถ update กับระบบข้อมูลออนไลน์ได้ทันที นักศึกษาจึงตรวจสอบผลการเรียน และคำนวณผลการเรียนล่วงหน้าสำหรับภาคเรียนต่อไป หรืออาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบผลการเรียนประกอบการให้คำปรึกษาโดยใกล้ชิด ทำให้นักศึกษาสามารถวางแผนการเรียนของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม
if(!isset($_REQUEST["yr"])) {
echo “yr=20101″;
exit;
}
$fn = “limitlc” . $_REQUEST["yr"];

+ http://blog.yonok.ac.th/burin/1394/
+ http://www.yonok.ac.th/grade

ดึงข้อมูลจากเว็บบอร์ดมานำเสนอ

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Monday, October 18th, 2010
phpbb

phpbb

18 ต.ค.53 ข้อมูลในเว็บบอร์ดด้วย phpbb นั้น สามารถนำออกมาแสดงด้วยรูปแบบต่าง ๆ ครั้งหนึ่งเคยดึงไปแสดงใน iframe ของระบบวิทยุออนไลน์ (radio online) มาวันนี้ปรับโดยเติม template เดิมของมหาวิทยาลัย แต่มีปัญหา encoding จึงแก้ไข 3 อย่างคือ 1) กำหนด text file เป็นแบบ utf8 2) กำหนด content-type เป็น utf-8 เพียงเท่านี้ก็สามารถดึงข้อมูลจาก phpbb มาแสดงผลได้ตามต้องการ 3) ข้อมูลที่ include เข้ามามีปัญหาเกิดควบคุม ผมจึงคัดลอก html มาวางใน script ตัวใหม่ .. code นี้ยังไม่ผ่านการ optimization เขียนแบบง่ายให้ได้ผลก็พอแล้ว ซึ่งเป็นเทคนิคที่ไม่ดีเลย

contentslider javascript

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Saturday, October 16th, 2010
content slider

content slider

16 ต.ค.53 คุณธรณินทร์ สุรินทร์ปันยศ ช่วยให้ผมได้ศึกษาเรื่องของ การใช้ javascript ทำ slide show เมื่อเปรียบเทียบแล้วพบว่า ใช้งานได้ดีกว่า dm-album  ในกรณีนี้ ซึ่งปกติผมจะปิดกั้นตนเองไม่ศึกษาเรื่องแบบนี้ แต่ อ.ทันฉลอง รักษาการอธิการ มีนโยบายให้มีการปรับปรุงเว็บไซต์ทั้งระบบ ประกอบกับ code ชุดนี้ เคยถูกนำมาใช้งานโดย  startupthailand.com เมื่อแกะโค้ด ก็พบว่ามีการ import แฟ้ม contentslider.js เพียงแฟ้มเดียว ซึ่งนำไปใช้ได้ง่าย แล้วเผยแพร่ใน thaiall.com/java หัวข้อ 2.18 เพื่อให้นักพัฒนาคัดลอก .zip ที่มีตัวอย่างและปรับ code เบื้องต้นแล้ว .. (ปัญหา สร้าง โอกาส)

ต.ย.  http://www.thaiall.com/java/contentslider/contentslider.htm

และ http://www.thaiall.com/java/contentslider/contentslider.zip

http://www.thaiall.com/blog/burin/3205/

มองเห็นความเป็นมนุษย์จากตาราง excel

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Thursday, October 14th, 2010
ภาพประกอบจากอินเทร์เน็ต

ภาพประกอบจากอินเทร์เน็ต

14 ต.ค.53 ได้เห็นตารางข้อมูล ก็ถึงกับอึ้งไป 5 นาที ชวนให้คิดอะไรต่อมิอะไร ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตารางนี้นะ เป็นเรื่องที่ผิดคาดอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็เป็นไปแล้ว .. เหมือนกับดูละครเรื่องวนิดา ที่นางเอกกลายเป็นผู้หญิงที่แย่งแฟนชาวบ้าน แล้วเราก็มองว่าเธอคือนางเอก ผมก็ถึงกับอึ้งที่เห็นผู้คนในสังคมยอมรับความผิดปกติในพฤติกรรมของมนุษย์ว่าเป็นเรื่องปกติ .. นับวันเราจะเห็นความผิดปกติ กลายเป็นเรื่องปกติเพิ่มขึ้นทุกวัน .. อย่างคลิ๊ปเสียงดาราผัวเมียทะเลาะกัน ก็มีผู้คนสนใจกันมากมาย เหมือนไม่เคยพบเคยได้ยินกันมาก่อน ผมว่าเรื่องแปลกกว่านี้มีในหน้าหนังสือพิมพ์เกือบทุกวัน .. ก็เพราะนี่คือโลกมนุษย์ละมัง

ปิดร่างบันทึกประชาสัมพันธ์บริการวิชาการ

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Thursday, October 14th, 2010

14 ต.ค.53 แล้วผมก็ปิดร่างบันทึกประชาสัมพันธ์โครงการบริการวิชาการทั้ง 3 เสร็จ และปิด ร่างรายงานสำรวจความต้องการบริการวิชาการ  และปิด ร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเสร็จ และประสานการทำป้ายผ้า เหลือเพียงเอาข้อความไปสั่งทำที่ร้าน ซึ่งปีนี้เป็นปีแรก ที่พา 3 โครงการออกไปบริการวิชาการ โดยสำรวจ และจัดทำความร่วมมือก่อนออกไปบริการ ประกอบด้วย โครงการอบรม “การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย” โครงการอบรม “การให้ความรู้ด้านกฎหมายครอบครัว” ของ อ.สุทธิ์พจน์ ศิริรัตนาสกุล โครงการอบรม “EQ กับการทำงานใต้ความกดดันและการบริหารความเครียด” ของ อ.วีระพันธ์ แก้วรัตน์ .. ถ้าไม่มี excident ระหว่างการทำงาน ทุกอย่างก็น่าจะเสร็จสิ้นในสัปดาห์ต่อไป และนี่เป็นก้าวแรกของตัวบ่งชี้ 5.2 ในเกณฑ์คุณภาพของ สกอ.2553

http://www.yonok.ac.th/doc/burin/53_public_all_project_service_v2.doc

คลิ๊ปเสียง .. กับการวางเฉย

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Wednesday, October 13th, 2010

มนุษย์เราชอบแบ่งชั้นวรรณะมาแต่อดีต .. อย่างเช่น เห็นดาราผัวเมียทะเลาะกันก็ให้ความสนใจ .. เห็นสุนัขกัดกันข้างถนนก็จะไปยืนดู .. เห็นนักการเมืองทะเลาะกันก็เอามาเป็นอารมณ์ .. คิดแล้วเป็นทุกข์ บ้างก็เห็นทุกข์ของผู้อื่นเป็นความสุขของตน และยากที่จะวางเฉย .. ภาษิตภาคเหนือกล่าวไว้ว่า .. ต่าเปิ้นเป๋นดีไข้หัว ต่าตั๋วเป๋นดีไข้ไห้ .. ยากที่จะวางเฉยจริง ๆ

เวทีแลกเปลี่ยนผู้ทำงานประกันคุณภาพระดับคณะ

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Saturday, October 9th, 2010

6 ต.ค.53 ณ ห้องบ่มเพาะ เวลา 9.30 – 12.00น. มีผู้ทำงานประกันคุณภาพระดับคณะ ประกอบด้วย อ.เบญ อ.จอม อ.อดิศักดิ์ อ.กิ๊ก คุณแนน คุณต่าย คุณแอ๋ว และอ.เก๋ มารวมกัน โดยรับการสนับสนุนจาก อ.อุษณีย์ ณ น่าน ด้วยดี เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเกณฑ์ประเมินคุณภาพการศึกษา ตามคู่มือฉบับ กรกฎาคม 2553 ที่ประกาศโดย สกอ. เป็นครั้งแรก เพื่อแลกเปลี่ยนและเตรียมพร้อมเข้าฟังการบรรยายจาก อ.อุษณีย์ คำประกอบ ในปลายเดือน เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การทำงาน เอกสาร และศึกษาการเป้าหมายร่วมกันเบื้องต้นเชิงบูรณาการ ก่อนเข้าระบบของมหาวิทยาลัยที่ยกร่างเป้าหมายระดับมหาวิทยาลัย ให้คณะวิชาพิจารณามากำหนดเป้าหมายของคณะเป็นลำดับต่อไป เป็นอีกเวทีหนึ่งในการจัดการความรู้ที่เกิดจากกลไกของคณะวิชา และทีมวิจัยฐานข้อมูลประกันคุณภาพการศึกษา

คิออและ

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Thursday, October 7th, 2010

7 ต.ค.53 หลายเดือนผ่านมา ไม่มีอะไรมากดดันให้ต้องเชื่อมแฟ้มข้อมูล ของผู้ใช้ในองค์กร เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลทุกระบบอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่เดือนนี้มี ฐานข้อมูล 2 ระบบเข้ามากดดันแนวทางการพัฒนาที่ต้องชัดเจน คือ ฐานข้อมูลภาระงาน และฐานข้อมูลประกันคุณภาพ ซึ่งแต่ละระบบเคยออกแบบให้จัดเก็บแฟ้มข้อมูลแบบแยกส่วน ไม่มีการบูรณาการที่จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าทำงานครั้งเดียวแต่เชื่อมทุกระบบได้ และระบบที่เคยออกแบบไว้ยังเข้าถึงผู้ใช้ได้ไม่ดีเท่าที่ควร

โอกาสที่ทำให้คิดเรื่องนี้ คือ การยกเครื่องระบบฐานข้อมูลประกันคุณภาพที่ถูกบังคับโดยสกอ. การยกเครื่องระบบบ่อยครั้ง ทำให้มองเห็นโอกาสที่จะเชื่อมแฟ้มข้อมูลของผู้ใช้เข้ากับทุกระบบก็มาถึง .. อีกโอกาส คือ บุคลากรเคยชินกับการใช้งานระบบ e-document ที่เก็บข้อมูลได้อย่างสะดวก หากต่อยอดระบบนี้ ก็จะทำให้การเชื่อมเข้ากับ ภาระงาน ยุทธศาสตร์ หรือประกันคุณภาพ ได้รับการยอมรับ และคุณธรณินทร์ ก็ถามถึงการ upgrade core system ของระบบ e-document อยู่เสมอนั่นเอง อีกโอกาส คือ อ.ทันฉลอง อธิการบดีคนใหม่ ให้ความสำคัญกับข้อมูล และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เป็นการสนับสนุนที่สำคัญที่ทำให้ผมกล้าคิด กล้าก้าวต่อไป .. บนแนวคิดบูรณาการระบบฐานข้อมูล

สรุปแนวคิด คือ 1) บุคลากรส่งแฟ้มข้อมูลเข้า e-document ตามปกติ 2) คลิ๊กเลือกแฟ้มที่ต้องการกำหนดเป็นแฟ้มอ้างอิงแล้วยืนยัน 3) หลังถูกกำหนดเป็นแฟ้มอ้างอิง จะมีตัวเลือกฐานข้อมูล (ภาระงาน ประกันคุณภาพ ยุทธศาสตร์ หรือฐานข้อมูลอื่นใด) ให้สร้างการเชื่อมโยงตามลักษณะของแต่ละฐานข้อมูล และถูกอ้างอิงในรูปแบบที่กำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะ

แนวคิดนี้ต้องขายให้ทีมพัฒนา .. และดูว่าจะมี comment อะไร ที่จะทำให้การพัฒนาระบบมีการเชื่อมโยงแฟ้มของผู้ใช้เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลได้โดยสะดวกที่สุด